LOGINตอนที่ 7. คำขู่
“เอาล่ะๆ เรามาทานข้าวกันดีกว่า อาเริ่มหิวแล้วเหมือนกัน” สิ้นเสียงของเปรมชัยดวงตาคมก็เหลือบลงไปมอง จานอาหารก่อนตัวเองเล็กน้อย ก่อนที่น้ำเสียงใสของคนข้างกายจะดังขึ้น “ทานให้อร่อยนะคะ^^” ปรีชญาเอ่ยบอกพร้อมกับรอยยิ้มสดใส “ครับ” มือหนาเอื้อมไปหยิบช้อนซ้อมก่อนจะหั่นเนื้อชิ้นใหญ่ด้วยความชำนาญ ท่ามกลางสายตาลุ้นระทึกของปรีชญาที่มีแผนร้ายอยู่ในใจ ในขณะที่อาชากำลังใช้ส้อมจิ้มเนื้อสเต๊กเตรียมตักเข้าปากนั้น ”ขออนุญาตค่ะ เจ้าสัวคะ ท่านพิเทพโทรมาค่ะ“ เสียงสาวใช้ดันดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน อาชาจึงชะงักวางส้อมลงไปด้วย เพราะเขารู้จักท่านพิเทพที่ถูกพูดถึงเช่นกัน ”อืม ทานกันไปก่อนเลยนะ อาขอตัวไปคุยกับรองนายกก่อน“ เจ้าสัวเปรมชัยเอ่ยบอกพร้อมกับเดินออกไปจากห้องอาหารอย่างว่องไว ปล่อยให้ปรีชญากับอาชานั่งเผชิญหน้ากันอยู่สองคนในขณะนี้ “ไหนๆเราก็อยู่กันสองคนแล้ว ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณค่ะ” เมื่อได้โอกาสปรีชญาก็ไม่รอช้าที่จะเปิดบทสนทนาที่ตัวเองต้องการออกมาอย่างทันท่วงที “ว่ามาสิครับ” ปากหนาตอบกลับอย่างอยากรู้เช่นกันว่าอีกคนอยากพูดอะไรกับเขา “ฉันอยากให้คุณเปลี่ยนใจยกเลิกงานหมั้นระหว่างเราสองคนค่ะ” “.....ทำไมผมต้องทำแบบนั้น” อาชาถามกลับด้วยสีหน้าราบเรียบ เขาเองก็พอจะเดาสถานการณ์เอาไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นรวดเร็วแบบนี้ “เพราะว่าฉันไม่อยากหมั้นกับคุณค่ะ” ปากเล็กขยับตอบออกไปตรงๆ นั่นทำให้มาเฟียหนุ่มเริ่มเข้าใจมากขึ้นถึงความหัวแข็งของเธอ เธอทำดีและดูเหมือนจะใส่ใจเขา เหตุผลก็เพราะแบบนี้สินะ “ผมคงทำแบบนั้นให้ไม่ได้” คำตอบที่อีกคนตอบกลับมาทำให้ใบหน้าสวยค่อยๆหุบยิ้มลง ปรีชญารับรู้ได้ในทันทีว่าการเจรจาต่อรองกับอีกคนแบบดีๆนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่าย เดิมทีนั้นแผนการวางยาถ่ายที่หญิงสาวสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะเอามาขู่อีกคนเฉยๆ เธอไม่ได้คิดจะปล่อยให้อีกคนดื่มน้ำส้มแก้วนั้นจริงๆ แต่พอได้เห็นท่าทางหมายมั่นตั้งใจของเขาว่าจะไม่ยอมยกเลิกงานหมั้นอย่างง่ายๆ ปรีชาญาก็ค่อยๆเริ่มเปลี่ยนความคิด ถ้าเขาไม่ยอมทำตามคำขอร้องของเธอแบบดีๆ....ก็คงไม่แย่เท่าไหร่หากพรุ่งนี้อาชาจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในห้องน้ำทั้งวัน "ทำไมคะ คุณไปตกลงอะไรกับคุณพ่อของฉันเอาไว้.....