Se connecter“ท่านคะ ท่านคะ เอ่อคุณกันต์คะ” แก้วตาเรียกเจ้านายซ้ำเมื่อเจ้านายหนุ่มนิ่งไปชั่วขณะ
“ครับ”ชายหนุ่มหลุดออกมาจากภวังค์ แต่สายตายังคงจ้องมาที่บุษยาไม่วางตา
บุษยารู้สึกชาไปทั้งตัวทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยื่นอึ้งพลางก้มหน้ามองพื้นมือจับกันแน่น แก้วตาจึงแนะนำพนักงานใหม่ทั้งสองคนที่เป็นนักศึกษา แก้วตาแจ้งให้ท่านรองประธานหนุ่มว่าทั้งสองคนทำตำแหน่งอะไร สังกัดแผนกใหน
เมื่อแก้วตาทำหน้าที่แนะนำสิ้นสุดลง สายตาของท่านรองประธานกลับจับจ้องมาที่บุษยาแบบไม่ลดละ ทำให้คนที่ถูกจ้องทำอะไรไม่ถูกได้แต่ก้มหน้ามองพื้นมือจับประสานกันแน่นอยู่อย่างนั้น ท่านรองประธานหนุ่มก็กล่าวต้อนรับพนักงานใหม่ ก่อนที่คนอื่นจะสงสัยไปมากกว่านี้
“ก็ยินดีต้อนรับทั้งสองคนนะครับ ขอให้ใช้ความรู้ความสามารถที่ได้ร่ำเรียนอย่างเต็มที่ บริษัทเรายินดีที่ได้คนเก่งๆมาร่วมงาน และก็ขาดเหลืออะไรหรือสงสัยเรื่องอะไรในองค์กรก็สอบถามเบื้องต้นจากคุณแก้วตาได้เลยนะครับ ผมฝากด้วยนะครับคุณแก้วตา”
เมื่อพูดจบแล้วก็หุบยิ้มอย่างมีมารยาทให้แก้วตาเพื่อบอกว่าได้กล่าวจบแล้ว และเป็นการบอกนัยๆว่าน่าจะถึงเวลาที่พาทั้งสองออกจากห้องได้แล้ว
“ได้ค่ะท่านรอง ถ้าอย่างนั้นเรารบกวนเวลาท่านเพียงเท่านี้นะคะ ขอบคุณค่ะ”
ทั้งณดลและบุษยาก็ยกมือไหว้ท่านรองประธานแต่บุษยานั้นไม่กล้าแม้แต่จะสบตา และก้มโค้งตัวเคารพแล้วออกจากห้องไป บุษยาไม่คิดเลยว่าคนตรงหน้าเมื่อครู่นี้ที่ไม่เจอกันมาตั้ง3ปีแล้ว คนที่เธอเฝ้าแต่คิดถึงไม่เคยลืม แต่วันนี้เขานั่งอยู่ตรงนี้แล้วแถมครอบครัวของเขายังเป็นคนให้ทุนการศึกษาเธอด้วย แต่ดูเหมือนกันว่าเขาจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอจะมาทำงานที่นี่แล้วใครกันนะเป็นคนให้ทุนการศึกษาเธอหรืออาจจะบังเอิญก็ได้
จากนั้นแก้วตาก็พาเด็กใหม่ไปส่งที่แผนกที่ทั้งสองสังกัดอยู่ และแผนกของทั้งสองคนก็อยู่ชั้นเดียวกัน ต่างแค่กันอยู่โซนแยกฝ่ายออกแบบและจัดแสดง และฝ่ายการตลาดออนไลน์ (Digital Marketing) ก็อยู่ภายใต้การบริหารของกิ่งกานดาน้องสาวของกันต์พิมุกต์ โดยภายใต้การบริหารงานของกรรมการผู้จัดการคือ กันต์พิมุกต์ที่พึ่งได้รับการโอนหุ้นเรียบร้อยจากผู้ถือหุ้นคนก่อนซึ่งเป็นญาติของบิดาเพียงแค่ 1 อาทิตย์ก่อนที่บุษยาจะเข้ามาร่วมงาน
