LOGINตอนที่ 6.ผิดปกติ
หลายนาทีผ่านไป ฉ่า~ เสียงเนื้อราคาแพงถูกย่างอยู่ในกะทะ เมื่อเห็นว่าเริ่มได้ที่แล้ว มือเล็กก็ไม่รอช้าที่จะเอื้อมไปหยิบขวดเกลือขึ้นมา ดวงตาเฉี่ยวมองเม็ดเกลือสีขาวในขวดด้วยสีหน้าครุ่นคิดก่อนที่รอยยิ้มร้ายกาจจะค่อยๆฉายออกมา ฟึ่บๆๆ ปรีชญาเขย่าขวดโรยเกลือลงไปบนเนื้อชิ้นนั้นอย่างไม่ยั้งมือพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากของเธอที่ยังคงยกยิ้มอยู่อย่างนั้น ป้าชื่นเห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหันมาถามอีกคน เพราะจำนวนเกลือที่ร่วงหล่นลงไปนั้นไม่ใช่น้อยๆเลย “ใส่เยอะเกินไปหรือเปล่าคะคุณหนู” “ไม่หรอกค่ะป้า แบบนี้กำลังพอดี :)” ใบหน้าสวยหันไปเอ่ยตอบอย่างไม่คิดอะไร วันนี้แผนของเธอนั้นง่ายมากๆ ถ้าหากอาชายอมเจรจากับเธอแต่โดยดีเรื่องราวระหว่างเขากับเธออาจจะจบง่ายกว่าที่คิด เวลาผ่านไปไม่นาน ก็มีเสียงรถคันหรูขับเข้ามาจอดในรั้วของคฤหาสน์หลังใหญ่ ร่างสูงบึกบึนก้าวเท้าลงจากแลมโบกินี่ของตัวเองด้วยท่าทางสบายๆ โดยวันนี้อาชานั้นได้เดินทางมาที่นี่คนเดียว เขาไม่ได้พาลูกน้องคนสนิทอย่างกองทัพมาด้วยเพราะเห็นว่าวันนี้ไม่ได้มีอะไรสำคัญ เป็นเพียงแค่การนัดมาทานข้าวเฉยๆ ร่างสูงจึงสั่งให้กองทัพหยุดงานไป “สวัสดีค่ะคุณอาชา เชิญด้านนี้เลยค่ะ“ สาวใช้ไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปต้อนรับแขกคนพิเศษและนำเขาเดินเข้ามาในบ้าน ดวงตาคมกวาดตาดูไปรอบบ้านหลังใหญ่ที่เขาเคยมาเมื่อนานมาแล้วด้วยความรู้สึกสนใจที่คฤหาสน์หลังนี้ยังคงดูดีไม่เปลี่ยน แต่แล้วในขณะนั้นเองมาเฟียหนุ่มก็ได้พบเข้ากับเจ้าของบ้านอย่างเจ้าสัวเปรมชัยที่ดูเหมือนจะรอพบเข้าอยู่ก่อนแล้ว “สวัสดีครับคุณอา” ปากหนักไม่ขอช้าที่จะเอ่ยทักทาย “มาแล้วเหรออาชา อากำลังรออยู่พอดีเลย” เจ้าสัวยิ้มรับ รู้สึกใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ข่าวจากสาวใช้ว่าวันนี้ลูกสาวถึงขั้นยอมลงมาเข้าครัวโชว์ฝีมือด้วยตัวเองเพื่อต้อนรับว่าที่คู่หมั้น เขาคิดว่านี่มันเป็นสัญญาณดีๆจากลูกสาวของตน.... “รอผมเหรอครับ” “ใช่น่ะสิ ไม่รู้เราไปทำยังไง ทำไมลูกสาวอาถึงได้อยากเข้าครัวเพื่อเราโดยเฉพาะ” ร่างสูงได้ยินแบบนั้นก็เริ่มเข้าใจความรู้สึกของผู้เป็นอา เปรมชัยคงกำลังหลงคิดไปว่าความสัมพันธ์ของเขากับปรีชญากำลังไปได้ดี แต่ในทางกลับกันมันกลับตรงกันข้าม