LOGIN'ไว้เจอกันนะ บาย'
ฉันกดส่งข้อความไลน์ให้ข้าวหอมที่เมื่อกี้เรากำลังแชตกันอยู่แต่ฉันก็ต้องตัดบทเพราะมีสิ่งที่ฉันสนใจในตอนนี้อยู่ข้างหน้า ฉันช้อนตาขึ้นมองไปที่กลุ่มนักศึกษาชายกลุ่มหนึ่งที่ทิ้งตัวลงนั่งบนโต๊ะม้าหินใต้ต้นไม้ถัดจากที่ฉันนั่งอยู่ประมาณสองสามโต๊ะดวงตากลมของฉันมองจ้องไปที่ผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังพูดคุยกับผู้หญิงคนเดียวที่ปะปนมาในกลุ่มด้วย เขายิ้ม เขาหัวเราะ เขาดูมีความสุขดี และฉันไม่อยากเห็นเขามีความสุข! พรึ่บ~ เมื่อมีความคิดบางอย่างแล่นเข้าหัวสมองฉันก็ผลุดลุกขึ้นจากม้านั่งที่ตัวเองนั่งอยู่ทันที "ตะวัน วันนี้เราไปกินไอติมกันมั้ย" "วันนี้เหรอ" "อื้ม ตั้งแต่นายย้ายคณะมาเราก็ไม่ได้ไปกินด้วยกันเลยนะ เนี่ยฉันอุตส่าห์มาชวนนายถึงที่เลยนะ" "อืมตกลงก็ได้ ไปก็ไป" "ไปด้วยได้มั้ย?" เสียงของฉันที่พูดแทรกขึ้นเรียกให้ทั้งสองคนหยุดชะงักจริงๆก็ไม่ใช่แค่สองคนนั้นหรอกที่หยุดแต่พวกเพื่อนๆของเขาก็หยุดบทสนทนาแล้วหันมามองทางฉันเหมือนกัน ฉันฉีกยิ้มให้ทุกคนก่อนจะเดินไปหยุดยืนข้างๆตะวันนายนั่นเงยหน้ามองฉันอย่างแปลกใจ "ฉันก็อยากไปกินไอติม ขอไปด้วยคนนะ" ฉันก้มลงพูดกับเขาพลางยิ้มให้ตะวันเลิ่กคิ้วอย่างแปลกใจแต่ก็ต้องหันไปหาผู้หญิงที่นั่งข้างๆเขาที่เขย่าแขนเขาแล้วถามออกมา "ใครน่ะตะวัน?" ยัยนั่นเอียงคอถามอย่างสงสัย ตะวันก็ยังไม่ทันได้ตอบหรอกเพราะฉันจะตอบเอง ฟลุ่บ~ ฉันตวัดแขนคล้องคอตะวันพลางโน้มตัวลงไปหาผู้หญิงคนนั้นพลางส่งยิ้มให้เธอ "ฉันก็เป็น..." ฉันหยุดคำพูดไว้พลางหันหน้าเข้าไปหาตะวันที่มองฉันด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแต่ฉันกลับยิ้มให้พลางบีบจมูกเขาเบาๆ "นี่เธอ!" ตะวันจับมือฉันที่บีบจมูกเขาออกพลางจ้องฉันแต่ฉันก็ทำไม่สนใจแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเขา เรื่องเสแสร้งแบบนี้ไม่ยากสำหรับฉันหรอก เหอะ "สรุปฉันไปกินด้วยนะ กินหลายๆคนสนุกดีออก" ฉันพูดพลางส่งยิ้มให้เขา ส่วนเพื่อนๆของเขาก็มองเราสองคนด้วยดวงตาแวววาวเป็นประกายดูก็รู้ว่าคิดอะไรอยู่แต่ไอ้คนข้างๆฉันนี่สินั่งนิ่งเป็นรูปปั้นเลย "ตะวัน ฉันไปด้วยนะ" เมื่อเห็นว่าเขานิ่งฉันก็เริ่มหมั่นไส้ขึ้นมามากขึ้นแล้วแหละ ทีอยู่ต่อหน้าคนอื่นนี่ไม่แสดงความร้ายกาจออกมาเลยนะ ฉันสอดแขนเข้าไปคล้องแขนเขาก่อนจะเอนหัวไปซบไหล่เขาแล้วพูดแบบอ้อนๆ "นะ ไปด้วยน๊า ><" แต่บางทีฉันก็หมั่นไส้ตัวเองเหมือนกันว่ะ--* "ก็ได้ อยากจะไปก็ไป" ในที่สุดเขาก็พูดขึ้นฉันเงยหน้าไปยิ้มให้เขาส่วนนายนั่นก็ทำหน้าเอือมๆ ฉันแอบเหล่ตามองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆเขาก็เห็นเธอลอบถอนใจแถมยังแสดงสีหน้าไม่พอใจอีกด้วย แต่ใครสนล่ะ? "เอ่อ โทษทีนะ" จู่ๆเธอก็พูดขึ้นทำให้ทุกสายตามองไปที่เธอ "พอดีฉันลืมอ่ะว่าวันนี้ฉันมีธุระ ฉันคงไม่ว่างแล้วล่ะ" "ไม่ว่าง...หรืออยากไปกับไอ้ตะวันแค่สองคนกันแน่ครับ?" เสียงแซวจากพี่ไปป์เพื่อนของเขาเรียกให้ยัยนั่นแสร้งยิ้มออกมา "ไม่ว่างจริงๆ ขอตัวก่อนนะ" พรึ่บ~ เธอพูดพร้อมลุกพรวดขึ้น ตะวันมองตามเธอ "ไปก่อนนะตะวัน แล้วเจอกันใหม่" พูดจบเธอก็เดินออกไปทันที เมื่อยัยนั่นเดินออกไปฉันก็จะลุกขึ้นเหมือนกันเพราะฉันก็แค่เข้ามาเพื่อจะขัดขวางความสุขเขาเท่านั้นแหละและเมื่อฉันทำได้แล้วก็ไม่มีเหตุผลที่จะนั่งอยู่ต่อหรอก ฟลุ่บ~ แต่ฉันก็ไม่ทันได้ลุกไปไหนอยู่ดีเพราะว่าเขาดันตวัดแขนมาโอบไหล่ฉันพลางกดไหล่ฉันไม่ให้ลุกขึ้น "ถ้างั้น...เราไป'กิน'กันสองคน" ตะวันพูดขึ้นโดยเน้นตรงคำว่ากินและดูเหมือนคำพูดเชิงสองแง่สองง่ามนั่นจะทำให้พวกเพื่อนของเขาเข้าใจเป็นอย่างอื่นด้วย "อะแฮ่มๆ" เสียงพี่ไปป์กระแอมไอพลางทำสายตาแวววาวดูก็รู้ว่าคิดอะไรกันอยู่ "สรุปแกกับน้องลูกโซ่คบกันแล้วเหรอ?" เพื่อนอีกคนของเขาถามขึ้นตะวันอ้าปากจะพูดแต่ถูกฉันพูดแทรกก่อน "แล้วพวกพี่คิดว่ายังไงล่ะคะ?" ฉันถามพลางยิ้มบางๆออกมาเหล่ตามองตะวันที่ทำเสียงไม่ชอบใจที่ฉันพูดแทรกเขาแต่ฉันก็ไม่สนไม่พอใจก็เรื่องของนายสิ "ถ้าคิดว่าเราคบกันอยู่..." ฉันพูดพร้อมสอดมือไปคล้องแขนเขาอีกครั้ง "ก็ต้องคบนั่นแหละค่ะ" พอฉันพูดจบตะวันก็หันควับมามองหน้าฉันส่วนฉันก็ทำลอยหน้าลอยตาไม่สนใจสายตาของเขาอยู่ดี "เห้ยจริงดิ? ไหนแกบอกว่าน้องเขาไม่ใช่เสปคแก...อุ๊บ!" พี่ไปป์โพล่งขึ้นมาอย่างแปลกใจก่อนจะเอามืออุดปากตัวเองเมื่อรู้ว่าคำที่เขาพูดมันไม่สมควรพูดในขณะที่ยังมีฉันนั่งอยู่ด้วยเพราะมันเหมือนการไม่ไว้หน้าฉันที่บอกว่าฉันไม่ใช่เสปคเขา ลองคิดดูสิถ้าเกิดว่าเราสองคนคบกันจริงๆแล้วเขาโพล่งออกมาแบบนี้ฉันจะรู้สึกยังไง แต่นี่เราไม่ได้คบกันจริงฉันถึงได้ไม่รู้สึกอะไร "ตะวันพูดอย่างงั้นเหรอคะ ไม่เห็นรู้เลย" ฉันแสร้งทำหน้าไร้เดียงสาแล้วหันไปมองเขากระพริบตาปริบๆ "อ๋อเปล่าๆ นั่นมันเมื่อก่อน แต่ตอนนี้มันอาจเปลี่ยนใจ เรื่องแบบนี้มันเปลี่ยนแปลงกันได้ น้องลูกโซ่ไม่ต้องคิดมากนะ" พี่ไปป์รีบแก้ตัวยกใหญ่ฉันยิ้มให้เขาพลางพยักหน้าเบาๆ "ก็คงจริงอย่างที่พี่พูด เพราะเมื่อคืน..." พรึ่บ~ ฉันชะงักคำพูดเมื่อจู่ๆตะวันก็ลุกพรวดขึ้นแล้วก็คว้าแขนฉันขึ้นไปด้วย ฉันเงยหน้ามองตามเขา "ลุกขึ้น!" เขาหลุบตาลงมาพูดกับฉันพลางกระตุกแขนให้ลุกขึ้นยืนตามเขา "อะไรกัน ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ" "ไม่ต้องพูดแล้ว มานี่เลย!" "อ๊ะ เดี๋ยวสิ!" ไอ้บ้าเอ้ย!ใครสั่งใครสอนให้เขาใช้กำลังฉุดกระชากผู้หญิงแบบไม่สนใจว่าฉันจะถลาหน้าคว่ำลงกับพื้นหรือเปล่าแบบนี้วะ ฉันจำใจต้องลุกตามแรงกระชากของเขาอย่างช่วยไม่ได้พลางกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามเขาที่ก้าวฉับๆนำหน้าไปจนกระทั่งเขาลากฉันออกมาไกลจากกลุ่มเพื่อนของเขาพอสมควรและเขาเดินช้าลงฉันถึงได้ยื้อแขนตัวเองให้หลุดออกจากมือของเขา "นี่ปล่อยได้แล้วมั้ง" ฉันหยุดเดินและสะบัดมือเขาออกอย่างแรง ตะวันเองก็หยุดเดินเขาหันควับมาจ้องหน้าฉัน "เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีกล่ะ" "เธอนั่นแหละเป็นบ้าอะไร" "ทำไม ฉันเป็นบ้าอะไรห๊ะ" "พูดว่าคบกันฉัน เธอพูดออกมาได้ยังไงวะ!" "ก็ไม่ได้ยากอะไร" ฉันยักไหล่อย่างกวนประสาทใส่เขา "ก็พูดออกมาจากปากไง" "อย่ากวนโมโหฉันตอนนี้นะ" เขาจ้องฉันด้วยดวงตาเดือดดาล "นายจะโมโหอะไรมากมายล่ะตะวัน นายเป็นผู้ชายมีอะไรเสียหายที่ไหน ฉันต่างหากที่ต้องเสียหายไม่ใช่เหรอ" "แน่ใจว่าเธอมีอะไรให้เสียหายอีก?" เขาพูดพร้อมกับเดินเข้ามาหาฉัน "ทั้งเรื่องจริง ทั้งข่าวลือ เธอมันก็เสียหายจนไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?" "นี่นาย!" "จะพูดว่าคบกับฉันน่ะ...ผู้ชายในสต็อกโละหมดหรือยังล่ะ" "แล้วไง?ก็ถ้าฉันอยากจะโยนนายเข้าไปไว้ในสต็อกอีกคนมันจะมีปัญหาอะไรหรือไงล่ะ?" ฉันผลักอกเขาออกไปจ้องหน้าเขาแล้วพูดขึ้น ตะวันเซถอยหลังไปก้าวเดียวเท่านั้นก่อนจะเดินเข้าหาฉันอีกครั้ง "ชอบฉัน?" เขาเลิ่กคิ้วถามพลางผลักไหล่ฉันจนฉันเซถอยหลังไปชนกับกำแพงของตึกไหนสักตึกในคณะเนี่ยแหละก่อนจะยกแขนขึ้นมาเท้ากับกำแพงเพื่อกักฉันไว้ ฉันเชิดหน้ามองเขาอย่างท้าทาย "ที่อยากจะได้ฉันไว้ในสต็อกเนี่ย เกิดชอบฉันขึ้นมาแล้วหรือไง?" เขาก้มหน้าลงมาถามฉันดวงตาของเราจ้องประสานกันฉันใช้ดวงตากลมโตมองเขาอย่างหว่านเสน่ห์พลางกระตุกยิ้มมุมปาก "แล้วถ้าฉันบอกว่าใช่ล่ะ?" ฉันถามเขาออกไปนายนั่นก็ได้แต่มองฉันนิ่งไม่ได้แสดงท่าทีตกใจหรือแปลกใจอะไรออกมาเลย บางทีฉันก็ไม่ชอบผู้ชายโหมดนี้นะ เพราะมันดูยากไม่รู้ว่าเขาคิดหรือรู้สึกอะไรบ้างมั้ยไง ตะวันกระตุกยิ้มมุมปากเหมือนที่ฉันทำก่อนจะก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกของเราชนกัน "ชอบฉันจริงเหรอ?" เขาถามขึ้นอีกครั้ง ฉันมองตาเขาก่อนจะกลั้นใจตอบออกไป "อืม...