เข้าสู่ระบบ“ฮึก.. เคท.. น้ำเจ็บอ่ะ” ฉันโผเข้ากอดเคทแน่นเมื่อร่างกายทุกส่วนร้าวระบมไปหมด
“โอ๋ๆๆ ทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้เนี่ยไอ้น้ำเอ๊ย!” เคทกอดตอบฉันพลางยกมือทั้งสองข้างขึ้นลูบแผ่นหลังฉัน ราวกับต้องการจะปลอบประโลม
เคทคือน้องสาวของพี่คินทร์ เป็นเพื่อนสนิทของฉันมาตั้งแต่สมัยประถม เราเรียนห้องเดียวกัน นั่งโต๊ะใกล้กัน จนกระทั่งตอนนี้ที่เราเรียนจบมัธยมปลาย เราก็สัญญากันไว้แล้วด้วยว่าเราจะไปเรียนที่เดียวกัน คือมหาวิทยาลัยKUT เป็นมหาวิทยาลัยประจำเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่พี่คินทร์กำลังศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์อยู่ในขณะนี้
“ฮึก.. น้ำไม่อยากหมั้นกับพี่คินทร์” น้ำตาหยดโตร่วงลงจากหางตากระทบกับแขนของฉันที่มีรอยจ้ำสีม่วงอยู่เป็นหย่อมๆ
“ก็ไหนแกชอบพี่ชายฉันไง ตอนนี้ก็ได้หมั้นกันแล้ว ทำไมถึงมาร้องไห้ขี้มูกโป่งแบบนี้ล่ะ”
ใช่... ที่เคทพูดมามันถูกทุกอย่างเลย ฉันแอบชอบพี่คินทร์ตั้งแต่เรียนประถมแล้ว พี่คินทร์เป็นพี่ชายที่แสนอบอุ่น พูดจาไพเราะ แถมยังอัธยาศัยดีสุดๆเลยด้วย แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันไม่เคยแม้แต่จะพูดกับพี่คินทร์เลยสักประโยค เพราะพอเขาเห็นฉันทีไร เขามักจะเดินหนีอยู่ร่ำไป เลยกลายเป็นว่าส่วนใหญ่ฉันกับพี่คินทร์ เราเคยแค่พบปะเจอหน้ากันเท่านั้น แต่ไร้ซึ่งการสนทนาทำความรู้จักไปโดยสิ้นเชิง
“น้ำชอบพี่คินทร์ก็จริง แต่พี่คินทร์ไม่ได้ชอบน้ำนะ” แค่คิดถึงเหตุผลตรงนี้ ในหัวใจฉันก็เจ็บแปลบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก คล้ายโดนคนเอามีดมากรีดจนมันเกิดบาดแผลลุกลาม
“เฮ้อ... ฉันไม่รู้จะออกความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไงเลยว่ะน้ำ” เสียงถอนหายใจจากเคทดังขึ้นเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ เคทเชียร์ให้ฉันบอกชอบพี่คินทร์มาตั้งแต่สมัยมัธยม แต่ใครจะไปกล้าล่ะ แค่มองหน้าเขาฉันยังไม่กล้าเลย
“เคทขอคุณป้าให้น้ำหน่อยนะ อย่าให้น้ำหมั้นกับพี่คินทร์เลย” ฉันเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสาวสุดที่รัก พลางส่งสายตาอ้อนวอนไปให้เพื่อขอความช่วยเหลือ
แต่ดูเหมือนคำขอของฉันจะถูกพังทลายลงด้วยประโยคถัดมาของเคทที่บอกอย่างจนใจ “ขอโทษจริงๆว่ะน้ำ แกก็รู้ว่าแม่ฉันเป็นคนยังไง ขัดท่านไม่ได้ด้วยสิ”
“แต่ว่า...”
