เข้าสู่ระบบ“ท่านคะ ท่านคะ เอ่อคุณกันต์คะ” แก้วตาเรียกเจ้านายซ้ำเมื่อเจ้านายหนุ่มนิ่งไปชั่วขณะ
“ครับ”ชายหนุ่มหลุดออกมาจากภวังค์ แต่สายตายังคงจ้องมาที่บุษยาไม่วางตา
บุษยารู้สึกชาไปทั้งตัวทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยื่นอึ้งพลางก้มหน้ามองพื้นมือจับกันแน่น แก้วตาจึงแนะนำพนักงานใหม่ทั้งสองคนที่เป็นนักศึกษา แก้วตาแจ้งให้ท่านรองประธานหนุ่มว่าทั้งสองคนทำตำแหน่งอะไร สังกัดแผนกใหน
เมื่อแก้วตาทำหน้าที่แนะนำสิ้นสุดลง สายตาของท่านรองประธานกลับจับจ้องมาที่บุษยาแบบไม่ลดละ ทำให้คนที่ถูกจ้องทำอะไรไม่ถูกได้แต่ก้มหน้ามองพื้นมือจับประสานกันแน่นอยู่อย่างนั้น ท่านรองประธานหนุ่มก็กล่าวต้อนรับพนักงานใหม่ ก่อนที่คนอื่นจะสงสัยไปมากกว่านี้
“ก็ยินดีต้อนรับทั้งสองคนนะครับ ขอให้ใช้ความรู้ความสามารถที่ได้ร่ำเรียนอย่างเต็มที่ บริษัทเรายินดีที่ได้คนเก่งๆมาร่วมงาน และก็ขาดเหลืออะไรหรือสงสัยเรื่องอะไรในองค์กรก็สอบถามเบื้องต้นจากคุณแก้วตาได้เลยนะครับ ผมฝากด้วยนะครับคุณแก้วตา”
เมื่อพูดจบแล้วก็หุบยิ้มอย่างมีมารยาทให้แก้วตาเพื่อบอกว่าได้กล่าวจบแล้ว และเป็นการบอกนัยๆว่าน่าจะถึงเวลาที่พาทั้งสองออกจากห้องได้แล้ว
“ได้ค่ะท่านรอง ถ้าอย่างนั้นเรารบกวนเวลาท่านเพียงเท่านี้นะคะ ขอบคุณค่ะ”
ทั้งณดลและบุษยาก็ยกมือไหว้ท่านรองประธานแต่บุษยานั้นไม่กล้าแม้แต่จะสบตา และก้มโค้งตัวเคารพแล้วออกจากห้องไป บุษยาไม่คิดเลยว่าคนตรงหน้าเมื่อครู่นี้ที่ไม่เจอกันมาตั้ง3ปีแล้ว คนที่เธอเฝ้าแต่คิดถึงไม่เคยลืม แต่วันนี้เขานั่งอยู่ตรงนี้แล้วแถมครอบครัวของเขายังเป็นคนให้ทุนการศึกษาเธอด้วย แต่ดูเหมือนกันว่าเขาจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอจะมาทำงานที่นี่แล้วใครกันนะเป็นคนให้ทุนการศึกษาเธอหรืออาจจะบังเอิญก็ได้
จากนั้นแก้วตาก็พาเด็กใหม่ไปส่งที่แผนกที่ทั้งสองสังกัดอยู่ และแผนกของทั้งสองคนก็อยู่ชั้นเดียวกัน ต่างแค่กันอยู่โซนแยกฝ่ายออกแบบและจัดแสดง และฝ่ายการตลาดออนไลน์ (Digital Marketing) ก็อยู่ภายใต้การบริหารของกิ่งกานดาน้องสาวของกันต์พิมุกต์ โดยภายใต้การบริหารงานของกรรมการผู้จัดการคือ กันต์พิมุกต์ที่พึ่งได้รับการโอนหุ้นเรียบร้อยจากผู้ถือหุ้นคนก่อนซึ่งเป็นญาติของบิดาเพียงแค่ 1 อาทิตย์ก่อนที่บุษยาจะเข้ามาร่วมงาน
