Se connecterฟลุ่บ~
"หมดไปอีกหนึ่งวัน เห้อออเหนื่อยชะมัด--" ฉันพึมพำออกมาพลางทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอ่อนนุ่มหลังจากกลับมาถึงห้องของตัวเองแล้วอย่างเหนื่อยล้า พรึ่บ~ แต่อยู่ดีๆก็ต้องลืมตาขึ้นเมื่ออยู่ดีๆภาพที่ไอ้บ้าคนนั้นจูบฉันก็แว่บเข้ามาในหัวทั้งที่ฉันพยายามจะไม่คิดแต่มันก็ตามมาหลอกหลอนอยู่ได้จนฉันหงุดหงิดมาก ให้ตายเหอะ! ซ่าาา~ ฉันเด้งตัวลุกขึ้นพลางเดินเข้าไปในห้องน้ำเปิดน้ำล้างหน้าตัวเองก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกตรงหน้า ภาพของไอ้บ้านั่นก็ยังตามมาหลอกหลอนสายตาดูถูกเหยียดหยามที่เขาใช้มองมาที่ฉันก็ยังคงติดตาอยู่จู่ๆมือทั้งสองข้างที่วางอยู่บนขอบอ่างล้างหน้าของฉันก็กำแน่น ฉันเห็นภาพของเขากระตุกยิ้มแล้วท้าทายฉันแล้วมันน่าหมั่นไส้ชะมัด เขาคิดว่าเขาเป็นใครถึงได้มาท้าให้ฉันทำแบบนั้น ฉันรู้...การทำให้คนอื่นมาชอบฉันแบบนี้มันไม่ยากหลอกเพราะฉัน...เคยทำแบบนั้นมาแล้ว และฉันก็พอดูออกว่าคนอย่างเขาต้องใช้ไม้ไหนเข้าหา บางที...เห็นเขามั่นหน้ามากๆว่าไม่มีทางชอบฉันได้ฉันก็นึกอยากจะชนะเขาเหมือนกันแหละ ก็อยากจะคอยดูว่าถ้าคนอย่างเขาเกิดชอบฉันขึ้นมาแล้วถูกฉันหักอกเขาจะเป็นยังไง "ได้...กล้าท้าฉัน ฉันก็จะทำให้ดู!" ฉันพูดกับภาพมโนของเขาในกระจกเงาก่อนจะปิดน้ำที่อ่างล้างหน้าแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำเพื่อที่จะอาบน้ำให้ผ่อนคลายก่อนจะกลับมานอนแล้วหลับไป จนกระทั่งถึงวันใหม่... 13.25 น. Rrrr~ เสียงริงโทนโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเรียกให้ฉันที่หลับสนิทอยู่สะดุ้งตื่น ฉันงัยเงียลุกขึ้นนั่งพลางควานหาโทรศัพท์ที่ยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่องจนเจอแล้วกดรับสายทันที "ฮัลโหล" ฉันกรอกเสียงงัวเงียลงไปพลางลืมตาที่ยังคงหลับอยู่ขึ้นมองนาฬิกาที่ผนังห้อง [ลูกโซ่] เสียงปลายสายที่ตอบกลับมาทำให้ฉันทิ้งตัวลงนอนอีกครั้งพลางพูดตอบไป "ว่าไงแทน?" [เสียงงัวเงียเชียว นอนกินบ้านกินเมืองเลยรึไง] แทนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก "ทำไงได้ นานๆจะได้ตื่นสายสักทีก็ต้องเอาให้คุ้มสิ ฉันไม่ได้มีเวลาว่างแบบนายนี่นา" แล้วฉันก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแบบเดียวกัน [รู้อยู่แล้วล่ะน่า แต่ว่าวันนี้เธอว่างนิ่] ที่ฉันว่างเพราะวันนี้ฉันไม่มีเรียนและคืนนี้ก็เป็นวันหยุดงานของฉันด้วย "อืม...