LOGIN“ถ้าคุณยังอยากคบกับผมต่อ... คุณก็กลับไปก่อน” ภัคพงศ์พูดตัดบทเพียงแค่นั้น แววตาของเขาจริงจังจนลีน่าไม่กล้าเซ้าซี้ต่อ ชายหนุ่มเดินนำหญิงสาวออกจากห้อง พาเธอไปขึ้นรถสปอร์ตคันหรูของเขาที่จอดอยู่หน้าคฤหาสน์ ก่อนจะขับออกไปส่งเธอที่คอนโดมิเนียม
“ภัคคะ... คืนนี้อยู่เป็นเพื่อนลีน่านะคะ” ลีน่าเอื้อมมือไปแตะท่อนแขนแกร่ง ออดอ้อนเสียงหวานเมื่อรถจอดสนิทที่หน้าคอนโด
“ไม่ได้หรอกครับลีน่า... เอาไว้วันหลังนะ” เขาปฏิเสธอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น
“คุณจะรีบกลับไปให้น้องสาวรังแกอีกทำไมคะ” เธอถามอย่างไม่สบอารมณ์
“ลีน่า... คุณไม่เข้าใจหรอก เอาเป็นว่าเดี๋ยวเรื่องนี้เราค่อยคุยกันวันหลังนะ ผมขอตัวก่อน” ภัคพงศ์ตัดบทสนทนาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะขับรถบึ่งกลับบ้านทันที
เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ ภัคพงศ์เดินคอตกกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง สภาพห้องที่เต็มไปด้วยเม็ดทรายเกลื่อนกลาดบนพื้นและบนเตียงนอนกว้าง ทำให้เขาต้องถอนหายใจออกมาอีกระลอก ชายหนุ่มรีบกดอินเตอร์คอมเรียกป้าแม่บ้านให้เข้ามาจัดการทำความสะอาดโดยด่วน
ระหว่างที่รอแม่บ้านทำความสะอาด ภัคพงศ์ทำได้เพียงเข้าไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายใหม่ให้สะอาดหมดจด เขาไม่กล้าแม้แต่จะล้มตัวลงนอนบนเตียงเพราะยังทำความสะอาดไม่เสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มตัดสินใจเดินไปเคาะประตูห้องของปรานไหม เมื่อเธอเปิดประตูให้ เขาก็แทรกตัวเข้าไปนั่งลงบนเตียงนุ่มข้างๆ เธอ
ทั้งสองคนต่างนั่งนิ่งเงียบ ไม่มีใครยอมปริปากพูดอะไรออกมาก่อน บรรยากาศอึดอัดโรยตัวปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง นี่นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ภัคพงศ์และปรานไหมมีปัญหาผิดใจกันรุนแรงขนาดนี้ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พวกเขาไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกันเลยสักครั้ง
เช้าวันรุ่งขึ้น...บิดาและมารดาของทั้งคู่ต่างก็สังเกตเห็นความผิดปกติ แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกๆ ทำไมถึงได้มีท่าทีหมางเมิน ไม่ยอมพูดจากันเช่นนี้ ปรานไหมไม่เคยแสดงอาการมึนตึงใส่พี่ชายของเธอเลยสักครั้ง แต่วันนี้กลับทำตัวห่างเหินอย่างเห็นได้ชัด
วันนี้ทั้งครอบครัวมีนัดออกไปทำธุระนอกบ้านพร้อมกัน เนื่องจากมีงานเลี้ยงต้อนรับการเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารคนใหม่ของบิดา หลังจากงานเลี้ยงเลิกรา ทุกคนก็เดินทางกลับบ้านพร้อมกัน