กันต์พิมุกต์ และกิ่งกานดาก็ไม่เข้าใจสาเหตุที่บิดาเปิดบริษัทนี้ขึ้นมาออกแบบและจัดแสดง (งานอีเว้นท์)โดยเฉพาะ ซึ่งกิจการของเค้าก็มีมากมายและมีนักออกแบบภายใน และออกแบบอาคารภายในอยู่แล้ว ซึ่งตอนที่เปิดบริษัทนี้ขึ้นมาครั้งแรกเมื่อ 4 ปีก่อนคุณปกรณ์แจ้งในที่ประชุมว่าต้องการเปิดสายธุรกิจเพิ่มโดยจะใช้ชื่อของหลานชายที่เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าและมีชื่อเสียงทางด้านแวดวงบันเทิงเพื่อต่อยอดธุรกิจ
แต่เมื่อเดือนก่อนคุณปกรณ์ก็ได้การซื้อหุ้นโอนมาเป็นชื่อของลูกชายและลูกสาวทั้งหมด แต่หากจะว่ากันตรงๆเงินทั้งหมดที่ลงทุนเปิดบริษัทนี้คุณปกรณ์ก็ลงทุนทั้งหมดนั่นเอง
“คุณกิ่งคะ พี่พาน้องๆพนักงานใหม่มาแนะนำค่ะ เมื่อครู่พาไปแนะนำกับท่านรองมาแล้วค่ะ”
“อ้อ สวัสดีค่ะพี่แก้วตาวันนี้กิ่งมาสายเลย ขอโทษด้วยนะคะ ชื่ออะไรกันบ้างคะ” กิ่งกานดาพูดไปพลางหยิบนั่นนี่ และยิ้มให้แก้วตายังไม่ทันได้สังเกตหน้าตาพนักงานใหม่ให้ชัด พอจังหวะหันมาพบเข้ากับบุษยา กิ่งกานดาก็ถึงกับตาโตด้วยความแปลกใจ
“นี่น้องณดลค่ะอยู่ฝ่ายการตลาดออนไลน์ ส่วนนี่น้องบุษยาหรือน้องบัวค่ะอยู่ฝ่ายออกแบบและจัดงานแสดงค่ะ” แก้วตาแนะนำให้หัวหน้าฝ่ายออกแบบของบริษัทซึ่งเป็นหัวหน้าโดยตรงของบุษยา
“สวัสดีค่ะยินดีต้อนรับนะคะ น้องบัวอยู่คุยกับกิ่งก่อนนะคะ จะขอคุยรายละเอียดงานนิดหน่อยค่ะเดี่ยวกิ่งดูแลต่อเองค่ะพี่แก้วตา”
หลังจากที่แก้วตาและ ณดลออกจากห้องแล้วกิ่งกานดาก็รัวคำถามใส่บุษยา
“น้องบัวเป็นยังไงบ้างคะเนี่ยไม่เจอกันตั้งนาน 5 ปีแล้วไหมนะ แล้วนี่ไปย้ายบ้านไปอยู่ที่ไหนคะ แล้วคุณอาทั้งสองคนสบายดีไหม”
“เอ่อคุณกิ่งคะบัวสบายดีค่ะ ส่วนคุณพ่อท่านเสียไปได้เกือบ 3ปีแล้วค่ะส่วนคุณแม่ก็มีโรคประจำนิดหน่อยค่ะ” พอถึงตอนที่ตอบถึงคุณแม่บุษยาก็ตอบเสียงอ่อยพร้อมกับก้มหน้าเสียหน้าไม่สู้ดีนัก
“เอ่อ ....แล้วคุณอาวดีพักอยู่ที่ไหนเหรอจ๊ะตอนนี้” ทั้งสองก็พูดคุยสอบถามซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นกิ่งกานดาซะมากกว่าที่สอบถาม กิ่งกานดาเองไม่คิดว่าจะเจอบุษยาที่นี่เหมือนกัน สร้างความแปลกใจให้บุษยาไม่น้อยที่เห็นบุษยาเป็นนักศึกษาทุนของบริษัท แต่ดูเหมือนกันว่าทั้งผู้บริหารทั้งสองคนดูท่าทางแปลกใจที่ได้พบบุษยาที่นี่
