INICIAR SESIÓNตอนนี้ฉันเดินตามแทนเข้ามาในสนามแข่งรถแห่งหนึ่งหลังจากที่ฉันแกล้งให้เขานั่งรอฉันแต่งตัวเกือบสามชั่วโมงจนพอใกล้ได้เวลาแข่งฉันถึงได้เลิกแกล้งเขา แทนพาฉันเดินตรงไปที่ซุ้มแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลนักและฉันคิดว่าน่าจะเป็นที่พักของเจ้าของที่นี่แล้วก็พวกคนสนิทของเขาเหมือนที่อื่นๆนั่นแหละ
"ไง" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลังก่อนจะมีร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่งเดินมาตบบ่าแทนเบาๆจากทางด้านหลังเขาทักแทนสั้นๆพลางเหลือบมามองฉัน "พากองเชียร์มาด้วยหรือไง" เขาพูดแซวออกมาแทนยิ้มพลางพูดโต้ตอบกับเขา "ก็พาไปทุกที่อยู่แล้ว" "ขาดไม่ได้ ว่างั้นเถอะ" แทนกระตุกยิ้มเป็นคำตอบ ก่อนจะพูดขึ้นอีก "ว่าแต่...คู่แข่งฉันล่ะมารึยัง" "มาสักพักแล้ว นั่งอยู่ในซุ้ม ตามมาดิ" เขาพูดจบพลางหันมาขยิบตาให้ฉันทีนึงก่อนจะเดินนำหน้าพวกเราไป แทนหันมาจับมือฉันแล้วดึงให้เดินตามเขาไปอีกที จนเมื่อเดินเข้าไปในซุ้มทุกคนในนั้นก็ทักทายกับเราแบบเป็นกันเอง ฉันยิ้มให้ทุกคนก่อนจะชะงักเมื่อเหลือบไปเห็นใครคนหนึ่งที่นั่งถัดจากคนที่ชื่อเพิร์ธ นั่นมัน! "ลูกโซ่" "ห๊ะ" ฉันสะดุ้งเมื่อแทนเขย่าแขนฉันพลางเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นฉันหันควับไปมองหน้าเขาส่วนแทนก็เลิกคิ้วมองฉันอย่างแปลกใจ "เป็นอะไรฉันเรียกตั้งหลายครั้ง" "อะ อ๋อ เปล่าๆ นายมีอะไรเหรอ" ฉันกระพริบตาเรียกสติที่ไม่รู้ว่าหลุดลอยไปไหนให้กลับมาพลางถามเขา "ก็จะบอกว่า ไอ้หมอนั่นน่ะ" แทนพูดพลางพยักเพยิดไปทางผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆคนชื่อเพิร์ธแถมตอนนี้เขาก็กำลังมองมาที่ฉันด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง "คู่แข่งฉัน" "คู่แข่งนาย?" "อื้ม มันชื่อตะวัน" ชื่อตะวัน งั้นเหรอ... "แทน ลูกโซ่ นั่งก่อนสิ ยังไม่ถึงเวลาเลย" เราสองคนจบบทสนทนาไว้แค่นั้นเมื่อไดม่อนพูดเชิญให้พวกเราไปนั่งที่เก้าอี้นวมเพื่อรอเวลาแข่ง แทนดึงมือฉันให้ไปนั่งลงแต่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไม!ทำไมต้องเป็นฝั่งตรงข้ามกับไอ้บ้าตะวันนั่นด้วย? ฟลุ่บ~ แล้วนายตะวันก็สร้างความอึดอัดให้กับฉันเป็นอย่างมากเพราะเขาเอาแต่จ้องหน้าฉันไม่เลิกจ้องเหมือนที่เขาเคยจ้องโดยไม่แคร์ว่าใครในที่นี้จะคิดยังไงกับสายตาของเขาที่มองฉันจนกระทั่งแทนตวัดสายตาคมไปมองเขาตะวันถึงละสายตาจากฉันมองไปที่แทน "มองอะไร?" แทนเลิกคิ้วถามเขาทันทีอย่างไม่ค่อยถูกชะตา ตะวันยกยิ้มมุมปากก่อนจะพูดขึ้น "ก็แค่มอง ไม่บุบสลายตรงไหนหรอกมั้ง" พูดจา กวน...! "เห้ยๆ อย่าเพิ่งปะทะกัน มีอะไรไว้ไปในสนามดีกว่าว่ะ" แล้วเสียงของไดม่อนเจ้าของสนามที่นั่งมองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่สักพักก็พูดขึ้น เหมือนระฆังห้ามยกยังไงยังงั้นเพราะว่าแทนถอนหายใจฟึดฟัดก่อนจะหันไปพยักเพยิดกับไดม่อนแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างขัดใจ ส่วนนายนั่นน่ะนะ... "ตะวันคะ" ฉันก็เพิ่งสังเกตุเห็นว่าด้านข้างตัวของเขามีร่างบางเซ็กซี่ของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเรียกแทนตัวเองว่า'แจน'เธอนั่งอยู่บนที่เท้าแขนของเก้าอี้นวมตัวที่เขานั่งเธอพูดขึ้นพลางเลื่อนมือไปคล้องคอเขาไว้ ยัยนี่ก็คงอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรกแล้วแหละเพียงแต่ฉันไม่ได้สนใจอะไรไง ยัยนั่นยื่นแก้วเครื่องดื่มให้เขาแล้วเขาก็รับมันมาดื่มอย่างไม่ปฏิเสธ ฉันอดไม่ได้ที่จะมองสภาพของผู้หญิงคนนั้นทั้งการแต่งตัวที่เซ็กซี่เว้านู่นเว้านี้โชว์ผิวขาวเนียนเกือบจะหมดทุกส่วนอยู่แล้วการแต่งหน้าที่เข้มซะยิ่งกว่าฉันดูยังไงก็ไม่ได้ต่างจากฉันเท่าไหร่หรอกอีกอย่างนะ กริยาการแสดงออกที่ถึงเนื้อตัวผู้ชายดูยัยนี่จะมีมากกว่าฉันด้วยซ้ำแต่ก็ไม่ยักเห็นนายนั่นมองเธอเหมือนที่มองฉันเลยสักนิด มองฉันทีนี่ยังกับจะฆ่าให้ตายไม่รู้ฉันไปทำบ้าอะไรให้เขาเกลียดนักหนาเหมือนกัน ชิ 16.40 น. ตอนนี้ก็ใกล้เวลาห้าโมงเย็นซึ่งเป็นเวลาที่แทนจะแข่งรถกับตะวัน ฉันก็เลยแยกตัวมาเข้าห้องน้ำหลังจากทนนั่งอึดอัดเพราะสายตาของเขาแล้วก็ของยัยแจนผู้หญิงที่นั่งสิงอยู่ข้างๆเขานั่นแหละยัยนั่นก็มองจิกฉันอยู่เป็นระยะๆด้วย แอด~ หลังจากที่ทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำฉันชะงักนิกนึงเมื่อเหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนพิงอ่างล่างมือหน้ากระจกอยู่ ฉันกรอกตาขึ้นลงเมื่อเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นก็คือยัยคนที่นัวเนียอยู่กับไอ้บ้าตะวันนั่นแหละก่อนจะเดินไปที่หน้ากระจกแล้วเปิดน้ำล้างมือโดยไม่สนใจยัยนั่นที่ยืนจ้องฉันอยู่จนยัยนั่นส่งเสียงฟึดฟัดแล้วหันหน้าเข้าหากระจกพลางมองหน้าฉันผ่านกระจก เหอะ ท่าทางจะประสาท! "ตะวันน่ะ...ของฉัน" จู่ๆเธอก็พูดขึ้นฉันช้อนตาขึ้นมองเธอผ่านกระจกตรงหน้าก่อนจะส่ายหัวแบบเอือมๆ คือไอ้ที่มองๆจ้องๆแล้วก็ทำท่าทางประสาทนี่คือจะบอกแค่นี้? "บอกเพื่อ?" "ฉันเห็นว่าเธอยั่วเขา!" ยั่ว!ฉันเนี่ยน่ะยั่วเขา?เอาอะไรมาพูด ฉันนั่งของฉันอยู่เฉยๆยังไม่ทันทำอะไรเลยแล้วอีกอย่างไอ้คนที่ยั่วคงไม่ใช่ฉันมั้ง "เธอไม่ใช่เหรอที่ยั่ว" ฉันพูดพร้อมกับปิดน้ำและจะเดินออกจากที่นี่แต่ยัยนั่นก็เข้ามาขวาง กึก~ "กล้าต่อปากต่อคำกับฉันเหรอ!" ทำไมจะไม่กล้าล่ะ!" "ฉันไม่อยากเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ หลบ" ฉันพูดพร้อมกับบอกให้เธอหลีกทางให้แต่ยัยนั่นก็ยังยืนปักหลักขวางอยู่กับที่ นี่สรุปจะหาเรื่องกันให้ได้ใช่ปะ -*- "อย่ามายุ่งกับตะวันของฉัน!" ยัยนั่นกัดฟันกรอดพูดกับฉัน แต่ขอโทษเถอะฉันยังไม่ได้ยุ่งอะไรกับเขาสักนิดเลยด้วยซ้ำ หวงไม่ลืมหูลืมตาอยู่ได้น่าหมั่นไส้! "เธอไม่รู้เหรอ..." และเพราะฉันหมั่นไส้ ฉันก็เลยพูดแบบนี้ออกไป "มีแต่เขานั่นแหละที่เข้ามายุ่งกับฉันก่อน" "นี่แก!" "ฉันพูดจริงๆนะ ฉันรู้ว่าเธอก็เห็นสายตาที่เขามองฉันตลอดเวลา อันนี้มันก็ช่วยไม่ได้น่ะฉันห้ามไม่ให้ใครมองฉันไม่ได้หรอก" "พูดแบบนี้จะไม่เลิกยุ่งใช่ปะ หน้าด้าน!" "ด่าตัวเองทำไม แจน?" "กวนตีนเหรอ ห๊ะ" ยัยนั่นถลาเข้ามาหาฉันพลางง้างมือขึ้นจะตบฉันแต่คนอย่างฉันก็ไม่ใช่ว่าจะยอมใครง่ายๆไง กึก~ ยัยนั่นชะงักเมื่อฉันใช้มือดันไหล่เธอจนเซถอยหลังพร้อมกับง้างฝ่ามือขึ้นเหมือนกัน "จะตบก็เอาดิ แลกกัน!" "แก!" "ถอย!" พลั่ก~ ยัยนี่ก็แค่นี้แหละ!