FAKE LOVE #2
“มอร์นิ่งค่ะ” เอวาส่งยิ้มให้คินที่เดินออกมาจากห้องนอน “กาแฟมั้ยคะ?”
“ครับ”
หญิงสาวยิ้มหวานแล้วหันไปทำกาแฟกับขนมปังง่ายๆให้ชายหนุ่ม “วันนี้พี่คินจะออกไปพร้อมกับเอวามั้ยคะ เราจะไปโรงแรมพร้อมกันเลยมั้ย”
“พี่ว่าพี่จะไปเช็กความเรียบร้อยก่อน เอวาค่อยตามไปช่วงหลังก็ได้ครับ” คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“งั้นเอวาจะนัดร้านประจำเข้าไปขัดตัวช่วงสายแล้วจะเลยไปแต่งหน้าที่โรงแรมช่วงบ่ายนะคะ”
“ครับ” คินพยักหน้า
“ตื่นเต้นจัง” เอวายิ้มกว้างแล้วเดินนำกาแฟกับขนมมาเสิร์ฟชายหนุ่ม “อยากเห็นตัวเองในชุดเจ้าสาวแล้ว”
“...”
“เป็นสิ่งที่เอวาใฝ่ฝันเลยนะ ว่าแต่ชุดเจ้าสาว...”
“พี่ให้คนจัดการให้แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง”
“ขอบคุณค่ะ” เอวาเดินเข้าไปสวมกอดแฟนหนุ่ม “ให้พี่ธีช่วยจัดการให้ไม่ได้หรอคะ เอวาอยากให้พี่คินพักอีกสักหน่อย”
“งานสำคัญขนาดนี้ พี่อยากจัดการเองมากกว่า” คินตอบพร้อมกับยกแก้วกาแฟขึ้นมาดื่ม “เราก็อย่าหักโหมล่ะ พักผ่อนด้วย”
“ได้ค่ะ” เอวายิ้มกว้าง “งั้นขอไปอาบน้ำก่อนนะคะ เดี๋ยวไปไม่ทันนัด”
“ครับ” คินหันไปมองแฟนสาวด้วยแววตานิ่งเรียบก่อนจะก้มอ่านข้อความในโทรศัพท์
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับนาย”
คินคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงก่อนจะลุกไปคว้าบุหรี่แล้วเดินออกไปสูบที่ระเบียงด้วยแววตานิ่งเรียบ
-หลายชั่วโมงต่อมา-
(เป็นไงจ้ะว่าที่เจ้าสาว)
“ไม่ต้องมาพูดเลย ฉันยังงอนเธออยู่นะ”
(โหยย ซอรี่เพื่อนรัก อย่าย้ำมากสิฉันยิ่งรู้สึกผิดอยู่ แช่งไอ้บอสบ้าเช้าเย็นเลยเนี่ย)
“ล้อเล่น” เอวายิ้มขำพร้อมกับเลี้ยวรถเข้าไปในโรงแรมหรู “เอาไว้ค่อยมาฉลองย้อนหลังก็ได้”
(เห้อ) ญี่ปุ่นถอนหายใจ (แล้วนี่นัดพวกช่างแต่งหน้ากี่โมง)
“บ่าย 3” เอวาตอบพร้อมกับเหลือบมองนาฬิกาหน้ารถ “นี่ฉันถึงโรงแรมแล้ว กำลังไปหาที่จอดรถ”
(ทำไมไม่ให้คนของพี่คินไปรับล่ะ)
“วันนี้ทุกคนดูยุ่งๆอะ พี่คินก็ออกไปตั้งแต่เช้าต้องมาดูความเรียบร้อยที่งาน”
(วาสนาเพื่อนฉันจริงๆเลยนะ ผัวรัก ผัวหลง)
เอวายิ้มขำ “อย่างงี้แหละ ไม่ได้ชื่อเอวาก็เหนื่อยหน่อยนะ”
(ฉันเริ่มหมั่นไว้แล้วนะย๊ะ) ญี่ปุ่นโวยวายใส่เพื่อน (ไปเตรียมตัวได้แล้ว ฉันจะรอดูรูปนะ)
“ได้เลย”
(รับรองได้ว่าเธอต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดแน่ๆ มีความสุขมากๆนะเพื่อนรัก)
“ขอบคุณมากนะ”
(ไว้จะรีบกลับไปหา)
“จ้า ไว้เจอกัน” เอวายิ้มพร้อมกับกดวางสายแล้วเดินออกจากรถหรูตรงไปยังห้องพักของโรงแรมที่ได้ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับงานในคืนนี้
.
