Masuk“ นี่ห้องนายหรอ ” ฉันค่อยๆก้าวเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยมอย่างกล้าๆกลัวๆ
“ คิดก่อนถามแล้วใช่ไหม ” เขาจะด่าฉันว่าโง่อีกแล้วใช่ไหม
“ นายอยู่คนเดียวหรอ ”
“ แล้วเห็นว่ามีกี่คน ” โอเคฉันจะไม่ถามอะไรเขาอีกแล้ว
“ ..... ” แล้วทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบส่วนฉันก็ได้แต่ยืนอยู่กลางห้องโดยที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี จะเดินไปนั่งที่โซฟาก็กลัวว่ามันจะเสียมารยาทไปไหมเจ้าของห้องยังไม่ได้บอกให้นั่งเลย จะถามก็กลัวว่าเขาจะว่าฉันถามอะไรโง่ๆอีก เดาใจผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลยจริงๆ
“ จะยืนถึงเช้าเลยไหม ” นั้นไง ฉันโดนอีกแล้ว
ฟุบ
ในเมื่อเขาพูดแบบนั้นฉันก็เดินไปนั่งที่โซฟาทันที เหอะ ผู้ชายบ้าอะไร
“ ..... ” แล้วความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง มันน่าอึดอัดชะมัด
“ นายรู้จักคนพวกนั้นหรอ ”
“ เออ ” ตอบคำถามให้ดีกว่านี้ไม่ได้แล้วรึไง
“ ไม่ถูกกันหรอ ” จริงๆฉันไม่ต้องถามก็พอจะเดาได้อยู่
“ หึ เสือกเก่งเหมือนกันนิ ” นี่คือคำพูดที่ผู้ชายเขาพูดกับผู้หญิงหรอ ให้ตายเหอะ
“ เธอไปทำอะไรพวกมัน ”
“ เสือกเก่งเหมือนกันนิ ” ด่ามาด่ากลับไม่โกงค่ะ
“ คิดดีแล้วที่พูดออกมา ? ” เขาเลิกคิ้วถามฉัน ชิ๊ ฉันมันเลือกอะไรไม่ได้อยู่แล้วนิ
“ ฉันไม่ได้ทำอะไร ” จะบอกว่ารู้จักไหมก็ไม่ เจอกันนับครั้งได้มั้ง จะเอาเวลาไหนไปรู้จักหรือทำอะไรคนพวกนั้นได้ อีกอย่างฉันมันก็ ผู้หญิงตัวเล็กๆจะทำอะไรใครได้
“ ไม่น่าใช่ ” ไม่น่าใช่อะไรของเขา ช่วยคุยอะไรให้ฉันเข้าใจด้วยได้ไหมเนี่ย
“ เออจริงซิ ” อยู่ ๆฉันก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เลยค้นกระเป๋าตัวเอง ฉันเก็บมันเอาไว้ในกระเป๋านี้แหละ อยู่ตรงไหนนะ ? เจอแล้ว
“ นี่ใช่ของนายรึเปล่า ” ฉันหยิบมันออกมาแล้วยื่นให้เขาดู มันคือเกียร์ที่ฉันเก็บได้ตอนนั้น จริงๆจะเอาไปแจ้งที่คณะวิศวะนั้นแหละ แต่ไม่มีเวลาไป สองสามวันมานี้ฉันมีงานที่ต้องรีบปั่นส่งอาจารย์
“ !!! ” เขาทำหน้าตกใจใส่ฉันเมื่อเห็นเกียร์ แล้วคือยังไง ? ตกใจคือใช่หรือไม่ใช่
“ อ่ะ ” คืออะไร จะหยิบออกไปแบบกระชากแบบนี้หรอ ขอพูดเป็นครั้งที่ร้อยว่าผู้ชายคนนี้มันนิสัยไม่ดี ไม่เลยสักนิด
“ เธอไปเอามันมาจากไหน ”
“ ก็ตอนที่เดินชนกันเมื่อสี่วันก่อน ” ชนกันโดยที่เขาไม่สนใจแม้แต่คำขอโทษฉันด้วยซ้ำ
“ สรุปเป็นของนายหรอ ” ก็เขายังไม่ตอบฉันเลย แต่เชื่อไหมถามอีกครั้งเขาก็ยังไม่ตอบแต่กลับใส่มัน งั้นฉันสรุปเองก็ได้ว่ามันคือของเขาก็เล่นเอาไปใส่แบบนั้น แล้วไงต่อจะขอบคุณฉันไหม
“ มองหน้าทำไม ” คงจะเป็นเพราะมองหน้าเขานานไปมั้ง ก็นานแหละฉันจ้องขนาดนั้น
“ ขอบคุณไง ”
“ ขอบคุณ ? ”
“ ก็ขอบคุณฉันไง ฉันเก็บมันเอาไว้ให้นะ ” แต่ก็เกือบทำมันหายตอนขึ้นรถเมล์ดีนะที่ตอนนั้นนักศึกษากลุ่มนั้น เดี๋ยวนะ!
