Masuk“คำขอประการที่สอง ขอให้มีการตรวจสอบคนรับใช้ช่วงระยะเวลาก่อนหน้าทั้งหมด ของทายาททั้งสี่ของตระกูล ทุกคนจำเป็นต้องมีกรุ๊ปเลือด ประวัติ การศึกษากับการตรวจสอบทุกประการ”
“คำขอประการที่สาม ขอให้บุตรสาวภายในตระกูลสามารถเข้าร่วมประชุมเรื่องภายในตระกูล เรื่องภายในบริษัทในฐานะผู้บริหาร รวมถึงการประชุมกับตระกูลใหญ่ทุกครั้ง”
“คำขอประการที่สี่ หากบุตรคนใดก็ตามที่บรรลุนิติภาวะ ไม่ประสงค์จะทำการแข่งขันเพื่อขึ้นเป็นประมุขคนต่อไป ไม่ว่าใครก็ตามห้ามไปกดดันให้เข้าร่วมด้วยความไม่เต็มใจเด็ดขาด หากพบเห็นขอให้ลงโทษสถานหนัก ไม่ละเว้นใดๆ ทั้งสิ้น”
ชัชวินตั้งสติช้ากว่าพี่สาวคนโตไปเล็กน้อย แต่ยังคงมีเจตนารมณ์แน่วแน่ เขาไม่ต้องการให้มีการเสียเลือดเสียเนื้อกันในตระกูลตนเอง
ไม่ว่าผลสุดท้ายใครจะเป็นผู้นำคนต่อไป ไม่มีความจำเป็นต้องฆ่าทายาทคนอื่น หรือผู้ติดตามคนอื่นออกไปสักหน่อย มนุษย์คือทรัพยากรที่มีคุณค่า ควรถนอมเอาไว้ให้ได้มากที่สุด
หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในตระกูลภูทนินทร์มาหลายปี ทำให้เขาซึมซับวัฒนธรรมว่าการเป็นพี่น้องกันควรรักกัน และไม่ว่าใครจะเป็นผู้นำคนต่อไปควรสนับสนุนกัน
การฆ่าแกงกันไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสม เพระยังไงทุกคนก็ถูกบ่มเพาะด้วยทรัพยากรระดับสูงจากตระกูล มีประสิทธิภาพสูงพอในการช่วยจัดการงานจำนวนมหาศาล
หากไม่มีคนช่วยจัดการงานมากพอ การอยู่บนจุดสูงสุดมีแต่ความเหนื่อยล้าทางกายและใจมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ไม่มีทางมีความสุข การเลือกเชื่อใจน้องชายคนเล็กถือเป็นตัวเลือกที่ถูกต้อง
“ในเมื่อพี่สาวกับพี่ชายเลือกคำขอระยะยาวกับระยะสั้นไปแล้ว เพราะฉะนั้นผมขอเลือกตรงกลางแล้วกัน บางอย่างมันยังไม่รัดกุมทั้งหมด”
“คำขอประการแรก ขอให้มีการคุ้มครองทายาทที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะทุกคนให้ปลอดภัย ห้ามให้มีใครตายอย่างไม่ทราบสาเหตุไปสักคนเด็ดขาด”
“คำขอประการสอง ขอให้ทุนการศึกษาและทรัพยากรการฝึกฝนทุกอย่างเท่ากันหมด ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงก็ตาม ขอเพียงสิ่งนั้นมีความจำเป็นต้องเรียน จะต้องได้รับของที่เหมาะสมกับตระกูลทั้งหมด”
“คำขอประการสาม ขอให้ทายาททุกคนเลือกมีเพื่อนเป็นคนนอกได้อย่างเสรี ไม่จำกัดเพศ อายุ ฐานะ”
“คำขอที่สี่ ขอให้ทายาททั้งสามมีสิทธิออกเสียงในทุกเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับตนเองทุกเรื่อง สำหรับทายาทที่บรรลุนิติภาวะสามารถเข้าร่วมออกเสียงประเด็นสำคัญของตระกูลไม่สนเพศใดทั้งนั้น”
ชินภัทรประมวลผลคำขอของพี่สาวคนโตและพี่ชายคนรองภายในไม่กี่นาที และเริ่มเรียกร้องสิ่งที่ทั้งสองยังขาดไปว่าเหลือตรงไหนให้เข้าไปแทรกแซงได้บ้าง
