Share

บทที่ 10

last update Tanggal publikasi: 2026-05-06 17:19:53

บทที่ 9 ทนไม่ได้ก็ต้องทน

ครืดดดด ครืดดดด

ปัญทิตาสะดุ้งตื่นเพราะโทรศัพท์สั่นแจ้งเตือนว่ามีคนโทร. เข้ามา หญิงสาวเห็นเบอร์โทรศัพท์ก็รีบกดรับสายในทันที

“ว่าไงปุก…” น้องชายก็โทร. เข้ามาถามว่าคืนนี้เธอจะกลับบ้านหรือเปล่า ถ้าไม่กลับก็จะได้ล็อกประตูบ้าน

“อ่า…พี่น่าจะกะ กลับ…” พูดก็ชะงักไปเพราะสายตาของคนที่นั่งสูบบุหรี่พิงหัวเตียง

“ปุกโทษทีนะ วันนี้พี่ไม่ได้กลับบ้านงานเยอะน่ะ ปุกหาข้าวให้ยายแล้วก็ตัวเองกินให้เรียบร้อย อย่าลืมล็อกประตูบ้านนะ ถ้ามีอะไรก็โทร. หาพี่ได้ตลอดเลย”

ไม่นานน้องชายเธอก็วางสายไป

ปัญทิตาก็รีบสอดเก็บโทรศัพท์เข้าไปใต้หมอนเช่นเดิม เธอดึงผ้าห่มมาคลุมตัวก่อนจะเหลือบสายตามองไปที่หัวเตียง เมื่อตาสบตาหญิงสาวเป็นฝ่ายหลบสายตา

“บ้านมันไม่หายไปไหนหรอก จะรีบกลับไปไหนนักหนา หรือว่าเฮียควรยึดโทรศัพท์ของปุกคืนดี?”

โทรศัพท์มือถือของน้องชายนั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ปัญทิตาเตรียมให้น้องแต่เป็นเกื้อกูล

เขาจัดการทุกอย่างทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นที่พัก ข้าวของเครื่องใช้ รวมไปถึงค่าเทอมของเราสองคนที่ค้าง ๆ เอาไว้อีกด้วย

“ปุกคงแค่ห่วงปั้นน่ะค่ะ เฮีย…ไม่นอนพักเหรอคะ”

เธอเห็นสายตาของเขาก็ขยับกายเข้าไปใกล้เขา ก่อนจะค่อย ๆ ไถตัวนอนลงและพลิกนอนตะแคงใช้แขนข้างหนึ่งพาดกอดลำตัวหนาไว้

“เดี๋ยวต้องไปข้างนอก วันนี้วันเกิดเพื่อน”

ปัญทิตาฟังก็เม้มปาก ก่อนหน้านี้เขาทำเหมือนจะอยู่กับเธอได้ทั้งคืน

แต่พอ…ปัญทิตาคิดได้แค่นี้และเสียงของเกื้อกูลก็ดังขึ้นกลบความคิดฟุ้งซ่านของเธอ

“แต่ถึงเฮียไม่อยู่ก็ไม่ให้ข้าวปั้นกลับบ้านหรอกนะ รออยู่ที่นี่แหละเฮียไปไม่นาน” เธอคิดว่าเขาจะบอกให้ไปด้วยเสียอีก สายตาผิดหวังของปัญทิตาเผอิญว่าเกื้อกูลทันเห็นมันและเขาไม่ชอบ

“ข้าวปั้น…รู้ใช่ไหมว่าเฮียเกลียดผู้หญิงแบบไหนที่สุด” เกื้อกูลพ่นควันบุหรี่จนลอยคลุ้ง

หัวใจของเธอคล้ายว่าหยุดเต้น มีหรือว่าเธอจะไม่รู้ว่าเกื้อกูลไม่ชอบผู้หญิงแบบไหน

“ถ้ารู้ก็อย่าทำตัวแบบนั้น เฮียออกไปข้างนอกเดี๋ยวก็กลับมานอนนี่”