หรืออาจจะเป็นเพราะว่าบริษัทที่บุษยาสังกัดอยู่อาจจะเป็นบริษัทเล็กในเครือเท่านั้นก็ได้ คนที่ดำเนินการคัดเลือกอาจจะเป็นฝ่ายบุคคลก็ได้ บุษยาก็ตอบคำถามเลี่ยงๆไม่บอกรายละเอียดถึงอาการของแม่มากนัก
บุษยาคิดว่าตัวเองเป็นเพียงพนักงานคนหนึ่ง แถมต้องมาใช้ทุนการศึกษาอีก อย่างไรเสียก็ต้องอยู่ที่นี่ให้ได้ตามสัญญา 2ปี อีกทั้งเงินเดือนสวัสดิการก็ดี เงินเก็บที่มี ก็หมดไปกับการรักษาอาการของแม่ หากอยู่ไม่ครบตามสัญญาคงไม่มีเงินจ่ายค่าชดเชยที่ผิดสัญญาแน่
ก็ยังดีที่ไม่ได้ทำงานอยู่ชั้นเดียวกันกับ ไม่ต้องประชันหน้ากัน บุษยาคิดว่าคงไม่ค่อยได้เจอเค้าไม่งั้นก็คิดไม่ออกว่าจะทำตัว วางตัวแบบไหนแค่วันนี้ก็เล่นหายใจไม่ทั่วท้องแล้ว จากนั้นกิ่งกานดาก็พาบุษญาไปส่งที่โต๊ะเพื่อแนะนำให้กับคนแผนกรู้จักซึ่งแผนกออกแบบก็จะมีแต่ผู้ชายซะส่วนใหญ่
12.00 น. พักเที่ยง
“ลิฟต์มาแล้วบัว” บุษยาที่นัดกับณดลไว้ ณดลเดินมารอที่หน้าแผนกลงลิฟต์ไปพร้อมกัน จังหวะที่ลิฟต์เปิดออกมา ณดลที่ทำท่าผายมือพยักหน้าบอกบุษยาเข้าไปก่อน ขาที่กำลังจะก้าวเข้าไปต้องชะงักเมื่อคนในลิฟต์คือท่านรองประธานและผู้ช่วยหนุ่ม บุษยาเพลอสบตาคนตัวโต คยตัวเล็กต้องรีบก้มหน้าเพื่อหลบสายตาคม
“เรารอลิฟต์ตัวอื่นดีไหมณดล”
“เชิญเข้ามาเลยครับ ไปด้วยกันได้ครับ” เป็นเสียงของผู้ช่วยหนุ่ม บุษยาที่เดินเข้าไปยืนก่อนณดลที่เดินตามเข้าไป
จังหวะนั้นก็มีพนักงานคนอื่นๆที่ยืนรอลิฟต์ ก้มตัวเพื่อแสดงความเคารพก่อนจะเข้าลิฟต์ไปพร้อมกันทำให้บุษยาต้องไปยืนใกล้ๆกันกับกันต์พิมุกต์ แต่คนตัวสูงก็วางตัวนิ่งเฉยชาราวกับไม่รู้จักกัน
บุษยาคิดว่าบางทีเค้าอาจจะโกรธ หรือไม่ก็อาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรเพียงแค่ไม่อยากรู้จักกับพนักงานธรรมดาแบบเธอก็ได้ จังหวะที่ลิฟต์เปิดออกเพื่อรับอีกชั้น ก็พบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยเซ็กซี่มาก แม้สาวสวยคนนั้นจะไม่ได้ใส่เปิดเนื้อหนังโชว์แต่ชุดก็รัดรูปเห็นทุกสัดส่วนชวนให้มอง เสื้อผ้าราคาแพงกลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งชวนหลงใหล
