LOGINเรื่องราวมันเกิดขึ้นหลังจากความผิดพลาดในคืนนั้น ทำให้คนสองคนที่ไม่เคยชอบหน้ากันต้องกุมความลับร่วมกันอย่างห้ามไม่ได้<br/> . "สนใจมาเป็นFWBกับฉันไหม" "จนถึงเมื่อไหร่" "จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะมีแฟน หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเบื่อ และอยากหยุดทุกอย่างลง" "เอาสิ...แต่มีข้อแม้นะ" "ว่ามาสิ" "นายไม่มีสิทธิ์นอนกับคนอื่นในระหว่างที่เรายังเป็นFWBกัน" "ตกลง"
View More“ไอ้เฟียหายหัวไปไหนวะ” ชายหนุ่มร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวประจำ ก่อนจะเอ่ยถามออกมาเมื่อเห็นว่าเพื่อนที่นั่งหน้าสลอนอยู่มีไม่ครบคนอย่างที่เคย
“โดนเรียกตัว” หนุ่มผมสีควันบุหรี่เป็นคนตอบคำถามนั้น แต่ดวงตาคมยังไม่ยอมละจากมือถือเครื่องโปรด “อีกแล้วเหรอ มันยอมไปหรือไงรอบนี้” “ไม่ยอมก็ต้องยอมแหละวะ คู่อริมันยอมไปง่าย ๆ ถ้าไอ้เฟียไม่ยอมไปก็หมาดิ” “ไอ้พวกแพ้ผู้หญิงไม่เป็น” “น้อยหน่อยไอ้คริส ใครจะยอมผู้หญิงเก่งเหมือนมึง โดยเฉพาะเวลาผู้หญิงขึ้น...” “นี่สถานศึกษา ไม่ควรพูดเรื่องอย่างว่านะครับคุณเควิล” “ผมหมายถึงอารมณ์ขึ้น แบบโกรธน่ะครับคุณเนตั้น มันเรื่องอย่างว่าตรงไหน หรือสมองคุณมึงมีแต่เรื่องพวกนี้” “ไอ้...” “ตีกันเป็นเด็ก ๆ อีกแล้วนะพวกมึง” เสียงที่สี่ดังขึ้น ทำให้สองหนุ่มที่กำลังจะเถียงกันต่อต้องเงียบเสียงลงและหันไปสนใจเจ้าของเสียงแทน “มาแล้วเหรอเฟีย” “ไม่มามั้งยืนหัวโด่อยู่เนี้ย” “หัวอะไรโด่วะ” คริสเอ่ยถามติดตลก ทำให้คนถูกถามอดไม่ได้ที่จะผลักไหล่แข็งนั่นแรง ๆ “กวนตีน” คำด่าไม่จริงจังนั้นทำให้ทั้งกลุ่มปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี สาว ๆ ที่เดินผ่านไปมาอดหยุดมองไม่ได้กับเสน่ห์อันเหลือล้นนั้น แม้ทุกคนจะรู้ดีว่ากลุ่มนี้อันตรายมากพอ ๆ กับหน้าตาที่พระเอกบางคนยังอาย แต่อะไรก็ตามที่ท้าทายมักจะน่าลิ้มลองเสมอ “แล้วเขาเรียกมึงไปทำไมวะเฟีย” “กิจกรรมเก็บตัวดาวเดือนแหละ” “อะไรวะ นี่มึงปีสี่แล้วนะเว้ย ทำไมถึงยังต้องให้มึงลงไปเกี่ยวข้องกับเรื่องประกวดเดือนดาวอีก” เนตั้นถามออกมาพร้อมขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ มีประกวดเดือนดาวทีไรทางกองประกวดจะมาตามให้มาเฟียไปช่วยโปรโมทงานให้ตลอด ตั้งแต่ปีสอง ปีสาม ยันปีสี่ ทั้ง ๆ ที่ปีนี้มันควรจะเป็นปีที่ได้เรียนน้อย กิจกรรมไม่มี เพื่อเตรียมตัวที่จะจบการศึกษา