FAKE LOVE #5
เอวาลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดร้าวไปทั่วตัว สายตาหญิงสาวค่อยๆปรับโฟกัสจนหันไปเจอกับร่างคุ้นตาที่นั่งนิ่งมองมาที่เธอด้วยสีหน้าไม่แสดงความรู้สึกอะไร
“เสียใจหรอที่ตื่นมาแล้วเจอฉัน”
“ค่ะ” เอวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เสียใจที่ไม่ตายๆไป มันจะได้จบ”
“มันง่ายไปรึเปล่า”
“...”
“ความตายมันง่ายไปสำหรับเธอ” คินยิ้มุมปาก “ฉันรอเธอตั้งนาน ลุ้นว่าเธอจะฟื้นมั้ย”
“...”
“ฉันดีใจนะที่เธอฟื้นขึ้นมา เพราะฉันเตรียมอะไรหลายอย่างไว้ให้เธอเพียบเลย”
“อะไร”
“เซฮร์ไพร์ส” คินยิ้มเจ้าเล่ห์ “ชอบไม่ใช่หรอ ไม่ต้องห่วงฉันยังมีเรื่องเซอร์ไพร์สเธออีกหลายเรื่อง”
“ออกไป” เอวาเอ่ยเสียงแข็ง “ออกไปซะ!”
คินยักไหล่อย่างไม่สนใจ “ฉันก็ไม่ได้อยากมานักหรอก ถ้าเธอไม่บังเอิญใส่เบอร์ฉันป็นเบอร์ฉุกเฉิน ไหนๆพูดเรื่องนี้แล้วก็ดีเหมือนกัน แค่อยากจะบอกว่าเธอขัดจังหวะเข้าหอของฉัน กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มพอดี แล้วที่หลังถ้าอยากตายฉันว่าเธอต้องหาวิธีใหม่นะ วิธีนี้ดูไม่เข้าท่าเท่าไหร่” ชายหนุ่มยืนขึ้นพี้อมกับแสยะยิ้มก่อนจะเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยไปทันที
เอวานั่งนิ่งพร้อมกับถอนหายใจออกมา ร่างบางหลับตาลงช้าๆพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลลงมาจากหางตาก่อนจะผล็อยหลับไปด้วยอาการอ่อนเพลีย
.
.
ครืดด ครืดด
เอวาลืมตาขึ้นพร้อมกับหันมองหาโทรศัพท์หลังจากได้ยินเสียงสายเรียกเข้า
“ค่ะคุณเมย์”
(คุณเอวาคะ เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ)
“มีอะไรหรอคะ”
(มีอีเมลล์แจ้งขอประชุมผู้ถือหุ้นค่ะ)
“คะ?” เอวาร้องเสียงหลง “เอวาไม่ได้นัดประชุมนะคะ”
(ใช่ค่ะ) ปลายสายตอบพร้อมกับนิ่งไป
“หมายความว่ายังไงคะคุณเมย์”
(ผู้ที่มีสิทธิ์เรียกประชุมคือผู้ถือหุ้นใหญ่ และตอนนี้ อ่อ ไม่ใช่คุณเอวาค่ะ)
“อะไรนะคะ” เอวาอึ้งพร้อมกับกำโทรศัพท์แน่น “ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆเลยค่ะคุณเมย์ เอวา...”
