Mag-log inฉันกลับเข้ามาในห้องมานั่งล้อมวงกับพวกไอ้คีนที่กำลังเล่นไพ่กินตังค์กันอย่างเมามัน
ถึงแม้ว่าเรื่องเงินจะไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับพวกมัน แต่การเล่นไพ่ที่มีเงินเป็นเดิมพันก็ทำให้บรรยากาศครึกครื้นเฮฮามากกว่าการนั่งกระดกเบียร์เฉยๆ ไม่ใช่เหรอ ส่วนธามยังยืนดูดบุหรี่อยู่ที่ระเบียงห้อง
“ไปทำห่าอะไรของมึงที่ระเบียงตั้งนาน” เป็นวินด์ที่ถามฉัน
“ปกติของมันป้ะ ไอ้เฟย์ก็ไปนั่งแดกเบียร์ที่ระเบียงประจำ” และเป็นเหนือที่ตอบคำถามให้
ส่วนคีนไม่ได้สนใจอะไรฉัน มันแค่ชำเลืองมองมาแป๊บเดียวแล้วเลื่อนสายตาไปที่ระเบียงด้านหลังห้องก่อนจะก้มลงมองโทรศัพท์ที่มีแชตเด้ง ติ้ง! ติ้ง! ทุกสองวินาที
เด้งทีมันก็วางไพ่แล้วตอบแชตที แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เพราะคีนเป็นอย่างนี้มาสักพักแล้ว ห่างเมียต้องแชต ไม่แชตก็คุยโทรศัพท์ ทำอย่างกับเมียเป็นอากาศที่ขาดไม่ได้ แต่ก็อย่างว่าแหละ น้องเกลน่ารักออกปานนั้น ไอ้คีนจะคลั่งรักอย่างกับโดนน้องเกลทำของใส่ก็ไม่แปลก
“แล้ววันนี้น้องเกลทำไมไม่มา”
“พรุ่งนี้สอบ” คีนเงยหน้าขึ้นมาตอบฉันแล้วก้มพิมพ์แชตคุยกับเมียมันต่อ
ส่วนฉันก็หยิบขวดเบียร์มาเปิดแล้วยกขึ้นดื่ม แต่ไม่ได้ดื่มอะไรมากมาย ดื่มแค่อึกสองอึกแล้วก็วางขวดลง ฉันเลิกทำหน้าซังกะตายพร้อมซุกซ่อนอารมณ์หม่นหมองไว้ภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้มอย่างไอ้เฟย์คนเดิมก่อนจะสุมหัวเล่นไพ่กับเพื่อนอย่างไม่มีพิรุธใดหลุดออกมาให้เห็นว่าวันนี้อารมณ์ฉันมันเทาเข้มแค่ไหนกับเรื่องที่ธามพาน้องกริ๊งมาเปิดตัวกับพวกเรา
แต่ก็ช่างแม่งเถอะ!
จะเปิดตัวใครก็แล้วแต่ดิ
03.35 น.
ฉันมองเวลาที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอสมาร์ตโฟนตกรุ่นที่ใช้มาตั้งแต่ปีหนึ่ง จนตอนนี้ฉันอยู่ปีสี่แล้วก็ยังใช้มัน ถึงแม้ว่าเจ้าโทรศัพท์นี่จะเริ่มรวน ฉันก็ตัดใจทิ้งแล้วซื้อใหม่ไม่ได้ ไม่ใช่ว่าที่บ้านไม่มีเงิน แต่ฉันมันงก อะไรที่ยังใช้ได้อยู่แล้วจะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม
“ไม่นอนห้องกูอ้ะ ดึกแล้วอย่ากลับเลย อันตราย”
ไอ้วินด์มันเว่อร์แบบนี้ประจำ อันตรายอะไร ลืมไปหรือเปล่าว่าห้องฉันอยู่ต่ำกว่าห้องมันแค่สองชั้นเอง
“กูลงลิฟต์ไปแค่สองชั้นก็ถึงห้องแล้วไหม กูจะกลับไปอาบน้ำ กูเหนียวตัว”
“งั้นกูไปส่ง”
ฉันมองหน้าวินด์ และมันก็กำลังจ้องฉันเหมือนกัน รู้เลยว่าต่อให้ปฏิเสธว่าไม่ ไอ้บ้านี่ก็คงดึงดันจะตามไปส่งฉันอยู่ดี มันก็เป็นอย่างนี้ประจำแหละ พ่อคนดีของเฟย์ “มึงนี่ก็เหลือเกิน เออๆ ไปก็ไป”
แต่ก่อนที่ฉันกับวินด์จะเดินออกจากห้อง หางตาฉันก็เหลือบไปเห็นหน้าหล่อๆ ของธามเข้าซะก่อน ฉันเลยยิ้มให้มัน “น้องกริ๊งหลับแล้วเหรอ”
วันนี้เด็กนั่นนอนนี่ นอนห้องเล็กในคอนโดฯ ของวินด์ ส่วนคีน เหนือ วินด์นอนห้องใหญ่ซึ่งเป็นห้องเจ้าของคอนโดฯ นั่นแหละ
แต่กับธาม.. ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะนอนไหน แต่จะนอนไหนก็ช่างหัวมันเถอะ มันไม่ใช่ผัวฉันซะหน่อย
“หลับแล้ว แล้วนี่มึง?”
