LOGIN
คฤหาสน์เพียงดาวภายในห้องนอนหรูหรา บรรยากาศอบอวลไปด้วยไอรักและไฟปรารถนาที่กำลังลุกโชน เสียงครางทุ้มต่ำอย่างสุขสมดังแว่วออกมาจากลำคอแกร่งของผู้บรรเลงเพลงรัก สอดประสานไปกับเสียงครางหวานหูของหญิงสาวที่ทอดกายอยู่ใต้ร่าง
ใบหน้านวลเนียนสไตล์ลูกครึ่งหลับตาพริ้ม ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มแน่นด้วยความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วเรือนกาย หยาดเหงื่อผุดพรายตามผิวเนื้อที่เสียดสีกันอย่างเร่าร้อน จวบจนกระทั่งพายุอารมณ์ของทั้งคู่เดินทางมาเกือบถึงฝั่งฝัน แต่ทันใดนั้น..
“กรี๊ดดดดดดดดด!!” เสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดดังแหวกอากาศขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายห้วงอารมณ์หวามไหวจนแตกกระเจิง ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ก่อนจะหันขวับไปมองยังต้นตอของเสียงนั้น
“ไหม!!!!!!!” ภัคพงศ์เบิกตากว้าง ตะโกนเรียกชื่อน้องสาวเสียงหลง
“ลีน่า!” ชายหนุ่มพยายามตั้งสติ เปล่งเสียงเรียกคู่ขาพร้อมกับรีบคว้าผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวเอาไว้ทันที จากนั้นเขาก็ลุกลี้ลุกลนดึงกางเกงที่กองอยู่ปลายเท้าขึ้นมาสวมใส่อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ผู้บุกรุกจะทันได้ต่อว่าหรือเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา
ห้องนอนของภัคพงศ์ ห้องที่ผู้เป็นน้องสาวเดินเข้าออกเป็นประจำราวกับเป็นห้องของตัวเอง ปรานไหมไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะต้องเปิดเข้ามาเห็นภาพบาดตาบาดใจเช่นนี้ ภาพเปลือยเปล่าของชายหญิงที่กำลังเริงรักกันอย่างถึงพริกถึงขิง ถึงแม้จะมีเพียงแค่แสงไฟสลัวๆ ภายในห้องแต่มันก็ไม่อาจปิดบังสายตาของเธอให้เห็นภาพนั้นได้ มันชัดเจนและรุนแรงต่อความรู้สึกของเธอเหลือเกิน
จังหวะที่ภัคพงศ์รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดบังเรือนร่างของคู่ขา ในสายตาของปรานไหม มันกลับกลายเป็นการกระทำที่ดูปกป้องและหวงแหนผู้หญิงคนนั้นอย่างออกนอกหน้า วินาทีนั้นสมองของเธอคิดอะไรไม่ออกมีเพียงความโกรธเกรี้ยวและไฟริษยาที่พุ่งทะยานเข้าครอบงำจิตใจ
ปรานไหมจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระรัวแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความโกรธปะทุขึ้นผสมปนเปไปกับความเสียใจและผิดหวังอย่างรุนแรง หญิงสาวหมุนตัวหันหลังกลับ วิ่งพรวดพราดออกไปจากห้องนั้นอย่างรวดเร็ว เธอกำลังเข้าไปเตรียมหาอาวุธบางอย่างเพื่อมาระบายโทสะ
เพียงไม่ถึงหนึ่งนาที ปรานไหมก็เดินดุ่มๆ ออกมาจากห้องนอนของเธอที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ในมือเรียวเล็กประคองกระบะทรายแมวใบใหญ่เอาไว้แน่น เธอพุ่งตรงดิ่งกลับไปยังห้องของพี่ชายอีกครั้งด้วยแววตาเคียดแค้น
“กรี๊ดดดดดดด!!... อร๊ายยย!!! ภัคคะ”
เฮ้ย!.....ไหม!!” เสียงร้องอุทานด้วยความตกใจของทั้งสองคนดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของหญิงสาว
“โครม!.....”
