LOGINเรื่องมันเกิดขึ้นตอนงานเลี้ยงสังสรรค์ของพี่เพื่อน ... ที่ฉัน 'แมวน้ำ' เผลอไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ 'พี่คินทร์' พี่ชายของเพื่อนตัวเอง ถ้าดูจากหน้าตาที่หล่อเหลากับปากที่หวานเกินน้ำตาลไปหลายหยด(?) ก็เหมือนเขาจะเจ้าเสน่ห์พอตัว หากแต่ความปากหวานนั้นมันกลับไม่ได้มีไว้เพื่อฉัน "น่ารำคาญจังเธอเนี่ย =_=" "ไปไกลๆได้ไหมเนี่ย =_=" "อย่าเข้ามาใกล้ได้ไหมเนี่ย =_=" ทุกประโยคที่เขาพูดกับฉันล้วนแต่ผลักไสไล่ส่ง ใช่สินะ ฉันไม่ได้สวยเหมือนพวกผู้หญิงที่เขาปากหวานใส่หนิ แต่เป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้ ฉันถึงได้ตกหลุมรักคนใจร้ายอย่างเขาจนถอนตัวไม่ขึ้น 'ทนรับความเจ็บปวดไปแล้วกันแมวน้ำ เธอเลือกรักคนใจร้ายแบบนั้นเอง T^T'
View More“ฮึก..ฮือ..” เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังระงมไปทั่วทั้งห้อง
ร่างเล็กของเด็กสาววัยสิบแปดนอนขดตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาโดยที่ร่างกายของเธอไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ห่มกายไว้โดยสิ้นเชิง หยดน้ำใสๆไหลลงจนเปียกหมอนแล้วเปียกหมอนเล่า แต่ทว่าก็ไม่ได้ช่วยให้จิตใจอันบอบช้ำของเธอดีขึ้นเลย ตรงกันข้ามกลับฉุดรั้งเธอให้ดำดิ่งลงในความเจ็บปวดมากกว่าเดิมซะอีก
แต่นั่นเป็นเพียงแค่ความเจ็บปวดทางจิตใจเท่านั้น ไม่นับรวมความเจ็บปวดทางร่างกายอย่างแสนสาหัสที่เธอได้รับเมื่อคืนนี้เลย ท้องน้อยของเด็กที่เพิ่งแตกวัยสาวระบมไปหมด
“อื้อ...” เสียงครางทุ้มต่ำของผู้ชายที่นอนอยู่ด้านข้างดังเล็ดลอดออกมาก่อนจะคว้าร่างเล็กเข้าไปในอ้อมกอด
ฟอด~
เสียงสูดลมหายใจดังฟอดเกิดขึ้นที่ข้างแก้มของสาวเจ้า เธอย่นคอหนีแทบจะไม่ทัน
“ฮึก.. พะ..พี่คินทร์ ปล่อยน้ำก่อน น้ำเจ็บ” เสียงสั่นเครือบ่งบอกถึงความเจ็บปวดได้เป็นอย่างดี
“…” คนตัวโตแสนเอาแต่ใจลืมตาโพลงด้วยความตกใจ
เขารีบผละออกไปด้วยความเร็วแสงก่อนจะหยิบกางเกงยีนส์ที่ใช้สวมคู่กับเสื้อช็อปขึ้นมาใส่อย่างเร่งรีบ พลางหันกลับมามองร่างของผู้หญิงที่นอนข้างกายเขามาตลอดทั้งคืน
“เฮ้ย!” เสียงอุทานด้วยความตกใจดังออกจากลำคอแกร่ง “นี่เธอ! มายังไงเนี่ย”
คำถามนี้น่าจะต้องเป็นเด็กสาววัยสิบแปดปีมากกว่าที่ต้องเอ่ยถาม เพราะเธอก็นอนอยู่ที่ห้องดีๆ เขานั่นแหละที่ย่องเข้าห้องของเธอมาเอง ภายใต้ความมืดสลัวที่เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็น ทำให้ ‘แมวน้ำ’ ไม่สามารถทำอะไรได้เลยเมื่อถูกคนตัวโตโหมทับด้วยแรงทั้งหมดที่มี ครั้นจะกรีดร้องให้คนด้านนอกช่วย เขาก็ดันใช้มือปิดปากเธอเอาไว้อีก
ปัง!