ถึงแม้ว่าส่วนมากจะต้องการแค่ให้มาเฟียไปเดินโชว์หน้าหล่อ ๆ พูดสองสามประโยคให้หนุ่มสาวหน้าตาดีสนใจกิจกรรมนี้มากขึ้น แต่มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเดือนเมื่อสามปีที่แล้วแบบมาเฟียหรือเปล่า “เขาให้ทำอะไรอีก” “รอบนี้ให้ไปต่างจังหวัด” “อะไรนะ!” คำตอบของเพื่อนทำให้ทั้งสามหนุ่มร้องออกมาพร้อมกัน นี่มันจะมากไปแล้วนะ “มึงไม่ต้องไปเลย ตามใจจนเคยตัว เริ่มไม่มีความเกรงใจกันแล้วนะ” เควิลรู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนแทน เพื่อนเขาไม่ใช่ไก่กา ลองถ้ามันปฏิเสธจริงจังยังไงก็ไม่มีใครกล้ามายุ่งวุ่นวายอีก “กูรับปากไปแล้ว” “อะไรของมึง มึงอยากไปหรือไง” “กูไม่ได้อยากไปหรอก งานเด็กน้อยแบบนั้น” “แล้วมึงรับปากเขาทำไม” คริสเอ่ยถามขึ้นบ้าง แม้จะพอเดาคำตอบได้อยู่แล้วแต่ก็อยากได้ยินจากปากเพื่อนเพื่อความมั่นใจ “เหตุผลเดิม ๆ” “กูว่าแล้ว” สามเสียงพูดขึ้นพร้อมกันอีกครั้ง เมื่อคำตอบที่ได้รับไม่ผิดจากที่คิดไว้แม้แต่นิดเดียว เหตุผลเดิม ๆ ที่มาเฟียพูดถึงคือเรื่องของดาวคู่ขวัญ(คู่กัด)อย่างนับดาว สาวสวยพราวเสน่ห์หุ่นนางแบบจากคณะบริหาร ตั้งแต่เล็กจนโตเพื่อนทั้งสามคนรู้ดีว่ามาเฟียเป็นผู้ชายเย็นชาจนเหมือนไร้ความรู้สึก ครั้งแรกที่พวกเขาเห็นว่าเพื่อนมีความรู้สึกเหมือนคนอื่นบ้างก็ตอนที่ทะเลาะกับนับดาวสมัยประกวดดาวเดือนด้วยกันนั่นแหละ และหลังจากนั้นไม่ว่าเรื่องอะไรที่มีผู้หญิงชื่อนับดาวเข้ามาเกี่ยวข้อง ผู้ชายที่ไม่เคยสนใจใครอย่างมาเฟียต้องเป็นเดือดเป็นร้อนได้ทุกครั้งไป คนเกือบทั้งมหาวิทยาลัยรู้ดีว่าเบื้องหลังของดาวเดือนคู่ขวัญที่เพจดาวเดือนพยายามชง พยายามจิ้นนั้นเป็นคู่อริกัน มาเฟียกับนับดาวไม่ค่อยลงรอยกันมาตั้งแต่สมัยประกวดดาวเดือนเมื่อตอนปีหนึ่ง และรอยร้าวนั้นเจ้าตัวก็ไม่คิดจะปิดบัง ทั้งคู่มักจะแข่งขันและข่มกันเสมอเมื่อมีโอกาส ไม่มีใครรู้สาเหตุแน่ชัดถึงความขัดแย้งของทั้งคู่ เพราะถ้ามีใครถามว่าทำไมดาวเดือนปีนี้ไม่ถูกกัน คำตอบก็จะมีแค่ ‘ไม่ชอบหน้า’ เท่านั้น ซึ่งหลาย ๆ คนต่างลงชื่อสนับสนุนว่าช่างเป็นเหตุผลที่ไร้สาระสิ้นดี . . Mafia Part . ผมนั่งมองเพื่อนทั้งสามคนที่เลิกสนใจเรื่องของผมและหันไปพูดเรื่องของตัวเองกันอย่างออกรสแทน มันเป็นภาพแสนเคยชินที่เห็นทุกวันก่อนจะแยกย้ายกันไปเรียน เราทั้งสี่คนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ยังไม่หย่านมแม่ เรียนด้วยกันมาตลอด