MasukMafia Part
. ผมยืนกอดอกรออีกฝ่ายอย่างใจเย็น ห้องน้ำที่นี่แบ่งแยกชายหญิงชัดเจนไม่ได้ห่างกันมากนักแต่ปลอดภัยกว่าที่อื่นหลายเท่า ช่วงเวลานี้มีคนเดินมาเข้าห้องน้ำประปราย แต่ถึงอย่างนั้นมีผู้หญิงหลายคนพยายามเข้ามาชวนคุยด้วย ผมไม่ได้ปฏิเสธแต่ก็ไม่ได้ตอบรับ เมื่อพวกเธอรู้สึกว่าสิ่งที่ทำมันไร้ประโยชน์ก็ยอมเดินจากไปเอง นี่คือวิธีรับมือผู้หญิงในแบบของผม ผู้ชายเย็นชาที่หลายคนคิดว่าน่าค้นหา แต่แท้จริงแล้วก็คือผู้ชายไร้ความรู้สึกและน่ารำคาญคนหนึ่งเท่านั้น ผู้หญิงที่ต้องการจะเข้ามาในโลกของผมส่วนมากมักจะทนไม่ไหวและเป็นฝ่ายถอยออกไปเอง เพราะฉะนั้นผมจึงเป็นคนเดียวในกลุ่มที่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องผู้หญิงเท่าไหร่นัก ตึก ตึก ตึก รองเท้าส้นสูงสีน้ำเงินเข้มมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม กลิ่นหอมจาง ๆ ที่แสนคุ้นเคยทำให้ผมรู้ทันทีว่าคนที่ยืนอยู่คือใครโดยไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมอง “นายกำลังใช้วิธีสกปรกบังคับฉัน” “ฉันเปล่า” “แต่นายกำลังทำ!” ผมเงยหน้าขึ้นมองคนที่เริ่มอารมณ์เสีย นับดาวมีนิสัยคล้ายผมหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องเก็บอารมณ์ทุกอย่างไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งเรียบหรือบางครั้งก็เชิดรั้นถือดีนั้น ไม่บ่อยนักหรอกที่เธอจะแสดงความรู้สึกออกมาให้ใครเห็น อ้อ ยกเว้นเวลาอยู่บนเตียงน่ะนะ “ไปคุยกันที่รถ” สิ้นคำของผมนับดาวก็สะบัดหน้าและเดินนำไปทันที ไม่จำเป็นต้องบอกเธอก็รู้ว่ารถคันไหนคือคันของผม ก็เธอได้เป็นตุ๊กตาหน้ารถมาแล้วทุกคัน ถ้าไม่รู้คงเสียชื่อหัวกระทิแห่งการตลาดแย่ “นายทำแบบนี้ทำไม” ทันทีที่ประตูรถปิดลงยัยตัวแสบก็หันมาจวกผมต่อทันที ใบหน้าที่ตกแต่งสวยงามฉายแววไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด “ฉันทำอะไร” “ทำอะไรงั้นหรอ” เธอส่งเสียงเฮอะในลำคอ “นายกำลังขู่ฉันด้วยวิธีสกปรก” “เธอจงใจหลบหน้าฉันก่อน” “ฉันไม่ได้ทำ” “เธอทำ” ผมยังตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ “เป็นอาทิตย์แล้วนะที่เธอเลี่ยงที่จะมาหาฉัน “ฉันมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธ เรามันไม่มีข้อผูกมัดอยู่แล้ว ในเมื่อฉันไม่อยากแล้วฉันจะไปหานายทำไม” ถ้อยคำที่ทำเหมือนว่าผมเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ทางเพศทำให้ผมไม่พอใจ และยิ่งโกรธขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะเปิดประตูรถเพื่อหนีหน้าผมอีกครั้ง