“กูจะกลับห้อง”
“กูจะไปส่งมัน” วินด์บอกธามเมื่อเห็นสายตาธามเลื่อนไปหยุดอยู่ที่มัน
“งั้นกูไปแล้วนะ เหนียวตัว อยากอาบน้ำ” ฉันบอก ธามอย่างที่บอกวินด์ในตอนแรก
“อือ”
Tham Talk
ผมยืนมองเพื่อนทั้งสองจนกระทั่งประตูห้องบานใหญ่ปิดลง หลังจากที่เฟย์กับไอ้วินด์เดินออกไป ผมบอกตรงๆ ว่ารู้สึกหนักใจชะมัดกับทุกอย่างที่กำลังเป็นอยู่
ห้องเฟย์อยู่ชั้นยี่สิบเก้า ส่วนห้องไอ้วินด์อยู่ชั้นสามสิบเอ็ด คอนโดฯ นี้เป็นคอนโดฯ แบบ High-Rise ระบบรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยม ลิฟต์ที่ใช้โดยสารขึ้นลงอาคารก็เป็นลิฟต์แบบล็อกชั้น ต้องใช้คีย์การ์ดสแกนเพื่อให้ไปถึงชั้นของผู้พักอาศัยโดยตรงโดยไม่สามารถ เข้า-ออกชั้นอื่นที่ไม่ใช่ชั้นของตัวเองได้ เพราะฉะนั้นเรื่องความปลอดภัยภายในคอนโดฯ จึงไม่น่าห่วง
ดังนั้นก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ไอ้วินด์ต้องเดินไปส่งเพื่อนอย่างเฟย์ นอกจากว่ามันคิดอะไรกับเฟย์มากกว่าเพื่อนและอยากหาโอกาสใกล้ชิด
นอกจากเรื่องที่เพื่อนรู้ว่าเฟย์ชอบผม ผม ไอ้คีน ไอ้เหนือ ต่างก็รู้ว่าวินด์มันชอบเฟย์ ก็มีแต่เฟย์ที่ไม่รู้ว่าไอ้วินด์คิดยังไง หรืออาจจะรู้แต่ไม่พูด
แต่ก็ไม่มีใครในกลุ่มพูดอะไรเกี่ยวกับความรู้สึก ยุ่งเหยิงของเราสามคน เพราะพวกเราสนิทกัน เลยไม่อยากให้มีปัญหา ซึ่งมันคงจะไม่เป็นปัญหา ถ้าเฟย์แค่ชอบผม แต่เราสองคนไม่ได้เอากัน
แต่นี่.. ผมเอามันทำเมียแล้วไง
“ไอ้วินด์ไปส่งเฟย์?” คีนที่พึ่งไปกลับเข้าห้องหลังจากไปดูดบุหรี่ที่ระเบียงถามผม
“อือ”
“มึงว่าเฟย์จะรู้ไหมว่าวินด์คิดยังไงกับมัน”
“กูจะไปรู้ไหมล่ะ กูไม่ใช่เฟย์ซะหน่อย”
“ก็นึกว่ามึงรู้ เห็นพักหลังมึงไปไหนมาไหนกับเฟย์บ่อย” มันจ้องหน้าผม สายตามันเหมือนกับว่ารู้อะไรมา
“เพื่อนกัน ไปไหนด้วยกันไม่เห็นแปลก” คีนเสยผมที่ปรกหน้าหล่อๆ ของมันขึ้นแล้วหยิบบุหรี่ส่งให้ผม ส่วนตัวมันเองก็จุดอีกม้วนเพื่อดูดเหมือนกัน
“ถ้ามึงไม่คิดจริงจังกับเฟย์ อะไรที่ทำอยู่ตอนนี้กูแนะนำว่าให้หยุดซะ กูไม่อยากให้พวกมึงสามคนมีปัญหา ยังไงพวกเราก็เพื่อนกัน”
คิ้วผมขมวดเข้าหากันเมื่อได้ฟังที่ไอ้คีนพูด “มึงรู้อะไรมา”
“แล้วมึงมีอะไรปิดบังพวกกูอยู่บ้างล่ะ”
“มึงรู้เรื่องกูกับเฟย์?”