.
หญิงสาวเดินไปที่เคาน์เตอร์ก่อนจะแจ้งชื่องานแต่งงานเพื่อรับคีย์การ์ดห้องพัก แต่พนักงานกลับทำหน้าสงสัยแล้วเรียกเพื่อนให้มาช่วยเช็คข้อมูล
“ไม่มีนะคะคุณลูกค้า”
“คะ?” เอวาทำหน้างง “รบกวนเช็คอีกทีได้มั้ยคะ ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ”
“เอ่อ...” พยักงานหันมองหน้ากันก่อนจะก้มดูข้อมูลที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง “งานแต่งวันนี้มีเจ้าบ่าวชื่อคินณภัทรนะคะ แต่...”
“คุณหนู”
เอวาหันไปมองเสียงเข้มที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี “พี่ธี” หญิงสาวยิ้มโล่งใจ
“นายให้ผมเอาคีย์การ์ดมาให้ครับ” ธีระเดินเข้าไปยื่นคีย์การ์ดให้เอวา “เชิญครับ เดี๋ยวผมพาขึ้นไปบนห้อง”
เอวาพยักหน้ารับก่อนจะหันไปมองพนักงานด้วยแววตาตำหนิเล็กน้อย ก่อนจะเดินตรงไปที่ลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังห้องพักชั้นบนทันที
“ช่างแต่งหน้ามาถึงแล้วนะครับ ผมให้ขึ้นไปรอที่ห้องเรียบร้อยแล้ว”
“ขอบคุณค่ะ” เอวายิ้มกว้าง “แล้วพี่คินล่ะกัน”
“...”
“พี่คินมาถึงรึยัง”
“ครับ แต่นายติดงานอยู่ครับ”
“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าและไม่ถามอะไรเซ้าซี้ต่อเพราะรู้ว่าปกติแฟนหนุ่มของเธองานยุ่งแค่ไหน
-2 ชั่วโมงต่อมา-
“เดี๋ยวให้ช่างมาเช็คความเรียบร้อยให้นะคะ” ช่างทำผมเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินไปคุยกับผู้ช่วยช่างแต่งหน้าแล้วมองมาที่เอวาด้วยแววตาสงสัย
“อยากเพิ่มเติมตรงไหนมั้ยคะ”
“ไม่ค่ะ” เอวาส่ายหน้าแล้วมองผู้ช่วยช่างผ่านกระจก “มีอะไรกันรึเปล่าคะ?”
“เอ่อ มะ ไม่หรอกค่ะ” ช่างแต่งหน้ารีบปฎิเสธแทนลูกน้อง
“แต่เอวาว่าน่าจะมีนะคะ” เอวายิ้มอย่างเป็นมิตร “มีอะไรถามเอวาตรงๆได้นะคะ”
“คือ...”
“หยุด” ช่างแต่งหน้าหันไปทำหน้าดุใส่ลูกน้อง “ไม่ใช่เรื่องของพวกเธอ”
“แต่หนูสงสัยอะเจ้ สวยขนาดนี้ทำไมถึงยอมเป็นเมียน้อยได้”
“คะ?” เอวาทำหน้างง “เมียน้อย? หมายถึงใครหรอคะ”
“ก็คุณน้องไงคะ” ผู้ช่วยช่างแต่งหน้าเอ่ยพร้อมกับมองด้วยสายตาดูถูก “สวยขนาดนี้ เราสามารถหาสามีเป็นของเราได้สบายๆเลยนะคะ ไม่สงสารเมียหลวงเค้าบ้างหรอคะ”
“เดี๋ยวนะคะ น่าจะมีเรื่องเข้าใจผิดอะไรสักอย่าง”
“ไม่ผิดหรอกค่ะ” ผู้ช่วยมองด้วยสีหน้าไม่พอใจก่อนจะหันไปบอกเจ้านายตนเอง “หนูบอกเจ้แล้วว่าให้ยกเลิกไป ไม่รู้คิดอะไรถึงมาแต่งหน้าเจ้าสาวในวันแต่งงานของคนอื่นแบบนี้”
“หยุด”
“เจ้!”
