LOGIN" อย่ามายุ่งกับคนของกู " " เธอคิดว่าฉันยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อเธอ ? " " นั้นซิ ฉันคงสำคัญตัวเองผิดไป "
View More- มหาลัย -
“ สำหรับวันนี้ก็มีเท่านี้ อย่าลืมงานที่อาจารย์สั่งกันละ ”“ ครับ / ค่ะ ”
“ งั้นก็เลิกคลาสจ้ะ ”
“ โอ้ยย งาน งาน งานอีกแล้ว จะเป็นลม ” หลังจากอาจารย์เดินออกไปได้ไม่นานคนข้างๆก็หันหน้ามาโอดครวญกับฉันทันที
“ ยิ้ม ยิ้มอะไร อิผัก งานจะทับตายอยู่ละ ” ก็จะไม่ให้ยิ้มได้ไง ก็มันน่าตลกนี่หนา
“ ก็ขำแกไง บ่นอยู่ได้ ” ไม่ว่าจะคลาสไหนน้ำหวานก็บ่นตลอด
“ จะไม่ให้บ่นได้ไง งานเก่าฉันยังทำไม่เสร็จงานใหม่ก็เข้ามาแล้ว ” จริงๆช่วงนี้งานก็เยอะมากนั้นแหละ ก็แหง่ละตอนนี้ พวกเราอยู่ปี 4 กันแล้วงานก็ต้องเยอะเป็นธรรมดา
“ ว่าแต่แกเหอะ ทำเสร็จหมดยัง ” ฉันก็ส่ายหน้าแทนคำตอบกลับไป งานฉันก็ยังไม่เสร็จหรอกแต่ก็เกือบแล้ว
“ ถ้าฉันเป็นแกนะผักขม ฉันต้องตายแน่ ๆ ”
“ แกอึดชะมัด แบ่งเวลายังไงว่ะ เรียนก็ต้องเรียน งานก็ต้องทำ ” พูดถึงงาน วันนี้เวรฉันนี่หน่า
“ ฉันไปก่อนนะแก ”
“ เออๆ กลับดีๆ ” น้ำหวานก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรมากเพราะเข้าใจว่าทำไมฉันถึงกลับก่อน
ฉันยังไม่ได้แนะนำตัวเลยใช่ไหม ฉันชื่อ ผักขม ใช่ ผักขม นั้นแหละค่ะชื่อฉันแปลกดีไหมละ ฉันคิดว่ามันแปลกนะ ตอนนี้ฉันเรียนอยู่คณะอักษรศาสตร์ ที่มหาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ที่มาเรียนที่นี้ได้ก็เพราะได้รับทุน ส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆฉันก็ทำงานส่งตัวเอง ฉันออกมาอยู่คนเดียวตั้งแต่อยู่ ม.4 แล้ว ตั้งแต่แม่ฉันเสีย บ้านที่เคยเป็นบ้านมันก็ไม่ใช่อีกต่อไป ฉันเลยตัดสินใจออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียว แต่ชั่งเรื่องนั้นมันเถอะ
ตุบ !