กันต์พิมุกต์ และกิ่งกานดาก็ไม่เข้าใจสาเหตุที่บิดาเปิดบริษัทนี้ขึ้นมาออกแบบและจัดแสดง (งานอีเว้นท์)โดยเฉพาะ ซึ่งกิจการของเค้าก็มีมากมายและมีนักออกแบบภายใน และออกแบบอาคารภายในอยู่แล้ว ซึ่งตอนที่เปิดบริษัทนี้ขึ้นมาครั้งแรกเมื่อ 4 ปีก่อนคุณปกรณ์แจ้งในที่ประชุมว่าต้องการเปิดสายธุรกิจเพิ่มโดยจะใช้ชื่อของหลานชายที่เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าและมีชื่อเสียงทางด้านแวดวงบันเทิงเพื่อต่อยอดธุรกิจ
แต่เมื่อเดือนก่อนคุณปกรณ์ก็ได้การซื้อหุ้นโอนมาเป็นชื่อของลูกชายและลูกสาวทั้งหมด แต่หากจะว่ากันตรงๆเงินทั้งหมดที่ลงทุนเปิดบริษัทนี้คุณปกรณ์ก็ลงทุนทั้งหมดนั่นเอง
“คุณกิ่งคะ พี่พาน้องๆพนักงานใหม่มาแนะนำค่ะ เมื่อครู่พาไปแนะนำกับท่านรองมาแล้วค่ะ”
“อ้อ สวัสดีค่ะพี่แก้วตาวันนี้กิ่งมาสายเลย ขอโทษด้วยนะคะ ชื่ออะไรกันบ้างคะ” กิ่งกานดาพูดไปพลางหยิบนั่นนี่ และยิ้มให้แก้วตายังไม่ทันได้สังเกตหน้าตาพนักงานใหม่ให้ชัด พอจังหวะหันมาพบเข้ากับบุษยา กิ่งกานดาก็ถึงกับตาโตด้วยความแปลกใจ
“นี่น้องณดลค่ะอยู่ฝ่ายการตลาดออนไลน์ ส่วนนี่น้องบุษยาหรือน้องบัวค่ะอยู่ฝ่ายออกแบบและจัดงานแสดงค่ะ” แก้วตาแนะนำให้หัวหน้าฝ่ายออกแบบของบริษัทซึ่งเป็นหัวหน้าโดยตรงของบุษยา
“สวัสดีค่ะยินดีต้อนรับนะคะ น้องบัวอยู่คุยกับกิ่งก่อนนะคะ จะขอคุยรายละเอียดงานนิดหน่อยค่ะเดี่ยวกิ่งดูแลต่อเองค่ะพี่แก้วตา”
หลังจากที่แก้วตาและ ณดลออกจากห้องแล้วกิ่งกานดาก็รัวคำถามใส่บุษยา
“น้องบัวเป็นยังไงบ้างคะเนี่ยไม่เจอกันตั้งนาน 5 ปีแล้วไหมนะ แล้วนี่ไปย้ายบ้านไปอยู่ที่ไหนคะ แล้วคุณอาทั้งสองคนสบายดีไหม”
“เอ่อคุณกิ่งคะบัวสบายดีค่ะ ส่วนคุณพ่อท่านเสียไปได้เกือบ 3ปีแล้วค่ะส่วนคุณแม่ก็มีโรคประจำนิดหน่อยค่ะ” พอถึงตอนที่ตอบถึงคุณแม่บุษยาก็ตอบเสียงอ่อยพร้อมกับก้มหน้าเสียหน้าไม่สู้ดีนัก
