FAZER LOGIN'ถ้านายตื่นแล้ว ฉันหวังว่านายจะกลับไป แล้วต่อไปก็ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีก...ต่างคนต่างอยู่'
แปะ~ ฉันเขียนข้อความลงบนกระดาษโพสต์อิทก่อนจะแปะมันลงบนหน้าผากของตะวันที่กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่บนโซฟาภายในห้องของฉัน อีตานี่กล้ามากที่มาเรียกร้องให้ฉันรับผิดชอบทั้งๆที่ความจริงคนที่สมควรเรียกร้องความรับผิดชอบมันควรจะเป็นฉันด้วยซ้ำ ถึงฉันจะไม่เห็นด้วยที่เขามาบอกว่ามันเป็นเพราะฉัน เขาเมาก็เพราะเขากินเหล้าเอง เขาจะมีเรื่องก็คงเพราะเขาหาเรื่องใส่ตัวเอง แล้วที่เขาจะขับรถเกือบตายอะไรน่ะ ก็เพราะเขามันบ้าไงเมาแล้วไม่รู้จักเจียมสังขารยังกล้าขับรถอีก ทั้งหมดน่ะมันเป็นเพราะตัวเขาไม่ใช่เพราะฉัน แต่ที่ฉันให้เขายืมโซฟาเป็นที่นอนเพราะเห็นว่านี่มันดึกมากและฉันก็เหนื่อยที่จะมาทะเลาะกับคนเมาไม่ได้สติแบบเขาฉันก็เลยตัดสินใจทำแบบนี้ พรึ่บ~ ฉันลุกขึ้นยืนพลางสะพายกระเป๋าของตัวเองมองใบหน้าหล่อของเขาที่หลับพริ้มอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวก่อนจะส่ายหัวเบาๆแล้วเดินออกจากห้องเพื่อไปมหา'ลัย แอด~ ฉันเปิดประตูออกมานอกห้องแล้วค่อยๆปิดประตูพร้อมกับเด็กผู้ชายคนเมื่อคืนก็ออกมาจากห้องข้างๆฉันเหมือนกัน "หวัดดีพี่สาว" เด็กคนนั้นยกมือทักทายฉันเขาอยู่ในชุดนักเรียนสะพายกระเป๋าเป้แบนแต๊ดแต๋ชายเสื้อก็ไม่ใส่ในกางเกงแถมรองเท้าผ้าใบก็ขาดแบบจงใจด้วย "เมื่อคืนเป็นไงมั้ง" "อะไร?" ฉันถามเขาอย่างไม่เข้าใจ "แหม ไม่ต้องอายหรอกพี่เรื่องแบบนี้ใครๆก็ทำกัน ฮ่ะๆ" "ระ เรื่องอะไร" ฉันถามพลางมองหน้าเด็กคนนั้นที่หัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ "ผมรู้น่า ผู้ชายเวลาเมาอ่ะ...ร้อนแรงนะจะบอกให้ หึหึ" ฉันถลึงตาใส่ไอ้เด็กบ้าคนนี้ที่เอาแต่หัวเราะชอบใจแถมทำท่าบ้าบออะไรก็ไม่รู้ใส่ฉัน "แล้วพี่ก็สวยด้วย สงสัยเมื่อคืนคงจัดหนักเลยอ่ะดิ๊" จะ จัดหนัก -[]- โอ้ย!ฉันล่ะอยากจะเข้าไปตบปากสักทีสองทีที่พูดจาอะไรออกมาน่าไม่อายเลยนี่มันใช่คำพูดของเด็กวัยนี้เหรอไงยะ "เด็กแก่แดด พูดจาแบบนี้ระวังแม่จะตีนะ" ฉันต่อว่าแต่ก็ไม่จริงจังเท่าไหร่นักพลางส่ายหัวแล้วเดินผ่านเด็กคนนั้นไปแต่ก็ยังไม่วายได้ยินเสียงเด็กคนนั้นตะโกนตามหลังมา "ผมโตแล้วนะพี่ แม่ไม่ตีแล้วด้วย" "หึ" ฉันหัวเราะในลำคอพลางส่ายหัวให้กับเด็กคนนั้นอีกครั้ง เด็กคนนี้ท่าทางจะแสบไม่เบาเลยแหะ -ตะวัน- 12.50 น. "อืม" ผมงึมงำลืมตาสลึมสลือขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวตุ้บๆภาพทุกอย่างตรงหน้ากำลังหมุนติ้วจนผมต้องหลับตาลงแล้วกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับโฟกัสของดวงตา เมื่อทุกอย่างเริ่มปกติผมกวาดสายตามองไปรอบๆสถานที่ที่อยู่ คุ้น... คำๆนี้ปรากฏขึ้นในหัวสมองผม