เพราะเขาไม่คิดว่าคนอย่างปรีชญาจะยอมหมั้นกับเขาง่ายขนาดนั้น เพราะดูจากสีหน้าและท่าทางของเธอในตอนที่เขาเจอเธอครั้งที่แล้ว มันไม่ได้บ่งบอกเลยสักนิดว่าเธอจะชอบเขา “คุณอาคิดแบบนั้นเหรอครับ“ หนุ่มลูกครึ่งเอ่ยถาม ในขณะที่เปรมชัยเดินนำเขาเข้ามาในห้องรับประทานอาหารที่แลดูโอ่อ่าไม่ต่างจากห้องนั่งเล่นเลยสักนิด “อื้ม ปกติลูกสาวอาก็ไม่ใช่คนชอบเข้าครัวเท่าไหร่หรอก แต่วันนี้ดูเหมือนจะเป็นวันพิเศษ ยัยปริมถึงได้ยอมลงมือทำอาหารเอง” ในขณะที่เปรมชัยกำลังเอ่ยถึงลูกสาวอยู่นั้น ทั้งสองก็ได้พบกับชื่นที่กำลังยืนจัดโต๊ะอาหารอยู่พอดี “สวัสดีค่ะคุณท่าน คุณอาชา” แม่บ้านสูงวัยไม่รอช้าที่จะเอ่ยทักทายคนตรงหน้า นางรู้จักอาชาเพราะเปรมชัยเป็นคนบอกเอาไว้ว่าวันนี้จะมีแขกมา นางเองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่แปลกใจที่ได้เห็นปรีชญายอมเข้าครัวทำอาหารด้วยตัวเองเพื่อต้อนรับว่าที่คู่หมั้นคนใหม่ล่าสุด เพราะป้าชื่นคือแม่บ้านที่ค่อนข้างสนิทกับคุณหนูของตัวเอง ทำให้นางรู้ดีกว่าใครว่าปรีชญานั้นพยายามต่อต้านคู่หมั้นทั้งสามคนที่ผ่านมามากแค่ไหน แต่กับอาชา มันแปลกออกไป “ถ้าอาหารเสร็จแล้วก็ไปตามยัยปริมมาเถอะชื่น จะได้เริ่มทานกัน” “ค่ะคุณท่าน” เมื่อได้รับคำสั่ง ชื่นก็ไม่รอช้าที่จะเดินกลับเข้าไปในครัวที่มีปรีชญากำลังยืนตกแต่งจานสเต๊กของตัวเองอยู่ด้วยสีหน้าพึงพอใจกับทุกอย่างในวันนี้ที่เป็นไปตามแผน อย่างน้อยๆวันนี้เธอก็ไม่ได้พังครัวของป้าชื่นไปจนหมด “คุณหนูคะ คุณอาชามาถึงแล้วค่ะ” เมื่อได้ยินแบบนั้นปรีชญาก็พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับแม่บ้านคนสนิทออกไป “ช่วยยกของที่เหลือออกไปหน่อยนะคะ” “ได้ค่ะคุณหนู” ชื่นไม่รอช้าที่จะเดินเข้ามายกจานอาหารที่เหลือออกไป ยกเว้นจานสเต๊กน่ารับประทานตรงหน้าที่ปรีชญาตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือเพื่อว่าที่คู่หมั้นของเธอ รอยยิ้มร้ายค่อยๆปรากฎออกมาจากใบหน้าสวยอีกระรอก ก่อนที่มือเล็กจะเอื้อมไปหยิบขวดยาเล็กๆที่ถูกซ่อนเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงของตัวเองออกมา “หึ วันนี้ขอแบบเบาๆก็แล้วกันนะ หวังว่าจะคุยกันรู้เรื่อง” ว่าจบยาน้ำสีใสก็ถูกเทลงไปในแก้วน้ำส้มเล็กน้อย ก่อนที่ปรีชญาจะเก็บทุกอย่างกลับลงไปในกระเป๋ากางเกงของตัวเอง หญิงสาวหยิบช้อนมาคนทุกอย่างในแก้วให้เข้ากัน พร้อมกับรอยยิ้มมีความสุขที่ผุดพรายออกมาบนใบหน้า ยังไงวันนี้.....