Masukเรื่องราวมันเกิดขึ้นหลังจากความผิดพลาดในคืนนั้น ทำให้คนสองคนที่ไม่เคยชอบหน้ากันต้องกุมความลับร่วมกันอย่างห้ามไม่ได้<br/> . "สนใจมาเป็นFWBกับฉันไหม" "จนถึงเมื่อไหร่" "จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะมีแฟน หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเบื่อ และอยากหยุดทุกอย่างลง" "เอาสิ...แต่มีข้อแม้นะ" "ว่ามาสิ" "นายไม่มีสิทธิ์นอนกับคนอื่นในระหว่างที่เรายังเป็นFWBกัน" "ตกลง"
Lihat lebih banyakฉันไม่คิดว่ามาเฟียงี่เง่าหรอกนะ เพราะถ้าฉันต้องมายืนฟังอดีตคนที่แฟนเคยรักกับแฟนคุยกันแบบนี้ฉันก็ไม่พอใจเหมือนกันนั่นแหละ “ฉันก็มาเยี่ยมคุณย่าเหมือนกัน” “คุณย่าเข้าไปพักผ่อนแล้ว ไว้มาวันหลัง” มาเฟียเป็นคนตอบ คริสทำหน้าเสียดายเล็กน้อย ก่อนจะหันมาพูดกับฉันต่อ “นับดาวมานานหรือยัง วันนี้ฉันเห็นเธอที่ชมรมถ่ายภาพด้วย เรียกแล้วแต่เธอไม่ได้ยิน เพิ่งรู้ว่าเธออยู่ชมรมนั้นด้วย แบบนี้ต้องถ่ายรูปสวยมากใช่ไหม” “ก็ถ่ายได้ระดับหนึ่งน่ะ” เพราะว่าชอบคริสนั่นแหละเลยเข้าชมรมถ่ายภาพ เพราะจะได้รู้เทคนิคถ่ายภาพดี ๆ ไปถ่ายภาพเขา แต่อยู่ไปอยู่มาก็เริ่มรู้สึกว่ารักการถ่ายรูปจริง ๆ เลยอยู่ยาวมาจนถึงตอนนี้ และเรื่องนี้ฉันจะไม่เล่าให้มาเฟียฟังเด็ดขาด “ดีเลย ฉันกำลังสนใจเรื่องถ่ายรูปเหมือนกัน ขอปรึกษาคนที่มีประสบการณ์หน่อยได้ไหม” “จะดีเหรอ ฉันไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอก” ไม่เก่งก็ส่วนหนึ่ง แต่ท่าทีของมาเฟียทำให้ฉันไม่อยากคุยกับคริสต่อเท่าไหร่ แต่ก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธออกไปตรง ๆ “แต่ก็น่าจะเก่งกว่าฉันที่ไม่เคยแตะกล้องเลย นะ...แค่พื้นฐานก็ได้” “แต่ว่า...” “เธอก็สอนมันหน่อยจะเป็นไรไป” เสียงมาเฟียที่เอ่ยแทรกทำให้ฉัน
Napdao Part . วันนี้เป็นอีกวันที่ฉันมาเยี่ยมคุณย่าของมาเฟีย ท่านร่างกายแข็งแรงขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังต้องฝึกเดินให้มาก ๆ เพื่อจะกลับมาเดินได้แข็งแรงตามปกติ ซึ่งการกายภาพต่าง ๆ จะมีนักกายภาพโดยเฉพาะมาดูแล แต่ถ้าวันไหนฉันมาเยี่ยมตอนที่ท่านกำลังทำกายภาพพอดี ฉันก็จะแย่งหน้าที่นั้นมาเป็นของตัวเอง แล้วก็จะโดนคุณย่าของมาเฟียบ่นจนหูชา วันนี้ก็เช่นกัน... “จุ้นจ้านไม่เข้าเรื่อง” “หนูแค่อยากดูแลคุณย่านี่คะ หนูทำเป็น ถามคุณนักกายภาพก็ได้ค่ะว่าหนูทำถูกหรือเปล่า” ฉันหันไปหานักกายภาพที่ยืนอยู่ไม่ไกลก่อนจะเอ่ยถาม “ฉันทำถูกใช่ไหมคะคุณหมิว” “ถูกแล้วค่ะคุณนับดาว” “เห็นไหมล่ะคะ” “ต่อปากต่อคำเก่งนักนะ” ท่านดุไม่จริงจังนัก แต่สุดท้ายก็ยอมทำตามที่ฉันบอกแต่โดยดี ช่วงเวลาของกายภาพจบลงไปท่ามกลางเสียงเถียงกันของฉันกับคุณย่า ซึ่งบางครั้งก็ทำให้คนในบ้านยิ้มออกมา ฉันจะถือว่ามันเป็นเรื่องราวดี ๆ ก็แล้วกัน... “โทรมาไม่รับ” เสียงทุ้มที่คุ้นหูทำให้ฉันหันกลับไปมอง มาเฟียที่อยู่ในชุดนักศึกษาไม่ได้สุภาพมากนักยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนที่ร่างสูงจะเดินเข้ามาหา และเอ่ยทักคุณย่าที่นั่งพักอยู่ “สวัสดีครับคุณย่า วันนี้เ
Mafia Part . ผมชะเง้อมองประตูที่ยังคงนิ่งเงียบหลายครั้ง นับดาวหายออกไปนานแล้วและยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมา มือถือของเธอก็ทิ้งไว้ที่นี่ อยากจะลุกไปดูก็กลัวว่าย่าจะตื่นมาแล้วไม่เจอใคร เพราะพยาบาลที่คอยเฝ้าเวลาผมไม่ว่างขอตัวไปทานข้าว ที่นับดาวต้องออกไปใช้ห้องน้ำข้างนอกเพราะคุณย่าเริ่มใช้ห้องน้ำได้แล้ว และคุณหมอไม่อยากให้ท่านใช้ห้องน้ำร่วมกับญาติเพื่อป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ ซึ่งมันไม่ใช่ปัญหาอะไรเพราะห้องน้ำรวมก็อยู่ไม่ไกลมากนักและสะอาดสะอ้านดี แต่พอนับดาวหายไปแบบนี้ผมก็เริ่มรู้สึกว่ามันเป็นปัญหาขึ้นมาแล้ว สงสัยคงต้องย้ายคุณย่าไปที่ห้องที่มีห้องนอนญาติและห้องน้ำญาติแยกต่างหากเพื่อความสะดวกสบายของทั้งคนป่วยและคนเฝ้า “ชะเง้อคอมองอะไรมาเฟีย” เสียงแหบแห้งที่ดังขึ้นทำให้ผมหันกลับไปมอง คุณย่าตื่นแล้วและกำลังจ้องมองมาที่ผม ผมขยับเข้าไปปรับเตียงให้ท่านได้กึ่งนั่งกึ่งนอน ท่านจะได้ไม่เมื่อยและปวดตัว “เปล่าครับ” “มองหาแฟนเหรอ หายไปไหนเสียล่ะ” “ไปเข้าห้องน้ำครับ แต่ไปนานแล้ว ก็เลยเป็นห่วง” “รักกันดีนะ” คุณย่าพูดขึ้นเหมือนพูดลอย ๆ ดวงตาท่านไม่ได้มองมาที่ผมด้วยซ้ำ ผมจึงได้แต่นั่งเงียบเพราะไม่ร
Napdao Part . สวนของโรงพยาบาลคือที่ ๆ หญิงสาวคนนั้นเดินนำลงมา ฉันถอนหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นว่ามันคือที่สาธารณะ ฉันอาจจะดูหนังมากไปหน่อย แต่มันก็อดกังวลไม่ได้ว่าอีกฝ่ายจะมาดีหรือมาร้าย เพราะตอนนี้ฉันก็ไม่ต่างอะไรจากผู้หญิงนิสัยไม่ดีที่กำลังแย่งคู่หมั้นของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง ถ้าเธออยากเอาคืนก็ไม่แปลก “คุณนับดาว” “คะ" “คุณคบกับพี่มาเฟียมานานหรือยังคะ” ใบหน้าสวยหวานจ้องมองมาที่ฉันอย่างนิ่งเรียบ สายตาคู่นั้นมันราบเรียบจนฉันเดาไม่ถูกว่าเธอมาดีหรือมาร้าย หรือกำลังต้องการอะไรกันแน่ “ถามทำไมคะ” ฉันเองก็มองหน้าอีกฝ่ายไม่ละสายตาเช่นกัน พยายามเก็บซ่อนความกังวลไว้ข้างในเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายรับรู้ “ฉันถามไม่ได้หรือคะ” เธอเอียงหน้าเล็กน้อยเหมือนกำลังสงสัย “ในฐานะ...คู่หมั้นของแฟนคุณ” คำว่าคู่หมั้นที่เธอใช้ตอกหน้าทำให้ฉันหน้าชา ใช่สิ ฉันลืมไปได้ยังไงว่าอีกฝ่ายคือคู่หมั้น คือคนที่มาก่อนหน้าฉันตั้งหลายปี “รู้จักกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง คบกันได้เดือนเดียวค่ะ” ฉันตั้งใจเล่าข้ามเรื่อง Friend With Benefit ไป มันไม่จำเป็นต้องพูดถึงให้ตัวเองเสียหายนี่ “ฉันถูกวางตัวให้เป็นคู่หมั้นพี่มาเฟี
ฉันปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเพราะคริส ฉันถึงยอมทะเลาะกับมาเฟียเป็นเด็ก ๆ ฉันเป็นคนที่ไม่สนใจใคร ไม่สนใจโลก แม้แต่มาเฟียที่หล่อสะดุดตาฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แต่จู่ ๆ เขาก็เข้ามากวนประสาทฉันทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รู้จักกันเลย แรก ๆ ฉันก็ไม่เล่นด้วยและแอบคิดว่าอีกฝ่ายเป็นโรคจิตด้วยซ้ำ แต่พอรู้ว่ามาเฟียคือเพื่อน
“พี่ว่าไม่จำเป็น คุณน้าทั้งสองไม่อยู่บ้าน” “รู้ทุกเรื่องเลยนะคะ” เธอว่าเสียงนิ่ม ๆ “แต่ไม่รู้อยู่เรื่องเดียวคือตัวเองมีคู่หมั้นอยู่แล้ว ยังจะคิดไปจริงจังกับผู้หญิงคนนั้นอีก” “เธอหมายความว่ายังไงพริมาตา!” ผมกระชากเสียงถามอีกฝ่าย ไม่พอใจที่เธอเรียกนับดาวว่าผู้หญิงคนนั้นมากกว่าที่เธอรู้เรื่องระหว่า
’ท้อง!!!’ “ไอ้วิล มึงแอบฟังกูคุยกับรักเหรอวะ!” ’กูเปิดลำโพงตั้งนานแล้ว ไม่ได้แอบฟังโว้ย!!’ “มึงนี่มัน...” ’เอาล่ะ ๆ อย่าเพิ่งทะเลาะกัน’ พบรักเอ่ยห้ามมวยด้วยเสียงที่แสนระอา เธอต้องทำแบบนี้ทุกครั้งเมื่อพวกผู้ชายทะเลาะกันตั้งแต่เล็กจนโต ถ้าไม่มีพบรักคอยไกล่เกลี่ยพวกผมสี่คนอาจจะเลิกคบกันไปแล้วก็ได
“ฟ้าเปิดนี่แลกมาด้วยแดดจ้าสินะ” นับดาวเอ่ยบ่นเมื่อเรายอมแพ้ให้กับแดดยามบ่ายที่ร้อนแรงเกินทน จากที่ตั้งใจว่าจะเดินเตะน้ำทะเลเล่นซักพัก กลายเป็นว่าเราเปลี่ยนมานั่งเก้าอี้ในร่ม มองดูคลื่นที่ซัดกับชายฝั่งแทน “แต่ถ่ายรูปออกมาสวยนะ” “นางแบบสวยไง” “ไม่ใช่เพราะช่างภาพเก่งหรอกเหรอ” “ช่างภาพเก่งด้วย นาง