แม้ช่วงมหาวิทยาลัยจะเลือกเรียนคนละคณะแต่ก็นัดเจอกันทุกวัน พูดถึงเรื่องเก็บตัวดาวเดือนแล้วผมก็ปวดหัว ไม่รู้ทำไมตอนนั้นถึงได้เอ่ยปากออกไปว่าจะยอมไปเก็บตัวกับน้อง ๆ ด้วยแบบนั้น หาเหาใส่หัวชัด ๆ ผมรู้ดีว่าที่ทางกองประกวดอยากเอาผมไปโปรโมทเพราะจะได้มีน้อง ๆ สนใจกิจกรรมนี้มากขึ้น พูดตรง ๆ ว่ากิจกรรมดาวเดือนสมัยนี้ค่อนข้างได้รับความนิยมน้อย หนุ่มสาวหน้าตาดีต่างไม่อยากลงประกวดเพราะหวงแหนความเป็นส่วนตัว บ้างก็แฟนหวง หลากหลายเหตุผลปนกันไป ทางกองประกวดจึงใช้ผมและนับดาว ดาวเดือนที่ได้รับความนิยมที่สุดเป็นตัวกระตุ้นให้กิจกรรมนี้ยังไม่ถูกทางมหาวิทยาลัยเท แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องชวนผมและนับดาวไปต่างจังหวัดกับน้อง ๆ ด้วย ในเมื่อการเก็บตัวรอบนี้คือรอบสุดท้ายแล้ว ไม่จำเป็นต้องโปรโมทอะไรอีกแล้ว ครืด เสียงสั่นของอุปกรณ์สื่อสารในมือทำให้ผมละสายตาจากสามเพื่อนซี้ลงไปมอง ชื่อของคนที่ส่งข้อความมาทำให้ผมรีบปลดล็อกหน้าจอด้วยความรวดเร็ว ‘วันนี้ไม่ว่าง’ อ่านจบผมก็รีบพิมพ์ตอบจนนิ้วแทบพันกัน ’เมื่อวานก็ไม่ว่าง’ ’ก็คนมันไม่ว่าง อย่าเซ้าซี้’ ข้อความที่เหมือนรำคาญกันทำให้หัวผมเดือดปุ ๆ กล้าดียังไงถึงใช้คำว่าอย่าเซ้าซี้กับผมวะ ผู้คนส่วนมากจำภาพของมาเฟีย เดือนมหาวิทยาลัยตัวแทนจากคณะวิศวะว่าเป็นคนเย็นชา พูดน้อย ไม่สนใจใคร ซึ่งที่ทุกคนรู้มันไม่ได้ผิดไปมากนักหรอก ผมเป็นคนแบบนั้นแหละ นอกจากครอบครัวและเพื่อน ๆ ผมไม่เคยให้ความสนใจใคร ก็แค่เพื่อนร่วมโลก ไม่ได้มีความหมายอะไรกับผมอยู่แล้ว แต่ทุกอย่างมักมีข้อเย็นเว้นเสมอ...นั่นคือความจริงของโลกใบนี้ เพราะมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ใช่คนในครอบครัว ไม่ใช่แม้แต่เพื่อน หนำซ้ำยังเป็นคู่อริกัน แต่กลับทำให้น้ำแข็งแบบผมร้อนเป็นไฟได้จากคำแค่ไม่กี่คำ 'งั้นถ้าฉันเอาคนอื่นมานอนด้วย เธอคงไม่ว่าอะไรใช่ปะ’ กดส่งไปแล้วผมก็จ้องมือถือแทบจะมุดเข้าไป แต่จนแล้วจนรอดข้อความก็ยังไม่ขึ้นว่าถูกอ่าน รออยู่หลายนาทีทุกอย่างก็ยังคงเงียบ และนั่นยิ่งทำให้ผมหัวร้อนขึ้นไปอีก ได้ ในเมื่อไม่สนใจกัน ฉันก็จะไม่สนใจเธออีกต่อไปแล้ว!