Masukตอนนี้ฉันเดินตามแทนเข้ามาในสนามแข่งรถแห่งหนึ่งหลังจากที่ฉันแกล้งให้เขานั่งรอฉันแต่งตัวเกือบสามชั่วโมงจนพอใกล้ได้เวลาแข่งฉันถึงได้เลิกแกล้งเขา แทนพาฉันเดินตรงไปที่ซุ้มแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลนักและฉันคิดว่าน่าจะเป็นที่พักของเจ้าของที่นี่แล้วก็พวกคนสนิทของเขาเหมือนที่อื่นๆนั่นแหละ
"ไง" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลังก่อนจะมีร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่งเดินมาตบบ่าแทนเบาๆจากทางด้านหลังเขาทักแทนสั้นๆพลางเหลือบมามองฉัน "พากองเชียร์มาด้วยหรือไง" เขาพูดแซวออกมาแทนยิ้มพลางพูดโต้ตอบกับเขา "ก็พาไปทุกที่อยู่แล้ว" "ขาดไม่ได้ ว่างั้นเถอะ" แทนกระตุกยิ้มเป็นคำตอบ ก่อนจะพูดขึ้นอีก "ว่าแต่...คู่แข่งฉันล่ะมารึยัง" "มาสักพักแล้ว นั่งอยู่ในซุ้ม ตามมาดิ" เขาพูดจบพลางหันมาขยิบตาให้ฉันทีนึงก่อนจะเดินนำหน้าพวกเราไป แทนหันมาจับมือฉันแล้วดึงให้เดินตามเขาไปอีกที จนเมื่อเดินเข้าไปในซุ้มทุกคนในนั้นก็ทักทายกับเราแบบเป็นกันเอง ฉันยิ้มให้ทุกคนก่อนจะชะงักเมื่อเหลือบไปเห็นใครคนหนึ่งที่นั่งถัดจากคนที่ชื่อเพิร์ธ นั่นมัน! "ลูกโซ่" "ห๊ะ" ฉันสะดุ้งเมื่อแทนเขย่าแขนฉันพลางเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นฉันหันควับไปมองหน้าเขาส่วนแทนก็เลิกคิ้วมองฉันอย่างแปลกใจ "เป็นอะไรฉันเรียกตั้งหลายครั้ง" "อะ อ๋อ เปล่าๆ นายมีอะไรเหรอ" ฉันกระพริบตาเรียกสติที่ไม่รู้ว่าหลุดลอยไปไหนให้กลับมาพลางถามเขา "ก็จะบอกว่า ไอ้หมอนั่นน่ะ" แทนพูดพลางพยักเพยิดไปทางผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆคนชื่อเพิร์ธแถมตอนนี้เขาก็กำลังมองมาที่ฉันด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง "คู่แข่งฉัน" "คู่แข่งนาย?" "อื้ม มันชื่อตะวัน" ชื่อตะวัน งั้นเหรอ... "แทน ลูกโซ่ นั่งก่อนสิ ยังไม่ถึงเวลาเลย" เราสองคนจบบทสนทนาไว้แค่นั้นเมื่อไดม่อนพูดเชิญให้พวกเราไปนั่งที่เก้าอี้นวมเพื่อรอเวลาแข่ง แทนดึงมือฉันให้ไปนั่งลงแต่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไม!ทำไมต้องเป็นฝั่งตรงข้ามกับไอ้บ้าตะวันนั่นด้วย? ฟลุ่บ~ แล้วนายตะวันก็สร้างความอึดอัดให้กับฉันเป็นอย่างมากเพราะเขาเอาแต่จ้องหน้าฉันไม่เลิกจ้องเหมือนที่เขาเคยจ้องโดยไม่แคร์ว่าใครในที่นี้จะคิดยังไงกับสายตาของเขาที่มองฉันจนกระทั่งแทนตวัดสายตาคมไปมองเขาตะวันถึงละสายตาจากฉันมองไปที่แทน "มองอะไร?" แทนเลิกคิ้วถามเขาทันทีอย่างไม่ค่อยถูกชะตา ตะวันยกยิ้มมุมปากก่อนจะพูดขึ้น "ก็แค่มอง ไม่บุบสลายตรงไหนหรอกมั้ง" พูดจา กวน...! "เห้ยๆ อย่าเพิ่งปะทะกัน