FAKE LOVE #4
“คุณหนู ว๊าย! คุณหนู!” แม่บ้านเอะอะโวยวายด้วยความตกใจเมื่อเห็นเอวาเดินเข้ามาที่บ้านราวกับคนไร้วิญญาณ “ทำไมหน้าซีดแบบนี้ล่ะคะ แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้คะ ไม่ได้อยู่ที่งานแต่งหรอคะ”
“เอวา”
เอวาเงยหน้ามองหญิงวัยกลางคนที่มองมาที่เธอด้วยแววตาตกใจ “อาอร”
“เกิดอะไรขึ้นลูก แล้วทำไมหนูถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ วันนี้วันแต่งงานของหนูหนิ”
“อาอรช่วยเอวาด้วย ฮืออ ช่วยด้วย” เอวาปล่อยโฮและทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง “หนูไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวจริงๆ”
“เกิดอะไรขึ้นเอวา ไม่เป็นไรลูก ไม่ไหวก็พอ กลับมาบ้านเรานะ ไม่เป็นไร” อรวรรณเดินเข้ามากอดหลานสาวตนเองไว้แน่น “อาอยู่นี่แล้ว เอวาไม่ต้องกลัวนะลูก อยู่บ้านเราแล้วไม่ต้องอะไรแล้วนะลูก”
เอวาทิ้งตัวลงในอ้อมกอดของอาสาว อย่างน้อยการกลับมาที่นี่ก็เสมือนพื้นที่ที่ปลอดภัยของเธอ พื้นที่ที่ไม่มีคนใจร้ายแบบคิน...
.
.
“เอวา”
“...”
“อาขอเข้าไปได้มั้ยลูก”
“ได้ค่ะคุณอา เข้ามาได้เลยค่ะ เอวาไม่ได้ล็อค”
อรวรรณเปิดประตูพร้อมกับส่งยิ้มให้หลานสาว “อาเอาคุกกี้กับนมอุ่นมาให้”
“ขอบคุณค่ะ” เอวาฝืนยิ้มแล้วหยิบคุ้กกี้ขึ้นมาทาน “อร่อยจังเลยค่ะ ทานคุ้กกี้ที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่ากับคุ้กกี้ที่คุณอาอบเอง”
“ปากหวานจังเลยนะหลานสาวคนสวย” อรวรรณเอามือลูบพวงแก้มหลานสาวอย่างอ่อนโยน “อาอบไว้เผื่อให้หนูไปทานที่คอนโดด้วยนะ”
“...”
“อาเห็น...ฮึก เห็นแล้วใช่มั้ยคะ” เอวาเอ่ยถามอาสาวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “เอวาขอโทษค่ะ”
“ขอโทษทำไมลูก” อรวรรณฝืนยิ้มให้หลานสาว
“ขอโทษที่โง่ ฮืออ เอวาไม่เคยสงสัยอะไรเลย ไม่เคยเลย ฮึก เอวา...”
“ไม่เป็นไร” อรวรรณส่ายหน้า “เรื่องนี้เอวาไม่ผิด คินต่างหากที่ผิด!” หญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงโมโห “คินกล้าทำแบบนี้ได้ยังไง ฮึก อาจะไม่มีวันให้อภัยคินเด็ดขาด!”
“เอวาไม่อยากได้ยินชื่อเค้าอีก” เอวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “เอวาว่าจะไปหาคุณพ่อที่ห้องห้อง”
“เอาสิลูก คุณพ่อเค้าน่าจะคิดถึงหนู”
“งั้นเอวาขอไปหาคุณพ่อก่อนนะคะ มีเรื่องจะคุยกับคุณพ่อเยอะเลย”
“จ้ะลูก” อรวรรณจูบหน้าผากหลานสาว “อาอยู่ตรงนี้ อาจะไม่บังคับถ้าหนูไม่อยากเล่าแต่ถ้าวันไหนหนูต้องการใครสักคนอยากให้รู้ว่าอาอยู่ตรงนี้นะลูก” ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
เอวามองประตูที่ปิดลงแล้วเดินไปคว้าหมอนของตนเองตรงไปยังห้องของพ่อตนเอง ร่างบางค่อยๆเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของอนันต์อย่างเบามือเพราะกลัวจะรบกวนพยาบาลเวรกลางคืน “ขอโทษที่เข้ามาดึกๆนะคะ”
“ตามสบายนะคะ” พยาบาลยิ้มตอบแล้วลุกเดินออกจากห้องไป
เอวายิ้มตอบแล้วนั่งลงข้างเตียงคนไข้ที่มีชายวัยกลางคนนอนหลับไม่ได้สติตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุวันนั้น “คุณพ่อ...”
