เข้าสู่ระบบ“ อื้อ ” ฉันรู้สึกตัวเพราะแรงที่กอดกระชับฉันแน่นจนฉันแทบจะหายใจไม่ออกจนต้องลืมตาตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่ฉันเจอหลังจากลืมตาตื่นก็คือผู้ชายที่รังแกร่างกายฉันมาตลอดทั้งคืน กว่าเค้าจะหยุดก็ฟ้าสางอย่างที่เค้าพูดไว้จริงๆ“ ฉันจะเอาคืนนายยังไงได้บ้างนะ ” ฉันพูดขึ้นมาเบาๆเพราะกลัวคนที่หลับอยู่จะได้ยิน“ อื้มม ” เสียงของบัลลังก์ดังขึ้นมาเล็กน้อย เพราะโดนรบกวนจากการนอน ฉันแค่ขยับตัวนิดเดียวเองนะ ก็เค้ากอดฉันแน่นเกินไป แต่บัลลังก์เค้าก็ยอมคลายอ้อมกอดให้ฉัน แต่แค่นิดหน่อยเท่านั้น และนั้นก็ทำให้ฉันมองเห็นหน้าอกของบัลลังก์ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างเต็มตาอึก !ฉันเผลอกลืนน้ำลายลงคอที่มองเห็นมันใกล้ๆแบบนี้ และฉันก็คงไม่ผิดใช่ไหมที่จะห้ามใจตัวเองไม่อยู่จนต้องยื่นมือไปสัมผัสมัน“ แน่นมาก ” มันแน่นมากจริงๆ นี้เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ฉันสัมผัสมันตรงๆและนานขนาดนี้ ปกติจะเป็นฝ่ายโดนจับมากกว่า แต่ก็แอบกลัวโดนจับได้เหมือนกันนะที่มาจับหน้าอกบัลลังก์แบบนี้ ผู้หญิงที่ไหนเค้าจะมานอนจับ นอนลูบหน้าอกผู้ชายแบบนี้ ฉันเลยต้องจับต้องลูบอย่างเบามือที่สุดเพราะกลัวบัลลังก์จะตื่นขึ้นมา“ จะจับอีกนานไหม ”“ อื้ม ขออีกหน่อย ” ด
“ อะไรละที่นายรักมากกว่าศักดิ์ศรีของตัวเอง ” “ เธอไง ” “ เมื่อก่อนฉันยอมแลกทุกอย่างเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตัวเอง แต่พอมีเธอเข้ามาในชีวิต ”“ เข้ามาเปลี่ยนสิ่งต่างๆ มันทำให้ฉันรู้ว่ามันมีสิ่งสำคัญกว่าศักดิ์ศรีที่ฉันต้องรักษา ” “ นั้นก็คือเธอ…ผักขม ” ระหว่างที่บัลลังก์พูดอยู่นั้นสายตาของเค้าก็มองมาที่ฉันไม่วางตาเหมือนจะสื่อให้รู้ว่าเค้าพูดจริง และฉันก็เชื่อทุกคำพูดของบัลลังก์เพราะฉันสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่มันส่งผ่านแววตาและน้ำเสียงของเค้าเราสองคนต่างสบตากันไม่มีใครสักคนที่คิดจะหลบสายตาของอีกฝ่ายก่อนที่ฉันจะสังเกตเห็นสายตาของบัลลังก์ที่ค่อยๆมองต่ำลงมา ดูเหมือนจะอยู่ที่ริมฝีปากของฉันนะ และมันก็ไม่ใช่แค่สายตาที่มองต่ำลงมาแต่บัลลังก์ยังค่อยๆโน้มตัวลงประกบริมฝีปากของตัวเองมาที่ริมฝีปากของฉัน" อื้อออ " บัลลังก์ค่อยๆจูบซับที่ริมฝีปากอยู่สักพักก่อนจะส่งลิ้นสากเข้ามาสำรวจในโพรงปากของฉัน ส่วนฉันก็เต็มใจให้บัลลังก์ได้สำรวจมันอย่างเต็ม" อ้ะ ! " ฉันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บเมื่อบัลลังก์ดูดดึงริมฝีปากฉันเพราะมันไปโดนแผลที่เกิดจากการโดนไฟตบหมับ !" อื้ออ " ฉันจับหน้าบัลลังก์ไว้ไม่ให้เค้าถอนจูบออกไ