ตลอดเส้นทางที่นั่งรถกลับบ้าน ปรานไหมเอาแต่นั่งเงียบ ไม่ยอมปริปากพูดจา หรือแม้แต่จะปรายตามองภัคพงศ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ เลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งเวลาผ่านไปพักใหญ่ ร่างเล็กๆ ของสาวน้อยที่นั่งหลังตรงมาตลอดทาง ก็ค่อยๆ โอนเอนมาซบลงบนลาดไหล่กว้างของชายหนุ่ม ภัคพงศ์หันไปมองด้วยความแปลกใจ ก่อนจะพบว่า น้องสาวตัวแสบหลับสนิทไปเสียแล้ว
“ไหม!! ไหม...ถึงบ้านแล้ว” ภัคพงศ์เขย่าแขนเรียกน้องสาวขี้เซาเบาๆ แต่เธอก็ไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเลย ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเธอกำลังหลับสนิท ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงตัดสินใจช้อนร่างบางขึ้นอุ้มไว้ในวงแขนแกร่งอย่างทะนุถนอม
“อ้าว! น้องหลับไปแล้วเหรอเจ้าภัค” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามเมื่อเห็นลูกชายอุ้มน้องสาวลงมาจากรถ
“ครับคุณพ่อ... น้องคงจะเพลียน่ะครับ”
“งั้นแกก็อุ้มน้องขึ้นไปนอนบนห้องซะ”
“ครับ... แล้วคืนนี้คุณพ่อจะออกไปไหนอีกหรือเปล่าครับ”
“ไม่ล่ะ... พ่อจะพักผ่อน” บิดาตอบพลางลอบยิ้มในใจ ลึกๆ แล้วเขาก็อยากให้ลูกชายจอมเพลย์บอยคนนี้ ยอมอยู่ติดบ้านเพื่อคอยดูแลน้องสาวบ้าง
ร่างอรชรถูกภัคพงศ์อุ้มพาขึ้นมาจนถึงห้องนอนของเธอที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องของเขา ภายในห้องตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีขาวสะอาดตา ตัดกับสีชมพูอ่อนหวาน ดูโรแมนติกและเหมาะกับหญิงสาวอย่างเธอเป็นที่สุด
ภัคพงศ์ค่อยๆ วางร่างบางลงบนเตียงนุ่มอย่างเบามือ จัดท่านอนให้เธออย่างระมัดระวัง ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายให้ ทว่า... ทันทีที่เขาหันหลังเตรียมจะเดินออกจากห้อง ปรานไหมก็พลิกตัว ตวัดผ้าห่มออก แล้วผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
“นี่ไหม... แกล้งหลับเพื่อให้พี่อุ้มขึ้นมาส่งถึงเตียงงั้นเหรอ”
“ทำไมคะ ก็มันหน้าที่ของพี่ที่จะต้องดูแลน้องไม่ใช่เหรอ”
“จะไปไหน” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นทันควัน ก่อนที่ปลายเท้าเล็กๆ ของเธอจะทันได้แตะพื้นเสียด้วยซ้ำ
“ไหมจะลงไปข้างล่างค่ะ... พอดีว่ายังไม่ง่วง” เธอตอบเสียงสะบัด ไม่ยอมสบตาเขา
“เดี๋ยวนี้เจ้าเล่ห์นักนะ” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างจับผิด
“ไหมได้ยินว่าคุณพ่อจะไม่ออกไปไหนแล้ว พี่ภัคคงจะรอโอกาสขับรถออกไปหายัยนั่นน่ะสิ”
“ทำมาเป็นรู้ดี ใครบอกเธอว่าพี่จะออกไป”
“เปล่า!!..ก็แค่เดา เมื่อคืนสักไม่เสร็จกิจนี่ คงจะงุ่นง่านน่าดู ไปสานต่อให้เธอสิ”