เธอหวังว่าแผนของตนเองจะผ่านไปได้ด้วยดี ขอให้อาชาเข้าใจอะไรๆอย่างง่ายๆด้วยเถิด สองนาทีต่อมา ตึก ตึก ฟึ่บ... ”สเต๊กเนื้อริบอายส์สำหรับว่าที่คู่หมั้นค่ะ ทานให้อร่อยนะคะ :)“ เสียงหวานเอ่ยบอกคนตรงหน้าพร้อมกันรอยยิ้มสดใสของเธอที่ถูกส่งไปให้ร่างสูง อาชาเงยหน้าขึ้นมามองหญิงสาวที่จัดการวางจานอาหารที่มีหน้าตาน่ารับประทานเอาไว้ตรงหน้าของเขา ด้วยความรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่วันนี้อีกคนดูมีท่าทางเปิดรับเขามากกว่าปกติ เช่นเดียวกับเจ้าสัวเปรมชัยที่อดยิ้มออกมาไม่ได้ เขาไม่เคยเห็นลูกสาวจะใส่ใจคู่หมั้นคนไหนเท่านี้มาก่อน นั่นทำให้เจ้าสัวรู้สึกว่าครั้งนี้เขาเลือกไม่ผิดคน “ขอบคุณ....ครับ” อาชาตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มของเขา ก่อนที่ร่างเล็กจะเลื่อนเก้าอี้ด้านข้างของเขาออกพร้อมกับนั่งลงข้างๆกายแกร่ง “คุณทำเองทั้งหมดนี่เลยเหรอ” ปากหนาเอ่ยถามออกมาหลังจากมองดูจานอาหารของตนเองและอาหารไทยที่หลากหลายอย่างบนโต๊ะ แต่ทำไมดูเหมือนเขาจะได้ทานสเต๊กอยู่คนเดียว “เปล่าค่ะ ฉันทำแค่สเต๊กของคุณ ก็วันก่อนคุณบอกว่าอยากทานอาหารฝีมือฉันไม่ใช่เหรอคะ” ปรีชญายิ้มตอบ เธอใช้มือข้างหนึ่งเท้าคางมองใบหน้าหล่อด้วยท่าทางสนใจอีกคนอย่างผิดปกติ นั่นทำให้อาชาเริ่มรับรู้ได้ว่าอีกคนนั้นต้องการทำอะไรบางอย่าง “ปกติน้องไม่ได้ทำอาหารให้ใครทานง่ายๆเลยนะอาชา” เปรมชัยย้ำบอก “แล้วคุณอาไม่ทานด้วยกันเหรอครับ” “โอ้ ไม่ล่ะ ช่วงนี้อาฟันไม่ค่อยดีน่ะ ไม่อยากเคี้ยวเยอะ วันนี้ก็เลยขอให้ชื่นทำอาหารไทยง่ายๆให้” ได้ยินแบบนั้นอาชาก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบสายตาไปมองใบหน้าสวยที่นั่งเหยียดยิ้มมองหน้าเขาอยู่ ซึ่งมองแค่แวบเดียวร่างสูงก็รู้ว่านั่นไม่ใช่รอยยิ้มที่จริงใจ มันแฝงไปด้วยอะไรบางอย่าง “:)”ตอนที่ 60. คู่หมั้นที่ไม่ต้องการ ( จบบริบูรณ์ ) หลายวันต่อมา @ลำธาร “ยังเย็นสบายเหมือนเดิมเลย” ปากเล็กพูดขึ้นหลังจากที่วันนี้อาชาพาเธอมาปิกนิคที่ข้างน้ำตกข้างไร่ตามความต้องการของเธอ บรรยากาศเย็นสบายทำให้หญิงสาวหวนนึกถึงวันวาน วันนั้นเป็นวันที่เธอกับอาชาตกน้ำและที่สำคัญยังเป็นวันที่ทำให้เธอโกรธเขาจนตัดสินใจกลับกรุงเทพอีกด้วย