เข้าสู่ระบบ“ นี่ห้องนายหรอ ” ฉันค่อยๆก้าวเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยมอย่างกล้าๆกลัวๆ
“ คิดก่อนถามแล้วใช่ไหม ” เขาจะด่าฉันว่าโง่อีกแล้วใช่ไหม
“ นายอยู่คนเดียวหรอ ”
“ แล้วเห็นว่ามีกี่คน ” โอเคฉันจะไม่ถามอะไรเขาอีกแล้ว
“ ..... ” แล้วทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบส่วนฉันก็ได้แต่ยืนอยู่กลางห้องโดยที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี จะเดินไปนั่งที่โซฟาก็กลัวว่ามันจะเสียมารยาทไปไหมเจ้าของห้องยังไม่ได้บอกให้นั่งเลย จะถามก็กลัวว่าเขาจะว่าฉันถามอะไรโง่ๆอีก เดาใจผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลยจริงๆ
“ จะยืนถึงเช้าเลยไหม ” นั้นไง ฉันโดนอีกแล้ว
ฟุบ
ในเมื่อเขาพูดแบบนั้นฉันก็เดินไปนั่งที่โซฟาทันที เหอะ ผู้ชายบ้าอะไร
“ ..... ” แล้วความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง มันน่าอึดอัดชะมัด
“ นายรู้จักคนพวกนั้นหรอ ”
“ เออ ” ตอบคำถามให้ดีกว่านี้ไม่ได้แล้วรึไง
“ ไม่ถูกกันหรอ ” จริงๆฉันไม่ต้องถามก็พอจะเดาได้อยู่
“ หึ เสือกเก่งเหมือนกันนิ ” นี่คือคำพูดที่ผู้ชายเขาพูดกับผู้หญิงหรอ ให้ตายเหอะ
“ เธอไปทำอะไรพวกมัน ”
“ เสือกเก่งเหมือนกันนิ ” ด่ามาด่ากลับไม่โกงค่ะ
“ คิดดีแล้วที่พูดออกมา ? ” เขาเลิกคิ้วถามฉัน ชิ๊ ฉันมันเลือกอะไรไม่ได้อยู่แล้วนิ
“ ฉันไม่ได้ทำอะไร ” จะบอกว่ารู้จักไหมก็ไม่ เจอกันนับครั้งได้มั้ง จะเอาเวลาไหนไปรู้จักหรือทำอะไรคนพวกนั้นได้ อีกอย่างฉันมันก็ ผู้หญิงตัวเล็กๆจะทำอะไรใครได้
“ ไม่น่าใช่ ” ไม่น่าใช่อะไรของเขา ช่วยคุยอะไรให้ฉันเข้าใจด้วยได้ไหมเนี่ย
“ เออจริงซิ ” อยู่ ๆฉันก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เลยค้นกระเป๋าตัวเอง ฉันเก็บมันเอาไว้ในกระเป๋านี้แหละ อยู่ตรงไหนนะ ? เจอแล้ว
“ นี่ใช่ของนายรึเปล่า ” ฉันหยิบมันออกมาแล้วยื่นให้เขาดู มันคือเกียร์ที่ฉันเก็บได้ตอนนั้น จริงๆจะเอาไปแจ้งที่คณะวิศวะนั้นแหละ แต่ไม่มีเวลาไป สองสามวันมานี้ฉันมีงานที่ต้องรีบปั่นส่งอาจารย์
“ !!! ” เขาทำหน้าตกใจใส่ฉันเมื่อเห็นเกียร์ แล้วคือยังไง ? ตกใจคือใช่หรือไม่ใช่
“ อ่ะ ” คืออะไร จะหยิบออกไปแบบกระชากแบบนี้หรอ ขอพูดเป็นครั้งที่ร้อยว่าผู้ชายคนนี้มันนิสัยไม่ดี ไม่เลยสักนิด
“ เธอไปเอามันมาจากไหน ”
“ ก็ตอนที่เดินชนกันเมื่อสี่วันก่อน ” ชนกันโดยที่เขาไม่สนใจแม้แต่คำขอโทษฉันด้วยซ้ำ
“ สรุปเป็นของนายหรอ ” ก็เขายังไม่ตอบฉันเลย แต่เชื่อไหมถามอีกครั้งเขาก็ยังไม่ตอบแต่กลับใส่มัน งั้นฉันสรุปเองก็ได้ว่ามันคือของเขาก็เล่นเอาไปใส่แบบนั้น แล้วไงต่อจะขอบคุณฉันไหม
“ มองหน้าทำไม ” คงจะเป็นเพราะมองหน้าเขานานไปมั้ง ก็นานแหละฉันจ้องขนาดนั้น
“ ขอบคุณไง ”
“ ขอบคุณ ? ”
“ ก็ขอบคุณฉันไง ฉันเก็บมันเอาไว้ให้นะ ” แต่ก็เกือบทำมันหายตอนขึ้นรถเมล์ดีนะที่ตอนนั้นนักศึกษากลุ่มนั้น เดี๋ยวนะ!
