INICIAR SESIÓNเขาแค่นหัวเราในลำคอ ฉันเพิ่งสังเกตุเห็นว่าหน้าเขาออกแดงๆก็คงจะซัดเหล้าไปมากไม่ต่างจากฉันหรอกมั้ง
ถึงได้พากันร้อนทั้งคู่ไง -- "เธออยากชนะฉันอยู่มั้ยล่ะ" "เออ ใจจะขาดอยู่แล้วเนี่ย" "ก็ดี...ฉันให้โอกาสเธอเอาชนะฉันวันนี้เลย" หมายความว่าไง? ถ้าวันนี้ฉันเอาชนะเขาได้ข้อตกลงก่อนหน้านี้ทุกอย่างก็จบใช่หรือเปล่า? "นายเริ่มชอบฉันแล้วใช่มั้ยล่ะ" "ใครบอก" "ก็นาย..." "เธอเคยบอกฉันว่า ถ้าฉันจูบแสดงว่าฉันชอบเธอ" "..." "งั้นวันนี้เธอก็ทำให้ฉันจูบเธอให้ได้สิ" วันนี้ ตอนนี้เนี่ยนะ? "ยั่วฉันให้ได้สิ" "นายคิดว่านายแน่แล้วเหรอไง" ที่ฉันถามออกไปแบบนั้นเพราะฉันรู้ รู้ว่าเขานะก็คงมีความรู้สึกอะไรบางอย่างกับฉันบ้าง ไม่ได้หลงตัวเองน่ะแต่ฉันไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดนั้น "หรือเธอไม่กล้า เหอะ!" เขากำลังแค่นหัวเราะฉัน ฉันจ้องหน้าเขานิ่ง ถึงฉันจะรู้ว่าเสี่ยงแต่เชื่อมั้ยว่าฉันจะทำ ทุกอย่างจะได้จบลงสักที ก็แค่ยั่วให้จูบ...แค่นั้นเองลูกโซ่ ฟลุ่บ~ ฉันกระตุกยิ้มพลางลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเขา "สำหรับฉันไม่มีคำว่าไม่กล้า" "หึ" ตึก~ ครืนนน~ สิ้นเสียงหัวเราะในลำคอของเขาฉันก็ก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกพร้อมกับเสียงฟ้าร้องที่จู่ๆก็ดังขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย จริงๆฟ้ามันครึ้มตั้งแต่ช่วงเย็นๆแล้วล่ะดูท่าฝนจะตกแน่ๆเลยคืนนี้ "แหม บรรยากาศเป็นใจดีจัง^^" ฉันเผยยิ้มเซ็กซี่แล้วช้อนตามองเขาตะวันเองก็หลุบตามองฉันพลางกระตุกยิ้ม เขายืนนิ่งเหมือนเป็นรูปปั้นซึ่งก็ทำให้ฉันเกร็งๆอยู่เหมือนกัน ถึงฉันจะดูใจกล้าหน้าด้านยังไงก็เถอะ ฉันใช่วิธีเดิมเหมือนกับที่ผับคือใต่นิ้วมือไปตามเรียวแขนของเขาพลางขยับเข้าไปแนบชิดกับร่างกายของเขามือบางที่เลื่อนขึ้นไปคล้องคอตอนแรกเปลี่ยนมาเป็นกดท้ายทอยเขาลงมาหาใบหน้าของฉันที่เชิดขึ้นไปหาเขาเช่นกัน นัยน์ตาของเราทั้งคู่สอดประสานกันในระยะใกล้ปลายจมูกแตะกันแบบเฉียดฉิวริมฝีปากของฉันเผยอยิ้มแบบอ่อนหวานก่อนจะเปลี่ยนเป็นเซ็กซี่ ซ่าาา~ เสียงฝนที่ตกกระทบลงมาทำให้รู้ว่าด้านนอกฝนตกแล้วอากาศภายในห้องที่เย็นอยู่แล้วจากแอร์ก็เย็นเข้าไปอีกจนฉันรู้สึกร้อนๆหนาวๆเพราะอากาศภายนอกกับแอลกอฮอล์ในร่างกายกำลังตีกันอยู่ "..." เมื่อตะวันยังคงยืนนิ่งไม่แสดงความรู้สึกอะไรเลยฉันก็ผละใบหน้าแล้วเลื่อนไปซบที่ตรงต้นคอเขาอ้อนแขนที่เคยคล้องคออยู่เลื่อนลงมากอดลำตัวเขาพร้อมกับลูบไล้แผ่นหลังเขาเบาๆผ่านเสื้อที่เขาใส่ ลมหายใจของฉันเป่ากระทบต้นคอเขาเป็นระยะๆพร้อมกับใช้ริมฝีปากลากไล้ไปเบาๆ ให้ตายเหอะ!เปลืองตัวชะมัดไอ้ฤทธิ์เหล้าและความเมาก็ส่งเสริมชะมัด อีตาบ้านี่ก็จะใจแข็งไปไหนถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นป่านนี้เขาคงจูบฉันไปร้อยรอบแล้วมั้ง ไม่ใช่ว่าฉันไม่รู้น่ะว่าทำแบบนี้มันทุเรศแต่ฉันก็ต้องทำไง จะทำยังไงดีเขาถึงจะจูบฉัน คิดสิ คิด... "ตะวัน..." ฉันเรียกเขาเสียงแผ่วในจังหวะที่ริมฝีปากชิดกับใบหูเขาพร้อมกับเม้มใบหูเขาเบาๆ มือบางข้างหนึ่งที่ลูบแผ่นหลังเขาอยู่ตอนแรกเลื่อนมาด้านหน้าแล้วลูบไล้แผ่นอกเขาแทน "นายไม่อยากจูบฉันจริงๆเหรอ" ฉันพูดเสียงยั่วยวนพลางลากริมฝีปากกลับมา ช้อนสายตามองหน้าเขามือข้างเดิมที่ลูกแผ่นอกเลื่อนขึ้นไปประคองใบหน้าคมคายของเขาให้มองสบตาฉัน "ไม่..." เขาขยับปากตอบเสียงเบา ฉันเห็นเงาตัวเองในแววตาเขาด้วย "จริงเหรอ..." ฉันยิ้มหวานให้เขาเหมือนคราวนั้นที่สวนหย่อมในคณะไง ตะวันมองหน้าฉันถึงสายตาของเขาจะนิ่งแต่ฉันรู้ว่าเขาหวั่นไหวฉันรู้ตั้งแต่คราวนั้นว่าเขาหวั่นไหวกับรอยยิ้มแบบนี้ของฉัน พรึ่บ~ แต่อยู่ดีๆไฟภายในห้องก็ดับพรึ่บลงซะอย่างนั้นฉันชะงักไปเล็กน้อยที่ตอนนี้ภายในห้องกลับกลายเป็นมืดสนิท มองไม่เห็นแต่ได้ยินเสียง เสียงฟ้าร้อง เสียงฝนตก แล้วก็เสียงลมหายใจ... เป็นเพราะตอนนี้ตกอยู่ในความมืดเขาก็คงไม่เห็นรอยยิ้มนั้นของฉันแล้วฉันจะใช้วิธีไหนอีกดีล่ะ? ฟลุ่บ~ "ว้าย!" ฉันร้องออกมาที่อยู่ดีๆก็ถูกตะวันอุ้มขึ้นจนลอยหวือจากพื้นอีกครั้งจากนั้นเขาก็พาฉันเดินไปที่ไหนสักแห่งจนมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ถูกวางลงบนพื้นที่นุ่มๆถึงฉันจะมองไม่เห็นแต่ฉันก็รู้ว่ามันคือ...เตียงนอน เห้ย! "นะ นี่นายจะ..."*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
ไม่รู้ทำไมใจฉันสั่นแปลกๆเมื่อเขาทำแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าอะไรแต่สำหรับฉัน ฉันรับรู้ว่ามันอ่อนโยนและมันทำให้น้ำตาอีกหลายๆหยดของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่ได้สะอึกสะอื้นให้เขารับรู้ มันเป็นแค่น้ำตาที่ไหลออกมาเอง ไม่ได้ร้องไห้ แต่มันแค่... "คืนนี้...นอนกับฉันนะ" "..." "ลูกโซ่..." "อืม..." 08.25 น. พรึ่บ~ ฉันขยับตัวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียงพลางมองไปข้างๆก็พบว่าตอนนี้มันว่างเปล่า บนเตียงนี้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น "เอ๊ะ?" ฉันก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวฉันไม่ได้เปลือยเปล่าและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายไว้เหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีน้ำเงินเข้มมาอยู่บนตัวฉันแทน หรือว่า...เขาใส่มันให้ฉันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แอด~ "ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเข้มๆที่ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจนิดๆพลางหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก็เห็นว่าตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเขาจะเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อกี้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วเพราะตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีเทา
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครและมันจะไม่มีการหมั้นบ้าบอนั่นเกิดขึ้นด้วย! "เกี่ยวสิ" แต่เขาก็ยังเถียงกลับมาพลางดึงผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ช่วงเอวขึ้นมาห่มให้เราทั้งคู่ด้วย "ไม่เกี่ยว" "เกี่ยว" "ไม่..." "เมียฉันร้องไห้นะ จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ไง" "...!" ฉันกลืนคำพูดที่จะเถียงเขาลงคออีกครั้ง ก็ดูคำที่เขาพูดออกมาสิ "บอกมาเหอะ" "นายไม่ต้องรู้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็ไม่..." "อย่าพูดว่าไม่ใช่เมียฉัน ไม่งั้นฉันจะย้ำอีกรอบให้ดู" เขาขู่เสียงเข้มจนฉันเผลอเม้มปากแน่น เขากล้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินเลยไปถึงขั้นนั้นแล้วก็จริง แต่ว่า...เขาก็ไม่ได้รักฉันนะ ไม่สิ แค่ชอบยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ คำแบบนั้นเขาไม่ได้เอาไว้ใช้เรียกคู่รักกันเหรอ... "มีปัญหาอ