ชอบ" สิ้นสุดประโยคจากปากฉันเขาก็ตามมาทาบทับริมฝีปากลงบนปากฉันและถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้ขัดขืนหรือผลักเขาออกเหมือนทุกทีแต่ฉันก็แอบตกใจอยู่ลึกๆนะ ตะวันแค่สัมผัสริมฝีปากลงบนปากฉันกดมันลงมาเน้นๆแค่นั้นก่อนจะผละออกไปเขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวแล้วพูดขึ้น "แต่ฉันไม่ชอบ...ง่ายไป" พูดจบเขาก็หันหลังเดินออกไปทันที ฉันได้แต่จ้องแผ่นหลังของเขาแล้วกำมือแน่นอย่างโกรธเคือง เขาด่าฉันแบบนี้อีกแล้วนะ คอยดูเถอะ! ไม่ชอบเหรอ...คอยดูต่อไปแล้วกันไอ้บ้าตะวัน!-ตะวัน- ปึ้ง~ ผมจอดรถหลังจากขับรถเข้ามาในรั้วบ้าน สายตาผมมองไปที่รถหรูคันหนึ่งที่จอดอยู่ภายในบ้านของผมเช่นกัน ซึ่งรถคันนี้ผมไม่เคยเห็น ไม่รู้ว่าเป็นของใคร สวบ~ ผมเดินเข้ามาในบ้าน วันนี้บ้านเงียบ ปกติแล้วเมื่อผมกลับมาถึงบ้าน ลูกกับเมียผมจะออกมารับถึงหน้าบ้าน แต่วันนี้กลับไม่มีใครโผล่มา... หรือว่าไม่อยู่? "พ่อขาาา" ผมหยุดเดินเมื่อได้ยินเสียงเล็กๆของลูกสาวตัวเอง ผมหันหลังกลับไปก็เห็นเด็กผู้หญิงอายุสามขวบกว่าๆวิ่งออกมาจากห้องนั่งเล่น เด็กน้อยหน้าตาน่ารักวิ่งเข้ามาหาผม พรึ่บ~ ผมก้มลงไปอุ้มลูกสาวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนพลางหอมแก้มไปทั้งสองข้าง "หอมจริงๆ ลูกสาวใครครับ" "ลูกสาวพ่อค่ะ^^" เด็กผู้หญิงในอ้อมแขนผมพูดพลางยิ้มกว้างและจิ้มนิ้วชี้ลงมาบนอกผม ผมมองรอยยิ้มนั้น เหมือนแม่ไม่มีผิด ลูกสาวหน้าตาคล้ายผม แต่กลับมีรอยยิ้มเหมือนกับแม่ซึ่งทำให้ผมแพ้เสมอ "หอมพ่อยัง" ฟอด~ พอผมพูดไป ลูกสาวผมก็หอมแก้มผมซ้ายขวาบ้าง ผมยกยิ้มพลางถามขึ้น "แม่ไปไหนครับ วันนี้ไม่เห็นออกมารับเลย" "แม่อยู่กับลุงแทนค่ะ" "ลุงแทน?" ผมครางถามพลางขมวดคิ้ว ลุงแทนเหรอ... สวบ~ "ตะวัน" ผมหันไปม
"ลูกโซ่" ฉันหันไปตามเสียงเรียกหาที่ดังมาจากด้านหลัง คนที่เรียกชื่อฉันก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก "ทำไมหลบมาอยู่นี่ ฉันหาตั้งนาน" ตะวันพูดพร้อมกับคว้ามือฉันไปจับไว้ ฉันหลุบตาลงมองมือของเราที่จับกันก่อนจะพูดขึ้น "ฉัน..." "ทำไม เป็นอะไร?" ตะวันขมวดคิ้วมองฉันอย่างสงสัย ตอนนี้เราอยู่ที่บ้านของเขาวันนี้มีการจัดงานปาร์ตี้วันเกิดคุณลุงอาทิตย์พ่อของตะวัน