“พี่กันต์!!สวัสดีค่ะ จะไปทานข้าวใช่ไหมคะ” เสียงใสทักทายอย่างตื่นเต้น
“ครับก็เที่ยงแล้วพี่ก็หิวนะครับ” เสียงทุ้มตอบกลับเชิงหยอก
“แหะๆ จริงๆด้วยไม่น่าถามเลยนะคะ นี่นาก็กำลังจะไปทานข้าวคนเดียวเหมือนกันค่ะ”
“เอ่องั้นถ้าไม่รังเกียจไปทานกับพี่ไหมครับ” สายตาที่พูดมองคู่สนทนา และหางตาก็ชำเลืองดูอาการคนข้างๆที่มัวแต่ก้มมองเท้าตัวเอง
“เป็นเกียรตินะสิไม่ว่า พี่กันต์ชวนทานข้าว แต่นี่นาชอบทานฝีมือคุณแม่พี่กันต์มากกว่าอร่อยมากเลยค่ะ” ทุกการสนทนาในลิฟต์ถึงไม่ได้ดังแต่ทั้งบุษยาและพนักงานในลิฟต์ก็ได้ยินชัดเจน นั่นเป็นสิ่งที่นีน่าต้องการ นีน่าส่งยิ้มให้ชายหนุ่มอย่างออดอ้อนราวกับว่าทั้งคู่กำลังเริ่มเดทกัน
บุษยาได้แต่คิดในใจทำไมลิฟต์มันช้าแบบนี้นะ เมื่อไหร่จะถึงชั้นศูนย์อาหารเสียที บุษยาเหมือนจะกลั้นหายใจรู้สึกหายใจไม่ออกลิฟต์นี้ช่างช้าเสียเหลือเกินสำหรับบุษยาที่อยากออกไปจะแย่แล้ว
บุษยาไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าถูกถอดชุดนอนออกตอนไหน รู้ตัวอึกทีก็เหลือเพียงชุดชั้นในสีขาว รูปร่างและสัดส่วนของบุษยาทำให้คนตัวสูงยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจชายหนุ่มสอดมือเข้าไปปลดตะขอเสื้อชั้นในออกแล้วเหวี่ยงลงข้างเตียงโดยที่ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าจะตกไปทิศทางไหน คนตัวโตใช้มือหนุ่มของเขาบีบคลึงหน้าอกขาวอวบเต่งตึงไร้ผ้าปกปิด อกอวบตรงหน้าที่ขยับขึ้นลงตามแรงหายใจ คนตัวเล็กหลับตารับจูบและสัมผัสอันเร่าร้อนสลับอ่อนโยน ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน คนตัวเล็กไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนเพราะมัวเมาหัวหมุนที่โดนคนตัวโตพรมจูบ มืออีกข้างขงเขาเคล้นคลึงอกอวบอย่างเอาแต่ใจคนตัวโตได้โอกาสรีบถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกอย่างผู้มีประสบการณ์ เรื่องอย่างว่า เขาก็อายุอานาม 28ปีแล้ว ประสบการณ์เรื่องแบบนี้ไม่ต้องมีมากมายผู้ชายก็รู้วิธีปลดปล่อยได้อย่างช่ำชองถึงกันต์พิมุกต์จะไม่ใช่คนเจ้าชู้ สมัยเรียนเมืองนอกเรื่องอย่างว่าเขาก็ไม่ใช่ไม่เคย เพียงแต่หลังจากที่เลิกกับบุษยาไปแล้วเท่านั้นที่พยายามลืมลองคบลองคุยแต่ก็ไม่มีใครที่ทำให้ชายหนุ่มลืมคนที่เขาเคยบอกรักเป็นคนแรก นั่นคือคนตัวเล็กที่อยู่ใต้ร่างคนนี้ได้สักครั้งเดียว ค
