Masukนอนไม่หลับ ยังไงก็ไม่หลับ ฉันพยายามข่มตาให้ตัวเองหลับมาเกือบจะชั่วโมงแล้ว แต่มันก็ยังไม่หลับสักที ทั้ง ๆที่ฉันอยากจะหลับใจจะขาดแล้ว ฉันลองมาหมดทุกวิธี ที่คิดว่าจะทำให้หลับแล้วนะ ไม่ว่าจะเป็นนับแกะ นับจนจะสร้างฟาร์มแกะได้เกือบร้อยฟาร์มแล้วฉันก็ยังไม่หลับ พยายามคิดอะไรเรื่อยเปื่อยก็ไม่ช่วย เปิดเพลงฟังก็ไม่ช่วยอะไร จนไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงแล้ว ก็เข้าใจว่ามันคงจะแปลกที่ มันแปลกที่ไปจากเดิมมากๆเลยละ และหลายคนอาจจะคิดว่าฉันคงจะแบ่งเตียงกับนายนั้นหรือไม่ก็หาอะไรมากั้นไว้หรือเขาจะเสียสละยกเตียงให้ฉัน ใช่ค่ะทุกคนคิดถูก เขาเสียสละมาก มากจนชนิดที่ว่าฉันไม่คิดว่าจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ ผู้ชายบ้าอะไรให้ผู้หญิงอย่างฉันมานอนที่โซฟา ค่ะ ทุกคนฟังไม่ผิด ตอนนี้ฉันนอนอยู่ที่โซฟาพร้อมกับผ้าห่ม โดยเขาให้เหตุผลว่า
“ ฉันไม่ชอบแบ่งเตียงให้ใคร ”
“ แต่ถ้าอ้าขาให้ฉันเอาก็อีกเรื่อง ”
และนั้นก็เป็นอีกเรื่องที่ฉันไม่คิดว่าผู้ชายอย่างเขาจะพูดออกมาโดยไม่รู้สึกอะไรเลย ฉันเลยเลือกที่จะมานอนที่โซฟา จริงๆมันก็ไม่ได้ลำบากอะไรสำหรับฉันเลยเพราะที่หอของฉัน เตียงนอนมันก็ไม่ได้กว้างไปกว่าโซฟาตัวนี้มากเท่าไหร่ อีกอย่างโซฟานี่นุ่มกว่าเตียงฉันซะอีก
“ ปัง! ปัง! ปัง! ”
“ แม่ง ! ”
“ อื้ออ~~~ ” ฉันรู้สึกตัวเพราะเสียงอะไรบางอย่างที่ดังไม่หยุดอยู่ใกล้ๆ ใครมันมาทำอะไรตั้งแต่เช้าเนี่ย ฉันพึ่งจะหลับไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเองนะ ฉันเอาหน้าซุกเข้าหาหมอนเพื่อให้ช่วยเบาเสียงที่ได้ยินลงมาหน่อย แต่ทำไมหมอนมันแข็งจังนะ
“ นี่ ! จะจับอีกนานไหมวะ ”
“ เฮ้ยย ! ”
ตุ้บ !
“ อ้ะ ! ” เสียงแรกมันคือเสียงที่ฉันตกใจแต่ต่อมาคือเสียงที่ฉันร้องออกมาเพราะฉันเจ็บ จะไม่ตกใจและเจ็บได้ไง ก็ไอที่ว่าทำไมหมอนมันแข็งๆ จริงๆมันไม่ใช่หมอนแต่เป็นกล้ามหน้าท้องของเขาแล้วไอที่เจ็บก็เพราะตกใจจนเผลอดีดตัวตกลงมาจากโซฟาไง เจ็บชะมัด
“ นะ...นาย มาทำอะไรตรงนี้ แล้วทำไมไม่ใส่เสื้อห้ะ!? ” ฉันถามออกไปด้วยความลนลาน และมันก็ใช่แค่ไม่ใส่เสื้อไง ท่อนล่างเขาก็ใส่แค่กางเกงขาสั้นหรือเรียกง่ายๆว่าบล็อกเซอร์ แล้วคราวนี้มันจะไม่ให้ฉันตกใจได้ไง
“ นี่ห้องฉัน ฉันจะทำอะไรมันก็สิทธิ์ของฉัน ” ฉันอยากจะหาอะไรอัดหน้าไอบ้านี่ชะมัด ฉันสาบานได้ว่าไม่เคยคิดที่จะใช้กำลังในการแก้ปัญหาเพราะฉันไม่ชอบความรุนแรงแต่ไอบ้านี้จะขอเป็นข้อยกเว้นก็แล้วกัน
“ ด่าฉันในใจรึไง ” ห้ะ ?!