“ไหม!!..นับวันจะแก่แดดขึ้นทุกทีๆ แล้วนะ”
“ชิ!!!” น้องสาวหันหน้ามาค้อนก่อนจะทำท่าจะก้าวเดินหนี ภัคพงศ์ก็เอี้ยวตัวไปคว้าร่างบางเอาไว้ ดึงรั้งให้หญิงสาวถลาเข้ามาปะทะอกกว้าง และตกอยู่ในอ้อมกอดรัดรึงของเขาทันที
“พี่ว่า... เราสองคนน่าจะคุยเรื่องเมื่อคืนให้รู้เรื่องกันก่อนนะ”
ยิ่งได้เห็นริมฝีปากบางเฉียบที่เม้มเข้าหากันแน่น หากแต่ยังคงสั่นระริกน้อยๆ เขาก็ยิ่งได้ใจ วงแขนแกร่งกระชับกอดร่างนุ่มนิ่มเอาไว้แน่นขึ้น อยากจะกอดเธอเอาไว้แบบนี้ให้นานแสนนาน ภัคพงศ์เกลียดสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างเขากับเธอแบบนี้ที่สุด
“ไหมจะฟ้องคุณพ่อ ว่าพี่ภัคพาผู้หญิงมาทำอะไรกันในบ้าน!” ปรานไหมขู่ เธอพยายามดิ้นรนขัดขืนให้หลุดพ้นจากอ้อมกอดของเขา
“ถ้าเป็นเรื่องเมื่อวาน... พี่ต้องขอโทษจริงๆ ที่พี่เผลอทำอะไรไปแบบนั้น” เขารีบเอ่ยคำขอโทษด้วยน้ำเสียงจริงจัง หวังจะให้เธอใจเย็นลง
แต่ปรานไหมไม่พร้อมที่จะรับฟังเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น ทันทีที่เธอดิ้นหลุดจากการเกาะกุมของเขาได้ หญิงสาวก็รีบวิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ภัคพงศ์ยืนมองตามแผ่นหลังบางไปด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในใจ หวังว่าน้องสาวตัวดีคงแค่จะไม่ขี้ฟ้องอย่างที่ปากพูดหรอกนะ
“เอาจริงเหรอคะ... พี่ภัคอะ โรคจิตขึ้นทุกวันแล้วนะ”ปรานไหมครางประท้วงด้วยน้ำเสียงระเส่าปนหยอกเย้า ทว่าร่างกายของหล่อนกลับทรยศความรู้สึกผิดชอบชั่วดีอย่างสิ้นเชิง เรียวขาเนียนสวยแยกออกกว้างอย่างเต็มใจเพื่อต้อนรับวัตถุสั่นสะเทือนที่สามีสอดแทรกเข้าสู่ส่วนลึกของช่องสวาท ทันทีที่นิ้วแกร่งเปิดสวิตช์ทำงาน ร่างระหงก็เกร็งกระตุกผวาเยือก สะโพกมนบิดส่ายพล่านด้วยความทรมานอันแสนหวานที่ตีรวนขึ้นมาจุกอก“อ๊าาา... ซีดดด!”“เสียวมั้ยไหม...” ภัคพงศ์เอ่ยถามพลางก้มลงมองดูหยาดน้ำหวานชุ่มฉ่ำที่เอ่อล้นทะลัก“เสียว... เสียวค่ะ อร๊ายยย!!”“เหมือนโดนออรัลป่ะ”“มัน... มันคนละความรู้สึกกันค่ะ... อื้อออ!!!”รสรักที่ผสมผสานจินตนาการอันลึกลับและด้านมืดในใจกระตุ้นให้ปรานไหมถึงฝั่งฝันอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มรวบร่างระหงที่เสร็จสมจนตัวสั่นเทาเข้ามาสวมกอด ลูบเรือนผมปลอบประโลมอย่างรักใคร่ “พี่อยากทำให้ไหมมีความสุขนะ”“ฮือออ พอแล้ว... ไหมเสียวอะ คนใจร้าย อ๊าา อย่าแตะตรงนั้นสิ...”หล่อนซุกหน้าลงกับอกแกร่ง ปล่อยให้สามีบดเบียดเนื้อกายเข้าหาเพื่อสานต่อบทเพลงรักอันเร่าร้อน ฝ่ามือหนาของสามียังคงลูบไล้กลีบเนื้อสวาทที่เวลานี้แฉะเยิ้ม
