เข้าสู่ระบบ“ถ้าเป็นผัวเก่าแล้วเหมือนหมาบ้าหวงเขาขนาดนี้ ไมไม่กลับไปวะ?”คำพูดดังเข้าโสตประสาทคนที่กระดกเหล้าอยู่ “รอให้มาง้อกูก่อน” ง้อแบบลึก ๆ ... เมื่อคนแบบ ‘เฮียสอง’ เจ้าของโรงงานเหล็กสุดหล่อปากหมาสันดานดิบต้องมาถูก ‘มินตรา’ เมียเด็กที่เขาหลงรักจนแทบคลั่งบอกเลิกแบบไม่ทันตั้งตัว กล้าดียังไงมาบอกเลิกเขา! เธอคิดว่าเมียเก่าคนโปรดมันเป็นกันง่าย ๆ หรือไง? เขาจะตามดูตามส่อง ตามแซะตามหวง ตามกวนเธอไม่ยอมรามือเลยคอยดูเถอะ! “ก็บอกเลิกกูเอง กูไม่มีวันง้อหรอกจะบอกให้ ยัยนั่นต่างหากที่ต้องเป็นคนคลานมาขอกู” “แม่งโคตรไม่หนุกเลยว่ะ นักร้องส้นตี_นั่นมันร้องท่อนหนึ่งว่าเมียเก่า” “อย่า ยุ่ง กับ คน ของ กู ค__”
ดูเพิ่มเติมบทนำ
“เฮียสอง!”
“อะไร? แค่นี้เธอจะทำไม?”
มินตรายืนตัวสั่น มือเธอบีบเข้าหากันแน่น ไม่สามารถบอกได้ว่าความรู้สึกเธอตอนนี้โกรธคนตรงหน้าหรือโกรธตัวเองกันแน่
“ถ้าพี่เมามากก็กลับไปเถอะ อย่ามาก่อกวนกันเลย นี่มันดึกมากแล้วนะคะ”
หญิงสาวกดเสียงต่ำ ร่างที่สวมเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวปิดบังผิวขาวละเอียดของสาวเจ้าไม่ได้เลยสักนิด ทำเอาคนเมาอดใจเหลือบมองไม่ได้ เขามองตั้งแต่เท้าจรดใบหน้าสวย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยโทนเสียงยียวนกวนบาทา
“เธอไล่ฉันกลับงั้นเหรอ บ้านนี้ฉันไม่มีสิทธิ์อยู่เลยงั้นสิ?”
“ไม่ใช่อยู่ไม่ได้นะคะ แต่ตอนนี้เราสองคน…” เธอเว้นประโยคท้ายไว้ ยิ่งทำให้คนตัวโตน้อยเนื้อต่ำใจซ้ำยังโมโหอีกด้วย
“เลิกกัน เลิกกัน ย้ำอยู่ได้น่ารำคาญ!”
เพราะเขาเป็นคนอารมณ์ร้อนจัดแบบนี้แหละถึงไม่มีใครทนได้ ตอนเธอเป็นเมียเขาล่ะ? เธออยู่กับเขาได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนไม่ดี แต่เพราะเฮียสองเป็นคนขี้หงุดหงิดและอารมณ์ร้อน ตัวใหญ่เสียงดัง ทำเอาเธอผวาไปหลายหน
“กลับไปเถอะค่ะ” เธอไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อ ถึงพูดไปตอนนี้คนตรงหน้าก็ไม่อาจรับรู้และเข้าใจได้ร้อยเปอร์เซ็น หากยังอยู่ต่อรั้งแต่จะทะเลาะกันไม่จบไม่สิ้นเสียที
“ไม่ไป” คนตัวโตกลับตีหน้ามึน เขาเอ่ยเสียงดังพร้อมกับจ้องหน้ามินตรา สายตาแข็งกระด้างทว่ากลับเต็มเปี่ยมไปด้วยประกายวาบไหว
“แต่มินง่วงแล้วนะคะ”
เธอพยายามเอ่ยเสียงอ่อนเพราะไม่อยากให้บานปลายไปมากกว่านี้ ไม่อยากทะเลาะ ไม่อยากทำให้ความสัมพันธ์ของเธอและเขาย่ำแย่ไปมากกว่านี้อีกแล้ว แต่เขาน่ะสิ กลับไม่จบง่ายซะงั้น…
“แล้วยังไงต่อ งั้นถ้าเธออยากไปนอนก็จ่ายค่าเช่ามา”
“ค่าเช่ามินยังไม่มีจริง ๆ” เงินหลักพันยังมีไม่ถึงเลย
“งั้นก็จ่ายอย่างอื่นมาแทนสิ”
ดวงตาคู่คมเปล่งประกาย รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นบนมุมปากดูเจ้าเล่ห์นัก ทำไมมินตราจะไม่รู้ว่าอย่างอื่นของเขานั้นหมายถึงสิ่งใด เลิกกันเดือนหนึ่งก็จริง แต่สองสามวันก่อนเขากับเธอยังทำเรื่องนั้นอยู่เลย
“เฮีย~ มินว่าเฮียเมามากแล้ว”
