FAZER LOGINฟลุ่บ~
"หมดไปอีกหนึ่งวัน เห้อออเหนื่อยชะมัด--" ฉันพึมพำออกมาพลางทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอ่อนนุ่มหลังจากกลับมาถึงห้องของตัวเองแล้วอย่างเหนื่อยล้า พรึ่บ~ แต่อยู่ดีๆก็ต้องลืมตาขึ้นเมื่ออยู่ดีๆภาพที่ไอ้บ้าคนนั้นจูบฉันก็แว่บเข้ามาในหัวทั้งที่ฉันพยายามจะไม่คิดแต่มันก็ตามมาหลอกหลอนอยู่ได้จนฉันหงุดหงิดมาก ให้ตายเหอะ! ซ่าาา~ ฉันเด้งตัวลุกขึ้นพลางเดินเข้าไปในห้องน้ำเปิดน้ำล้างหน้าตัวเองก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกตรงหน้า ภาพของไอ้บ้านั่นก็ยังตามมาหลอกหลอนสายตาดูถูกเหยียดหยามที่เขาใช้มองมาที่ฉันก็ยังคงติดตาอยู่จู่ๆมือทั้งสองข้างที่วางอยู่บนขอบอ่างล้างหน้าของฉันก็กำแน่น ฉันเห็นภาพของเขากระตุกยิ้มแล้วท้าทายฉันแล้วมันน่าหมั่นไส้ชะมัด เขาคิดว่าเขาเป็นใครถึงได้มาท้าให้ฉันทำแบบนั้น ฉันรู้...การทำให้คนอื่นมาชอบฉันแบบนี้มันไม่ยากหลอกเพราะฉัน...เคยทำแบบนั้นมาแล้ว และฉันก็พอดูออกว่าคนอย่างเขาต้องใช้ไม้ไหนเข้าหา บางที...เห็นเขามั่นหน้ามากๆว่าไม่มีทางชอบฉันได้ฉันก็นึกอยากจะชนะเขาเหมือนกันแหละ ก็อยากจะคอยดูว่าถ้าคนอย่างเขาเกิดชอบฉันขึ้นมาแล้วถูกฉันหักอกเขาจะเป็นยังไง "ได้...กล้าท้าฉัน ฉันก็จะทำให้ดู!" ฉันพูดกับภาพมโนของเขาในกระจกเงาก่อนจะปิดน้ำที่อ่างล้างหน้าแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำเพื่อที่จะอาบน้ำให้ผ่อนคลายก่อนจะกลับมานอนแล้วหลับไป จนกระทั่งถึงวันใหม่... 13.25 น. Rrrr~ เสียงริงโทนโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเรียกให้ฉันที่หลับสนิทอยู่สะดุ้งตื่น ฉันงัยเงียลุกขึ้นนั่งพลางควานหาโทรศัพท์ที่ยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่องจนเจอแล้วกดรับสายทันที "ฮัลโหล" ฉันกรอกเสียงงัวเงียลงไปพลางลืมตาที่ยังคงหลับอยู่ขึ้นมองนาฬิกาที่ผนังห้อง [ลูกโซ่] เสียงปลายสายที่ตอบกลับมาทำให้ฉันทิ้งตัวลงนอนอีกครั้งพลางพูดตอบไป "ว่าไงแทน?" [เสียงงัวเงียเชียว นอนกินบ้านกินเมืองเลยรึไง] แทนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก "ทำไงได้ นานๆจะได้ตื่นสายสักทีก็ต้องเอาให้คุ้มสิ ฉันไม่ได้มีเวลาว่างแบบนายนี่นา" แล้วฉันก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแบบเดียวกัน [รู้อยู่แล้วล่ะน่า แต่ว่าวันนี้เธอว่างนิ่] ที่ฉันว่างเพราะวันนี้ฉันไม่มีเรียนและคืนนี้ก็เป็นวันหยุดงานของฉันด้วย "อืม...แต่วันนี้นายมีเรียนไม่ใช่เหรอแทน" [โดดไง] "โดดบ่อยๆระวังนะ จะกลายเป็นปู่มหา'ลัย" [ไม่มีทาง] "จะคอยดู ว่าแต่...