และเพราะท่านเป็นนักธุรกิจก็เลยมีแขกผู้หลักผู้ใหญ่มาร่วมงานมากอยู่เหมือนกันพ่อของฉันก็มาที่นี่พร้อมกับแม่เลี้ยงและลูกแก้ว ฉันเองก็ถูกเชิญให้มาที่นี่เหมือนกันในฐานะคู่หมั้นของตะวันลูกชายคนโตของท่าน แต่ที่ฉันกำลังคิดจะขอตัวกลับเพราะฉันคิดว่าฉันไม่ควรจะมายืนอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ เห้อออ~ ฉันถอนหายใจออกมาเพราะก่อนหน้านี้ฉันแยกไปเข้าห้องน้ำและฉันบังเอิญได้ยินพวกลูกผู้ดีหลายคนที่รุ่นราวคราวเดียวกับฉันกำลังพูดถึงฉันและพูดถึงในทางเสื่อมเสีย ปกติฉันไม่เคยแคร์อยู่แล้วกับเรื่องพวกนี้แต่เพราะมีคำพูดหนึ่งที่พวกนั้นพูดกันมันทำให้ฉันสะอึก 'ไม่รู้พี่ตะวันไปหมั้นกับผู้หญิงแบบนั้นได้ยังไงเนอะ ผ่านผู้ชายมาไม่รู้ตั้งกี่คนแล้วทำไมพี่เขาถึงได้ใฝ่ต่ำจัง'
เขากัดฟันพูดกับฉันเหมือนหมดความอดทนหลุบตาลงมองสำรวจตัวฉันอีกครั้ง ปิดประตูรถใส่หน้าดังปึ้งก่อนจะเดินจ้ำมาขึ้นรถฝั่งคนขับแล้วก็สตาร์ทรถขับออกไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว บรื้นนน~ *คอนโด ฟลุ่บ~ "ดะ เดี๋ยว" ฉันร้องห้ามเมื่อตะวันดันร่างของฉันที่เข้ามาในห้องพอประตูปิดลงเขาก็ดันฉันเข้าหาฝาผนังข้างประตูก่อนจะตามมายืนประกบไว้ เขาใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างกดตัวฉันจนแผ่นหลังติดกำแพงแทบจะฝังเข้าไปในกำแพงได้อยู่แล้วแถมยังก้มลงมาจรดริมฝีปากกับต้นคอของฉันเลยด้วย "ฟังก่อนสิ..." ฉันใช้มือดันหน้าเขาออกมา ตะวันหลุบตาจ้องมองฉันอย่างคาดโทษ "ชอบยั่วนักไม่ใช่เหรอ ห้ามทำไม" แต่ตะวันกลับตอกกลับมาจนฉันสะอึก "แต่งตัวแบบนี้คราวหลังก็แก้ผ้าเลยสิ" เขามองการแต่งตัวของฉันอีกครั้งตั้งแต่ศีรษะจนปลายเท้า ฉันรู้ว่าเขาโกรธอยู่และฉันก็กำลังจะง้อเขาอยู่เหมือนกัน ฉันถึงได้ยิ้มออกมาจนตะวันชักสีหน้าตึงเข้าไปอีก "หึงเหรอ" ฉันถามเชิดหน้ามองอย่างท้าทาย ตะวันถอนหายใจแรงอย่างหงุดหงิด "จะยั่วประสาทฉันอีกนานมั้ย ลูกโซ่" "^^" ฉันกระตุกยิ้มพลางเลื่อนมือขึ้นไปคล้องคอเขาไว้เมื่อตะวันทำท่าจะผละออกไป ฉันแค่อยากให้เขา
เฮฮฮฮ~ วู้ววว~ เอี้ยด~ ฉันเหยียบเบรกรถทันทีที่รถคันหรูที่ฉันขับเคลื่อนที่เข้าสู่เส้นชัยพลันสายตาก็มองรถอีกคันที่พุ่งเข้าสู่เส้นชัยนำหน้าฉันในระยะแค่เส้นยาแดงผาแปดมันแค่นิดเดียวเท่านั้น...