“เอ่อ ....แล้วคุณอาวดีพักอยู่ที่ไหนเหรอจ๊ะตอนนี้” ทั้งสองก็พูดคุยสอบถามซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นกิ่งกานดาซะมากกว่าที่สอบถาม กิ่งกานดาเองไม่คิดว่าจะเจอบุษยาที่นี่เหมือนกัน สร้างความแปลกใจให้บุษยาไม่น้อยที่เห็นบุษยาเป็นนักศึกษาทุนของบริษัท แต่ดูเหมือนกันว่าทั้งผู้บริหารทั้งสองคนดูท่าทางแปลกใจที่ได้พบบุษยาที่นี่
หรืออาจจะเป็นเพราะว่าบริษัทที่บุษยาสังกัดอยู่อาจจะเป็นบริษัทเล็กในเครือเท่านั้นก็ได้ คนที่ดำเนินการคัดเลือกอาจจะเป็นฝ่ายบุคคลก็ได้ บุษยาก็ตอบคำถามเลี่ยงๆไม่บอกรายละเอียดถึงอาการของแม่มากนัก
บุษยาคิดว่าตัวเองเป็นเพียงพนักงานคนหนึ่ง แถมต้องมาใช้ทุนการศึกษาอีก อย่างไรเสียก็ต้องอยู่ที่นี่ให้ได้ตามสัญญา 2ปี อีกทั้งเงินเดือนสวัสดิการก็ดี เงินเก็บที่มี ก็หมดไปกับการรักษาอาการของแม่ หากอยู่ไม่ครบตามสัญญาคงไม่มีเงินจ่ายค่าชดเชยที่ผิดสัญญาแน่
ก็ยังดีที่ไม่ได้ทำงานอยู่ชั้นเดียวกันกับ ไม่ต้องประชันหน้ากัน บุษยาคิดว่าคงไม่ค่อยได้เจอเค้าไม่งั้นก็คิดไม่ออกว่าจะทำตัว วางตัวแบบไหนแค่วันนี้ก็เล่นหายใจไม่ทั่วท้องแล้ว จากนั้นกิ่งกานดาก็พาบุษญาไปส่งที่โต๊ะเพื่อแนะนำให้กับคนแผนกรู้จักซึ่งแผนกออกแบบก็จะมีแต่ผู้ชายซะส่วนใหญ่
12.00 น. พักเที่ยง
“ลิฟต์มาแล้วบัว” บุษยาที่นัดกับณดลไว้ ณดลเดินมารอที่หน้าแผนกลงลิฟต์ไปพร้อมกัน จังหวะที่ลิฟต์เปิดออกมา ณดลที่ทำท่าผายมือพยักหน้าบอกบุษยาเข้าไปก่อน ขาที่กำลังจะก้าวเข้าไปต้องชะงักเมื่อคนในลิฟต์คือท่านรองประธานและผู้ช่วยหนุ่ม บุษยาเพลอสบตาคนตัวโต คยตัวเล็กต้องรีบก้มหน้าเพื่อหลบสายตาคม
“เรารอลิฟต์ตัวอื่นดีไหมณดล”
“เชิญเข้ามาเลยครับ ไปด้วยกันได้ครับ” เป็นเสียงของผู้ช่วยหนุ่ม บุษยาที่เดินเข้าไปยืนก่อนณดลที่เดินตามเข้าไป
จังหวะนั้นก็มีพนักงานคนอื่นๆที่ยืนรอลิฟต์ ก้มตัวเพื่อแสดงความเคารพก่อนจะเข้าลิฟต์ไปพร้อมกันทำให้บุษยาต้องไปยืนใกล้ๆกันกับกันต์พิมุกต์ แต่คนตัวสูงก็วางตัวนิ่งเฉยชาราวกับไม่รู้จักกัน
บุษยาคิดว่าบางทีเค้าอาจจะโกรธ หรือไม่ก็อาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรเพียงแค่ไม่อยากรู้จักกับพนักงานธรรมดาแบบเธอก็ได้ จังหวะที่ลิฟต์เปิดออกเพื่อรับอีกชั้น ก็พบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยเซ็กซี่มาก แม้สาวสวยคนนั้นจะไม่ได้ใส่เปิดเนื้อหนังโชว์แต่ชุดก็รัดรูปเห็นทุกสัดส่วนชวนให้มอง เสื้อผ้าราคาแพงกลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งชวนหลงใหล