แต่วันนี้นายมีเรียนไม่ใช่เหรอแทน" [โดดไง] "โดดบ่อยๆระวังนะ จะกลายเป็นปู่มหา'ลัย" [ไม่มีทาง] "จะคอยดู ว่าแต่...นายมีอะไรเหรอ" [อ๋อ วันนี้ฉันมีแข่ง ไปด้วยกันนะ] "ตอนไหนเหรอ" [ตอนนี้...] "ห๊ะ" [ตอนนี้เปิดประตูก่อน ฉันอยู่หน้าห้องเธอ] อ๊อดดด~ เสียงออดหน้าห้องที่ดังขึ้นทำให้ฉันสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมกับดีดตัวลุกขึ้นนั่ง เมื่อกี้แทนบอกว่าเขาอยู่หน้าห้องฉันงั้นเหรอ "แทน นายอยู่หน้าห้องจะโทรมาทำไมเล่า" [ฮ่ะๆ ทำไมล่ะ แก้ผ้าอยู่หรือไง] "บ้า ยืนรอไปก่อนเลย" ติ้ด~ ฉันด่าเขาอย่างไม่จริงจังนักก่อนจะวางสายแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำปล่อยให้แทนยืนรออยู่ที่หน้าห้องนั่นแหละ อยากแกล้งฉันดีนัก -- -ตะวัน- 15.39 น. ปึ้ง~ ผมดันประตูปิดหลังจากเดินลงจากรถแล้วพลางเดินฝ่ากลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากที่กำลังพากันเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ซึ่งเป็นศูนย์รวมของพวกนักซิ่งและกองเชียร์ทั้งหลายสนามแห่งนี้มีชื่อเสียงพอสมควรเพราะเจ้าของสนามเป็นหนุ่มหล่อไฮโซแถมอายุก็แค่ยี่สิบต้นๆพอๆกับผมซึ่งผมกับเจ้าของที่นี่ก็พอจะรู้จักกันอยู่ในระดับหนึ่ง ผมเดินไปหยุดที่ซุ้มแห่งหนึ่งซึ่งถูกจัดไว้ให้เป็นที่พักของเจ้าของสนามและผู้เป็นแขกเท่านั้น "มาแล้วเว้ย" เสียงไอ้เพิร์ธเพื่อนสนิทของผมพูดขึ้นทันทีที่หันมาเห็นผมมันวางแก้วที่ถือลงบนโต๊ะพลางกวักมือเรียกผม ผมเดินเข้าไปพลางหันไปพยักเพยิดกับไดม่อนผู้เป็นเจ้าของสนามซึ่งก็นั่งอยู่ข้างๆไอ้เพิร์ธ ไดม่อนเป็นเพื่อนเพิร์ธแล้วผมก็รู้จักไดม่อนผ่านเพิร์ธอีกทีสรุปง่ายๆก็คือเป็นเพื่อนของเพื่อนนั่นแหละ ฟลุ่บ~ ผมทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวมสีน้ำตาลแต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็มีใครบางคนกอดคอผมจากทางด้านหลังพลางโน้มตัวเข้าหาและเอียงคอมาทักทายผมอย่างสนิทสนม "ตะวัน" ผมหันไปมองหน้าเจ้าของเสียงหวานที่เรียกชื่อผม "ดีใจจังวันนี้'เจนนี่'ได้เจอนายอีก^^" เจนนี่ยิ้มหวานให้ผม ผมก็ยิ้มตอบไปตามมารยาท "อะแฮ่มๆ อยู่กันตั้งหลายคนทำไมทักคนเดียวล่ะเนี่ย" เสียงค่อนขอดของไอ้เพิร์ธดังขึ้นทำให้เจนนี่ปล่อยมือที่กอดคอผมออกพลางเดินมาหยุดยืนข้างๆแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนที่เท้าแขนของเก้าอี้นวมด้านข้างผมแทน "ก็เราเจอกันอยู่ทุกวันแต่กับตะวันนานๆจะมาสักทีนี่นา" "สรุปว่าเบื่อหน้าพวกเราว่างั้น" ไดม่อนเอียงคอถาม เจนนี่ยิ้มแต่ยังไม่ทันได้ตอบอะไรเสียงทุ้มของผู้มาใหม่ที่เดินเข้ามาในซุ้มก็เรียกให้พวกเราทุกคนหันไปสนใจเขาแทน "ตะวัน" "ว่าไง เกมส์" ผมถามออกไป เกมส์คือเพื่อนสนิทอีกคนของไดม่อนและเราก็รู้จักกันหมดเหมือนกัน "คู่แข่งนาย...