“ ฉันเจอพวกนั้นตอนอยู่บนรถเมล์ ” อยู่ ๆฉันก็พูดขึ้นโดยไม่มีปี่ไม่ขลุ่ย
“ อะไรของเธอ ”
“ ก็คนพวกนั้นไง ฉันเจอตอนอยู่บนรถเมล์ หรือพวกนั้นจะไม่พอใจที่ฉันชนพวกเขา ”
“ แต่มันก็อุบัติเหตุ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ” ก็รถเมล์มันเบรกกระทันหันใครมันจะไปทันตั้งตัว
“ หรือว่าจะไม่พอใจที่ฉันขอเกียร์คืน ” อาจจะใช่ก็ได้มั้งเพราะหลังจากที่ขอเกียร์คืนพวกเขาก็เริ่มมองฉันแปลกๆ
“ หมายถึงอะไร!? ” อยู่ ๆ เขาก็พุ่งตัวเข้ามาหาฉัน เป็นอะไรของเขาไปอีกเนี่ย
“ ก็เกียร์ของนายไง ฉันทำมันตกแล้วใครสักคนในพวกนั้นแหละเก็บได้ ฉันเลยขอคืน ” แล้วทำไมฉันต้องมาอธิบายให้เขาฟังด้วย
หมับ !
“ แล้วไงต่อ ”
“ อะไรของนายเนี่ย ฉันเจ็บนะ ” ก็ดูเขาดิอยู่ ๆก็เป็นอะไรไป แล้วทำไมต้องมาจับแขนฉันด้วย ฉันเจ็บนะฉันบอกเลยแรงเขาก็ไม่ใช่น้อยๆ
“ ถามก็ตอบ ! ” เขาเพิ่มแรงที่จับแขนฉันไปอีก
“ กะ .... ก็ขอคืน แล้วพวกนั้น อึก ก็ถามว่าของใคร ” ฉันตอบออกไปเสียงสั่นเพราะตอนนี้ฉันเจ็บจนอยากจะร้องแล้ว
“ เธอตอบพวกมันไปว่าอะไร ” เขากระชากฉันเข้าหาตัวและมันก็แรงพอที่ทำให้ฉันลอยไปหาเขาง่ายๆเลย
“ ของฉัน ” ฉันพยายามตอบออกไปให้นิ่งที่สุดทั้งที่ตอนนี้น้ำตาฉันจะไหลออกมาแล้วก็ตาม
“ เธอแม่งหาเรื่องใส่ตัว ยัยโง่ !! ” แล้วเขาก็ผลักตัวฉันลงโซฟาอย่างแรงจนฉันรู้สึกเจ็บและจุกไปหมด
“ ฉันในสายตานายมันโง่ขนาดนั้นเลยรึไง ” ฉันตะโกนออกไปอย่างสุดจะทน เขาจะอะไรกับฉันนักหนาตั้งแต่เจอกันเขาก็เอาแต่ว่า ฉันโง่ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันทำอะไรให้มันดูโง่ขนาดนั้น ฉันไม่รู้เลยว่าการเจอคนพวกนั้นกับเจอเขาในตอนนี้อะไรที่มันแย่กว่ากัน
“ ใช่เธอมันโง่!! ตอบไปแบบนั้นได้ไงวะ ” เขายังคงตะโกนใส่ฉันไม่หยุด
