Masuk“ถ้าเป็นผัวเก่าแล้วเหมือนหมาบ้าหวงเขาขนาดนี้ ไมไม่กลับไปวะ?”คำพูดดังเข้าโสตประสาทคนที่กระดกเหล้าอยู่ “รอให้มาง้อกูก่อน” ง้อแบบลึก ๆ ... เมื่อคนแบบ ‘เฮียสอง’ เจ้าของโรงงานเหล็กสุดหล่อปากหมาสันดานดิบต้องมาถูก ‘มินตรา’ เมียเด็กที่เขาหลงรักจนแทบคลั่งบอกเลิกแบบไม่ทันตั้งตัว กล้าดียังไงมาบอกเลิกเขา! เธอคิดว่าเมียเก่าคนโปรดมันเป็นกันง่าย ๆ หรือไง? เขาจะตามดูตามส่อง ตามแซะตามหวง ตามกวนเธอไม่ยอมรามือเลยคอยดูเถอะ! “ก็บอกเลิกกูเอง กูไม่มีวันง้อหรอกจะบอกให้ ยัยนั่นต่างหากที่ต้องเป็นคนคลานมาขอกู” “แม่งโคตรไม่หนุกเลยว่ะ นักร้องส้นตี_นั่นมันร้องท่อนหนึ่งว่าเมียเก่า” “อย่า ยุ่ง กับ คน ของ กู ค__”
Lihat lebih banyakHUMINGA nang malalim si Lauren at dahan-dahang gumapang sa buhangin papunta sa deck kung saan nakatali ang yate pabalik sa syudad ng Alveria. Ang mga mata niya ay alerto sa anumang galaw sa paligid na nababalot ng dilim. Tila barado ang daanan ng hangin papunta sa kaniyang dibdib dahil sa lakas ng tibok ng kaniyang pusong kanina pa niyang pilit na pinakakalma sa takot na baka ito ay marinig ng mga tauhan.
“Dalian niyo!!” Isang malakas na hiyaw ang umalingawngaw sa gitna ng katahimikan. Napapikit siya nang mariin at kinagat ang kaniyang labi habang ang mga luha niya ay patuloy na lumalandas sa kaniyang mga pisngi.
“Lauren!” bulong ng isang tinig. Luminga siya sa kaniyang likuran at nakita ang kapatid niyang si Paula, hindi man niya gaanong nakikita ang mukha nito, ay bakas ang takot sa kaniyang tinig. “Huwag kang hihinto, pagbilang ko ng tatlo sabay sabay tayong tatakbo, okay?”
Pinunasan ni Lauren ang kaniyang mga luha at tumango. Isang malalim na paghinga ang muli niyang pinakawalan sa hangin at muling ibinaling sa deck ang mga mata.
“Isa,” rinig niyang bulong ni Paula sa kaniyang likuran.
“Dalawa.” Natanaw niya ang mga tauhan na isa isa nang sumasampa sa yate. Dahan dahan siyang bumangon mula sa pagkakadapa.
“Tatlo!” Bago pa man matapos ni Paula ang salita ay tumakbo sila sa mabilis at kalkuladong paggalaw. Halos tumalon ang puso niya palabas ng kaniyang dibdib nang marating nila ang deck at walang ano ano’y sumakay sa yate nang hindi namamalayan ng mga tauhan.
Dali daling lumingon si Lauren upang tingnan kung nakasunod ba sila Paula, at halos mapasigaw siya sa saya nang makitang nasa likod niya na ang mga ito na hingal na hingal. Pinauna niya sila Paula sa bunker ng yate na nagsisilbing storage room.
Bago siya sumunod ay lumingon siyang muli sa isla at nakita ang isang lalaking nakatayo malapit sa mala-mansiyong bahay na nakatanaw sa kanila, ang lalaking dahilan kung paano sila nakatakas. Kahit sa gitna ng dilim, nakita niya ang kislap ng mga luha nito, at ang masayang ngiti habang pinanonood ang yateng palayo sa isla...
...palayo sa kaniya.