เดินมานู่นแล้วว่ะ" เกมส์พูดพร้อมชี้มือไปทางลานจอดรถ ผมมองตามไปทันทีก็เห็นคู่แข่งของผมที่วันนี้เรามีนัดแข่งรถกันกำลังเดินมาพร้อมกับคู่ควงของเขา สายตาของผมมองเลยผ่านผู้ชายคนนั้นไปหยุดอยู่ที่ร่างบางที่เดินมาข้างๆ วันนี้เธอใส่เสื้อกล้ามเอวลอยสีขาวโชว์หน้าท้องแบนราบกับกางเกงขาสั้นโชว์เรียวขาขาวเนียนผมสีสวยของเธอถูกรวบรัดเป็นหางม้าโชว์ลำคอขาวเนียนและเนินอกแบบไม่มีปกปิดเลยสักนิดใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนโฉบเฉี่ยว ผู้หญิงคนนี้...มีดีก็แค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่จิตใจใช้ไม่ได้ "เหอะ!"-ตะวัน- ปึ้ง~ ผมจอดรถหลังจากขับรถเข้ามาในรั้วบ้าน สายตาผมมองไปที่รถหรูคันหนึ่งที่จอดอยู่ภายในบ้านของผมเช่นกัน ซึ่งรถคันนี้ผมไม่เคยเห็น ไม่รู้ว่าเป็นของใคร สวบ~ ผมเดินเข้ามาในบ้าน วันนี้บ้านเงียบ ปกติแล้วเมื่อผมกลับมาถึงบ้าน ลูกกับเมียผมจะออกมารับถึงหน้าบ้าน แต่วันนี้กลับไม่มีใครโผล่มา... หรือว่าไม่อยู่? "พ่อขาาา" ผมหยุดเดินเมื่อได้ยินเสียงเล็กๆของลูกสาวตัวเอง ผมหันหลังกลับไปก็เห็นเด็กผู้หญิงอายุสามขวบกว่าๆวิ่งออกมาจากห้องนั่งเล่น เด็กน้อยหน้าตาน่ารักวิ่งเข้ามาหาผม พรึ่บ~ ผมก้มลงไปอุ้มลูกสาวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนพลางหอมแก้มไปทั้งสองข้าง "หอมจริงๆ ลูกสาวใครครับ" "ลูกสาวพ่อค่ะ^^" เด็กผู้หญิงในอ้อมแขนผมพูดพลางยิ้มกว้างและจิ้มนิ้วชี้ลงมาบนอกผม ผมมองรอยยิ้มนั้น เหมือนแม่ไม่มีผิด ลูกสาวหน้าตาคล้ายผม แต่กลับมีรอยยิ้มเหมือนกับแม่ซึ่งทำให้ผมแพ้เสมอ "หอมพ่อยัง" ฟอด~ พอผมพูดไป ลูกสาวผมก็หอมแก้มผมซ้ายขวาบ้าง ผมยกยิ้มพลางถามขึ้น "แม่ไปไหนครับ วันนี้ไม่เห็นออกมารับเลย" "แม่อยู่กับลุงแทนค่ะ" "ลุงแทน?" ผมครางถามพลางขมวดคิ้ว ลุงแทนเหรอ... สวบ~ "ตะวัน" ผมหันไปม