พอนึกไปถึงตอนนั้นเธอก็แอบคิดว่าถ้าตอนนั้นเธอได้หย่ากับเขาจริงๆ ตอนนี้จะเป็นยังไงนะ “ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไงบ้างเหรอ” ปากเล็กหันไปถามสามีอย่างนึกอยากรู้เรื่องราวของแก้วตา จริงๆเธอเองก็หวนกลับไปคิด แก้วตาก็ดูไม่ได้ต้องการอาชากลับไปและดูเหมือนไม่ได้คิดจะแย่งเขาไปจากเธอด้วย "ใครเหรอ?“ อาชาที่กำลังจัดแจงวางผ้าปูไปบนผืนหญ้าถามกลับด้วยความไม่รู้เพราะเขาไม่รู้ว่าภรรยาสาวกำลังพูดถึงใคร ”แก้วตา“ อาชาชะงักเล็กน้อยเมื่อหญิงสาวพูดชื่อนั้นออกมา....เขาไม่รู้ว่าทำไมจูู่ๆเธอถึงอยากรู้ “มีอะไรหรือเปล่า ทำไมจู่ๆถึงถามล่ะ” เพราะเขารู้ว่าเขาเคยทำให้ปรีชญาโกรธเรื่องแก้วตา ร่างสูงจึงใส่ใจเมียมากเป็นพิเศษในเรื่องนี้ “แค่อยากรู้น่ะ ไม่มีอะไรหรอก” ใ
ตอนที่ 59. ในที่สุด “ฉันอยากให้เธอลองไปคิดดูนะ ถ้าเธอได้เรียนต่อมันจะดีมาก” หลังจากที่ปรีชญาเอ่ยความต้องการออกไปทั้งหมด น้อยหน่าก็ยืนนิ่งไป ตอนแรกเด็กสาวรู้สึกดีใจมากๆที่ปรีชญามาเสนอโอกาสให้เธอได้เรียนต่อ แต่ทว่าอีกใจก็กังวลว่าตัวเองจะทำหน้าที่นั้นได้ไม่ดีพอ “จ้าว ขอบคุณคุณปริมหลายๆเน้อยที่เอ็นดูขะเจ้า“ ”ฉันเต็มใจอยู่แล้ว^^ เอ้อ วันนี้จะมีงานเลี้ยงเล็กๆที่บ้านใหญ่ ฉันอยากให้เธอมาด้วยนะ“ ปรีชญาเอ่ยบอกคนตรงหน้าด้วยท่าทางใจดี ”จะจ้าว? ขะเจ้าไปได้ก่อ เอ่อ.....“ เด็กสาวเหลือบตาไปมองอาชาเล็กน้อย เพราะถึงอย่างไรอาชาก็เป็นเจ้านายของเธอมากกว่า หากได้รับคำยืนยันจากเขาก็คงจะดี ”อืม มาสิ“ อาชาตอบกลับ ”จริงด้วย! ฉันเอาเสื้อผ้ามาให้เธอเยอะเลยนะ เธอรู้ไหม ตอนนี้ฉันเปิดร้านเสื้อผ้าเป็นของตัวเองแล้วนะ“ คุณหนูสาวเล่าให้คนตรงหน้าฟังอย่างอารมณ์ดี เธอหยิบชุดจากร้านมาให้น้อยหน่าด้วย เพราะอยากให้เด็กสาวได้มีชุดสวยๆเอาไว้สวมใส่ ”จริงก่อจ้าว ว้าว คุณปริมเก่งแต้ๆ“ ”นี่ ฉันขอให้หน่อยหน่าเลิกงานตอนนี้เลยได้ไหม?“ ปรีชญาหันไปถามสามีอย่างรวดเร็ว เธออยากพาเด็กสาวกลับไปที่บ้านเพื่อดูช
ตอนที่ 58. กลับมาอีกครั้ง หลายเดือนต่อมา @ไร่สวนป่าเขา รถคันหรูค่อยๆเคลื่อนผ่านเข้ามาในไร่สวนป่าเขาด้วยความเร็วคงที่ ดวงตาเป็นประกายของปรีชญาบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าตัวเองคิดถึงที่นี่มากแค่ไหน วันนี้เธอกับอาชาตัดสินใจกลับมาที่นี่เพื่อพักผ่อน โดยครั้งนี้เธอไม่ได้มากับเขาแค่สองคน