“มิน เสร็จยังครับ?” เสียงทุ้มมาพร้อมกับร่างสูงใหญ่เดินมาถามมินตราที่นั่งทำบัญชีอยู่ เธอกำลังขะมักเขม้นกับงานตรงหน้า จนไม่หันมามองหน้าเขา เพียงแต่ตอบกลับเสียงใสอย่างเช่นทุกครั้ง“อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้วค่ะ”“เหนื่อยไหม?”“อึก~” มินตราหยุดนิ่งสักพัก เพราะคนที่ถามเธอว่าเหนื่อยหรือไม่ก่อนหน้านี้ เขากำลังยืนเบียดและยัดเยียดเป้าตุง ๆ เข้ามาใกล้ ๆ มินตรา หญิงสาวกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากเมื่อส่วนนั้นสัมผัสที่ไหล่ของเธอมินตราหันไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่เขาพยายามถูไถไปมา ก่อนจะกล่าว… “มากกกกก มินขอเติมพลังหน่อยสิคะ”“ได้สิ”เพียงแค่เขาอนุญาตใบหน้าสวยก็ซุกเข้าตรงส่วนนั้น และสูดดมเป้ากางเกงเข้าเต็มปอด สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มพึงพอใจให้กับคนตัวโตแบบสุด ๆชอบจังเวลาเสนอปุ๊บเธอก็สนองปั๊บแบบนี้…“ฮะ ฮ่า ฮ่า” คนทำเองยังหัวเราะเองเลย ทั้งคู่ทำแบบนี้ได้นั่นก็เพราะห้องทำงานนี้มีแค่เขากับมินตราต่างหากเล่า เขาจะทำแบบไหนก็ย่อมได้นี่“ชื่นใจสุ
แต่คนแบบเฮียสองที่ไม่สนผีสนคนก็ไม่ทำอย่างอื่นนอกจากเอาใจมินตรา และคอยเสิร์ฟความหวานไม่หยุดหย่อน เรียกได้ว่าคลั่งรักจัด ๆ แถมตอนนี้เขายังทำตัวเหมือนหนุ่มน้อยเพิ่งจะหัดมีความรักครั้งแรก ทั้ง ๆ ที่ขัดกับสภาพหน้าตาดิบ ๆ เถือน ๆ ของเขาซะจริง“พี่ลืมของฝากให้ไอ้หมออยู่หลังรถน่ะ ฝากมินไปหยิบให้พี่หน่อยได้ไหม?” พอนั่งทานไปได้สักพักเขาก็สะกิดมินตรา“ได้สิค่ะ สบายมาก”มินตรารีบพยักหน้ารับคำทันที แค่ไปเอาของเท่านั้นสบายมาก มินตรารีบวิ่งไปที่รถที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก ก่อนที่เธอจะเปิดหลังรถโดยไม่คิดมาก แต่ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับทำเอาเธอแทบหยุดหายใจเธอเจอดอกไม้และป้ายสุขสันต์วันเกิด! ความรู้สึกตื่นเต้นดีใจจนกักเก็บสีหน้าไว้ไม่อยู่ หญิงสาวถึงกับกรี๊ดลั่น“กรี๊ดดดดด นะ นี่…”“สุขสันต์วันเกิดครับมิน” เสียงนั้นมาพร้อมกับร่างหนาที่เข้ามากอดเธอจากทางด้านหลัง เสียงเชียร์เบา ๆ จากอีกฝั่งเป็นหมอธีธัชและโบตั๋นที่คอยให้กำลังใจ ทำเอาเธออดน้ำตาคลอไม่ได้จริง ๆ“ฮึก~~ขอบคุณนะคะ” เธอลืมแม้กระท
เช้าวันถัดมา…“ตื่นแล้วเหรอ เราไปเก็บของกัน” เพียงแค่ลืมตาตื่นยังไม่ทันไรก็มีเสียงทุ้มแทรกเข้ามา มินตรายังคงทำหน้างง เธอเพิ่งจะตื่นนอนสติก็ยังไม่เข้ารูปเข้ารอยนัก“เก็บของ…เก็บของอะไรเหรอคะ?”“เก็บของบ้านนู้นไง” ของที่อุตส่าห์ทำทรงขนไป เขาอยากกลับมาอยู่ที่นี่ เพราะที่นี่เป็นบ้านที่ทั้งคู่ตัดสินใจซื้อไว้เป็นเรือนหอในอนาคต จริงสิ เขายังไม่ได้ขอมินตราแต่งงานเป็นจริงเป็นจังเลย“หืม?” หญิงสาวขมวดคิ้วเรียวเข้าหากันจนเป็นปม เธอยังไม่เข้าใจว่าของที่ว่านั้นคืออะไร? แต่แน่นอนว่าเขาไม่ยอมให้เธอได้สงสัยนาน รีบเฉลยให้เลยแล้วกัน“ไม่ต้องทำหน้างง ของที่พี่ขนไปนั่นแหละ จะขนกลับมาที่นี่”“เฮียจะกลับมาอยู่ที่นี่เหรอคะ”“เอ้า เรากลับมาคืนดีกันแล้วพี่ก็ต้องกลับมาอยู่กับเมียสิ แล้วนี่ก็บ้านของเรานะ”ปากหยักยกคว่ำอย่างคนงอแง ก็คืนดีกันแล้ว ปรับความเข้าใจกันเรียบร้อย เธอจะใจร้ายให้เขาไปอยู่บ้านนู้นงั้นเหรอ? ไม่มีทางซะหรอก เขาไม่ยอมจะอยู่กับเมียโว