"ลูกโซ่" ฉันหันไปตามเสียงเรียกหาที่ดังมาจากด้านหลัง คนที่เรียกชื่อฉันก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก "ทำไมหลบมาอยู่นี่ ฉันหาตั้งนาน" ตะวันพูดพร้อมกับคว้ามือฉันไปจับไว้ ฉันหลุบตาลงมองมือของเราที่จับกันก่อนจะพูดขึ้น "ฉัน..." "ทำไม เป็นอะไร?" ตะวันขมวดคิ้วมองฉันอย่างสงสัย ตอนนี้เราอยู่ที่บ้านของเขาวันนี้มีการจัดงานปาร์ตี้วันเกิดคุณลุงอาทิตย์พ่อของตะวัน และเพราะท่านเป็นนักธุรกิจก็เลยมีแขกผู้หลักผู้ใหญ่มาร่วมงานมากอยู่เหมือนกันพ่อของฉันก็มาที่นี่พร้อมกับแม่เลี้ยงและลูกแก้ว ฉันเองก็ถูกเชิญให้มาที่นี่เหมือนกันในฐานะคู่หมั้นของตะวันลูกชายคนโตของท่าน แต่ที่ฉันกำลังคิดจะขอตัวกลับเพราะฉันคิดว่าฉันไม่ควรจะมายืนอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ เห้อออ~ ฉันถอนหายใจออกมาเพราะก่อนหน้านี้ฉันแยกไปเข้าห้องน้ำและฉันบังเอิญได้ยินพวกลูกผู้ดีหลายคนที่รุ่นราวคราวเดียวกับฉันกำลังพูดถึงฉันและพูดถึงในทางเสื่อมเสีย ปกติฉันไม่เคยแคร์อยู่แล้วกับเรื่องพวกนี้แต่เพราะมีคำพูดหนึ่งที่พวกนั้นพูดกันมันทำให้ฉันสะอึก 'ไม่รู้พี่ตะวันไปหมั้นกับผู้หญิงแบบนั้นได้ยังไงเนอะ ผ่านผู้ชายมาไม่รู้ตั้งกี่คนแล้วทำไมพี่เขาถึงได้ใฝ่ต่ำจัง'
เขากัดฟันพูดกับฉันเหมือนหมดความอดทนหลุบตาลงมองสำรวจตัวฉันอีกครั้ง ปิดประตูรถใส่หน้าดังปึ้งก่อนจะเดินจ้ำมาขึ้นรถฝั่งคนขับแล้วก็สตาร์ทรถขับออกไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว บรื้นนน~ *คอนโด ฟลุ่บ~ "ดะ เดี๋ยว" ฉันร้องห้ามเมื่อตะวันดันร่างของฉันที่เข้ามาในห้องพอประตูปิดลงเขาก็ดันฉันเข้าหาฝาผนังข้างประตูก่อนจะตามมายืนประกบไว้ เขาใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างกดตัวฉันจนแผ่นหลังติดกำแพงแทบจะฝังเข้าไปในกำแพงได้อยู่แล้วแถมยังก้มลงมาจรดริมฝีปากกับต้นคอของฉันเลยด้วย "ฟังก่อนสิ..." ฉันใช้มือดันหน้าเขาออกมา ตะวันหลุบตาจ้องมองฉันอย่างคาดโทษ "ชอบยั่วนักไม่ใช่เหรอ ห้ามทำไม" แต่ตะวันกลับตอกกลับมาจนฉันสะอึก "แต่งตัวแบบนี้คราวหลังก็แก้ผ้าเลยสิ" เขามองการแต่งตัวของฉันอีกครั้งตั้งแต่ศีรษะจนปลายเท้า ฉันรู้ว่าเขาโกรธอยู่และฉันก็กำลังจะง้อเขาอยู่เหมือนกัน ฉันถึงได้ยิ้มออกมาจนตะวันชักสีหน้าตึงเข้าไปอีก "หึงเหรอ" ฉันถามเชิดหน้ามองอย่างท้าทาย ตะวันถอนหายใจแรงอย่างหงุดหงิด "จะยั่วประสาทฉันอีกนานมั้ย ลูกโซ่" "^^" ฉันกระตุกยิ้มพลางเลื่อนมือขึ้นไปคล้องคอเขาไว้เมื่อตะวันทำท่าจะผละออกไป ฉันแค่อยากให้เขา