“ ฉันเจอพวกนั้นตอนอยู่บนรถเมล์ ” อยู่ ๆฉันก็พูดขึ้นโดยไม่มีปี่ไม่ขลุ่ย
“ อะไรของเธอ ”
“ ก็คนพวกนั้นไง ฉันเจอตอนอยู่บนรถเมล์ หรือพวกนั้นจะไม่พอใจที่ฉันชนพวกเขา ”
“ แต่มันก็อุบัติเหตุ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ” ก็รถเมล์มันเบรกกระทันหันใครมันจะไปทันตั้งตัว
“ หรือว่าจะไม่พอใจที่ฉันขอเกียร์คืน ” อาจจะใช่ก็ได้มั้งเพราะหลังจากที่ขอเกียร์คืนพวกเขาก็เริ่มมองฉันแปลกๆ
“ หมายถึงอะไร!? ” อยู่ ๆ เขาก็พุ่งตัวเข้ามาหาฉัน เป็นอะไรของเขาไปอีกเนี่ย
“ ก็เกียร์ของนายไง ฉันทำมันตกแล้วใครสักคนในพวกนั้นแหละเก็บได้ ฉันเลยขอคืน ” แล้วทำไมฉันต้องมาอธิบายให้เขาฟังด้วย
หมับ !
“ แล้วไงต่อ ”
“ อะไรของนายเนี่ย ฉันเจ็บนะ ” ก็ดูเขาดิอยู่ ๆก็เป็นอะไรไป แล้วทำไมต้องมาจับแขนฉันด้วย ฉันเจ็บนะฉันบอกเลยแรงเขาก็ไม่ใช่น้อยๆ
“ ถามก็ตอบ ! ” เขาเพิ่มแรงที่จับแขนฉันไปอีก
“ กะ .... ก็ขอคืน แล้วพวกนั้น อึก ก็ถามว่าของใคร ” ฉันตอบออกไปเสียงสั่นเพราะตอนนี้ฉันเจ็บจนอยากจะร้องแล้ว
“ เธอตอบพวกมันไปว่าอะไร ” เขากระชากฉันเข้าหาตัวและมันก็แรงพอที่ทำให้ฉันลอยไปหาเขาง่ายๆเลย
“ ของฉัน ” ฉันพยายามตอบออกไปให้นิ่งที่สุดทั้งที่ตอนนี้น้ำตาฉันจะไหลออกมาแล้วก็ตาม
“ เธอแม่งหาเรื่องใส่ตัว ยัยโง่ !! ” แล้วเขาก็ผลักตัวฉันลงโซฟาอย่างแรงจนฉันรู้สึกเจ็บและจุกไปหมด
“ ฉันในสายตานายมันโง่ขนาดนั้นเลยรึไง ” ฉันตะโกนออกไปอย่างสุดจะทน เขาจะอะไรกับฉันนักหนาตั้งแต่เจอกันเขาก็เอาแต่ว่า ฉันโง่ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันทำอะไรให้มันดูโง่ขนาดนั้น ฉันไม่รู้เลยว่าการเจอคนพวกนั้นกับเจอเขาในตอนนี้อะไรที่มันแย่กว่ากัน
“ ใช่เธอมันโง่!! ตอบไปแบบนั้นได้ไงวะ ” เขายังคงตะโกนใส่ฉันไม่หยุด
“ แล้วนายจะให้ฉันตอบยังไงละ ในเมื่อตอนนั้นฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นของใคร ”
“ ฉันแค่เก็บมันได้ และฉันก็แค่อยากคืนให้เจ้าของ ฉันผิดตรงไหน ทำไมนายต้องเอาแต่ว่าฉันแบบนี้ด้วย !! อึก ” ฉันก็คนเหมือนกับเขานะ มีหัวใจ มีความรู้สึก
“ อย่ามาร้องไห้ต่อหน้าฉัน มันน่ารำคาญ ” ขนาดฉันร้องไห้ฉันยังผิดเลย ทั้งๆที่ต้นเหตุมันก็มาจากเขา
“ ฉันก็ไม่ได้อยากจะร้องเหมือนกัน แต่ดูสิ่งที่นายทำกับฉัน มันน่าร้องไหมละ ” พูดจบฉันก็เดินกระแทกเท้าเดินเข้าไปในห้อง ห้องหนึ่ง มันเป็นห้องน้ำ ฉันเข้าไปเพื่อปรับอารมณ์ตัวเอง ฉันไม่อยากจะมาอ่อนแอต่อหน้าใคร แต่เมื่อกี้มันแค่อดทนไม่ไหว ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเหมือนกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยจะอ่อนแอแบบนี้
.