“ แล้วนายจะให้ฉันตอบยังไงละ ในเมื่อตอนนั้นฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นของใคร ”
“ ฉันแค่เก็บมันได้ และฉันก็แค่อยากคืนให้เจ้าของ ฉันผิดตรงไหน ทำไมนายต้องเอาแต่ว่าฉันแบบนี้ด้วย !! อึก ” ฉันก็คนเหมือนกับเขานะ มีหัวใจ มีความรู้สึก
“ อย่ามาร้องไห้ต่อหน้าฉัน มันน่ารำคาญ ” ขนาดฉันร้องไห้ฉันยังผิดเลย ทั้งๆที่ต้นเหตุมันก็มาจากเขา
“ ฉันก็ไม่ได้อยากจะร้องเหมือนกัน แต่ดูสิ่งที่นายทำกับฉัน มันน่าร้องไหมละ ” พูดจบฉันก็เดินกระแทกเท้าเดินเข้าไปในห้อง ห้องหนึ่ง มันเป็นห้องน้ำ ฉันเข้าไปเพื่อปรับอารมณ์ตัวเอง ฉันไม่อยากจะมาอ่อนแอต่อหน้าใคร แต่เมื่อกี้มันแค่อดทนไม่ไหว ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเหมือนกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยจะอ่อนแอแบบนี้
.
.
.
ผ่านไปสักพักเมื่อปรับอารมณ์ได้แล้วฉันเลยเดินออกมาจากห้องน้ำ ก็ยังเจอเขานั่งอยู่ที่โซฟาตัวเดิม ฉันเลยเดินไปที่โซฟาช้าๆ
“ เมื่อกี้ฉันขอโทษนะ ” ยังไงเมื่อกี้ฉันก็ผิดที่ไปตะคอกใส่เขา อีกอย่างคืนนี้ฉันก็ต้องพึ่งเขาสู้ขอโทษไปมันก็ไม่มีอะไรเสียหาย
“ พรุ่งนี้เธอไปเก็บเสื้อผ้าแล้วย้ายมาอยู่นี้ ”
“ ห้ะ !? ” ฉันปรับอารมณ์แทบไม่ทัน หมายความว่าไง
“ ตอนนี้พวกมันคงคิดว่าเธอเป็นแฟนฉัน ” แฟน ?
“ แต่ว่าฉัน ..... ”
“ พวกมันคิดไปแล้ว ” จะคิดแบบนั้นได้ยังในเมื่อเขากับฉันไม่ใช่แฟนกัน อย่าว่าอย่างนู้นอย่างนี้เลย ชื่อเขาฉันยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ
“ งั้นฉันจะไปอธิบายให้พวกเขาเข้าใจเอง ” มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ถ้าฉันไปอธิบายพวกเขาฟังคงจะเข้าใจและก็เลิกยุ่งกับฉันไปเอง
“ เธอคิดว่าพวกมันจะเชื่อ ? แค่มันเห็นเกียร์มันก็คิดขนาดนี้แล้ว ไหนจะวันนี้อีก ”
“ แต่ว่าฉันกับนายเราไม่ได้เป็น....”
