로그인ตอนที่ 8.คาดโทษ
วันต่อมา “Shit!!" เสียงปากหนาสบถออกมาด้วยสีหน้าซีดเซียวก่อนจะทิ้งกายกำยำของตัวเองลงไปบนโซฟาราคาแพงด้วยความอ่อนแรง หลังจากที่วิ่งเข้าห้องน้ำเป็นว่าเล่นทั้งคืน อาชาก็เริ่มรู้สึกทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาโทรหาลูกน้องคนสนิทอย่างกองทัพตั้งแต่เช้ามืดเพื่อบอกให้ลูกน้องโทรตามหมอให้มาที่นี่ ก่อนที่ร่างกายของเขาจะขาดน้ำจนตายไปเสียก่อน แม้จะไม่รู้เหตุผลที่แน่ชัดว่าทำไมเขาถึงได้เกิดอาการท้องเสียอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่หนุ่มลูกครึ่งก็พอที่จะเดาได้ว่าสาเหตุก็คงมาจากเมื่อวานที่เขาไปทานข้าวที่บ้านของเจ้าสัวเปรมชัยมา แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่กล้าฟันธงว่าตัวต้นเหตุคือปรีชญา.... ก๊อก ก๊อก ก๊อก ”หมอมาแล้วครับเจ้านาย“ ไม่นานนักเสียงกองทัพก็ดังขึ้น “อืม ให้เข้ามาได้เลย” สิ้นเสียงอนุญาต หมอหนุ่มหน้าตาดีก็เดินเข้ามาก่อนที่จะเริ่มทำการตรวจอาการของคนไข้และสอบถามประวัติของอาชาด้วยความชำนาญ ”จากที่ฟังอาการมา คุณอาชาน่าจะท้องเสียเฉยๆนะครับ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงมาก อาการไม่ได้รุนแรงอะไรจนถึงต้องทานน้ำเกลือครับ แต่ว่าถ้าอาการแย่ลงให้รีบไปหาหมอที่โรงพยาบาลทันทีนะครับ“ ”เดี๋ยวหมอจะจ่ายยาแก้ปวดท้อง ยาแก้ท้องเสียแล้วก็เกลือแร่ให้นะครับ หลังจากนี้ดื่มเกลือแร่บ่อยๆและนอนพักเยอะๆ เพื่อร่างกายจะได้ไม่ขาดน้ำมากเกินไป“ ”ครับ“ ปากหนาที่บัดนี้แทบไม่เห็นสีเลือดเอ่ยตอบอย่างกับคนแทบจะไม่มีแรง แต่ถึงแบบนั้นใบหน้าหล่อก็ยังคงความสุขุมเอาไว้ เพราะผู้ชายอกสามศอกอย่างเขาไม่ต้องการแสดงความอ่อนออให้ใครเห็นได้ง่ายๆ หลังจากที่หมอหนุ่มจัดการจัดยาสำหรับแก้บรรเทาอาการป่วยของอีกคนเสร็จสิ้น จอมทัพก็ได้ทำการออกไปส่งหมอคนนั้นที่หน้าประตู ก่อนที่มือขวาคนสนิทจะเดินกลับเข้ามาหาเจ้านายของตนเองที่กำลังยืนดื่มเกลือแร่อยู่บริเวณเคาท์เตอร์ครัว “ประชุมออนไลน์กับนายใหญ่ให้ผมเลื่อนไปก่อนไหมครับ“ กองทัพเอ่ยถามอย่างรู้งาน เมื่อเห็นง่าเจ้านายป่วยอย่างกนะทันหัน ”อืม“ อาชาตอบกลับ “อยากทานอะไรไหมครับ เดี๋ยวผมซื้อมาให้” “ข้าวต้มก็ได้ ถ้าขึ้นมาแล้วฉันหลับไม่ต้องปลุก” ปากหนาพูดต่อด้วยอาการเหนื่อยล้า ถ้าทานยาเสร็จเขากะว่าจะเข้าไปนอนพักเสียหน่อย หลังจากที่แทบไม่ได้นอนมาทั้งคืน