เข้าสู่ระบบ Mafia Part
. ‘ตามใจนายสิ’ นั่นคือประโยคสั้น ๆ ที่ผมได้รับหลังจากนั้นเกือบห้าชั่วโมง และเพราะประโยคนั้นตอนนี้ผมถึงได้มาอยู่ที่ผับของพี่ชายเนตั้น ข้างกายที่ไม่ได้มีใครจับจองมาหลายเดือนมีใครบางคนนั่งอยู่ หล่อนพยายามเอาอกเอาใจผมสารพัด ซึ่งผมก็หันไปคุยด้วยบางครั้งที่โดนตื้อมาก ๆ แต่เพราะกลิ่นน้ำหอมของเธอฉุนจนขึ้นสมองเหมือนแช่ด้วยน้ำหอมมาหลายปี ทำให้ผมไม่ค่อยถูกใจในตัวเธอมากนัก แม้รูปร่างหน้าตาจะตรงตามที่ชอบแค่ไหนก็ตาม “มาเฟียศีลแตกแล้วหรอวะ” ผมหันไปมองคนที่เพิ่งมาถึงด้วยสายตาเย็นชา ทำเป็นไม่รู้สึกอะไรเมื่อโดนแซว แหงล่ะ ผมไม่ได้ควงสาวมาหลายเดือนจนเพื่อน ๆ พากันเข้าใจว่าผมกำลังหันหน้าเข้าสู่ทางธรรม พวกมันเลยรวมหัวกันวางแผนชวนผมออกมาเที่ยวไม่เว้นอาทิตย์ โดยเฉพาะไอ้คริสที่พยายามหาสาวมาบริการผมตลอด ๆ ทั้ง ๆ ที่ผมบอกว่าไม่ต้องการ นี่ถ้าผมจะหันหน้าเข้าสู่ทางธรรมจริง ๆ ไม่ต้องเดาเลยว่าใครจะบาปหนาที่สุด พอมาวันนี้พวกมันเห็นผมนั่งอยู่ข้างผู้หญิงก็พากันล้อเลียน เล่นเอาสาวเจ้าเขินม้วนเพราะคิดว่าตัวเองมีเสน่ห์จนทำให้ผมหันกลับมาสนใจผู้หญิงได้ ซึ่งผมก็ไม่ใช่คนที่จะมานั่งปฏิเสธอะไรแบบนี้อยู่แล้วจึงปล่อยเลยตามเลย อยากคิดอะไรก็ช่าง เพราะความจริงมีเพียงแค่ผมเท่านั้นที่รู้ “แล้วนี่เนตั้นไปไหนวะ” “เห็นบอกจะเข้าไปคุยงานกับพี่ชายมัน ไปนานแล้วนะ ยังไม่ออกมาเลย” เควิลตอบพลางส่งสายตาไปที่ห้องทำงานชั้นบน เป็นการบอกว่าคนที่คริสถามหาอยู่บนนั้น ห้องทำงานของพี่ชายเนตั้นเป็นส่วนที่สามารถมองเห็นบรรยากาศทั้งร้านได้ แต่คนภายนอกมองขึ้นไปก็จะเห็นแค่กระจกดำ ๆ เท่านั้น “เออ เมื่อกี้กูเข้าผับมาพร้อมคู่อริมึงว่ะเฟีย” “ใคร” “คนไม่สนโลกแบบมึงมีอริกี่คนเชียว” คริสพูดพร้อมมองหน้าผมไปด้วยราวกับอยากจับผิด แต่คนแบบผมไม่มีทางหลุดอะไรออกไปง่าย ๆ สุดท้ายมันก็เลิกสนใจผมและหันไปมองหาเหยื่อสำหรับคืนนี้แทน ผมนั่งดื่มเงียบ ๆ น้อยครั้งที่จะหันไปคุยกับเพื่อนบ้าง คุยกับสาวที่อยู่ข้างกายบ้าง แต่เมื่อไหร่ที่คนอื่นเผลอผมมักจะมองไปรอบ ๆ ผับตลอด ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องทำแบบนั้น แต่ผมไม่สามารถบังคับร่างกายตัวเองได้ แต่มองเท่าไหร่ก็ไม่เจอคนที่ผมอยากเห็นแม้แต่ปลายผม ‘ไปอยู่ตรงไหน อย่าให้ฉันหาเธอเจอนะนับดาว’ ผมคาดโทษอีกฝ่ายไว้ในใจ ถ้าได้เจอเมื่อไหร่คงมีเรื่องต้องคุยกันยาว “เนตั้นมาละ” เสียงของเควิลทำให้ผมหันกลับมาสนใจเพื่อนอีกคนที่หายไปข้างบนเกือบชั่วโมง