“...”
“คุณพ่อตื่นขึ้นมาคุยกับเอวาได้มั้ยคะ ตอนนี้เอวาต้องการคุณพ่อที่สุดเลย” เอวาแนบแก้มลงบนมือของคนเป็นพ่อราวกับต้องการที่พึ่ง “ไม่สิ ถ้าตอนนี้คุณพ่อตื่นขึ้นมาคุณพ่อต้องผิดหวังในตัวเอวาแน่ๆ ฮึก เอวาขอโทษ ฮืออ พ่อต้องผิดหวังแน่ๆ ทำไมเอวาถึงได้โง่แบบนี้ ทำไมไม่ฉุกคิด ฮึก เลยสักนิด” ร่างบางฟุบน้ำร้องไห้อยู่ข้างเตียงของพ่อด้วยหัวใจที่แตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี
-อีกด้าน-
“สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง” คินเอ่ยถามขณะที่กำลังถอดเน็กไทด้วยสีหน้านิ่งเฉย
“ตอนนี้ข่าวในแวดวงสังคมค่อนข้างแรงครับ หุ้นของ A&P Group ร่วงดิ่งลงมาแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผมได้ยินมาว่าผู้ถือหุ้นกำลังเรียกร้องให้มีการประชุมเพื่อปลดคุณหนูออกจากตำแหน่งครับ”
“ดี” คินยิ้มมุมปาก “แต่ยังไม่สะใจ”
“...”
“แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ”
“คุณหนูกลับไปที่บ้านใหญ่ครับ ก่อนหน้านั้น10 นาทีสายของเรารายงานว่าคุณหนูได้ขับรถออกจากบ้าน นายจะให้คนของเราตามต่อมั้ยครับ”
“ขับไปไหน”
“ไม่ทราบเลยครับ แต่คนของเราบอกว่ารถมุ้งหน้าไปแถวเขตชานเมือง”
“ไม่ต้องตาม” คินตอบอย่างไม่ใส่ใจ “จะไปใส่ใจทำไมก็แค่ผู้หญิงคนเดียว เอาเวลาไปทำเรื่องที่มีสาระดีกว่า”
“เอ่อ...”
“ออกไปได้แล้ว กูอยากพัก” คินพูดพร้อมกับเดินไปรินเหล้ามาดื่ม ร่างหนากระดกเหล้าในแก้วจนหมดพร้อมกับมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาเหม่อลอย
ตึ้งง! สายตาคมมองไปยังข้อความที่ถูกส่งมาจากใครบางคนก่อนจะกดเปิดข้อความนั้นขึ้นมา
“ฮัลโหลลสามี ตกใจใช่มั้ยล่ะว่าเอวาเอาเวลาที่ไหนมาส่งข้อความหาพี่คิน วันนี้คงเป็นวันที่เรายุ่งกันมากและก็มีความสุขมากเหมือนกัน เอวาอัดข้อความเสียงนี้ไว้ล่วงหน้า เซอร์ไพร์สใช่มั้ยคะ ฮ่าๆ ตอนนี้พี่คนคงกำลังเหนื่อยแต่มีความสุขใช่มั้ย สงสัยล่ะสิว่าทำไมเอวารู้ เพราะเอวาก็มีความสุขเหมือนกันยังไงล่ะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะพี่คิน ขอบคุณที่ทำให้เอวาเป็นผู้หญิงที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก รักพี่คินนะคะ”
คินนั่งนิ่งก่อนจะเอนหลังพิงโซฟาพร้อมกับหลับตานิ่งด้วยความรู้สึกที่ตนเองก็ไม่สามารถอธิบายได้
.