“ ถ้าเธอพอจะมีสมองอยู่บ้างก็น่าจะคิดได้นะว่าตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกอะไรเลย ” แล้วชีวิตหลังจากนี้ฉันต้องเจออะไรบ้าง ฮืออออ ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย
“ คืนนี้ค้างที่ห้องฉันไม่ได้เหรอ ”“ เราคุยเรื่องนี้กันแล้วนะบัลลังก์ ” เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่ฉันคุยกับบัลลังก์เรื่องนี้ ทุกครั้งที่มานั่งเล่นห้องบัลลังก์ก่อนกลับคอนโดน้ำหวาน บัลลังก์จะรบเร้าให้ฉันค้างตลอด ซึ่งมันไม่จบแค่นอนค้างคืนเฉยๆไง -_-! หลังๆมาฉันเลยต้องปฏิเสธตลอด“ ก็ฉันอยากอยู่กับเธออ่ะ เธอคงไม่รู้หรอกว่าการที่ไม่ได้นอนกอดเธอมันทรมานขนาดไหน ตื่นเช้ามาก็ไม่เจอเธอในอ้อมกอดมันปวดใจแค่ไหน ”“ อย่าเวอร์ได้ไหมบัลลังก์ ” เค้าจะเป็นอะไรขนาดไหน เวอร์มาก“ หึ ใช่ซิ มันก็คงมีแค่ฉันคนเดียวแหละที่อยากให้เราอยู่ด้วยกัน ”“ เธอมันคนใจร้าย ฉันไม่รักเธอแล้ว ”ปัง !“…” อึ้งค่ะ ฉันนั่งอึ้งอยู่บนโซฟา หลังจากที่ตัดพ้อตัวเองเสร็จก็เดินงอนเข้าห้องนอนไปเลย แถมยังปิดประตูเสียงดังด้วย ประตูพังแล้วมั้งนั้น- บัลลังก์ -“ ยังไม่ตามเข้าง้อมาอีก อะไรวะ! ” ผมเข้าห้องมาสักพักแล้วแต่ก็ยังไร้วี่แววของคนที่ควรเข้ามาง้อผม นี้ผมงอนอยู่นะเว้ย ไม่คิดจะมาง้อกันเหรอ นี้มันก็เกือบสองเดือนแล้วนะที่ผักขมย้ายออกไป และผมก็ไม่ได้เวอร์ด้วย ที่ผมพูด ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ผักขมเธอทำของใส่ผมรึเปล่าวะ ทำไมผมถึงทั้ง
“ ไปรับถึงไหนว้ะ นานฉิบหาย ” ฉันต้องบอกไหมค่ะว่าใครเป็นคนพูด แต่ฉันว่าทุกคนน่าจะเดากันได้นะ“ แล้วมึงจะไปเสือกอะไรเรื่องของเค้าว่ะ ไอสง ”“ ก็กูอยากรู้ ว่าแต่มึงเถอะเสือกอะไรเรื่องของกู ”“ เอ้า ไอเวรนี้ ”“ มึงเริ่มก่อนนะไอเก้า ”“ เลิกเล่นกันได้ยัง ” ก่อนที่สงครามกับเก้าทัพจะวุ่นวายไปมากกว่านี้บัลลังก์ก็ถามขึ้นนิ่งๆ ซึ่งมันได้ผลเก้าทัพและสงครามเงียบไม่พูดไรต่อ แต่ทั้งสองคนกลับมองหน้ากันก่อนจะหันมามองหน้าบัลลังก์“ มึงเป็นไรว่ะ ” แล้วก็เป็นสงครามที่ถามออกมา“ ผักขม เธออยากกินอะไร ” บัลลังก์เค้าเมินคำถามของสงครามแล้วหันมาถามฉันแทน ส่วนสงครามนะเหรอ“ ชิ้ กูมันไม่ใช่ผักขมซินะมึงถึงไม่สนใจ ” ค่ะ ก็ตามนั้น“ อื้มม ก๋วยเตี๋ยวไก่ร้านนั้นอ่ะ ” ฉันมองไปรอบๆก่อนจะชี้ไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ ไม่ได้กินนานแล้ว