INICIAR SESIÓNหมับ~
ฉันดันตัวลุกขึ้นทันทีที่รู้ว่าตัวเองกำลังไม่ปลอดภัยพลางใช้มือปัดป่ายไปเพราะมองไม่เห็นแต่ตะวันกลับคว้าหมับเข้าที่ข้อมือฉันก่อนจะกดมันลงบนที่นอนนั่น นี่เขาจะทำบ้าอะไรเนี่ย! "ตะวัน ฉันไม่เล่นแบบนี้นะ!" ฉันโพล่งออกไปด้วยความตกใจฉันรู้ว่าตะวันขยับตัวแต่ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ตรงไหน มารู้ก็ตอนที่เขาพูดออกมานั่นแหละ "ฉันก็ไม่ได้เล่น ฉัน'เอา'จริง" เสียงของเขาดังอยู่เหนือร่างฉัน งั้นก็หมายความว่า เขาคล่อมร่างฉันอยู่ไง! แล้วไอ้คำพูดที่เขาเน้นออกมานั่นอีกล่ะ ไอ้บ้าเอ้ย! "เธอยั่วฉันเองนะ" เดี๋ยวสิ ฉันยั่วเขา...ฉันก็แค่ยั่วให้เขาจูบฉันแค่นั้นไม่ใช่เหรอ แล้วทำไม... "จะบ้าเหรอ ฉันไม่..." "คิดว่าฉันเป็นพระอิฐพระปูนเหรอไง เธอไว้ใจผู้ชายมากเกินไป" ใช่!ฉันไม่น่าเฉลียวใจแบบนี้ โดยเฉพาะกับผู้ชายอย่างเขารู้ทั้งรู้ว่าเขาไว้ใจไม่ได้ ฉันมันโง่! "โดยเฉพาะผู้ชายที่เมา แต่ว่า...เธอก็คงชินแล้วล่ะ ใช่มั้ย" เสียงของเขาดังใกล้เข้ามาจนประโยคสั้นๆสุดท้ายจะดังที่ข้างๆหูฉัน ในสายตาเขาฉันก็เป็นผู้หญิงง่ายๆตั้งแต่แรกอยู่แล้วนิ่ "คราวก่อนเธอรอด แต่คราวนี้..." "ปล่อยฉัน!" ฉันพูดพลางพยายามบิดข้อมือที่เขากดลงไว้กับเตียงแต่ก็สู้แรงเขาไม่ได้เลย ยิ่งฉันดิ้นเขาก็ยิ่งบีบข้อมือฉันแรงขึ้น "สะดีดสะดิ้ง" เสียงของเขายังดังอยู่ข้างหูก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะเลื่อนมาจรดกับผิวบริเวณต้นคอของฉันจนฉันเผลอสะดุ้งแล้วพยายามเบี่ยงตัวหนีเขาแต่ก็ไม่พ้น "อย่ามาเลวกับฉันนะ!" ฉันว่าให้เขา ตอนนี้ฉันเริ่มกลัวแล้ว ไม่ใช่ว่าฉันไว้ใจผู้ชายมากเกินไปเพราะฉันไม่เคยไว้ใจใครไม่มีใครเคยทำกับฉันแบบนี้เลยแม้กระทั่งแทนแต่กับเขา...ฉันเองที่ประมาทไม่คิดว่าเขาจะเลวแบบนี้ด้วย! "ถ้านายทำอะไรฉัน...อื้อ" ฉันกำลังจะพูดต่อรองกับเขาแต่เขากลับปล่อยข้อมือข้างหนึ่งของฉันแล้วใช้ฝ่ามือหนาของเขาปิดปากฉันแทน ฉันทุบมือข้างที่เป็นอิสระลงบนแผ่นหลังของเขาอย่างแรงแต่พอฉันทุบเขาเขาก็ขบเม้มปากกับต้นคอฉันแทน ฉันได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอก่อนที่ปากของเขาจะค่อยๆเคลื่อนไปตามผิวเนื้อที่ผ่านพ้นคอเสื้อเอวลอยของฉัน ใกล้ขนาดนี้ฉันได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากเขาด้วย "ไม่ต้องมาพูด..." เสียงของเขาอู้อี้ตอนที่เขาปล่อยมือข้างอีกข้างที่กดข้อมือฉันไว้ออกพลางเลื่อนมาสัมผัสเอวคอดของฉันที่โผล่พ้นเสื้อเอวลอยออกมา "ฉันไม่จูบ...