“อือ”
ผมใช้นิ้วคลึงขมับ รู้สึกเครียดขึ้นมา “ใครรู้เรื่องนี้บ้าง ไอ้เหนือ? ไอ้วินด์?”
“แค่กู”
“แล้วมึงไปรู้จากไหน” ผมมั่นใจว่าไม่ใช่จากเฟย์แน่ เพราะพวกผมตกลงกันแล้วว่าจะเก็บเรื่องนี้กันไว้แค่สองคน
“สองวันก่อนกูไปห้องเฟย์ กูเห็นเสื้อมึงอยู่ในตะกร้าเสื้อผ้ามัน”
“แล้วทำไมมึงถึงคิดว่ากูกับเฟย์มีอะไรกัน”
“ไม่ใช่แค่เสื้อที่กูเห็น ยังมีกางเกงในที่เลอะคราบน้ำมึงด้วยไอ้สัส”
เป็นอีกครั้งที่ผมถอนหายใจ “อย่าบอกเรื่องนี้กับใคร กูขอ”
“เออ! กูไม่บอกหรอก แล้วมึงจะเอายังไงเรื่องเฟย์”
“ก็ไม่เอาไง พวกกูตกลงกันว่าแค่กินกันแต่ไม่ผูกมัด”
“โห้! มึงก็รู้นี่ว่าเฟย์มันชอบมึง มึงทำอย่างนี้ไม่ให้ความหวังมันไปหน่อยเหรอวะ แล้วยังน้องกริ๊งอีก”
“น้องกริ๊งก็กำลังคุยไง แต่กับเฟย์.. กูพลาดเลยเลยตามเลย” ที่ผมพูดออกไปตรงๆ เพราะผมคิดว่าบริเวณนี้มีแค่ผมกับไอ้คีน ไม่นึกเลยว่าหางตาจะเหลือบไปเห็น ร่างเล็กของใครบางคนที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ไกล
“เฟย์..”
ไม่ใช่เสียงผม แต่เป็นไอ้คีนที่เรียกเฟย์
“เฟย์..” คราวนี้เป็นผมที่เอ่ยชื่อเฟย์ออกมา
“กูลืมโทรศัพท์ งั้นกูกลับห้องก่อนนะ” เฟย์ชูโทรศัพท์ในมือขึ้นให้ผมดูแล้วหันหลังเดินตรงไปยังประตูทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ผมได้พูดอะไรสักคำ
“ฉิบหายแล้วไหมไอ้ธาม กูว่าแม่งเฟย์ได้ยินหมดแล้วแน่ๆ แล้วอย่างงี้มึงจะเอาไง”
ผมมองประตูห้องที่พึ่งปิดลง ไม่ได้ตามเฟย์ไปเพื่ออธิบายเรื่องที่มันได้ยินผมพูด “เฟย์รู้อยู่แล้วว่ากูคิดยังไงกับมัน ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรกันอีก”
“พูดงี้หมายความว่ามึงจะปล่อยเบลอว่างั้น โห้! ไอ้เหี้ย มึงใจร้ายเกินไปไหมวะ มึงได้มันแล้วนะโว้ย อย่างน้อยก็ควรแคร์เฟย์หน่อยไหมวะ”
สายตาคีนดูเคืองผมอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่แปลก เพราะเฟย์ก็เพื่อนมัน
“เออ! กูยอมรับว่ากูใจร้าย” ผมอัดบุหรี่เข้าปอดแล้วพ่นออกมา ใช่ว่าผมจะไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องที่เฟย์ดันมาได้ยินที่ผมพูด ผมกังวลอยู่ไม่น้อยว่ามันจะโกรธไหม แต่ให้ทำไงได้ เฟย์ต้องเข้าใจว่าระหว่างผมกับมันแค่ friend with benefits ไม่ใช่เมียจริงๆ
End Tham Talk