จะว่าไปนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันมากินข้าวที่คณะวิศวะเลยนะตั้งแต่ที่ฉันตัดสินใจออกห่างจากบัลลังก์“ เดี๋ยวฉัน…”“ เดี๋ยวฉันไปซื้อให้ เธอนั่งรอนี้แหละ ”“ ไม่เป็นไร ฉันไปซื้อเองได้ ”“ เดี๋ยวบัลลังก์ไปซื้อเอง ผักขมนั่งอยู่นี้แหละ เดินมาตั้งไกลคงเหนื่อยแล้ว ”“ ปล่อยมันไปซื้อเถอะ พูดยังไงเธอก็ไม่
- หลายอาทิตย์ต่อมา -“ ผักขม ”“ … ”“ ผักขม ”“ … ”“ ผักขม !!! ”“ บัลลังก์นายเป็นบ้าเหรอ จะตะโกนทำไม ”“ ก็เธอไม่ตอบฉัน ”“ แล้วมันใช่เวลาไหมที่นายเรียกฉันตอนนี้ ”“ ก็ถ้าไม่คุยตอนนี้… ”“ นักศึกษาตรงไหนจะคุยกันอีกนานไหม จะคุยก็ออกไปคุยข้างนอกรบกวนนอื่นเขา ”“ ขอโทษค่ะอาจารย์ ” ฉันรีบเอ่ยขอโทษอาจารย์แล้วก้มหัวเป็นการขอโทษเพื่อนในคลาสด้วย ก่อนที่จะหันไปคาดโทษบัลลังก์ ก็บอกแล้วว่ามันไม่ใชเวลายังจะมาคุยอีก แล้วเค้าเป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้สองสามวันมานี้ตัวติดกับฉันตลอด ถ้าเค้าไม่มีเรียนแต่ฉันมีก็จะมานั่งเรียนด้วยแบบนี้ ถ้ามาแล้วอยู่เงียบๆจะไม่เป็นอะไรเลย แต่มาแล้วสร้างปัญหาให้ฉันแบบนี้ฉันก็ทนไม่ไหวเหมือนกันนะ“ ฉัน… ”“ เงียบปากไปเลยนะบัลลังก์ ถ้านายยังพูดอีกแม้แต่คำเดียวฉันจะไม่คุยอะไรกับนายอีก คอยดู ” ฉันกัดฟังพูดกับเค้าตาก็มองที่อาจารย์สอน ดีแค่ไหนที่วิชานี้อาจารย์ไม่ได้เข้มงวดขนาดนั้น ไม่งั้นฉันได้โยนออกไปนอกห้องแล้วก็โดนหักคะแนนอันน้อยนิดไปแล้ว“ วันนี้อาจารย์ก็ขอจบการบรรยายไว้เพียงเท่านี้ มีใครสงสัยอะไรไหม ”“ …. ”“ ถ้าไม่มี งั้นอาจารย์ขอตัวก่อน ”“ ขอบคุณค่ะ / ครับ ” อาจารย์สอนดีมาก
“ อื้อ ” ฉันรู้สึกตัวเพราะแรงที่กอดกระชับฉันแน่นจนฉันแทบจะหายใจไม่ออกจนต้องลืมตาตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่ฉันเจอหลังจากลืมตาตื่นก็คือผู้ชายที่รังแกร่างกายฉันมาตลอดทั้งคืน กว่าเค้าจะหยุดก็ฟ้าสางอย่างที่เค้าพูดไว้จริงๆ“ ฉันจะเอาคืนนายยังไงได้บ้างนะ ” ฉันพูดขึ้นมาเบาๆเพราะกลัวคนที่หลับอยู่จะได้ยิน“ อื้มม ” เสียงของบัลลังก์ดังขึ้นมาเล็กน้อย เพราะโดนรบกวนจากการนอน ฉันแค่ขยับตัวนิดเดียวเองนะ ก็เค้ากอดฉันแน่นเกินไป แต่บัลลังก์เค้าก็ยอมคลายอ้อมกอดให้ฉัน แต่แค่นิดหน่อยเท่านั้น และนั้นก็ทำให้ฉันมองเห็นหน้าอกของบัลลังก์ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างเต็มตาอึก !