“พี่กันต์!!สวัสดีค่ะ จะไปทานข้าวใช่ไหมคะ” เสียงใสทักทายอย่างตื่นเต้น
“ครับก็เที่ยงแล้วพี่ก็หิวนะครับ” เสียงทุ้มตอบกลับเชิงหยอก
“แหะๆ จริงๆด้วยไม่น่าถามเลยนะคะ นี่นาก็กำลังจะไปทานข้าวคนเดียวเหมือนกันค่ะ”
“เอ่องั้นถ้าไม่รังเกียจไปทานกับพี่ไหมครับ” สายตาที่พูดมองคู่สนทนา และหางตาก็ชำเลืองดูอาการคนข้างๆที่มัวแต่ก้มมองเท้าตัวเอง
“เป็นเกียรตินะสิไม่ว่า พี่กันต์ชวนทานข้าว แต่นี่นาชอบทานฝีมือคุณแม่พี่กันต์มากกว่าอร่อยมากเลยค่ะ” ทุกการสนทนาในลิฟต์ถึงไม่ได้ดังแต่ทั้งบุษยาและพนักงานในลิฟต์ก็ได้ยินชัดเจน นั่นเป็นสิ่งที่นีน่าต้องการ นีน่าส่งยิ้มให้ชายหนุ่มอย่างออดอ้อนราวกับว่าทั้งคู่กำลังเริ่มเดทกัน
บุษยาได้แต่คิดในใจทำไมลิฟต์มันช้าแบบนี้นะ เมื่อไหร่จะถึงชั้นศูนย์อาหารเสียที บุษยาเหมือนจะกลั้นหายใจรู้สึกหายใจไม่ออกลิฟต์นี้ช่างช้าเสียเหลือเกินสำหรับบุษยาที่อยากออกไปจะแย่แล้ว
@ 5 เดือนต่อมา "ที่รักเดินดีๆนะครับ " เสียงนุ่มของกันต์พิมุกต์ ที่ประคองโอบกอด บุษยาให้เดินลงบันไดช้าๆ“ค่อยๆลงลูก รถพร้อมแล้วเราไปโรงพยาบาลกันเถอะ” เสียงตื่นเต้นของคุณหญิงกานดา ที่จัดรถมารอรับลูกสะไภ้ เพื่อจะไปอัลต้าซาวน์เพศของหลานที่อยุ่ในครรภ์“สวัสดีค่ะ/ครับ คุณแม่ คุณพ่อ” กันต์พิมุต์ และบุษยาทักทายผู้เป็นแม่ทันทีที่เท้าแตะบันไดขั้นสุดท้าย“คุณนี่หลานย่าคนที่เท่าไหร่แล้ว ยังตื่นเต้นอยุ่อีกเหรอ” เสียงของคุณปกรณ์ เอ่ยขึ้นอดเอ็นดู ภรรยาคู่ใจไม่ได้ ถึงจะมีหลานหลายคนแล้วก็ยังตื่นเต้นไม่หาย“คุณละก็ อย่าแซวสิคะ ก็ฉันอยากรู้ว่าในท้องหนูบัวจะเป็นหลานชายหรือหลานสาว”เสียง กระเง้ากระงอด ของคุณหญิง เรียกรอยยิ้มจากทุกคนไม่เว้นแม้แต่ เด็กรับใช้ในบ้านทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหญิงรักและชอบเลี้ยงเด็กแค่ไหน วันหยุดก็ชอบมารับหลานแฝดไปเที่ยวเดินเล่น โดยเฉพาะเมื่อโดนหลานชายออดอ้อน คุณย่าจะชอบใจเป็นพิเศษ บุษยารู้สึกโชคดีมากที่ได้เข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกับเลิศวิริยะไพบูลย์ แค่ลุ้นเพศ ทั้งปู่ ย่า ถึงกับมารอลุ้นที่โรงพยาบาลด้วย@ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังโรงพยาบาลแห่งนี้คือโรงพยาบาลที่กันต์พิมุกต์และบุษ