มีอะไรไว้ไปในสนามดีกว่าว่ะ" แล้วเสียงของไดม่อนเจ้าของสนามที่นั่งมองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่สักพักก็พูดขึ้น เหมือนระฆังห้ามยกยังไงยังงั้นเพราะว่าแทนถอนหายใจฟึดฟัดก่อนจะหันไปพยักเพยิดกับไดม่อนแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างขัดใจ ส่วนนายนั่นน่ะนะ... "ตะวันคะ" ฉันก็เพิ่งสังเกตุเห็นว่าด้านข้างตัวของเขามีร่างบางเซ็กซี่ของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเรียกแทนตัวเองว่า'แจน'เธอนั่งอยู่บนที่เท้าแขนของเก้าอี้นวมตัวที่เขานั่งเธอพูดขึ้นพลางเลื่อนมือไปคล้องคอเขาไว้ ยัยนี่ก็คงอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรกแล้วแหละเพียงแต่ฉันไม่ได้สนใจอะไรไง ยัยนั่นยื่นแก้วเครื่องดื่มให้เขาแล้วเขาก็รับมันมาดื่มอย่างไม่ปฏิเสธ ฉันอดไม่ได้ที่จะมองสภาพของผู้หญิงคนนั้นทั้งการแต่งตัวที่เซ็กซี่เว้านู่นเว้านี้โชว์ผิวขาวเนียนเกือบจะหมดทุกส่วนอยู่แล้วการแต่งหน้าที่เข้มซะยิ่งกว่าฉันดูยังไงก็ไม่ได้ต่างจากฉันเท่าไหร่หรอกอีกอย่างนะ กริยาการแสดงออกที่ถึงเนื้อตัวผู้ชายดูยัยนี่จะมีมากกว่าฉันด้วยซ้ำแต่ก็ไม่ยักเห็นนายนั่นมองเธอเหมือนที่มองฉันเลยสักนิด มองฉันทีนี่ยังกับจะฆ่าให้ตายไม่รู้ฉันไปทำบ้าอะไรให้เขาเกลียดนักหนาเหมือนกัน ชิ 16.40 น. ตอนนี้ก็ใกล้เวลาห้าโมงเย็นซึ่งเป็นเวลาที่แทนจะแข่งรถกับตะวัน ฉันก็เลยแยกตัวมาเข้าห้องน้ำหลังจากทนนั่งอึดอัดเพราะสายตาของเขาแล้วก็ของยัยแจนผู้หญิงที่นั่งสิงอยู่ข้างๆเขานั่นแหละยัยนั่นก็มองจิกฉันอยู่เป็นระยะๆด้วย แอด~ หลังจากที่ทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำฉันชะงักนิกนึงเมื่อเหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนพิงอ่างล่างมือหน้ากระจกอยู่ ฉันกรอกตาขึ้นลงเมื่อเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นก็คือยัยคนที่นัวเนียอยู่กับไอ้บ้าตะวันนั่นแหละก่อนจะเดินไปที่หน้ากระจกแล้วเปิดน้ำล้างมือโดยไม่สนใจยัยนั่นที่ยืนจ้องฉันอยู่จนยัยนั่นส่งเสียงฟึดฟัดแล้วหันหน้าเข้าหากระจกพลางมองหน้าฉันผ่านกระจก เหอะ ท่าทางจะประสาท! "ตะวันน่ะ...ของฉัน" จู่ๆเธอก็พูดขึ้นฉันช้อนตาขึ้นมองเธอผ่านกระจกตรงหน้าก่อนจะส่ายหัวแบบเอือมๆ คือไอ้ที่มองๆจ้องๆแล้วก็ทำท่าทางประสาทนี่คือจะบอกแค่นี้? "บอกเพื่อ?" "ฉันเห็นว่าเธอยั่วเขา!" ยั่ว!ฉันเนี่ยน่ะยั่วเขา?