“คินทร์! แมวน้ำ!” ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ทักท้วงอะไรต่อ เสียงเรียกของคุณป้าผู้เป็นแม่ของเคทก็ดังขึ้น
“แม่ฉันเรียกแล้ว” เคทดึงร่างของฉันให้ลุกขึ้นจากโซฟาเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากประมุขของบ้าน
ก่อนหน้านี้ฉันขอเวลาทำใจกับคุณป้าประมาณครึ่งชั่วโมง เพราะตัวเองเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด ทำให้ทุกครั้งที่คุณป้าสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ฉันเล่าให้ท่านฟังไม่ได้เลย
ฉันถูกเคทลากเข้ามายังห้องรับแขกอีกครั้ง กวาดสายตามองเพียงครั้งเดียวก็เห็นพี่คินทร์ที่กำลังนั่งจ้องฉันตาเขม็งอยู่ฉันรีบหลบสายตาของเขาที่จ้องมองมาอย่างรวดเร็ว ตาของพี่คินทร์น่ากลัวมาก มันแดงๆแล้วก็ดุไปในตัวด้วย เคทลากฉันให้เข้าไปนั่งข้างพี่คินทร์ แต่พอหย่อนก้นลงได้เพียงนิดหน่อย พี่คินทร์ก็ขยับตัวหนีราวกับฉันเป็นตัวเชื้อโรคที่เขาไม่อยากเข้าใกล้
ฉันหลุบตาลงมองพื้น ในขณะที่ขอบตาตัวเองกำลังร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ ฉันไม่รู้หรอกว่าใครจะคิดยังไงเกี่ยวกับการเสียตัวในครั้งนี้ แต่ถ้าถามฉันว่าฉันรู้สึกยังไง ฉันบอกได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าเสียใจมาก ฉันไม่อยากทำให้พ่อกับแม่ผิดหวังในตัวเอง ฉันไม่อยากให้คนประณามฉันว่าฉันเป็นพวกผู้หญิงใจง่าย ฉันไม่ชอบคำนินทาเสียๆหายๆ แต่ฉันก็รู้ดีว่าคนเราไม่มีใครไม่ถูกนินทา
“เดี๋ยวลุงจะให้เจ้าคินทร์ไปส่งหนูแมวน้ำที่บ้าน แล้วเดี๋ยวดึกๆลุงจะโทรไปคุยเรื่องนี้กับพ่อแม่ของหนูอีกที จะได้ตกลงเรื่องสินสอดทองหมั้นว่าจะเอายังไงดี” เสียงคุณลุงเอ่ยขึ้นเสียงเครียด
ทั้งสองคนดูเครียดกับเรื่องนี้มาก และถ้าพ่อแม่ฉันรู้เรื่องนี้ ฉันอาจจะโดนตีจนเนื้อตัวเขียวช้ำเลยก็ได้
ฉันพยักหน้ารับอย่างจนใจ พลางถอนหายใจออกมา พร้อมกับน้ำตาหนึ่งหยดที่ไหลลงกระทบฝ่ามือตัวเอง
“ก่อนกลับ.. พาหนูแมวน้ำไปซื้อยาคุมฉุกเฉินกินด้วยนะคินทร์” คุณลุงหันไปสั่งพี่คินทร์ที่นั่งอยู่ข้างๆฉัน
“ครับพ่อ” พี่คินทร์ตอบเสียงเอื่อยเฉื่อย
ฉันรู้อยู่แล้วว่าพี่คินทร์ไม่มีทางอยากหมั้นกับฉันแน่นอน เพราะฉันเป็นตัวทำลายความสุขของเขา เขาบอกแบบนั้น ตอนที่เรากำลังแต่งตัวลงมาจากห้อง พี่คินทร์เอาแต่โทษฉันต่างๆนาๆ ซึ่งฉันก็ได้แต่ก้มหน้ารับคำพิพากษาของเขา เพราะไม่รู้ว่าจะเถียงกลับไปยังไง ส่วนหนึ่งมันก็เป็นความผิดของฉันจริงๆนั่นแหละ
“ยัยตัวซวย!” เสียงเข้มรอดไรฟันของพี่คินทร์หันมากระซิบข้างหูฉัน
ร่างกายฉันชาเป็นแถบ ในขณะที่ใบหน้าก็เหมือนโดนพี่คินทร์เอาน้ำเย็นมาสาด ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาไปด้วย พี่คินทร์ขมวดคิ้วมองฉัน ใบหน้ายับยู่ยี่บ่งบอกได้อย่างดีว่าพี่คินทร์เกลียดฉันขนาดไหน ฉันหันกลับมามองพื้นอีกครั้ง น้ำตาเจ้ากรรมร่วงหล่นลงอีกเป็นหนที่สอง
“งั้นก็ไปส่งน้องได้แล้วคินทร์” คุณลุงพยักพเยิดหน้าให้พี่คินทร์
พี่คินทร์เมินหน้าหนีฉัน เมื่อฉันเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขาอีกครั้ง เขาคงเหม็นขี้หน้าฉันมาก ใช่สินะ เขาไม่ได้ชอบฉัน ฉันแค่นยิ้มให้กับน้ำตาของตัวเองที่กำลังพรั่งพรูออกมาไม่หยุดหย่อน น่าสมเพชจังเลย...