ฉันเผลอกลืนน้ำลายลงคอที่มองเห็นมันใกล้ๆแบบนี้ และฉันก็คงไม่ผิดใช่ไหมที่จะห้ามใจตัวเองไม่อยู่จนต้องยื่นมือไปสัมผัสมัน“ แน่นมาก ” มันแน่นมากจริงๆ นี้เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ฉันสัมผัสมันตรงๆและนานขนาดนี้ ปกติจะเป็นฝ่ายโดนจับมากกว่า แต่ก็แอบกลัวโดนจับได้เหมือนกันนะที่มาจับหน้าอกบัลลังก์แบบนี้ ผู้หญิงที่ไหนเค้าจะมานอนจับ นอนลูบหน้าอกผู้ชายแบบนี้ ฉันเลยต้องจับต้องลูบอย่างเบามือที่สุดเพราะกลัวบัลลังก์จะตื่นขึ้นมา“ จะจับอีกนานไหม ”“ อื้ม ขออีกหน่อย ” ด
“ อะไรละที่นายรักมากกว่าศักดิ์ศรีของตัวเอง ” “ เธอไง ” “ เมื่อก่อนฉันยอมแลกทุกอย่างเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตัวเอง แต่พอมีเธอเข้ามาในชีวิต ”“ เข้ามาเปลี่ยนสิ่งต่างๆ มันทำให้ฉันรู้ว่ามันมีสิ่งสำคัญกว่าศักดิ์ศรีที่ฉันต้องรักษา ” “ นั้นก็คือเธอ…ผักขม ” ระหว่างที่บัลลังก์พูดอยู่นั้นสายตาของเค้าก็มองมาที่ฉันไม่วางตาเหมือนจะสื่อให้รู้ว่าเค้าพูดจริง และฉันก็เชื่อทุกคำพูดของบัลลังก์เพราะฉันสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่มันส่งผ่านแววตาและน้ำเสียงของเค้าเราสองคนต่างสบตากันไม่มีใครสักคนที่คิดจะหลบสายตาของอีกฝ่ายก่อนที่ฉันจะสังเกตเห็นสายตาของบัลลังก์ที่ค่อยๆมองต่ำลงมา ดูเหมือนจะอยู่ที่ริมฝีปากของฉันนะ และมันก็ไม่ใช่แค่สายตาที่มองต่ำลงมาแต่บัลลังก์ยังค่อยๆโน้มตัวลงประกบริมฝีปากของตัวเองมาที่ริมฝีปากของฉัน" อื้อออ " บัลลังก์ค่อยๆจูบซับที่ริมฝีปากอยู่สักพักก่อนจะส่งลิ้นสากเข้ามาสำรวจในโพรงปากของฉัน ส่วนฉันก็เต็มใจให้บัลลังก์ได้สำรวจมันอย่างเต็ม" อ้ะ ! " ฉันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บเมื่อบัลลังก์ดูดดึงริมฝีปากฉันเพราะมันไปโดนแผลที่เกิดจากการโดนไฟตบหมับ !" อื้ออ " ฉันจับหน้าบัลลังก์ไว้ไม่ให้เค้าถอนจูบออกไ
“ ค่อยๆนะ ” ฉันกำลังประคองบัลลังก์เดินไปนั่งยังโซฟา ความจริงเค้าก็ไม่ได้เจ็บถึงขั้นเดินเองไม่ได้แต่ฉันกลัวว่าบัลลังก์เดินเร็วไปหรือลงน้ำหนักผิดท่ามันอาจะกระทบกระเทือนแผลเค้าก็ได้ฟุบ !