ฉันอยากให้คุณลองคิดดูดีๆ การเป็นคู่หม้้นของฉันมันไม่ได้สนุกอย่างที่คุณคิดเอาไว้หรอกนะคะ“ อาชาได้ยินแบบนั้นก็นิ่งไป แม้จะไม่ได้รู้สึกอยากหมั้นแต่ด้วยความที่เขานับถืออาเปรมชัยอยู่มาก ทำให้อาชาไม่ได้มีความคิดอยากถอนหมั้นถ้าเขายังไม่หมั้นกับอีกคนจนครบดำหนด เพราะถ้าให้พูดตามตรงหากอาชาสามารถตกลงเรื่องขอให้นายกช่วยเซ็นเรื่องภาษีสินค้านำเข้าให้กับบริษัทของเขาได้.....นั่นมันก็คุ้มกับการเป็นคู่หมั้นกับคนข้างๆภายในระยะเวลาแค่สามเดือน “ผมรู้ แต่ผมคงทำแบบนั้นให้คุณไม่ได้จริงๆ ถ้าคุณไม่อยากให้พ่อของตัวเองเป็นห่วง ทำไมถึงไม่แสดงให้คุณอาเห็นล่ะครับว่าคุณสามารถดูแลตัวเองได้” อาชาตัดสินใจหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเปิดประเด็น เพราะเขาอยากให้หญิงสาวหันไปสนใจเรื่องอื่น ซึ่งเหมือนจะได้ผล พอโดนอีกคนพูดออกมาแบบนั้น เธอก็รู้สึกว่าตัวเองโดนหลอกด่า ปรีชญารู้สึกควันออกหูเล็กน้อย ไม่รู้ว่าพ่อของตนเองไปบ่นอะไรให้อีกคนฟังบ้าง คงหนีไม่พ้นเรื่องที่เธอดูแลตัวเองไม่ได้น่ะสิ! “คุณกำลังหลอกด่าฉันอยู่เหรอคะ“ ปากเล็กถามออกไปด้วยสีหน้าบึ้งตึงเล็กน้อย เพราะอาชาค่อนข้างแตกต่างจากคู่หมั้นคนอื่นๆของเธออยู่พอสมควร เขาดูพูดจามีเหตุผลและกล้าจะต่อล้อต่อเถียงกับเธอด้วยที่หน้าที่ทำราวกับไม่รู้สึกอะไร นั่นทำให้แม้จะอยากต่อต้านงานหมั้น แต่สำหรับเธอแล้วอาชากลับเป็นผู้ชายที่น่าสนใจ มันช่างขัดแย้งกันเหลือเกิน ”เปล่า แต่ถ้าคุณอยากรับ....ก็รับไป“ ”นี่คุณ!“ ในขณะที่หญิงสาวกำลังจะหันไปเอาเรื่องมาเฟียหนุ่มอยู่นั้น ”มีอะไรกันหรือเปล่า?“ พ่อของเธอเดินกลับเข้ามาพอดี ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักไปอย่างกระทันหัน ท่ามกลาวสีหน้าติดเหวี่ยงเล็กๆของปรีชญาที่เพิ่งโดนหลอกด่าไปหมาดๆ แต่ดูเหมือนอาชาเองก็เลือกที่จะไม่สนใจ เขามีท่าทีนิ่งเฉย....ทำราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยจริงๆ “ไม่มีอะไรครับคุณอา คุยกับทางนั้นเรียบร้อยดีไหมครับ” ปากหนาเลือกที่จะถามเรื่องอื่นที่เขาอยากรู้มากกว่าออกไป “อืม เรียบร้อยดี คุณพิเทพอยากนัดทานข้าวกับอาน่ะ” เปรมชัยตอบกลับ เขาเองก็พยายามจะช่วยเหลือในสิ่งที่อีกคนต้องการอย่างเต็มที่ ได้ยินแบบนั้นมาเฟียหนุ่มก็พยักหน้าตอบอย่างพึงพอใจ “ทานข้าวกันดีกว่า