ดูแค่นี้ก็รู้ว่าไม่ใช่พวกแน่อะไรนักหนา พอเห็นว่าฉันสู้ก็ไม่กล้า เห่าแต่ไม่กัด! ฉันเบะปากใส่เธอพลางผลักเธอไปให้พ้นทางแล้วเดินผ่านเธอไป ก่อนจะหยุดชะงักแล้วหันไปมองหน้ายัยแจนที่ยืนกำมือแน่นอย่างโกรธจัดและมองมาทางฉัน "แนะนำให้นะ...ถ้าไม่อยากให้ไอ้บ้านั่นมองฉันก็ไปควักลูกตามันซะ!"*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
ไม่รู้ทำไมใจฉันสั่นแปลกๆเมื่อเขาทำแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าอะไรแต่สำหรับฉัน ฉันรับรู้ว่ามันอ่อนโยนและมันทำให้น้ำตาอีกหลายๆหยดของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่ได้สะอึกสะอื้นให้เขารับรู้ มันเป็นแค่น้ำตาที่ไหลออกมาเอง ไม่ได้ร้องไห้ แต่มันแค่... "คืนนี้...นอนกับฉันนะ" "..." "ลูกโซ่..." "อืม..." 08.25 น. พรึ่บ~ ฉันขยับตัวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียงพลางมองไปข้างๆก็พบว่าตอนนี้มันว่างเปล่า บนเตียงนี้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น "เอ๊ะ?" ฉันก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวฉันไม่ได้เปลือยเปล่าและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายไว้เหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีน้ำเงินเข้มมาอยู่บนตัวฉันแทน หรือว่า...เขาใส่มันให้ฉันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แอด~ "ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเข้มๆที่ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจนิดๆพลางหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก็เห็นว่าตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเขาจะเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อกี้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วเพราะตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีเทา
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครและมันจะไม่มีการหมั้นบ้าบอนั่นเกิดขึ้นด้วย! "เกี่ยวสิ" แต่เขาก็ยังเถียงกลับมาพลางดึงผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ช่วงเอวขึ้นมาห่มให้เราทั้งคู่ด้วย "ไม่เกี่ยว" "เกี่ยว" "ไม่..." "เมียฉันร้องไห้นะ จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ไง" "...!" ฉันกลืนคำพูดที่จะเถียงเขาลงคออีกครั้ง ก็ดูคำที่เขาพูดออกมาสิ "บอกมาเหอะ" "นายไม่ต้องรู้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็ไม่..." "อย่าพูดว่าไม่ใช่เมียฉัน ไม่งั้นฉันจะย้ำอีกรอบให้ดู" เขาขู่เสียงเข้มจนฉันเผลอเม้มปากแน่น เขากล้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินเลยไปถึงขั้นนั้นแล้วก็จริง แต่ว่า...เขาก็ไม่ได้รักฉันนะ ไม่สิ แค่ชอบยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ คำแบบนั้นเขาไม่ได้เอาไว้ใช้เรียกคู่รักกันเหรอ... "มีปัญหาอ