ผมรู้สึกว่าที่นี่มันคุ้นๆ แน่นอนว่ามันไม่ใช่ห้องผมแต่เหมือนผมเคยโผล่มาที่นี่จนสายตาของผมไปหยุดที่นาฬิกาแขวนผนังที่บ่งบอกเวลา พรึ่บ~ ผมก็ดีดตัวลุกขึ้นจากที่ที่ผมนอน "โซฟาเหรอ" ผมถึงได้รู้ว่าตัวเองนอนอยู่บนโซฟา ผมกุมขมับตัวเองอีกครั้งพลางคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาเมื่อคืนที่ผมพอจะจำได้ "ที่นี่..." แล้วก็เหมือนผมจะรู้แล้วว่าตอนนี้ตัวของผมสถิตอยู่ที่ไหน ห้องนี้...ห้องของลูกโซ่ไง พอรู้ว่าที่นี่คือห้องของลูกโซ่ภาพทั้งหมดก็ไหลเวียนเข้ามาในหัวสมองทันทีแล้วก็ทำให้ผมรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ฟลุ่บ~ ผมลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินไปที่หน้าห้องนอนของเธอมือของผมเอื้อมไปจับลูกบิดประตูแล้วก็ลองบิดมันดู แกร๊ก~ ไม่ได้ล็อกแหะ ผมคิดในใจก่อนจะบิดมันจนสุดแล้วผลักประตูเข้าไปในห้อง ตอนแรกผมคิดว่าลูกโซ่อาจจะอยู่ในห้องแต่พอผมกวาดตามองดูแล้วภายในห้องกลับว่างเปล่านั่นก็เท่ากับว่าเธอไม่อยู่ แล้วผมล่ะควรจะทำยังไง...กลับเลยดีมั้ย?หรือจะอยู่? ถึงในหัวสมองของผมยังคงคิดว่าตัวเองจะเอายังไงแต่ขาของผมก็พาตัวเองก้าวไปรอบห้องพลางหยิบนู่นจับนี่อย่างถือวิสาสะ ปกติผมไม่ใช่คนสอดรู้สอดเห็นนะ-- ตอนนี้ผมหยุดอยู่ที่ชั้นวางของตรงข้างประตูห้องมันมีอยู่สี่ชั้นสูงประมาณระดับสายตาของผมพอดิบพอดี บนชั้นไม่ได้มีอะไรมากชั้นล่างสุดก็มีตุ๊กตาตัวเล็กๆอยู่ประมาณสามสี่ตัวถัดขึ้นมาก็มีโหลแก้วบรรจุไปด้วยดาวกระดาษหลากสีอยู่สองโหลชั้นที่สามก็มีหนังสืออยู่อีกสี่ห้าเล่มส่วนชั้นบนสุดก็มีลูกสโนว์บอลที่ด้านในมีตุ๊กตาหมีกอดกันยิ้มแป้นอยู่หนึ่งลูก ก็ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจมากหรอกแต่สายตาผมดันไปสะดุดกับกรอบรูปที่ถูกวางคว่ำหน้าไว้ข้างๆลูกสโนว์บอลเนี่ยสิ หมับ~ ผมถือวิสาสะอีกครั้งเพื่อหงายกรอบรูปนั้นขึ้นมาดู รูปภาพในกรอบนั้นถือว่าเก่ามากน่าจะเกินสิบปีด้วยซ้ำภายในภาพมีชายหญิงคู่หนึ่งยืนจับโซ่ของชิงช้าไว้คนละด้านส่วนบนชิงช้ามีเด็กผู้หญิงผมเปียคนหนึ่งนั่งอยู่เด็กคนนั้นฉีกยิ้มกว้างแววตาเธอดูมีความสุขมากซึ่งแตกต่างจากคู่ชายหญิงที่ยืนจับโซ่ชิงช้านั้นถ้ามองแบบผิวเผินก็ดูเหมือนพวกเขายิ้มแต่ถ้าจ้องมองดูจริงๆมันเป็นการ'ฝืนยิ้ม'มากกว่า เห้อออ~ ผมถอนหายใจแล้วคว่ำกรอบรูปไว้เหมือนเดิม ผมรู้ว่ามันต้องเป็นรูปครอบครัวที่ไม่น่าจดจำของเธอแน่ๆ เพราะผู้ชายในรูปผมรู้ว่าเป็นพ่อของเธอส่วนผู้หญิงผมไม่เคยเห็นแต่ก็เดาได้ว่าเธอเป็นใคร ก็แม่ไง...แม่ของลูกโซ่ ผมถอยหลังออกมาจากชั้นวางของนั้นก่อนจะเดินสำรวจภายในห้องนอนของเธอต่อ รูปถ่ายของลูกโซ่มีน้อยมากเท่าที่เห็นก็มีแค่สามบานที่แขวนอยู่บนฝาผนัง กึก~ ผมชะงักเท้าเมื่อเดินผ่านโต๊ะเครื่องแป้งที่มีกระจกขนาดกลางติดอยู่แล้วหางตาผมดันเหลือบเห็นสิ่งผิดปกติแว่บๆ บนในหน้าของผม หมับ~ ผมหันไปมองใบหน้าของตัวเองผ่านกระจกบานนั้นก่อนจะดึงเอาแป่นกระดาษโพสต์อิทสีเขียวสะท้อนแสงที่แปะอยู่บนหน้าผากของตัวเองออกมาดู*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