แต่ก็นะไม่ได้อยากจะชนะอยู่แล้ว ปึ้ก~ ฉันมองร่างสูงผู้ชนะที่เปิดประตูและก้าวลงมาจากรถพร้อมกับพวกคนกลุ่มหนึ่งที่เริ่มเดินลงมาในสนาม บรรยากาศแบบนี้ฉันคุ้นเคยดีเพราะฉันเคยแข่งรถอยู่บ่อยๆถึงช่วงนี้ฉันจะไม่ค่อยได้มาเลยก็เถอะ ฉันเห็นพวกเขาแต่ด้านนอกไม่มีใครมองเห็นฉันเพราะรถคันนี้ติดฟิล์ม รถคันนี้ไม่ใช่ของฉันแต่เป็นรถของคนที่จะต้องลงแข่งขันกับเขาแต่เผอิญว่าฉันได้มาเป็นคนขับแทนด้วยการช่วยเหลือจากเพื่อนรักของเขานั่นเอง สายตาของฉันโฟกัสไปที่ผู้ชายคนเดียวเท่านั้น คนที่ยืนอยู่ท่ามกลางเพื่อนของเขาคนที่ทำหน้านิ่งๆไม่แสดงอารมณ์ของความดีใจที่ได้เป็นผู้ชนะออกมาเท่าไหร่...ตะวัน ฉันไม่รู้ว่าที่ตัดสินใจทำแบบนี้ถูกมั้ยแต่ฉันคิดว่ามันเป็นวิธีการง้อในแบบของฉัน ตอนแรกฉันกะว่าจะมาหาเขาพร้อมพี่ไปป์เพราะได้คุยกับพี่ไปป์ทางโทรศัพท์ก่อนหน้านี้แต่พอมาถึงฉันแอบเห็นผู้หญิงหลายคนเข้ามายุ่งกับเขา มันก็แค่ไม่พอใจนิดหน่อยที
กึก~ ฉันชะงักแล้วเงยหน้ามองแทนที่จ้องฉันเขม็ง "ถ้าเธอรับสายมัน ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอกลับไปหามันแน่" หมะ หมายความว่าไงกัน! "ตะวัน..." ฉันหยุดชะงักขาเมื่อก้าวเข้ามาในห้องและรู้สึกว่าภายในห้องเงียบเกินไป เหมือนกับว่าเจ้าของห้องไม่ได้อยู่ที่นี่ สวบ~ ฉันก้าวเดินสำรวจไปทั่วทั้งห้องพร้อมกับเรียกหาตะวันแต่ก็พบกับความว่างเปล่า ตืดดด~ ฉันเลยเลือกที่จะโทรหาเขาแต่กลับได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่อยู่บนเตียง สรุปแล้วก็คือเขาไม่ได้อยู่ที่ห้องและไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัวไปด้วย ไปไหนของเขานะ? ฟลุ่บ~ ฉันนั้งลงบนเตียงข้างๆโทรศัพท์ของเขาพลันมือก็เลื่อนไปหยิบโทรศัพท์มากดดู บนภาพหน้าจอมีรูปของเราที่ถ่ายคู่กันปรากฏอยู่ ฉันจ้องมองภาพรอยยิ้มของเราผ่านหน้าจอนั้น... ก่อนที่ฉันจะได้กลับมาที่ห้องฉันไม่ได้รับสายตะวันเขาคงโกรธฉันมากแน่ๆ ดวงตาของฉันร้อนผ่าวพลันคิดไปถึงเรื่องที่โรงพยาบาล 'รีบตามไปง้อมันด้วยล่ะ' เมื่อฉันเอาแต่หลุบตาลงมองโทรศัพท์ที่มันดังแล้วก็หยุดไปเป็นแบบนี้เกือบสิบสาย ฉันทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนมองด้วยความหวั่นใจ 'อะไรนะ' ฉันร้องถามเขาอย่างประหลาดใจเงยหน้ามองแทนที่จู่ๆก็พูดขึ้นมา