(เมย์อยากให้เป็นแบบนั้นค่ะคุณเอวา พอเมย์ได้รับอีเมลล์ เมย์ก็รีบแจ้งคุณเอวาเลยค่ะ อีก 5 นาทีเมย์จะถึงบ้านคุณเอวาแล้วนะคะ เมย์เตรียมเอกสารต่างๆมาให้แล้วค่ะ)
“เอวาไม่ได้อยู่บ้านค่ะ รบกวนคุณเมย์มาที่ H Hospital ห้อง 302 ได้มั้ยคะ”
(ได้ค่ะ)
“โอเคค่ะ”
เอวาวางสายด้วยความรู้สึกเหมือนคนกำลังจะคนจะจมน้ำ ร่างบางหลับตานิ่งราวกับตั้งสติก่อนจะเปิดโทรศัพท์ดูเอกสารคร่าวๆที่เลขาส่งมา
-30 นาทีต่อมา-
“คุณเอวา” เลขาสาวทำสีหน้าตกใจเมื่อเห็นเจ้านายนอนให้น้ำเกลืออยู่บนเตียง “ขอโทษค่ะ เมย์ไม่รู้ว่าคุณเอวาไม่สบาย”
“ไม่เป็นไรค่ะ มันเกิดอะไรขึ้นค่ะคุณเมย์”
“เมย์ก็เพิ่งเข้าไปดูเอกสารตอนที่ได้รับอีเมลล์ค่ะ นี่ค่ะ” เลขาสาวยื่นเอกสารให้เอวา “มีการขายหุ้นเกิดขึ้นค่ะ”
“เอวาเข้าใจได้ว่ามันต้องมีการซื้อ-ขายหุ้น แต่ทำไมผู้ถือหุ้นใหญ่ถึงเปลี่ยนไปได้”
“แล้วคุณเอวาทราบรึยังคะว่าผู้ถือหุ้นใหม่คือใคร”
“ใครคะ?” เอวาเงยหน้าสบตาเลขาสาวที่ดูกระอักกระอ่วนใจอย่างเห็นได้ชัด
“ผู้ถือหุ้นใหม่คือคุณคินณภัทรค่ะ”
“...”
“จากเดิมคุณเอวาถือหุ้น 70 เปอร์เซ็นต์ แต่มีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนหุ้นโดยมีคุณคินณภัทรเข้ามาร่วมหุ้น โดยเป็นการซื้อหุ้นจากคุณเอวาไป 30 เปอร์เซ็นต์” เลขายื่นเอกสารให้เอวาที่ยังคงยืนนิ่งกำกระดาษในมือไว้แน่น “วันนี้เมย์ไปเจอเอกสารว่าคุณคินณภัทรได้กว้านซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นรายย่อยอีก 30 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ ทำให้ตอนนี้ เอ่อ คุณคินณภัทรถือหุ้นอยู่ 60 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับว่า...”
“เค้าได้ครอบครอง A&P Group. โดยสมบูรณ์” เอวาเอ่ยเสียงนิ่งพร้อมกับขยำกระดาษในมือทิ้งด้วยความโมโห “ขอบคุณคุณเมย์มากนะคะ เดี๋ยวที่เหลือเอวาจัดการเองค่ะ”
-วันต่อมา-
เอวามองธีระที่แตะเปิดประตูให้ตนเองก่อนจะเปิดประตูเข้าไปด้วยหัวใจที่สั่นเทา
“ถึงกับถอนสายน้ำเกลือมาหาฉันถึงที่เลยหรอ กล้าดีเหมือนกันหนิ” คินพ่นควันบุหรี่หันหลังอยู่อยู่ที่ประตูระเบียง “มีอะไร”
“ขอซื้อ...”
“ฉันไม่ขาย” คินยิ้มมุมปากแล้วหัวมาสบตากับเอวา “ถ้าจะมาขอซื้อหุ้นคืน บอกเลยว่าฉันไม่ขาย”
“แต่มันเป็นบริษัทฯของพ่อเอวา”
“ใครบอก ตอนนี้มันเป็นบริษัทฯของฉันต่างหาก” คินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเหนือกว่า “หรือฉันพูดอะไรผิด?”
“พี่คินจะเอาอะไรอีก” เอวาถามด้วยน้ำเสียงไม่เข้าใจ
“เธอคิดว่าแค่เรื่องวันนั้นฉันก็จะหยุดแล้วหรอ นึกว่าเธอจะรู้จักฉันดีซะเอง”
“ไม่อะ” เอวาส่ายหน้า “พี่คินคนนี้เอวาไม่รู้จัก”
“...”