“ใช่เมามาก แล้วก็อยากเอาเธอมาก ๆ ด้วย ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ด้วย
ร่างเล็กถูกกระชากเข้าหาร่างใหญ่โต ก่อนที่เขาจะจับเธอกดลงบนเตียงนอนกว้าง ตามด้วยร่างหนาขึ้นคร่อมทับ ต่อให้เธอจะดิ้นรนหนีแค่ไหนก็ไม่สามารถทำสำเร็จได้สักครั้ง…
พูดคุยกับนักเขียน…
สวัสดีปีใหม่นักอ่านที่น่ารักทุกคนนะคะ ไรท์สุไม่มีทุนทรัพย์มากพอที่จะส่งของขวัญปีใหม่ให้กับนักอ่านที่คอยสนับสนุนผลงานของไรท์ ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาสู่วงการนี้ ตลอดระยะเวลาเกือบสามปีเต็ม แต่ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ วันนี้ไรท์สุจึงมีของขวัญปีใหม่มาฝาก เป็นนิยายเรื่องสั้นแจกฟรีที่สุตั้งใจเขียนออกมาเพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับนักอ่านค่ะ
พื้นที่นี้มีคนเก่า เรื่องนี้จะเป็นเรื่องราวความรักระหว่างเเฮียสองและมินตรา เมื่อคนแบบเฮียสองถูกบอกเลิกจากเมียเด็กที่เขารักมากจนแทบคลั่ง แต่เพราะนิสัยไม่ยอมคนทำให้เขาตัดขาด! ซะที่ไหน ตามตอแยเมียเก่าเช้าเที่ยงเย็นแทบจะหลังอาหารทุกมื้อ>< ไรท์ไม่อยากสปอยล์เยอะให้เพื่อน ๆ นักอ่านตามไปอ่านกันดีกว่านะคะ อิอิ ปมไม่เยอะมาก เน้นอ่านม่วนอ่านจอย ๆ นะคะ
หวังว่าของขวัญปีใหม่ชิ้นนี้จะสร้างรอยยิ้มให้นักอ่านของไรท์ได้ไม่มากก็น้อยนะคะ^^
นามปากกา Sun Su
“มิน เสร็จยังครับ?” เสียงทุ้มมาพร้อมกับร่างสูงใหญ่เดินมาถามมินตราที่นั่งทำบัญชีอยู่ เธอกำลังขะมักเขม้นกับงานตรงหน้า จนไม่หันมามองหน้าเขา เพียงแต่ตอบกลับเสียงใสอย่างเช่นทุกครั้ง“อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้วค่ะ”“เหนื่อยไหม?”“อึก~” มินตราหยุดนิ่งสักพัก เพราะคนที่ถามเธอว่าเหนื่อยหรือไม่ก่อนหน้านี้ เขากำลังยืนเบียดและยัดเยียดเป้าตุง ๆ เข้ามาใกล้ ๆ มินตรา หญิงสาวกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากเมื่อส่วนนั้นสัมผัสที่ไหล่ของเธอมินตราหันไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่เขาพยายามถูไถไปมา ก่อนจะกล่าว… “มากกกกก มินขอเติมพลังหน่อยสิคะ”“ได้สิ”เพียงแค่เขาอนุญาตใบหน้าสวยก็ซุกเข้าตรงส่วนนั้น และสูดดมเป้ากางเกงเข้าเต็มปอด สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มพึงพอใจให้กับคนตัวโตแบบสุด ๆชอบจังเวลาเสนอปุ๊บเธอก็สนองปั๊บแบบนี้…“ฮะ ฮ่า ฮ่า” คนทำเองยังหัวเราะเองเลย ทั้งคู่ทำแบบนี้ได้นั่นก็เพราะห้องทำงานนี้มีแค่เขากับมินตราต่างหากเล่า เขาจะทำแบบไหนก็ย่อมได้นี่“ชื่นใจสุ