คงหิวกันแย่แล้ว” “ครับ” เมื่อบทสนทนาจบลง การรับประทานอาหารก็ค่อยๆเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางสีหน้าแอบลุ้นของปรีชญาที่คอยลอบมองคนข้างๆอยู่ตลอเวลา กึก... ใบหน้าหล่อเหลาของหนุ่มลูกครึ่งค่อยๆชะงักไปเมื่อสเต๊กคำแรกถูกตักเข้าปาก รสชาติเค็มจัดก็ค่อยๆแพร่กระจายออกมาจนเต็มปากของเขา ปากหนาหยุดเคี้ยวเนื้อชิ้นนั้นอัตโนมัติ เขาไม่รู้ว่าหญิงสาวใส่เกลือลงไปมากแค่ไหน ทำไมมันถึงได้เค็มขนาดนี้จนเขาเผลอคิดว่าคู่หมั้นของตัวเองเผลอทำเกลือหกใส่ หมับ! มือหนาไม่รอช้าที่จะหันไปคว้าแก้วน้ำส้มที่วางอยู่ข้างตัวมายกดื่มแหวังผ่อนรสชาติเค็มราวกับมหาสมุทรนั้นออกไป โดยมีปรีชญานั่งยกยิ้มมุมปากอยู่ข้างๆ สมน้ำหน้า....ในเมื่อไม่อยากยอมตกลงกับเธอแบบง่ายๆเอง ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องสนใจ ”มีอะไรหรือเปล่า?“ เปรมชัยหันมาถามหลานชายเมื่อเห็นว่าอีกคนมีท่าทางที่เปลี่ยนไป “เปล่าครับคุณอา” “สเต๊กฝีมือลูกสาวอาเป็นยังไงบ้าง พอใช้ได้ไหม ปกติยัยปริมไม่ค่อยได้ทำอาหารให้ใครทานนะ” เปรมชัยชวนคุยอย่างอยากสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้ทั้งสอง แม้จะเริ่มรู้ตัวว่าตอนนี้เขาคงกำลังโดนปรีชญาเล่นงานเข้าให้แล้ว แต่อาชาก็เลือกที่จะตอบกลับออกไปตรงข้ามกับความเป็นจริง เพราะเขาไม่อยากให้แผนของหญิงสาวนั้นสำเร็จ อีกอย่าง....ในเมื่อสิ่งที่เขาต้องการยังไม่สำเร็จ เขาก็จะไม่มีวันยกเลิกงานหมั้นเป็นอันขาด ต่อให้ต้องทานสเต๊กรสชาติที่แย่ที่สุดในชีวิตจนหมดจานก็ตาม “ก็รสชาติดีอยู่นะครับ” “ถ้าอร่อยก็ทานจนหมดเลยนะคะ ถ้าเป็นแบบนั้นปริมจะดีใจมากๆ^^” รอยยิ้มแฝงความร้ายกาจถูกส่งมายังร่างสูง อาชาจึงอดไม่ได้ที่จะหันมามองใบหน้าสวยที่เต็มไปด้วยรังสีความท้าทายจากอีกคน “.....” ชายหนุ่มเลือกที่จะไม่ตอบกลับ เขายิ้มให้เธอบางๆก่อนจะฝืนใจ เคี้ยวสเต๊กที่โคตะระเค็มลงไปอย่างยากลำบากและแนบเนียนที่สุดโดยไม่ให้ผู้เป็นอาสังเกตุเห็น เขาหวังว่าสักวัน....เขาจะได้เอาคืนเจ้าของร่างบางข้างๆที่บังอาจมาแกล้งเขาแบบนี้ ฝากไว้ก่อนเถอะปรีชญา....