แสงไฟสีนวลในห้องหอหรูหราถูกหรี่จนสลัว อุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศไม่สามารถลดทอนความร้อนแรงของสองเรือนร่างที่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนเตียงกว้างได้เลย ภัคพงศ์ทอดสายตามองเรือนร่างเปลือยเปล่าของภรรยาสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยกระแสแห่งความเย้ายวนและความปรารถนาอันลึกล้ำซับซ้อน“พี่ยอมรับ แต่สาว ๆ คนอื่นที่เคยคบหา พี่ก็เลิกหมดแล้วนี่ครับ” ชายหนุ่มกระซิบเสียงพร่า ชวนคุยเพื่อผ่อนคลายความตื่นเต้นของคนใต้ร่าง “นอกจากพี่จะไม่รังเกียจไหมแล้ว บางครั้ง... พี่อยากลองทำแบบนั้นกับไหมดูบ้าง”คำสารภาพตรงไปตรงมาเรื่องรสนิยมลับ ๆ ที่ซ่อนอยู่ของสามีทำเอาปรานไหมใจสั่นระรัว มันไม่ใช่ความกลัว ทว่ากลับเป็นความตื่นเต้นรัญจวนใจอย่างประหลาด หล่อนพยักหน้ารับอย่างยินยอมหมดใจ แววตาฉ่ำปรือสบประสาน “ถ้าเป็นพี่ภัค... ไหมยอมทุกอย่างค่ะ”เมื่อได้รับคำอนุญาตดั่งสะพานเชื่อมตัณหา บทรักอันเร่าร้อนและลึกซึ้งก็ระเบิดขึ้นทันที ภัคพงศ์ไม่รอช้า จ่อแกนกายใหญ่โตที่แข็งขึงเต็มคราบเข้าหาช่องทางรักที่ชุ่มฉ่ำ สอดแทรกตัวตนกระแทกกระทั้นเข้าใส่ร่องสวาทของภรรยาสาวอย่างรุนแรงรัวเร็วทันทีตามอารมณ์ดิบที่พุ่งทะยานทั้งสองร่างกอดรัดฟัดเหวี่ยงร่ว
“ลีนาเอาของขวัญมาแสดงความยินดีกับคุณค่ะ... เรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ใช่มั้ยคะ”คำทักทายที่หลุดออกมาจากปากของอดีตคู่ควงทำเอาภัคพงศ์และปรานไหมชะงักไปเล็กน้อย ลีนายื่นกล่องของขวัญผูกโบว์ขนาดใหญ่ส่งให้ตรงหน้าของคนทั้งคู่ บ่าวสาวถึงกับหลุดขำเพราะมันคือ กระบะทรายแมวผูกโบว์อันเบ้อเริ่ม!ปรานไหมจำมันได้ดี เจ้ากระบะทรายชิ้นนี้คือจุดเริ่มต้นและชนวนเหตุสำคัญในอดีตที่ทำให้ภัคพงศ์ได้รับรู้ถึงความรู้สึกส่วนลึกในใจของเธอที่มีต่อเขา“ขอบคุณนะ ลีนา... แต่ต่อไปไหมคงไม่ได้เลี้ยงแมวแล้วล่ะ เพราะผมจะให้เธอเลี้ยงลูกของผมแทน” ภัคพงศ์เอ่ยประโยคเย้าแหย่พร้อมกับเสียงหัวเราะ นัยน์ตาคมกริบตวัดมองสบตากับปรานไหมด้วยกระแสความนัยรอคอยสวาทอันหวานล้ำ ทำเอาคนถูกพาดพิงต้องแอบใช้ข้อศอกกระทุ้งสีข้างชายหนุ่มเบา ๆ แก้เขิน“ไหมขอบคุณมากนะคะ คุณลีนา ที่ไม่ลืมงานแต่งของเรา” ปรานไหมเอ่ยขอบคุณด้วยรอยยิ้มและแววตาซาบซึ้งใจ ลีน่ายิ้มหวานตอบรับ ความขุ่นเคืองในอดีตถูกสายลมทะเลพัดพาจนละลายหายไปสิ้นหลังจากผ่านมรสุมชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด ลีนาเองก็ได้พบกับรักแท้ หล่อนตัดสินใจคบหาดูใจกับนักธุรกิจหนุ่มใหญ่คนนี้จนกระทั่งเข้าพิธีวิวาห