ฉันไม่คิดว่ามาเฟียงี่เง่าหรอกนะ เพราะถ้าฉันต้องมายืนฟังอดีตคนที่แฟนเคยรักกับแฟนคุยกันแบบนี้ฉันก็ไม่พอใจเหมือนกันนั่นแหละ “ฉันก็มาเยี่ยมคุณย่าเหมือนกัน” “คุณย่าเข้าไปพักผ่อนแล้ว ไว้มาวันหลัง” มาเฟียเป็นคนตอบ คริสทำหน้าเสียดายเล็กน้อย ก่อนจะหันมาพูดกับฉันต่อ “นับดาวมานานหรือยัง วันนี้ฉันเห็นเธอที่ชมรมถ่ายภาพด้วย เรียกแล้วแต่เธอไม่ได้ยิน เพิ่งรู้ว่าเธออยู่ชมรมนั้นด้วย แบบนี้ต้องถ่ายรูปสวยมากใช่ไหม” “ก็ถ่ายได้ระดับหนึ่งน่ะ” เพราะว่าชอบคริสนั่นแหละเลยเข้าชมรมถ่ายภาพ เพราะจะได้รู้เทคนิคถ่ายภาพดี ๆ ไปถ่ายภาพเขา แต่อยู่ไปอยู่มาก็เริ่มรู้สึกว่ารักการถ่ายรูปจริง ๆ เลยอยู่ยาวมาจนถึงตอนนี้ และเรื่องนี้ฉันจะไม่เล่าให้มาเฟียฟังเด็ดขาด “ดีเลย ฉันกำลังสนใจเรื่องถ่ายรูปเหมือนกัน ขอปรึกษาคนที่มีประสบการณ์หน่อยได้ไหม” “จะดีเหรอ ฉันไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอก” ไม่เก่งก็ส่วนหนึ่ง แต่ท่าทีของมาเฟียทำให้ฉันไม่อยากคุยกับคริสต่อเท่าไหร่ แต่ก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธออกไปตรง ๆ “แต่ก็น่าจะเก่งกว่าฉันที่ไม่เคยแตะกล้องเลย นะ...แค่พื้นฐานก็ได้” “แต่ว่า...” “เธอก็สอนมันหน่อยจะเป็นไรไป” เสียงมาเฟียที่เอ่ยแทรกทำให้ฉัน
Napdao Part . วันนี้เป็นอีกวันที่ฉันมาเยี่ยมคุณย่าของมาเฟีย ท่านร่างกายแข็งแรงขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังต้องฝึกเดินให้มาก ๆ เพื่อจะกลับมาเดินได้แข็งแรงตามปกติ ซึ่งการกายภาพต่าง ๆ จะมีนักกายภาพโดยเฉพาะมาดูแล แต่ถ้าวันไหนฉันมาเยี่ยมตอนที่ท่านกำลังทำกายภาพพอดี ฉันก็จะแย่งหน้าที่นั้นมาเป็นของตัวเอง แล้วก็จะโดนคุณย่าของมาเฟียบ่นจนหูชา วันนี้ก็เช่นกัน... “จุ้นจ้านไม่เข้าเรื่อง” “หนูแค่อยากดูแลคุณย่านี่คะ หนูทำเป็น ถามคุณนักกายภาพก็ได้ค่ะว่าหนูทำถูกหรือเปล่า” ฉันหันไปหานักกายภาพที่ยืนอยู่ไม่ไกลก่อนจะเอ่ยถาม “ฉันทำถูกใช่ไหมคะคุณหมิว” “ถูกแล้วค่ะคุณนับดาว” “เห็นไหมล่ะคะ” “ต่อปากต่อคำเก่งนักนะ” ท่านดุไม่จริงจังนัก แต่สุดท้ายก็ยอมทำตามที่ฉันบอกแต่โดยดี ช่วงเวลาของกายภาพจบลงไปท่ามกลางเสียงเถียงกันของฉันกับคุณย่า ซึ่งบางครั้งก็ทำให้คนในบ้านยิ้มออกมา ฉันจะถือว่ามันเป็นเรื่องราวดี ๆ ก็แล้วกัน... “โทรมาไม่รับ” เสียงทุ้มที่คุ้นหูทำให้ฉันหันกลับไปมอง มาเฟียที่อยู่ในชุดนักศึกษาไม่ได้สุภาพมากนักยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนที่ร่างสูงจะเดินเข้ามาหา และเอ่ยทักคุณย่าที่นั่งพักอยู่ “สวัสดีครับคุณย่า วันนี้เ