เฮฮฮฮ~ วู้ววว~ เอี้ยด~ ฉันเหยียบเบรกรถทันทีที่รถคันหรูที่ฉันขับเคลื่อนที่เข้าสู่เส้นชัยพลันสายตาก็มองรถอีกคันที่พุ่งเข้าสู่เส้นชัยนำหน้าฉันในระยะแค่เส้นยาแดงผาแปดมันแค่นิดเดียวเท่านั้น...แต่ก็นะไม่ได้อยากจะชนะอยู่แล้ว ปึ้ก~ ฉันมองร่างสูงผู้ชนะที่เปิดประตูและก้าวลงมาจากรถพร้อมกับพวกคนกลุ่มหนึ่งที่เริ่มเดินลงมาในสนาม บรรยากาศแบบนี้ฉันคุ้นเคยดีเพราะฉันเคยแข่งรถอยู่บ่อยๆถึงช่วงนี้ฉันจะไม่ค่อยได้มาเลยก็เถอะ ฉันเห็นพวกเขาแต่ด้านนอกไม่มีใครมองเห็นฉันเพราะรถคันนี้ติดฟิล์ม รถคันนี้ไม่ใช่ของฉันแต่เป็นรถของคนที่จะต้องลงแข่งขันกับเขาแต่เผอิญว่าฉันได้มาเป็นคนขับแทนด้วยการช่วยเหลือจากเพื่อนรักของเขานั่นเอง สายตาของฉันโฟกัสไปที่ผู้ชายคนเดียวเท่านั้น คนที่ยืนอยู่ท่ามกลางเพื่อนของเขาคนที่ทำหน้านิ่งๆไม่แสดงอารมณ์ของความดีใจที่ได้เป็นผู้ชนะออกมาเท่าไหร่...ตะวัน ฉันไม่รู้ว่าที่ตัดสินใจทำแบบนี้ถูกมั้ยแต่ฉันคิดว่ามันเป็นวิธีการง้อในแบบของฉัน ตอนแรกฉันกะว่าจะมาหาเขาพร้อมพี่ไปป์เพราะได้คุยกับพี่ไปป์ทางโทรศัพท์ก่อนหน้านี้แต่พอมาถึงฉันแอบเห็นผู้หญิงหลายคนเข้ามายุ่งกับเขา มันก็แค่ไม่พอใจนิดหน่อยที
กึก~ ฉันชะงักแล้วเงยหน้ามองแทนที่จ้องฉันเขม็ง "ถ้าเธอรับสายมัน ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอกลับไปหามันแน่" หมะ หมายความว่าไงกัน! "ตะวัน..." ฉันหยุดชะงักขาเมื่อก้าวเข้ามาในห้องและรู้สึกว่าภายในห้องเงียบเกินไป เหมือนกับว่าเจ้าของห้องไม่ได้อยู่ที่นี่ สวบ~ ฉันก้าวเดินสำรวจไปทั่วทั้งห้องพร้อมกับเรียกหาตะวันแต่ก็พบกับความว่างเปล่า ตืดดด~ ฉันเลยเลือกที่จะโทรหาเขาแต่กลับได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่อยู่บนเตียง สรุปแล้วก็คือเขาไม่ได้อยู่ที่ห้องและไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัวไปด้วย ไปไหนของเขานะ? ฟลุ่บ~ ฉันนั้งลงบนเตียงข้างๆโทรศัพท์ของเขาพลันมือก็เลื่อนไปหยิบโทรศัพท์มากดดู บนภาพหน้าจอมีรูปของเราที่ถ่ายคู่กันปรากฏอยู่ ฉันจ้องมองภาพรอยยิ้มของเราผ่านหน้าจอนั้น... ก่อนที่ฉันจะได้กลับมาที่ห้องฉันไม่ได้รับสายตะวันเขาคงโกรธฉันมากแน่ๆ ดวงตาของฉันร้อนผ่าวพลันคิดไปถึงเรื่องที่โรงพยาบาล 'รีบตามไปง้อมันด้วยล่ะ' เมื่อฉันเอาแต่หลุบตาลงมองโทรศัพท์ที่มันดังแล้วก็หยุดไปเป็นแบบนี้เกือบสิบสาย ฉันทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนมองด้วยความหวั่นใจ 'อะไรนะ' ฉันร้องถามเขาอย่างประหลาดใจเงยหน้ามองแทนที่จู่ๆก็พูดขึ้นมา