หน้าตาที่บอกบุญไม่รับนั้นทำให้ผมขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามออกไปเพราะรู้ว่ายังไงเนตั้นก็ต้องเล่าอยู่ดี “หน้ามุ่ยเชียวมึง” คริสเอ่ยทักคนแรก เนตั้นทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้แรง ๆ ก่อนจะยกแก้วเหล้าที่สาว ๆ ชงให้เข้าปาก ไม่กี่อึดใจน้ำสีอำพันเต็มแก้วก็หายไปอย่างรวดเร็ว “แม่ง!” “เป็นไรวะ” “พี่กูจะแต่งเมีย” “อ้าว ก็เรื่องดีนี่หว่า ทำหน้ามุ่ยทำไม” “แต่งไม่ว่า แต่ดันต้องตามเมียไปอยู่ต่างจังหวัด และจะยกที่นี่ให้กูดูแทน” ว่าจบก็ยกเหล้าแก้วใหม่กรอกปากอีกครั้ง “กูไม่ได้อยากดูแลที่นี่ กูแค่ชอบมาเที่ยวมากินฟรี แต่ถ้าให้มานั่งบริหารแม่งไม่ใช่ทางกูป่าววะ พวกมึงก็รู้ดีว่ากูอารมณ์ร้อนแค่ไหน ขืนให้มาทำงานในที่แบบนี้ที่มีแต่คนเมาไม่พูดไม่รู้เรื่อง กูคงได้เอาขวดฟาดหัวแขกแตกรายวัน” เพื่อน ๆ ทุกคนได้แต่เออออและรับฟัง เพราะถึงแม้จะสนิทกันแค่ไหนแต่เรื่องของครอบครัวอีกฝ่ายยังไงก็ไม่ควรก้าวก่าย ผมนั่งมองคนที่นั่งกระดกเหล้าเข้าปากอยู่สักพัก เมื่อเห็นว่ามันเริ่มอารมณ์ดี และหันไปสนใจสาวข้างกายแล้วจึงเบนสายตาไปทั่วร้านอีกครั้งเพื่อหาคน ๆ เดิม และครั้งนี้ผมหาเธอเจอ ภาพคนคุ้นเคยที่ยักย้ายสะโพกไปมาเบา ๆ เรียกสายตาจากคนทั้งร้านได้เป็นอย่างดี หญิงสาวหน้าตาสวยเฉี่ยวราวกับดารา ทรวดทรงองค์เอวสวยงามราวกับพระเจ้าตั้งใจปั้น ถูกรัดจนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งด้วยชุดสีน้ำเงินน่าค้นหา แถมสีน้ำเงินนั่นยังขับผิวขาวราวกับน้ำนมให้ผ่องขึ้นจนสะดุดตา มือขวาเธอถือแก้วค็อกเทลรสชาติเบา ๆ สำหรับผู้หญิง ส่วนมือซ้ายเธอยกขึ้นเสยผมที่ดัดลอนจนสยายเต็มแผ่นหลัง มันฮอตจนผู้ชายหลายคนพาซี๊ดปากอยากได้ผู้หญิงคนนี้กลับไปนอนกกจนตัวสั่น หึ! ผมหันกลับมาสนใจเหล้าบนโต๊ะอย่างไม่สบอารมณ์ นี่หรอที่บอกว่าไม่ว่างของเธอ นับดาว “เฮ้ย นั่นนับดาวป่าววะ” เนตั้นเป็นอีกคนที่สังเกตเห็นผู้หญิงคนนั้น เสียงของมันทำให้ทั้งเพื่อนผมและสาว ๆ ในโต๊ะหันไปมอง “โอ้โห สุดยอด! ไม่เคยรู้เลยว่ายัยนั่นจะฮอตขนาดนี้” คริสผิวปากอย่างถูกใจ ทำให้ผมอดคิ้วกระตุกไม่ได้ “นับดาว เฮ้ ทางนี้” ผมรีบเงยหน้าทันทีเมื่อได้ยินเสียงไอ้คริสเรียกนับดาว เธอมองหาต้นเสียงสักพักก่อนจะส่งยิ้มบาง ๆ ให้ ไม่ได้มีท่าทีว่าจะเดินเข้ามาหาเสือผู้หญิงอย่างเพื่อนผมตามคำชวน แต่พอดวงตาของเธอสบเข้ากับดวงตาของผม ขาเรียวก็ยอมก้าวเดินช้า ๆ จนมาหยุดตรงหน้าโต๊ะของพวกเรา “มาเที่ยวหรอคริส” นับดาวทักทายไอ้ชั่วคริส(สรรพนามเริ่มเปลี่ยน)อย่างคุ้นเคย ทั้งสองไม่ได้สนิทกันหรอก แต่เพราะได้เจอกันบ้าง พูดคุยกันบ้างเวลาที่ผมไปทำกิจกรรมเดือนดาวและพวกเพื่อนชั่วตามไปส่องสาวสวย ๆ จึงทำให้คุ้นเคยกันพอสมควร ในพวกเราสี่คน นอกจากผม นับดาวน่าจะคุ้นเคยกับเนตั้นพอสมควร เพราะทั้งคู่เรียนคณะเดียวกัน แค่คนละเอก แต่ก็คงมีเดินสวนกันบ้างให้พอคุ้นหน้าคุ้นตา “เรามาทุกอาทิตย์อยู่แล้ว เพิ่งเคยเจอดาวนี่แหละ” “เรามาที่นี่ครั้งแรก เพื่อนอวยว่าดีเลยอยากมาลอง” “แล้วดีจริงไหมล่ะ” เนตันถามด้วยดวงตาระยิบระยับ ความหงุดหงิดที่มีหายไปทันทีเมื่อมีสาวสวยเดินเข้ามาหาถึงที่ เล่นเอาผู้ชายที่จ้องแมวสาวคนนี้เสียดายไปตาม ๆ กัน เพราะทุกคนรู้ดีว่าถ้าผู้ชายโต๊ะนี้สนใจผู้หญิงคนไหน...ไม่รอดซักราย “เราชอบนะ” “ผับเราเอง” “ไม่ค่อยเลยนะเนตั้น” เควิลเอ่ยแซวเพื่อนที่เมื่อกี้ยังบอกว่าไม่อยากดูแลที่นี่ แต่พอมีลูกค้าสวย ๆ ชมก็เปลี่ยนสีเร็วยิ่งกว่ากิ้งก่า “เจ๋งอะ อายุแค่นี้เอง มีกิจการใหญ่โตแล้ว” “จริง ๆ พี่เราดูแลหลัก ๆ แหละ แล้วนี่มากับใคร มานั่งกับพวกเราไหม รับรองว่าปลอดภัย” “มากับสายรหัสเราที่จบไปแล้วน่ะ” ปัง! ผมวางแก้วเหล้าลงแรง ๆ เมื่อได้ยินคำตอบนั้น นับดาวมากับสายรหัสที่จบไปแล้วก็เท่ากับว่าเธอมากับไอ้เมฆ พี่รหัสที่จ้องจะเอาน้องรหัสตัวเองทำเมีย! “เป็นอะไรของมึงวะ นับดาวตกใจหมด” “หึ” ผมหัวเราะในลำคอกับท่าทีเอาอกเอาใจนับดาวของไอ้คริส ก่อนจะหันไปสนใจสาวที่อยู่ข้างกาย กลั้นใจดึงเธอมาซุกไซร้ที่คอโดยไม่อายคนที่มองอยู่ “เฟียเขาคงไม่พอใจที่เรามาอยู่ตรงนี้ งั้นเราขอตัวก่อนนะ” “อย่าถือสามันเลย มันก็หมาบ้าแบบนี้แหละ” “เราชินแล้วล่ะ ไปนะ” ผมผละตัวออกจากดงน้ำหอมทันทีที่นับดาวเดินจากไป กลิ่นน้ำหอมที่ติดอยู่ปลายจมูกทำให้อยากจะอาเจียนให้ได้ ผมมองหน้าไอ้คริสอย่างคาดโทษที่เมื่อกี้หลอกด่าผมกับนับดาว ก่อนจะหยิบมือถือเครื่องหรูออกจากกระเป๋าและพิมพ์ข้อความส่งให้ใครบางคน คำว่า Read ที่แสดงให้เห็นว่าปลายทางได้อ่านแล้วทำให้ผมกระตุกยิ้ม ‘มาหาฉันที่หน้าห้องน้ำ ไม่อย่างนั้นทุกคนได้รู้แน่ว่าเราเป็นอะไรกัน’ฉันไม่คิดว่ามาเฟียงี่เง่าหรอกนะ เพราะถ้าฉันต้องมายืนฟังอดีตคนที่แฟนเคยรักกับแฟนคุยกันแบบนี้ฉันก็ไม่พอใจเหมือนกันนั่นแหละ “ฉันก็มาเยี่ยมคุณย่าเหมือนกัน” “คุณย่าเข้าไปพักผ่อนแล้ว ไว้มาวันหลัง” มาเฟียเป็นคนตอบ คริสทำหน้าเสียดายเล็กน้อย ก่อนจะหันมาพูดกับฉันต่อ “นับดาวมานานหรือยัง วันนี้ฉันเห็นเธอที่ชมรมถ่ายภาพด้วย