แล้วเขาจะไปกับผู้หญิงคนอื่นไหม นั่นคือสิ่งที่เธออยากถามแต่สิ่งที่ทำได้คือการเม้มริมฝีปากหลบสายตา

ปัญทิตาจะถามในสิ่งที่อยากถามเขาได้อย่างไร เธอไม่มีสิทธิ์จะไปแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขา เพราะเกื้อกูลไม่ใช่ของเธอ

“ไปเอาเงินสดมาให้เฮียสองแสน เดี๋ยวไอ้สามมันจะมาเอา” ปัญทิตาขอบตาร้อนผ่าวแต่ก็หยัดกายลุกขึ้นหยิบเสื้อคลุมที่พาดไว้มาสวมใส่

สองแสนกับการไปเที่ยว ค่าเหล้าร้านก็มาวางบิลล์เก็บกับเธอ แล้วเงินสดมากมายนั้นเกื้อกูลจะเอาไปทำอะไรยามที่เขาไปเที่ยว

เธอรู้…เขาคงเอาไปให้ผู้หญิงคนอื่นที่มาดูแลเขา

“หยิบเงินเสร็จแล้วไปนวดหลังให้หน่อย เฮียไม่อยากไปนั่งหลังลั่นที่ผับ” เกื้อกูลพูดจบก็เดินเปลือยเปล่าผ่านหน้าเธอไปยังห้องน้ำ

ปัญทิตามองตามไปพร้อมกับน้ำตาที่หยดไหล เกื้อกูลออกไปข้างนอกทุกคืน แต่หากคืนไหนเขาไม่ออกไปไหนเธอจะดีใจมาก กินอิ่มนอนหลับ ไม่ต้องนั่งหัวใจเต้นตุบเฝ้ามองแต่บานประตูห้องจนถึงเช้า

ในตอนที่ติดกระดุมเม็ดสุดท้ายให้เขาเสร็จ เธอก็เหลือบสายตาขึ้นไปมองใบหน้าคมคายแต่เกื้อกูลไม่ได้มองเธอ เขากำลังติดกระดุมที่แขนเสื้อเช่นกัน

จนเมื่อเขาติดเสร็จก็ผละออกไปยืนหน้ากระจก หยิบขวดน้ำหอมราคาแพงขึ้นมาฉีดพ่นข้างลำคอทั้งสองข้าง

เนื้อตัวของเขาหอมกรุ่น แตกต่างกันกับเธอที่อยู่ในชุดนอนขอบตาดำคล้ำ ปัญทิตาเม้มปากกลั้นสะอื้น เธออยากจะร้องไห้แต่ก็ไม่กล้า

“เฮียจะกลับกี่โมงคะ”

คำถามของเธอทำเอาเกื้อกูลชะงัก เขาตวัดสายตาคุกรุ่นมองคนถามผ่านกระจกเงาของโต๊ะเครื่องแป้ง

“ปั้นขอโทษค่ะ” เพราะรู้ว่าเกื้อกูลไม่พอใจกับคำถามปัญทิตาจึงเอ่ยปากขอโทษ

“อย่าให้ฉันพูดหลายรอบ…ถ้าจะมาหึงหวง งี่เง่า ก็เลิกกันไป”

ทุกครั้งที่เกื้อกูลไม่พอใจเขาจะเปลี่ยนสรรพนามทันที ปัญทิตาเสียใจจนไม่รู้จะพูดยังไง เธอได้แต่กำมือก้มหน้าปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมา

“ฉันคาดหวังว่าเธอจะไม่เป็นเหมือนผู้หญิงหน้าโง่พวกนั้น คนเดียวที่ฉันจะยอมให้คือแม่ของฉัน ส่วนคนอื่นไม่มีทาง” สายตาเย็นชามองมาด้วยความเบื่อ

“เธออยู่แบบนี้ก็เก็บเกี่ยวความสุขและเงินให้พอ ไม่ต้องมาสนใจว่าฉันจะไปไหน จะกลับกี่โมง เพราะฉันเป็นแบบนี้มาก่อนที่จะเจอเธอด้วยซ้ำ”