นี่คือก้าวแรกในการขัดขวางพวกตาแก่ทั้งหลายที่หวังกดหัวทายาทรุ่นต่อไป จากนี้ไปทั้งเงิน ความปลอดภัย การศึกษา ทรัพยาการฝึกฝนต่อสู้
มีความสะดวก ครบครัน ไม่ขาดเหลืออะไรอีกต่อไป จากสิ่งที่ได้เรียนรู้มาจากตระกูลภูทนินทร์ทำให้พวกเขาทั้งสามคนเติบโตอย่างก้าวกระโดด
พวกเขาไม่ใช่ต้นอ่อนให้ใครเหยียบย่ำแต่คือต้นหญ้าพร้อมต่อสู้ทุกสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงทั้งหมด รวมถึงปกป้องสิทธิของตนเองอย่างเด็ดขาด
“ไม่คัดค้าน ในนามของผู้นำตระกูลอุดรภาค ขอให้คำขอทั้งหมดถูกดำเนินการทันที หากใครฝ่าฝืนเท่ากับสังหารทันที”
“นามรับคำสั่งครับ / ค่ะ ท่านผู้นำ”
ปรากฎการณ์เหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก หลายคนไม่พอใจกับวิธีการและผลการตัดสินแต่ไม่มีใครกล้าคัดค้านเด็ดขาดสักคน
เพราะท่ามกลางความโกลาหลนั้น มีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมองอยู่ตลอด ราวกับความถ้าใครไม่ทำตามกฎการเดิมพันครั้งนี้คงจะถูกตัดคอขาดออกไปแทนการพูด
เพราะอำนาจมาอยู่ในมือบุตรคนโตแห่งตระกูลภูทนินทร์ตั้งแต่อายุสิบห้าแล้ว เนื่องจากผู้นำตระกูลและนายหญิงมีบริษัทอยู่ต่างประเทศมากมาย
จึงไม่มีเวลาให้ความสนใจประเทศบ้านเกิดและประเทศรอบข้างเท่าไหร่นัก เพื่อไม่ให้ระเบียบสั่นคลอนอย่างไม่มีเหตุผล อำนาจภายในตระกูลถูกยกให้ตั้งแต่อายุครบสิบขวบ
อำนาจภายนอกอื่นๆ ถูกยกให้หลังจากผ่านมาเพียงห้าปีเท่านั้น การมีคำสั่งออกมาว่าหากพบเห็นบุตรลำดับสองตระกูลภูทนินทร์มาในนามตัวแทนของว่าที่ประมุขคนต่อไป
นั่นหมายความว่าวิธีการตัดสินใจจะเป็นสไตล์คุณชายใหญ่ที่เด็ดขาด เข้มงวด ไม่ผ่อนปรนให้กับสิ่งใดทั้งนั้น และคุณชายเล็กน้อมรับคำสั่งนั้นอย่างไม่ขัดข้องหมองใจสักอย่าง
ยิ่งทำให้ฐานอำนาจมั่นคงมากกว่าเดิมหลายเท่า
ณ ห้องประชุมเล็ก
“ขอบคุณคุณชายเล็กที่เข้ามามีส่วนร่วมในบทบาทการเดิมพันนี้ครับ หากไม่มีท่านทุกอย่างคงไม่ราบรื่นแบบนี้ หลักคำสอนและการให้ของตระกูลท่าน ผมจะไม่มีวันลืมเด็ดขาด”
ชินภัทรบอกด้วยสายตาแน่วแน่ ในใจเต็มไปด้วยความภักดีจนหมดหัวใจ ไร้ความสงสัย เคลือบแคลง หรือเอาแต่ตั้งคำถามเหมือนเด็กไม่รู้จักโต
ตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมานั้น เขาถูกสอนและบ่มเพาะทุกอย่างให้รู้เท่าทันโลกปัจจุบัน ไม่ใช่คุณชายที่พร้อมถูกทำลายแต่พร้อมปกป้องตนเอง แถมยังสามารถทำล้างศัตรูได้ด้วย
ไม่ใช่ว่าต่อไปจะเอาฐานะตนเองไปข่มคนอื่นหรือยังไง เมื่อสองสัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งเป็นเพียงบ้านนักการเมืองทั่วไปเท่านั้นแหละ เป็นคนฝั่งภาครัฐแล้วคิดจะพูดจากกับฝั่งเอกชนยังไงก็ได้งั้นเหรอ “มันจะมากเกินไปแล้วนะ ไม่มีความเกรงใจกันบ้างหรือไง ยังไงฉันก็อายุมากกว่านายตั้งสองปีนะ ทำตัวยังกับไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนมา” บีระพัฒน์โวยวายออกมาด้วยความไม่พอใจ เพราะยังไงอีกฝ่ายก็อายุน้อยกว่า กล้าพูดแบบนี้กับตนได้ยังไง ไม่มีใครความเกรงใจกันเลยสักนิด ดูจากบัตรนักเรียนที่ใช้สมัครสอบก็รู้ว่ามาจากสถาบันเดียวกัน จะไม่ไว้หน้ากันบ้าง ทำไมพูดแบบนี้ต่อหน้าบอดี้การ์ด “ผมได้รับการอบรมสั่งสอนมาจากตระกูลอุดรภาคและจากตระกูลภูทนินทร์มาอย่างดี ไม่จำเป็นต้องให้คนจากฝั่งภาครัฐยื่นมือเข้ามาสอดหรอก” 