“ ค่อยๆนะ ” ฉันกำลังประคองบัลลังก์เดินไปนั่งยังโซฟา ความจริงเค้าก็ไม่ได้เจ็บถึงขั้นเดินเองไม่ได้แต่ฉันกลัวว่าบัลลังก์เดินเร็วไปหรือลงน้ำหนักผิดท่ามันอาจะกระทบกระเทือนแผลเค้าก็ได้ฟุบ !“ อ่ะ ! บัลลังก์ ! ” ฉันร้องด้วยความตกใจ เผลอหันหลังให้เค้าแค่แปปเดียวเค้าก็กระแทกตัวนั่งลงโซฟาเต็มแรง ถึงโซฟามันจะนุ่มแต่มันอาจจะกระทบกระเทือนก็ได้“ ฉันแค่โดนต่อย ไม่ได้โดนรถชน อย่าเวอร์ให้มาก ” เค้าจะหาว่าฉันเวอร์ก็ได้ แต่ที่ฉันทำก็เพราะเป็นห่วงเค้าแค่นั้นเอง“ จะไปไหน ”“ ……. ” ฉันเลือกที่จะไม่ตอบคำถามเค้าแล้วเดินไปยังจุดหมายที่ฉันตั้งใจ ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับอุปกรณ์ทำแผล“ ขอโทษนะ นายเจ็บตัวเพราะฉันอีกแล้ว ” ฉันบอกเค้าออกไปเสียงสั่น ไม่ได้อยากให้สั่นแบนี้เลยแล้วก็ไม่อยากมานั่งร้องไห้ต่อหน้าเค้าแบบนี้ด้วย แต่พอเห็นแผล เห็นเลือดที่มันยังซึมออกมา ฉันก็ห้ามตัวเองไม่ได้ ยิ่งได้เห็นแผลเค้าใกล้ๆแบบนี้ด้วยแล้วมันยิ่งรู้สึกแย่มากๆ“ จะทำก็รีบทำสักที ” บัลลังก์ปรายตามองฉันนิดหน่อยก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดนิดหน่อยแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไม่อยากเห็นหน้าฉันขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันปาดน้ำตาที่อยู่บนหน้
“ หึ ” ผ่านไปนานพอสมควรซึ่งฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันนานเท่าไหร่ ทุกวินาทีที่เดินไปฉันได้แต่ภาวนาอยู่ในใจอย่าให้บัลลังก์เค้ามาเลย“ ไม่อยากเชื่อว่ามันเลือกตัวมันเองมากกว่าตัวเธอ ” ไฟเค้าหันมาพูดกับฉันก่อนจะก้มดูนาฬิกาหลังจากดูแล้ว ไฟก็แสยะยิ้มออกมาก่อนจะเดินมาหาฉัน“ รู้สึกยังไงบ้างที่มันเลือกทิ้งเธอไว้แบบนี้ ” ถ้าจะถามหาความรู้สึกของฉันตอนนี้ ฉันคงบอกออกไปไม่ได้หรอกเพราะมันตีกันปนไปหมด ทั้งรู้สึกดีใจที่บัลลังก์เค้าไม่มา และมันก็รู้สึกเสียใจอยู่ลึกๆอดคิดไม่ได้ว่าที่เค้าไม่มาจริงๆแล้วเพราะฉันนั้นไม่สำคัญกับบัลลังก์จริงๆใช่ไหม“ ฉันบอกนายไปแล้วว่าฉันไม่ได้สำคัญกับบัลลังก์ ” ฉันตอบไฟออกไปนิ่งๆ“ เพราะงั้นปล่อยฉันไปได้แล้ว ” ไฟปรายตามองฉันก่อนที่จะเหยียดยิ้มออกมาจนฉันขนลุกซู่ ตอนนี้ฉันสภาพฉันมันก็ไม่ได้ดูมากเท่าไหร่หรอก กระดุมเสื้อที่ขาดจนเผยให้เห็นเสื้อซับตัวบางด้านในตอนนี้ถูกจัดใหม่ถึงมันจะไม่ได้ช่วยปิดมากเท่าไหร่แต่มันก็ดีกว่าตอนโดนไฟกระชากตอนแรก“ ในเมื่อไอบัลลังก์มันขี้ขลาดไม่มา เธอก็ต้องรับกรรมแทนมัน ”“ นายหมายความว่าไง ” ฉันเริ่มถอยจนแผ่นหลังชนกับพนักพิงของเก้าอี้ทันทีที่ไฟพูดประ
“ อื้อออ ” ฉันกระพริบตาสองสามครั้งเพื่อปรับโฟกัสมองภาพตรงหน้าให้ชัดขึ้น“ ที่นี้ที่ไหน ” ฉันมองไปรอบๆห้องด้วยความสงสัย เพราะมันไม่ใช่สถานที่คุ้นตาฉันเลยสักนิด ก่อนที่สมองจะสั่งการประมวลสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ฉันค่อยๆพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งด้วยความทุลักทุเล“ บ้าเอ่ย ” ฉันบ่นออกมาเบาๆ เพราะแขนของฉันโดนมัดไว้โดยการไขว่ไปข้างหลัง ฉันพยายามที่จะลองขยับดูแต่มันก็ยากมาก“ อ้ะ ” ฉันร้องออกมาเพราะรู้สึกแสบๆบริเวณที่โดนมัด พวกเค้ารัดมันแน่นมาก แค่ฉันขยับสองสามครั้งมันก็เสียดสีจนเกิดอาการแสบเอี๊ยดด“ ฟื้นแล้วเหรอ ” คนที่เข้ามาใหม่ก็คือแจน“ เธอทำแบบนี้ทำไม ” ฉันไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าฉันไปทำอะไรให้ แจนถึงทำกับฉันมาแบบนี้“ หึ ทำแบบนี้ทำไมเหรอ ”หมับ !“ โอ้ย ! ! ” แจนเดินเข้ามากระชากผมฉัน มันแรงพอสมควรเลยแหละ“ เรื่องที่เธอกำลังเจออยู่มันก็มีไม่กี่เหตุผลหรอก ” เธอพูดแค่นั้นก่อนจะออกแรงกระชากผมฉันอีกครั้งแล้วแสยะยิ้มออกมา“ ก็เอาคืนบัลลังก์ยังไงละ ”ตุบ !ตัวฉันล้มลงไปตามแรงผลักของแจน เอาคืนบัลลังก์เหรอ ที่แท้แจนก็เป็นคนของไฟ“ เรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดมันก็เป็นฝีมือเธอใช่ไหม ” มันไม่ใช่ความบัง
@ ห้องสมุดมหาลัย“ ผัก ”“ ..... ”“ ผัก ไอผัก ”“ ..... ”“ ผักขม !! ”“ ห้ะ !? ”“ เหม่อบ่อยนะแก คิดถึงใครอยู่ ”“ คิดถึงใครอะไรของแก ฉันแค่กำลังคิด...