เสียงเปิดประตูดังพรวดขึ้นพร้อมกับบานประตูที่ถูกกระแทกด้วยความรุนแรง
“พี่คินทร์! แมวน้ำ!” เสียงเล็กแหลมที่ดังเข้ามาเป็นเสียงของน้องสาวแท้ๆของเขา
“คินทร์! หนูแมวน้ำ!” ส่วนนี่เป็นเสียงของประมุขประจำบ้านนั่นก็คือพ่อของเขานั่นเอง
เพียงเท่านั้นยังไม่พอ แม่ของเขาก็ยืนกอดอกพร้อมกับส่ายหน้าให้เขาด้วยความเอือมระอาอีกด้วย ส่วนเพื่อนรักของเขาอย่าง ‘เฟียต’ ก็ทำได้แค่ปรายตายืนมอง
“รีบแต่งตัวเลยนะคินทร์! หนูแมวน้ำด้วย! แล้วรีบลงไปพบพ่อกับแม่ข้างล่าง!” แม่ของเขาบอกทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะเดินออกไป
ปัง!
เสียงประตูดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันดันเป็นเหมือนเสียงนรกที่เปิดรับเขาที่ยืนนิ่งราวกับวิญญาณได้ออกจากร่างไปเรียบร้อยแล้ว ร่างสูงที่ยืนเปลือยท่อนบนอยู่ทรุดตัวลงนั่งบนเตียงราวกับหมดแรงที่จะยืนหยัดพลางยกมือขึ้นกุมขมับ อาการปวดหัวเริ่มตรงเข้าเล่นงานเขาแล้ว
“โอ๊ย! นี่มันเชี่ยไรวะเนี่ย” เสียงสบถคล้ายกับไม่พอใจเอามากๆดังขึ้น
เป็นเวลานาร่วมนาทีที่แมวน้ำกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองเอาไว้หลังจากเหตุการณ์เมื่อกี้ จนตอนนี้เธอเริ่มกลั้นมันไม่อยู่แล้วถึงได้ปล่อยให้มันดังออกมา
“ฮึก..” ร่างของเธอสั่นสะท้านไปพร้อมกับการสะอื้น
“เงียบ!” เสียงสั่งเด็ดขาดจากคนตัวใหญ่ทำให้เธอสะดุ้งจนต้องใช้มือปิดปากตัวเองไว้แน่น ทั้งๆที่น้ำตายังคงไหลไม่ขาดสายเลยแม้เพียงเสี้ยววินาที “จะให้ฉันรับผิดชอบยังไงบอกมา”
“ฮึก.. มะ..ไม่รู้ น้ำไม่รู้” พูดได้เพียงเท่านั้นเธอก็มุดหัวลงไปใต้ผ้าห่ม ร้องไห้แถมปิดหูไม่รับรู้เสียงใดๆไปด้วย
“=_=”
“ตกลงจะเอายังไงกันต่อไปคินทร์ แมวน้ำ”
เหมือนการนั่งรอรับโทษลงทัณฑ์ สายตาดุดันที่แม่ใช้ส่งมาให้กับเสียงถามแกมเข้มงวดของพ่อทำให้คินทร์แทบอยากจะหยิบอะไรก็ได้ที่ใกล้มือที่สุดมาฆ่าตัวตายซะตอนนี้เลย
ส่วนร่างเล็กที่นั่งอยู่ข้างเขาก็ได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าจะต้องทำอะไร จะไม่ช่วยแก้ต่างให้เขาหน่อยหรือไงว่าเขาไม่ได้ผิด มันคือความผิดพลาดในชีวิตที่เกิดขึ้น
“พ่อครับแม่ครับ มันเป็นความผิดพลาด ผมไม่ได้ตั้งใจนะครับ” เขาพยายามอธิบาย
แต่ดูเหมือนพ่อแม่และน้องสาว แถมยังมีเพื่อนสนิทอย่างเฟียตที่มองเขาอยู่ ไม่ได้มองว่าเป็นความผิดพลาดของเขาแต่อย่างใด หากแต่สายตาสี่คู่นั้นกลับมองเหมือนกับว่าเขา ‘มักง่าย’ ซะมากกว่า
“แม่จะให้คินทร์หมั้นกับหนูแมวน้ำ”
คล้ายกับเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงลงกลางอกของคนเจ้าสำราญอย่างคินทร์ เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเองที่ได้ยินแบบนั้น นี่มันไม่ใช่ความจริงใช่ไหม บอกเขาสิว่าเขากำลังฝันไป
เพี๊ยะ!