ชินภัทรรีบปฏิเสธด้วยความตกใจ ทำไมคนที่ดูอายุมากกว่าถึงได้พูดแบบนั้นออกมา มันไม่ใช่ว่าคนเราต้องมีความระมัดระวังในตัวเองหรอกเหรอ ที่บ้านต้องสอนใหม่แล้วนะ จะพาใครเข้าบ้านแบบนี้มันจะแปลกเกินไปแล้ว ถึงปกติจะเจอคนตระกูลอุดรภาคกับตระกูลภูทนินทร์มาตลอดชีวิต และเพื่อนสนิทอีกสองสามคน แต่การทำแบบนี้ไม่ใช่เรื่องปกติแน่นอน “คุณเป็นบุตรลำดับสามของตระกูลอุดรภาค แถมยังเป็นถึงคุณชายที่มีชื่อเสียงในวงการธุรกิจและแวดวงการเมืองอยู่ไม่น้อย ไม่ใช่คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าเสียเมื่อไหร่” “แถมข่าวลือล่าสุดที่ว่าคุณต่อสู้บนลานประลองจนสามารถเอาชนะบอดี้การ์ดได้นับสิบชีวิต เพราะอยากเอาชนะเดิมพันกับพวกอาวุโสนั่นน่าประทับใจไม่น้อย” “คุณถูกเลี้ยงดูอย่างมา
“ไม่เป็นไร ผมไม่ถือสาคุณ” บีระพัฒน์ตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจนัก ยังไงซะตอนนี้เป็นเวลาสอบเลื่อนขั้นการมีคนมาจ้องมองบ้างก็ไม่ได้แปลกอะไร ท่าทางของอีกฝ่ายแม้จะสุภาพแต่ยังดูแข็งกระด้างอยู่หลายส่วน คงจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับตนแน่นอน แถมยังไม่น่าจะค่อยได้ออกงานสังคมบ่อยด้วย ไม่งั้นคงไม่มีท่าทีลนลานขนาดนี้ น่าเอ็นดูไม่น้อย สิ่งหนึ่งที่ชินภัทรไม่รู้เลยว่าภายใต้คำพูดและท่าทางเหล่านี้ กำลังได้รับความเอ็นดูจากอีกฝ่ายมากโข ชินภัทรถอนหายใจอย่างโล่งอก เกือบซวยเพียงเพราะมัวแต่ใช้ความคิดมากเกินไป ต่อไปเวลาอยู่ข้างนอกต้องระมัดระวัง ปกติอยู่แต่ในคฤหาสน์กับภูเขาบนสนามฝึก เลยทำตัวตามสบายมากเกินไป เวลาที่เหลืออยู่ตอนนี้มาสนใจกับการสอบจำลองให้ดีที่สุด ไม่ว่าผลจะเป็นยังไงค่อยรอดูกันทีหลัง หวังว่าเพื่อนสนิทข
“อย่าเพ้อเจ้อได้ไหม เอาความจริงคือมีอะไรถึงรีบวิ่งมาแบบนี้ อย่าพูดไปเรื่อย รู้ว่าเป็นคนไทยแต่ขอสาระ ที่ไม่ใช่ไร้สาระและสาระแน” ชินภัทรยังไม่ยอมแพ้พยายามถามให้ได้ เพราะถึงจะทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องมาบ่อยแค่ไหน แต่ท่าทางของมันดูแปลกไปจากปกติ มันต้องมีเรื่องอะไร บทสนทนาระหว่างเดินนั้นค่อนข้างไร้สาระตลอดเวลา จนกระทั่งเสียงปิดประตูรถปิดลง จินเจตกลับมาทำสีหน้าจริงจังทันทีเหมือนสวิตซ์ไฟซะงั้น อะไรมันจะรวดเร็วขนาดนั้น แกร๊ก! “มีเรื่องจะพูดด้วย” จินเจตบอกด้วยสีหน้าจริงจังแทบสีหน้าทะเล้นแบบเมื่อสักครู่ “ไอ้เวรนี่! ตกใจหมด มึงไม่ใช่สวิตซ์ไฟนะไอ้ส้นตีนนี่ ปรับอารมณ์เร็วไปป่ะ ถ้าเป็นโรคหัวใจกูตายห่าไปแล้วไหม” ชิน