ยังมีพ่อของเธอและจีโน่ลูกน้องคนสนิทของหญิงสาวที่ตามติดมาด้วย นอกจากนี้ดูเหมือนจะมีอัศวิน เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของอาชาตามมาที่นี่ในอีกไม่กี่ชั่วโมง ตอนเย็นทุกคนจะจัดงานเลี้ยงเล็กๆเพื่อฉลองในโอกาสที่ไร่แห่งนี้กำลังจะมีเจ้าของคนใหม่เกิดมา นั่นก็คือลูกของเธอที่กำลังอยู่ในท้องนั่นเอง “ไม่ได้มานานยังสวยเหมือนเดิมเลยนะไร่นี้” เจ้าสัวเปรมชัยพูดออกมาอย่างนึกถึงวันวานในอดีต เขาเองก็เคยมาที่นี่เมื่อนานมาแล้ว ตั้งแต่ตอนที่พ่อกับแม่ของอาชายังมีชีวิตอยู่ “ถึงแล้วลงไปกันเถอะครับ” เสียงนั้นเป็นของจีโน่ เมื่อรถหยุดเคลื่อนไหวทุกคนก็พากันเดินลงไปยังบ้านพักกลางไร่ด้วยท่าทางผ่อนคลายที่ได้กลับมาอยู่ท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพรแบบนี้อีกครั้ง “เข้าไปพักกันก่อนเถอะครับ เรื่องงานตอนเย็นเดี๋ยวผมขอแรงคนงานให้มาช่วย”
ตอนที่ 57. ไวต่อความรู้สึก NC+ พรึ่บ! ใช้เวลาไม่กี่นาทีเสื้อผ้าบนร่างสวยก็ถูกถอดออกไปด้วยความชำนาญของร่างสูง อาชาใช้มือหนาสำรวจไปแทบทุกสัดส่วนของภรรยาราวกับว่าเขาโหยหาร่างบางนี้มานานแสนนาน นั่นมันไม่เกินจริงเลย “อะอื้อ” กายเล็กเริ่มบิดไปมาเมื่อรู้ตัวว่าสามีกำลังขยับหน้าเข้าไปบริเวณกลางระหว่างขาของตนเอง ก่อนที่ลิ้นหนาจะเริ่มจัดการตวัดเลียไปบนกึ่งกลางลำกายสาวอย่างตั้งใจ หวังสร้างความเสียวซ่านให้อีกคนก่อนที่จะเจอของจริง “อะอ๊า คะคุณ!” ปรีชญาหลับตาพริ้มรับความเสียวกระสันจากลิ้นหนา ใบหน้าสวยเชิ่ดขึ้นอัตโนมัติ สองมือเล็กเอื้อมไปกำทึ้งผมของสามีเอาไว้แน่นเพื่อระบายความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับตัวเอง อารมณ์ของว่าที่คุณแม่สาวตอนนี้กำลังพุ่งพล่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาชาตวัดลิ้นเลียไปรอบๆกลีบกุหลาบงามแบบนั้นซ้ำๆจนกระทั่งน้ำสีใสค่อยๆไหลประโลมออกมาเพราะแรงกระตุกจากทางด้านในทำให้มาเฟียหนุ่มรีบตวัดทำความสะอาดให้เมียสาวอีกรอบก่อนที่เขาจะเปลี่ยนมาใช้มือเพื่อเปิดทางให้เธอไม่เจ็บมากเมื่อโดนอาวุธร้ายของเขา เขากลัวเธอจะเจ็บเพราะห่างกายกันไปนาน ฟึ่บๆๆๆ ”อ๊า อึก สะเสียว“ ปาก
