LOGINMAXเห้อ...!!!วันนี้หลังจากที่ผมขับรถไปหามินตราที่บ้าน แล้วต้องกินแห้วเหมือนอย่างเคย ผมก็กลับมานั่งคอตกอยู่ที่คอนโดคนเดียวไม่ต่างกับหลายๆวันที่ผ่านมา การรอคอยอย่างไม่รู้จุดสิ้นสุดมันเป็นอะไรที่โคตรทรมานเลยจริงๆ ตอนนี้ผมไม่รู้ข่าวคราวของมินตราเลย ไม่รู้เลยว่าเธอจะกลับมาเมื่อไหร่ ทั้งๆที่นี่ก็ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว ความจริงเธอน่าจะกลับมาได้แล้ว แต่เธอก็ยังไม่กลับมาเลย และผมเดาไม่ออกจริงๆว่าเธอไปไหน เพราะถ้ารู้ ผมคงไม่มานั่งกลืนความหมดอาลัยตายอยากแทนข้าวอยู่เป็นเดือนๆแบบนี้ ...นี่สินะ ผลของความเลวระยำและความโง่เง่าเต่าตุ่นของผม ถ้าผมไม่ทำร้ายมินตรา ถ้าผมรู้ใจตัวเองเร็วกว่านี้ เรื่องทุกอย่างมันก็คงไม่ลงเอยแบบนี้ แต่ผมจะมาพูดพร่ำตอนนี้มันก็คงไม่มีประโยชน์ ในเมื่อผมทำตัวเอง และผมคงย้อนเวลากลับไปแก้ไขความบัดซบของตัวเองในอดีตไม่ได้ ตอนนี้สิ่งเดียวที่ผมทำได้ คงมีเพียงอย่างเดียว คือรอให้ถึงวันเปิดเทอม เพราะวันเปิดเทอมมันคือความหวังเดียวของผมในนาทีนี้แล้วจริงๆ.:;วันเปิดเทอม...และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เป็นความหวังเดียวของผม วันที่ผมหวังว่าจะได้เจอมินตราหลังจากที่ผมรอเห็นหน้า และรอที่จะสารภาพ
หลายวันต่อมา...สรุปแล้ววันนั้นมินตราก็ไม่กลับมา ผมนั่งรอเธออยู่หน้าบ้านทั้งคืนแต่ก็ไร้วี่แวว จนมาถึงวันนี้เธอก็ยังไม่กลับมา ผมมาหาเธอทุกวัน นั่งรอเธอหน้าบ้านอย่างตอนนี้ทุกวัน แล้วก็กินแห้วทุกวัน ผมไม่รู้ว่าเธอไปไหน และผมไม่รู้จะไปหาเธอได้ที่ไหน ไม่รู้จะติดต่อเธอได้ยังไง ในเมื่อดูเหมือนเธอจะเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ เฟซบุ๊คไอจีของเธอก็ไม่เคลื่อนไหว เธอเงียบหายไปเลยดื้อๆ จนผมมืดแปดด้านไปหมดแล้ว ผมควรจะทำยังไงดี การได้เห็นแต่ไม่ได้คุยว่าทรมานแล้ว แต่นี่ทั้งไม่เห็นทั้งไม่ได้คุยทั้งไม่รู้เรื่องรู้ราวหรือข่าวคราวอะไรเลยมันยิ่งกว่าทรมาน คำถามเดียวที่อยู่ในหัวผมตอนนี้ คือผมจะได้เจอมินตราอีกมั้ย ผม...ผมกลัวเหลือเกินRrrrrrr...!!!เสียงโทรศัพท์ที่จู่ๆก็ดังขึ้นทำให้ผมจำต้องละสายตาจากหน้าบ้านมินตราแล้วหยิบโทรศัพท์มากดรับแทน ไอ้ลีโอมันโทรมาน่ะครับ“มีไร” ผมรับสายแล้วกรอกเสียงลงไป ในเมื่อผมเดาไม่ออกว่าไอ้ลีโอมันโทรมาทำไม ผมไม่ได้เจอกับมันหลายวันแล้ว กับไอ้อคินก็เหมือนกัน ก็ตั้งแต่ปิดเทอม(“ก็มีนิดหน่อย มึงว่างป่ะ ออกมาเจอกันหน่อยดิ พอดีมีเรื่องให้ช่วย”)“ช่วยเรื่อง?”(“เอาน่า มาก่อนเหอะ เดี๋ยวอธิบายให้