เรียกแล้วแต่เธอไม่ได้ยิน เพิ่งรู้ว่าเธออยู่ชมรมนั้นด้วย แบบนี้ต้องถ่ายรูปสวยมากใช่ไหม” “ก็ถ่ายได้ระดับหนึ่งน่ะ” เพราะว่าชอบคริสนั่นแหละเลยเข้าชมรมถ่ายภาพ เพราะจะได้รู้เทคนิคถ่ายภาพดี ๆ ไปถ่ายภาพเขา แต่อยู่ไปอยู่มาก็เริ่มรู้สึกว่ารักการถ่ายรูปจริง ๆ เลยอยู่ยาวมาจนถึงตอนนี้ และเรื่องนี้ฉันจะไม่เล่าให้มาเฟียฟังเด็ดขาด “ดีเลย ฉันกำลังสนใจเรื่องถ่ายรูปเหมือนกัน ขอปรึกษาคนที่มีประสบการณ์หน่อยได้ไหม” “จะดีเหรอ ฉันไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอก” ไม่เก่งก็ส่วนหนึ่ง แต่ท่าทีของมาเฟียทำให้ฉันไม่อยากคุยกับคริสต่อเท่าไหร่ แต่ก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธออกไปตรง ๆ “แต่ก็น่าจะเก่งกว่าฉันที่ไม่เคยแตะกล้องเลย นะ...แค่พื้นฐานก็ได้” “แต่ว่า...” “เธอก็สอนมันหน่อยจะเป็นไรไป” เสียงมาเฟียที่เอ่ยแทรกทำให้ฉัน
Napdao Part . วันนี้เป็นอีกวันที่ฉันมาเยี่ยมคุณย่าของมาเฟีย ท่านร่างกายแข็งแรงขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังต้องฝึกเดินให้มาก ๆ เพื่อจะกลับมาเดินได้แข็งแรงตามปกติ ซึ่งการกายภาพต่าง ๆ จะมีนักกายภาพโดยเฉพาะมาดูแล แต่ถ้าวันไหนฉันมาเยี่ยมตอนที่ท่านกำลังทำกายภาพพอดี ฉันก็จะแย่งหน้าที่นั้นมาเป็นของตัวเอง แล้วก็จะโดนคุณย่าของมาเฟียบ่นจนหูชา วันนี้ก็เช่นกัน... “จุ้นจ้านไม่เข้าเรื่อง” “หนูแค่อยากดูแลคุณย่านี่คะ หนูทำเป็น ถามคุณนักกายภาพก็ได้ค่ะว่าหนูทำถูกหรือเปล่า” ฉันหันไปหานักกายภาพที่ยืนอยู่ไม่ไกลก่อนจะเอ่ยถาม “ฉันทำถูกใช่ไหมคะคุณหมิว” “ถูกแล้วค่ะคุณนับดาว” “เห็นไหมล่ะคะ” “ต่อปากต่อคำเก่งนักนะ” ท่านดุไม่จริงจังนัก แต่สุดท้ายก็ยอมทำตามที่ฉันบอกแต่โดยดี ช่วงเวลาของกายภาพจบลงไปท่ามกลางเสียงเถียงกันของฉันกับคุณย่า ซึ่งบางครั้งก็ทำให้คนในบ้านยิ้มออกมา ฉันจะถือว่ามันเป็นเรื่องราวดี ๆ ก็แล้วกัน... “โทรมาไม่รับ” เสียงทุ้มที่คุ้นหูทำให้ฉันหันกลับไปมอง มาเฟียที่อยู่ในชุดนักศึกษาไม่ได้สุภาพมากนักยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนที่ร่างสูงจะเดินเข้ามาหา และเอ่ยทักคุณย่าที่นั่งพักอยู่ “สวัสดีครับคุณย่า วันนี้เ