“ฉันบอกให้หยุด!” ช่างแต่งหน้าหันไปตะคอกลูกน้องตนเอง “เค้าจ้างมาให้แต่งหน้าก็แต่ง ที่เหลืออย่าไปสาระแน เก็บของ”
“ค่ะเจ้” ผู้ช่วยทำหน้าซึมแล้วหันไปค้อนใส่เอวาก่อนจะรีบเก็บของใส่กระเป๋าแล้วพากันเดินออกจากห้องไปทันที
เอวายืนนิ่งนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้าสงสัย ทั้งเรื่องที่เคาน์เตอร์โรงแรมและเรื่องที่ช่างแต่งหน้าพูด “ไม่มีอะไรหรอกมั้ง น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด” คนตัวเล็กเอ่ยปลอบใจตนเองก่อนจะหันไปคว้าโทรศัพท์แล้วเดินลงไปยังห้องจัดงานด้านล่าง
.
.
เอวาเดินออกมาจากลิฟต์ตรงไปที่ห้องจัดงานแต่งงานของเธอ ร่างบางรู้สึกใจชื้นขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นงานภายนอกถูกจัดเตรียมไว้สวยงาม
“สวัสดีค่ะ” พนักงานดูแลเดินเข้ามาทักทายอย่างเป็นมิตร “มีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ”
“ไม่มีค่ะ” เอวาส่ายหน้า “แค่เดินมาดูความเรียบร้อยในงานเฉยๆ”
“ดูความเรียบร้อย?” พนักงานทำหน้างง “อ่อ เป็นญาติกัยฝ่ายเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวคะ”
“เป็นเจ้าสาวค่ะ” เอวาเอ่ยเสียงนิ่ง
“เจ้าสาว?” พนักงานทำหน้างงหนักมากกว่าเดิม
“ค่ะ”
“เอ่อ...” พนักงานมองไปยังรูปถ่ายที่ถูกคลุมผ้าไว้
เอวาสังเกตท่าทีของพนักงานที่มองมาที่เธอด้วยสีหน้าสงสัยก่อนจะเดินตรงไปที่รูปถ่ายหน้างานแล้วกระชากผ้าคลุมออก ร่างบางยืนนิ่งตัวชาเพราะภาพตรงหน้าคือคินที่อยู่ในชุดของเจ้าบ่าว แต่เจ้าสาว...ไม่ใช่เธอ!
“อ่าว รู้แล้วหรอ” เสียงเย็นชายเอ่ยขึ้นจากด้านหลังของเอวา
“พี่คิน...” เอวาเอ่ยเสียงสั่นก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเดินตรงเข้าไปหาคิน “เล่นอะไรคะ แบบนี้เอวาไม่สนุกด้วยนะ”
“...”
“พี่คินกำลังแกล้งเอวาอยู่ใช่มั้ย” เอวาฝืนยิ้มทั้งที่ใจสั่นเมื่อมองสายตาของรอบตัวที่มองมาที่เธอด้วยแววตาประหลาด
“ออกไปให้หมด” คินหันไปพูดกับพนักงานทุกคนบริเวณนั้นก่อนจะเดินเข้าไปกระชากแขนเอวาเดินเข้าไปในห้องจัดงาน “เซอร์ไพร์ส”
“...” เอวายืนนิ่งมองชื่อบนเวทีงานแต่งที่เป็นชื่อคินกับใครอีกคนที่เธอไม่รู้จัก รอบๆงานถูกตกแต่งด้วยแบบที่เธอเลือกแต่ภาพที่ถูกประดับไม่ใช่เธอแม้แต่ภาพเดียว
“ไม่ชอบหรอ? นี่ฉันเตรียมของขวัญชิ้นนี้นานเลยนะ เห้ออ นึกว่าจะเซอร์ไพร์สซะอีก”
เอวามองชายหนุ่มตรงหน้าที่จ้องมาที่เธอด้วยแววตาเย็นชา “พี่คินคะ...” หญิงสาวเดินเข้าไปจับแขนชายหนุ่มไว้แน่นพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มเออคลอในดวงตาเมื่อรับรู้ได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น “ไม่ใช่เรื่องจริงใช่มั้ย เกิดอะไรขึ้นคะ เอวาพลาดตรงไหนรึเปล่า หรือว่าพี่โกรธอะไรเอวา ทำไม...”