คิดได้อย่างนั้นฉันเลยลุกเดินไปเปิดประตูบ้าน ก่อนความตกใจจะมาเยือนโดยไม่ทันตั้งตัว ทันทีที่เปิดประตูออกไปแล้วเห็นว่าใครเป็นคนเคาะ“โบว์!?” ใช่ คือโบว์ที่เป็นคนมาเคาะประตู“เอ่อ โบว์...โบว์มาหาเราเหรอ” ที่ฉันถามไปแบบนั้น เพราะไม่คิดว่าโบว์จะมาหาฉัน เพราะโบว์เกลียดฉันไปแล้ว แต่ถ้าให้คิดว่าโบว์จะมาหาเรื่องฉันมันก็ดูเหมือนไม่น่าจะใช่ เพราะสีหน้าท่าทางของโบว์มันไม่ได้ดูเกรี้ยวกราดหรือขุ่นเคืองเลยสักนิด ตรงกันข้าม มันกลับดูเศร้าซึมและขุ่นหมองด้วยซ้ำ“อืม โบว์มาหามิน โบว์อยากคุยกับมิน“ คะ...คุย? คุยงั้นเหรอ“ขอเข้าไปได้มั้ย”“ห้ะ อือ อืม ได้สิ” ฉันตอบรับทั้งๆที่ยังนึกไม่ออกและไม่เข้าใจ ว่าโบว์จะมาไม้ไหน แล้วโบว์จะคุยกับฉันเรื่องอะไร ในเมื่อตอนอยู่มหาลัย โบว์แทบไม่มองหน้าฉัน หรือถ้ามองก็อย่างที่เคยบอก ว่ามันมีแต่ความเกลียดชังและขุ่นเคือง“มีเรื่องอะไรจะคุยกับเราเหรอ” ฉันเดินนำมาที่โซฟาก่อนจะเอ่ยถามหลังจากที่เรานั่งลงทั้งสองคน“โบว์อยากมาขอโทษ” ขอโทษ?“อยากขอโทษในทุกๆเรื่องที่โบว์เคยทำกับมิน โบว์รู้แล้วว่าโบว์ทำไม่ถูก และโบว์เข้าใจแล้ว ว่าถึงแม้ว่าโบว์จะรักแมคและพยายามทำเพื่อแมคแค่ไหน โบว์ก็ไม
ฉันเดินตามพี่นิคมาจนถึงม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับเขาพร้อมกับรอฟังเรื่องที่เขาจะพูด“คือพี่จะมาขอโทษเรื่องวันนั้นน่ะ”“ขอโทษ?” ฉันเอียงหน้าขมวดคิ้วอย่างงุนงง ในเมื่อฉันต่างหากที่ผิด ไม่ใช่เขา“ครับ พี่จะมาขอโทษมิน เรื่องที่วันนั้นพี่ใช้อารมณ์มากไปหน่อย พี่ควบคุมตัวเองไม่ได้ พี่ขอโทษจริงๆ” ดูจากสีหน้าและแววตาของเขาแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะรู้สึกผิดจริงๆด้วยนั่นแหละ“ไม่เป็นไรค่ะพี่นิค มินไม่โกรธหรอก เพราะคนผิดคือมินต่างหาก มินขอโทษนะคะที่มินเอาความวุ่นวายไปให้ที่ร้าน แล้วก็ขอโทษที่มิน เอ่อ...” ปฏิเสธความรักของพี่ ประโยคท้ายฉันละไว้ในฐานที่เข้าใจ“ไม่เป็นไร พี่เข้าใจ ความรักมันบังคับกันไม่ได้ เพราะงั้นมันคงเป็นไปไม่ได้ ที่พี่จะสั่งให้มินเลิกรักหมอนั่นแล้วหันมารักพี่ ก็เหมือนกับที่พี่สั่งตัวเองให้เลิกรักมินไม่ได้”“พี่นิค...”“เอาน่า ไม่ต้องคิดมาก เดี๋ยวนานไป พี่ก็คงทำใจได้เอง แล้วอีกอย่าง ที่พี่มาวันนี้ไม่ได้จะมาดราม่ากับมินซะหน่อย แต่ที่พี่มา เพราะพี่อยากจะมาขอโทษเรื่องวันนั้น แล้วก็อยากจะมาชวนมินให้กลับไปทำงานที่ร้านด้วยกัน”“กลับไปทำงาน?” ฉันไม่คิดว่าเขาจะยังใจดีให้ฉันกลับ