“ อ๊ะ ! ” เพราะมัวแต่คิดอะไรเพลินๆเลยทำให้ฉันเดินชนกับใครเข้าก็ไม่รู้ ฉันยกมือขึ้นมาลูบหน้าผากตัวเองเบาๆ เจ็บชะมัดชนโดนตรงไหนเนี่ย“ จิ๊ ” แต่เสียงต่อมาทำให้ฉันเลิกสนใจความเจ็บของตัวเอง แล้วรีบพูดออกไปทันที
“ ขะ ขอโทษนะ เจ็บตรงไหนรึเปล่า ” ฉันพูดออกไปแล้วมองสำรวจตามเนื้อตัวของคนตรงหน้า ก่อนจะไปหยุดตรงใบหน้าที่ดูจะเหวี่ยงๆของเขา จมูกที่เป็นสันรับกับรูปหน้าของเขา ไหนจะผมสีดำที่เป็นสีเดียวกับดวงตานั้นอีก มันยิ่งทำให้ผิวของเขาที่ขาวอยู่แล้วดูขาวขึ้นไปอีก
“ มองไรหนักหนาวะ ” เป็นอีกครั้งที่ฉันได้สติจากคำพูดของคนตรงหน้า แต่น้ำเสียงเขาดูติดจะรำคาญฉันซะมากกว่า
“ เอ่อ...ขอโทษอีกครั้งนะ ” เขาน่าจะไม่เจ็บตรงไหนหรอก เพราะเขาตัวใหญ่กว่าฉันตั้งเยอะ ขนาดฉันเดินชนเขาฉันยังกระเด็นเลย
“ น่ารำคาญ หลบดิ๊ ” น่ารำคาญ ? เขาเป็นคนที่พูดจาแบบนี้กับคนที่ขอโทษรึไงกันนะ
“ ..... ” ฉันยังไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเขาก็เดินผ่านฉันไปเลย ผู้ชายคนนี้นิสัยชั่งขัดกับหน้าตาจริงๆ แต่มองดูดีๆเค้าก็ดูน่ากลัวอยู่นะ
“ หื้ม ? ” ฉันเลิกสนใจเรื่องของผู้ชายคนนั้น แล้วตั้งท่าจะเดินไปหน้ามหาลัย แต่ตาเจ้ากรรมก็เหลือบไปเห็นว่ามีอะไรตกอยู่
“ เกียร์หรอ ” น่าจะใช่ละมั้ง ผู้ชายคนนั้นเรียนวิศวะหรอ ดูเท่ขึ้นมาอีกขั้นเลยแหะ แต่ผู้ชายแบบนั้นก็คงจะดูดีแค่ภายนอก ฉันยอมรับเลยนะว่าเขาดูดีเอามากๆเลย แต่ฉันไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วยดีกว่า ส่วนเกียร์นี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะใช่ของเขาจริงๆไหม อาจจะเป็นของคนอื่นทำตกไว้ก่อนหน้านี้ก็ได้
“ ไว้ค่อยไปตามหาเจ้าของแล้วกัน ” ถ้าฉันยังมัวแต่ยืนอยู่ตรงนี้คงจะได้ไปทำงานสายแน่ ๆ
..
.
‘ แน่น’ พูดได้คำเดียวเลย แต่มันก็คงไม่แปลกหรอกตอนนี้ก็เป็นเวลาเลิกเรียน และเลิกงานรถเมล์ที่ค่าโดยสารไม่แพงใครๆเค้าก็ขึ้นกัน ฉันค่อยๆกระเถิบไปทีละนิดเพื่อหาที่ว่าง ให้ตัวเองได้มีที่ยืน ถ้าไม่ไปคันนี้ก็คงไปทำงานไม่ทัน ทางเลือกฉันมีไม่เยอะ อะไรที่ทนได้ก็ต้องทนไปก่อน อย่างเช่นตอนนี้ที่ต้องมายืนอยู่กลางกลุ่มนักศึกษาต่างมหาลัยที่ดูน่ากลัวพอๆกับผู้ชายคนที่ฉันเจอก่อนหน้านี้แต่ตอนนี้คงน่ากลัวกว่า
เอี๊ยดดด !!!
กริ้ง !!!
อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าการขับรถเมล์มันเป็นแบบนี้จริงๆ เบรกกระทันหันจนฉันหน้าเกือบทิ่มดีนะที่เกาะราวจับได้ทัน ไม่งั้นคงลงไปกองกับพื้นแล้ว ละแล้วนั้นมันใช่เกียร์ที่ฉันเก็บได้รึเปล่านะ ที่อยู่ในมือของหนึ่งในนักศึกษากลุ่มนั้น
“ เอ่อ... เราขอคืนนะ ” เมื่อคิดว่าใช่แล้วจริงๆ ฉันเลยทำใจดีสู้เสือยื่นมือไปขอมันคืนมา ถึงมันจะไม่ใช่ของฉันจริงๆแต่ฉัน ก็ควรจะมีความรับผิดชอบโดยการเอาไปแจ้งคณะเพื่อตามหาเจ้าของต่อไป เพราะเท่าที่รู้มาเกียร์มันสำคัญกับเด็กวิศวะมาก
“ ของเธอ ? ” ผู้ชายคนนั้นถามย้ำฉันมา
“ อืม ของฉันเอง ขอบคุณนะ ” ฉันก็ได้แต่ตอบไปอย่างกล้าๆกลัวๆแล้วยื่นมือไปหยิบเกียร์ในมือของผู้ชายคนนั้นแล้วรีบเดินไปตรงประตูทันที ดีหน่อยที่ป้ายหน้ามันถึงที่หมายของฉันพอดี
.