"เปล่า" ฉันคว้าเดรสสีชมพูที่แขวนอยู่ในตัวเสื้อผ้าแล้วพาตัวเองไปที่ห้องน้ำด้วยความหงุดหงิดที่ไอ้ธามไม่ทำอะไร "ชิ! คนอุตส่าห์เคลิ้ม คอยดูนะ ครั้งหน้าแม่จะเล่นตัวซะให้เข็ด"ไม่นานฉันก็ออกจากห้องน้ำ เปลี่ยนจากชุดทำงานเป็นเดรสสีชมพูหวาน ทั้งยังปล่อยให้ผมยาวสลวยพลิ้วไหวเคลียคลอไปกับแผ่นหลังบาง"สวย" ธามมองฉันตาเยิ้ม เล่นเอาฉันเขินจนไปไม่เป็น"เฮ! อย่ามองแบบนี้ดิ""ก็เฟย์สวย" พ่อน้องฟางคว้าเอวฉันให้นั่งลงบนตัก "สวยมาก สวยจนทำธามใจสั่นไปหมดแล้วรู้ไหม""ไม่คิดว่าธามจะพูดอะไรแบบนี้เป็นกับเขาด้วย" แต่ก่อนธามเย็นชาเข้าถึงยาก แต่ก็นั่นล่ะถึงทำให้ฉันตกหลุมรักพ่อน้องฟางเรียวปากบางหยักขยับยิ้มให้ฉัน เป็นยิ้มที่ส่งให้ดวงตาคู่คมสว่างเจิดจ้า แถมยังทำให้ฉันได้เห็นรอยตีนกาที่หางตาธามอีกด้วย "พรุ่งนี้ก็สามสิบแล้วสินะธาม""ใช่ สามสิบแล้ว อายุเหมาะสมที่จะมีครอบครัว""หาแฟนสิ ถ้าอยากแต่งงาน" ธามมองฉันแล้วอมยิ้ม"ก็นั่งอยู่บนตักนี่ไงแฟนธาม""ขี้ตู่ เฟย์ไปเป็นแฟนธามตั้งแต่ตอนไหน""เป็นตั้งนานแล้ว รู้ไหมตอนที่ธามอยู่เมืองนอก เวลามีคนถามว่ายูมีแฟนไหม ธามก็บอกว่า แฟนไอชื่อเฟย์""ง้ะ! ได้ไง ธามยังไม่เคยขอเฟย์เป็นแ
“ธามไม่เหลือใครแล้วนะเฟย์ เฟย์อย่าทิ้งธามไปเหมือนที่แม่ทิ้งธามไปได้ไหม” ไม่รู้หรอกว่าธามถูกผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าแม่ทำอะไรไว้บ้าง แต่คงสาหัสสากรรจ์จนฉันไม่อยากจินตนาการถึง“อื้อ เฟย์จะอยู่ตรงนี้ อยู่กับธาม” ฉันกอดธามแน่นกว่าเดิม “ไม่ต้องห่วงนะ เราจะมีกันและกัน มีธาม มีน้องฟาง มีเฟย์ มีเราสามคน ดีไหมธาม”“ดี” ธามซุกหน้าเข้าหาอกฉันเหมือนลูกน้องตัวน้องที่ต้องการหาที่พึ่ง ซึ่งฉันก็ไม่คิดปฏิเสธ ที่ฉันพูดกับแม่ธามไปว่าพ่อน้องฟางเป็นคนในครอบครัวที่ฉันต้องปกป้องดูแล ไม่ได้จะพูดเอาเท่ส์อะไร แต่หมายความตามที่ปากพูดออกไปจริงๆ “ธามโชคดีที่มีเฟย์อยู่ข้างกัน”“แล้วที่ผ่านมา.. ธามต้องเจออะไรแบบนี้บ่อยไหม”“ทุกครั้งที่แม่มาหา” ฉันสะเทือนไปทั้งอก สงสารพ่อของลูกจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวครอบครัวฉันแม้ฐานะไม่ได้ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี ทว่าก็มีความรักความอบอุ่นให้กันและกันจนล้นเหลือ ซึ่งคงตรงกันข้ามกับธาม ธามที่มีเพียงท่านธนัส พ่อที่แบกรับทุกอย่าง ทั้งความเสียใจจากภรรยา และดูแลลูกชายคนเดียวเพียงลำพัง“อาทิตย์หน้าพ่อแม่เฟย์จะมาเยี่ยมเฟย์กับพี่ชายที่กรุงเทพฯ ชวนพ่อธามมากินข้าวที่บ้านเฟย์ดีไหม แม่เฟย์ทำอาหารอร่อยนะ”