บุษยากำมือแน่นจนเจ็บไปหมด ทั้งโกรธ ทั้งเกลียดคำดูถูกของกันต์พิมุกต์ที่เสนอให้เธอเป็นนางบำเรอแม้เขาจะเรียกสวยหรูว่าภรรยาชั่วคราวก็ตาม บุษยาหันหลังเพื่อเช็ดน้ำตาออกลวกๆ จังหวะนั้นคนตัวสูงรีบเดินไปปิดประตูหน้าห้องและล็อคอย่างรวดเร็ว บุษยาหันมาเห็นว่าประตูปิดแล้วเธอจึงเดินไปเพื่อที่จะดันตัวคนตัวสูงออกไปจากห้องไป ชายหนุ่มมายื่นอยู่ตรงข้ามกับบุษยาที่มีเพียงโต๊ะที่วางแก้วน้ำกั้นอยู่ กันต์พิมุกต์ทำท่าจะนั่งลงเพื่อยั่วยุคนตัวเล็กที่กำลังโมโหเลือดขึ้นหน้า “ออกไปจากห้องบัวเดี๋ยวนี้นะคุณกันต์ห้ามนั่งออกไป! ออกไป!” บุษยาดึงกระชากแขนคนตัวสูงให้ลุกขึ้นเพื่อที่จะดันตัวเค้าไล่ออกไปจากห้องให้เร็วที่สุด แต่ด้วยที่กันต์พิมุกต์ตัวโตและสูงกว่าชายหนุ่มสูงถึง 182 ซม. แต่บุษยาสูง 165 รูปร่างบอกบางแต่หน้าอกหน้าใจไม่ได้เล็กตามขนาดแขน ขาที่เรียวยาว เรียกได้ว่าหุ่นฟ้าประธานสำหรับสาวๆเลยทีเดียว ด้วยแรงที่น้อยกว่าบวกกับที่คนตัวสูงรั้งตัวไม่ลุกขึ้นตามแรง กระชากทำให้ชายหนุ่มล้มนอนราบไปกับโซฟาร์ แขนแกร่งดึงรั้งเอาแขนของบุษยาให้ล้มตัวทับตามไปด้วย “หึหึ นี่เธอโกรธหรอ เธอรู้ไหมว่ามีผู้หญิงตั้งหลายคนนะที่อยากรับตำแหน่ง
“คุณกันต์!! ” ทันทีที่ประตูห้องเปิดออกบุษยาต้องตกใจอ้าปากค้างเพราะเจ้านายของคุณแนนที่เธอพูดถึงคือกันต์พิมุกต์ที่เดินเข้ามาพร้อมกับผู้ช่วยหนุ่ม “สวัสดีครับคุณบัว” เป็นพันลภที่เป็นคนเอ่ยทักทายในขณะที่กันต์พิมุกต์ยังคงวางสีหน้าเรียบเฉย แต่ชายตามองคนตัวเล็กที่มีทีท่าตกใจเมื่อเห็นเขา คนตัวโตหันไปมองสำรวจรอบๆห้องที่จะซื้อ กันต์พิมุกต์ชายตามองคนตัวเล็กราวกับว่าไม่สนใจไม่อยากให้อยู่ในสายตาอย่างไงอย่างงั้นแหละ“เอ่อ… ค่ะ สวัสดีค่ะท่านรองประธาน.. คุณลภบัวไม่คิดว่าจะเป็นคุณ...