Mafia Part . ผมชะเง้อมองประตูที่ยังคงนิ่งเงียบหลายครั้ง นับดาวหายออกไปนานแล้วและยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมา มือถือของเธอก็ทิ้งไว้ที่นี่ อยากจะลุกไปดูก็กลัวว่าย่าจะตื่นมาแล้วไม่เจอใคร เพราะพยาบาลที่คอยเฝ้าเวลาผมไม่ว่างขอตัวไปทานข้าว ที่นับดาวต้องออกไปใช้ห้องน้ำข้างนอกเพราะคุณย่าเริ่มใช้ห้องน้ำได้แล้ว และคุณหมอไม่อยากให้ท่านใช้ห้องน้ำร่วมกับญาติเพื่อป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ ซึ่งมันไม่ใช่ปัญหาอะไรเพราะห้องน้ำรวมก็อยู่ไม่ไกลมากนักและสะอาดสะอ้านดี แต่พอนับดาวหายไปแบบนี้ผมก็เริ่มรู้สึกว่ามันเป็นปัญหาขึ้นมาแล้ว สงสัยคงต้องย้ายคุณย่าไปที่ห้องที่มีห้องนอนญาติและห้องน้ำญาติแยกต่างหากเพื่อความสะดวกสบายของทั้งคนป่วยและคนเฝ้า “ชะเง้อคอมองอะไรมาเฟีย” เสียงแหบแห้งที่ดังขึ้นทำให้ผมหันกลับไปมอง คุณย่าตื่นแล้วและกำลังจ้องมองมาที่ผม ผมขยับเข้าไปปรับเตียงให้ท่านได้กึ่งนั่งกึ่งนอน ท่านจะได้ไม่เมื่อยและปวดตัว “เปล่าครับ” “มองหาแฟนเหรอ หายไปไหนเสียล่ะ” “ไปเข้าห้องน้ำครับ แต่ไปนานแล้ว ก็เลยเป็นห่วง” “รักกันดีนะ” คุณย่าพูดขึ้นเหมือนพูดลอย ๆ ดวงตาท่านไม่ได้มองมาที่ผมด้วยซ้ำ ผมจึงได้แต่นั่งเงียบเพราะไม่ร
Napdao Part . สวนของโรงพยาบาลคือที่ ๆ หญิงสาวคนนั้นเดินนำลงมา ฉันถอนหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นว่ามันคือที่สาธารณะ ฉันอาจจะดูหนังมากไปหน่อย แต่มันก็อดกังวลไม่ได้ว่าอีกฝ่ายจะมาดีหรือมาร้าย เพราะตอนนี้ฉันก็ไม่ต่างอะไรจากผู้หญิงนิสัยไม่ดีที่กำลังแย่งคู่หมั้นของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง ถ้าเธออยากเอาคืนก็ไม่แปลก “คุณนับดาว” “คะ" “คุณคบกับพี่มาเฟียมานานหรือยังคะ” ใบหน้าสวยหวานจ้องมองมาที่ฉันอย่างนิ่งเรียบ สายตาคู่นั้นมันราบเรียบจนฉันเดาไม่ถูกว่าเธอมาดีหรือมาร้าย หรือกำลังต้องการอะไรกันแน่ “ถามทำไมคะ” ฉันเองก็มองหน้าอีกฝ่ายไม่ละสายตาเช่นกัน พยายามเก็บซ่อนความกังวลไว้ข้างในเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายรับรู้ “ฉันถามไม่ได้หรือคะ” เธอเอียงหน้าเล็กน้อยเหมือนกำลังสงสัย “ในฐานะ...คู่หมั้นของแฟนคุณ” คำว่าคู่หมั้นที่เธอใช้ตอกหน้าทำให้ฉันหน้าชา ใช่สิ ฉันลืมไปได้ยังไงว่าอีกฝ่ายคือคู่หมั้น คือคนที่มาก่อนหน้าฉันตั้งหลายปี “รู้จักกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง คบกันได้เดือนเดียวค่ะ” ฉันตั้งใจเล่าข้ามเรื่อง Friend With Benefit ไป มันไม่จำเป็นต้องพูดถึงให้ตัวเองเสียหายนี่ “ฉันถูกวางตัวให้เป็นคู่หมั้นพี่มาเฟี