นายมีอะไรเหรอ" [อ๋อ วันนี้ฉันมีแข่ง ไปด้วยกันนะ] "ตอนไหนเหรอ" [ตอนนี้...] "ห๊ะ" [ตอนนี้เปิดประตูก่อน ฉันอยู่หน้าห้องเธอ] อ๊อดดด~ เสียงออดหน้าห้องที่ดังขึ้นทำให้ฉันสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมกับดีดตัวลุกขึ้นนั่ง เมื่อกี้แทนบอกว่าเขาอยู่หน้าห้องฉันงั้นเหรอ "แทน นายอยู่หน้าห้องจะโทรมาทำไมเล่า" [ฮ่ะๆ ทำไมล่ะ แก้ผ้าอยู่หรือไง] "บ้า ยืนรอไปก่อนเลย" ติ้ด~ ฉันด่าเขาอย่างไม่จริงจังนักก่อนจะวางสายแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำปล่อยให้แทนยืนรออยู่ที่หน้าห้องนั่นแหละ อยากแกล้งฉันดีนัก -- -ตะวัน- 15.39 น. ปึ้ง~ ผมดันประตูปิดหลังจากเดินลงจากรถแล้วพลางเดินฝ่ากลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากที่กำลังพากันเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ซึ่งเป็นศูนย์รวมของพวกนักซิ่งและกองเชียร์ทั้งหลายสนามแห่งนี้มีชื่อเสียงพอสมควรเพราะเจ้าของสนามเป็นหนุ่มหล่อไฮโซแถมอายุก็แค่ยี่สิบต้นๆพอๆกับผมซึ่งผมกับเจ้าของที่นี่ก็พอจะรู้จักกันอยู่ในระดับหนึ่ง ผมเดินไปหยุดที่ซุ้มแห่งหนึ่งซึ่งถูกจัดไว้ให้เป็นที่พักของเจ้าของสนามและผู้เป็นแขกเท่านั้น "มาแล้วเว้ย" เสียงไอ้เพิร์ธเพื่อนสนิทของผมพูดขึ้นทันทีที่หันมาเห็นผมมันวางแก้วที่ถือลงบนโต๊ะพลางกวักมือเรียกผม ผมเดินเข้าไปพลางหันไปพยักเพยิดกับไดม่อนผู้เป็นเจ้าของสนามซึ่งก็นั่งอยู่ข้างๆไอ้เพิร์ธ ไดม่อนเป็นเพื่อนเพิร์ธแล้วผมก็รู้จักไดม่อนผ่านเพิร์ธอีกทีสรุปง่ายๆก็คือเป็นเพื่อนของเพื่อนนั่นแหละ ฟลุ่บ~ ผมทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวมสีน้ำตาลแต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็มีใครบางคนกอดคอผมจากทางด้านหลังพลางโน้มตัวเข้าหาและเอียงคอมาทักทายผมอย่างสนิทสนม "ตะวัน" ผมหันไปมองหน้าเจ้าของเสียงหวานที่เรียกชื่อผม "ดีใจจังวันนี้'เจนนี่'ได้เจอนายอีก^^" เจนนี่ยิ้มหวานให้ผม ผมก็ยิ้มตอบไปตามมารยาท "อะแฮ่มๆ อยู่กันตั้งหลายคนทำไมทักคนเดียวล่ะเนี่ย" เสียงค่อนขอดของไอ้เพิร์ธดังขึ้นทำให้เจนนี่ปล่อยมือที่กอดคอผมออกพลางเดินมาหยุดยืนข้างๆแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนที่เท้าแขนของเก้าอี้นวมด้านข้างผมแทน "ก็เราเจอกันอยู่ทุกวันแต่กับตะวันนานๆจะมาสักทีนี่นา" "สรุปว่าเบื่อหน้าพวกเราว่างั้น" ไดม่อนเอียงคอถาม เจนนี่ยิ้มแต่ยังไม่ทันได้ตอบอะไรเสียงทุ้มของผู้มาใหม่ที่เดินเข้ามาในซุ้มก็เรียกให้พวกเราทุกคนหันไปสนใจเขาแทน "ตะวัน" "ว่าไง เกมส์" ผมถามออกไป เกมส์คือเพื่อนสนิทอีกคนของไดม่อนและเราก็รู้จักกันหมดเหมือนกัน "คู่แข่งนาย...เดินมานู่นแล้วว่ะ" เกมส์พูดพร้อมชี้มือไปทางลานจอดรถ ผมมองตามไปทันทีก็เห็นคู่แข่งของผมที่วันนี้เรามีนัดแข่งรถกันกำลังเดินมาพร้อมกับคู่ควงของเขา สายตาของผมมองเลยผ่านผู้ชายคนนั้นไปหยุดอยู่ที่ร่างบางที่เดินมาข้างๆ วันนี้เธอใส่เสื้อกล้ามเอวลอยสีขาวโชว์หน้าท้องแบนราบกับกางเกงขาสั้นโชว์เรียวขาขาวเนียนผมสีสวยของเธอถูกรวบรัดเป็นหางม้าโชว์ลำคอขาวเนียนและเนินอกแบบไม่มีปกปิดเลยสักนิดใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนโฉบเฉี่ยว ผู้หญิงคนนี้...มีดีก็แค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่จิตใจใช้ไม่ได้ "เหอะ!"*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