ซึ่งลูกน้องคนสนิทก็ตอบรับอย่างว่าง่าย “ครับ” จนกระทั่ง.... หลายชั่วโมงต่อมา ดวงตากลมค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาหลังจากได้พักผ่อนไปเกือบๆสามชั่วโมง โชคดีที่อาการท้องเสียได้หายไปแล้ว แต่ก็ยังคงมีอาการปวดท้องที่ยังโจมตีเขาอยู่เล็กน้อย เมื่อรู้ตัวว่าวันนี้ตนเองยังไม่ได้ทานอะไรเลยสักอย่าง ร่างสูงก็ไม่รอช้าที่จะลุกออกจากเตียงกว้าง เดินตรงดิ่งไปยังเคาท์เตอร์ครัวที่มีถุงข้าวต้มวางเอาไว้ตามคำสั่ง ในขณะที่มือหนากำลังจัดแจงอาหารสำหรับมื้อแรกของตัวเองอยู่นั้น ครืด~ ครืด~ จู่ๆเสียงโทรศัพท์ราคาแพงของเขาก็ดังขึ้นมา อาชาเหลือบสายตาไปมองเบอร์โทรแปลกที่เขาไม่ได้บันทึกชื่อเอาไว้ด้วยความชั่งใจ ก่อนจะตัดสินใจกดรับสายในที่สุด “ฮัลโหล” ‘ฮาย~ สวัสดีตอนเที่ยงค่ะคุณว่าที่คู่หมั้น’ ใบหน้าหล่อชะงักไปเล็กน้อยเมื่อน้ำเสียงสดใสที่เขาได้ยินทำให้เขาจำได้แทบจะทันทีว่าเจ้าของเบอร์นี้เป็นใคร ”ต้องการอะไร“ มาเฟียหนุ่มที่แอบมีความสงสัยแคลงใจอยู่แล้วว่าอาการเจ็บป่วยของตนเองอาจจะมีปรีชญาอยู่เบื้องหลัง เสียงทุ้มจึงไม่รอช้าที่จะถามอีกคนออกไปถึงจุดประสงค์ที่เธอโทรมาหาเขาในวันนี้ ‘อุ๊ย~ น้ำเสียงฟังดูไม่ค่อยดีเลยนะคะ หึ‘ ได้ยินแค่เสียงหัวเราะในลำคอ อาชาก็รู้แล้วว่าเธอคือคนที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้จริงๆ “เธอเป็นคนทำสินะ” เขาพูดออกไปเสียงเข้ม แอบรู้สึกหัวเสียเล็กน้อยที่พลาดท่าให้กับผู้หญิงตัวเล็กๆ เขารู้ดีว่าปรีชญาเป็นผู้หญิงที่ดื้อแค่ไหน แตาก็ไม่คิดว่าเธอจะร้ายกาจจนถึงขั้นกล้าวางยาเขาแบบนี้ สงสัยเขาคงชะล่าใจกับผู้หญิงคนนี้มากจนเกินไป ’อะไรกันคะคุณคู่หมั้น แค่นี้ต้องทำเสียงดุใส่ฉันเลยเหรอ คิคิ ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ในเมื่อคุณไม่ยอมยกเลิกงานหมั้นดีๆเอง‘ ‘ถ้าไม่อยากโดนมากกว่านี้ก็ไปขอยกเลิกงานหมั้นกับพ่อฉันซะ’ จากน้ำเสียงที่ฟังดูขี้เล่น แปรเปลี่ยนไปเป็นโทนจริงจังอย่างง่ายดาย มันไม่ใช่คำขู่แต่มันเป็นสิ่งที่เขาควรจะทำถ้าไม่อยากเจ็บตัวไปมากกว่านี้ อาชาได้ยินแบบนั้นแทนที่จะกลัวแต่เขากลับรู้สึกทีความฮึกเหิมอะไรบางอย่าง เขาไม่แปลกใจว่าทำไมคู่หมั้นทั้งสามคนก่อนหน้าถึงได้ยอมยกเลิกงานหมั้นไป เธอคงคิดว่าแผนนี้มันจะได้ผลกับคนอย่างเขาสินะ นอกจากจะไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวอะไร หนำซ้ำอาชากลับรู้สึกว่าเขาเริ่มอยากจะ’เอาชนะ‘ผู้หญิงคนนี้เสียมากกว่า เพราะเธอจะได้รู้ว่ากำลังเล่นอยู่กับผิดคน เขาอยากจะสั่งสอนเธอ ว่าไม่ควรมาท้าทายคนอย่างเขา สิ่งที่อีกคนทำมันมากเกินไป เขาไม่อาจปล่อยผ่านไปได้ง่ายๆ “ได้ พรุ่งนี้เจอกันตอนสิบโมง“ มาเฟียหนุ่มตอบกลับโดยมีแผนการอยู่ในใจ ‘......