ปรานไหมที่กำลังหน้ามืดด้วยแรงอารมณ์ ไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอสาดทรายแมวในกระบะใส่ร่างของคนที่อยู่บนเตียงอย่างแรงจนหมดเกลี้ยง ไม่มีคำด่าทอ ไม่มีเสียงสะอื้นไห้ มีเพียงแววตาแข็งกร้าวที่ตวัดมอง ก่อนที่เธอจะหมุนตัววิ่งกลับเข้าห้องของตัวเองไป ปิดประตูเสียงดังปัง!
“โอ๊ย!....บ้าเอ๊ย!” ลีน่ากรีดร้องลั่น ทรายแมวเม็ดเล็กๆ กระเด็นเปรอะเปื้อนไปทั่วทั้งตัวและใบหน้าของเธอ รวมไปถึงภัคพงศ์ที่แม้จะพยายามเบี่ยงตัวหลบ แต่ก็ยังโดนลูกหลงอยู่ไม่น้อย ไม่รู้ว่าจะเจออึแมวผสมมาบ้างหรือไม่ แต่ตอนนี้เขายังไม่มีเวลาคิด
“ลีน่า... คุณรีบใส่เสื้อผ้าซะ เดี๋ยวผมมา” ภัคพงศ์สบถอย่างหัวเสีย เขารีบหันไปสั่งคู่ขาเสียงเครียด ก่อนจะสาวเท้าเดินออกจากห้อง ตรงดิ่งไปยังห้องของน้องสาวตัวแสบที่เพิ่งจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่เอาไว้
“ทำไมไม่รู้จักเคาะประตูห้องก่อนหึ!!!”
ภัคพงศ์เปิดประตูพรวดเข้าไป ตวาดเสียงดุใส่คนเป็นน้อง พร้อมกับตวัดสายตามองใบหน้าหวานที่บัดนี้บึ้งตึงด้วยความโกรธจัด มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กแล้วบีบแน่น ปรานไหมเชิดหน้าขึ้น จ้องมองเขากลับด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเคืองไม่แพ้กัน เธอพยายามสะบัดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุมของเขา
“พี่ภัค!!... ไหมเจ็บนะคะ!!!” ปรานไหมร้องประท้วงเสียงหลง ใช้มืออีกข้างพยายามแกะนิ้วแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กของพี่ชายออก
“พี่ถามว่าเมื่อกี้ทำไมไหมถึงไม่เคาะประตูห้องก่อน!” เขาย้ำคำถามเดิม เสียงเข้มขึ้นกว่าเดิม
“แล้วทำไมพี่ภัคถึงไม่ล็อกประตูห้องล่ะคะ!” เธอเถียงกลับฉอดๆ ไม่ยอมแพ้
“ทำไมพี่ต้องทำแบบนี้ด้วย... ทำไมพี่ต้องพาผู้หญิงคนนั้นมาทำเรื่องน่าเกลียดในบ้านของเราด้วย!” น้ำเสียงของปรานไหมสั่นเครือ แววตาตัดพ้ออย่างปิดไม่มิด
ภัคพงศ์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาเจ็บปวดของน้องสาว ความโกรธเมื่อครู่เริ่มลดทอนลง
“พี่ขอโทษ... พี่ผิดเองแหละ” เขายอมปล่อยมือจากข้อมือเล็กที่เริ่มขึ้นรอยแดง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจเดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง เพราะรู้ดีว่าขืนอยู่ต่อก็คงมีแต่จะทะเลาะกันรุนแรงขึ้นเปล่าๆ
ทันทีที่ภัคพงศ์เปิดประตูห้องกลับเข้ามา ลีน่าที่เพิ่งจะจัดการแต่งตัวเสร็จก็อ้าปากเตรียมจะโวยวาย แต่ชายหนุ่มกลับชิงพูดขึ้นมาก่อน
“ลีน่า... วันนี้คุณกลับไปก่อนเถอะนะ”
“ทำไมคะภัค... ทำไมคุณต้องแคร์ความรู้สึกของยัยน้องสาวตัวแสบนั่นขนาดนั้นด้วย!” ลีน่าแหวใส่เสียงแหลมอย่างไม่พอใจ
“เอาไว้ผมจะอธิบายให้คุณฟังทีหลัง แต่ตอนนี้... คุณกลับไปก่อนเถอะ ผมขอร้อง” น้ำเสียงของเขาอ่อนลง แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด
“ภัคคะ... นี่คุณไม่แคร์ลีน่าเลยเหรอคะ...” เธอตัดพ้อ น้ำตาเริ่มคลอเบ้าอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์ น้องสาวของเขาเป็นฝ่ายผิดแท้ๆ ที่มาระรานเธอถึงในห้อง แถมยังไม่คิดจะเอ่ยปากขอโทษสักคำ
เธออุตส่าห์คาดหวังว่าจะได้เห็นภัคพงศ์ลงโทษน้องสาวตัวแสบให้หลาบจำ แต่เขากลับไม่ทำอะไรเลย! ไม่มีอะไรที่จะมาช่วยดับไฟโกรธในใจเธอได้เลยในตอนนี้ สภาพเนื้อตัวของเธอ เตียงนอน และผ้าห่ม ล้วนเต็มไปด้วยทรายแมวสากๆ โชคยังดีที่เจ้าเหมียวตัวดีไม่ได้มาทิ้งทุ่นเอาไว้ก่อนหน้านี้!