“ลุกดิ” พี่คินทร์บอกเสียงแข็งเมื่อเขาลุกขึ้นจากโซฟา พลางใช้มือข้างหนึ่งมาคว้าแขนฉันไปด้วย
ฉันนิ่วหน้าเพราะร่างกายยังคงรู้สึกเจ็บแปลบจากเหตุการณ์เมื่อคืน ท้องน้อยร้าวระบมไปหมดแล้ว ดังนั้นพอถูกพี่คินทร์กระชากให้ลุกขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็วแบบนี้ มันเลยเจ็บจนกลายเป็นจุก แถมยังเรียกน้ำตาจากดวงตาฉันให้ไหลออกมาอีกด้วย
KINN Talks. คุณเคยไขว่คว้าตามหาความรักบ้างไหมครับ? คุณเคยรู้สึกถึงความรักที่มันกำลังเติบโตขึ้นในจิตใจของตัวเองโดยไม่รู้ตัวบ้างไหม? ผมไม่เคยรู้สึกแบบนั้นมาก่อนเลย จนกระทั่งชีวิตของผมได้โคจรมาพบกับความบังเอิญอย่างแมวน้ำ ความบังเอิญที่ทำให้ผมปวดหัวจนแทบจะระเบิดทุกครั้งที่ทะเลาะกับเธอ ความบังเอิญที่ทำให้ผมต้องยอมยกธงขาวยอมแพ้ในตอนที่เห็นน้ำตาของเธอ ผมไม่รู้ว่าทำไมโชคชะตาถึงได้ขีดเขียนเรื่องราวให้ผมกลายมาเป็นคู่หมั้นของเธอเพียงชั่วข้ามคืนจากความผิดพลาดนั้น เราเริ่มต้นด้วยกันไม่ค่อยดีนัก แต่สุดท้ายเราก็จบลงด้วยการที่รักกัน ผมไม่ได้อยากจะมาพรรณนาความรักของตัวเองให้ใครต่อใครฟัง แต่ผมแค่อยากบอกเล่าว่าความรักมันสามารถก่อเกิดขึ้นได้ทุกสถานการณ์ เพียงแค่เปิดใจ อะไรใหม่ๆก็จะเข้ามา ครั้งแรกที่ผมรู้จักแมวน้ำ ผมไม่ชอบหน้าเธอเลย เด็กผู้หญิงที่โคตรเป็นผู้หญิง อ่อนแอ ขี้น้อยใจ นิดหน่อยก็ร้องไห้ ผมรู้สึกรำคาญเธอจริงๆ แต่ทุกครั้งที่ผมเห็นน้ำตาของเธอ หัวใจของผมมันก็ร้อนรนจนจะคลั่งตาย ผมไม่รู้ว่าเธอไปเอาน้ำตามากมายนั้นมาจากที่ไหน ทำไมถึงได้ร้องไห้เก่งนัก แถมยังน้อยใจเป็นที่หนึ่งอีกด้วย “พี่คินทร์คะ” เ
20 : 14 น. เสร็จสิ้นจากภารกิจวิ่งวุ่นส่งเอกสารเรียนต่อทั้งวัน ในที่สุดพี่คินทร์ก็พาฉันกลับห้องสักที ตอนมาที่เชียงใหม่ ฉันไปรับหมูปิ้งกับลูกชิ้นที่ห้องพี่เฟียตมา พบว่าทั้งสองตัวอ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้นตั้งหลายเท่า แถมยังติดพี่เฟียตกับพี่ฟิล์มเอามากๆด้วย ตอนที่ฉันเรียกกลับห้อง ดูจะไม่ยอมกลับด้วยซ้ำ ตอนนี้ทั้งคู่นอนหลับปุ๋ยไปแล้ว “พี่คินทร์ทำใจเรื่องพี่ครีมได้แล้วเหรอคะ” ฉันเอ่ยถาม ในขณะที่เดินเอากระเป๋าไปวางตรงโซฟา ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนนั้นด้วยความเหนื่อยล้าไปทั้งร่างกาย “เธอถามอะไรเนี่ยอุ๋ง” “น้ำก็แค่อยากรู้เฉยๆ” ฉันยู่ปากให้เขา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาเล่นตามปกติ “ฉันไม่ได้ชอบครีมแล้ว” พี่คินทร์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเดียวกับที่ฉันนอนอยู่ สายตาคมกริบจ้องมองฉันอย่างเอาเป็นเอาตาย “จะ..จ้องทำไมคะ” พอโดนมองมากๆ มันก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันนะ จะทำอะไรก็รู้สึกเขินไปหมดเลย “ก็เธอน่ารัก” ตึกตัก... ตึกตัก... เสียงหัวใจฉันเต้นรัวขึ้นมาราวกับเสียงกลองเมื่อได้ยินคำชมหวานหูจากปากพี่คินทร์ ทำตัวไม่ถูกเลย ทั้งๆที่เขาก้รู้ว่าถ้าชมฉันมากๆก็จะทำให้ฉันเขิน แต่ก็ยังชมอยู่