เอ่อเป็นท่านรองที่จะซื้อห้องบัวค่ะ”“อืมมมม ห้องสวยเรียบหรูดีนี่ มันอยู่ใกล้ที่ทำงานฉันจะซื้อไว้ ถ้าเธอไม่ขัดข้องใช่ไหมล่ะที่ฉันจะซื้อห้องนี้”เป็นครั้งแรกในรอบ เดือนกว่าๆที่บุษยาได้ยินเสียงเค้าพูดด้วย นอกจากมองด้วยสายตาหมองเมิง “ไม่ค่ะบัวไม่ขัดข้องค่ะ ว่าแต่คุณจะทำสัญญาซื้อขายวันนี้เลยเหรอคะ”“ใช่!! ทำไมเธอติดอะไรหรือเปล่าถ้าฉันจะซื้อวันนี้ ฉันไม่ชอบรออะไรนานๆ อยากได้ฉันก็ต้องได้” พูดจบชายหนุ่มก็หันไปสบตาพยักหน้าส่งสัญญาณให้ผู้ช่วยหนุ่มทราบว่าต้องทำอะไรต่อจากนี้“นี่ครับสัญญา ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับผมกับแนนเซ็นเป็นพ
บุษยาเปิดประตูเข้าห้องด้วยความเหนื่อยล้า พอมาถึงห้องเธอก็รีบเข้าไปดูที่ประกาศขายห้องไว้มีคนสนใจ และมีใครเข้ามาดูภาพที่ลงประกาศไว้หรือไม่ ได้แต่ถอนหายใจมีผู้เข้าดูแค่3คน ทันใดนั้นก็มีสายเข้า “ ฮัลโลว กอหญ้า”“บัว ไม่ได้คุยกันเป็นเดือนแล้วนะ บัวอยู่ที่ไหน”“เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมเสียงเป็นแบบนั้น ไม่สบายหรือเปล่า”“ไม่เป็นไรฉันเป็นไข้หวัดนิดหน่อย บัวเธอเป็น ไงบ้างเห็นหมอรุท บอกว่าคุณแม่เธอไม่สบาย เราขอโทษนะไม่ได้ไปเยี่ยมเลย เธอมีอะไรไม่สบายใจโทรหาฉันได้นะบัว ถึงฉันช่วยอะไรไม่ได้มากแต่ฉันรับฟังเธอได้นะ”กอหญ้าเป็นเพื่อนสนิทตอนอยู่มหาลัย และบุษยาก็แนะนำกอหญ้าให้รู้จักกับหมอรุททั้งสามจึงสนิทสนมกัน อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อนก็ได้ปรึกษา แต่ด้วยนิสัยที่เหมือนกับพ่อบุษยาเลือกที่จะพึ่งพาตัวเองมาโดยตลอด หลังจากวางสายเพื่อนแล้ว ก็มีสายแปลกโทรเข้ามา“สวัสดีค่ะคุณบุษยาหรือเปล่าคะ “ใช่ค่ะฉันบุษยาค่ะ”“ฉันเห็นคุณประกาศขายคอนโด ขอโทษนะคะที่โทรมากลางคืน พอดีว่าฉันอยากเข้าไปดูห้องเย็นพรุ่งนี้หลังเลิกงาน คุณสะดวกไหมคะ”“พรุ่งนี้เป็นวันศุกร์ฉันจะไม่ได้เข้ามาคอนโดค่ะ มีธุระสะดวกเป็นวันเสาร์ได้ไหมคะ”บุษยาบอกปล
ทันทีที่หมอรุทมาส่งถึงหน้าห้องหมอหนุ่มก็กลับลงไปทันที บุษยาล้มตัวลงนอนที่โซฟาด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายทังใจ พลันคิดไปว่าจะไปหาเงินจากไหนหลักล้านได้ทัน และนอกจากค่ารักษาคุณแม่แล้วบุษยาเองก็ต้องเป็นเสาหลักของครบครัวด้วย คนตัวเล็กกวาดสายตาไปรอบๆห้อง พลันถอนหายใจและลุกขึ้นไปอาบน้ำ ระหว่างที่อาบน้ำผ่อนครายบุษยาก็คิดหาทางออกได้ บุษยาออกจากห้องแล้วก็โพสต์ประกาศขายคอนโดใจกลางเมือง2ห้องนอน 2 ห้องน้ำในราคา 10 ล้านบาทในเวปไซต์ และสื่อโซเชียลทันที “คุณพ่อคะบัวขอโทษนะคะที่รักษาของขวัญชิ้นสุดท้ายที่คุณพ่อให้ไว้ไม่ได้” เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นบุษยาต้องรีบลุกไปเตรียมตัวไปทำงานแม้ว่าจะได้นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมง เมื่อวานก็ลางานครึ่งวันแล้ววันนี้ลาอีกก็แค่จะน่าเกลียดไป เธอเองก็พึ่งทำงานได้เพียง 1 เดือนเอง บุษยาเดินเข้าลิฟต์เพื่อที่จะเดินทางไปขึ้นรถไฟฟ้า ในระว่างเดินเธอก็หยิบมือถือขึ้นมาดูว่าจะมีคนสนใจคอนโดที่โพสต์ขายไปเมื่อคืนหรือยังนะ แต่ข่าวที่ขึ้นตามสื่อโซเชียลเช้านี้คือรถไฟฟ้าขัดข้องทำให้ผู้โดยสารยืนรอใช้บริการเต็มจนล้นจากสถานี พลันคิดในใจ สงสัยต้องไปรถแท็กซี่แล้วมั้งเนี่ย แต่ประหยัดที่ทำงานก็ไม่ไกลน
@โรงพยาบาลบุษยากึ่งวิ่งกึ่งเดินด้วยความรีบร้อน พอได้รับโทรศัพท์จากแม่นมว่า คุณแม่ของเธอมีอาการเวียนหัว และเป็นลมหมดสติถูกตัวนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้บ้าน และโรงพยาบาลก็ส่งตัวมาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯที่รักษาตัวอยู่คือโรงพยาบาลที่พ่อของหมอรุทเพื่อนชายคนสนิทเป็นผู้อำนวยการและหมอเจ้าของไข้แม่ของบุษยาด้วย“รุทคุณแม่บัว ฮึกๆ เป็นอะไรมากไหมทำไมคุณแม่อาการเป็นแบบนี้ล่ะ” บุษยาถามด้วยอาการสะอื้นที่สุดจะกลั้นความเป็นห่วงแม่ไม่ได้ จนสะอื้นร้องไห้ออกมาก“ไม่ต้องห่วงนะบัว พ่อเรากำลังตรวจอยู่นะใจเย็น ๆ มาถึงโรงพยาบาลแล้ว พ่อเราเป็นอาจารย์หมอเลยนะ บัวอย่างกังวลเลยน่า” หมอหนุ่มปลอบใจพลางโอบกอดลูบหลังด้วยความห่วง เวลาผ่านไปเป็นเวลา นานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่สำหรับคนที่รอด้วยความห่วงใยมันช่างยาวนาน พอประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกบุษยาก็รีบลุกขึ้นเดินไปหาคุณหมอ“คุณลุงหมอคะ คุณแม่เป็นยังไงบ้างคะ”“ไปที่ห้องลุงดีกว่า” พร้อมกับสีหน้าที่เป็นกังวล เมื่อทั้งสามคนอยู่ในห้องประจำตำแหน่งของคุณลุงหมอ ที่เป็นส่วนตัว “อาการของคุณแม่หนูบัวค่อนข้างน่าเป็นห่วง ร่างกายอ่อนแอมาก จากที่ลุงประเมินสุขภาพคนไข้แล้วไม่สามารถให้คีโมได้อีก






![คำสาปราคะคุณหนูตัวร้าย 3P [Nc20+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