เกื้อกูลพูดเตือนสติปัญทิตา ผู้หญิงพรหมจรรย์เป็นสิ่งที่ผู้ชายร้าย ๆ อย่างเขาไม่ควรจะเอาตัวลงไปเล่นเพราะสลัดยากแต่มันมาถึงขั้นนี้แล้วเขาก็ต้องไปต่อเพราะลงทุนกับปัญทิตาไปเยอะแล้ว

สิ่งที่ปูทางวางไว้ให้ปัญทิตาไม่ใช่หน้าที่เมียแต่เป็น คนใกล้ชิดอันดับหนึ่ง ที่จะเป็นมือเป็นเท้าให้ได้

“อดทนให้เยอะ เข้าใจให้มาก เรื่องของเรามันคือข้อตกลงที่ฉันก็ไม่ได้เอาเปรียบเธอ และเธอก็ยินดีที่จะรับข้อเสนอนี้เอง ทนไม่ได้ก็ต้องทนนะข้าวปั้น”

เขาพูดจบก็เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า เชยปลายคางของหญิงสาวขึ้น ดวงตาคมกล้าเรียบเฉยมองเธอ

“ยิ่งเธอร้องไห้ฉันก็ยิ่งหงุดหงิด ถ้าไม่อยากให้ฉันเกลียดเธอก็ทำตัวให้มันน่ารัก ๆ ฉันไปไม่นานแล้วจะรีบกลับ”

เขาพูดทิ้งท้ายก่อนจะหันหลังเดินจากไป บานประตูห้องปิดลงพร้อมกับทำนบน้ำตาของปัญทิตาที่ไหลราวกับเขื่อนแตก

เธอฟุบตัวไปกับพื้นก่อนจะระเบิดเสียงร้องไห้เพื่อระบายความเสียใจที่อัดแน่นอยู่ภายใน

เกื้อกูลใจร้ายกับเธอมาก…ทุกคำพูดของเขาพังหัวใจของเธอแหลกลาญไม่เหลือชิ้นดี

“เฮียใจร้ายเหลือเกิน”

ปัญทิตาก้มหน้าร้องไห้ เธอร้องไห้อยู่นานจนหลับไป ในตอนที่หญิงสาวรู้สึกตัวก็พบว่าฟ้าด้านนอกสว่างแล้ว เมื่อหยัดกายลุกขึ้นก็รีบมองไปที่เตียง…ไม่พบใคร

เจ็ดโมงเช้าเกื้อกูลก็ยังไม่กลับมา…เขาบอกจะรีบกลับมาแต่ก็ไม่ใช่แบบนั้น

น้ำตาที่เหือดแห้งไหลรินลงมาอีกครั้ง เกื้อกูลยังคงใจร้ายกับเธออย่างต่อเนื่องและใจร้ายกับเธออย่างไม่มีที่สิ้นสุด

“ข้าวปั้น…ได้ยินข่าวข้างนอกบ้างไหม?”

เสียงของพี่น้อยเรียกความสนใจจากคนที่ก้มหน้าจากกองบิลล์เงินสดสูงท่วมหัว

“ข่าวอะไรคะพี่น้อย” น้อยมองหน้าหญิงสาวคนที่เธอปลุกปั้นให้ทำงานมากับมือ

ตอนนี้ปัญทิตาอยู่ตรงนี้มาหลายปีแล้ว จากเด็กผู้หญิงสดใสนุ่มนิ่มแววตาเป็นประกายวาววับราวกับไข่มุกทุกครั้งที่มอง ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่กล้าหวาดกลัวไปเสียทุกอย่าง พูดคุยกี่ครั้งก็ไม่สบตา

แต่ในตอนนี้น้อยกลับไม่เห็นเงาร่างของเด็กผู้หญิงคนนั้นแล้ว ที่เธอกำลังมองมีเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาใหม่