“ นายอ่านใจคนได้หรอ ” ฉันถามด้วยความตื่นเต้นเคยแต่อ่านนิยายหรือดูหนังแต่ไม่เคยเจอกับตัวเองแบบนี้สักครั้ง
“ ได้ ”
“ O_O ” ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นี้มันเรื่องเหนือธรรมชาติชัดๆไม่เคยคิดเคยฝันว่าจะมาเจอคนที่อ่านใจคนได้ ถ้าฉันคิดจะด่าเขาหรือจะทำอะไรเขาจะรู้หมดเลยใช่ไหม
“ หลอกง่ายชะมัด ”
“ หมายความว่าไง ” นี่เขาหลอกฉันหรอ
“ คนแบบเธอต่อให้อ่านใจคนไม่ได้ก็รู้ หน้าออกขนาดนั้น ” นะ...นี่ฉันแสดงออกขนาดนั้นเลยหรอ นี่มันแย่งกว่าอ่านใจคนได้อีกนะ
“ แล้วก็ช่วยพาตัวเน่าๆของเธอไปไกลๆหน่อย เหม็น ”
ฟึด ฟึด
ฉันก้มลงดมตัวเองว่าเหม็นจริงไหม มันก็ไม่ได้เหม็นขนาดนั้นนะ แต่ก็แอบมีกลิ่นนิดหน่อย ก็ฉันยังไม่ได้อาบน้ำตั้งแต่เมื่อวานก็มันไม่มีชุดเปลี่ยนนิจะให้ทำยังไง
“ เอาไป ” ในตอนที่ฉันกำลังคิดอยู่ว่าจะทำไงต่อกับชีวิตเน่าๆนี้ดี ตานั้นก็ยื่นแปรงสีฟันที่ยังไม่ได้แกะมาให้ฉัน แล้วก็กลับไปนั่งกดเล่นเกมส์ต่อ ลืมบอกที่ฉันตื่นก็เพราะเกมส์บ้าที่นี้เขาเล่นนั้นแหละ ไม่รู้จะเปิดดังไปไหน
“ ขอบคุณนะ ” อย่างน้อยๆเขาก็ยังมีน้ำใจให้แปรงสีฟันฉันมาทำให้ปากฉันไม่เน่าไปกว่านี้
“ แล้วก็ ...ขอยืมเสื้อผ้านายด้วยนะ ” พอเห็นเขาไม่ตอบอะไรกลับมาก็น่าจะแปลว่าอนุญาตเพราะงั้นก็ขอไปรื้อๆดูหน่อยแล้วกัน
- 20 นาทีผ่านไป -
ฉันใช้เวลานานพอสมควรกับการจัดการตัวเอง แล้วเดินออกมาก่อนที่จะเจอสายตาของเขามองมา มันเป็นการโดนมองที่ฉันเกร็งมากก็ไม่รู้ว่าในสายตานั้นมันหมายถึงอะไร มันดูว่างเปล่ามากๆ หรือว่าฉันทำอะไรผิด หรือฉันไปหยิบเสื้อตัวโปรดเขามา คือตอนนี้ฉันอยู่ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งสีดำที่มันยาวลงมาอยู่เหนือเข่านิดหน่อยและฉันก็หยิบกางเกงขาสั้นมันเรียกว่าบล็อกเซอร์ใช่ไหมน่าจะใช่ เอ่อใช่นั้นแหละพร้อมกับผูกยางไว้ไม่งั้นมันหลุดแน่ ๆก็เขาตัวใหญ่กว่าฉันตั้งเยอะ ส่วนข้างในฉันก็ใส่ตัวเก่าอ้ะ จะไม่ให้ใส่มันก็คงดูไม่ดี ฉันไม่มีทางเลือกทุกคนเข้าใจใช่ไหม