ตอนที่ 60. คู่หมั้นที่ไม่ต้องการ ( จบบริบูรณ์ ) หลายวันต่อมา @ลำธาร “ยังเย็นสบายเหมือนเดิมเลย” ปากเล็กพูดขึ้นหลังจากที่วันนี้อาชาพาเธอมาปิกนิคที่ข้างน้ำตกข้างไร่ตามความต้องการของเธอ บรรยากาศเย็นสบายทำให้หญิงสาวหวนนึกถึงวันวาน วันนั้นเป็นวันที่เธอกับอาชาตกน้ำและที่สำคัญยังเป็นวันที่ทำให้เธอโกรธเขาจนตัดสินใจกลับกรุงเทพอีกด้วย พอนึกไปถึงตอนนั้นเธอก็แอบคิดว่าถ้าตอนนั้นเธอได้หย่ากับเขาจริงๆ ตอนนี้จะเป็นยังไงนะ “ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไงบ้างเหรอ” ปากเล็กหันไปถามสามีอย่างนึกอยากรู้เรื่องราวของแก้วตา จริงๆเธอเองก็หวนกลับไปคิด แก้วตาก็ดูไม่ได้ต้องการอาชากลับไปและดูเหมือนไม่ได้คิดจะแย่งเขาไปจากเธอด้วย "ใครเหรอ?“ อาชาที่กำลังจัดแจงวางผ้าปูไปบนผืนหญ้าถามกลับด้วยความไม่รู้เพราะเขาไม่รู้ว่าภรรยาสาวกำลังพูดถึงใคร ”แก้วตา“ อาชาชะงักเล็กน้อยเมื่อหญิงสาวพูดชื่อนั้นออกมา....เขาไม่รู้ว่าทำไมจูู่ๆเธอถึงอยากรู้ “มีอะไรหรือเปล่า ทำไมจู่ๆถึงถามล่ะ” เพราะเขารู้ว่าเขาเคยทำให้ปรีชญาโกรธเรื่องแก้วตา ร่างสูงจึงใส่ใจเมียมากเป็นพิเศษในเรื่องนี้ “แค่อยากรู้น่ะ ไม่มีอะไรหรอก” ใ
ตอนที่ 59. ในที่สุด “ฉันอยากให้เธอลองไปคิดดูนะ ถ้าเธอได้เรียนต่อมันจะดีมาก” หลังจากที่ปรีชญาเอ่ยความต้องการออกไปทั้งหมด น้อยหน่าก็ยืนนิ่งไป ตอนแรกเด็กสาวรู้สึกดีใจมากๆที่ปรีชญามาเสนอโอกาสให้เธอได้เรียนต่อ แต่ทว่าอีกใจก็กังวลว่าตัวเองจะทำหน้าที่นั้นได้ไม่ดีพอ “จ้าว ขอบคุณคุณปริมหลายๆเน้อยที่เอ็นดูขะเจ้า“ ”ฉันเต็มใจอยู่แล้ว^^ เอ้อ วันนี้จะมีงานเลี้ยงเล็กๆที่บ้านใหญ่ ฉันอยากให้เธอมาด้วยนะ“ ปรีชญาเอ่ยบอกคนตรงหน้าด้วยท่าทางใจดี ”จะจ้าว? ขะเจ้าไปได้ก่อ เอ่อ.....“ เด็กสาวเหลือบตาไปมองอาชาเล็กน้อย เพราะถึงอย่างไรอาชาก็เป็นเจ้านายของเธอมากกว่า หากได้รับคำยืนยันจากเขาก็คงจะดี ”อืม มาสิ“ อาชาตอบกลับ ”จริงด้วย! ฉันเอาเสื้อผ้ามาให้เธอเยอะเลยนะ เธอรู้ไหม ตอนนี้ฉันเปิดร้านเสื้อผ้าเป็นของตัวเองแล้วนะ“ คุณหนูสาวเล่าให้คนตรงหน้าฟังอย่างอารมณ์ดี เธอหยิบชุดจากร้านมาให้น้อยหน่าด้วย เพราะอยากให้เด็กสาวได้มีชุดสวยๆเอาไว้สวมใส่ ”จริงก่อจ้าว ว้าว คุณปริมเก่งแต้ๆ“ ”นี่ ฉันขอให้หน่อยหน่าเลิกงานตอนนี้เลยได้ไหม?“ ปรีชญาหันไปถามสามีอย่างรวดเร็ว เธออยากพาเด็กสาวกลับไปที่บ้านเพื่อดูช