ก็แค่นี้ ถ้าตกลงตั้งแต่เมื่อวานก็คงไม่ต้องกินยาถ่ายลงไปหรอก’ แม้จะรู้สึกแปลกใจที่คราวนี้อีกคนยอมแบบง่ายๆ แต่สุดท้ายปรีชญาก็รู้สึกโล่งใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามที่ตนเองคาดหวัง โดยหารู้ไม้ว่าเธอกำลังจะถูกมาเฟียหนุ่มเอาคืน โทษฐานที่วางยาถ่ายให้เขากิน ’ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ หวังว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เราทั้งสองจะได้เจอกัน’ สิ้นประโยคนั้นสายก็ถูกตัดไปทันที อาชาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เขากำลังขบคิดถึงแผนการของตัวเอง เขาประเมินเธอต่ำเกินไปเพราะฉนั้นคนอย่างปรีชญา....ตัองเจอกับคนแบบเขานี่แหละถึงจะสาสม ”กล้าวางยาถ่ายฉันงั้นเหรอ“ “แสบนักนะ!” ปากหนาบ่นพึมพัมกับตัวเองด้วยความรู้สึกคาดโทษ มีผู้หญิงน้อยคนนักที่ทำให้คนอย่างอาชาอยากจะกำราบได้ คิดได้แบบนั้นมือหนาก็ไม่รอช้าที่จะกดโทรออกหาเปรมชัย เพื่อนัดคุยกันในวันพรุ่งนี้ “สวัสดีครับคุณอา“ วันต่อมา @คฤหาสน์ดำรงเดช ”คุณอาชามาถึงแล้วค่ะคุณหนู“ เสียงของชื่นดังขึ้นทำเอาปรัชญาที่กำลังนั่งหวีผมอยู่หน้ากนะจกเปยยิ้มออกมาบางๆ เธอตื่นเช้ากว่าปกติเพื่อเตรียมตัวรอรับฟังข่าวดีจากว่าที่คู่หมั้นหนุ่มที่กำลังจะกลายไปเป็นอดีตด้วยความรู้สึกพึงพอใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ คิดได้แบบนั้นปรัชญาก็ไม่รอช้าที่จะผุดลุกขึ้นยืนเต็มด้วยสูงกว่าร้อยหกสิบเจ็ดของเธอด้วยความมั่นใจ “ลงไปกันเถอะค่ะป้า :)” พูดจบหญิงสาวก็เดินนำหน้าแม่บ้านสูงวัยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม จนชื่นอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดวันนี้คุณหนูของนางถึงได้ดูมีความสุขขนาดนั้น “ค่ะ“ตอนที่ 60. คู่หมั้นที่ไม่ต้องการ ( จบบริบูรณ์ ) หลายวันต่อมา @ลำธาร “ยังเย็นสบายเหมือนเดิมเลย” ปากเล็กพูดขึ้นหลังจากที่วันนี้อาชาพาเธอมาปิกนิคที่ข้างน้ำตกข้างไร่ตามความต้องการของเธอ บรรยากาศเย็นสบายทำให้หญิงสาวหวนนึกถึงวันวาน