จากสภาพแวดล้อมที่กดทับเธอไว้ ความโหดร้ายของหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องเจอ การที่จะต้องปรับตัวและเอาตัวรอดเพื่อเรียนรู้ที่จะอยู่ให้เป็นโดยผู้ชายที่รักสุดหัวใจอย่างเกื้อกูล

หญิงสาวดูโตขึ้นมากเหมือนว่าผ่านวันเวลามานานนับสิบปี เธอแต่งตัวภูมิฐานขึ้น รู้จักแต่งหน้าให้ตัวเองสะสวย ผ่อนหนัก ผ่อนเบา นิ่งสงบและยังคงอดทนอดกลั้นยิ่งกว่าเดิม

‘นี่คือสิ่งที่ปั้นเลือก…เลือกแล้วปั้นก็ไม่เสียใจหรอกค่ะพี่น้อย’

‘ขอบคุณที่เป็นห่วงปั้น แต่ปั้นไม่เป็นอะไรจริง ๆ’

นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่เราคุยกันเรื่องนี้ น้อยดีใจที่ปัญทิตาไม่ร้องไห้ฟูมฟายแบบช่วงแรก ๆ แล้วแต่เมื่อเวลาผ่านไป น้อยกลับรู้สึกเห็นใจผู้หญิงด้วยกัน

ผู้หญิงคนหนึ่งที่หลับหูหลับตาทำเพื่อผู้ชายที่รักและแลกมาซึ่งความสุขสบายของครอบครัว

เธอยอมจบปัญหาทุก ๆ อย่าง แม้จะต้องเชือดหัวใจตัวเองทิ้ง...ปัญทิตาก็ยินยอมที่จะทำ!

“เฮียรับเด็กมาใหม่สองคน…” น้อยตัดใจพูดออกไปเพราะไม่อยากให้ปัญทิตาไปฟังข่าวนี้จากคนข้างนอก

“ข้าวปั้นรู้เรื่องนี้แล้วเหรอ…” เมื่อคนฟังยิ้มให้คนพูด น้อยจึงถามขึ้นเมื่อปัญทิตาพยักหน้า น้อยก็มองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ

“ค่ะ คุณสามเป็นคนมาเอาเงินตอนตีสาม พ่อเด็กแฝดสองคนนั้นติดหนี้บอลเลยเอาลูกมาขัดดอกพร้อมกับขอเงินไปตั้งตัวแสนนึง”

ปัญทิตาบอกน้อยหน้าตาเฉย ก่อนที่เธอจะก้มลงไปสนใจงานในมือต่อ เสียงดีดเครื่องคิดเลขดังระรัวและกังวาน น้อยเม้มปากไม่รู้จะพูดอะไร

ในเมื่อคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียยังไม่สนใจ เธอที่เป็นแค่ขี้ข้าจะสนใจอะไรได้อีก

น้อยระบายลมหายใจก่อนจะขอตัวออกไปข้างนอกห้องทำงาน ไม่ใช่ออกไปทำอะไรแต่ออกไปหาที่ระบาย! เธอต้องระบายความขุ่นแค้นแทนเจ้านายก็ถูกต้องแล้ว!

ปัญทิตาได้ยินเสียงบานประตูห้องทำงานปิดลง มือที่ระรัวเครื่องคิดเลขอยู่ก็ค่อย ๆ ผ่อนจนหยุดไปในที่สุด

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นและมองไปยังจอมอนิเตอร์นับสิบจอที่แสดงภาพเคลื่อนไหวอยู่ในนั้น

กล้องบันทึกภาพจากห้องหนึ่งมีกลุ่มคนหลายคนกำลังนั่งสังสรรค์กันอยู่และหนึ่งในนั้นมีเกื้อกูลคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผัวเธอ

เขานั่งอยู่หัวโต๊ะและข้างกันมีผู้หญิงหน้าตาสะสวยคล้ายกันราวกับพิมพ์เดียวในชุดเดรสรัดรูปขนาบข้างซ้ายขวา