เอาอะไรมาพูด ฉันนั่งของฉันอยู่เฉยๆยังไม่ทันทำอะไรเลยแล้วอีกอย่างไอ้คนที่ยั่วคงไม่ใช่ฉันมั้ง "เธอไม่ใช่เหรอที่ยั่ว" ฉันพูดพร้อมกับปิดน้ำและจะเดินออกจากที่นี่แต่ยัยนั่นก็เข้ามาขวาง กึก~ "กล้าต่อปากต่อคำกับฉันเหรอ!" ทำไมจะไม่กล้าล่ะ!" "ฉันไม่อยากเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ หลบ" ฉันพูดพร้อมกับบอกให้เธอหลีกทางให้แต่ยัยนั่นก็ยังยืนปักหลักขวางอยู่กับที่ นี่สรุปจะหาเรื่องกันให้ได้ใช่ปะ -*- "อย่ามายุ่งกับตะวันของฉัน!" ยัยนั่นกัดฟันกรอดพูดกับฉัน แต่ขอโทษเถอะฉันยังไม่ได้ยุ่งอะไรกับเขาสักนิดเลยด้วยซ้ำ หวงไม่ลืมหูลืมตาอยู่ได้น่าหมั่นไส้! "เธอไม่รู้เหรอ..." และเพราะฉันหมั่นไส้ ฉันก็เลยพูดแบบนี้ออกไป "มีแต่เขานั่นแหละที่เข้ามายุ่งกับฉันก่อน" "นี่แก!" "ฉันพูดจริงๆนะ ฉันรู้ว่าเธอก็เห็นสายตาที่เขามองฉันตลอดเวลา อันนี้มันก็ช่วยไม่ได้น่ะฉันห้ามไม่ให้ใครมองฉันไม่ได้หรอก" "พูดแบบนี้จะไม่เลิกยุ่งใช่ปะ หน้าด้าน!" "ด่าตัวเองทำไม แจน?" "กวนตีนเหรอ ห๊ะ" ยัยนั่นถลาเข้ามาหาฉันพลางง้างมือขึ้นจะตบฉันแต่คนอย่างฉันก็ไม่ใช่ว่าจะยอมใครง่ายๆไง กึก~ ยัยนั่นชะงักเมื่อฉันใช้มือดันไหล่เธอจนเซถอยหลังพร้อมกับง้างฝ่ามือขึ้นเหมือนกัน "จะตบก็เอาดิ แลกกัน!" "แก!" "ถอย!" พลั่ก~ ยัยนี่ก็แค่นี้แหละ!ดูแค่นี้ก็รู้ว่าไม่ใช่พวกแน่อะไรนักหนา พอเห็นว่าฉันสู้ก็ไม่กล้า เห่าแต่ไม่กัด! ฉันเบะปากใส่เธอพลางผลักเธอไปให้พ้นทางแล้วเดินผ่านเธอไป ก่อนจะหยุดชะงักแล้วหันไปมองหน้ายัยแจนที่ยืนกำมือแน่นอย่างโกรธจัดและมองมาทางฉัน "แนะนำให้นะ...ถ้าไม่อยากให้ไอ้บ้านั่นมองฉันก็ไปควักลูกตามันซะ!"-ตะวัน- ปึ้ง~ ผมจอดรถหลังจากขับรถเข้ามาในรั้วบ้าน สายตาผมมองไปที่รถหรูคันหนึ่งที่จอดอยู่ภายในบ้านของผมเช่นกัน ซึ่งรถคันนี้ผมไม่เคยเห็น ไม่รู้ว่าเป็นของใคร สวบ~ ผมเดินเข้ามาในบ้าน วันนี้บ้านเงียบ ปกติแล้วเมื่อผมกลับมาถึงบ้าน ลูกกับเมียผมจะออกมารับถึงหน้าบ้าน แต่วันนี้กลับไม่มีใครโผล่มา... หรือว่าไม่อยู่? "พ่อขาาา" ผมหยุดเดินเมื่อได้ยินเสียงเล็กๆของลูกสาวตัวเอง ผมหันหลังกลับไปก็เห็นเด็กผู้หญิงอายุสามขวบกว่าๆวิ่งออกมาจากห้องนั่งเล่น เด็กน้อยหน้าตาน่ารักวิ่งเข้ามาหาผม พรึ่บ~ ผมก้มลงไปอุ้มลูกสาวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนพลางหอมแก้มไปทั้งสองข้าง "หอมจริงๆ ลูกสาวใครครับ" "ลูกสาวพ่อค่ะ^^" เด็กผู้หญิงในอ้อมแขนผมพูดพลางยิ้มกว้างและจิ้มนิ้วชี้ลงมาบนอกผม ผมมองรอยยิ้มนั้น เหมือนแม่ไม่มีผิด ลูกสาวหน้าตาคล้ายผม แต่กลับมีรอยยิ้มเหมือนกับแม่ซึ่งทำให้ผมแพ้เสมอ "หอมพ่อยัง" ฟอด~ พอผมพูดไป ลูกสาวผมก็หอมแก้มผมซ้ายขวาบ้าง ผมยกยิ้มพลางถามขึ้น "แม่ไปไหนครับ วันนี้ไม่เห็นออกมารับเลย" "แม่อยู่กับลุงแทนค่ะ" "ลุงแทน?" ผมครางถามพลางขมวดคิ้ว ลุงแทนเหรอ... สวบ~ "ตะวัน" ผมหันไปม