“ไม่รู้ซาตานที่ไหนมาเข้าสิง”
“ปากดีหนิ” คินทิ้งบุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่แล้วเดินก้าวเข้ามาหาหญิงสาวที่ยืนนิ่งจ้องเค้าอย่างท้าทาย
“ไม่ได้ปากดีแค่พูดความจริง”
“ความจริง?”
“...”
“ผู้หญิงโง่ๆแบบเธอ จะรู้ว่าจริงสักกี่เรื่องกัน”
“แล้วพี่ฉลาดมากนักหรอไง ถ้าฉลาดก็คงไม่ทำเรื่องโง่ๆแบบนี้หรอกมั้ง” เอวามองค้อนใส่คิน “เอวาอยากจบเรื่องนี้ ขอหุ้นคืนให้เอวา พี่อยากได้เท่าไหร่ก็บอกมา”
“ฉันไม่ขาย”
“...”
“แล้วถ้าเธอไม่ยอมทำตามที่ฉันสั่ง ฉันจะทำให้บริษัทฯที่พ่อฆาตกรของเธอสร้างมาพังทลายไม่เป็นท่าเลยคอยดู”
“พี่คิน!” เอวาตวาดใส่ชายหนุ่มด้วยความโมโห
“อย่าลืมนะว่าตอนนี้อำนาจการตัดสินใจทุกอย่างของบริษัทฯอยู่ในมือของฉัน”
“...”
“ฉันจะเซ็นต์เริ่มโครงการหรือจบโครงการไหนก็ได้” คินมองหญิงสาวด้วยแววตาเหนือกว่า “อยากจะลองดูมั้ยล่ะ เริ่มจากโครงการไหนก่อนดี โครงการสาทรดีมั้ยค่าเสียหายมันเยอะดี”
“พี่ต้องการอะไร”
“ดี ตรงประเด็นดี” คินยิ้มอย่างพอใจก่อนจะเดินไปหยิบแก้วเหล้ามาดื่มอย่างอารมณ์ดี “ฉันต้องการเธอ”
“....”
“มาเป็นนางบำเรอ”
“ทุเรศ!”
“ทุเรศ? หึ ยังไง”
“ทำอะไรคิดถึงแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายบ้างนะ” เอวาเหลือสายตาไปมองบนมือของชายหนุ่ม
“หรอ” คินเอ่ยขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้านก่อนจะดึงแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายออกแล้วเดินเอาไปวางที่โต๊ะ “แบบนี้ก็ไม่เห็นแล้วสิ”
“สารเลว”
“กลัวอะไร บาปกรรม?”
“...”
“ไม่ทันแล้วมั้งสาวน้อย”
“...”
“เลือกเอาล่ะกันว่าจะรักศักดิ์ศรีหรือรักบริษัทฯที่พ่อเธอสร้างมา”
“พี่แค้นครอบครัวเอวาขนาดนี้เลยหรอ”
“ใช่!”
“...”
“เมื่อไหร่ก็ตามที่พ่อเธอตื่นขึ้นมา มันต้องเจ็บปวดยิ่งกว่าฉัน เพราะไข่ในหินที่มันเฝ้าทะนุถนอมกลายมาเป็นนางบำเรอของฉัน!” คินแสยะยิ้มแล้วเดินเข้ามาใกล้เอวา
“ไม่”
“ฉันไม่ได้ให้เธอเลือก” คินรั้งหญิงสาวเข้ามาใกล้ “ในเมื่อเธอกล้าเดินเข้ามาหาฉันแล้ว อย่าคิดว่าจะได้ออกมันไปง่ายๆ”
“จะทำอะไร” เอวามองชายหนุ่มด้วยแววตาหวาดระแวง
“ซื่อจนดูไม่ออกเลยหรอว่าฉันจะทำอะไร” คินใช้มือโอบหญิงสาวไว้แน่นส่วนอีกมือค่อยๆปลดเน็กไทด้วยร้อยยิ้มเจ้าเล่ห์
“พี่คิน!”