ปัญทิตาหยิบรีโมตขึ้นมากดปิดหน้าจอและเธอก็พาตัวเองจมดิ่งไปกับงานตรงหน้าอีกครั้ง

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง น้อยเดินเข้าออกเป็นสิบรอบแต่ปัญทิตายังคงนั่งทำงานอยู่ที่เดิมไม่ขยับ แก้วกาแฟที่ถูกยกเข้ามาโดยพนักงานที่รับหน้าที่ดูแลตรงนี้

“เจ๊ปั้นคะ…แก้วที่สี่แล้วค่ะ” เด็กที่นำกาแฟมาเสิร์ฟเตือนเธอเพราะกลัวว่าเจ้านายจะดื่มคาเฟอีนมากเกินไปมันไม่ดีต่อสุขภาพ

“อืม งั้นขอเป็นชาเขียวไม่ใส่น้ำตาลแล้วกัน”

ปัญทิตามองงานที่ยังค้างอยู่ เธอจึงเลือกที่จะเปลี่ยนเมนูเครื่องดื่มแทน

หลังจากตอบออกไป หน้าก็ไม่เงยหน้าขึ้นมาจากงานที่อยู่ในมือเลยด้วยซ้ำ เธอพลิกกระดาษบิลล์ขึ้นก่อนจะหันไปมองจอคอมพิวเตอร์ คิ้วเรียวสวยขมวดเป็นปม

ปัญทิตาเธอมองเอกสารอีกครั้งแล้วถอนหายใจ เธอชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งสุดท้ายก็ยกหูโทรศัพท์กรอกเสียงลงไป

ไม่นานนักชายวัยกลางคนในชุดพนักงานของบ่อนนี้ก็เดินเข้ามา

ท่าทางของเขาไม่ได้กริ่งเกรงสิ่งใด อาจจะเพราะรู้ว่าตัวเองเป็นคนของใครและทำงานอยู่ตรงนี้ในตำแหน่งหัวหน้าบาร์น้ำ

ผู้ชายคนนั้นสบตาปัญทิตา สายตาของเขาแสดงออกว่าไม่ได้พอใจเธอนัก

หัวหน้าบาร์น้ำไม่ค่อยชอบเมียของเฮียเท่าไหร่เพราะปัญทิตาคือหนึ่งในคนที่เขี้ยวลากดิน!

“เจ๊เรียกผมมามีอะไรหรือเปล่าครับ” น้ำเสียงเรียบห้วนถามขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงาน

“ลองดูบิลล์ของเดือนที่แล้วนี่หน่อย นั่งลงสิ”

พอพูดแบบนี้สายตาคู่ที่มองเธออยู่กลับลอกแลก

“วันนี้ลูกค้าเยอะครับ ลูกน้องผมลาสองคนด้วย”

เมื่อพูดจบก็ทำท่าจะเดินออกไปทันที ดีว่ามีคนของปัญทิตายืนกันท่าอยู่ด้านหลัง จึงทำให้ออกไปไหนไม่ได้

หัวหน้าบาร์น้ำจะไม่ทำตามคำสั่งเธอ ปัญทิตาไม่ได้มองคนตรงหน้าผ่านแว่นสายตาแล้ว เธอถอดแว่นและโยนลงบนโต๊ะทำงาน

ปัญทิตารู้ดีว่าการที่เธอมายืนอยู่จุดนี้มันมีทั้งคนรักและคนเกลียด การมีอยู่ของเธอทำให้ใครขาดรายได้ไปเท่าไหร่แต่หญิงสาวไม่สน

ต่อให้อีกกี่ร้อยกี่พันคนเกลียดเธอแล้วยังไง ปัญทิตาสนใจแค่สิ่งที่เธอทำนั่นคือรักษาผลประโยชน์ของบริษัท

รักษาผลประโยชน์ให้เกื้อกูลผัวของเธอ

“ก็เปิดดูก่อนแล้วค่อยไป...เผลอ ๆ ดูแล้วอาจจะไม่ได้ออกไปจากห้องนี้ก็ได้” ปัญทิตาบอกหัวหน้าบาร์น้ำ