ฉันถามย้อนกลับไปอีกครั้งเมื่อปลายสายบอกอะไรบางอย่างกับฉัน ซึ่งมันน่าตกใจจนตะวันมองฉันอย่างตกใจด้วยเช่นกัน "แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ...ค่ะ ฉันจะไป" รับปากเสร็จสรรพฉันก็กดตัดสายแล้วลุกพรวดขึ้นทันที หมับ~ "โซ่ จะไปไหน" ฉันตกใจจนลืมไปว่ามีตะวันนั่งอยู่ข้างๆจนกระทั่งเขาคว้าขอมือฉันไว้ ฉันหันไปมองหน้าเขาด้วยใบหน้าถอดสี "ใคร เป็นอะไร?" เมื่อเห็นสีหน้าไม่ดีของฉันตะวันก็หน้าเจื่อนลง เขากระเถิบเข้ามาหาฉันพลางถามแล้วบีบมือเบาๆ "คือว่า..." ฉันจะบอกเขาดีมั้ยนะ แล้วถ้าบอกไปเขาจะยอมให้ฉันไปเหรอ... "เกิดอะไรขึ้น" "ฉัน...ต้องไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้" "ทำไมล่ะ เกิดอะไรขึ้น ใครเป็นอะไร" แต่พอฉันพูดออกไปแบบนั้นตะวันก็รัวคำถามใส่ฉันมากขึ้น ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องน่าตกใจและเชาก็คงตกใจ "บอกฉันสิ..." ตะวันบีบมือฉันอีกครั้ง ฉันมองหน้าเขาก่อนจะถอนหายใจ ยังไงก็คงต้องพูดสินะ "คือ...แทน" "ใครนะ?" ตะวันเอียงคอถามเขาชักสีหน้าทันทีที่ได้ยินชื่อของแทน "ทะ แทน เขาขับรถชนเมื่อคืนตอนนี้อาการ..." "จะไปหามันเหรอ" ตะวันถามแทรกขึ้นมาจนฉันต้องกลืนคำพูดลงคอ ใช่ ฉันต้องไปหาเขา...ก่อนที่
ฉันถามพลางสังเกตุสีหน้าของเขาไปด้วย แววตาคมของเขาไหววูบแต่ก็แค่นิดเดียวถ้าไม่ทันสังเกตุก็ไม่รู้แต่เป็นเพราะฉันจ้องหน้าเขาอยู่ถึงได้เห็น ผู้ชายคนนี้หน้านิ่งและท่าทางจะปากแข็งด้วยเพราะเขาไม่ตอบฉัน "ถ้าไม่ใช่ งั้นลดความสำคัญลงมาหน่อยก็...คนรู้จัก" "..." เขาหลุบตาลงมามองตาฉันพลางถอนหายใจออกมาฉันเ
เราสองคนยื้อกันอยู่ ฉันพยายามออกห่างจากเขาแต่เขาก็พยายามจะกักขังฉันไว้ กึก~ "เอ๊ะ!" ฉันส่งเสียงออกมาเมื่อตะวันดึงมือฉันออกจากลูกบิดประตูแล้วจับไหล่ของฉันพลิกตัวให้หันไปหาเขา เท่านั้นไม่พอเขายังดันไหล่ฉันให้เซถอยหลังไปพิงกับประตูแล้วเขาก็ตามเข้ามาประจันหน้าแล้วยกมือทั้งสองข้างเท้าประตูโดยคล่อม
-ตะวัน- *Paradise Pub 19.25 น. หมับ~ "เดี๋ยว" ลูกโซ่ชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตูรถของผมออกไปพลางหันไปมองหน้าผมด้วยความตกใจที่จู่ๆก็คว้าแขนเธอไว้ "อะ อะไร" เธอมองหน้าผมแค่แว่บเดียวก่อนจะถามอึกอักออกมา ก่อนหน้านั้นที่มหาวิทยาลัยผมสอบเสร็จก่อนแต่ก็นั่งรอเธอจนเลิกเรียน เธอไม่รู้หรอกว่า
10.35 น. Rrrr~ เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้ฉันสะดุ้งตื่นพลางงัวเงียมองหาต้นเสียงของโทรศัพท์ พรึ่บ~ "อืม น่ารำคาญ" เสียงบ่นงัวเงียอีกเสียงดังขึ้นใกล้ๆพร้อมกับแขนที่วางพาดอยู่บนตัวฉันและลำตัวช่วงบนที่เปลื่อยเปล่าตรงหน้าฉันมีการขยับเขยื้อน ฉันเงยหน้ามองคนที่นอนอยู่ข้าง ก็เพิ่งรู้เหมือนกันว