“ อ่ะ ! บัลลังก์ ! ” ฉันร้องด้วยความตกใจ เผลอหันหลังให้เค้าแค่แปปเดียวเค้าก็กระแทกตัวนั่งลงโซฟาเต็มแรง ถึงโซฟามันจะนุ่มแต่มันอาจจะกระทบกระเทือนก็ได้“ ฉันแค่โดนต่อย ไม่ได้โดนรถชน อย่าเวอร์ให้มาก ” เค้าจะหาว่าฉันเวอร์ก็ได้ แต่ที่ฉันทำก็เพราะเป็นห่วงเค้าแค่นั้นเอง“ จะไปไหน ”“ ……. ” ฉันเลือกที่จะไม่ตอบคำถามเค้าแล้วเดินไปยังจุดหมายที่ฉันตั้งใจ ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับอุปกรณ์ทำแผล“ ขอโทษนะ นายเจ็บตัวเพราะฉันอีกแล้ว ” ฉันบอกเค้าออกไปเสียงสั่น ไม่ได้อยากให้สั่นแบนี้เลยแล้วก็ไม่อยากมานั่งร้องไห้ต่อหน้าเค้าแบบนี้ด้วย แต่พอเห็นแผล เห็นเลือดที่มันยังซึมออกมา ฉันก็ห้ามตัวเองไม่ได้ ยิ่งได้เห็นแผลเค้าใกล้ๆแบบนี้ด้วยแล้วมันยิ่งรู้สึกแย่มากๆ“ จะทำก็รีบทำสักที ” บัลลังก์ปรายตามองฉันนิดหน่อยก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดนิดหน่อยแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไม่อยากเห็นหน้าฉันขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันปาดน้ำตาที่อยู่บนหน้
- บัลลังก์ -“ มึงมั่นใจหรอว้ะ ว่าเป็นไอเวรนั้น ” ไอเก้าทัพถามผมที่นั่งอยู่ตรงข้ามมัน ตอนนี้ผมอยู่ห้องไอสงครามแล้วก็ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมอยู่ห้องสงครามแต่เป็นไอเก้าทัพพูดกับผมเพราะว่าผมโทรตามพวกมันมารวมกันที่นี้รวมถึงไอออกศึกด้วย“ ถ้าไม่ใช่ไอต้าร์กูก็นึกไม่ออกแล้วว่าใครที่ผักขมไว้ใจ ” ผักขมเป็นคนที่
" อื้ออ " ฉันขยับตัวเมื่อแสงอาทิตย์ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา อาการปวดหัวก็ตรงเข้าเล่นงานฉันทันที ไม่น่าเลยผักขม ไม่น่ากินเข้าไปเลย ปวดหัวชะมัด" อ้ะ " พอเริ่มขยับตัวฉันก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวโดยเฉพาะส่วนนั้นและรู้สึกเหมือนมีอะไรอย่าตรงน้องสาวฉัน ฉันลืมตาขึ้นมาและพบกับภาพบรรยากาศมันแตกต่างไปจากเดิม ฉั
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงก็มีข้าวมาส่งฉันเลยเอาไปใส่จานส่วนนายนั้นก็ลุกไปอาบน้ำแต่ฉันว่าวิ่งผ่านน้ำมากกว่าไม่ถึงสิบนาทีเขาก็ออกมาเล่นเกมส์ต่อแล้ว แต่จะทำอะไรมันก็สิทธิ์ของเขา ก็อย่างที่เขาพูดนี่มันห้องเขา“ อ่ะ ของนาย ” ฉันวางจานลงตรงหน้าเขา และดูเหมือนเขาจะเล่นเกมเสร็จพอดีมั้งถึงวางเกมลง แล้วมานั่งก
นอนไม่หลับ ยังไงก็ไม่หลับ ฉันพยายามข่มตาให้ตัวเองหลับมาเกือบจะชั่วโมงแล้ว แต่มันก็ยังไม่หลับสักที ทั้ง ๆที่ฉันอยากจะหลับใจจะขาดแล้ว ฉันลองมาหมดทุกวิธี ที่คิดว่าจะทำให้หลับแล้วนะ ไม่ว่าจะเป็นนับแกะ นับจนจะสร้างฟาร์มแกะได้เกือบร้อยฟาร์มแล้วฉันก็ยังไม่หลับ พยายามคิดอะไรเรื่อยเปื่อยก็ไม่ช่วย เปิดเพลงฟั