น้ำเสียงที่เธอใช้ยังคงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยการกดข่มที่สุดท้ายแล้วหัวหน้าบาร์น้ำก็ต้องยอมทำตามคำสั่งนั้น

บนกระดาษแผ่นหนึ่ง เส้นสีแดงที่ถูกขีดเน้นข้อความเอาไว้ทำให้หัวใจของหัวหน้าบาร์น้ำเหมือนร่วงดิ่งลงไปในทะเลลึก มือที่พลิกกระดาษสั่นเทาขึ้นมาห้ามไม่อยู่

“นี่มันอะไรเหรอครับ ตัวเลขเยอะแยะไปหมดผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่”

มันไม่ใช่แค่เอกสารแผ่นเดียวแต่มันเป็นปึก เป็นทั้งบิลล์เงินสด บิลล์ที่พรินต์ออกมาที่ถูกวางเรียงรายกัน มันถูกเอามาเปรียบเทียบยอดเงินกัน

“นั่นสิฉันก็อยากจะรู้ หัวหน้าก็ตอบมาหน่อยแล้วกัน เพราะฉันนั่งกระทบยอดยังไงมันก็ไม่ใช่น้ำที่ถูกขายออกไปแต่เป็นเหล้า…” ปัญทิตาพูดจบก็ยกแก้วเครื่องดื่มที่เย็นชืดขึ้นจิบ สายตาของเธอยังคงมองไปที่หัวหน้าบาร์น้ำนิ่ง

“จะ จะเป็นไปได้ไงครับ ในบิลล์แคชเชียร์คีย์น้ำสิบลังก็ถูกแล้ว จะเป็นเหล้าได้ยังไง” เธอยังไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าจำนวนของมันหายไปเท่าไหร่

ไม่มีใครมองบิลล์พวกนี้ออกภายในไม่กี่นาทีหรอก เพราะมันต้องดูกันหลายบิลล์และหลายเดือน

แต่นี่หัวหน้าบาร์น้ำมองบิลล์แค่สองหน้ากระดาษเอสี่ก็รู้ได้แล้วว่าแท้จริงอะไรหายไปและยอดเท่าไหร่ มุมปากของปัญทิตายกขึ้น

“มันก็เป็นเรื่องที่หัวหน้าจะต้องตอบฉัน และฉันก็เซอร์ไพรส์เหมือนกันทั้งที่ยังไม่ได้พูดด้วยซ้ำว่าอะไรหายไปเท่าไหร่ แต่หัวหน้าก็รู้...เหล้าในคลังหายไป 10 ลัง ลังละ 12 ขวด ขวดละ 2,500 บาท...”

ปัญทิตามองหน้าคนที่นั่งหน้าซีดเป็นกระดาษเอสี่ตรงหน้าเธอก่อนจะยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาแต่ยังไม่กรอกเสียงอะไรออกไป

“ผมไม่รู้ว่าเจ๊หมายถึงเรื่องอะไร แต่ผมไม่ได้โกงเอาเหล้าไปขายนะครับ อย่าโทร. บอกนายเลย....”

“ฉันแค่จะโทร. สั่งเครื่องดื่มไม่ได้โทร. บอกใคร...” ไม่นานนักที่ประตูชาเขียวร้อนก็ถูกนำมาเสิร์ฟ

“อยู่ที่นี่มานาน...มีอะไรจะพูดกับฉันไหม?”