.
.
ทำไมนักศึกษากลุ่มนั้นถึงมองฉันแปลกๆ ตั้งแต่หยิบเกียร์นั้นขึ้นมาแล้วขนาดตอนนั้นที่ฉันลงมาจากรถเมล์แล้วนักศึกษากลุ่มนั้นก็ยังมองจนรถผ่านหน้าฉันไป
“ ผักขมจ้ะ ช่วยเอาไปเสิร์ฟโต๊ะ 5 หน่อยนะ ” ฉันหลุดออกจากภวังค์ที่กำลังใช้ความคิดหันมาสนใจกับขนมตรงหน้าที่พี่แก้มยื่นมาให้ ฉันทำงานที่ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง ที่นี้จะเปิดตั้งแต่หนึ่งทุ่มจนถึงตีสองและเปิดทุกวัน แต่พนักงานจะวนกันมาทำ ในหนึ่งวันก็จะมีพนักงานประมาณ 4-5 คน คาเฟ่ที่นี้จะกึ่งๆบาร์หน่อยจะมีดนตรีสดให้ฟัง มีอาหาร ค็อกเทล และเครื่องดื่มอีก บลาๆ งานมันก็ไม่ถึงกับหนักมากก็คงแล้วแต่วัน วันไหนคนเยอะก็จะหนักหน่อย วันไหนคนน้อยก็จะสบาย แต่ส่วนใหญ่ที่นี้ไม่มีคำว่าคนน้อยนะคะ อาจจะเป็นเพราะอยู่ไม่ไกลจากมหาลัยมากนัก เลยมักจะมีนักศึกษามากันเยอะอยู่เหมือนกัน การตกแต่งที่นี้ก็สวยมากๆ อาหาร เครื่องดื่ม ก็ดีด้วยเช่นกัน พนักงานที่นี้เขาก็คัดหน้าตากันนะคะ ฉันก็ไม่ได้หน้าตาดีอะไรหรอกอย่าพึ่งเข้าใจผิดกัน แต่เพราะฉันน่าสงสารมั้งพี่แก้มที่เป็นเจ้าของร้านเลยให้เข้ามาทำงาน
“ วันนี้เหนื่อยหน่อยนะ คนเยอะเลย ” เสียงต้าร์ ต้าร์ก็เป็นพนักงานที่นี้เหมือนกันหมอนี้นะ เรียกลูกค้าดีมากๆเลยละ
“ อืม ” ฉันก็ตอบกลับไปสั้นๆ
“ เวรเธอทีไร คนเยอะทุกที ” เสียงต้าร์บ่นออกมาเบาๆ
“ ฉันก็คิดงั้น แต่เป็นเพราะนายมากกว่ามั้ง ” ก็อย่างที่บอกนั้นแหละ หมอนี้อ่ะตัวเรียกลูกค้า
“ มันก็ต้องเป็นงั้นอยู่แล้ว ฉันหล่อขนาดนี้ ” ต้าร์หล่ออันนี้ไม่เถียงค่ะ แต่ก็หลงตัวเองมากเหมือนกัน
“ ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไงว่ะ ”ฉันได้แต่ส่ายหน้าให้กับความหลงตัวเองของต้าร์
“ ไปทำหน้าที่ของนายได้แล้ว ไม่งั้นฉันจะฟ้องพี่แก้ม ”
“ ชิ๊ ขู่เก่งจริงๆ ”
.
.
.
