FAZER LOGINเสียงตะโกนเข้ามาจากหน้าประตูทำให้ฉันเอะใจพลางเดินไปที่ประตูแล้วตะโกนตอบกลับไป
"ใครคะ?" "ผม อยู่ห้องข้างๆพี่อ่ะ" ห้องข้างๆเหรอ...แล้วมาเคาะห้องฉันทำไม? "อ่า..." แอด~ ฉันคิดในใจก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูออกไป ก็เห็นเด็กผู้ชายในชุดนักเรียนมอปลายกำลังยืนอยู่หน้าห้องฉันแถมข้างๆเขายังมีร่างของผู้ชายคนหนึ่งที่เขาประคองมาด้วยแต่ผู้ชายคนนั้นหัวห้อยต่องแต่งจนฉันมองไม่ชัดว่าเขาคือใคร ฉันขมวดคิ้วถามเด็กคนนั้นอย่างสงสัย "มีอะไรหรือเปล่า?" "มีสิพี่...อ่ะ" "ห๊ะ" ฟลุ่บ~ เด็กคนนั้นพยักหน้าพลางดันผู้ชายที่เขาประคองอยู่มาให้ฉัน ฉันตกใจเผลอรับตัวผู้ชายคนนั้นมาประคองไว้แต่ความที่เขาตัวใหญ่กว่าฉันแถมกลิ่นเหล้าหึ่งจากตัวเขาทำให้ฉันรู้ว่าเขาคงเมาแอ๋แน่ๆถึงได้สลบไสลแบบนี้ทำให้ฉันเซไปอย่างไม่ทันตั้งตัวแต่ดีที่เด็กคนนั้นยังช่วยพยุงผู้ชายคนนั้นไว้ด้วย "พี่ชายคนเนี้ยเขาเมาอยู่ข้างล่าง เขาเดินโซเซขึ้นลิฟต์มาพร้อมผมแต่คงเมามากก็เลยเดินไม่ไหวผมก็เลยช่วยพาขึ้นมา เขาบอกว่าเขาจะมาห้องนี้เพราะ'เมีย'เขาอยู่ห้องนี้อ่ะ" "ห๊ะ" ฉันอ้าปากค้างฟังคำพูดยาวๆของเด็กคนนั้นเมื่อเด็กคนนั้นพูดจบฉันก็หันควับไปมองใบหน้าของคนที่ฉันประคองอยู่ทันที "นาย..." "ผมส่งถึงที่แล้วนะ งั้นขอตัวก่อนง่วงนอนจะแย่แล้ว ห๊าววว" พอพูดจบเด็กคนนั้นก็ปิดปากหาววอดๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องตัวเองแล้วปิดประตูทันทีถึงฉันจะตะโกนเรียกเขาตามหลังไปแต่เขาก็ไม่หันกลับมามองเลยสักนิด ให้ตายเหอะ! "อืม" "ตะ ตะวัน" เสียงงึมงำในลำคอทำให้ฉันหันไปมองร่างสูงของตะวันที่ฉันประคองอยู่ฉันพยายามเรียกเขาให้ลืมตาแต่เขาก็ไม่ลืมขึ้นมาเลย "ตะวัน" "..." "นี่ ตะวัน นายมาที่นี่ทำไม" "..." นี่ฉันมายืนพูดคนเดียวแบบนี้ตอนเที่ยงคืนกว่าทำบ้าอะไรเนี่ย แล้วไอ้บ้านี่ก็นะ แล้วฉันจะเอาไงกับเขาดีล่ะเนี่ย-- "ลูกโซ่..." "หืม?" ฉันหันไปหาเขาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเขาพึมพำออกมาเป็นชื่อของฉัน ตอนแรกฉันคิดว่าเขามีสติแล้วแต่จริงๆเขาแค่ละเมอ พรึ่บ~ แต่ฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าเขาละเมอหรือเปล่าเมื่อเขาตวัดแขนที่เคยพาดที่บ่าของฉันเป็นกระชับโอบรอบคอฉันไว้พลางเบนศีรษะที่ห้อยต่องแต่งเมื่อกี้มาซบกับบ่าอีกข้างของฉันด้วย "นายอย่ามาแกล้งนะตะวันฉันไม่ตลก" ฉันพึมพำพลางแกะแขนของเขาออกจากคอก่อนจะผลักเขาแต่เขาก็ไม่ลืมตาขึ้นมาแถมทำท่าจะหงายหลังล้มตึงไปอีก ฟลุ่บ~ แล้วฉันก็น่าจะปล่อยให้เขาหงายหลังไปเลยไงแต่ฉันดันเข้าไปรับตัวเขาไว้นี่สิ ทำไมการกระทำฉันมันไม่ตรงกับที่สมองคิดนะ! "ให้ตายเหอะ แล้วนายก็ไปบอกเด็กคนนั้นว่าฉันเป็น...เห้อ" ฉันสบถกับตัวเองพลางกรอกตาไปมา "ลูกโซ่..." "อะไรอีกล่ะ" ถึงเขาจะไม่ได้ลืมตาขึ้นมาแต่เขาก็ยังคงพึมพำชื่อฉันอยู่ฉันตัดสินใจพยุงเขาถอยหลังเข้ามาในห้องแล้วใช้เท้าดันประตูปิดลง พรึ่บ~ "เธอ..." จู่ๆเสียงของเขาก็เปลี่ยนไป ฉันก็เลยหันไปมองหน้าเขาอีกครั้งก็เห็นว่าคราวนี้เขาปรือตาขึ้นมาจริงๆแล้ว เขามองหน้าฉันด้วยดวงตาที่จะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่แบบนั้น "..." พอเห็นเขาลืมตาขึ้นมาแบบนี้ฉันก็ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกันฉันได้แต่หันหน้ากลับมาแล้วเงียบ ฉันกำลังจะจับแขนข้างนั้นของเขาที่พาดบ่าฉันออกแต่เขาก็ขืนแรงไว้ "ถ้านายไหว..." "ไม่ไหว..." ฉันกำลังจะบอกว่าถ้าเขาไหวแล้วก็ให้เขากลับไปแต่เขากลับพูดแทรกขึ้นมาก่อนซะได้จนฉันต้องถอนหายใจ "ฉันเมา..." "..." เสียงของเขาดังเบาๆอยู่ใกล้หู ฉันไม่ได้โต้ตอบอะไรออกไปก็ได้แต่เงียบและยืนอยู่อย่างนั้น "ฉันเมา เพราะเธอ..." "..." "มีเรื่อง...เพราะเธอ" "..." "ขับรถเกือบตาย...เพราะเธอ" "...!" "เพราะงั้น...รับผิดชอบด้วย" ——————- งุ้ยยย มีคนเมาแล้วมาหาเมียยยย*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
ไม่รู้ทำไมใจฉันสั่นแปลกๆเมื่อเขาทำแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าอะไรแต่สำหรับฉัน ฉันรับรู้ว่ามันอ่อนโยนและมันทำให้น้ำตาอีกหลายๆหยดของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่ได้สะอึกสะอื้นให้เขารับรู้ มันเป็นแค่น้ำตาที่ไหลออกมาเอง ไม่ได้ร้องไห้ แต่มันแค่... "คืนนี้...นอนกับฉันนะ" "..." "ลูกโซ่..." "อืม..." 08.25 น. พรึ่บ~ ฉันขยับตัวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียงพลางมองไปข้างๆก็พบว่าตอนนี้มันว่างเปล่า บนเตียงนี้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น "เอ๊ะ?" ฉันก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวฉันไม่ได้เปลือยเปล่าและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายไว้เหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีน้ำเงินเข้มมาอยู่บนตัวฉันแทน หรือว่า...เขาใส่มันให้ฉันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แอด~ "ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเข้มๆที่ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจนิดๆพลางหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก็เห็นว่าตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเขาจะเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อกี้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วเพราะตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีเทา
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครและมันจะไม่มีการหมั้นบ้าบอนั่นเกิดขึ้นด้วย! "เกี่ยวสิ" แต่เขาก็ยังเถียงกลับมาพลางดึงผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ช่วงเอวขึ้นมาห่มให้เราทั้งคู่ด้วย "ไม่เกี่ยว" "เกี่ยว" "ไม่..." "เมียฉันร้องไห้นะ จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ไง" "...!" ฉันกลืนคำพูดที่จะเถียงเขาลงคออีกครั้ง ก็ดูคำที่เขาพูดออกมาสิ "บอกมาเหอะ" "นายไม่ต้องรู้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็ไม่..." "อย่าพูดว่าไม่ใช่เมียฉัน ไม่งั้นฉันจะย้ำอีกรอบให้ดู" เขาขู่เสียงเข้มจนฉันเผลอเม้มปากแน่น เขากล้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินเลยไปถึงขั้นนั้นแล้วก็จริง แต่ว่า...เขาก็ไม่ได้รักฉันนะ ไม่สิ แค่ชอบยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ คำแบบนั้นเขาไม่ได้เอาไว้ใช้เรียกคู่รักกันเหรอ... "มีปัญหาอ