“โอ๊ย!” มือของเขาตบลงบนหน้าของตัวเองอย่างจัง
ไม่.. เขาไม่ได้ฝันไป.. นี่มันเรื่องจริง!
“ไม่เอานะแม่ คินทร์ไม่หมั้น!!! T^T”
KINN Talks. คุณเคยไขว่คว้าตามหาความรักบ้างไหมครับ? คุณเคยรู้สึกถึงความรักที่มันกำลังเติบโตขึ้นในจิตใจของตัวเองโดยไม่รู้ตัวบ้างไหม? ผมไม่เคยรู้สึกแบบนั้นมาก่อนเลย จนกระทั่งชีวิตของผมได้โคจรมาพบกับความบังเอิญอย่างแมวน้ำ ความบังเอิญที่ทำให้ผมปวดหัวจนแทบจะระเบิดทุกครั้งที่ทะเลาะกับเธอ ความบังเอิญที่ทำให้ผมต้องยอมยกธงขาวยอมแพ้ในตอนที่เห็นน้ำตาของเธอ ผมไม่รู้ว่าทำไมโชคชะตาถึงได้ขีดเขียนเรื่องราวให้ผมกลายมาเป็นคู่หมั้นของเธอเพียงชั่วข้ามคืนจากความผิดพลาดนั้น เราเริ่มต้นด้วยกันไม่ค่อยดีนัก แต่สุดท้ายเราก็จบลงด้วยการที่รักกัน ผมไม่ได้อยากจะมาพรรณนาความรักของตัวเองให้ใครต่อใครฟัง แต่ผมแค่อยากบอกเล่าว่าความรักมันสามารถก่อเกิดขึ้นได้ทุกสถานการณ์ เพียงแค่เปิดใจ อะไรใหม่ๆก็จะเข้ามา ครั้งแรกที่ผมรู้จักแมวน้ำ ผมไม่ชอบหน้าเธอเลย เด็กผู้หญิงที่โคตรเป็นผู้หญิง อ่อนแอ ขี้น้อยใจ นิดหน่อยก็ร้องไห้ ผมรู้สึกรำคาญเธอจริงๆ แต่ทุกครั้งที่ผมเห็นน้ำตาของเธอ หัวใจของผมมันก็ร้อนรนจนจะคลั่งตาย ผมไม่รู้ว่าเธอไปเอาน้ำตามากมายนั้นมาจากที่ไหน ทำไมถึงได้ร้องไห้เก่งนัก แถมยังน้อยใจเป็นที่หนึ่งอีกด้วย “พี่คินทร์คะ” เ
20 : 14 น. เสร็จสิ้นจากภารกิจวิ่งวุ่นส่งเอกสารเรียนต่อทั้งวัน ในที่สุดพี่คินทร์ก็พาฉันกลับห้องสักที ตอนมาที่เชียงใหม่ ฉันไปรับหมูปิ้งกับลูกชิ้นที่ห้องพี่เฟียตมา พบว่าทั้งสองตัวอ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้นตั้งหลายเท่า แถมยังติดพี่เฟียตกับพี่ฟิล์มเอามากๆด้วย ตอนที่ฉันเรียกกลับห้อง ดูจะไม่ยอมกลับด้วยซ้ำ ตอนนี้ทั้งคู่นอนหลับปุ๋ยไปแล้ว “พี่คินทร์ทำใจเรื่องพี่ครีมได้แล้วเหรอคะ” ฉันเอ่ยถาม ในขณะที่เดินเอากระเป๋าไปวางตรงโซฟา ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนนั้นด้วยความเหนื่อยล้าไปทั้งร่างกาย “เธอถามอะไรเนี่ยอุ๋ง” “น้ำก็แค่อยากรู้เฉยๆ” ฉันยู่ปากให้เขา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาเล่นตามปกติ “ฉันไม่ได้ชอบครีมแล้ว” พี่คินทร์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเดียวกับที่ฉันนอนอยู่ สายตาคมกริบจ้องมองฉันอย่างเอาเป็นเอาตาย “จะ..จ้องทำไมคะ” พอโดนมองมากๆ มันก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันนะ จะทำอะไรก็รู้สึกเขินไปหมดเลย “ก็เธอน่ารัก” ตึกตัก... ตึกตัก... เสียงหัวใจฉันเต้นรัวขึ้นมาราวกับเสียงกลองเมื่อได้ยินคำชมหวานหูจากปากพี่คินทร์ ทำตัวไม่ถูกเลย ทั้งๆที่เขาก้รู้ว่าถ้าชมฉันมากๆก็จะทำให้ฉันเขิน แต่ก็ยังชมอยู่