แต่โทษที เธอหมดโอกาสหนีตั้งแต่วินาทีที่เธอก้าวขึ้นมาบนรถของผมแล้ว หมับ! “นี่ ปล่อยนะ” “ไม่อยากใช่ไหม” ผมดึงเธอเข้ามาใกล้จนอกอวบที่ผมชอบเสียดสีกับแผ่นอกกว้างของผมไปมา “ฉันจะทำให้เธออยากเอง อยากจนต้องร้องขอมันจากฉันทั้งคืนเชียวล่ะ นับดาว” “ไม่นะ อื้อ!” ผมเบื่อที่จะฟังถ้อยคำปฏิเสธจากเธออีกแล้ว ผมใช้ปากของตัวเองประกบลงบนริมฝีปากสีแดงของเธอทันที รสชาติลิปสติกทำให้ผมรู้สึกไม่ชอบใจนัก แต่เมื่อมีความนุ่มหวานของเธอมาหักล้างก็ถือว่าพอรับได้ ร่างในอ้อมกอดดิ้นไปมาอย่างไม่ยินยอมเพียงไม่กี่วินาทีก็อ่อนลง ผมอาศัยจังหวะนั้นส่งลิ้นเข้าไปในโพรงปากของเธอออย่างรวดเร็ว เรียกเสียงครางเบา ๆ จากในลำคอของเธอได้เป็นอย่างดี รสชาติค็อกเทลหวาน ๆ ทำให้ภายในของนับดาวหวานกว่าที่เคย ผมรีบใช้ลิ้นร้อน ๆ สำรวจรสชาติแปลกใหม่ไปทั่วและเก็บเกี่ยวความหวานนั้นมาเป็นของตัวเองอย่างเห็นแก่ตัว รอเพียงไม่นานลิ้นเล็ก ๆ ที่แสนซนก็เริ่มส่งเข้ามาในโพรงปากของผมบ้าง นับดาวยกแขนขึ้นคล้องคอผมพร้อมจูบตอบอย่างคุ้นเคย ผมใช้จังหวะที่ไม่ต้องยึดตัวของเธอเลื่อนมือไปสัมผัสผิวเนื้อด้านหลังที่แสนนุ่มลื่นไปมาเบา ๆ และในตอนนั้นเองที่ผมได้รู้ว่าชุดเดรสรัดรูปของเธอเปลือยหลังไปเกินครึ่ง ตอนที่เห็นนับดาวในผับ ด้วยแสงที่มีน้อยและผมยาว ๆ ของเธอที่ปิดไว้ทำให้ผมไม่สามารถเห็นชุดที่เธอใส่ได้ชัดเจนมากนัก พอมาได้รู้ทีหลังแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดยิ่งขึ้นไปอีก เธอไม่เคยระวังตัวเลยเวลาไปไหนมาไหนกับกลุ่มสายรหัส ทั้ง ๆ ที่ไอ้เมฆจ้องจะกลืนกินร่างเพรียวบางนี้ทั้งตัวขนาดนั้น ผมระบายความหงุดหงิดทั้งหมดด้วยจูบที่เร้าร้อนกว่าเดิม มือหนาใหญ่ลงแรงบีบเนื้อตัวของนับดาวด้วยน้ำหนักที่มากกว่าปกติ ถือเป็นการลงโทษคนที่แต่งตัวโป๊ออกมาในสถานที่ที่มีแต่เสื้อและจระเข้แบบนี้ นับดาวทุบอกผมเมื่อเริ่มตอบสนองจูบและหายใจไม่ทัน ผมยอมผละริมฝีปากออกเพื่อให้อีกคนได้พักหายใจ ก่อนจะอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อเห็นสภาพของคนตรงหน้า “จะฆ่ากันหรือไง” เธอเอ่ยถามเสียงสั่น ริมฝีปากที่เคยแดงเพราะลิปสติกตอนนี้กลับแดงเพราะแรงดูดดึงจากผม ผมที่ดัดมาสวยงามฟูนิด ๆ ดวงตาที่เคยเฉี่ยวสวยตอนนี้ฉ่ำไปด้วยน้ำตาของความต้องการ “ลงโทษ” “ลงโทษ?” “ใครบอกให้แต่งตัวแบบนี้” “ไม่เห็นจำเป็นต้องมีใครบอก ฉันโตแล้ว จะแต่งแบบไหนก็ได้” “เถียงคำไม่ตกฟาก