“ เอ่อ... คือให้ฉันไปเปลี่ยนเป็นตัวใหม่ไหม ” ก็ฉันไม่รู้ว่าจะเอายังไงต่อ
“ ผลิตเสื้อเอง ? ” ฉันขมวดคิ้วด้วยความงง คือเขาไม่ได้หลอกด่าอะไรฉันใช่ไหม
“ หิว ”
“ หิวแล้วบอกฉันทำไมอ้ะ ” ฉันถามออกไปด้วยความไม่เข้าใจ หิวก็ต้องไปหาอะไรกินไหมมาบอกฉันแล้วมันจะหายหิวรึไง
“ โง่หรือโง่วะ บอกว่าหิว ก็แสดงว่าต้องหาอะไรให้กิน ”
“ พูดแบบนี้ตั้งแต่แรกก็จบ จะพูดให้เข้าใจยากทำไม ” คนอะไรชอบพูดให้แปลไทยเป็นไทยตลอด
“ ฉันได้ยิน ”ไม่ได้ยินซิแปลกก็ฉันตั้งใจพูดให้ได้ยิน ฉันเดินเข้าไปในโซนที่เป็นครัวอยู่คอนโดก็คงจะดีแบบนี้ซินะแบ่งแยกเป็นสัดส่วนดีไม่เหมือนหอที่ฉันอยู่ จะนอนจะทำอาหารก็คือรวมอยู่ในที่แคบ ๆที่เดียวกัน
“ ไม่เห็นจะมีอะไรให้ทำเลย ” ตู้เย็นก็มีแค่น้ำเปล่าสองขวดแล้วก็กระป๋องเบียร์อีกหกกระป๋องถ้ามีตู้เย็นไว้ใส่ของแค่นี้อย่ามีมันเลยเถอะ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ไม่มีสักห่อแล้วจะกินอะไร
“ ถ้าจะมีตู้เย็นไว้ใส่เบียร์นายควรขายมันทิ้งนะ ” ฉันพูดประชดใส่เขาไปแล้วเดินกลับมานั่งที่โซฟา
“ อีกหน่อยจะเอาไว้ใส่ศพเธอ ” อึก ฉันแอบกลืนน้ำลายลงคอ มันเหมือนไม่ใช่คำขู่แต่เหมือนว่าเขาสามารถทำได้จริงๆถ้าฉันทำอะไรไม่ถูกใจ
“ โทรสั่ง ” เขายื่นโทรศัพท์ของเขาที่กดเบอร์นึงไว้แล้ว
“ นายจะกินอะไรอ้ะ ”
“ สั่งมาเหอะ แดกได้หมด ” ปากพูดกับฉันก็จริงค่ะแต่ตากับมือคือจดจ่ออยู่ที่เกมส์มันมีอะไรสนุกจนละสายตาไม่ได้ขนาดนั้นเลยหรอ
“ แล้วถ้าฉัน...”
“ อย่าพูดมากรำคาญ ” เห้อออ โอเคถ้าสั่งมาแล้วกินไม่ได้อย่ามาว่าฉันแล้วกันไอคนนิสัยแย่ แย่มาก
" วันนี้กลับเองได้ใช่ไหม " บัลลังก์ถามฉันเมื่อรถจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าร้าน" สบายมาก ว่าแต่..." ฉันหยุดคำพูดไว้แค่นั้นเพราะไม่แน่ใจว่าจะถามออกไปได้ไหม" มีอะไรก็พูด ฉันไม่ใช่พระพุทธเจ้าที่จะตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง " ฉันอึกอักเล็กน้อยแต่ก็ตอมถามต่อ" นายจะไปไหนหรอ " ที่ไม่กล้าถามตั้งแต่แรกเพราะคิดว่ามันเป็นการก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวมากเกินไป" มีทำโปรเจคกับพวกไอเก้า " ฉันพยักหน้าเมื่อเข้าใจในสิ่งที่เค้าพูด ก่อนจะเปิดประตูแล้วลงจากรถปึก ! ปึก ! " มีอะไรว้ะ " บัลลังก์ลดรถกระจกแล้วถามฉันอย่างหงุดหงิด" แค่จะบอกว่าขับรถดีๆนะ " ฉันตอบกลับไปแล้วยิ้มเจื่อนๆไปให้เค้า" เออ " ฉันก็กลับหลังหันแล้วเดินเข้าไปในร้านวันนี้เป็นวันศุกร์ลูกค้าในร้านเลยเยอะเป็นพิเศษ ฉันก็ทำงานตามปกติทั้งเสิร์ฟทั้งรับออเดอร์ จนเวลาล่วงเลยมาถึงเที่ยงคืนทุกอย่างภายในร้านดูปกติ จนกระทั่ง" พี่ไปรับลูกค้าโต๊ะนั้นหน่อยดิ หนูกลัวอ้ะ " ฉันมองไปตามที่น้องพนักงานชี้ว่าลูกค้านั่งอยู่ตรงไหน" เอ่อ....พี่ว่า "" นะพี่ผักขม นะ นะ ถือว่าหนูขอ " ฉันได้แต่กลืนน้ำลายลงคอแล้วพยักหน้าให้น้องเค้า ทั้งๆที่ใจฉันมันไม่อยากจะรับลูกค้าโต๊ะนี้เ
" มองหน้าฉันทำไม "" แล้วนายไปต่อยเค้าทำไม " ตอนนี้เราสองคนอยู่ที่คอนโด หลังจากที่พี่คนนั้นเดินออกไปพวกเราก็แยกย้ายกันกลับระหว่างทางฉันกับบัลลังก์ก็ไม่ได้พูดอะไรกันเลยจนมาถึงคอนโด" เป็นห่วงมันรึไง ? "" หรือชอบที่มันโดนตัว " สิ่งที่บัลลังก์พูดออกมาทำให้ฉันต้องหันไปมองหน้าเค้าอีกรอบ" นายพูดเหมือนกำลังหึงฉัน " พอฉันพูดออกไปแบบนั้นบัลลังก์เค้าก็ชะงักไปแล้วก็มองไปทางอื่นก่อนจะหันกลับมาทำหน้านิ่งใส่ฉัน" เหอะ ฉันจะไปหึงเธอทำไม "" ฉันก็แค่ " ฉันก็พยัหน้ารอให้บัลลังก์พูดต่อว่าอะไร" ก็แค่ไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องผู้หญิงของฉัน " ฉันได้แต่ยืนส่ายหน้าให้กับคำตอบของบัลลังก์" ถ้าเหตุผลมีแค่นั้น นายไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้ "" เพราะยังไงฉันก็เป็นได้แค่ผู้หญิงปลอมๆของนาย " แล้วฉันก็เดินออกจากตรงนั้น ฉันไม่ได้พูดไปเพื่อประชดเค้านะ แต่ฉันคิดแบบนั้นจริงๆ ถ้าเหตุผลแค่นั้นเค้าไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น ทำให้ตัวเองเจ็บตัวเปล่าๆ" เอามาทำไม " บัลลังก์เค้าแปลกคนนะคะ ฉันยกกล่องพยาบาลมายังจะถามออกมาอีกว่าเอามาทำไม" ก็เอามาทำแผลให้นายไง " ฉันหยิบสำลีแล้วชุบกับแอลกอฮอล์" อาจจะแสบๆ ทนหน่อยแล้วกัน " ฉันค่อย
" บัลลังก์ บัลลังก์ " ฉันสะกิดแขนเรียกบัลลังก์เบาๆ เพราะตอนนี้ห้องสมุดกำลังจะปิดแล้ว" อื้อ " บัลลังก์เค้าก็ขยับตัวนิดหน่อยแต่ก็ยังไม่ยอมตื่น ถ้าจะหลับลึกขนาดนี้ฉันว่าควรกลับไปนอนที่ห้อง ฉันนั่งทำรายงานกับน้ำหวานนานพอสมควรหันไปมองบัลลังก์ก็เห็นเค้าฟุบหลับกับโต๊ะไปแล้ว" บัลลังก์ ถ้ายังไม่ตื่นฉันจะทิ้งนายไว้ที่นี้แล้วนะ " ฉันขยับตัวเข้าไปใกล้บัลลังก์แล้วปลุกเค้าอีกครั้ง" ..... " แต่เค้าก็ยังไม่ยอมตื่นหรืออาจจะตื่นแล้วแต่แกล้งทำเป็นหลับ ฉันเลยยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆเพื่อดูว่าเค้าแกล้งรึเปล่า ฉันยังยืนยันว่าไม่ว่าเค้าจะทำอะไรมันก็ดูเท่ ดูหล่อไปหมดขนาดฉันเคยเห็นเค้าหลับไม่ว่าครั้งไหนมันก็ดูน่าหลงใหล ครั้งนี้ก็เหมือนกัน" อิผักฉันรู้ว่าผู้แกหล่อ แต่ช่วยปลุกก่อนไหม เค้าจะปิดแล้วเนี่ย " เสียงของน้ำหวานทำให้ฉันสะดุ้งและได้สติกลับมา" แฮ่ม ฉันก็จะปลุกเค้าไง " ฉันดีดตัวออกจากบัลลังก์แล้วพูดกับน้ำหวานแต่ดูจากสายตาแล้วน้ำหวานไม่ค่อยจะเชื่อฉันครืด ! ทั้งฉันและน้ำหวานก็หันไปมองตามเสียงที่ดัง มันเป็นเสียงที่มาจากคนข้างๆนั้นก็คือบัลลังก์เค้าเลื่อนเก้าอี้ออกและที่สำคัญคือเค้าลุกขึ้นแล้วเดินออกไปเลย ทิ้ง
หลายวันต่อมา “ มึงไม่กินผักไม่ใช่หรอว้ะ ” เสียงสงครามพูดขึ้น“ เออ นั้นดิ ” เก้าทัพก็พูดขึ้นมาอีกหนึ่งคน“ ทีหลังถ้านายไม่กินก็ควรบอกเค้านะ ”และก็เป็นฉันที่เสริมขึ้นมาอีกหนึ่งเสียงแล้วขยับจานของบัลลังก์มาใกล้จานฉันเพื่อจะเอาผักจากจานบัลลังก์มาใส่จานตัวเอง ฉันไม่เข้าใจจริงๆว่าไม่กินแล้วทำไมไม่บอกว่าไม่เอาผัก ถึงจะพูดไปแบบนั้นแต่ฉันก็เอาผักมากินเองทุกครั้ง“ กูว่า กูพอจะรู้แล้วว้ะ ” รู้อะไรของเก้าทัพ แล้วมองหน้าฉันกับบัลลังก์ทำไม “ มึงมันร้าย ไอบรรลัย ” สงครามพูดขึ้นมาอีกคน สองคนนี้คุยอะไรกันอยู่ ส่วนบัลลังก์นะหรอ ก็นั่งแสยะยิ้มใส่เพื่อนอยู่ไง“ หึ ” ฉันเงยหน้ามองออกศึกว่ามีอะไรรึเปล่า อยู่ๆก็หัวเราะ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาฉันเลยก้มหน้าตักข้าวกินต่อ ตอนนี้พวกเรากำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่โรงอาหารวิศวะ แรกๆฉันก็ไม่ค่อยชินหรอกที่ต้องมานั่งกินข้าวท่ามกลางผู้ชายแบบนี้ แต่มาตอนนี้เริ่มชินแล้วละ บางครั้งก็ไม่ได้มีแค่ฉันที่เป็นผู้หญิงจะมีมิลินมาด้วย ฉันก็พึ่งรู้ว่ามิลินเป็นแฟนของออกศึก ใครจะไปคิดว่าผู้ชายที่ดูเงียบๆ เข้าถึงยากที่สุดของกลุ่มจะมีแฟนเป็นคนแรกละ เอาจริงๆมันก็ไม่ใช่แค่อ
" บัลลังก์ พอแล้ว "" ทำไมเหนื่อย ? " บัลลังก์ถามฉันทั้งที่ยังขยับสะโพกอยู่ ฉันได้แต่พยักหน้าให้บัลลังก์" เธอนอนเฉยๆบอกเหนื่อย แล้วฉันที่เป็นคนทำไม่เหนื่อยกว่าไง๊ " ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าเค้าเหนื่อยหรือไม่เหนื่อยแต่ฉันเหนื่อยมาก เพราะเค้าทำแบบนี้กับฉันมาหลายรอบแล้ว เป็นชั่วโมงได้แล้วมั้งปึก! ปึก! ปึก!" อื้อออ บัลลังก์ " ฉันไม่ไหวแล้วจริงๆแต่ก็ไม่รู้ทำไมร่างกายถึงเอาแต่ตอบสนองทุกสัมผัสที่เค้ามอบให้อยู่ตลอด" อ่าสสสสส์ ฟิตชิบหาย " แล้วบัลลังก์ก็เร่งสะโพกอีกสองสามครั้งแล้วปลดปล่อยน้ำเข้ามาจนหมดแล้วฟุบตัวลงบนฉัน" อื้ออ มันหนัก " ฉันแตะแขนบัลลังก์เบาๆ คิดว่าตัวเองตัวเบามากนักรึไงทับลงมาได้" แล้วก็เอาออกไปด้วย ฉันจะนอน " แต่แทนที่บัลลังก์จะทำตามที่ฉันบอกบัลลังก์กับนอนนิ่งๆ จนเป็นฉันเองที่เริ่มดิ้น" อ่าสสสส์ " แต่ไม่นานบัลลังก์ก็ครางออกมา" ฉันจะหยุดแล้วนะผักขม แต่เธอปลุกมันเอง " ฉันได้แต่มองหน้าบัลลังก์ด้วยความรู้สึกที่จะร้องไห้" แต่ฉันไม่ไหวแล้ว " ถ้าได้ทำอีกรอบฉันว่ามันจะไม่จบอีกแค่รอบต่อไปนี้ดิ" เธอทำไหม สัญญาว่าจะหยุด " ฉันมองหน้าบัลลังก์อย่างคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดี" คิดอะไรนานขน
" เป็นอะไรของนายห้ะ บัลลังก์ "" เหอะ " ฉันไม่รู้ว่าบัลลังก์เป็นอะไร ตั้งแต่กลับจากที่ร้านก็เอาแต่ทำหน้าเหมือนใครไปเหยียบหาง ตอนแรกฉันก็คิดว่าปล่อยไว้เดี๋ยวก็หายเองแหละ แต่นี่ฉันอาบน้ำแต่งตัวจะนอนแล้วก็ยังทำหน้าแบบนั้นอยู่ มันทำให้ฉันเริ่มจะหงุดหงิดตามไปด้วย" มีอะไรก็พูด ถ้าไม่พูดก็เลิกทำหน้าแบบนั้น "" ฉันจะทำหน้าแบบไหนมันก็เรื่องของฉันไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ " บัลลังก์เดี๋ยวนี้เค้าต่อปากต่อคำเก่งมากค่ะ เก่งกว่าฉันอีก" มันก็ไม่เกี่ยวกับฉันหรอก แต่นายทำหน้าแบบนั้นฉันหงุดหงิด " มันดูขวางหูขวางตา จนฉันนอนไม่หลับ ลืมบอกไปว่าฉันได้มานอนเตียงเดียวกับบัลลังก์แล้ว แต่ไม่ได้มีอะไรกันหลังจากวันนั้นนะคะ เราแบ่งเขตกันชัดเจน ถึงแม้บางวันจะตื่นมาพบว่าเรากอดกันบ้างก็ตาม" เรื่องของเธอ " พูดจบบัลลังก์ก็นั่งหันหลังให้ฉัน เว้ยย คนเหนื่อยๆอยู่ก็ยังมาเจออะไรแบบนี้ จะบ้า" อ้ะนี่ " ฉันเดินไปหาบัลลังก์แล้วยื่นเงินจำนวนนึงให้เค้าไป" อะไร " บัลลังก์ไม่รู้จักเงินรึไง" ค่าห้องที่ฉันมาอยู่ไง อาจจะไม่มากเท่าไหร่ " เผื่อบัลลังก์ได้เงินแล้วจะอารมณ์ดีขึ้น เพราะเวลาที่ฉันได้เงินฉันก็จะอารมณ์ดี" เก็บไว้กินข้าวไหม "
" อื้ออ " ฉันขยับตัวเข้าหาไออุ่นที่มอบมาให้ฉัน ก่อนจะลืมตาขึ้นมองมันเป็นภาพที่เคยเห็นมาก่อนแต่มันต่างจากครั้งนั้นตรงที่เราทั้งสองคนมีเสื้อผ้าติดตัวอยู่กันครบทุกชิ้น ฉันนอนอยู่ในอ้อมกอดของบัลลังก์แถมฉันยังเอามือไปกอดลำตัวเค้าอีก ฉันขยับตัวอย่างเบาที่สุดและเงยหน้ามองบัลลังก์" ตอนนายหลับก็ดูดีเหมือนกั
“ นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว ” พอเดินมาถึงโต๊ะเสียงของสงครามก็ดังขึ้นมาก่อนเลย“ หึ ไม่มาได้มั้ง มึงเล่นโทรจิกเป็นเมียมันขนาดนั้น ” และเสียงของเก้าทัพก็ตามมา สองคนนี้เถียงกันได้ตลอดจริงๆซินะ“ แต่งตัวมาน่ารักมากเลยผักขม ” “ อ๋อ....เอ่อ ขอบคุณนะ ” ฉันไม่รู้จะตอบกลับสงครามไปยังไงดี ก็เล่นพูดออกมาตรงๆแบบ
“ ให้มันน้อยๆหน่อยไอบรรลัย ”“ หึ ” ฉันหลุดขำออกมากับชื่อที่สงครามใช้เรียกบัลลังก์ ฉันว่ามันก็ฟังดูเข้ากับเขาดีนะ บรรลัย“ ขำอะไร ” แต่คนที่ดูจะไม่ชอบน่าจะเป็นบรรลัย เอ๊ย บัลลังก์ ดูดิมองหน้าฉันเหมือนจะบีบคอให้ฉันตายตรงนี้เลย“ ก็เปล่านิ ” ฉันตอบไปนิ่งๆทั้งที่ในใจยังคงพยายามกลั้นขำอยู่ คิดได้ไงนะสง
วันต่อมา“ อ่ะ ” บัลลังก์ยื่นบางอย่างมาให้ฉัน“ ให้ฉันทำไมอ่ะ ” ฉันก้มลงมองของที่อยู่ในมือตัวเอง มันคือเกียร์ที่ฉันพึ่งคืนบัลลังก์ไป“ ใส่ไว้ ” ใส่ทำไม?“ คนอื่นจะได้รู้ว่าเธอคือ ผู้หญิงของฉัน ” ผู้หญิงของบัลลังก์หรอ ทำไมฉันถึงรู้สึกใจเต้นแปลกๆกับประโยคนี้“ แล้วมันต่างกับคนอื่นยังไง ” มันก็เป็นสัญ