เฮ้ออออ ฉันนอนถอนหายใจอยู่บนเตียงหลังจากกลับมาจากที่คาเฟ่ วันนี้คนเยอะมากจริงๆ สูบพลังงานฉันออกไปเยอะเลย ฉันหลับตาลงสักพักแล้วก็เหมือนจะนึกอะไรออกเลยลุกออกไปจากเตียง
“ มันใช่ของนายรึเปล่านะ ” เอาเป็นว่าเรื่องนี้ค่อยหาวิธีตามหาเจ้าของแล้วกัน แต่เกียร์นี้ดูแตกต่างจากเกียร์ทั่วๆไป มันดูแปลกตาไม่ใช่ว่าฉันจะเห็นเกียร์วิศวะบ่อยๆหรอกนะ แต่เกียร์อันนี้มันดูสะดุดตาและแปลกตามากจริงๆ
“ เฮ้อออ ” พอมองเกียร์แล้วสายตาแปลกๆของนักศึกษากลุ่มนั้นที่มองฉันก็ลอยมาอีกแล้ว นี่ทำไมฉันต้องมานั่งคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องเกียร์แค่เส้นเดียวด้วยนะ หวังว่ามันคงไม่มีอะไรหรอกเนอะ
“ อดทนหน่อยนะผักขม ” มันมักจะเป็นคำพูดที่ฉันบอกตัวเองทุกครั้งเวลารู้สึกเหนื่อย
“ พรุ่งนี้ทุกอย่างจะดีขึ้น ” ใช่ ! วันนี้อาจจะเหนื่อยหน่อยแต่พรุ่งนี้มันจะดีขึ้น
“ คืนนี้ค้างที่ห้องฉันไม่ได้เหรอ ”“ เราคุยเรื่องนี้กันแล้วนะบัลลังก์ ” เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่ฉันคุยกับบัลลังก์เรื่องนี้ ทุกครั้งที่มานั่งเล่นห้องบัลลังก์ก่อนกลับคอนโดน้ำหวาน บัลลังก์จะรบเร้าให้ฉันค้างตลอด ซึ่งมันไม่จบแค่นอนค้างคืนเฉยๆไง -_-! หลังๆมาฉันเลยต้องปฏิเสธตลอด“ ก็ฉันอยากอยู่กับเธออ่ะ เธอคงไม่รู้หรอกว่าการที่ไม่ได้นอนกอดเธอมันทรมานขนาดไหน ตื่นเช้ามาก็ไม่เจอเธอในอ้อมกอดมันปวดใจแค่ไหน ”“ อย่าเวอร์ได้ไหมบัลลังก์ ” เค้าจะเป็นอะไรขนาดไหน เวอร์มาก“ หึ ใช่ซิ มันก็คงมีแค่ฉันคนเดียวแหละที่อยากให้เราอยู่ด้วยกัน ”“ เธอมันคนใจร้าย ฉันไม่รักเธอแล้ว ”ปัง !“…” อึ้งค่ะ ฉันนั่งอึ้งอยู่บนโซฟา หลังจากที่ตัดพ้อตัวเองเสร็จก็เดินงอนเข้าห้องนอนไปเลย แถมยังปิดประตูเสียงดังด้วย ประตูพังแล้วมั้งนั้น- บัลลังก์ -“ ยังไม่ตามเข้าง้อมาอีก อะไรวะ! ” ผมเข้าห้องมาสักพักแล้วแต่ก็ยังไร้วี่แววของคนที่ควรเข้ามาง้อผม นี้ผมงอนอยู่นะเว้ย ไม่คิดจะมาง้อกันเหรอ นี้มันก็เกือบสองเดือนแล้วนะที่ผักขมย้ายออกไป และผมก็ไม่ได้เวอร์ด้วย ที่ผมพูด ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ผักขมเธอทำของใส่ผมรึเปล่าวะ ทำไมผมถึงทั้ง
“ ไปรับถึงไหนว้ะ นานฉิบหาย ” ฉันต้องบอกไหมค่ะว่าใครเป็นคนพูด แต่ฉันว่าทุกคนน่าจะเดากันได้นะ“ แล้วมึงจะไปเสือกอะไรเรื่องของเค้าว่ะ ไอสง ”“ ก็กูอยากรู้ ว่าแต่มึงเถอะเสือกอะไรเรื่องของกู ”“ เอ้า ไอเวรนี้ ”“ มึงเริ่มก่อนนะไอเก้า ”“ เลิกเล่นกันได้ยัง ” ก่อนที่สงครามกับเก้าทัพจะวุ่นวายไปมากกว่านี้บัลลังก์ก็ถามขึ้นนิ่งๆ ซึ่งมันได้ผลเก้าทัพและสงครามเงียบไม่พูดไรต่อ แต่ทั้งสองคนกลับมองหน้ากันก่อนจะหันมามองหน้าบัลลังก์“ มึงเป็นไรว่ะ ” แล้วก็เป็นสงครามที่ถามออกมา“ ผักขม เธออยากกินอะไร ” บัลลังก์เค้าเมินคำถามของสงครามแล้วหันมาถามฉันแทน ส่วนสงครามนะเหรอ“ ชิ้ กูมันไม่ใช่ผักขมซินะมึงถึงไม่สนใจ ” ค่ะ ก็ตามนั้น“ อื้มม ก๋วยเตี๋ยวไก่ร้านนั้นอ่ะ ” ฉันมองไปรอบๆก่อนจะชี้ไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ ไม่ได้กินนานแล้ว จะว่าไปนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันมากินข้าวที่คณะวิศวะเลยนะตั้งแต่ที่ฉันตัดสินใจออกห่างจากบัลลังก์“ เดี๋ยวฉัน…”“ เดี๋ยวฉันไปซื้อให้ เธอนั่งรอนี้แหละ ”“ ไม่เป็นไร ฉันไปซื้อเองได้ ”“ เดี๋ยวบัลลังก์ไปซื้อเอง ผักขมนั่งอยู่นี้แหละ เดินมาตั้งไกลคงเหนื่อยแล้ว ”“ ปล่อยมันไปซื้อเถอะ พูดยังไงเธอก็ไม่
- หลายอาทิตย์ต่อมา -“ ผักขม ”“ … ”“ ผักขม ”“ … ”“ ผักขม !!! ”“ บัลลังก์นายเป็นบ้าเหรอ จะตะโกนทำไม ”“ ก็เธอไม่ตอบฉัน ”“ แล้วมันใช่เวลาไหมที่นายเรียกฉันตอนนี้ ”“ ก็ถ้าไม่คุยตอนนี้… ”“ นักศึกษาตรงไหนจะคุยกันอีกนานไหม จะคุยก็ออกไปคุยข้างนอกรบกวนนอื่นเขา ”“ ขอโทษค่ะอาจารย์ ” ฉันรีบเอ่ยขอโทษอาจารย์แล้วก้มหัวเป็นการขอโทษเพื่อนในคลาสด้วย ก่อนที่จะหันไปคาดโทษบัลลังก์ ก็บอกแล้วว่ามันไม่ใชเวลายังจะมาคุยอีก แล้วเค้าเป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้สองสามวันมานี้ตัวติดกับฉันตลอด ถ้าเค้าไม่มีเรียนแต่ฉันมีก็จะมานั่งเรียนด้วยแบบนี้ ถ้ามาแล้วอยู่เงียบๆจะไม่เป็นอะไรเลย แต่มาแล้วสร้างปัญหาให้ฉันแบบนี้ฉันก็ทนไม่ไหวเหมือนกันนะ“ ฉัน… ”“ เงียบปากไปเลยนะบัลลังก์ ถ้านายยังพูดอีกแม้แต่คำเดียวฉันจะไม่คุยอะไรกับนายอีก คอยดู ” ฉันกัดฟังพูดกับเค้าตาก็มองที่อาจารย์สอน ดีแค่ไหนที่วิชานี้อาจารย์ไม่ได้เข้มงวดขนาดนั้น ไม่งั้นฉันได้โยนออกไปนอกห้องแล้วก็โดนหักคะแนนอันน้อยนิดไปแล้ว“ วันนี้อาจารย์ก็ขอจบการบรรยายไว้เพียงเท่านี้ มีใครสงสัยอะไรไหม ”“ …. ”“ ถ้าไม่มี งั้นอาจารย์ขอตัวก่อน ”“ ขอบคุณค่ะ / ครับ ” อาจารย์สอนดีมาก
“ อื้อ ” ฉันรู้สึกตัวเพราะแรงที่กอดกระชับฉันแน่นจนฉันแทบจะหายใจไม่ออกจนต้องลืมตาตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่ฉันเจอหลังจากลืมตาตื่นก็คือผู้ชายที่รังแกร่างกายฉันมาตลอดทั้งคืน กว่าเค้าจะหยุดก็ฟ้าสางอย่างที่เค้าพูดไว้จริงๆ“ ฉันจะเอาคืนนายยังไงได้บ้างนะ ” ฉันพูดขึ้นมาเบาๆเพราะกลัวคนที่หลับอยู่จะได้ยิน“ อื้มม ” เสียงของบัลลังก์ดังขึ้นมาเล็กน้อย เพราะโดนรบกวนจากการนอน ฉันแค่ขยับตัวนิดเดียวเองนะ ก็เค้ากอดฉันแน่นเกินไป แต่บัลลังก์เค้าก็ยอมคลายอ้อมกอดให้ฉัน แต่แค่นิดหน่อยเท่านั้น และนั้นก็ทำให้ฉันมองเห็นหน้าอกของบัลลังก์ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างเต็มตาอึก !