“เอาจริงเหรอคะ... พี่ภัคอะ โรคจิตขึ้นทุกวันแล้วนะ”ปรานไหมครางประท้วงด้วยน้ำเสียงระเส่าปนหยอกเย้า ทว่าร่างกายของหล่อนกลับทรยศความรู้สึกผิดชอบชั่วดีอย่างสิ้นเชิง เรียวขาเนียนสวยแยกออกกว้างอย่างเต็มใจเพื่อต้อนรับวัตถุสั่นสะเทือนที่สามีสอดแทรกเข้าสู่ส่วนลึกของช่องสวาท ทันทีที่นิ้วแกร่งเปิดสวิตช์ทำงาน ร่างระหงก็เกร็งกระตุกผวาเยือก สะโพกมนบิดส่ายพล่านด้วยความทรมานอันแสนหวานที่ตีรวนขึ้นมาจุกอก“อ๊าาา... ซีดดด!”“เสียวมั้ยไหม...” ภัคพงศ์เอ่ยถามพลางก้มลงมองดูหยาดน้ำหวานชุ่มฉ่ำที่เอ่อล้นทะลัก“เสียว... เสียวค่ะ อร๊ายยย!!”“เหมือนโดนออรัลป่ะ”“มัน... มันคนละความรู้สึกกันค่ะ... อื้อออ!!!”รสรักที่ผสมผสานจินตนาการอันลึกลับและด้านมืดในใจกระตุ้นให้ปรานไหมถึงฝั่งฝันอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มรวบร่างระหงที่เสร็จสมจนตัวสั่นเทาเข้ามาสวมกอด ลูบเรือนผมปลอบประโลมอย่างรักใคร่ “พี่อยากทำให้ไหมมีความสุขนะ”“ฮือออ พอแล้ว... ไหมเสียวอะ คนใจร้าย อ๊าา อย่าแตะตรงนั้นสิ...”หล่อนซุกหน้าลงกับอกแกร่ง ปล่อยให้สามีบดเบียดเนื้อกายเข้าหาเพื่อสานต่อบทเพลงรักอันเร่าร้อน ฝ่ามือหนาของสามียังคงลูบไล้กลีบเนื้อสวาทที่เวลานี้แฉะเยิ้ม
แสงไฟสีนวลในห้องหอหรูหราถูกหรี่จนสลัว อุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศไม่สามารถลดทอนความร้อนแรงของสองเรือนร่างที่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนเตียงกว้างได้เลย ภัคพงศ์ทอดสายตามองเรือนร่างเปลือยเปล่าของภรรยาสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยกระแสแห่งความเย้ายวนและความปรารถนาอันลึกล้ำซับซ้อน“พี่ยอมรับ แต่สาว ๆ คนอื่นที่เคยคบหา พี่ก็เลิกหมดแล้วนี่ครับ” ชายหนุ่มกระซิบเสียงพร่า ชวนคุยเพื่อผ่อนคลายความตื่นเต้นของคนใต้ร่าง “นอกจากพี่จะไม่รังเกียจไหมแล้ว บางครั้ง... พี่อยากลองทำแบบนั้นกับไหมดูบ้าง”คำสารภาพตรงไปตรงมาเรื่องรสนิยมลับ ๆ ที่ซ่อนอยู่ของสามีทำเอาปรานไหมใจสั่นระรัว มันไม่ใช่ความกลัว ทว่ากลับเป็นความตื่นเต้นรัญจวนใจอย่างประหลาด หล่อนพยักหน้ารับอย่างยินยอมหมดใจ แววตาฉ่ำปรือสบประสาน “ถ้าเป็นพี่ภัค... ไหมยอมทุกอย่างค่ะ”เมื่อได้รับคำอนุญาตดั่งสะพานเชื่อมตัณหา บทรักอันเร่าร้อนและลึกซึ้งก็ระเบิดขึ้นทันที ภัคพงศ์ไม่รอช้า จ่อแกนกายใหญ่โตที่แข็งขึงเต็มคราบเข้าหาช่องทางรักที่ชุ่มฉ่ำ สอดแทรกตัวตนกระแทกกระทั้นเข้าใส่ร่องสวาทของภรรยาสาวอย่างรุนแรงรัวเร็วทันทีตามอารมณ์ดิบที่พุ่งทะยานทั้งสองร่างกอดรัดฟัดเหวี่ยงร่ว