วันนั้นเป็นวันที่เธอกับอาชาตกน้ำและที่สำคัญยังเป็นวันที่ทำให้เธอโกรธเขาจนตัดสินใจกลับกรุงเทพอีกด้วย พอนึกไปถึงตอนนั้นเธอก็แอบคิดว่าถ้าตอนนั้นเธอได้หย่ากับเขาจริงๆ ตอนนี้จะเป็นยังไงนะ “ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไงบ้างเหรอ” ปากเล็กหันไปถามสามีอย่างนึกอยากรู้เรื่องราวของแก้วตา จริงๆเธอเองก็หวนกลับไปคิด แก้วตาก็ดูไม่ได้ต้องการอาชากลับไปและดูเหมือนไม่ได้คิดจะแย่งเขาไปจากเธอด้วย "ใครเหรอ?“ อาชาที่กำลังจัดแจงวางผ้าปูไปบนผืนหญ้าถามกลับด้วยความไม่รู้เพราะเขาไม่รู้ว่าภรรยาสาวกำลังพูดถึงใคร ”แก้วตา“ อาชาชะงักเล็กน้อยเมื่อหญิงสาวพูดชื่อนั้นออกมา....เขาไม่รู้ว่าทำไมจูู่ๆเธอถึงอยากรู้ “มีอะไรหรือเปล่า ทำไมจู่ๆถึงถามล่ะ” เพราะเขารู้ว่าเขาเคยทำให้ปรีชญาโกรธเรื่องแก้วตา ร่างสูงจึงใส่ใจเมียมากเป็นพิเศษในเรื่องนี้ “แค่อยากรู้น่ะ ไม่มีอะไรหรอก” ใ
ตอนที่ 59. ในที่สุด “ฉันอยากให้เธอลองไปคิดดูนะ ถ้าเธอได้เรียนต่อมันจะดีมาก” หลังจากที่ปรีชญาเอ่ยความต้องการออกไปทั้งหมด น้อยหน่าก็ยืนนิ่งไป ตอนแรกเด็กสาวรู้สึกดีใจมากๆที่ปรีชญามาเสนอโอกาสให้เธอได้เรียนต่อ แต่ทว่าอีกใจก็กังวลว่าตัวเองจะทำหน้าที่นั้นได้ไม่ดีพอ “จ้าว ขอบคุณคุณปริมหลายๆเน้อยที่เอ็นดูขะเจ้า“ ”ฉันเต็มใจอยู่แล้ว^^ เอ้อ วันนี้จะมีงานเลี้ยงเล็กๆที่บ้านใหญ่ ฉันอยากให้เธอมาด้วยนะ“ ปรีชญาเอ่ยบอกคนตรงหน้าด้วยท่าทางใจดี ”จะจ้าว? ขะเจ้าไปได้ก่อ เอ่อ.....“ เด็กสาวเหลือบตาไปมองอาชาเล็กน้อย เพราะถึงอย่างไรอาชาก็เป็นเจ้านายของเธอมากกว่า หากได้รับคำยืนยันจากเขาก็คงจะดี ”อืม มาสิ“ อาชาตอบกลับ ”จริงด้วย! ฉันเอาเสื้อผ้ามาให้เธอเยอะเลยนะ เธอรู้ไหม ตอนนี้ฉันเปิดร้านเสื้อผ้าเป็นของตัวเองแล้วนะ“ คุณหนูสาวเล่าให้คนตรงหน้าฟังอย่างอารมณ์ดี เธอหยิบชุดจากร้านมาให้น้อยหน่าด้วย เพราะอยากให้เด็กสาวได้มีชุดสวยๆเอาไว้สวมใส่ ”จริงก่อจ้าว ว้าว คุณปริมเก่งแต้ๆ“ ”นี่ ฉันขอให้หน่อยหน่าเลิกงานตอนนี้เลยได้ไหม?“ ปรีชญาหันไปถามสามีอย่างรวดเร็ว เธออยากพาเด็กสาวกลับไปที่บ้านเพื่อดูช