.
.
ผ่านไปสักพักเมื่อปรับอารมณ์ได้แล้วฉันเลยเดินออกมาจากห้องน้ำ ก็ยังเจอเขานั่งอยู่ที่โซฟาตัวเดิม ฉันเลยเดินไปที่โซฟาช้าๆ
“ เมื่อกี้ฉันขอโทษนะ ” ยังไงเมื่อกี้ฉันก็ผิดที่ไปตะคอกใส่เขา อีกอย่างคืนนี้ฉันก็ต้องพึ่งเขาสู้ขอโทษไปมันก็ไม่มีอะไรเสียหาย
“ พรุ่งนี้เธอไปเก็บเสื้อผ้าแล้วย้ายมาอยู่นี้ ”
“ ห้ะ !? ” ฉันปรับอารมณ์แทบไม่ทัน หมายความว่าไง
“ ตอนนี้พวกมันคงคิดว่าเธอเป็นแฟนฉัน ” แฟน ?
“ แต่ว่าฉัน ..... ”
“ พวกมันคิดไปแล้ว ” จะคิดแบบนั้นได้ยังในเมื่อเขากับฉันไม่ใช่แฟนกัน อย่าว่าอย่างนู้นอย่างนี้เลย ชื่อเขาฉันยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ
“ งั้นฉันจะไปอธิบายให้พวกเขาเข้าใจเอง ” มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ถ้าฉันไปอธิบายพวกเขาฟังคงจะเข้าใจและก็เลิกยุ่งกับฉันไปเอง
“ เธอคิดว่าพวกมันจะเชื่อ ? แค่มันเห็นเกียร์มันก็คิดขนาดนี้แล้ว ไหนจะวันนี้อีก ”
“ แต่ว่าฉันกับนายเราไม่ได้เป็น....”
“ ถ้าเธอพอจะมีสมองอยู่บ้างก็น่าจะคิดได้นะว่าตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกอะไรเลย ” แล้วชีวิตหลังจากนี้ฉันต้องเจออะไรบ้าง ฮืออออ ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย
" อื้ออ " ฉันขยับตัวเมื่อแสงอาทิตย์ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา อาการปวดหัวก็ตรงเข้าเล่นงานฉันทันที ไม่น่าเลยผักขม ไม่น่ากินเข้าไปเลย ปวดหัวชะมัด" อ้ะ " พอเริ่มขยับตัวฉันก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวโดยเฉพาะส่วนนั้นและรู้สึกเหมือนมีอะไรอย่าตรงน้องสาวฉัน ฉันลืมตาขึ้นมาและพบกับภาพบรรยากาศมันแตกต่างไปจากเดิม ฉันพยายามมองไปรอบๆห้องว่าที่นี้มันคือที่ไหนและมันเกิดอะไรขึ้น" ห้องนอนบัลลังก์ " ใช่นี่มันห้องนอนของบัลลังก์ฉันจำได้แล้วทำไม" อื้ออ " ก่อนความคิดของฉันจะไปไหนต่อก็มีเสียงที่ดังมาจากด้านหลังพร้อมกับการกระชับตัวฉันให้แน่นขึ้นและภาพทุกอย่างมันก็ค่อยๆไหลเข้ามา ไม่จริงๆมันอาจจะเป็นความฝันก็ได้ ฉันก้มลงมองตัวเองก็รู้ว่ามันไม่ใช่ความฝัน ทั้งฉันและบัลลังก์กำลังนอนเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่อยู่บนเตียง