“ลีนาเอาของขวัญมาแสดงความยินดีกับคุณค่ะ... เรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ใช่มั้ยคะ”คำทักทายที่หลุดออกมาจากปากของอดีตคู่ควงทำเอาภัคพงศ์และปรานไหมชะงักไปเล็กน้อย ลีนายื่นกล่องของขวัญผูกโบว์ขนาดใหญ่ส่งให้ตรงหน้าของคนทั้งคู่ บ่าวสาวถึงกับหลุดขำเพราะมันคือ กระบะทรายแมวผูกโบว์อันเบ้อเริ่ม!ปรานไหมจำมันได้ดี เจ้ากระบะทรายชิ้นนี้คือจุดเริ่มต้นและชนวนเหตุสำคัญในอดีตที่ทำให้ภัคพงศ์ได้รับรู้ถึงความรู้สึกส่วนลึกในใจของเธอที่มีต่อเขา“ขอบคุณนะ ลีนา... แต่ต่อไปไหมคงไม่ได้เลี้ยงแมวแล้วล่ะ เพราะผมจะให้เธอเลี้ยงลูกของผมแทน” ภัคพงศ์เอ่ยประโยคเย้าแหย่พร้อมกับเสียงหัวเราะ นัยน์ตาคมกริบตวัดมองสบตากับปรานไหมด้วยกระแสความนัยรอคอยสวาทอันหวานล้ำ ทำเอาคนถูกพาดพิงต้องแอบใช้ข้อศอกกระทุ้งสีข้างชายหนุ่มเบา ๆ แก้เขิน“ไหมขอบคุณมากนะคะ คุณลีนา ที่ไม่ลืมงานแต่งของเรา” ปรานไหมเอ่ยขอบคุณด้วยรอยยิ้มและแววตาซาบซึ้งใจ ลีน่ายิ้มหวานตอบรับ ความขุ่นเคืองในอดีตถูกสายลมทะเลพัดพาจนละลายหายไปสิ้นหลังจากผ่านมรสุมชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด ลีนาเองก็ได้พบกับรักแท้ หล่อนตัดสินใจคบหาดูใจกับนักธุรกิจหนุ่มใหญ่คนนี้จนกระทั่งเข้าพิธีวิวาห
“ไหมขอเวลาอีกหน่อยได้มั้ยคะ” ปรานไหมแย้งอ้อมแอ้ม“จะรออะไรอีกละลูก” เอกวุฒิขมวดคิ้วถาม“ไหมอยากให้เรียนจบก่อนค่ะ”เมื่อเห็นความตั้งใจจริงของลูกสาว เอกวุฒิก็ใจอ่อน ใบหน้าเคร่งขรึมเริ่มผ่อนคลายลง“เอาละ... ถ้ามันเป็นความต้องการของลูก พ่อก็จะไม่เร่งรัดอะไร” ชายสูงวัยทอดสายตามองลูกชายบุญธรรมที่เขารักเหมือนลูกแท้ ๆ“ความจริงพ่อรู้มาตั้งแต่แรกแล้วว่าภัคคิดยังไงกับน้อง เพียงแต่พ่อจะรอดูความกล้าของแกก็เท่านั้น พ่อไม่ขัดหรอกเพราะเราทั้งสองไม่ใช่พี่น้องคลานตามกันมา ต่อไปนี้จะทำอะไรก็ควรให้เกียรติพ่อกับแม่บ้างนะ”“ผมต้องขอโทษคุณพ่อคุณแม่อีกครั้งนะครับ” ภัคพงศ์น้อมรับคำตักเตือน ขอบตาชายหนุ่มร้อนผ่าว“พ่อรู้... ว่าไม่มีใครรักไหมเท่าภัคอีกแล้ว” เอกวุฒิเอ่ยประโยคที่ทำให้ภัคพงศ์น้ำตาแทบร่วง มันคือการยอมรับอันสูงสุดจากปากของชายที่เป็นทั้งพ่อและเจ้านาย“ขอบคุณคุณพ่อมากนะครับ...