เพราะอย่างนี้เองสินะที่ตลอดมาทำไมธามไม่เคยเล่าเรื่องแม่ให้ฉันฟัง ทั้งที่กับเจ้าสัวธนัสเอง ธามมักเล่าเรื่องท่านให้ฉันกับน้องฟางฟังอยู่บ่อยๆ“ไม่ว่าลูกจะพูดยังไง ลูกก็คือลูกของแม่ เป็นสมบัติของแม่ แม่สั่งให้ทำอะไร ลูกก็ต้องทำ!”“พอสักทีเถอะค่ะ ธามไม่ใช่สมบัติของคุณ และธามก็ไม่จำเป็นต้องทำตามทุกเรื่องที่คุณสั่ง ชีวิตธามเป็นของธามเอง ไม่ใช่ของใคร” ในฐานะที่ฉันเองก็มีลูก ฉันไม่เคยคิดจะขีดเส้นทางให้ลูกเดิน ลูกมีสิทธิ์เลือกชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ แม่อย่างฉันขอแค่สองอย่าง หนึ่งคือลูกต้องปลอดภัย และสองคือขอให้ลูกมีความสุขโดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร“แล้วเธอมายุ่งอะไรด้วย ฉันจะคุยกับลูกชายฉัน”“ธามเป็นลูกชายคุณหญิงก็จริง แต่ก็เป็นพ่อของลูกสาวดิฉันด้วย ถือเป็นคนในครอบครัวที่ดิฉันต้องปกป้อง” นาทีต่อให้เป็นแม่ธามฉันก็ไม่สนใจอะไรแล้ว ป้าทรงผมกะบังลมนี่ถือสิทธิ์อะไรกันมาสั่งให้ธามทำตามที่ตัวเองต้องการ มิหนำซ้ำยังพูดออกมาได้ว่าธามเป็นสมบัติของตัวเอง “ดิฉันว่าสิ่งที่คุณหญิงควรทำ ไม่ใช่การมาบังคับลูกชาย แต่เป็นการฝึกจิตใจตัวเองให้สงบ อ้อ! แล้วก็เข้าวัดทำบุญบ้างนะคะ จะได้เลิกฟุ้งซ่านแล้วก็ไม่มีเวล
“ยังไงน้องฟางก็เป็นหลานคุณท่านนะคะ”“ฉันไม่นับคนที่มีสายเลือดผู้หญิงต่ำต้อยอย่างเธออยู่ครึ่งหนึ่งว่าเป็นหลานหรอกนะ”“คำก็ต่ำต้อย สองคำก็ไม่คู่ควร แล้วท่านสูงส่งมาจากไหนเหรอคะ” ถ้าไม่นับเสื้อผ้าที่สวมใส่ เครื่องประดับที่อยู่บนร่างกาย พวกเราก็คนเหมือนกัน ไม่ใช่นางฟ้าหรือเทวดามาจากไหน“ฉันเป็นผู้ดี สังคมฉันกับพวกเธอมันคนละระดับกัน พูดไปเธอก็คงไม่เข้าใจ แต่เอาเป็นว่าฉันไม่ยอมรับเธอกับลูกมาร่วมวงตระกูล”“ได้ค่ะ ดิฉันเองก็ไม่ได้อยากจะร่วมวงตระกูลกับคุณท่านเหมือนกัน” ถึงจะเป็นแม่ธาม แต่มาพูดกับฉันอย่างนี้ก็เหลืออดเหมือนกัน“จำคำพูดของตัวเองไว้ให้ดี แล้วก็จำใส่กะโหลกไว้ด้วยว่าเธอไม่คู่ควรกับลูกชายฉัน ฉันไม่ว่าถ้าธามจะหาเศษหาเลยกับเธอบ้าง แต่ถ้าถึงขั้นจะเอาเป็นเมีย ฉันไม่มีวันยอมเด็ดขาด”“มีอะไรหรือเปล่าเฟย์” ธามที่พึ่งประชุมเสร็จถามฉันก่อนเดินเข้าห้องเพียงแค่อารมณ์ฉันเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ธามก็จับสังเกตได้ พ่อน้องฟางใส่ใจฉันเสมอ แต่ถึงอย่างนั้น คนต่ำต้อยอย่างฉันก็ไม่ควรเพ้อพกไปไกลว่าสักวันจะได้ลงเอยกับคุณชายผู้สูงส่ง เพราะหม่อมแม่ของธามคงไม่มีวันยอม“เปล่านี่ แม่ธามรออยู่ในห้องน่ะ รีบเข้าไปเ