Mafia Part . ผมชะเง้อมองประตูที่ยังคงนิ่งเงียบหลายครั้ง นับดาวหายออกไปนานแล้วและยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมา มือถือของเธอก็ทิ้งไว้ที่นี่ อยากจะลุกไปดูก็กลัวว่าย่าจะตื่นมาแล้วไม่เจอใคร เพราะพยาบาลที่คอยเฝ้าเวลาผมไม่ว่างขอตัวไปทานข้าว ที่นับดาวต้องออกไปใช้ห้องน้ำข้างนอกเพราะคุณย่าเริ่มใช้ห้องน้ำได้แล้ว และคุณหมอไม่อยากให้ท่านใช้ห้องน้ำร่วมกับญาติเพื่อป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ ซึ่งมันไม่ใช่ปัญหาอะไรเพราะห้องน้ำรวมก็อยู่ไม่ไกลมากนักและสะอาดสะอ้านดี แต่พอนับดาวหายไปแบบนี้ผมก็เริ่มรู้สึกว่ามันเป็นปัญหาขึ้นมาแล้ว สงสัยคงต้องย้ายคุณย่าไปที่ห้องที่มีห้องนอนญาติและห้องน้ำญาติแยกต่างหากเพื่อความสะดวกสบายของทั้งคนป่วยและคนเฝ้า “ชะเง้อคอมองอะไรมาเฟีย” เสียงแหบแห้งที่ดังขึ้นทำให้ผมหันกลับไปมอง คุณย่าตื่นแล้วและกำลังจ้องมองมาที่ผม ผมขยับเข้าไปปรับเตียงให้ท่านได้กึ่งนั่งกึ่งนอน ท่านจะได้ไม่เมื่อยและปวดตัว “เปล่าครับ” “มองหาแฟนเหรอ หายไปไหนเสียล่ะ” “ไปเข้าห้องน้ำครับ แต่ไปนานแล้ว ก็เลยเป็นห่วง” “รักกันดีนะ” คุณย่าพูดขึ้นเหมือนพูดลอย ๆ ดวงตาท่านไม่ได้มองมาที่ผมด้วยซ้ำ ผมจึงได้แต่นั่งเงียบเพราะไม่ร
Napdao Part . สวนของโรงพยาบาลคือที่ ๆ หญิงสาวคนนั้นเดินนำลงมา ฉันถอนหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นว่ามันคือที่สาธารณะ ฉันอาจจะดูหนังมากไปหน่อย แต่มันก็อดกังวลไม่ได้ว่าอีกฝ่ายจะมาดีหรือมาร้าย เพราะตอนนี้ฉันก็ไม่ต่างอะไรจากผู้หญิงนิสัยไม่ดีที่กำลังแย่งคู่หมั้นของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง ถ้าเธออยากเอาคืนก็ไม่แปลก “คุณนับดาว” “คะ" “คุณคบกับพี่มาเฟียมานานหรือยังคะ” ใบหน้าสวยหวานจ้องมองมาที่ฉันอย่างนิ่งเรียบ สายตาคู่นั้นมันราบเรียบจนฉันเดาไม่ถูกว่าเธอมาดีหรือมาร้าย หรือกำลังต้องการอะไรกันแน่ “ถามทำไมคะ” ฉันเองก็มองหน้าอีกฝ่ายไม่ละสายตาเช่นกัน พยายามเก็บซ่อนความกังวลไว้ข้างในเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายรับรู้ “ฉันถามไม่ได้หรือคะ” เธอเอียงหน้าเล็กน้อยเหมือนกำลังสงสัย “ในฐานะ...คู่หมั้นของแฟนคุณ” คำว่าคู่หมั้นที่เธอใช้ตอกหน้าทำให้ฉันหน้าชา ใช่สิ ฉันลืมไปได้ยังไงว่าอีกฝ่ายคือคู่หมั้น คือคนที่มาก่อนหน้าฉันตั้งหลายปี “รู้จักกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง คบกันได้เดือนเดียวค่ะ” ฉันตั้งใจเล่าข้ามเรื่อง Friend With Benefit ไป มันไม่จำเป็นต้องพูดถึงให้ตัวเองเสียหายนี่ “ฉันถูกวางตัวให้เป็นคู่หมั้นพี่มาเฟี