“ไหมขอเวลาอีกหน่อยได้มั้ยคะ” ปรานไหมแย้งอ้อมแอ้ม“จะรออะไรอีกละลูก” เอกวุฒิขมวดคิ้วถาม“ไหมอยากให้เรียนจบก่อนค่ะ”เมื่อเห็นความตั้งใจจริงของลูกสาว เอกวุฒิก็ใจอ่อน ใบหน้าเคร่งขรึมเริ่มผ่อนคลายลง“เอาละ... ถ้ามันเป็นความต้องการของลูก พ่อก็จะไม่เร่งรัดอะไร” ชายสูงวัยทอดสายตามองลูกชายบุญธรรมที่เขารักเหมือนลูกแท้ ๆ“ความจริงพ่อรู้มาตั้งแต่แรกแล้วว่าภัคคิดยังไงกับน้อง เพียงแต่พ่อจะรอดูความกล้าของแกก็เท่านั้น พ่อไม่ขัดหรอกเพราะเราทั้งสองไม่ใช่พี่น้องคลานตามกันมา ต่อไปนี้จะทำอะไรก็ควรให้เกียรติพ่อกับแม่บ้างนะ”“ผมต้องขอโทษคุณพ่อคุณแม่อีกครั้งนะครับ” ภัคพงศ์น้อมรับคำตักเตือน ขอบตาชายหนุ่มร้อนผ่าว“พ่อรู้... ว่าไม่มีใครรักไหมเท่าภัคอีกแล้ว” เอกวุฒิเอ่ยประโยคที่ทำให้ภัคพงศ์น้ำตาแทบร่วง มันคือการยอมรับอันสูงสุดจากปากของชายที่เป็นทั้งพ่อและเจ้านาย“ขอบคุณคุณพ่อมากนะครับ...ที่ให้โอกาสผม”“เอาเป็นว่าเรื่องการแต่งงาน พ่อจะชะลอเอาไว้ก่อน จนกว่าปรานไหมจะพร้อม แล้วเราค่อยมาตกลงเรื่องนี้กันอีกที” เอกวุฒิสรุปยุติความตึงเครียด“ถ้าอย่างนั้นไปทานอาหารกันดีกว่า วันนี้แม่สั่งให้ของโปรด เพื่อต้อนรับทั้งลูกทั้ง
“หยุดก่อนครับคุณ! หยุดก่อน!”พวกตำรวจที่เพิ่งมาถึงรีบกรูเข้ามาช่วยกันจับและห้ามทัพดึงตัวภัคพงศ์ออกจากร่างของภีมภวัตก่อนที่ชายหนุ่มจะพลั้งมือฆ่าคนตาย ตุ๊กตาที่วิ่งตามมาติด ๆ รีบถลาเข้าไปช่วยโอบกอดและหาผ้ามาคลุมเรือนร่างที่บอบช้ำสั่นเทาของปรานไหมเอาไว้ทันที“ไม่เป็นไรแล้วนะไหม... ปลอดภัยแล้ว ๆ” ตุ๊กตาร้องไห้โฮกอดเพื่อนรักไว้แน่นขณะที่ภัคพงศ์สะบัดตัวออกจากตำรวจ หันกลับมามองปรานไหมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใย และหยาดน้ำตาแห่งความโล่งอกกลับคืนมาได้ในที่สุดแท้จริงแล้ว แผนการทั้งหมดนี้ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ลีน่าเสี่ยทรงพลโทรหาภีมภวัต เพราะในตอนนั้นเขาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับกุมตัวเอาไว้ได้ ตำรวจบังคับให้เสี่ยทรงพลเอ่ยปากถามเพื่อเช็กพิกัดให้แน่ชัดว่า ภีมภวัตกำลังกักขังปรานไหมไว้ที่นี่จริง ๆ! พร้อม ๆ กับที่ในเวลาต่อมาไม่นาน ปรานไหมก็ได้ส่งพิกัดมาให้กับเอกวุฒิและภัคพงศ์ที่รอด้วยความเป็นห่วง“ไหม!!!” เสียงทุ้มอันคุ้นเคยดังก้องฝ่าวงล้อมตำรวจเข้ามา ภัคพงศ์ที่ขอติดตามเจ้าหน้าที่มาด้วยความเป็นห่วง ทันทีที่ชายหนุ่มเห็นสภาพคนรักที่เกือบจะถูกย่ำยี และเห็นหน้าไอ้เพื่อนทรยศของเธอ เส้นสติของภ