“เจ๊จะมาใส่ความผมแบบนี้ไม่ได้นะครับ คนตั้งเยอะแยะทำไมเล็งแค่ผม”

เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมรับปัญทิตาก็ไม่อยากเสียเวลา ก่อนที่เด็กที่มาเสิร์ฟน้ำจะเดินพ้นประตูห้องไป หญิงสาวก็เรียกเธอไว้

“ไปบอกคุณสามให้มาที่นี่หน่อย” สิ่งที่ปัญทิตาบอกกับพนักงานผู้หญิงที่มาเสิร์ฟชาเขียว ทำให้ร่างกายของหัวหน้าบาร์น้ำชาหนึบ เขาแทบจะนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม่ไหว

“เจ๊ครับ…” และไม่นานนักหัวหน้าบาร์น้ำก็มาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอ

ปัญทิตามองสบตากับหัวหน้าบาร์น้ำ ไม่นานเกินรอบานประตูห้องทำงานของเธอก็ถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Ending love สิ้นสุดทางรัก   บทที่ 58

    ตอนพิเศษ NC+คำขอของเขาทำให้ทั้งร่างเธอร้อนวูบ ทุกจุดที่ฝ่ามือเขาลากผ่านคล้ายว่ามีกองไฟเล็ก ๆ โหมไหม้ไปทั่วเส้นประสาท ลมหายใจของปัญทิตาสะดุด“เฮีย...” ร่างเล็กถูกอุ้มยกด้วยมือข้างเดียวก่อนจะมาทุ่มทิ้งบนเตียงนอน เกื้อกูลใช้แขนเดียวถอดเสื้อยืดที่ตนเองสวมใส่ปัญทิตาใช้ข้อศอกดันร่างตัวเองขึ้นมาจากฟูกเตี

  • Ending love สิ้นสุดทางรัก   บทที่ 57

    บทส่งท้าย ก๊อก! ก๊อก!เสียงขานรับอนุญาตดังมาจากห้องนอนชั้นสองของบ้าน เกื้อกูลยังไม่เปิดประตูเข้าไปในทันที เพราะเขาต้องแน่ใจก่อนว่าหูไม่ได้ฝาด“เข้ามาเลยค่ะ” ชัดแล้วว่าได้ยินไม่ผิด เกื้อกูลจึงเปิดประตูห้องนอนของปัญทิตาเข้าไปบริเวณชั้นสองของบ้านหลังนี้ไม่ใช่ที่ที่เกื้อกูลจะถือวิสาสะขึ้นมาได้ เพราะม

  • Ending love สิ้นสุดทางรัก   บทที่ 56

    บทที่ 28 พิสูจน์ตัวเองเกื้อกูลก็ยังคงดูแลเธอกับลูกเหมือนเดิม เขาไม่ได้เรียกร้องอะไรอื่นใดนอกจากการเป็นพ่อของลูกมันเหมือนกับว่าเขาก็พยายามชดใช้และไถ่บาปในสิ่งที่เคยทำกับเธออยู่“น้องนีนจะสองขวบแล้ว ข้าวปั้นยังไม่หายโกรธเฮียอีกเหรอ?” น้อยลุ้นไปกับความรักของทั้งสองคนความห่วงใยที่มองจากดาวอังคารก็รู้

  • Ending love สิ้นสุดทางรัก   บทที่ 55

    “ม่ายยย แม่! แม่!” เด็กหญิงพอเจอแม่ก็ไม่เอาใครทั้งนั้น สุดท้ายปัญทิตาก็ต้องอุ้มลูกสาวขึ้นมาแนบอก“พอดีรถเสี่ยเขายางแตกรอเปลี่ยนยางอยู่ เฮียก็เข้าครัวไปเคี่ยวกระดูกหมูซ้ำอีกรอบ กลัวมันจะเหนียวแล้วข้าวปั้นกินจะท้องอืด เสี่ยเขาก็แก่จับหลานไม่ทันแน่ เฮียเลยฝากลูกไว้กับแม่แทน” ปัญทิตาไม่ได้ว่าอะไรสักคำแ

  • Ending love สิ้นสุดทางรัก   บทที่ 54

    เกื้อกูลคิดว่านี่คือการชดใช้ให้เขาและชดเชยให้แม่ จึงไม่คิดจะโกรธแค้นพ่อที่เคยไม่ไยดีพวกเราต่อไปอีกแต่จะให้ไปสนิทชิดเชื้อเกื้อกูลก็ทำไม่ได้ ทุกอย่างก็คงต้องใช้เวลา เมื่อคิดถึงตัวเองเขาก็เข้าใจปัญทิตาขึ้นมาคำพูดของเสี่ยกำธรไม่อาจจะเรียกความสนใจของปัญทิตาได้นาน เพราะร่างเล็กที่เธอเบ่งคลอดออกมาในห่อผ้