เขารับเอกสารตารางฝึกของทั้งสองคนมาดูก็คิดคำนวณไปด้วยว่าสำหรับคนปกติทั่วไปจะสามารถทำได้แค่ไหน เพราะมีตารางเทียบจากคุณชายใหญ่ให้มาด้วย ความสามารถของแต่ละคนไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นขีดจำกัดควรเต็มที่เฉพาะคน ไม่ควรเอามาตรฐานของคนใดคนหนึ่งมาทำให้ทุกคนต้องทำตามให้ได้เหมือนบางโปรแกรมฝึกจะหย่อนยานลงไปหน่อย เกิดปัญหาที่อะไรหรือเปล่านะ “ทำไมการวิ่งกับการว่ายน้ำของพี่ทั้งสองคนลดลงครับ ทั้งที่ชุดเอกสารบอกว่าสามารถทำได้มากกว่านี้ ก่อนหน้านี้เกิดปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ รบกวนบอกกันตามตรง” “ผมมีแผนจะเข้าสอบเลื่อนระดับในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งตอนนี้จะเหลือเวลาอีกสิบสามวันเท่านั้น สำหรับเตรียมตัว เพราะมันจะมีรอบสอบเทียบก่อนสามรอบ ถึงจะได้สอบเลื่อนระดับชั้นจริงๆ” “ผมเองก็ต้องไปให้ทันทั้งสามรอบสำหรับการสอ
“ทำได้ดีมากครับ พี่บอล มีความตั้งใจในการเอาชนะผมเต็มร้อย ไปเตรียมเกลือแร่กับผ้าเย็นมาให้ครบเถอะครับ” “รับทราบครับ น้องชิน” ระหว่างเพื่อนสนิทสามคนกำลังกายบริหารก่อนประลองต่างพากันหันดูด้วยความสนใจเป็นทุนเดิม เพราะมีความอยากรู้อยากเห็นมาตลอด ว่าหากได้รับการฝึกจากที่นี่ มีความแตกต่างจากตระกูลของตนเองมากแค่ไหน พอมาเห็นพละกำลังผิดมนุษย์นั้นของเพื่อนอย่างชินภัทร ทำให้รับรู้ว่าว่าที่ประมุขตระกูลภูทนินทร์ได้ชุบเลี้ยงอสูรกายขึ้นมาใหม่อีกคนแล้ว นั่นมันใช่แรงของเด็กวัยรุ่นช่วงมัธยมปลายแน่นะ ทำไมมันแข็งแกร่งขนาดนั้น ตลอดสี่ปีที่แวะมาเที่ยวเล่นที่บ้านไม่เคยเผยให้เห็นเลยสักนิด ไอ้หมอนี่มันเสือซุ่มชัดๆ เลยนี่หว
มีครั้งหนึ่งเธอหยอกล้อน้องชายเล่นด้วยการแย่งขนมไปกินสามคำแถมยังยิ้มสะใจที่แย่งมากินด้วยน้ำเสียงร่าเริง ตั้งใจว่าวันพรุ่งนี้จะซื้อขนมมาคืนให้มากกว่าเดิมสามเท่า ไม่คาดคิดว่าจะถูกโกรธจนไม่พูดด้วยครึ่งปี ไม่มีคำด่าทอหรือคำพูดใด
จากนิสัยอันแปลกประหลาดของเจ้านายแล้วล่ะก็...อีกไม่นานเกินรอน่าจะมีบทลงโทษมากกว่านี้ หากสืบเรื่องภายในได้หรือมีทายาทตระกูลมาฟ้องร้องแบบพวกเขา “ฮ่าๆๆ นี่ฉันแกล้งน้องแรงเกินไปหรือเปล่านะ”&
“ไม่มีคำว่าชายหรือหญิง มีเพียงทายาทตระกูลอุดรภาคเท่านั้น ทุกคนมีสิทธิได้รับเงินและสวัสดิการเท่ากัน ไม่ควรมีใครได้มากกว่า แถมยังไม่มีการลงมติผู้สืบทอดโดยตรงด้วยซ้ำ” นายหญิงตระกูลอุดรภาคตะคอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน แม้ว่าจะ
“ลำดับสุดท้ายเป็นผลคะแนนของคุณชินภัทร ผลสอบภาคทฤษฎีคะแนนเจ็ดสิบกว่าคะแนนถึงแปดสิบกว่าคะแนนทุกวิชา ผลสอบภาคปฏิบัติได้ต่ำกว่าสิบคะแนนทุกรายวิชา” “เพราะฉะนั้นเกณฑ์ของคุณชินภัทรจะพิเศษกว่าท่านอื่น นั่นก็คือตารางเรียนจะถูกปรับไป