แต่ฉันทำอย่างอื่นได้" ไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นแหละ! "อื้อ อื้อ!" ฉันส่งเสียงประท้วงเขาพลางส่ายหน้าไปมาเพื่อให้เขารู้ว่าเขาทำแบบนี้ไม่ได้ แต่เหมือนเขาไม่รู้เรื่องหรือเขาอาจจะไม่รับรู้! เพราะเขาก็ยังจงใจจู่โจมร่างกายฉันไม่เลิก นะ นี่มันเกินไปแล้ว ทำยังไงดี ทำไงดี! กึก~ "โอ้ย!" เสียงร้องของตะวันดังขึ้นพร้อมกับที่เขาหยุดชะงักทุกอย่างเมื่อฉันกัดฝ่ามือของเขาอย่างแรง เขาชักมือออกจากปากของฉันพลางสะบัดไปมาด้วยความเจ็บ "ฤทธิ์มาก" เสียงเขากัดฟันอย่างโกรธๆพลางต่อว่าฉัน "กับคนอื่นนี่อ่อย กับฉันทำไมไม่ยอม" "นายมันบ้า!" "เออ!ปฏิเสธให้ได้ตลอดแล้วกัน" "เห้ย มะ ไม่ อย่านะ!" พรึ่บ~ จู่ๆเขาก็เหมือนบ้าเลือดขึ้นมาเฉยๆ เพราะอยู่ดีๆเขาก็ถลกเสื้อฉันขึ้นทั้งที่ฉันพยายามดิ้นจนสุดแรงแล้วแต่สุดท้ายเขาก็ถอดเสื้อออกจากตัวฉันได้โดยถอดมันออกทางหัวจากนั้นก็ใช้มันมันข้อมือทั้งสองข้างของฉันไว้ด้วยกัน ฉันเริ่มตัวสั่นด้วยความตกใจและกลัว เขาเหมือนหมาบ้ายังไงก็ไม่รู้ใบหน้าของฉันร้อนผ่าวไม่รู้ว่าเพราะเมาหรืออายมากกว่ากัน อากาศเย็นๆรอบตัวสัมผัสกับผิวเนื้อเปลือยเปล่าช่วงบนของฉัน ถึงฉันจะรู้ว่ามันมืดและเขาก็คงมองไม่เห็นแต่ฉันเป็นคนที่รับรู้ได้ไง ให้ตายเหอะ! "ตะ ตะวัน นายคิดดูดีๆนะ" ฉันพูดเสียงสั่นตอนที่ฝ่ามือหนาของเขาเคลื่อนมาสัมผัสกับหน้าอกของฉันผ่านบราเซียที่ยังคงหลงเหลือติดร่างกายช่วงบนอยู่แค่ชิ้นเดียวเท่านั้น "ฉัน ฉัน ฉันมันง่าย ฉันเป็นผู้หญิงใจง่ายนะ" "..." เสียงของเขาเงียบไปฉันได้ยินแต่เสียงลมหายใจเท่านั้น ฉันยังคงพอมีทางรอดสินะ "ฉันรู้นายไม่ชอบ อย่าลดตัวมาทำอะไรกับฉันเลย" "..." "ฉันมัน..." "ก็ได้ยินเรื่องเสียๆของเธอมาเยอะ" ตะวันพูดพร้อมยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรง ฉันไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้ เขาอาจกำลังจะลุกออกจากตัวฉันก็ได้... "ให้ทายว่าฉันเชื่อมั้ย?" "ชะ เชื่อสิ" "ข่าวว่าเธอง่าย" "อะ อืม" "คนนั้นก็ได้ คนนี้ก็ได้ ได้แม่งหมด" เสียงของเขาเข้มขึ้นตอนที่พูดประโยคนี้ "อือไง ก็ฉัน..." "แล้วทำไมฉันจะเอาด้วยไม่ได้วะ" "ห๊ะ!" ฉันเบิกตากว้างตอนที่รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างร่วงลงข้างๆลำตัว อยะ อย่าบอกนะว่า... "นะ นี่แต่ฉัน อ๊ะ!" ฉันสะดุ้งอีกครั้งเมื่อเขาโถมกายลงมาหาฉันอีกฉันรีบเอามือทั้งสองข้างที่ยังถูกมัดด้วยเสื้อของตัวเองมาดันตัวเขาไว้แล้วฉันก็ต้องตกใจเมื่อฝ่ามือของฉันสัมผัสกับตัวเขา คือมันไม่ได้มีเสื้ออยู่บนตัวเขาแล้วไง หมายความว่าไอ้ที่ร่วงลงข้างๆตัวฉันเมื่อกี้ก็คือเสื้อของเขาไง "ข่าวพวกนั้นนะ...ฉันพิสูจน์เอง" ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นเขาก็ดันมือทั้งสองข้างของฉันที่ถูกมัดขึ้นไปไว้เหนือหัวพร้อมกับก้มลงมาพรมจูบที่เนินอกของฉัน "อ๊ะ อย่า อย่านะ!" "..." เขาไม่สนใจเสียงร้องห้ามของฉันเลยแม้แต่นิดเดียว ยิ่งฉันพยายามดิ้นเขาก็ยิ่งทิ้งตัวลงมาทับฉันมากขึ้นมือของเขาจับมั่วซั่วไปหมดบนลำตัวฉัน ริมฝีปากของเขาก็ลากไล้ไปตามที่เขาต้องการโดยที่ฉันทำอะไรไม่ได้เลย "ตะวัน ไม่เอานะ อย่า..." "อื้ม เงียบเถอะน่า" "ไม่ ไม่ อย่าจับ" "..." "บอกว่าอย่า...อุ๊บ อื้อ“*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