ฉันถามย้อนกลับไปอีกครั้งเมื่อปลายสายบอกอะไรบางอย่างกับฉัน ซึ่งมันน่าตกใจจนตะวันมองฉันอย่างตกใจด้วยเช่นกัน "แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ...ค่ะ ฉันจะไป" รับปากเสร็จสรรพฉันก็กดตัดสายแล้วลุกพรวดขึ้นทันที หมับ~ "โซ่ จะไปไหน" ฉันตกใจจนลืมไปว่ามีตะวันนั่งอยู่ข้างๆจนกระทั่งเขาคว้าขอมือฉันไว้ ฉันหันไปมองหน้าเขาด้วยใบหน้าถอดสี "ใคร เป็นอะไร?" เมื่อเห็นสีหน้าไม่ดีของฉันตะวันก็หน้าเจื่อนลง เขากระเถิบเข้ามาหาฉันพลางถามแล้วบีบมือเบาๆ "คือว่า..." ฉันจะบอกเขาดีมั้ยนะ แล้วถ้าบอกไปเขาจะยอมให้ฉันไปเหรอ... "เกิดอะไรขึ้น" "ฉัน...ต้องไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้" "ทำไมล่ะ เกิดอะไรขึ้น ใครเป็นอะไร" แต่พอฉันพูดออกไปแบบนั้นตะวันก็รัวคำถามใส่ฉันมากขึ้น ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องน่าตกใจและเชาก็คงตกใจ "บอกฉันสิ..." ตะวันบีบมือฉันอีกครั้ง ฉันมองหน้าเขาก่อนจะถอนหายใจ ยังไงก็คงต้องพูดสินะ "คือ...แทน" "ใครนะ?" ตะวันเอียงคอถามเขาชักสีหน้าทันทีที่ได้ยินชื่อของแทน "ทะ แทน เขาขับรถชนเมื่อคืนตอนนี้อาการ..." "จะไปหามันเหรอ" ตะวันถามแทรกขึ้นมาจนฉันต้องกลืนคำพูดลงคอ ใช่ ฉันต้องไปหาเขา...ก่อนที่
แอด~ ประตูห้องของตะวันถูกเปิดออกจากทางด้านใน ซึ่งคนที่เปิดก็คงไม่ใช่ใครที่ไหนเลย "..." ฟลุ่บ~ ตะวันเปิดประตูพร้อมกับเดินออกมาเขาเอนตัวพิงกับขอบประตูมองหน้าผู้ชายคนนั้นแล้วเผยอปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างก่อนจะเงียบไปเมื่อสายตาคมเหลือบมาเห็นฉัน "เธอ...มาเยี่ยมแก" ผู้ชายคนนั้นพูดพลางเหลือบต
07.40 น. ติ้ง~ ฉันเดินออกจากลิฟต์ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ฉันเพิ่งจะกลับมาถึงห้อง ใช่ เพิ่งจะกลับมาตอนนี้นี่แหละ ดีที่วันนี้ไม่มีเรียนไม่งั้นฉันคงอดหลับอดนอนไปเรียนแหง๋ๆ ถามว่าทำไมกลับมาเอาป่านนี้น่ะเหรอ? ก็นะเวลาที่ฉันไม่อยากคิดอะไรเลยฉันก็จะเหลวไหลเรื่อยเปื่อยไปแบบนี้แหละ แต่ถึงอย่างนั้น
เมื่อเดินลงจากบันใดเลื่อนเราสองคนก็ตรงดิ่งไปที่ร้านเป้าหมายทันที แต่ระหว่างทางที่เดินไปเราต้องเดินผ่านร้านอาหารญี่ปุ่นฉันก็ไม่ได้อะไรหรอกนะถ้าจะไม่มีใครเดินตัดหน้าฉันเพื่อที่จะเข้าไปในร้านอาหารญี่ปุ่นนั้น กึก~ ฉันกับข้าวหอมชะงักพร้อมกันพลางช้อนสายตามองร่างบางของผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่ก็หยุดยืนเช่น
เสียงเพลงจังหวะสนุกสนานที่ดังขึ้นโดยฝีมือการมิกซ์เพลงของสองดีเจสาวอย่างฉันกับยาหยียังคงดังต่อเนื่องอยู่ตลอดจนกว่าจะถึงเวลาเลิกงานของฉันนั่นแหละ วันนี้ผู้คนโซนนี้ไม่เยอะและแออัดเหมือนทุกวันนั่นคงเป็นเพราะว่ามีคนลงทุ่มทุนปิดโซนนี้จัดเลี้ยงฉลองวันเกิด พวกที่เต้นๆกันอยู่หน้าเวทีก็คงเป็นพวกแขกที่มาร่วมปา