@ห้องหอในรีสอร์ท"อื้อออ ที่รักปิดไฟก่อนไหมคะ "" ปิดทำไมพี่เคยเห็นมาหมดแล้วอายทำไม งั้นเหลือไฟหัวเตียงไว้นะครับ"จุ๊บ จ๊วบ คนตัวโตพรมจูบไปทั่วเรือนร่างนุ่มนิ่ม คืนนี้เขาคงไม่จบลงง่ายๆอย่างแน่นอน คนตัวโตพรมจูบ มือใหญ่ถอดชุดนอนบางเบาออกอย่างง่ายดาย ช่ำชอง"ที่รักครับถ้าพี่ขอทำแรงๆได้ไหม" คนตัวโตถามเสียงกระเส่า เมื่อเล้าโลมอยู่นานต้องถามเมียก่อนที่จะสอดใส่ เกรงว่าคนตัวเล็กจะรับไม่ไหวคนตัวเล็กยิ้มหวานก่อนที่จะพลิกตัวขึ้นมาอยู่ด้านบน ริมฝีปากบางจูบ ซุกที่ซอกคอหนา ปลายลิ้นเล็กไล่เลียลำคอ คนตัวโตส่งเสียงคราง มือเรียวใหญ่ลูบผมอย่างเบามือ "เดี่ยวบัวทำให้นะคะ" คนตัวเล็กกระซิบข้างหู "หึหึ เมียพี่นี่น่ารักจริงๆ อ่าส์" คนตัวโตครางเมื่อปลายลิ้นเล็กเลียปลายหัวน.มของเขา ไม่บ่อยนักที่เมียสาวจะทำให้แบบนี้ หลังจากที่ร่ำเรียนจากเขาที่สอนเองกับมือ"อ่าส์ ซี้ด อ่าส์.... โอ้ววว ที่รัก" คนตัวโตครางเสียงหลงเมื่อคนตัวเล็กทำรักด้วยปากให้ ความเป็นชายแข็งผงาดเมื่อถูกปากนุ่มและปลายลิ้นเล็กทั้งดูด อมให้อย่างถึงใจ คนตัวโตหัวรวบผมให้เมียรักที่ผงกหัวขึ้นลงตามจังหวะ มือเรียวเล็กก็สะกิดลูบไล้อกแกร่ง กันต์พิมุกต์จั
@งานเลี้ยงฉลองพิธีสมรสภายในโซนรีสอร์ทปิดรับแขกในค่ำคืนนี้มีเพียงคนในตระกูลเลิศวิริยะไพบูลย์ และเพื่อนสนิทของบ่าวสาวเท่านั้น สถานที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงาม โต๊ะเก้าอี้ผูกโบว์สีขาวสวยงาม ดอกไม้ส่งกลิ่นหอมไปทั่วงาน แม้จะจัดแค่ภายในแต่ช่างภาพประจำบริษัทอย่างณดล ก็มาทำหน้าที่เก็บภาพในค่ำคืนนี้ เพียงแต่ความรู้สึกเปลี่ยนไปมีเพียงความยินดีและหวังดีให้บุษยาที่ครั้งหนึ่งเขาคิดว่าคงเป็นการแอบปลื้ม ซึ่งอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการหลงรักเพียงแต่มันยังไม่ได้ถลำไปไกล