ช่วงแรกธามให้ฉันฝึกงานกับคุณพิทักษ์ไปก่อน พอเป็นงานแล้วค่อยให้แบ่งหน้าที่กันว่าใครจะรับผิดชอบส่วนไหน การทำงานที่ทีกรุปแตกต่างไปจากลาลิลพร็อพเพอร์ตี้มาก ที่นี่เป็นระบบมากกว่า และไม่มีระบบอุปถัมภ์ พนักงานทุกคนล้วนแล้วแต่เข้าทำงานด้วยความสามารถที่ตัวเองมี เพราะอย่างนี้บริษัทถึงได้ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ไม่เหมือนบริษัทเก่าฉันที่นับวันยิ่งถอยหลังลงคลอง“เดี๋ยวผมจะให้คุณเฟย์ทำงานเอกสารง่ายๆ ก่อนนะครับ พอเข้าใจระบบแล้วค่อยไปขั้นต่อไป”“ได้ค่ะ” ฉันทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างที่เต็มที่ให้สมกับเงินเดือนที่ได้รับ ซึ่งมากกว่าที่เดินถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ชั้นผู้บริหารไม่ใช่ใครจะเข้าจะออกได้ง่ายๆ แต่พอฉันก้มหน้าทำงานไปได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงของใครบางคน พอเงยหน้าขึ้นมองจึงได้เห็นว่าเป็นผู้หญิงนิรนามที่อยู่ในช่วงวัยกลางคน ทว่าหน้าตายังสวยราวกับสาวอายุสามสิบกลาง“สวัสดีครับคุณสินี” ฉันรีบลุกขึ้นพร้อมพิทักษ์แล้วทำความเคารพผู้มาเยือนตามเลขานุการรุ่นพี่ ผู้หญิงท่าทางผู้ดีมองฉันเพียงหางตาก่อนเชิดหน้าขึ้นอย่างคนถือตัว “บอสเข้าประชุมอยู่ครับ”“นานไหม”“น่าจะประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมงได้ครับ ยังไงรบ
ตั้งแต่ที่ฉันบอกผู้บริหารลาลิลพร็อพเพอร์ตี้ว่าไม่ได้เป็นอะไรธาม ฉันก็ได้รับการปฏิบัติต่างไปจากเดิม จากตอนแรกที่แทบจะหาม กลายมาเป็นอีเฟย์นางทาสที่ไม่มีใครเห็นหัวเหมือนก่อนหน้าที่ทุกคนจะรู้ว่าฉันเป็นแม่ของลูกธาม“ไม่ได้คบกันค่ะ พวกเราแค่เพื่อนกัน” นี่ฉันไม่ได้โกหกนะ ฉันกับธามเป็นเพื่อนกันจริงๆ“อ้อ! งั้นก็ไปทำงานเถอะ” สุพจน์โบกมือไล่ฉันเหมือนอย่างที่ประธานลาลิลพร็อพเพอร์ตี้เคยทำ ทั้งสองทำอย่างกับฉันเป็นหมูเป็นหมาเพียงเพราะฉันไม่ใช่ผู้หญิงของธามอย่างที่หลายคนเข้าใจฮึ่ม! หางานที่ใหม่ที่เงินเดือนดีๆ ได้เมื่อไหร่ แม่จะไปไม่ให้เห็นฝุ่นเลยคอยดูชีวิตแต่ละวันของฉันก็ผ่านไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีอะไรหวือหวา เช้าไปทำงาน ตกเย็นกลับบ้าน เสาร์อาทิตย์ก็ใช้เวลากับครอบครัว หมายถึงน้องฟางนะ ส่วนธามไม่เกี่ยว ถึงมันจะมาใช้เวลากับพวกเราสองแม่ลูกทุกวันก็เถอะ“แม่เฟย์ขา”“ขาลูกสาว” ฉันละสายตาจากงานตรงหน้าเพื่อพูดคุยกับลูกสาวที่ตอนนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาแล้ว “ทำไมยังไม่เปลี่ยนชุดอีกล่ะคะน้องฟาง”“น้องฟางชอบชุดนี้ น้องฟางชอบเป็นนักเรียน” ใช่ค่ะทุกคน น้องฟางกำลังเห่อชุดนักเรียน เห่อการเป็นนักเรียนชั้นประถม





![พื้นที่นี้มีคนเก่า [อ่านฟรี เป็นของขวัญปีใหม่]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