หลายวันผ่านไป มหาวิทยาลัย KUT เชียงใหม่ ในที่สุดวันนี้ฉันก็ต้องมายื่นเอกสารเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับพี่คินทร์ เขาทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองของฉันแทนพ่อกับแม่ เพราะพ่อกับแม่ของฉันติดงานมาไม่ได้ เลยฝากให้พี่คินทร์มาคุมฉันแทน ซึ่งวันที่ฉันยื่นเอกสารให้ทางมหาวิทยาลัยนั้นคนละวันกับของเคท คณะวิศวกรรมศาสตร์จะยื่นทีหลังคณะอักษรศาสตร์ ตอนนี้เคทก็เลยได้นอนตีพุงเล่นอยู่ที่ห้อง ในขณะที่ฉันวิ่งวุ่นส่งเอกสารอยู่ “มึงเห็นผู้ชายที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงยีนส์ที่ยืนอยู่หน้าตึกมั้ย อีเวร... ผัวกูในอนาคตชัดๆ” ในขณะที่กำลังยืนต่อคิวส่งเอกสาร ก็มีผู้หญิงในชุดนักเรียนมัธยมปลายที่ยืนอยู่ทางด้านหลังของฉันกำลังกระซิบกระซาบกันกับเพื่อนอีกคนในแถว “เออ โคตรหล่อ แต่กูว่ามีเมียแล้วชัวร์!” “แต่กูว่าไม่มั้ง... เขาก็ดูเป็นผู้ใหญ่นะ คงไม่มีรสนิยมชอบเด็กที่เพิ่งจบม.ปลายหรอก” “งั้นมึงลองไปขอเบอร์ดูดิ เผื่อได้” “ส่งเอกสารเสร็จเมื่อไหร่ กูจะรีบแจ้นไปขอเลยจ้า” และในที่สุดบทสนทนาอันสนิทสนมนั้นก็จบลง... ฉันส่ายหน้าพร้อมกับอมยิ้มให้พวกเธอ ทำให้นึกถึงเพื่อนๆของตัวเองเลย เพื่อนฉันหลายคนก็เป็นแบบนี้นะ ฉันว่าม
ก่อนที่เขาจะก้มหน้าลงหอมแก้มฉันจนดังฟอด ฉันเงยหน้าขึ้นมองพี่คินทร์ พบว่าเขากำลังยิ้มออกมา เป็นยิ้มที่หล่อจนแทบจะกระชากสติฉันให้หลุดลอยไปเลย “พี่คินทร์ปล่อยน้ำเลยนะคะ เดี๋ยวพ่อกับแม่มาเห็น” ฉันเหลียวซ้ายแลขวามองหาพ่อกับแม่ สองแขนออกแรงดันให้ตัวเองหลุดพ้นจากอ้อมกอดแข็งแรงของเขา “เห็นแล้วไง เธอกับฉันเรานอนเตียงเดียวกันที่เชียงใหม่ แถมฉันยังเห็นอะไรต่อมิอะไรของเธอตั้งเยอะ” เพียะ! ฉันฟาดมือลงกับวงแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนั้นแรงๆ ใจจริงอยากจะตีให้เขาร้องด้วยซ้ำ อาการร้อนเห่อไล่ลามไปทั่วใบหน้า สองข้างแก้มฉันรู้สึกจะระเบิดแตกออกเป็นเสี่ยงๆอยู่แล้ว พูดแบบนี้ได้ยังไง ฉันก็อายเป็นนะ “ปล่อยน้ำเลยนะ น้ำไม่คุยด้วยแล้ว” “ไม่ปล่อย จะกอดไว้แบบนี้แหละ” ว่าแล้วเขาก็กระชับวงแขนให้แน่นขึ้น สร้างความอึดอัดจนฉันต้องขยับตัวไปมาเพื่อหาช่องว่าง “จะกอดให้หายใจไม่ออกเลย!” “อะแฮ่ม!” เสียงกระแอมไอดังขึ้นที่ด้านหลังฉัน ทำให้ทั้งฉันและพี่คินทร์ต่างสะดุ้งและผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว ฉันรีบหมุนตัวกลับไปมองผู้มาใหม่ ก่อนจะหน้าซีดเมื่อเห็นว่าคนคนนั้นที่ยืนอยู่เป็นใคร “พะ..พ่อคะ น้ำไม่ได้...” เหมือนน้ำท่วมปากไ