ความตกใจที่ได้ยินว่าแมคเรียกตะโกนตามหลังฉันมาพร้อมด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆที่ดังรัวๆ ทำให้ฉันต้องรีบเร่งฝีเท้าของฉันให้เร็วกว่านี้ ยิ่งเร็วได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี“มิน! เดี๋ยว! คุยกันก่อน อย่าเพิ่งไป!”“ไม่! เราไม่คุยอะไรกับนายทั้งนั้น” ฉันตอบกลับไปโดยไม่คิดจะหันหลังกลับไปมอง ขณะเดียวกันเท้าของฉันก็ยังคงพยายามเร่งก้าวรัวๆไปข้างหน้า“แต่เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง!” ดูเหมือนเขาจะยังตามมาไม่ยอมหยุด“เราบอกว่าเราไม่คุยไง!”“เธอต้องคุย! เพราะฉันจะไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ให้มันค้างคา!”หมับ!“ว้าย!” แมคคว้าข้อมือฉันไว้ได้ ก่อนเขาจะใช้สองแขนรวบหน้าท้องฉันแล้วดึงฉันเข้าไปกอด“ในที่สุดก็จับได้สักที” เขาวางคางลงตรงไหล่ฉัน แล้วหันหน้าเข้าหาแก้มฉันพร้อมกับน้ำเสียงที่อยู่ๆก็อ่อนโยนลงดื้อๆดังเข้าหูฉันมา บอกได้เลยว่าการกระทำของเขามันทำให้ทั้งตัวทั้งใจของฉันสั่น แต่ถ้าจะให้ฉันคล้อยตาม มันก็คงไม่ง่ายขนาดนั้น ในเมื่อความเจ็บปวดที่ฉันเคยได้รับจากเขามันช่างมากมาย“ปล่อยเรา” ฉันพยายามทำเสียงแข็งๆเข้าไว้ ใจก็ด้วย“ไม่ปล่อย จนกว่าเราจะคุยกันรู้เรื่องก่อน” ขณะที่แมคพูดไป ฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่กระทบ
MINTRA ก็อกๆๆที่ฉันมาเคาะประตูห้องทำงานพี่นิค เพราะหลังจากที่เขาจัดการให้โบว์กลับไปได้แล้ว(ซึ่งไม่รู้ว่าเขาจัดการด้วยวิธีไหน)เขาก็เรียกให้ฉันมาพบที่ห้องทำงาน นี่หรือว่าเขา...เขาจะไล่ฉันออก! โทษฐานที่ก่อแต่เรื่องมาให้ที่ร้านจนมันมากมายเกินไปแล้ว!!!“เข้ามา” เสียงตอบรับฟังดูไม่ค่อยจะสบอารมณ์สักเท่าไหร่นะฉันว่า มันเลยทำให้ฉันยิ่งหวาดผวาเข้าไปใหญ่ กลัวว่าจะโดนไล่ออกจริงๆ แต่ถึงจะอย่างนั้น ฉันก็พยายามทำใจดีๆเข้าไว้แล้วเปิดประตูเข้าไป“เอ่อ พี่นิค เรียกมินมีอะไรเหรอคะ”“นั่งก่อนสิ”“เอ่อ ค่ะ” ฉันตอบรับก่อนจะค่อยๆเดินไปนั่งตรงหน้าโต๊ะทำงานของพี่นิค ในใจก็ภาวนาว่าขออย่าให้โดนไล่ออกเลย“พี่มีเรื่องจะคุยด้วยนิดหน่อย เรื่องที่ยัยนั่นมาอาละวาด” เรื่องที่ยัยนั่นมาอาละวาด? ที่พี่นิคหมายถึงคงไม่พ้นเรื่องโบว์ แต่เดี๋ยวนะ คือเขาหมายถึงเรื่องโบว์เรื่องเดียวไม่พ่วงเรื่องไล่ฉันออกด้วยใช่มั้ย“ผู้ชายที่ยัยนั่นพูดถึง คือผู้ชายที่มาหาเรื่องมินเมื่อวานใช่รึเปล่า” คำถามของพี่นิคทำเอาฉันชะงัก ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องโดนไล่ออกอย่างที่ฉันกลัวก็จริง แต่เป็นเรื่องที่ฉันไม่คิดว่าพี่นิคจะถาม และไม่ใช่ว่าฉันไม่มีคำต