อยากโดนจูบจนหายใจไม่ทันอีกใช่ไหม” คำขู่ไม่จริงจัง(แต่ถ้าได้ก็เอา)นั้นทำให้นับดาวยกมือขึ้นปิดปากเหมือนเด็ก ๆ “แล้วนี่โนบราด้วยใช่ไหม” ผมถามพร้อมมองทรวงอกที่ดันเนื้อผ้าออกมา เมื่อกี้ที่ลูบหลังเธอทำให้รู้ว่ามันไม่ได้มีสายของบราเซียอย่างที่เคย “เธอนี่มัน...” “ชุดแบบนี้ใครเขาใส่บรากันล่ะ อ๊ะ” ปากที่เถียงฉอด ๆ หุบลงทันทีที่ผมดึงตัวเธอขึ้นมาบนตัก รถที่กว้างขวางทำให้ผมสามารถทำอะไร ๆ ได้สะดวก รวมถึงสามารถรังแกคนที่อยู่บนตักได้อีกด้วย “ทำอะไรของนาย ปล่อยฉันลงนะ” “ไม่ปล่อย” “ฉันต้องกลับเข้าไปข้างในนะ อ๊ะ อย่าจับ” ผมทำเป็นหูทวนลมกับคำห้ามปรามพร้อมเสียงครางของเธอ มือที่ไม่ได้สัมผัสความนุ่มเด้งมานานตะปบเข้าที่ทรวงอกของอีกฝ่ายด้วยแรงที่ไม่เบานัก และสัมผัสที่ได้รับทำให้ผมหอบหายใจแรง เธอโนบราจริง ๆ ไม่ได้ใส่แม้กระทั่งบราปีกนกเหมือนที่ผู้หญิงทั่วไปใส่เวลาใส่ชุดที่ไม่สามารถใส่บราได้ นับดาวเป็นคนหน้าอกสวย ต่อให้ไม่ใส่บราดันทรงหน้าอกก็ไม่หย่อนคล้อยทั้ง ๆ ที่มีขนาดเกินตัว เธอจึงกล้าที่จะโนบราเพราะมั่นใจในรูปร่างของตัวเอง เรื่องนั้นผมรู้ดี... “เธอนี่ ทำให้ฉันโมโหได้ง่าย ๆ เลยจริง ๆ” ผมลงน้ำหนักบนอกอวยสองข้างแรงขึ้น ชุดที่เปิดเผยเนื้อตัวของนับดาวทำให้ผมสามารถลวนลามร่างกายนี้ได้อย่างง่ายดาย เพียงไม่นานมือทั้งสองข้างของผมก็ได้สัมผัสเนื้อที่ไร้ผ้ากั้นของเธอ “นี่อะไร” ผมเอยถามพลางสะกิดอะไรบางอย่างนิ่ม ๆ ที่แปะอยู่กลางความอวบอิ่มด้วยความสงสัย “ที่แปะหัวนมไง ฉันไม่ได้ใจกล้าพอจะไม่ปิดอะไรเลยอย่างที่นายคิดหรอกนะ อ๊ะ อย่าดึงออกนะเฟีย” คำห้ามนั้นไม่ได้เข้าหูผมซักนิด ผมดึงสิ่งกีดขวางนั้นออกกอย่างไม่ใยดี ก่อนจะใช้ปลายนิ้วสะกิดลูกเชอรี่แสนหวานที่นุ่มนิ่มไปมาเร็ว ๆ ใช้เวลาเพียงไม่นานลูกเชอรี่ก็ตั้งชันสุกก่ำพร้อมกิน แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ผมไม่คิดจะมีอะไรกับนับดาวในรถ นับดาวไม่ใช่ผู้หญิงทั่วไปที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต ผมซุกหน้าลงบนคอขาวผ่องของนับดาว กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอทำให้รู้สึกผ่อนคลาย “ชอบไหม” “อื้อ เฟีย ไม่ทำในนี้” “สบายใจได้” ผมลงแรงที่ปลายนิ้วให้หนักขึ้น “ฉันไม่ทำในนี้หรอก เธอต้องสุขสมบนเตียงของฉันเท่านั้น”ฉันไม่คิดว่ามาเฟียงี่เง่าหรอกนะ เพราะถ้าฉันต้องมายืนฟังอดีตคนที่แฟนเคยรักกับแฟนคุยกันแบบนี้ฉันก็ไม่พอใจเหมือนกันนั่นแหละ “ฉันก็มาเยี่ยมคุณย่าเหมือนกัน” “คุณย่าเข้าไปพักผ่อนแล้ว ไว้มาวันหลัง” มาเฟียเป็นคนตอบ คริสทำหน้าเสียดายเล็กน้อย