ฉันพยายามตั้งสติของตัวเองไม่ให้เตลิดไปไกลกว่านี้แล้วพยายามแกะมือของบัลลังก์ออกอย่างเบามือที่สุด ไม่นานมันก็ออกจนได้ ถึงเจ้าตัวจะรู้สึกรำคาญที่มีคนรบกวนเวลานอนก็ตาม" อึก " ฉันกลั้นเสียงไม่ให้มันดังออกมา ทันทีที่เท้าฉันแตะพื้นความเจ็บก็ตรงเข้าเล่นงานฉันทันที ฉันข่มความเจ็บเอาไว้แล้วเดินไปหยิบเสื้อของบัลลังก
สวบบบ !!! " กรี๊ดดดด "" ไอฉิบหาย "ผมก้มลงมองจุดที่เชื่อมกันอยู่มันมีเลือดสีแดงสดที่ซึมออกมา จริงๆก็แอบคิดนะว่าผักขมอาจจะซิงแต่ก็คิดว่าคงไม่ซิงเหมือนกันเพราะเกิดมาอายุก็ขนาดนี้แล้วจะไม่เคยเลยสักครั้งมันก็ไม่น่าจะใช่ แต่พอมาเจอแบบนี้แม่งไม่อยากจะเชื่อว่าผมจะเป็นคนแรก เกิดมาผมก็พึ่งจะเคยเปิดซิงยัยนี่คนแรก" อะ.... เอาออกไป เจ็บ " ผักขมพยายามจะผลักตัวผมออก แต่โทษทีว้ะ" มาขนาดนี้เอาออกก็โง่ดิว้ะ " เรื่องมันมาถึงขนาดนี้จะให้ผมเอาออกเพื่อฆ่าตัวเองได้ยังไง" ฉันเจ็บบัลลังก์ " ผักขมก็ร้องออกมาอีกครั้ง“ เออ! รู้แล้ว คิดว่าเจ็บคนเดียวรึไง ” " อย่าเกร็งดิว้ะ ฉันขยับไม่ได้ " ผมเข้าใจว่าครั้งแรกมันเจ็บแล้วมาเจอขนาดอย่างผมเข้าไปอีกมันก็ยิ่งเจ็บ แต่มันไม่ใช่แค่เธอไงว้ะ ผมก็เจ็บแม่งเล่นเกร็งจนผมขยับไม่ได้ ลูกชายผมมันก็ปวดตามไปด้วย จนผมต้องโน้มตัวขึ้นไปจูบเพื่อให้ผักขมผ่อนคลายถ้าเธอยังเกร็งอยู่แบบนี้ทั้งผมทั้งเธอจะตายกันหมดจ๊วบ จ๊วบผมใช้ทั้งปากที่ดูดดึงปากของผักขมและมือที่บีบหน้าอกเธอเพื่อให้เธอมีอารมณ์ร่วมกับผมไปด้วย เมื่อเห็นว่าผักขมผ่อนคลายขึ้นผมเลยใช้มือแยกขาเธอออกให้กว้างขึ้นเพื่อให้ผมได้อ
-คอนโดบัลลังก์-“ เดินดีๆดิว่ะ ” ผมก้มลงไปดุคนที่อยู่ในอ้อมกอด แม่งก็เล่นเดินไปข้างหน้าสามก้าวถอยหลังสองก้าวแบบนี้เมื่อไหร่มันจะถึง แล้วตอนนี้ผมก็เริ่มจะหงุดหงิดแล้วด้วย“ อื้อ ดุอีกแล้ว ดุเหมือนหมาเลย ” เหอะ ยัยนี้เมาแล้วกล้าขึ้นเยอะเลยว่ะ กล้าด่าผมว่าเป็นหมาเลย“ แล้วอยากโดนหมากัดไหมละ ” แม่งจะกัดให้ปากเปื่อยเลย“ คิคิ ครายยเขาจะอยากโดนกัด เมื่อไหร่จะถึงเนี่ย ” ผักขมหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วก็บ่น มันคงจะถึงเหอะเล่นเดินอยู่แบบนี้ ผมเลยตัดสินใจอุ้มผักขมขึ้นแล้วเดินเข้าลิฟท์ไปฟึด ฟึดไม่นานลิฟท์ก็ขึ้นมาถึงชั้นที่ผมอยู่ ผมก็รีบเดินให้ถึงห้องแต่ระหว่างนั้นผักขมก็ใช้จมูกมาดมๆตรงซอกคอผม แม่ง จะรู้ไหมว่ะว่าที่ทำอยู่มันกำลังทำให้ผมหมดความอดทน“ อยู่นิ่งๆดิว่ะ ” ผมว่าผักขมอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆว่าเธอลงบนโซฟา ก็ที่ประจำของผักขมนั้นแหละ จะหาว่าผมใจร้ายให้ผู้หญิงนอนโซฟาก็ได้ เพราะผมก็ไม่ใช่คนใจดีอยู่แล้วที่ยอมให้มาอยู่ด้วยก็ใจดีมากเกินพอแล้ว ปกติผมไม่ชอบให้ใครมาอยู่ในที่ส่วนตัวนอกจากเพื่อนผม“ อ่าาา ปวดหัวจัง ” นิ่งไปได้สักพักผักขมก็บิดตัวแล้วพึมพำออกมา“ แม่งไม่รู้จะโทษใครเลยไอสัส ” จะด่าไอสงคร
“ นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว ” พอเดินมาถึงโต๊ะเสียงของสงครามก็ดังขึ้นมาก่อนเลย“ หึ ไม่มาได้มั้ง มึงเล่นโทรจิกเป็นเมียมันขนาดนั้น ” และเสียงของเก้าทัพก็ตามมา สองคนนี้เถียงกันได้ตลอดจริงๆซินะ“ แต่งตัวมาน่ารักมากเลยผักขม ” “ อ๋อ....เอ่อ ขอบคุณนะ ” ฉันไม่รู้จะตอบกลับสงครามไปยังไงดี ก็เล่นพูดออกมาตรงๆแบบนั้นฉันเลยคิดคำตอบได้แค่นี้แล้วยิ้มให้สงครามไป“ อยากตาย ? ” บัลลังก์พูดแล้วกระตุกให้ฉันนั่งลงข้างๆเขา ฉันไปทำอะไรให้บัลลังก์ไม่พอใจอีกแล้วละ“ อ่ะ ! ” นั่งได้ไม่นานสงครามก็ยื่นแก้วมาที่ฉันและบัลลังก์“ มาช้าก็ต้องโดนลงโทษ หมดแก้วครับ ” สงครามพูดและยิ้มไปด้วย แต่ฉันนี่ซิยิ้มไม่ออก ฉันดื่มได้นะ แต่ฉันไม่ได้คอแข็งอะไรขนาดนั้นไง ปกติฉันจะเป็นสายจิบ ไม่ก็ค็อกเทลสองสามแก้ว หรือไม่ก็ไม่แตะเลย“ เร็วดิ วันเกิดกูนะเว้ยไอสัส ” เหมือนสงครามจะพูดกดดันบัลลังก์นะ แต่มันก็ดูกดดันฉันไปในตัวด้วย“ เออ ” อึก อึก ปึก !บัลลังก์ยกแก้วที่มีน้ำสีอำพันที่เกือบเต็มแก้วลงคอไปไม่นานมันก็หมด แล้วกระแทกแก้วลงบนโต๊ะ เลยทำให้สงครามเลื่อนสายตามามองฉันต่อ เหมือนบอกกลายๆว่าถึงตาฉันต้องดื่มเข้าไปแล้ว เห้อ เอาว่ะผักขมก