ไม่รู้ทำไมใจฉันสั่นแปลกๆเมื่อเขาทำแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าอะไรแต่สำหรับฉัน ฉันรับรู้ว่ามันอ่อนโยนและมันทำให้น้ำตาอีกหลายๆหยดของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่ได้สะอึกสะอื้นให้เขารับรู้ มันเป็นแค่น้ำตาที่ไหลออกมาเอง ไม่ได้ร้องไห้ แต่มันแค่... "คืนนี้...นอนกับฉันนะ" "..." "ลูกโซ่..." "อืม..." 08.25 น. พรึ่บ~ ฉันขยับตัวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียงพลางมองไปข้างๆก็พบว่าตอนนี้มันว่างเปล่า บนเตียงนี้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น "เอ๊ะ?" ฉันก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวฉันไม่ได้เปลือยเปล่าและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายไว้เหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีน้ำเงินเข้มมาอยู่บนตัวฉันแทน หรือว่า...เขาใส่มันให้ฉันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แอด~ "ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเข้มๆที่ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจนิดๆพลางหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก็เห็นว่าตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเขาจะเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อกี้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วเพราะตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีเทา
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครและมันจะไม่มีการหมั้นบ้าบอนั่นเกิดขึ้นด้วย! "เกี่ยวสิ" แต่เขาก็ยังเถียงกลับมาพลางดึงผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ช่วงเอวขึ้นมาห่มให้เราทั้งคู่ด้วย "ไม่เกี่ยว" "เกี่ยว" "ไม่..." "เมียฉันร้องไห้นะ จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ไง" "...!" ฉันกลืนคำพูดที่จะเถียงเขาลงคออีกครั้ง ก็ดูคำที่เขาพูดออกมาสิ "บอกมาเหอะ" "นายไม่ต้องรู้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็ไม่..." "อย่าพูดว่าไม่ใช่เมียฉัน ไม่งั้นฉันจะย้ำอีกรอบให้ดู" เขาขู่เสียงเข้มจนฉันเผลอเม้มปากแน่น เขากล้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินเลยไปถึงขั้นนั้นแล้วก็จริง แต่ว่า...เขาก็ไม่ได้รักฉันนะ ไม่สิ แค่ชอบยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ คำแบบนั้นเขาไม่ได้เอาไว้ใช้เรียกคู่รักกันเหรอ... "มีปัญหาอ