ก่อนจะหันมาพูดกับฉันต่อ “นับดาวมานานหรือยัง วันนี้ฉันเห็นเธอที่ชมรมถ่ายภาพด้วย เรียกแล้วแต่เธอไม่ได้ยิน เพิ่งรู้ว่าเธออยู่ชมรมนั้นด้วย แบบนี้ต้องถ่ายรูปสวยมากใช่ไหม” “ก็ถ่ายได้ระดับหนึ่งน่ะ” เพราะว่าชอบคริสนั่นแหละเลยเข้าชมรมถ่ายภาพ เพราะจะได้รู้เทคนิคถ่ายภาพดี ๆ ไปถ่ายภาพเขา แต่อยู่ไปอยู่มาก็เริ่มรู้สึกว่ารักการถ่ายรูปจริง ๆ เลยอยู่ยาวมาจนถึงตอนนี้ และเรื่องนี้ฉันจะไม่เล่าให้มาเฟียฟังเด็ดขาด “ดีเลย ฉันกำลังสนใจเรื่องถ่ายรูปเหมือนกัน ขอปรึกษาคนที่มีประสบการณ์หน่อยได้ไหม” “จะดีเหรอ ฉันไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอก” ไม่เก่งก็ส่วนหนึ่ง แต่ท่าทีของมาเฟียทำให้ฉันไม่อยากคุยกับคริสต่อเท่าไหร่ แต่ก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธออกไปตรง ๆ “แต่ก็น่าจะเก่งกว่าฉันที่ไม่เคยแตะกล้องเลย นะ...แค่พื้นฐานก็ได้” “แต่ว่า...” “เธอก็สอนมันหน่อยจะเป็นไรไป” เสียงมาเฟียที่เอ่ยแทรกทำให้ฉัน
Napdao Part . วันนี้เป็นอีกวันที่ฉันมาเยี่ยมคุณย่าของมาเฟีย ท่านร่างกายแข็งแรงขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังต้องฝึกเดินให้มาก ๆ เพื่อจะกลับมาเดินได้แข็งแรงตามปกติ ซึ่งการกายภาพต่าง ๆ จะมีนักกายภาพโดยเฉพาะมาดูแล แต่ถ้าวันไหนฉันมาเยี่ยมตอนที่ท่านกำลังทำกายภาพพอดี ฉันก็จะแย่งหน้าที่นั้นมาเป็นของตัวเอง แล้วก็จะโดนคุณย่าของมาเฟียบ่นจนหูชา วันนี้ก็เช่นกัน... “จุ้นจ้านไม่เข้าเรื่อง” “หนูแค่อยากดูแลคุณย่านี่คะ หนูทำเป็น ถามคุณนักกายภาพก็ได้ค่ะว่าหนูทำถูกหรือเปล่า” ฉันหันไปหานักกายภาพที่ยืนอยู่ไม่ไกลก่อนจะเอ่ยถาม “ฉันทำถูกใช่ไหมคะคุณหมิว” “ถูกแล้วค่ะคุณนับดาว” “เห็นไหมล่ะคะ” “ต่อปากต่อคำเก่งนักนะ” ท่านดุไม่จริงจังนัก แต่สุดท้ายก็ยอมทำตามที่ฉันบอกแต่โดยดี ช่วงเวลาของกายภาพจบลงไปท่ามกลางเสียงเถียงกันของฉันกับคุณย่า ซึ่งบางครั้งก็ทำให้คนในบ้านยิ้มออกมา ฉันจะถือว่ามันเป็นเรื่องราวดี ๆ ก็แล้วกัน... “โทรมาไม่รับ” เสียงทุ้มที่คุ้นหูทำให้ฉันหันกลับไปมอง มาเฟียที่อยู่ในชุดนักศึกษาไม่ได้สุภาพมากนักยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนที่ร่างสูงจะเดินเข้ามาหา และเอ่ยทักคุณย่าที่นั่งพักอยู่ “สวัสดีครับคุณย่า วันนี้เ