ตอนที่ 56. ความคิดถึง @คฤหาสน์ดำรงเดช “มากันแล้วเหรอ” เสียวเจ้าสัวเปรมชัยดังขึ้นมาต้อนรับเป็นอันดับแรก เมื่อทุกคนเดินทางมาถึงที่นี่ชายสูงวัยก็ยืนยิ้มต้อนรับอย่างดีใจ “สวัสดีครับคุณอา” “อาเอออะไรกันล่ะอาชา มาถึงตอนนี้เรียกพ่อได้แล้วล่ะ” เจ้าสัวบอกอีกคนออกไป ตอนนี้อาชานั้นไม่ต่างอะไรจากลูกชายของเขาเลยสักนิด “ครับคุณพ่อ” “แบบนี้ค่อยลื่นหูหน่อย ฮ่าๆ มาๆพ่อซื้ออาหารมาเยอะแยะเลยวันนี้ เรามาฉลองการเปิดร้านเสื้อผ้าของปริมเป็นวันแรก แล้วก็ฉลองที่อาชากลับมาบ้านด้วย ยิงปืนทีเดียวได้นกสองตัวเลยนะ“ เจ้าสัวเปรมชัยเอ่ยพูดอย่างอารมณ์ดีที่ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง ดวงตาคมเฉี่ยวมองอาหารทะเลเผาตรงหน้าด้วยความรู้สึกสนใจเพราะสีสันของมันชวนทำให้น้ำลายสอ ใยขณะนั้นเองใบหน้าสวยก็ค่อยๆฉายแววเหยเกขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้กลิ่นกระเทียมที่ลอยออกมาจากน้ำจิ้มซีฟู๊ดลอยมาแตะจมูกของเธอ มือเล็กถูกยกขึ้นมาปิดจมูกเอาไว้อัตโนมัติ อาชาที่นั่งสังเกตุเมียสาวอยู่เงียบๆจึงตัดสินใจเอ่ยปากถาม “เป็นอะไรหรือเปล่า?“ ”ฉัน....เหม็นกลิ่นกระเทียม“ ”แพ้อีกแล้วเหรอคะคุณหนู” ป้าชื่นที่เดินมาได้ยิ
ตอนที่ 55. พ่อของลูก ตกเย็น “สวัสดีจ้ะปริมไม่เจอกันนาน ไม่คิดเลยว่าจะเปิดร้านเสื้อผ้า“ ”นั้นสิ ยินดีด้วยนะ ร้านดูดีมากเลยอะ“ ”สบายดีใช่ไหม ตั้งแต่วันเกิดเธอ พวกเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย“ ปรีชญาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครกำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเธอตอนนี้ นิกกี้ กิ๊บ ดาด้า อดีตเพื่อนของเธอกำลังยืนยิ้มทักทายหญิงสาวอยู่โดยที่ปรีชญานั้นไม่ได้เชิญพวกเธอมาที่นี่เลยด้วยซ้ำ ถ้าให้เดา....สามคนนี้คงจะเห็นเธอโปรโมทร้านผ่านช่องทางโซเชียลของเธอ “ขอบใจนะ ฉันสบายดี พวกเธอก็คงสบายดีเหมือนกันใช่ไหม?“ ปรีชญาถามกลับตามมารยาท แม้จะรู้อยู่แล้วว่าคนพวกนี้ไม่เคยหวังดีกับเธอจริงๆ “จ้า พวกฉันสบายดี แต่ว่าเธอออกแบบเสื้อผ้าพวกนี้ทั้งหมดด้วยตัวเองเหรอ?” ดาด้ากรอกตามองไปทั่วร้านอย่างสำรวจพร้อมกับเอ่ยถาม “อืม ฉันทำหมดเอง” “ว้าว ไม่อยากจะเชื่อเลยนะว่าเธอจะทำได้ขนาดนี้” นิกกี้พูดต่อ “นั้นสิ แล้วแบบนี้มีส่วนลดให้พวกฉันไหมอะ แบบคนสนิทอะไรงี้” ปรีชญากระตุกยิ้มมุมปากออกมาเมื่อได้ยินแบบนั้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงจะตอบกลับให้แรงสมใจ แต่ตอนนี้หญิงสาวกลับอยากขำออกมาเสียมากกว่า “หึ เอาสิ ฉั