"ลูกโซ่" ฉันหันไปตามเสียงเรียกหาที่ดังมาจากด้านหลัง คนที่เรียกชื่อฉันก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก "ทำไมหลบมาอยู่นี่ ฉันหาตั้งนาน" ตะวันพูดพร้อมกับคว้ามือฉันไปจับไว้ ฉันหลุบตาลงมองมือของเราที่จับกันก่อนจะพูดขึ้น "ฉัน..." "ทำไม เป็นอะไร?" ตะวันขมวดคิ้วมองฉันอย่างสงสัย ตอนนี้เราอยู่ที่บ้านของเขาวันนี้มีการจัดงานปาร์ตี้วันเกิดคุณลุงอาทิตย์พ่อของตะวัน และเพราะท่านเป็นนักธุรกิจก็เลยมีแขกผู้หลักผู้ใหญ่มาร่วมงานมากอยู่เหมือนกันพ่อของฉันก็มาที่นี่พร้อมกับแม่เลี้ยงและลูกแก้ว ฉันเองก็ถูกเชิญให้มาที่นี่เหมือนกันในฐานะคู่หมั้นของตะวันลูกชายคนโตของท่าน แต่ที่ฉันกำลังคิดจะขอตัวกลับเพราะฉันคิดว่าฉันไม่ควรจะมายืนอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ เห้อออ~ ฉันถอนหายใจออกมาเพราะก่อนหน้านี้ฉันแยกไปเข้าห้องน้ำและฉันบังเอิญได้ยินพวกลูกผู้ดีหลายคนที่รุ่นราวคราวเดียวกับฉันกำลังพูดถึงฉันและพูดถึงในทางเสื่อมเสีย ปกติฉันไม่เคยแคร์อยู่แล้วกับเรื่องพวกนี้แต่เพราะมีคำพูดหนึ่งที่พวกนั้นพูดกันมันทำให้ฉันสะอึก 'ไม่รู้พี่ตะวันไปหมั้นกับผู้หญิงแบบนั้นได้ยังไงเนอะ ผ่านผู้ชายมาไม่รู้ตั้งกี่คนแล้วทำไมพี่เขาถึงได้ใฝ่ต่ำจัง'
เขากัดฟันพูดกับฉันเหมือนหมดความอดทนหลุบตาลงมองสำรวจตัวฉันอีกครั้ง ปิดประตูรถใส่หน้าดังปึ้งก่อนจะเดินจ้ำมาขึ้นรถฝั่งคนขับแล้วก็สตาร์ทรถขับออกไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว บรื้นนน~ *คอนโด ฟลุ่บ~ "ดะ เดี๋ยว" ฉันร้องห้ามเมื่อตะวันดันร่างของฉันที่เข้ามาในห้องพอประตูปิดลงเขาก็ดันฉันเข้าหาฝาผนังข้างประตูก่อนจะตามมายืนประกบไว้ เขาใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างกดตัวฉันจนแผ่นหลังติดกำแพงแทบจะฝังเข้าไปในกำแพงได้อยู่แล้วแถมยังก้มลงมาจรดริมฝีปากกับต้นคอของฉันเลยด้วย "ฟังก่อนสิ..." ฉันใช้มือดันหน้าเขาออกมา ตะวันหลุบตาจ้องมองฉันอย่างคาดโทษ "ชอบยั่วนักไม่ใช่เหรอ ห้ามทำไม" แต่ตะวันกลับตอกกลับมาจนฉันสะอึก "แต่งตัวแบบนี้คราวหลังก็แก้ผ้าเลยสิ" เขามองการแต่งตัวของฉันอีกครั้งตั้งแต่ศีรษะจนปลายเท้า ฉันรู้ว่าเขาโกรธอยู่และฉันก็กำลังจะง้อเขาอยู่เหมือนกัน ฉันถึงได้ยิ้มออกมาจนตะวันชักสีหน้าตึงเข้าไปอีก "หึงเหรอ" ฉันถามเชิดหน้ามองอย่างท้าทาย ตะวันถอนหายใจแรงอย่างหงุดหงิด "จะยั่วประสาทฉันอีกนานมั้ย ลูกโซ่" "^^" ฉันกระตุกยิ้มพลางเลื่อนมือขึ้นไปคล้องคอเขาไว้เมื่อตะวันทำท่าจะผละออกไป ฉันแค่อยากให้เขา