ที่ให้โอกาสผม”“เอาเป็นว่าเรื่องการแต่งงาน พ่อจะชะลอเอาไว้ก่อน จนกว่าปรานไหมจะพร้อม แล้วเราค่อยมาตกลงเรื่องนี้กันอีกที” เอกวุฒิสรุปยุติความตึงเครียด“ถ้าอย่างนั้นไปทานอาหารกันดีกว่า วันนี้แม่สั่งให้ของโปรด เพื่อต้อนรับทั้งลูกทั้ง
“หยุดก่อนครับคุณ! หยุดก่อน!”พวกตำรวจที่เพิ่งมาถึงรีบกรูเข้ามาช่วยกันจับและห้ามทัพดึงตัวภัคพงศ์ออกจากร่างของภีมภวัตก่อนที่ชายหนุ่มจะพลั้งมือฆ่าคนตาย ตุ๊กตาที่วิ่งตามมาติด ๆ รีบถลาเข้าไปช่วยโอบกอดและหาผ้ามาคลุมเรือนร่างที่บอบช้ำสั่นเทาของปรานไหมเอาไว้ทันที“ไม่เป็นไรแล้วนะไหม... ปลอดภัยแล้ว ๆ” ตุ๊กตาร้องไห้โฮกอดเพื่อนรักไว้แน่นขณะที่ภัคพงศ์สะบัดตัวออกจากตำรวจ หันกลับมามองปรานไหมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใย และหยาดน้ำตาแห่งความโล่งอกกลับคืนมาได้ในที่สุดแท้จริงแล้ว แผนการทั้งหมดนี้ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ลีน่าเสี่ยทรงพลโทรหาภีมภวัต เพราะในตอนนั้นเขาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับกุมตัวเอาไว้ได้ ตำรวจบังคับให้เสี่ยทรงพลเอ่ยปากถามเพื่อเช็กพิกัดให้แน่ชัดว่า ภีมภวัตกำลังกักขังปรานไหมไว้ที่นี่จริง ๆ! พร้อม ๆ กับที่ในเวลาต่อมาไม่นาน ปรานไหมก็ได้ส่งพิกัดมาให้กับเอกวุฒิและภัคพงศ์ที่รอด้วยความเป็นห่วง“ไหม!!!” เสียงทุ้มอันคุ้นเคยดังก้องฝ่าวงล้อมตำรวจเข้ามา ภัคพงศ์ที่ขอติดตามเจ้าหน้าที่มาด้วยความเป็นห่วง ทันทีที่ชายหนุ่มเห็นสภาพคนรักที่เกือบจะถูกย่ำยี และเห็นหน้าไอ้เพื่อนทรยศของเธอ เส้นสติของภ
ภายหลังบานประตูห้องใต้ดินถูกปิดสลักลงอย่างแน่นหนาและไร้ความปรานี ภีมภวัตไม่รอช้าฉุดกระชากลากร่างอันบอบบางของปรานไหมออกมาที่เรือนหลังเล็กห่างจากคฤหาสน์หลังใหญ่ บ้านหลังนี้เสี่ยทรงพลสร้างขึ้นเพื่อพาลูกหนี้สาวมาขัดดอกบำเรอสวาท โดยเฉพาะสาวสวยแล้วถ่ายคลิปเอาไว้แบลคเมล ภีมภวัตเหวี่ยงร่างระหงลงบนเตียงกว้างอย่างป่าเถื่อน แววตาของเขาเต็มไปด้วยเพลิงราคะอันบ้าคลั่งและดิบเถื่อนดั่งสัตว์ร้ายที่กำลังกระหายเหยื่ออย่างที่สุด“ปล่อยฉันนะ! ไอ้คนสารเลว! แกทำเรื่องระยำแบบนั้นกับเพื่อนได้ยังไง!” ปรานไหมหวีดร้องทั้งน้ำตา