หลังจากแม่กลับออกไป ท่านก็บอกให้ฉันเตรียมอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย เพราะวันนี้แม่บอกให้พี่คินทร์เชิญพ่อและแม่ของเขามาร่วมกินข้าวเย็นกับเราด้วย พออาบน้ำเสร็จเรียบร้อย ฉันก็ลงไปช่วยแม่ทำอาหารและจัดโต๊ะกินข้าว พอฟ้าเริ่มมืด พ่อแม่ของพี่คินทร์ รวมทั้งพี่คินทร์และเคทก็มาที่บ้าน ฉันยกมือขึ้นไหว้คุณอาทั้งสอง ก่อนจะเบนสายตาไปหาเคทและส่งยิ้มให้ จากนั้นก็หันมามองคนตัวสูงที่ยืนนิ่งเงียบอยู่ข้างเคท “เชิญค่ะพี่เวทย์ พี่แคท” แม่ฉันผายมือให้ทั้งสองคนเดินเข้าไปยังห้องอาหาร เมื่อมาถึงห้องอาหาร ทุกคนก็หาที่นั่งกันเรียบร้อย โดยเรียงลำดับให้พ่อฉันอยู่หัวโต๊ะ แม่นั่งอยู่ฝั่งขวาของพ่อ ส่วนพ่อและแม่ของพี่คินทร์นั่งอยู่ฝั่งซ้ายของพ่อฉัน พี่คินทร์นั่งตรงข้ามกับฉันที่นั่งติดกับแม่ และเคทนั่งข้างๆพี่คินทร์ “ต้องขอโทษจริงๆพี่มานพ...” พ่อของพี่คินทร์เอ่ยขึ้นท่ามกลางบรรยากาศเงียบเชียบ ในบรรดาผู้ใหญ่ทั้งสี่คนที่อยู่ในวงอาหาร แม่ของฉันอายุน้อยที่สุด และพ่อของฉันอายุมากที่สุด ดังนั้นพ่อและแม่ของพี่คินทร์จะให้ความเคารพพ่อฉันมากๆ “เอาเถอะๆ กินข้าวกันดีกว่าครับ” พ่อยกมือขึ้นห้ามเมื่ออาเวทย์กำลังจะพูดถึงเรื่อง
ก็ไหนพ่อแม่ผมโทรมาเคลียร์กับพ่อแม่ยัยอุ๋งแล้วไง ทำไมดูเหมือนแม่ของยัยอุ๋งไม่รู้เรื่องราวอะไรเลยล่ะ “ผมนึกว่า...” ประโยคของผมหยุดลงตรงนั้น เมื่อแม่ของยัยอุ๋งพูดขึ้นมาอีกครั้ง “ตอนพ่อกับแม่ของเราโทรมาบอกอาว่าเรากับน้องพลาดท่ามีอะไรกัน อาก็นึกว่าลูกสาวอาปล่อยเนื้อปล่อยตัว คินทร์รู้มั้ยว่าอาตีน้องไปด้วย” “ผม...” จะบอกว่าผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ รู้ก็แค่แม่บอกให้ยัยอุ๋งไปอยู่กับผมสามเดือนนั่นแหละ แล้วท่านก็ไม่ได้บอกอะไรอีกเลย “ทำไมคินทร์ถึงข่มขืนน้อง แมวน้ำเพิ่งเรียนจบม.ปลายเอง” “ผมยอมรับผิดทุกอย่างครับ” ผมยืดอกรับอย่างเต็มภาคภูมิ แต่พอยิ่งมองย้อนไปในอดีต ตอนนั้นที่ผมบ่ายเบี่ยงความผิดของตัวเอง ปัดความรับผิดชอบ ผมโคตรไม่เป็นสุภาพบุรุษเลยเอาจริงๆ “ผมไม่มีอะไรจะแก้ตัวครับคุณอา” “คินทร์รู้สึกยังไงกับแมวน้ำ อาถามแค่นี้จริงๆ ถ้าคินทร์ไม่รักแมวน้ำ อาจะส่งแมวน้ำไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ” หลังจากหูได้ยินคำพูดของแม่ยัยอุ๋ง สมองผมก็ตื้อไปหมด ผมให้ยัยอุ๋งไปจากผมไม่ได้หรอก เรารักกัน... “ผมรักแมวน้ำครับ” สายตาของผมจ้องเข้าไปในดวงตาของแม่ยัยอุ๋งตรงๆ พร้อมกับพูดเต็มปากเต็มยอมรับว่ารักยัยอุ๋งเ