แต่คนแบบเฮียสองที่ไม่สนผีสนคนก็ไม่ทำอย่างอื่นนอกจากเอาใจมินตรา และคอยเสิร์ฟความหวานไม่หยุดหย่อน เรียกได้ว่าคลั่งรักจัด ๆ แถมตอนนี้เขายังทำตัวเหมือนหนุ่มน้อยเพิ่งจะหัดมีความรักครั้งแรก ทั้ง ๆ ที่ขัดกับสภาพหน้าตาดิบ ๆ เถือน ๆ ของเขาซะจริง“พี่ลืมของฝากให้ไอ้หมออยู่หลังรถน่ะ ฝากมินไปหยิบให้พี่หน่อยได้ไหม?” พอนั่งทานไปได้สักพักเขาก็สะกิดมินตรา“ได้สิค่ะ สบายมาก”มินตรารีบพยักหน้ารับคำทันที แค่ไปเอาของเท่านั้นสบายมาก มินตรารีบวิ่งไปที่รถที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก ก่อนที่เธอจะเปิดหลังรถโดยไม่คิดมาก แต่ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับทำเอาเธอแทบหยุดหายใจเธอเจอดอกไม้และป้ายสุขสันต์วันเกิด! ความรู้สึกตื่นเต้นดีใจจนกักเก็บสีหน้าไว้ไม่อยู่ หญิงสาวถึงกับกรี๊ดลั่น“กรี๊ดดดดด นะ นี่…”“สุขสันต์วันเกิดครับมิน” เสียงนั้นมาพร้อมกับร่างหนาที่เข้ามากอดเธอจากทางด้านหลัง เสียงเชียร์เบา ๆ จากอีกฝั่งเป็นหมอธีธัชและโบตั๋นที่คอยให้กำลังใจ ทำเอาเธออดน้ำตาคลอไม่ได้จริง ๆ“ฮึก~~ขอบคุณนะคะ” เธอลืมแม้กระท
เช้าวันถัดมา…“ตื่นแล้วเหรอ เราไปเก็บของกัน” เพียงแค่ลืมตาตื่นยังไม่ทันไรก็มีเสียงทุ้มแทรกเข้ามา มินตรายังคงทำหน้างง เธอเพิ่งจะตื่นนอนสติก็ยังไม่เข้ารูปเข้ารอยนัก“เก็บของ…เก็บของอะไรเหรอคะ?”“เก็บของบ้านนู้นไง” ของที่อุตส่าห์ทำทรงขนไป เขาอยากกลับมาอยู่ที่นี่ เพราะที่นี่เป็นบ้านที่ทั้งคู่ตัดสินใจซื้อไว้เป็นเรือนหอในอนาคต จริงสิ เขายังไม่ได้ขอมินตราแต่งงานเป็นจริงเป็นจังเลย“หืม?” หญิงสาวขมวดคิ้วเรียวเข้าหากันจนเป็นปม เธอยังไม่เข้าใจว่าของที่ว่านั้นคืออะไร? แต่แน่นอนว่าเขาไม่ยอมให้เธอได้สงสัยนาน รีบเฉลยให้เลยแล้วกัน“ไม่ต้องทำหน้างง ของที่พี่ขนไปนั่นแหละ จะขนกลับมาที่นี่”“เฮียจะกลับมาอยู่ที่นี่เหรอคะ”“เอ้า เรากลับมาคืนดีกันแล้วพี่ก็ต้องกลับมาอยู่กับเมียสิ แล้วนี่ก็บ้านของเรานะ”ปากหยักยกคว่ำอย่างคนงอแง ก็คืนดีกันแล้ว ปรับความเข้าใจกันเรียบร้อย เธอจะใจร้ายให้เขาไปอยู่บ้านนู้นงั้นเหรอ? ไม่มีทางซะหรอก เขาไม่ยอมจะอยู่กับเมียโว
เพราะรอยยิ้มสดใสประดับหน้าของสาวเจ้า ทำเอาเขาอดดีใจและอดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม เชื่อเถอะว่าเขามีความสุขได้ทุกครั้งเพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มของคนที่เขารัก แค่นี้ก็ทำเอาใจชื้นมือหนายกมือขึ้นขยี้ผมคนตัวเล็กอย่างเบามือ พร้อมกับทำหน้ายิ้ม ๆ อย่างคนมีความสุข ที่ตอนนี้ความสุขล้นออกหน้าออกตา แทบจะออกปากแล้วด้วยซ้ำ“ยังไม่บอกเลยว่าโดนว่ายังไง”“ก็…ป้าแกบอกว่ามินวาสนาไม่ถึงเฮีย วันที่เฮียควงสาวโชว์คนในซอยน่ะค่ะ”มินตรายังเอ่ยด้วยโทนเสียงที่ปกติ เธอว่าไปพลางยังควานหาลิปสติกที่หลุดมือ ท่าทีไม่เดือดร้อนใจ ต่างจากเขาที่หุบยิ้มแทบไม่ทัน เขาถึงกับหน้าชาไปทั้งแถบ ในใจก็พลันปวดจี๊ดขึ้นมามินตราต้องเสียใจมากแค่ไหนกัน….“มิน~ เฮียขอโทษ” ชายหนุ่มเอ่ยคำขอโทษเสียงอ่อนเขารู้สึกผิดที่ควงสาวเยาะเย้ยเธอหวังให้เธอเจ็บใจ ตอนนั้นคิดเพียงอยากเอาชนะเธอที่ทิ้งเขา ไม่คิดให้ดีเสียก่อน เขารู้แล้วว่าตอนนี้ความรักของเขาและมินตรา ไม่จำเป็นต้องหาผู้ชนะผู้แพ้สักหน่อยเขาไม่เอาอะไรแล้วก็ได้ นอกจากขอให้มินตรารักเขาและอยู่กับเ