ไม่รู้ทำไมใจฉันสั่นแปลกๆเมื่อเขาทำแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าอะไรแต่สำหรับฉัน ฉันรับรู้ว่ามันอ่อนโยนและมันทำให้น้ำตาอีกหลายๆหยดของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่ได้สะอึกสะอื้นให้เขารับรู้ มันเป็นแค่น้ำตาที่ไหลออกมาเอง ไม่ได้ร้องไห้ แต่มันแค่... "คืนนี้...นอนกับฉันนะ" "..." "ลูกโซ่..." "อืม..." 08.25 น. พรึ่บ~ ฉันขยับตัวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียงพลางมองไปข้างๆก็พบว่าตอนนี้มันว่างเปล่า บนเตียงนี้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น "เอ๊ะ?" ฉันก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวฉันไม่ได้เปลือยเปล่าและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายไว้เหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีน้ำเงินเข้มมาอยู่บนตัวฉันแทน หรือว่า...เขาใส่มันให้ฉันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แอด~ "ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเข้มๆที่ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจนิดๆพลางหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก็เห็นว่าตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเขาจะเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อกี้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วเพราะตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีเทา
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครและมันจะไม่มีการหมั้นบ้าบอนั่นเกิดขึ้นด้วย! "เกี่ยวสิ" แต่เขาก็ยังเถียงกลับมาพลางดึงผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ช่วงเอวขึ้นมาห่มให้เราทั้งคู่ด้วย "ไม่เกี่ยว" "เกี่ยว" "ไม่..." "เมียฉันร้องไห้นะ จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ไง" "...!" ฉันกลืนคำพูดที่จะเถียงเขาลงคออีกครั้ง ก็ดูคำที่เขาพูดออกมาสิ "บอกมาเหอะ" "นายไม่ต้องรู้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็ไม่..." "อย่าพูดว่าไม่ใช่เมียฉัน ไม่งั้นฉันจะย้ำอีกรอบให้ดู" เขาขู่เสียงเข้มจนฉันเผลอเม้มปากแน่น เขากล้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินเลยไปถึงขั้นนั้นแล้วก็จริง แต่ว่า...เขาก็ไม่ได้รักฉันนะ ไม่สิ แค่ชอบยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ คำแบบนั้นเขาไม่ได้เอาไว้ใช้เรียกคู่รักกันเหรอ... "มีปัญหาอ