พยายามตะเกียกตะกายหนี แต่เรี่ยวแรงของหรือจะสู้แรงของภีมภวัตได้ เพื่อนชายจอมหื่นรีบรวบรัดดึงร่างบางเข้ามาในอ้อมกอด“เออ! กูทำเองทั้งหมดนั่นแหละ! กูแค้นมึงที่กูอุตส่าห์ทำดีกับมึงมาตลอด แต่มึงไม่เคยเห็นหัว ไม่เคยเห็นใจกูเลย!” ภีมภวัตตะคอกกลับด้วยความเดือดดาลจนหน้าดำคร่ำเครียด“กูหลงอุตส่าห์ไว้เนื้อเชื่อใจมึง... แต่มันไม่ใช่คน!” ปรานไหมทุบตีไปที่อกแกร่งรัว ๆ“หมดเวลาของมึงแล้ว ต่อไปนี้มึงจะไม่มีสิทธิ์ต่อว่ากูอีก อีไหม! มึงมากับกูนี่!! มาทำหน้าที่ของมึงซะดี ๆ เพราะอีกหน่อย พ่อเลี้ยงกูก็จะจับมึ
“คุณภัค คืนนี้จะกลับเข้าไปนอนที่ห้องหรือยังคะ ป้าเปลี่ยนผ้าที่หมอนผ้าห่มให้ยกชุดเลย” หญิงสูงวัยที่เป็นแม่บ้านเอ่ยถาม“ยังดีกว่าครับ ผมไม่ชอบกลิ่นใหม่ ทิ้งเอาไว้สักพักดีกว่าครับ ผมขอนอนห้องรับแขกไปก่อนครับป้า” เสียงทุ้มต่ำของภัคพงศ์เอ่ยขึ้นแกมขอร้อง ป้าสายใจแม่บ้านผู้สูงวัยที่ดูแลเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ เ
“ถ้าคุณยังอยากคบกับผมต่อ... คุณก็กลับไปก่อน” ภัคพงศ์พูดตัดบทเพียงแค่นั้น แววตาของเขาจริงจังจนลีน่าไม่กล้าเซ้าซี้ต่อ ชายหนุ่มเดินนำหญิงสาวออกจากห้อง พาเธอไปขึ้นรถสปอร์ตคันหรูของเขาที่จอดอยู่หน้าคฤหาสน์ ก่อนจะขับออกไปส่งเธอที่คอนโดมิเนียม“ภัคคะ... คืนนี้อยู่เป็นเพื่อนลีน่านะคะ” ลีน่าเอื้อมมือไปแตะท่อ
กลิ่นกายของปรานไหมแตกต่างจากผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยร่วมหลับนอนด้วยอย่างสิ้นเชิง ก็แน่ล่ะสิเด็กสาววัยสิบแปดที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสา จะมีกลิ่นกายเหมือนกับสาวไซด์ไลน์ได้อย่างไร กลิ่นหอมจากสาวเหล่านั้นล้วนเกิดจากการปรุงแต่งด้วยน้ำหอมและเครื่องสำอางราคาแพง แต่สาวน้อยคนนี้ตัวของเธอหอมมาจากผิวกายที่แท้จริง กลิ
“พี่เป็นผู้ชายนะไหม เรื่องแบบนี้มันก็ต้องมีกันบ้างสิ ไม่พามาที่นี่แล้วจะให้พี่พาไปไหนล่ะ พี่ไม่กล้าพาเค้าเข้าโรงแรมหรือม่านรูดหรอกนะ” ปรานไหมจ้องมองภัคพงศ์ด้วยแววตาตัดพ้อ“ค่ะ ต่อไปไหมจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว พี่ภัคอยากทำอะไรก็เชิญ” พูดจบปรานไหมก็ตัดสินใจจะลุกออกจากห้องไป เพราะตอนนี้เธอไม่อยากเห็นหน้าพี่