เขาส่งยิ้มให้เจ้าสาวด้วยความยินดีเมื่อคู่บ่าวสาวมาถึง"มองตาละห้อยเลยนะคุณไอ้กันต์มันแต่งงานไปแล้วถ้าคุณไม่มีใครเอา ผมยอมให้แก้ขัดได้นะ"หมอเคนที่นั่งโต๊ะเพื่อนเจ้าบ่าว แซะวิกกี้ที่ยิ้มให้เจ้าบ่าว แล้วสีหน้าเศร้าลงเมื่ออดคิดไม่ได้ว่าตรงที่ข้างๆเจ้าบ่าวเธอเคยวาดฝันไว้ว่าจะเป็นตัวเอง แต่ก็ต้องพยายามบอกตัวเองว่ามันจบไปแล้ว แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อยังไม่มีผู้ชายคนไหนที่ใกล้เคียงสเป็คที่วางไว้เลยสักคน "หมอเคน! คุณนี่มันเป็นคนน่าเกลียดเปิดเผยจริงๆ ต่อให้ในโลกมีคุณเป็นผู้ชายคนเดียว ฉันยอมโสดตลอดชีวิตดีกว่า""หึหึ พูดเล่นก็รู้จักแยกแยะบ้างนะ ต่อให้
2เดือนต่อมางานแต่งงานของกันต์พิมุกต์ และบุษยา เลิศวิริยะไพบูลย์ ที่ถูกจัดขึ้นในภายโรงแรมบุษยา รีสอร์ทแอนด์สปา มีเพียงคนในครอบครัวและญาติสนิท เพื่อนสนิทเท่านั้นที่ถูกเชิญให้ร่วมพิธีเมื่อช่วงเช้าในวันนี้ และแน่นอนว่าทั้งสองคนได้จดทะเบียนสมรสในวันนี้เช่นกัน วันฤกษ์ดีที่ใกล้ที่สุดที่คุณหญิงกานดาเป็นคนหามานั่นเองบุษยาไม่ได้เตรียมตัวอะไรมากมายทุกอย่างกันต์พิมุกต์และแม่ของชายหนุ่มเนรมิตให้ภายใน 2เดือน ชุดแต่งงานสวยเรียบแต่หรูหราจากแบรนด์ดังคู่ควรสมฐานะกับสะใภ้ของตระกูลเลิศวิระยะไพบูลย์ ที่ทั้งสวยและเก่งเป็นที่ยอมรับ มาถึงในวันนี้บุษยาพิสูจน์ให้ทุกคนครอบครัวของเขายอมรับในตัวลูกสะใภ้คนนี้ และยังเป็นคนที่กันต์พิมุกต์รักและเลือกที่จะมาเป็นคู่ชีวิตอีกด้วยหลังพิธีเช้าจบลงภาพงานแต่งงานถูกโพสต์ลงโซเชียลโดยเพจของโรงแรม และบริษัทในเครือของเขาแสดงความยินดีในครั้งนี้ด้วย สื่อหลักในแวดวงธุรกิจจึงไม่พลาดที่จะลงข่าวใหญ่ที่น่ายินดีเช่นนี้ ช่วงชิงเอาพื้นที่ข่าวแวดวงธุรกิจสังคมชั้นสูงได้อย่างไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณา ด้านครอบครัวสหพงศ์“มันแต่งงานกันวันนี้เหรอ เพราะแกนี่แหล่ะ แค่นี้ก็ทำไม่สำเร็จทำไมไม่จับมันให้