ภายหลังบานประตูห้องใต้ดินถูกปิดสลักลงอย่างแน่นหนาและไร้ความปรานี ภีมภวัตไม่รอช้าฉุดกระชากลากร่างอันบอบบางของปรานไหมออกมาที่เรือนหลังเล็กห่างจากคฤหาสน์หลังใหญ่ บ้านหลังนี้เสี่ยทรงพลสร้างขึ้นเพื่อพาลูกหนี้สาวมาขัดดอกบำเรอสวาท โดยเฉพาะสาวสวยแล้วถ่ายคลิปเอาไว้แบลคเมล ภีมภวัตเหวี่ยงร่างระหงลงบนเตียงกว้างอย่างป่าเถื่อน แววตาของเขาเต็มไปด้วยเพลิงราคะอันบ้าคลั่งและดิบเถื่อนดั่งสัตว์ร้ายที่กำลังกระหายเหยื่ออย่างที่สุด“ปล่อยฉันนะ! ไอ้คนสารเลว! แกทำเรื่องระยำแบบนั้นกับเพื่อนได้ยังไง!” ปรานไหมหวีดร้องทั้งน้ำตา พยายามตะเกียกตะกายหนี แต่เรี่ยวแรงของหรือจะสู้แรงของภีมภวัตได้ เพื่อนชายจอมหื่นรีบรวบรัดดึงร่างบางเข้ามาในอ้อมกอด“เออ! กูทำเองทั้งหมดนั่นแหละ! กูแค้นมึงที่กูอุตส่าห์ทำดีกับมึงมาตลอด แต่มึงไม่เคยเห็นหัว ไม่เคยเห็นใจกูเลย!” ภีมภวัตตะคอกกลับด้วยความเดือดดาลจนหน้าดำคร่ำเครียด“กูหลงอุตส่าห์ไว้เนื้อเชื่อใจมึง... แต่มันไม่ใช่คน!” ปรานไหมทุบตีไปที่อกแกร่งรัว ๆ“หมดเวลาของมึงแล้ว ต่อไปนี้มึงจะไม่มีสิทธิ์ต่อว่ากูอีก อีไหม! มึงมากับกูนี่!! มาทำหน้าที่ของมึงซะดี ๆ เพราะอีกหน่อย พ่อเลี้ยงกูก็จะจับมึ
กลิ่นกายของปรานไหมแตกต่างจากผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยร่วมหลับนอนด้วยอย่างสิ้นเชิง ก็แน่ล่ะสิเด็กสาววัยสิบแปดที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสา จะมีกลิ่นกายเหมือนกับสาวไซด์ไลน์ได้อย่างไร กลิ่นหอมจากสาวเหล่านั้นล้วนเกิดจากการปรุงแต่งด้วยน้ำหอมและเครื่องสำอางราคาแพง แต่สาวน้อยคนนี้ตัวของเธอหอมมาจากผิวกายที่แท้จริง กลิ
“พี่เป็นผู้ชายนะไหม เรื่องแบบนี้มันก็ต้องมีกันบ้างสิ ไม่พามาที่นี่แล้วจะให้พี่พาไปไหนล่ะ พี่ไม่กล้าพาเค้าเข้าโรงแรมหรือม่านรูดหรอกนะ” ปรานไหมจ้องมองภัคพงศ์ด้วยแววตาตัดพ้อ“ค่ะ ต่อไปไหมจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว พี่ภัคอยากทำอะไรก็เชิญ” พูดจบปรานไหมก็ตัดสินใจจะลุกออกจากห้องไป เพราะตอนนี้เธอไม่อยากเห็นหน้าพี่
“คุณภัค คืนนี้จะกลับเข้าไปนอนที่ห้องหรือยังคะ ป้าเปลี่ยนผ้าที่หมอนผ้าห่มให้ยกชุดเลย” หญิงสูงวัยที่เป็นแม่บ้านเอ่ยถาม“ยังดีกว่าครับ ผมไม่ชอบกลิ่นใหม่ ทิ้งเอาไว้สักพักดีกว่าครับ ผมขอนอนห้องรับแขกไปก่อนครับป้า” เสียงทุ้มต่ำของภัคพงศ์เอ่ยขึ้นแกมขอร้อง ป้าสายใจแม่บ้านผู้สูงวัยที่ดูแลเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ เ
คฤหาสน์เพียงดาวภายในห้องนอนหรูหรา บรรยากาศอบอวลไปด้วยไอรักและไฟปรารถนาที่กำลังลุกโชน เสียงครางทุ้มต่ำอย่างสุขสมดังแว่วออกมาจากลำคอแกร่งของผู้บรรเลงเพลงรัก สอดประสานไปกับเสียงครางหวานหูของหญิงสาวที่ทอดกายอยู่ใต้ร่างใบหน้านวลเนียนสไตล์ลูกครึ่งหลับตาพริ้ม ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มแน่นด้วยความเสียวซ่านที่แล่