ฉันเผลอกลืนน้ำลายลงคอที่มองเห็นมันใกล้ๆแบบนี้ และฉันก็คงไม่ผิดใช่ไหมที่จะห้ามใจตัวเองไม่อยู่จนต้องยื่นมือไปสัมผัสมัน“ แน่นมาก ” มันแน่นมากจริงๆ นี้เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ฉันสัมผัสมันตรงๆและนานขนาดนี้ ปกติจะเป็นฝ่ายโดนจับมากกว่า แต่ก็แอบกลัวโดนจับได้เหมือนกันนะที่มาจับหน้าอกบัลลังก์แบบนี้ ผู้หญิงที่ไหนเค้าจะมานอนจับ นอนลูบหน้าอกผู้ชายแบบนี้ ฉันเลยต้องจับต้องลูบอย่างเบามือที่สุดเพราะกลัวบัลลังก์จะตื่นขึ้นมา“ จะจับอีกนานไหม ”“ อื้ม ขออีกหน่อย ” ด
- บัลลังก์ -“ มึงมั่นใจหรอว้ะ ว่าเป็นไอเวรนั้น ” ไอเก้าทัพถามผมที่นั่งอยู่ตรงข้ามมัน ตอนนี้ผมอยู่ห้องไอสงครามแล้วก็ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมอยู่ห้องสงครามแต่เป็นไอเก้าทัพพูดกับผมเพราะว่าผมโทรตามพวกมันมารวมกันที่นี้รวมถึงไอออกศึกด้วย“ ถ้าไม่ใช่ไอต้าร์กูก็นึกไม่ออกแล้วว่าใครที่ผักขมไว้ใจ ” ผักขมเป็นคนที่
" อื้ออ " ฉันขยับตัวเมื่อแสงอาทิตย์ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา อาการปวดหัวก็ตรงเข้าเล่นงานฉันทันที ไม่น่าเลยผักขม ไม่น่ากินเข้าไปเลย ปวดหัวชะมัด" อ้ะ " พอเริ่มขยับตัวฉันก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวโดยเฉพาะส่วนนั้นและรู้สึกเหมือนมีอะไรอย่าตรงน้องสาวฉัน ฉันลืมตาขึ้นมาและพบกับภาพบรรยากาศมันแตกต่างไปจากเดิม ฉั
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงก็มีข้าวมาส่งฉันเลยเอาไปใส่จานส่วนนายนั้นก็ลุกไปอาบน้ำแต่ฉันว่าวิ่งผ่านน้ำมากกว่าไม่ถึงสิบนาทีเขาก็ออกมาเล่นเกมส์ต่อแล้ว แต่จะทำอะไรมันก็สิทธิ์ของเขา ก็อย่างที่เขาพูดนี่มันห้องเขา“ อ่ะ ของนาย ” ฉันวางจานลงตรงหน้าเขา และดูเหมือนเขาจะเล่นเกมเสร็จพอดีมั้งถึงวางเกมลง แล้วมานั่งก
นอนไม่หลับ ยังไงก็ไม่หลับ ฉันพยายามข่มตาให้ตัวเองหลับมาเกือบจะชั่วโมงแล้ว แต่มันก็ยังไม่หลับสักที ทั้ง ๆที่ฉันอยากจะหลับใจจะขาดแล้ว ฉันลองมาหมดทุกวิธี ที่คิดว่าจะทำให้หลับแล้วนะ ไม่ว่าจะเป็นนับแกะ นับจนจะสร้างฟาร์มแกะได้เกือบร้อยฟาร์มแล้วฉันก็ยังไม่หลับ พยายามคิดอะไรเรื่อยเปื่อยก็ไม่ช่วย เปิดเพลงฟั




![[Engineering] รุ่นพี่เย็นชากับรุ่นน้องหน้าใส](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