ตอนที่ 58. กลับมาอีกครั้ง หลายเดือนต่อมา @ไร่สวนป่าเขา รถคันหรูค่อยๆเคลื่อนผ่านเข้ามาในไร่สวนป่าเขาด้วยความเร็วคงที่ ดวงตาเป็นประกายของปรีชญาบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าตัวเองคิดถึงที่นี่มากแค่ไหน วันนี้เธอกับอาชาตัดสินใจกลับมาที่นี่เพื่อพักผ่อน โดยครั้งนี้เธอไม่ได้มากับเขาแค่สองคน ยังมีพ่อของเธอและจีโน่ลูกน้องคนสนิทของหญิงสาวที่ตามติดมาด้วย นอกจากนี้ดูเหมือนจะมีอัศวิน เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของอาชาตามมาที่นี่ในอีกไม่กี่ชั่วโมง ตอนเย็นทุกคนจะจัดงานเลี้ยงเล็กๆเพื่อฉลองในโอกาสที่ไร่แห่งนี้กำลังจะมีเจ้าของคนใหม่เกิดมา นั่นก็คือลูกของเธอที่กำลังอยู่ในท้องนั่นเอง “ไม่ได้มานานยังสวยเหมือนเดิมเลยนะไร่นี้” เจ้าสัวเปรมชัยพูดออกมาอย่างนึกถึงวันวานในอดีต เขาเองก็เคยมาที่นี่เมื่อนานมาแล้ว ตั้งแต่ตอนที่พ่อกับแม่ของอาชายังมีชีวิตอยู่ “ถึงแล้วลงไปกันเถอะครับ” เสียงนั้นเป็นของจีโน่ เมื่อรถหยุดเคลื่อนไหวทุกคนก็พากันเดินลงไปยังบ้านพักกลางไร่ด้วยท่าทางผ่อนคลายที่ได้กลับมาอยู่ท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพรแบบนี้อีกครั้ง “เข้าไปพักกันก่อนเถอะครับ เรื่องงานตอนเย็นเดี๋ยวผมขอแรงคนงานให้มาช่วย”
ตอนที่ 57. ไวต่อความรู้สึก NC+ พรึ่บ! ใช้เวลาไม่กี่นาทีเสื้อผ้าบนร่างสวยก็ถูกถอดออกไปด้วยความชำนาญของร่างสูง อาชาใช้มือหนาสำรวจไปแทบทุกสัดส่วนของภรรยาราวกับว่าเขาโหยหาร่างบางนี้มานานแสนนาน นั่นมันไม่เกินจริงเลย “อะอื้อ” กายเล็กเริ่มบิดไปมาเมื่อรู้ตัวว่าสามีกำลังขยับหน้าเข้าไปบริเวณกลางระหว่างขาของตนเอง ก่อนที่ลิ้นหนาจะเริ่มจัดการตวัดเลียไปบนกึ่งกลางลำกายสาวอย่างตั้งใจ หวังสร้างความเสียวซ่านให้อีกคนก่อนที่จะเจอของจริง “อะอ๊า คะคุณ!” ปรีชญาหลับตาพริ้มรับความเสียวกระสันจากลิ้นหนา ใบหน้าสวยเชิ่ดขึ้นอัตโนมัติ สองมือเล็กเอื้อมไปกำทึ้งผมของสามีเอาไว้แน่นเพื่อระบายความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับตัวเอง อารมณ์ของว่าที่คุณแม่สาวตอนนี้กำลังพุ่งพล่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาชาตวัดลิ้นเลียไปรอบๆกลีบกุหลาบงามแบบนั้นซ้ำๆจนกระทั่งน้ำสีใสค่อยๆไหลประโลมออกมาเพราะแรงกระตุกจากทางด้านในทำให้มาเฟียหนุ่มรีบตวัดทำความสะอาดให้เมียสาวอีกรอบก่อนที่เขาจะเปลี่ยนมาใช้มือเพื่อเปิดทางให้เธอไม่เจ็บมากเมื่อโดนอาวุธร้ายของเขา เขากลัวเธอจะเจ็บเพราะห่างกายกันไปนาน ฟึ่บๆๆๆ ”อ๊า อึก สะเสียว“ ปาก