“เธอนี่มันโง่เสมอต้นเสมอปลายจริงๆ” คินแสยะยิ้มมองหญิงสาวตรงหน้าพร้อมกับสะบัดมืออก “แต่เอาเถอะ ความโง่ของเธอมันทำให้อะไรอะไรมันง่ายขึ้นเยอะ”
“พี่คิน...”
“ไง เซอร์ไพร์สมั้ย” คินยิ้มพร้อมกับมองไปรอบๆ ชายหนุ่มยืนล้วงกระเป๋าแล้วเอ่ยด้วยสีหน้าภูมิใจโดยไม่สนใจสีหน้าของหญิงสาวตรงหน้าที่ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา “ฉันใช้เวลาตั้ง 2 ปีสำหรับเซอร์ไพร์สชิ้นนี้เลยไหน เป็นไง? เซอร์ไพร์สสุดๆเลยใช่มั้ย”
“...”
“ฉันอยากให้ไอ้พ่อฆาตกรของเธอตื่นมาเห็นภาพนี้ไวๆจัง แต่เสียดายที่มันยังนอนนิ่งเป็นผักแบบนั้น” น้ำเสียงของคินเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “มันคงคิดว่ามันนอนนิ่งแบบนั้นแล้วมันจะรอดสินะ ฉันบอกเลยว่าไม่”
“...”
“ในเมื่อมันตื่นมารับกรรมไม่ได้ ลูกสาวคนเดียวแบบเธอก็ต้องรับไปแทน!” คินเดินเข้าไปบีบแก้มบางอย่างเต็มแรง “ไม่ต้องห่วง ถึงแม้ว่าวันนี้มันจะตื่นมารับรู้ว่าลูกสาวสุดที่รักของมันต้องเจออะไรบ้างไม่ได้ แต่ฉันจะทำให้สังคมรับรู้แทน” ใบหน้าคมแสยะยิ้ม “รอต้อนรับวันที่มันฟื้นขึ้นมาเพื่อดูว่าลูกสาวของมันยับเยินขนาดไหน!”
“ไม่...” เอวาส่ายหน้าราวกับปฎิเสธว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริง “ไม่จริงอะ ไม่ใช่แบบนี้”
“มันคือเรื่องจริง”
“ไม่ใช่” เอวาส่ายหน้าราวกับคนเสียสติ “ไม่อะ ไม่ใช่”
“มองหน้าฉัน!” คินตะคอกใส่หญิงสาว “ทุกอย่างวันนี้คือเรื่องจริง”
“...”
“เรื่องจริงที่ว่าฉันหลอกเธอ เรื่องจริงที่ว่าฉันทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวเธอรับกรรม และเรื่องจริงที่ฉันไม่ได้รักเธอ!”
เพลียะ! เอวาฟาดมือลงบนหน้าชายหนุ่ม ร่างบางยืนสะอื้นด้วยหัวใจที่แตกสลาย “สารเลว ฮึก เลว!”
หมับ!
“จะไปไหน!” คินเดินเข้าไปกระชากแขนเอวาจนเซมาชนกับแผงอกของตนเอง “คิดจะหนีงั้นหรอ? หึ มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอกสาวน้อย ทุกอย่างมันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ฉันบอกแล้วไงว่าเมื่อไหร่ที่พ่อเธอฟื้นขึ้นมา มันอาจจะอยากหลับไปตลอดกาลก็ได้ ถ้ารู้ว่าลูกสาวตัวเองยับเยินขนาดไหน!”