“หนูขอโทษค่ะที่เสียมารยาท” ฉันยกมือไหว้อีกฝ่ายอย่างงดงามสมกับเป็นดาวมหาวิทยาลัยที่เป็นหน้าเป็นตาให้กับสถาบัน “คุณย่าอย่าเพิ่งโมโหหนูเลยนะคะ เพิ่งจะฟื้นเมื่อวาน หนูไม่อยากให้คุณย่าป่วยอีก” “...” คุณย่าไม่ตอบ ท่านหันหน้าไปอีกทางอย่างไม่ต้องการจะพูดคุยกับฉันอีก ฉันหันไปมองมาเฟียที่ส่งยิ้มจาง ๆ มาให้ เห้อ ดูท่างานนี้จะยากมากจริง ๆ ก๊อก ก๊อก “อาหารเช้าค่ะ” เจ้าหน้าที่เข็นอาหารเช้าเข้ามาในห้อง ตอนนี้แปดโมงแล้วคงได้เวลาอาหารเช้าพอดี เจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม เธอจัดการโต๊ะที่ใช้ทานอาหารเสร็จก็ปรับเตียงให้คนป่วยเพื่อที่จะได้นั่งทานได้สะดวก คุณย่าเลยต้องยอมหันกลับมาเพื่อจัดการอาหารอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่านปรายตามองฉันแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปสนใจอาหารตรงหน้าเหมือนฉันไร้ตัวตน แกร๊ง! “คุณย่า” “คุณย่า!” ทั้งฉันและมาเฟียเอ่ยเรียกอีกฝ่ายพร้อมกันเมื่อท่านทำช้อนหล่น เพราะร่างกายที่ยังไม่แข็งแรงมากนักทำให้มือไม้ท่านอ่อนแรงและใช้งานได้ไม่เต็มร้อย มาเฟียทำท่าจะเข้าไปดูแลท่าน แต่ฉันดึงแขนหนาเอาไว้พร้อมส่งสายตาไปว่าให้ฉันจัดการเอง ซึ่งมาเฟียก็พยักหน้ารับทั้ง ๆ ที่ยังดูกังวลไม่น้อย “หนูช่วยนะคะ” “ไม
Napdao Part . เราใช้เวลาหลังจากเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยกันโดยที่ไม่มีเซ็กส์เข้ามาเกี่ยวข้อง เรานอนกอดกัน และพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องที่ต่างคนต่างพบเจอระหว่างที่แยกห่าง และนั่นทำให้ฉันรู้ว่าคุณย่าของมาเฟียเข้าโรงพยาบาลในวันเดียวกับที่เราทะเลาะกัน “ท่านเป็นอะไรมากหรือเปล่า” “เส้นเลือดในสมองแตก ต้องผ่าตัด” “...” ฉันได้แต่มองหน้าอีกฝ่ายด้วยความกังวล ฉันไม่รู้อะไรเลย ไม่ได้อยู่เคียงข้างในช่วงเวลาที่เขาทุกข์ที่สุด แถมยังเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มาเฟียเครียดด้วยซ้ำ “ทำหน้าแบบนั้นทำไม มันผ่านมาแล้ว ตอนนี้ย่าฉันดีขึ้นมากแล้ว" มาเฟียกดนิ้วโป้งลงบนหัวคิ้วของฉันเพื่อให้มันคลายออก "วันนี้ท่านฟื้นขึ้นมา และหมอก็บอกว่าท่านจะกลับมาเป็นปกติ แต่อาจจะต้องใช้เวลาซักระยะในการฟื้นตัว” “ฉันเสียใจ...ที่ฉันไม่รู้อะไรเลย” “ไม่เป็นหรอก มันผ่านมาแล้ว” มาเฟียรั้งคอฉันเข้าไปหา ก่อนจะกดจูบลงบนหน้าผากของฉันหลายครั้ง “พรุ่งนี้ไปเยี่ยมท่านไหม ฉันอยากแนะนำเธอให้ท่านรู้จัก” “จะดีเหรอ ท่านอาจจะไม่ชอบฉัน ไหนจะคู่หมั้นนายอีก” “ถ้าเราอยากคบกัน เราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้” มาเฟียมองฉันด้วยสายตาจริงจัง ก่อนจะจับม