“ ให้มันน้อยๆหน่อยไอบรรลัย ”“ หึ ” ฉันหลุดขำออกมากับชื่อที่สงครามใช้เรียกบัลลังก์ ฉันว่ามันก็ฟังดูเข้ากับเขาดีนะ บรรลัย“ ขำอะไร ” แต่คนที่ดูจะไม่ชอบน่าจะเป็นบรรลัย เอ๊ย บัลลังก์ ดูดิมองหน้าฉันเหมือนจะบีบคอให้ฉันตายตรงนี้เลย“ ก็เปล่านิ ” ฉันตอบไปนิ่งๆทั้งที่ในใจยังคงพยายามกลั้นขำอยู่ คิดได้ไงนะสงคราม“ แยกกันเลยไหม ” เก้าทัพถามออกมา“ เออ แยกเลย ” บัลลังก์ก็เป็นคนตอบคำถามนั้นตามด้วยสงคราม แล้วก็ออกศึกที่พยักหน้าตอบรับ ออกศึกเขาจะไม่พูดอะไรออกมาเลยรึไง อยากฟังเสียงเขา“ คืนนี้ห้ามเบี้ยวนัดนะเว้ย ” แต่ก่อนจะแยกย้ายกันก็ไม่วายที่สงครามจะพูดย้ำออกมา คืนนี้พวกเขานัดไปทำอะไรกันละมั้ง“ เออ ย้ำเป็นยาหลังอาหารเลยนะมึง ” เก้าทัพก็เป็นคนตอบกลับไป ดูเหมือนว่าสองคนนี้จะชอบเถียงกันนะ“ ก็กูกลัวพวกมึงเบี้ยว เธอก็ไปด้วยดิ ผักขม ”“ ฉันหรอ ” ฉันชี้หน้าตัว ฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย“ อื้ม ไปด้วยนะ ”“ ฉันว่า .... ”“ เอาเป็นว่าตกลงนะ ส่วนมึงไอออสพามิลินไปด้วยนะ เจอกันคืนนี้ บาย ” แล้วสงครามก็เดินออกไปเลย เดี๋ยวนะฉันยังไม่ได้ตอบตกลงว่าจะไปหรืออะไรเลย“ ไว้เจอกัน ” ตามมาด้วยเก้าทัพแล้วออกศึกที่เดินตามออกไป
วันต่อมา“ อ่ะ ” บัลลังก์ยื่นบางอย่างมาให้ฉัน“ ให้ฉันทำไมอ่ะ ” ฉันก้มลงมองของที่อยู่ในมือตัวเอง มันคือเกียร์ที่ฉันพึ่งคืนบัลลังก์ไป“ ใส่ไว้ ” ใส่ทำไม?“ คนอื่นจะได้รู้ว่าเธอคือ ผู้หญิงของฉัน ” ผู้หญิงของบัลลังก์หรอ ทำไมฉันถึงรู้สึกใจเต้นแปลกๆกับประโยคนี้“ แล้วมันต่างกับคนอื่นยังไง ” มันก็เป็นสัญลักษณ์รูปเกียร์หมด แล้วมันจะต่างจากคนอื่นยังไง“ มันมีรหัสอยู่ ” ฉันก็ก้มลงมองเกียร์ที่อยู่ในมืออีกครั้ง ซึ่งมันมีตัวเลยสลักไว้บนนั้นจริงๆ มันเป็นแบบนี้นี่เองเด็กวิศวะถึงแยกเกียร์กันออกว่าของใครเป็นของใคร จริงๆฉันก็แอบสงสัยมาตั้งนานแล้วละว่าเขาแยกกันยังไง“ อีกอย่างสร้อยเส้นนี้ฉันก็ทำขึ้นมาเอง มันไม่เหมือนใครแน่นอน ” จริงๆสร้อยของบัลลังก์มันก็ดูแปลกตาจริงๆ อย่างที่ฉันบอกไปว่าสร้อยเขามันดูสะดุดตา“ นายใส่ให้หน่อยได้ไหม ” ฉันถามออกไปเสียงเบากลัวจะทำอะไรไม่ถูกใจเขาอีก“ มานี่ ” เพราะฉันกับบัลลังก์นั่งกันคนละฝั่งกัน บัลลังก์เลยให้ฉันขยับไปหาเขาเอง ฉันเลยลุกขึ้นแล้วเดินไปหาเขา“ อ่ะ ”ตุบ !ฉันร้องออกมาด้วยความตกใจก็แทนที่บัลลังก์จะใส่ให้ฉันดีๆ เขากลับกระชากตัวฉันให้นั่งลงบนตักเขา มันก็รู้สึกแปลก