ตอนที่ 58. กลับมาอีกครั้ง หลายเดือนต่อมา @ไร่สวนป่าเขา รถคันหรูค่อยๆเคลื่อนผ่านเข้ามาในไร่สวนป่าเขาด้วยความเร็วคงที่ ดวงตาเป็นประกายของปรีชญาบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าตัวเองคิดถึงที่นี่มากแค่ไหน วันนี้เธอกับอาชาตัดสินใจกลับมาที่นี่เพื่อพักผ่อน โดยครั้งนี้เธอไม่ได้มากับเขาแค่สองคน ยังมีพ่อของเธอและจีโน่ลูกน้องคนสนิทของหญิงสาวที่ตามติดมาด้วย นอกจากนี้ดูเหมือนจะมีอัศวิน เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของอาชาตามมาที่นี่ในอีกไม่กี่ชั่วโมง ตอนเย็นทุกคนจะจัดงานเลี้ยงเล็กๆเพื่อฉลองในโอกาสที่ไร่แห่งนี้กำลังจะมีเจ้าของคนใหม่เกิดมา นั่นก็คือลูกของเธอที่กำลังอยู่ในท้องนั่นเอง “ไม่ได้มานานยังสวยเหมือนเดิมเลยนะไร่นี้” เจ้าสัวเปรมชัยพูดออกมาอย่างนึกถึงวันวานในอดีต เขาเองก็เคยมาที่นี่เมื่อนานมาแล้ว ตั้งแต่ตอนที่พ่อกับแม่ของอาชายังมีชีวิตอยู่ “ถึงแล้วลงไปกันเถอะครับ” เสียงนั้นเป็นของจีโน่ เมื่อรถหยุดเคลื่อนไหวทุกคนก็พากันเดินลงไปยังบ้านพักกลางไร่ด้วยท่าทางผ่อนคลายที่ได้กลับมาอยู่ท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพรแบบนี้อีกครั้ง “เข้าไปพักกันก่อนเถอะครับ เรื่องงานตอนเย็นเดี๋ยวผมขอแรงคนงานให้มาช่วย”
ตอนที่ 57. ไวต่อความรู้สึก NC+ พรึ่บ! ใช้เวลาไม่กี่นาทีเสื้อผ้าบนร่างสวยก็ถูกถอดออกไปด้วยความชำนาญของร่างสูง อาชาใช้มือหนาสำรวจไปแทบทุกสัดส่วนของภรรยาราวกับว่าเขาโหยหาร่างบางนี้มานานแสนนาน นั่นมันไม่เกินจริงเลย “อะอื้อ” กายเล็กเริ่มบิดไปมาเมื่อรู้ตัวว่าสามีกำลังขยับหน้าเข้าไปบริเวณกลางระหว่างขาของตนเอง ก่อนที่ลิ้นหนาจะเริ่มจัดการตวัดเลียไปบนกึ่งกลางลำกายสาวอย่างตั้งใจ หวังสร้างความเสียวซ่านให้อีกคนก่อนที่จะเจอของจริง “อะอ๊า คะคุณ!” ปรีชญาหลับตาพริ้มรับความเสียวกระสันจากลิ้นหนา ใบหน้าสวยเชิ่ดขึ้นอัตโนมัติ สองมือเล็กเอื้อมไปกำทึ้งผมของสามีเอาไว้แน่นเพื่อระบายความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับตัวเอง อารมณ์ของว่าที่คุณแม่สาวตอนนี้กำลังพุ่งพล่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาชาตวัดลิ้นเลียไปรอบๆกลีบกุหลาบงามแบบนั้นซ้ำๆจนกระทั่งน้ำสีใสค่อยๆไหลประโลมออกมาเพราะแรงกระตุกจากทางด้านในทำให้มาเฟียหนุ่มรีบตวัดทำความสะอาดให้เมียสาวอีกรอบก่อนที่เขาจะเปลี่ยนมาใช้มือเพื่อเปิดทางให้เธอไม่เจ็บมากเมื่อโดนอาวุธร้ายของเขา เขากลัวเธอจะเจ็บเพราะห่างกายกันไปนาน ฟึ่บๆๆๆ ”อ๊า อึก สะเสียว“ ปาก
