เข้าสู่ระบบ17.20 น.
ติ้ง~ ฉันก้าวออกจากลิฟต์ทันทีที่ประตูเปิดออกก่อนจะกดวางโทรศัพท์ที่กำลังคุยกับปลายฟ้าอยู่เมื่อกี้นี้แล้วเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าพลางเดินตรงไปยังห้องของตัวเองทันที กึก~ แต่แล้วฉันก็ต้องหยุดชะงักเมื่อสายตาทอดมองไปเห็นเด็กสาวคนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าห้องของฉันและตอนนี้เธอก็หันมาเห็นฉันแล้ว ฉันขมวดคิ้วอย่างสงสัยอยู่ในใจก่อนจะทำเป็นไม่สนใจแล้วเดินไปหยุดยืนที่หน้าห้องตัวเอง "ไม่คิดจะถามเหรอว่ามาทำไม?" เสียงใสพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าฉันไม่ได้สนใจเธอ ฉันชะงักมือที่หยิบกุญแจออกมาจากกระเป๋าพลางพูดขึ้น "ก็พูดมาสิ" พูดจบฉันก็ก้มหน้าลงไขกุญแจที่ลูกบิดประตูห้องโดยไม่หันไปมองหน้าเธอเลย "มาอยู่ด้วยคืนนี้" กึก~ ฉันชะงักมือที่ไขกุญแจอีกครั้ง "ฉันต้องทำงาน" ฉันพูดพลางหมุนบิดลูกบิดประตู "ทำงาน? ตอนกลางคืนเนี่ยนะ?" เธอถามฉันอย่างแปลกใจ ก็แหงสิ...เธอไม่เคยรู้หรอกว่าฉันใช้ชีวิตยังไงเพราะความเป็นอยู่ของเราต่างกันเยอะ "กลับบ้านไปซะ" พูดจบฉันก็ดันประตูห้องเปิดออกกำลังจะก้าวเข้าไปในห้องแต่ก็ถูกมือบางคว้าหมับเข้าที่แขน "ไม่กลับ" "กลับไป" "ไม่" "เดี๋ยวที่บ้านเป็นห่วง กลับไป" "ไม่กลับ บอกที่บ้านแล้ว" "บอก...บอกว่าไง?" เป็นครั้งแรกที่ฉันหันไปมองสบตากับเด็กสาวคนนี้เต็มๆฉันถามเธอด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแล้วเธอก็ตอบกลับมา "ก็บอกว่าไป...ทำรายงานวิจัยบ้านเพื่อน" เหอะ!ก็กะอยู่แล้วล่ะว่าต้องบอกแบบนี้ ขืนบอกว่ามาอยู่กับฉันสิ คงได้โผล่หัวมายืนตรงนี้หรอก! "ความคิดเด็กๆ กลับบ้านไป" ฉันต่อว่าเธอก่อนจะบิดแขนออกจากมือเล็กๆนั่นแล้วเดินเข้าไปในห้องก่อนจะปิดประตูแต่ก็ถูกยัยเด็กนี่ดันประตูไว้อยู่ดี ฉันหันไปจ้องหน้าเธอกรอกตาไปมาก่อนจะพูดขึ้นพลางผลักมือเธอออกจากประตูแล้วปิดประตูทันที "ฉันไม่อยากเดือดร้อน เข้าใจนะ" ปัง~ "เห้อออ" ฉันหันหลังพิงประตูพลางถอนหายใจโดยไม่ได้สนใจว่ายัยเด็กสาวที่ถูกฉันทิ้งให้ยืนอยู่หน้าห้องจะมีสีหน้ายังไงหรือแม้กระทั่งจะอ้าปากพูดอะไรด้วยซ้ำ อยากรู้มั้ยว่าเด็กสาวคนนั้นเป็นใคร? 'ลูกแก้ว'เธอคนนั้นชื่อลูกแก้วอายุ18ปีกำลังจะจบมอปลายและเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยในอีกไม่นานแล้ว ก๊อก ก๊อก ก๊อก~ เสียงเคาะประตูดังขึ้นไม่ดังนักพร้อมกับเสียงของลูกแก้วตะโกนเข้ามาในห้อง "ฉันไม่อยากอยู่บ้านไม่เข้าใจเหรอไง" "..." ฉันถอนหายใจพลางกรอกตาไปมา ไม่อยากอยู่บ้าน...บ้านที่ยินดีต้อนรับและมีเธอเป็นคุณหนูที่รักของบ้านเนี่ยนะ เหอะ "นี่ ทำไมใจร้ายใจดำแบบนี้เนี่ย" "..." "ฉันเป็นน้องเธอนะ..." น้อง...อืม ลูกแก้วเป็นน้องสาวต่างแม่ของฉันเองแม่ของเธอซึ่งเป็นคนรักของพ่อเป็นผู้หญิงที่พ่อรักตั้งแต่แรก แล้วสงสัยมั้ยว่าพ่อมามีฉันกับแม่ของฉันได้ยังไงก็เป็นช่วงที่พ่อแอบนอกใจแม่ของลูกแก้วที่คบกันมาก่อนแล้วมันก็พลาดมีฉันไง เข้าใจสถานะที่ฉันเป็นอยู่ตอนนี้มั้ยล่ะ เข้าใจมั้ย? "ลูกโซ่..." แอด~ ในที่สุดฉันก็เปิดประตูออกไปหาเธออีกครั้งลูกแก้วยิ้มกว้างก่อนจะรีบหุบยิ้มลงทันทีที่ฉันมองหน้าเธอ "อย่าสร้างความเดือดร้อนให้ฉันแล้วกัน" ฉันถอนหายใจพูดออกไปก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าห้องโดยมีลูกแก้วเดินตามเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูลง ไม่ใช่ว่าฉันใจดีอะไรนักหรอกน่ะเพราะฉันกับเธอก็ไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่แต่ฉันแค่เห็นแก่สายเลือดเดียวกันที่มีอยู่ครึ่งนึงในตัวของเธอเท่านั้นแหละ 18.30 น. ฉันเดินออกมาจากห้องอีกครั้งในชุดเสื้อสายเดี่ยวสีดำมีระบายตรงช่วงอกกับกางเกงรัดรูปพร้อมกับแต่งหน้าและปล่อยผมสยายดัดลอนคลายๆเพื่อเตรียมตัวจะไปทำงานแต่ก่อนไปฉันก็ต้องชะงักเพราะเสียงของลูกแก้วที่พูดขึ้น "ไปไหน?" เธอถาม ฉันตอบพร้อมกับใส่รองเท้าส้นสูงสีแดง "ทำงาน" "ทำงาน งานอะไรแต่งตัวแบบนี้?" "จะอยากรู้ไปทำไม?" "พ่อรู้มั้ยว่าเธอทำงานกลางคืน?" "ฉันจะทำอะไร พ่อก็ไม่สนใจหรอก" "ดีเนอะ" ควับ~ ฉันหันไปมองหน้าเธอทันทีที่เธอพูดจบ ดี...ดีงั้นเหรอ? การที่พ่อแม่ไม่สนใจว่าลูกตัวเองจะเป็นอยู่ยังไงจะทำอะไรนี่นะดี ยัยนี่ท่าทางจะประสาท ฉันส่ายหัวก่อนจะหันไปปิดประตูห้องนอน "ถ้าเรียนจบ ฉันจะไม่อยู่ที่นี่แล้วนะ“*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
ไม่รู้ทำไมใจฉันสั่นแปลกๆเมื่อเขาทำแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าอะไรแต่สำหรับฉัน ฉันรับรู้ว่ามันอ่อนโยนและมันทำให้น้ำตาอีกหลายๆหยดของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่ได้สะอึกสะอื้นให้เขารับรู้ มันเป็นแค่น้ำตาที่ไหลออกมาเอง ไม่ได้ร้องไห้ แต่มันแค่... "คืนนี้...นอนกับฉันนะ" "..." "ลูกโซ่..." "อืม..." 08.25 น. พรึ่บ~ ฉันขยับตัวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียงพลางมองไปข้างๆก็พบว่าตอนนี้มันว่างเปล่า บนเตียงนี้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น "เอ๊ะ?" ฉันก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวฉันไม่ได้เปลือยเปล่าและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายไว้เหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีน้ำเงินเข้มมาอยู่บนตัวฉันแทน หรือว่า...เขาใส่มันให้ฉันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แอด~ "ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเข้มๆที่ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจนิดๆพลางหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก็เห็นว่าตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเขาจะเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อกี้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วเพราะตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีเทา
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครและมันจะไม่มีการหมั้นบ้าบอนั่นเกิดขึ้นด้วย! "เกี่ยวสิ" แต่เขาก็ยังเถียงกลับมาพลางดึงผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ช่วงเอวขึ้นมาห่มให้เราทั้งคู่ด้วย "ไม่เกี่ยว" "เกี่ยว" "ไม่..." "เมียฉันร้องไห้นะ จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ไง" "...!" ฉันกลืนคำพูดที่จะเถียงเขาลงคออีกครั้ง ก็ดูคำที่เขาพูดออกมาสิ "บอกมาเหอะ" "นายไม่ต้องรู้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็ไม่..." "อย่าพูดว่าไม่ใช่เมียฉัน ไม่งั้นฉันจะย้ำอีกรอบให้ดู" เขาขู่เสียงเข้มจนฉันเผลอเม้มปากแน่น เขากล้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินเลยไปถึงขั้นนั้นแล้วก็จริง แต่ว่า...เขาก็ไม่ได้รักฉันนะ ไม่สิ แค่ชอบยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ คำแบบนั้นเขาไม่ได้เอาไว้ใช้เรียกคู่รักกันเหรอ... "มีปัญหาอ