เฮฮฮฮ~ วู้ววว~ เอี้ยด~ ฉันเหยียบเบรกรถทันทีที่รถคันหรูที่ฉันขับเคลื่อนที่เข้าสู่เส้นชัยพลันสายตาก็มองรถอีกคันที่พุ่งเข้าสู่เส้นชัยนำหน้าฉันในระยะแค่เส้นยาแดงผาแปดมันแค่นิดเดียวเท่านั้น...แต่ก็นะไม่ได้อยากจะชนะอยู่แล้ว ปึ้ก~ ฉันมองร่างสูงผู้ชนะที่เปิดประตูและก้าวลงมาจากรถพร้อมกับพวกคนกลุ่มหนึ่งที่เริ่มเดินลงมาในสนาม บรรยากาศแบบนี้ฉันคุ้นเคยดีเพราะฉันเคยแข่งรถอยู่บ่อยๆถึงช่วงนี้ฉันจะไม่ค่อยได้มาเลยก็เถอะ ฉันเห็นพวกเขาแต่ด้านนอกไม่มีใครมองเห็นฉันเพราะรถคันนี้ติดฟิล์ม รถคันนี้ไม่ใช่ของฉันแต่เป็นรถของคนที่จะต้องลงแข่งขันกับเขาแต่เผอิญว่าฉันได้มาเป็นคนขับแทนด้วยการช่วยเหลือจากเพื่อนรักของเขานั่นเอง สายตาของฉันโฟกัสไปที่ผู้ชายคนเดียวเท่านั้น คนที่ยืนอยู่ท่ามกลางเพื่อนของเขาคนที่ทำหน้านิ่งๆไม่แสดงอารมณ์ของความดีใจที่ได้เป็นผู้ชนะออกมาเท่าไหร่...ตะวัน ฉันไม่รู้ว่าที่ตัดสินใจทำแบบนี้ถูกมั้ยแต่ฉันคิดว่ามันเป็นวิธีการง้อในแบบของฉัน ตอนแรกฉันกะว่าจะมาหาเขาพร้อมพี่ไปป์เพราะได้คุยกับพี่ไปป์ทางโทรศัพท์ก่อนหน้านี้แต่พอมาถึงฉันแอบเห็นผู้หญิงหลายคนเข้ามายุ่งกับเขา มันก็แค่ไม่พอใจนิดหน่อยที
กึก~ ฉันชะงักแล้วเงยหน้ามองแทนที่จ้องฉันเขม็ง "ถ้าเธอรับสายมัน ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอกลับไปหามันแน่" หมะ หมายความว่าไงกัน! "ตะวัน..." ฉันหยุดชะงักขาเมื่อก้าวเข้ามาในห้องและรู้สึกว่าภายในห้องเงียบเกินไป เหมือนกับว่าเจ้าของห้องไม่ได้อยู่ที่นี่ สวบ~ ฉันก้าวเดินสำรวจไปทั่วทั้งห้องพร้อมกับเรียกหาตะวันแต่ก็พบกับความว่างเปล่า ตืดดด~ ฉันเลยเลือกที่จะโทรหาเขาแต่กลับได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่อยู่บนเตียง สรุปแล้วก็คือเขาไม่ได้อยู่ที่ห้องและไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัวไปด้วย ไปไหนของเขานะ? ฟลุ่บ~ ฉันนั้งลงบนเตียงข้างๆโทรศัพท์ของเขาพลันมือก็เลื่อนไปหยิบโทรศัพท์มากดดู บนภาพหน้าจอมีรูปของเราที่ถ่ายคู่กันปรากฏอยู่ ฉันจ้องมองภาพรอยยิ้มของเราผ่านหน้าจอนั้น... ก่อนที่ฉันจะได้กลับมาที่ห้องฉันไม่ได้รับสายตะวันเขาคงโกรธฉันมากแน่ๆ ดวงตาของฉันร้อนผ่าวพลันคิดไปถึงเรื่องที่โรงพยาบาล 'รีบตามไปง้อมันด้วยล่ะ' เมื่อฉันเอาแต่หลุบตาลงมองโทรศัพท์ที่มันดังแล้วก็หยุดไปเป็นแบบนี้เกือบสิบสาย ฉันทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนมองด้วยความหวั่นใจ 'อะไรนะ' ฉันร้องถามเขาอย่างประหลาดใจเงยหน้ามองแทนที่จู่ๆก็พูดขึ้นมา