ตอนที่ 56. ความคิดถึง @คฤหาสน์ดำรงเดช “มากันแล้วเหรอ” เสียวเจ้าสัวเปรมชัยดังขึ้นมาต้อนรับเป็นอันดับแรก เมื่อทุกคนเดินทางมาถึงที่นี่ชายสูงวัยก็ยืนยิ้มต้อนรับอย่างดีใจ “สวัสดีครับคุณอา” “อาเอออะไรกันล่ะอาชา มาถึงตอนนี้เรียกพ่อได้แล้วล่ะ” เจ้าสัวบอกอีกคนออกไป ตอนนี้อาชานั้นไม่ต่างอะไรจากลูกชายของเขาเลยสักนิด “ครับคุณพ่อ” “แบบนี้ค่อยลื่นหูหน่อย ฮ่าๆ มาๆพ่อซื้ออาหารมาเยอะแยะเลยวันนี้ เรามาฉลองการเปิดร้านเสื้อผ้าของปริมเป็นวันแรก แล้วก็ฉลองที่อาชากลับมาบ้านด้วย ยิงปืนทีเดียวได้นกสองตัวเลยนะ“ เจ้าสัวเปรมชัยเอ่ยพูดอย่างอารมณ์ดีที่ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง ดวงตาคมเฉี่ยวมองอาหารทะเลเผาตรงหน้าด้วยความรู้สึกสนใจเพราะสีสันของมันชวนทำให้น้ำลายสอ ใยขณะนั้นเองใบหน้าสวยก็ค่อยๆฉายแววเหยเกขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้กลิ่นกระเทียมที่ลอยออกมาจากน้ำจิ้มซีฟู๊ดลอยมาแตะจมูกของเธอ มือเล็กถูกยกขึ้นมาปิดจมูกเอาไว้อัตโนมัติ อาชาที่นั่งสังเกตุเมียสาวอยู่เงียบๆจึงตัดสินใจเอ่ยปากถาม “เป็นอะไรหรือเปล่า?“ ”ฉัน....เหม็นกลิ่นกระเทียม“ ”แพ้อีกแล้วเหรอคะคุณหนู” ป้าชื่นที่เดินมาได้ยิ
ตอนที่ 55. พ่อของลูก ตกเย็น “สวัสดีจ้ะปริมไม่เจอกันนาน ไม่คิดเลยว่าจะเปิดร้านเสื้อผ้า“ ”นั้นสิ ยินดีด้วยนะ ร้านดูดีมากเลยอะ“ ”สบายดีใช่ไหม ตั้งแต่วันเกิดเธอ พวกเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย“ ปรีชญาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครกำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเธอตอนนี้ นิกกี้ กิ๊บ ดาด้า อดีตเพื่อนของเธอกำลังยืนยิ้มทักทายหญิงสาวอยู่โดยที่ปรีชญานั้นไม่ได้เชิญพวกเธอมาที่นี่เลยด้วยซ้ำ ถ้าให้เดา....สามคนนี้คงจะเห็นเธอโปรโมทร้านผ่านช่องทางโซเชียลของเธอ “ขอบใจนะ ฉันสบายดี พวกเธอก็คงสบายดีเหมือนกันใช่ไหม?“ ปรีชญาถามกลับตามมารยาท แม้จะรู้อยู่แล้วว่าคนพวกนี้ไม่เคยหวังดีกับเธอจริงๆ “จ้า พวกฉันสบายดี แต่ว่าเธอออกแบบเสื้อผ้าพวกนี้ทั้งหมดด้วยตัวเองเหรอ?” ดาด้ากรอกตามองไปทั่วร้านอย่างสำรวจพร้อมกับเอ่ยถาม “อืม ฉันทำหมดเอง” “ว้าว ไม่อยากจะเชื่อเลยนะว่าเธอจะทำได้ขนาดนี้” นิกกี้พูดต่อ “นั้นสิ แล้วแบบนี้มีส่วนลดให้พวกฉันไหมอะ แบบคนสนิทอะไรงี้” ปรีชญากระตุกยิ้มมุมปากออกมาเมื่อได้ยินแบบนั้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงจะตอบกลับให้แรงสมใจ แต่ตอนนี้หญิงสาวกลับอยากขำออกมาเสียมากกว่า “หึ เอาสิ ฉั