Mafia Part . ผมชะเง้อมองประตูที่ยังคงนิ่งเงียบหลายครั้ง นับดาวหายออกไปนานแล้วและยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมา มือถือของเธอก็ทิ้งไว้ที่นี่ อยากจะลุกไปดูก็กลัวว่าย่าจะตื่นมาแล้วไม่เจอใคร เพราะพยาบาลที่คอยเฝ้าเวลาผมไม่ว่างขอตัวไปทานข้าว ที่นับดาวต้องออกไปใช้ห้องน้ำข้างนอกเพราะคุณย่าเริ่มใช้ห้องน้ำได้แล้ว และคุณหมอไม่อยากให้ท่านใช้ห้องน้ำร่วมกับญาติเพื่อป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ ซึ่งมันไม่ใช่ปัญหาอะไรเพราะห้องน้ำรวมก็อยู่ไม่ไกลมากนักและสะอาดสะอ้านดี แต่พอนับดาวหายไปแบบนี้ผมก็เริ่มรู้สึกว่ามันเป็นปัญหาขึ้นมาแล้ว สงสัยคงต้องย้ายคุณย่าไปที่ห้องที่มีห้องนอนญาติและห้องน้ำญาติแยกต่างหากเพื่อความสะดวกสบายของทั้งคนป่วยและคนเฝ้า “ชะเง้อคอมองอะไรมาเฟีย” เสียงแหบแห้งที่ดังขึ้นทำให้ผมหันกลับไปมอง คุณย่าตื่นแล้วและกำลังจ้องมองมาที่ผม ผมขยับเข้าไปปรับเตียงให้ท่านได้กึ่งนั่งกึ่งนอน ท่านจะได้ไม่เมื่อยและปวดตัว “เปล่าครับ” “มองหาแฟนเหรอ หายไปไหนเสียล่ะ” “ไปเข้าห้องน้ำครับ แต่ไปนานแล้ว ก็เลยเป็นห่วง” “รักกันดีนะ” คุณย่าพูดขึ้นเหมือนพูดลอย ๆ ดวงตาท่านไม่ได้มองมาที่ผมด้วยซ้ำ ผมจึงได้แต่นั่งเงียบเพราะไม่ร
Napdao Part . สวนของโรงพยาบาลคือที่ ๆ หญิงสาวคนนั้นเดินนำลงมา ฉันถอนหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นว่ามันคือที่สาธารณะ ฉันอาจจะดูหนังมากไปหน่อย แต่มันก็อดกังวลไม่ได้ว่าอีกฝ่ายจะมาดีหรือมาร้าย เพราะตอนนี้ฉันก็ไม่ต่างอะไรจากผู้หญิงนิสัยไม่ดีที่กำลังแย่งคู่หมั้นของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง ถ้าเธออยากเอาคืนก็ไม่แปลก “คุณนับดาว” “คะ" “คุณคบกับพี่มาเฟียมานานหรือยังคะ” ใบหน้าสวยหวานจ้องมองมาที่ฉันอย่างนิ่งเรียบ สายตาคู่นั้นมันราบเรียบจนฉันเดาไม่ถูกว่าเธอมาดีหรือมาร้าย หรือกำลังต้องการอะไรกันแน่ “ถามทำไมคะ” ฉันเองก็มองหน้าอีกฝ่ายไม่ละสายตาเช่นกัน พยายามเก็บซ่อนความกังวลไว้ข้างในเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายรับรู้ “ฉันถามไม่ได้หรือคะ” เธอเอียงหน้าเล็กน้อยเหมือนกำลังสงสัย “ในฐานะ...คู่หมั้นของแฟนคุณ” คำว่าคู่หมั้นที่เธอใช้ตอกหน้าทำให้ฉันหน้าชา ใช่สิ ฉันลืมไปได้ยังไงว่าอีกฝ่ายคือคู่หมั้น คือคนที่มาก่อนหน้าฉันตั้งหลายปี “รู้จักกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง คบกันได้เดือนเดียวค่ะ” ฉันตั้งใจเล่าข้ามเรื่อง Friend With Benefit ไป มันไม่จำเป็นต้องพูดถึงให้ตัวเองเสียหายนี่ “ฉันถูกวางตัวให้เป็นคู่หมั้นพี่มาเฟี