  • Ending love สิ้นสุดทางรัก   บทที่ 53

    บทที่ 27 รับกรรม“พอได้แล้วเลิกเถียงกัน ไม่อยากจะเชื่อว่าน้องข้าวปั้นจะเพิ่งคลอดลูกมา ด่าเพื่อนพี่ซะมีสภาพเหมือนหมาตกคลองประปามาสามวันเลย”“แล้วมันไม่ขึ้นอืดเลยเหรอวะสามวัน” “มันใช่เรื่องมาล้อกันเล่นไหม ข้าวปั้นเอาแบบนี้ก็แล้วกัน ตอนนี้อย่าเพิ่งแยกลูกยังเล็ก ไว้น้องนีนรู้เรื่องสักหน่อยค่อยมาตกลงกัน

  • Ending love สิ้นสุดทางรัก   บทที่ 8

    บทที่ 7 คนใกล้ชิดอันดับหนึ่ง!หนึ่งเดือนหลังจากนั้นชีวิตของปัญทิตาก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือบ้านที่เคยเช่าอยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเกื้อกูลให้ลูกน้องมาขนของเธอย้ายไปอยู่อีกที่หนึ่งที่อยู่ใหม่เป็นบ้านสองชั้นอยู่ใกล้ที่ทำงานกว่าเดิม ไม่ต้องเดินทางไกลเหมือนอย่างเคย“ยายว่าจะหาเวลาถามข้าวปั้น…

  • Ending love สิ้นสุดทางรัก   บทที่ 7

    บทที่ 6 ถอดหมด NCเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นเหนือร่างกับความคัดแข็งที่จ่ออยู่ตรงปากทางเข้าส่วนนั้นของเธอเกื้อกูลกลั้นลมหายใจหลายครั้ง ก่อนจะจับตัวตนใหญ่โตสอดใส่เข้าในที่ช่องทางคับแคบนั้นอย่างตั้งใจ“เฮีย อึกกก ปั้นเจ็บ มะ มันเจ็บมาก” เพราะมันมีอะไรบางอย่างที่จ่ออยู่ตรงปากทางคับแคบของเธอ ยามที่เขากด

  • Ending love สิ้นสุดทางรัก   บทที่ 6

    บทที่ 5 นี่คือเกื้อกูลถ้าเธอจะอยู่กับเขาแม้สักอย่างเดียวก็ขอไม่ได้ เกื้อกูลมองแววตาแสนเศร้าที่มองเขาทั้งที่หยาดน้ำตายังคงไหลรินลงมาไม่ขาดสาย คอเสื้อของปัญทิตาเปียกชื้นไปหมด เธอร้องไห้มากเกินไป“เธอจะเป็นแค่ลูกจ้างคนหนึ่ง! สถานะอะไรอย่าเพ้อฝัน! ชีวิตยายและน้องเธอจะดีขึ้นหรือไม่ก็อยู่ที่ความประพฤติ

  • Ending love สิ้นสุดทางรัก   บทที่ 5

    บทที่ 4 อีกด้านของตัวตนเขา“ฮึกกก” “เฮียใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ”“ออกไป!”“เฮียพี่ว่าใจเย็นก่อน ข้าวปั้นน้องคง…”“ผมบอกให้ออกไป!!”สิ้นเสียงของเจ้านาย น้อยก็ได้แต่ส่งสายตาเห็นใจไปให้กับปัญทิตาที่นั่งก้มหน้ากำมือร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนเก้าอี้ภายในห้องทำงานส่วนตัวของเกื้อกูล“พะ พี่น้อย ฮึบบบ” พอพี่น้อยหย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status