เพราะรอยยิ้มสดใสประดับหน้าของสาวเจ้า ทำเอาเขาอดดีใจและอดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม เชื่อเถอะว่าเขามีความสุขได้ทุกครั้งเพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มของคนที่เขารัก แค่นี้ก็ทำเอาใจชื้นมือหนายกมือขึ้นขยี้ผมคนตัวเล็กอย่างเบามือ พร้อมกับทำหน้ายิ้ม ๆ อย่างคนมีความสุข ที่ตอนนี้ความสุขล้นออกหน้าออกตา แทบจะออกปากแล้วด้วยซ้ำ“ยังไม่บอกเลยว่าโดนว่ายังไง”“ก็…ป้าแกบอกว่ามินวาสนาไม่ถึงเฮีย วันที่เฮียควงสาวโชว์คนในซอยน่ะค่ะ”มินตรายังเอ่ยด้วยโทนเสียงที่ปกติ เธอว่าไปพลางยังควานหาลิปสติกที่หลุดมือ ท่าทีไม่เดือดร้อนใจ ต่างจากเขาที่หุบยิ้มแทบไม่ทัน เขาถึงกับหน้าชาไปทั้งแถบ ในใจก็พลันปวดจี๊ดขึ้นมามินตราต้องเสียใจมากแค่ไหนกัน….“มิน~ เฮียขอโทษ” ชายหนุ่มเอ่ยคำขอโทษเสียงอ่อนเขารู้สึกผิดที่ควงสาวเยาะเย้ยเธอหวังให้เธอเจ็บใจ ตอนนั้นคิดเพียงอยากเอาชนะเธอที่ทิ้งเขา ไม่คิดให้ดีเสียก่อน เขารู้แล้วว่าตอนนี้ความรักของเขาและมินตรา ไม่จำเป็นต้องหาผู้ชนะผู้แพ้สักหน่อยเขาไม่เอาอะไรแล้วก็ได้ นอกจากขอให้มินตรารักเขาและอยู่กับเ
“ฮือ ฮื่อ ขะ ขอโทษค่ะ~ ” มินตราร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน เขาจะทนเห็นเธอร้องไห้ขนาดนี้ได้อย่างไรไหว ชายหนุ่มรีบโอบกอดพร้อมกับปลอบโยนสาวเจ้าเสียงอ่อน“รอบที่เท่าไหร่แล้ว ไม่ร้องแล้ว ต่อไปนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเธอต้องบอกพี่เข้าใจไหม?”รอบที่เท่าไหร่เขาก็ไม่ชินสักคร
“พี่จะทำอะไร!? อย่าเข้ามานะ!”มินตรากลัวจนขวัญเสีย ใบหน้าสวยซีดเผือดไร้สีเลือดด้วยความตกใจกลัว หญิงสาวถอยหลังกรูจนชนกับกระถางต้นไม้ ตอนนี้ชายตรงหน้าทั้งสองทำเธอกลัวจนตัวสั่นแล้ว!“เรื่องเยอะจังวะ! จับมันลากเข้าบ้าน” ไอ้เวรสองคนนั้นมันกำลังจะลากเธอไปทำอะไร!
เขาลืมตัวรีบแสดงออกชัดเจน ท่าทีจริงจังและคำพูดของเขาทำให้หญิงสาวยกยิ้ม แม้จะเป็นรอยยิ้มน้อย ๆ แต่เธอก็ยิ้มให้เขา ดวงตากลมเริ่มสั่นไหวเพราะความร้อนที่เริ่มก่อขึ้นที่ขอบตา“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากจริง ๆ”ถ้าไม่มีเขาเธออาจจะนอนตายคาบ้านแล้ว…“เปลี่ยนจากคำขอ
หญิงสาวเดินฝ่าความมืดกลับมาบ้าน ตลอดการเดินกลับมาเธอไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด แต่มากกว่านั้นคือเธอรู้สึกโดดเดี่ยวเสียมากกว่ามันทั้งเหนื่อย ท้อ และไร้จุดหมายแบบสุด ๆ …กลับมาบ้านมินตราก็เพลียจัดมากแล้ว กว่าจะอาบน้ำเสร็จกว่าจะได้นอนพักก็ดึกดื่นค่อนคืน เปลือกตาปิดลงเพราะอาการเหนื่