ตอนที่ 56. ความคิดถึง @คฤหาสน์ดำรงเดช “มากันแล้วเหรอ” เสียวเจ้าสัวเปรมชัยดังขึ้นมาต้อนรับเป็นอันดับแรก เมื่อทุกคนเดินทางมาถึงที่นี่ชายสูงวัยก็ยืนยิ้มต้อนรับอย่างดีใจ “สวัสดีครับคุณอา” “อาเอออะไรกันล่ะอาชา มาถึงตอนนี้เรียกพ่อได้แล้วล่ะ” เจ้าสัวบอกอีกคนออกไป ตอนนี้อาชานั้นไม่ต่างอะไรจากลูกชายของเขาเลยสักนิด “ครับคุณพ่อ” “แบบนี้ค่อยลื่นหูหน่อย ฮ่าๆ มาๆพ่อซื้ออาหารมาเยอะแยะเลยวันนี้ เรามาฉลองการเปิดร้านเสื้อผ้าของปริมเป็นวันแรก แล้วก็ฉลองที่อาชากลับมาบ้านด้วย ยิงปืนทีเดียวได้นกสองตัวเลยนะ“ เจ้าสัวเปรมชัยเอ่ยพูดอย่างอารมณ์ดีที่ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง ดวงตาคมเฉี่ยวมองอาหารทะเลเผาตรงหน้าด้วยความรู้สึกสนใจเพราะสีสันของมันชวนทำให้น้ำลายสอ ใยขณะนั้นเองใบหน้าสวยก็ค่อยๆฉายแววเหยเกขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้กลิ่นกระเทียมที่ลอยออกมาจากน้ำจิ้มซีฟู๊ดลอยมาแตะจมูกของเธอ มือเล็กถูกยกขึ้นมาปิดจมูกเอาไว้อัตโนมัติ อาชาที่นั่งสังเกตุเมียสาวอยู่เงียบๆจึงตัดสินใจเอ่ยปากถาม “เป็นอะไรหรือเปล่า?“ ”ฉัน....เหม็นกลิ่นกระเทียม“ ”แพ้อีกแล้วเหรอคะคุณหนู” ป้าชื่นที่เดินมาได้ยิ
ตอนที่ 55. พ่อของลูก ตกเย็น “สวัสดีจ้ะปริมไม่เจอกันนาน ไม่คิดเลยว่าจะเปิดร้านเสื้อผ้า“ ”นั้นสิ ยินดีด้วยนะ ร้านดูดีมากเลยอะ“ ”สบายดีใช่ไหม ตั้งแต่วันเกิดเธอ พวกเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย“ ปรีชญาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครกำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเธอตอนนี้ นิกกี้ กิ๊บ ดาด้า อดีตเพื่อนของเธอกำลังยืนยิ้มทักทายหญิงสาวอยู่โดยที่ปรีชญานั้นไม่ได้เชิญพวกเธอมาที่นี่เลยด้วยซ้ำ ถ้าให้เดา....สามคนนี้คงจะเห็นเธอโปรโมทร้านผ่านช่องทางโซเชียลของเธอ “ขอบใจนะ ฉันสบายดี พวกเธอก็คงสบายดีเหมือนกันใช่ไหม?“ ปรีชญาถามกลับตามมารยาท แม้จะรู้อยู่แล้วว่าคนพวกนี้ไม่เคยหวังดีกับเธอจริงๆ “จ้า พวกฉันสบายดี แต่ว่าเธอออกแบบเสื้อผ้าพวกนี้ทั้งหมดด้วยตัวเองเหรอ?” ดาด้ากรอกตามองไปทั่วร้านอย่างสำรวจพร้อมกับเอ่ยถาม “อืม ฉันทำหมดเอง” “ว้าว ไม่อยากจะเชื่อเลยนะว่าเธอจะทำได้ขนาดนี้” นิกกี้พูดต่อ “นั้นสิ แล้วแบบนี้มีส่วนลดให้พวกฉันไหมอะ แบบคนสนิทอะไรงี้” ปรีชญากระตุกยิ้มมุมปากออกมาเมื่อได้ยินแบบนั้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงจะตอบกลับให้แรงสมใจ แต่ตอนนี้หญิงสาวกลับอยากขำออกมาเสียมากกว่า “หึ เอาสิ ฉั