.
Ava’s part
ฉันขับรถออกมาเรื่อยๆโดยที่ไม่รู้จุดหมาย ฉันไม่มีที่ไปจริงๆ ตอนนี้หัวของฉันมันตื้อไปหมดจนไม่สามารถจะทนอยู่ในบ้านได้ ฉันมองหน้าทุกคนแล้วมันละอายใจ ฉันคือคนที่ทำให้ตระกูลเสื่อมเสีย ทำให้ทุกคนต้องมาตอบคำตอบจากการกระทำโง่ๆของฉัน ฉันไม่สามารถทนอยู่ที่บ้านได้จริงๆ...
ฉันมองสายเรียกเข้าที่ดังขึ้นพร้อมกับเบอร์โทรคุ้นเคยที่โชว์อยู่บนหน้าจอ
(เอวา!)
“ฉันยังไม่มีแรงที่จะพูดถึงเรื่องวันนี้นะ”
(อืมม) เสียงของญี่ปุ่นสะอื้นจนฉันรู้สึกได้ (ขอโทษ ฮึก ขอโทษที่ไม่ได้อยู่ด้วย)
“ขอโทษทำไม”
(...)
“ไม่มีใครต้องขอโทษฉันทั้งนั้น ฉันต่างหากที่โง่เอง” ฉันตอบไปตามความจริง ฉันไม่ได้ประชดนะ แต่มันเป็นเพราะฉันโง่จริง”
(เธอไม่ได้โง่ มันต่างหากที่เลว!)
“...”
(เธอเป็นไงบ้าง)
“ตอนนี้หรอ...” ฉันเงียบเพราะไม่รู้จะตอบยังไงดี “แค่ยังหายใจได้ฉันก็ว่าฉันเก่งแล้ว”
(...)
“ข้างในมันแตกสลายไปหมด โลกใบสุดท้ายที่ฉันมีมันถล่มลงมาต่อหน้า” ฉันพูดสิ่งที่อัดอั้นออกไปให้เพื่อนรักฟัง “โลกที่ฉันกอดไว้ตั้งแต่วันที่พ่อประสบอุบัติเหตุ”
(...)
“เค้าเป็นทุกอย่างของฉัน เป็นคนต่อลมหายใจ เป็นคนให้ชีวิต ฮึก แต่วันนี้เค้าก็มาเอามันคืนไป”
(เอวา...)
“ฉันเหนื่อย ฮึก ตอนนี้แค่หายใจยังเหนื่อยเลย” ฉันเริ่มฟูมฟายราวกับคนไร้สติ “ทำไมพี่คินใจร้ายแบบนี้ ฮึก ทำไมเค้าถึงใจร้ายกับฉันได้ขนาดนี้ ถ้าทำแบบนี้เค้าฆ่าฉันไปเลยมันน่าจะง่ายกว่า ฮืออ ฆ่าฉันให้ตายไปเลยมันน่าจะดีกว่า!”
ฉันฟูมฟายกับเพื่อนรักพร้อมกับเพิ่มความเร็วคันเร่งโดยไม่รู้ตัว ด้วยความไม่ชินทางและสายตาที่พร่ามัวทำบวกกับเสียงบีบแตรและไฟรถที่สาดเข้ามาจากรถฝั่งตรงข้ามเหมือนกำลังเตือนสติว่าฉันกำลังขับล้ำเส้นไปอีกเส้น
บริ๊นนน!
กรี๊ดดด! ตู้มมม!
แรงกระแทกทำให้สติฉันเหลือน้อยลงเต็มที มีเพียงเสียงของญี่ปุ่นที่ตะโกนเรียกฉันผ่านสายโทรศัพท์ แสงไฟที่สาดส่องเข้ามาเหมือนกำลังจะดับมืดไป ฉันกำลังจะตายหรอ...ก็ดี บางทีความตายอาจจะเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ฉันมีก็ได้
[End]