คิดว่าจะไปหางานที่ไหนทำดี ”“ จ้ะ ! เอาที่แกสบายใจ ฉันไปหาหนังสือก่อน ” แล้วน้ำหวานก็เดินออกไปจากโต๊ะ เหลือฉันไว้เพียงคนเดียว ฉันลาออกจากร้านพี่แก้มแล้ว จะว่าไปมันก็ผ่านมาหลายวันแล้วเหมือนกันนะที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป ฉันยังคงอยู่ที่คอนโดน้ำหวานเหมือนเดิม เพราะน้ำหวานไม่อยากให้ฉันไปอยู่คนเดียวในตอนนี้ อีกอย่างตอนนี้ฉันก็ตกงานเลยอยู่กับน้ำหวานไปก่อน“ ไม่ชินเลยว้ะ ที่ต้องเดินเข้าห้องสมุดแบบนี้ ”“ มึงคิดว่ากูชินนักรึไง ”“ พวกมึงจะแหกปากอีกนานไหม ไอห่า เงียบๆหน่อย ” ฉันที่กำลังก้มหน้าอ่านหนังสือเพื่อจะหามาอ้างอิงกับรายงานก็ต้องเงยหน้าหันไปมองตามเสียง เพราะเสียงพูดคุยของนักศึกษากลุ่มใหม่ที่เดินเข้ามาหยุดตรงโต๊ะข้างๆ มันเป็นเสียงที่คุ้นมาก“ ไอผัก ฉันว่าเล่มนี้น่าจะใช้ได้นะ ” เสียงของน้ำหวานที่ดังขึ้นก็คงเรียกความสนใจให้นักศึกษากลุ่มนั้นได้ดีไม่น้อย เพราะทุกคนในโต๊ะต่างหันมามอง ส่วนฉันที่หันหน้าไปมองอยู่ก่อนแล้ว นั้นเลยทำให้ทั้งฉันและพวกเค้
“ นี่ห้องนายหรอ ” ฉันค่อยๆก้าวเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยมอย่างกล้าๆกลัวๆ“ คิดก่อนถามแล้วใช่ไหม ” เขาจะด่าฉันว่าโง่อีกแล้วใช่ไหม“ นายอยู่คนเดียวหรอ ”“ แล้วเห็นว่ามีกี่คน ” โอเคฉันจะไม่ถามอะไรเขาอีกแล้ว“ ..... ” แล้วทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบส่วนฉันก็ได้แต่ยืนอยู่กลางห้องโดยที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี จะเ
“ กูพึ่งรู้ว่านอกจากพวกมึงจะเป็นหมาลอบกัดแล้วยังหน้าตัวเมียอีก ”“ หึ โผล่หัวมาจนได้ ”“ นาย!! ” ทุกยังจำคนที่ฉันเดินชนเมื่อหลายวันก่อนได้ไหม คนที่เข้ามาช่วยคือผู้ชายคนนั้น พอตั้งสติได้ฉันก็แกะมือผู้ชายที่จับฉันออกแล้วเดินไปหลบอยู่ด้านหลังนายคนนั้นฉันจะต้องเรียกเขาว่ายังดีนะ“ นิสัยเหี้ยเหมือนลูกพี
“ แกกลับเลยไหม ” ฉันถามน้ำหวานในขณะที่เราสองคนกำลังเดินลงมาจากอาคารเรียนที่พึ่งปั่นงาน และไปส่งมาเมื่อกี้“ กลับเลยอ่ะ งานบ้านั้นสูบพลังฉันหมดแล้ว ” อย่าว่าแต่น้ำหวานเลยฉันก็เหมือนกัน“ แล้วแกอ่ะผัก กลับเลยไหมหรือวันนี้ทำงาน ”“ กลับหอเลยวันนี้ไม่มีงาน ” โชคดีมากๆที่วันนี้เป็นวันหยุดไม่งั้นฉันคงต้อ
“ น้ำหวาน ” ฉันเรียกเพื่อนตัวเองเสียงเบาเอาแบบให้ได้ยินกันแค่สองคน“ หื้มมม ”“ แกรู้สึกไหม ” ฉันก็ถามต่อ“ รู้สึก ? รู้สึกดิ ” น้ำหวานทวนคำถามก่อนจะตอบกลับมา“ จริงหรอ แกก็รู้สึกเหมือนฉันใช่ไหม ” ฉันถามต่อด้วยความตื่นเต้น แสดงว่าฉันไม่ได้คิดไปเองคนเดียว“ ใช่รู้สึก รู้สึกว่าทำไมงานมันเยอะแบบนี้ ทุ