“หนูขอโทษค่ะที่เสียมารยาท” ฉันยกมือไหว้อีกฝ่ายอย่างงดงามสมกับเป็นดาวมหาวิทยาลัยที่เป็นหน้าเป็นตาให้กับสถาบัน “คุณย่าอย่าเพิ่งโมโหหนูเลยนะคะ เพิ่งจะฟื้นเมื่อวาน หนูไม่อยากให้คุณย่าป่วยอีก” “...” คุณย่าไม่ตอบ ท่านหันหน้าไปอีกทางอย่างไม่ต้องการจะพูดคุยกับฉันอีก ฉันหันไปมองมาเฟียที่ส่งยิ้มจาง ๆ มาให้ เห้อ ดูท่างานนี้จะยากมากจริง ๆ ก๊อก ก๊อก “อาหารเช้าค่ะ” เจ้าหน้าที่เข็นอาหารเช้าเข้ามาในห้อง ตอนนี้แปดโมงแล้วคงได้เวลาอาหารเช้าพอดี เจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม เธอจัดการโต๊ะที่ใช้ทานอาหารเสร็จก็ปรับเตียงให้คนป่วยเพื่อที่จะได้นั่งทานได้สะดวก คุณย่าเลยต้องยอมหันกลับมาเพื่อจัดการอาหารอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่านปรายตามองฉันแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปสนใจอาหารตรงหน้าเหมือนฉันไร้ตัวตน แกร๊ง! “คุณย่า” “คุณย่า!” ทั้งฉันและมาเฟียเอ่ยเรียกอีกฝ่ายพร้อมกันเมื่อท่านทำช้อนหล่น เพราะร่างกายที่ยังไม่แข็งแรงมากนักทำให้มือไม้ท่านอ่อนแรงและใช้งานได้ไม่เต็มร้อย มาเฟียทำท่าจะเข้าไปดูแลท่าน แต่ฉันดึงแขนหนาเอาไว้พร้อมส่งสายตาไปว่าให้ฉันจัดการเอง ซึ่งมาเฟียก็พยักหน้ารับทั้ง ๆ ที่ยังดูกังวลไม่น้อย “หนูช่วยนะคะ” “ไม
Napdao Part . เราใช้เวลาหลังจากเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยกันโดยที่ไม่มีเซ็กส์เข้ามาเกี่ยวข้อง เรานอนกอดกัน และพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องที่ต่างคนต่างพบเจอระหว่างที่แยกห่าง และนั่นทำให้ฉันรู้ว่าคุณย่าของมาเฟียเข้าโรงพยาบาลในวันเดียวกับที่เราทะเลาะกัน “ท่านเป็นอะไรมากหรือเปล่า” “เส้นเลือดในสมองแตก ต้องผ่าตัด” “...” ฉันได้แต่มองหน้าอีกฝ่ายด้วยความกังวล ฉันไม่รู้อะไรเลย ไม่ได้อยู่เคียงข้างในช่วงเวลาที่เขาทุกข์ที่สุด แถมยังเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มาเฟียเครียดด้วยซ้ำ “ทำหน้าแบบนั้นทำไม มันผ่านมาแล้ว ตอนนี้ย่าฉันดีขึ้นมากแล้ว" มาเฟียกดนิ้วโป้งลงบนหัวคิ้วของฉันเพื่อให้มันคลายออก "วันนี้ท่านฟื้นขึ้นมา และหมอก็บอกว่าท่านจะกลับมาเป็นปกติ แต่อาจจะต้องใช้เวลาซักระยะในการฟื้นตัว” “ฉันเสียใจ...ที่ฉันไม่รู้อะไรเลย” “ไม่เป็นหรอก มันผ่านมาแล้ว” มาเฟียรั้งคอฉันเข้าไปหา ก่อนจะกดจูบลงบนหน้าผากของฉันหลายครั้ง “พรุ่งนี้ไปเยี่ยมท่านไหม ฉันอยากแนะนำเธอให้ท่านรู้จัก” “จะดีเหรอ ท่านอาจจะไม่ชอบฉัน ไหนจะคู่หมั้นนายอีก” “ถ้าเราอยากคบกัน เราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้” มาเฟียมองฉันด้วยสายตาจริงจัง ก่อนจะจับม