หลายวันผ่านไป มหาวิทยาลัย KUT เชียงใหม่ ในที่สุดวันนี้ฉันก็ต้องมายื่นเอกสารเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับพี่คินทร์ เขาทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองของฉันแทนพ่อกับแม่ เพราะพ่อกับแม่ของฉันติดงานมาไม่ได้ เลยฝากให้พี่คินทร์มาคุมฉันแทน ซึ่งวันที่ฉันยื่นเอกสารให้ทางมหาวิทยาลัยนั้นคนละวันกับของเคท คณะวิศวกรรมศาสตร์จะยื่นทีหลังคณะอักษรศาสตร์ ตอนนี้เคทก็เลยได้นอนตีพุงเล่นอยู่ที่ห้อง ในขณะที่ฉันวิ่งวุ่นส่งเอกสารอยู่ “มึงเห็นผู้ชายที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงยีนส์ที่ยืนอยู่หน้าตึกมั้ย อีเวร... ผัวกูในอนาคตชัดๆ” ในขณะที่กำลังยืนต่อคิวส่งเอกสาร ก็มีผู้หญิงในชุดนักเรียนมัธยมปลายที่ยืนอยู่ทางด้านหลังของฉันกำลังกระซิบกระซาบกันกับเพื่อนอีกคนในแถว “เออ โคตรหล่อ แต่กูว่ามีเมียแล้วชัวร์!” “แต่กูว่าไม่มั้ง... เขาก็ดูเป็นผู้ใหญ่นะ คงไม่มีรสนิยมชอบเด็กที่เพิ่งจบม.ปลายหรอก” “งั้นมึงลองไปขอเบอร์ดูดิ เผื่อได้” “ส่งเอกสารเสร็จเมื่อไหร่ กูจะรีบแจ้นไปขอเลยจ้า” และในที่สุดบทสนทนาอันสนิทสนมนั้นก็จบลง... ฉันส่ายหน้าพร้อมกับอมยิ้มให้พวกเธอ ทำให้นึกถึงเพื่อนๆของตัวเองเลย เพื่อนฉันหลายคนก็เป็นแบบนี้นะ ฉันว่าม
ก่อนที่เขาจะก้มหน้าลงหอมแก้มฉันจนดังฟอด ฉันเงยหน้าขึ้นมองพี่คินทร์ พบว่าเขากำลังยิ้มออกมา เป็นยิ้มที่หล่อจนแทบจะกระชากสติฉันให้หลุดลอยไปเลย “พี่คินทร์ปล่อยน้ำเลยนะคะ เดี๋ยวพ่อกับแม่มาเห็น” ฉันเหลียวซ้ายแลขวามองหาพ่อกับแม่ สองแขนออกแรงดันให้ตัวเองหลุดพ้นจากอ้อมกอดแข็งแรงของเขา “เห็นแล้วไง เธอกับฉันเรานอนเตียงเดียวกันที่เชียงใหม่ แถมฉันยังเห็นอะไรต่อมิอะไรของเธอตั้งเยอะ” เพียะ! ฉันฟาดมือลงกับวงแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนั้นแรงๆ ใจจริงอยากจะตีให้เขาร้องด้วยซ้ำ อาการร้อนเห่อไล่ลามไปทั่วใบหน้า สองข้างแก้มฉันรู้สึกจะระเบิดแตกออกเป็นเสี่ยงๆอยู่แล้ว พูดแบบนี้ได้ยังไง ฉันก็อายเป็นนะ “ปล่อยน้ำเลยนะ น้ำไม่คุยด้วยแล้ว” “ไม่ปล่อย จะกอดไว้แบบนี้แหละ” ว่าแล้วเขาก็กระชับวงแขนให้แน่นขึ้น สร้างความอึดอัดจนฉันต้องขยับตัวไปมาเพื่อหาช่องว่าง “จะกอดให้หายใจไม่ออกเลย!” “อะแฮ่ม!” เสียงกระแอมไอดังขึ้นที่ด้านหลังฉัน ทำให้ทั้งฉันและพี่คินทร์ต่างสะดุ้งและผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว ฉันรีบหมุนตัวกลับไปมองผู้มาใหม่ ก่อนจะหน้าซีดเมื่อเห็นว่าคนคนนั้นที่ยืนอยู่เป็นใคร “พะ..พ่อคะ น้ำไม่ได้...” เหมือนน้ำท่วมปากไ