ฉันถามย้อนกลับไปอีกครั้งเมื่อปลายสายบอกอะไรบางอย่างกับฉัน ซึ่งมันน่าตกใจจนตะวันมองฉันอย่างตกใจด้วยเช่นกัน "แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ...ค่ะ ฉันจะไป" รับปากเสร็จสรรพฉันก็กดตัดสายแล้วลุกพรวดขึ้นทันที หมับ~ "โซ่ จะไปไหน" ฉันตกใจจนลืมไปว่ามีตะวันนั่งอยู่ข้างๆจนกระทั่งเขาคว้าขอมือฉันไว้ ฉันหันไปมองหน้าเขาด้วยใบหน้าถอดสี "ใคร เป็นอะไร?" เมื่อเห็นสีหน้าไม่ดีของฉันตะวันก็หน้าเจื่อนลง เขากระเถิบเข้ามาหาฉันพลางถามแล้วบีบมือเบาๆ "คือว่า..." ฉันจะบอกเขาดีมั้ยนะ แล้วถ้าบอกไปเขาจะยอมให้ฉันไปเหรอ... "เกิดอะไรขึ้น" "ฉัน...ต้องไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้" "ทำไมล่ะ เกิดอะไรขึ้น ใครเป็นอะไร" แต่พอฉันพูดออกไปแบบนั้นตะวันก็รัวคำถามใส่ฉันมากขึ้น ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องน่าตกใจและเชาก็คงตกใจ "บอกฉันสิ..." ตะวันบีบมือฉันอีกครั้ง ฉันมองหน้าเขาก่อนจะถอนหายใจ ยังไงก็คงต้องพูดสินะ "คือ...แทน" "ใครนะ?" ตะวันเอียงคอถามเขาชักสีหน้าทันทีที่ได้ยินชื่อของแทน "ทะ แทน เขาขับรถชนเมื่อคืนตอนนี้อาการ..." "จะไปหามันเหรอ" ตะวันถามแทรกขึ้นมาจนฉันต้องกลืนคำพูดลงคอ ใช่ ฉันต้องไปหาเขา...ก่อนที่
"โซ่..." เมื่อเห็นว่าฉันไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆทั้งสิ้นเขาก็จับหน้าฉันให้หันไปหาเขาแภมยังเรียกชื่อฉันสั้นๆเหมือนคนสนิทด้วย แต่พอเห็นว่าฉันน้ำตาไหลเขาก็ชะงักไปก่อนจะใช่นิ้วหัวแม่มือปาดน้ำตาบนใบหน้าฉันเบาๆ "อย่ามายุ่ง" ฉันสะบัดหน้าหนีเขาอีก ตะวันก็จะจับหน้าฉันให้หันกลับไปอีกแต่พอเห็นว่าฉันขัดข
หลังจากที่ออกมาจากบ้านหลังนั้นแล้วฉันก็เลือกที่จะเดินไปเรื่อยๆบนริมทางเดินจุดหมายปลายทางของฉันคือที่ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าพอเงยหน้าที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมาอีกทีท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว กึก~ ฉันหยุดเดินที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งใกล้ๆน้ำตาของฉันไหลออกมาจนไม่มีจะไหลแล้วฉันเงย
ฉันไม่ตอบแต่ถามคำถามกลับไป ฉันได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆจากอีกฝ่ายแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา "เชิญครับ" ประตูฝั่งของฉันถูกดึงให้เปิดออกโดยลุงพงษ์ฉันก้มศีรษะเป็นเชิงขอบคุณก่อนจะตัดสินใจก้าวลงจากรถ ลุงพงษ์ยิ้มบางให้ฉันแล้ววิ่งไปเปิดประตูรถให้คนอีกฝั่งลงมา "มากันแล้ว" เสียงของหญิงสาววัยสามสิบปลายๆท
ฟลุ่บ~ "นี่" "..." "หลับยัง..." "..." "ฉันรู้ว่าเธอยังไม่หลับ" "..." รู้แล้วจะถามเพื่อ? ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนตัวสักนิดเดียวยังคงแสร้งนอนนิ่งเหมือนคนที่หลับไหลไปแล้วทั้งๆที่จริงๆแล้วฉันก็ยังไม่หลับนั่นแหละ "ลูกโซ่" เสียงเรียกชื่อฉันแผ่วเบาดังมาจากด้านหลังของฉันพร้อมกับ




![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