ไม่รู้ทำไมใจฉันสั่นแปลกๆเมื่อเขาทำแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าอะไรแต่สำหรับฉัน ฉันรับรู้ว่ามันอ่อนโยนและมันทำให้น้ำตาอีกหลายๆหยดของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่ได้สะอึกสะอื้นให้เขารับรู้ มันเป็นแค่น้ำตาที่ไหลออกมาเอง ไม่ได้ร้องไห้ แต่มันแค่... "คืนนี้...นอนกับฉันนะ" "..." "ลูกโซ่..." "อืม..." 08.25 น. พรึ่บ~ ฉันขยับตัวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียงพลางมองไปข้างๆก็พบว่าตอนนี้มันว่างเปล่า บนเตียงนี้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น "เอ๊ะ?" ฉันก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวฉันไม่ได้เปลือยเปล่าและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายไว้เหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีน้ำเงินเข้มมาอยู่บนตัวฉันแทน หรือว่า...เขาใส่มันให้ฉันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แอด~ "ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเข้มๆที่ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจนิดๆพลางหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก็เห็นว่าตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเขาจะเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อกี้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วเพราะตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีเทา
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครและมันจะไม่มีการหมั้นบ้าบอนั่นเกิดขึ้นด้วย! "เกี่ยวสิ" แต่เขาก็ยังเถียงกลับมาพลางดึงผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ช่วงเอวขึ้นมาห่มให้เราทั้งคู่ด้วย "ไม่เกี่ยว" "เกี่ยว" "ไม่..." "เมียฉันร้องไห้นะ จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ไง" "...!" ฉันกลืนคำพูดที่จะเถียงเขาลงคออีกครั้ง ก็ดูคำที่เขาพูดออกมาสิ "บอกมาเหอะ" "นายไม่ต้องรู้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็ไม่..." "อย่าพูดว่าไม่ใช่เมียฉัน ไม่งั้นฉันจะย้ำอีกรอบให้ดู" เขาขู่เสียงเข้มจนฉันเผลอเม้มปากแน่น เขากล้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินเลยไปถึงขั้นนั้นแล้วก็จริง แต่ว่า...เขาก็ไม่ได้รักฉันนะ ไม่สิ แค่ชอบยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ คำแบบนั้นเขาไม่ได้เอาไว้ใช้เรียกคู่รักกันเหรอ... "มีปัญหาอ