“โซฟาหรือเตียงดี”
“ปล่อย!”
“อย่าเธอ แค่โซฟาก็น่าจะพอ!” คินพูดพร้อมกับเหวี่ยงเอวาลงบนโวฟาหรูแล้วเดินขึ้นไปคร่อมหญิงสาวเอาไว้ “ฉันว่าเธออยู่นิ่งๆดีกว่า มันจะได้จบๆ” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับปลดเข็มขัดออกก่อนจะใช้มือเลื่อนเข้าไปใต้เดรสตัวบางแล้วกระชากชั้นในตัวบางออกมาอย่างง่ายดาย
“กรี๊ดดด!” เอวากรีดร้องด้วยความเจ็บและพยายามดดิ้นเพื่อให้หลุดจากพันธนาการจากชายหนุ่มตรงหน้า “พี่คิน! ปล่อยเอวาเดี๋ยวนี้นะ ปล่อย!”
“ปล่อยแน่ แต่ปล่อยในนะ” คินใช้มือรูดท่อนเอ็นแข็งของตนเองขึ้นลงช้าๆ ก่อนจะจ่อไปยังร่องรักของหญิงสาวแล้วดันเข้าไปจนสุดแรง
“กรี๊ดดดด!” เอวาร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวด “เจ็บ ฮึก พี่คิน เอวาเจ็บ!”
คินมองหญิงสาวที่กรีดร้องขอความเห็นใจจากตนเองด้วยความตาเย็นชา ก่อนจะขยับสะโพกช้าๆโดยไม่ฟังเสียงร้องของหญิงสาวใต้ร่างที่แทบจะขาดใจ
“ฮึก พะ พี่คิน เอามันออกไป! ฮึก เจ็บ เอวาเจ็บ ฮืออ”
คินก้มขบเม้มตามซอกคอของหญิงสาวอย่างป่าเถื่อน ก่อนจะใช้มือกระชากชุดเดรสจนขาดออกจากกัน ปากหนาก้มลงขบเม้มยอดอกของหญิงสาวอย่างดูดดื่มจนผิวขาวของหญิงสาวเต็มไปด้วยรอยกลีบดอกกุหลาบจนทั่ว ในขณะที่ท่อนล่างของทั้งคู่ยังขยับเข้าหากันจนเสียงเนื้อกระทบกันดังแข่งกับเสียงสะอื้นของหญิงสาว
“ฮึก...” เอวากัดริมฝีปากแน่นเพื่ออดทนกับบทรักอันป่าเถื่อนของชายหนุ่ม ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อนแต่ก็พอจะรู้ว่าคนบนร่างกำลังเร่งบทรักให้เร็วขึ้นคงเพราะว่า...
“เชี่ยย อืมม จะแตกก” คินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “อื้มม ไม่ไหวแล้ว”
หญิงสาวหลับตารับกับแรงกระแทกจากคินที่ถาโถมเข้าหาเธอจนร่างกายแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ก่อนจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่เข้ามาในตัวเธอพร้อมกับเสียงครางของชายหนุ่มที่ดังขึ้นอย่างพอใจ
“สะ เสร็จแล้วใช่มั้ย” หญิงสาวเอ่ยถามพร้อมกับดึงเสื้อผ้าที่ขาดมาปิดตัว
“ฉันปล่อยในนะ ถ้าไม่โง่ก็ควรรู้ว่าควรทำยังไง” คินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาแล้วเดินไปคว้าบุหรี่ออกไปสูบด้านนอกระเบียงอย่างไม่สนใจร่างบางที่นอนสะอื้นราวกับจะขาดใจอยู่บนโซฟา