ค่ำคืนอันแสนหวานของคู่รักข้าวใหม่ปลามันจะจบเพียงครั้งเดียวคงเป็นไปไม่ได้ ยิ่งเป็นกันต์พิมุกต์ด้วยแล้ว หากไม่ติดว่าคนตัวเล็กท้องอยู่คงได้ข้ามคืนอีกเป็นแน่ แต่ทว่าเขาก็จัดการคนตัวเล็กจบหลับคาอกเหมือนเช่นเคยหากแต่คืนนี้ดีที่เริ่มตั้งแต่หัวค่ำคนตัวเล็กหลับตาพริ้มกอดซบอกแกร่ง คนตัวโตใช้นิ้วเขี่ยไรผม จูบหน้าผากอย่างรักใคร่ก่อนที่จะหลับตามคนตัวเล็กไป เขาเองก็โหมงานหนักคืนนี้คงเป็นคืนที่หลับอย่างมีความสุขกว่าทุกวัน@ห้องประชุมภายในโรงแรม"สวัสดีครับคุณปกรณ์ คุณกันต์ และทุกคนนะครับ วันนี้ทางทีมเจ้าของคดีมาสอบสวนเพิ่มเติม และรายงานผลการสอบสวนนะครับ""สวัสดีครับผู้กำกับต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่อำนวยความสะดวกให้ ผลการสอบสวนได้ผลอย่างไรบ้างครับ" คุณปกรณ์เป็นตัวแทนถามแทนทุกคนที่รอคำตอบโดยเฉพาะลูกชายของเขาที่กังวลเรื่องนี้เป็นอย่างมาก"เราหาตัวคนเมาวันนั้นเจอแล้วครับ ผมของเปิดคลิปภาพที่เรารวบรวมมาให้ดูไปด้วยเลยนะครับ คนเมาคนนี้เป็นนักท่องเที่ยว แวะดื่มที่ร้าน xxx คนเดียวและมีเพื่อนมาดื่มด้วย 2คน แล้วแยกจากกัน กล้องวงจรปิดในร้านก็นั้งดื่มนั่งคุยตามปกติ จากนั้นชายคนนี้ก็ขับรถเข้าซอยมา เพื่อไปเข้าห้องพ
@โรงแรม บุษยารีสอร์ท แอนด์สปา"ค่อยๆ เดินนะคะคุณแม่ กิ่งช่วยค่ะ" กิ่งกานดาช่วยพยุงผู้เป็นแม่ให้ขึ้นเตียงนอน มีผู้เป็นพ่อช่วยเปิดประตูให้"ไม่เป็นไรแล้วลูก แม่เจ็บนิดเดียวเดี๋ยวก็หาย ว่าแต่พี่ชายเราพาหนูบัวไปพักที่ไหน" คุณหญิงกานดายังอดห่วงบุษยาไม่ได้ ภาพที่รถคนเมาพุ่งเข้าจะชนยังติดตาอยู่เลย"ไปพักห้องที่พี่เขาทำไว้ให้บัวนั่นแหละค่ะ อยู่หลังสุดติดกับประตูหลังเชื่อมไปประตูบ้านนมพุตตาลค่ะคุณแม่" กิ่งกานดาบอกตามที่พี่ชายบอกเอาไว้"คุณเจ็บมากไหมนอนพักเถอะ กินยาแก้ปวดก่อนนอนนะพรุ่งนี้น่าจะระบมนิดหนึ่ง ถ้าไม่ได้คุณไม่รู้หนูบัวกับหลานเราจะเป็นไงบ้าง" คุณปกรณ์นั่งลงข้างๆ ลูบผมอย่างเบามือ"คุณพี่คิดว่าเป็นฝีมือของพวก สหพงศ์หรือเปล่าคะ""ต้องรอตำรวจรายงานผลพรุ่งนี้ ผู้กำกับก็อาจจะมาที่นี่ด้วยตัวเอง" ผู้เป็นประมุขของบ้านบอกด้วยสีหน้ากังวล ลึกๆ แล้วก็คิดว่าน่าจะไม่ใช่อุบัติเหตุไม่อย่างนั้นกันต์พิมุกต์คงไม่ขอให้ตำรวจไล่ดูกล้องวงจรปิดทุกตัวรอบๆ ตั้งแต่คนเมาจากไหน มาได้อย่างไรครอบครัวนมพุตตาลเกรงใจขอพักห้องพักบนตึกที่สร้างใหม่เพราะโซนนี้ห้องที่ชั้นไม่สูงมากจะไม่แพงเท่าโซนรีสอร์ท แถมอยู่ใกล้ครัวไทยด้







