FAZER LOGINแทนไทตวัดสายตาคมกริบมองรอบโรงอาหาร ทำเอาคนที่แอบมองอยู่รีบก้มหน้างุดกินข้าวทันที
“เออๆ ไม่มีใครมองแล้วครับไอ้คุณแทน!" เจตส่ายหน้าเอือมระอา “กูละเชื่อมึงเลยจริงๆ จากอสูรกายแห่งวิศวะ กลายเป็นหมาหวงก้างนั่งแกะกุ้งให้เมียกินกลางโรงอาหาร... ถ้าแอดมินเพจประจำมหา’ลัยมาเห็น คงเอาไปลงหน้าเพจแล้วมั้ง!”
“พวกมึงจะแดกข้าวดีๆ หรือจะแดกหมัดกู?”
แทนไทขู่เสียงเรียบ แต่ก็ยังไม่หยุดมือจากการตักเนื้อกุ้งตัวโตใส่จานให้เจ้าขวัญ
เจ้าขวัญที่นั่งฟังเพื่อนๆ แซวมาตลอดมื้ออาหาร พวงแก้มเนียนแดงจัดจนถึงใบหู หญิงสาวลอบมองใบหน้าคมคายของแทนไทที่ยังคงทำหน้านิ่งดุดัน แต่ทุกการกระทำกลับเต็มไปด้วยความทะนุถนอมและปกป้องเธออย่างสุดหัวใจ
ความกังวลเรื่องครอบครัว เรื่องหมอพิชญ์ หรือแม้แต่คำครหาว่าเป็นเด็กใจแตก ถูกชะล้างหายไปจนหมดสิ้นด้วยความรักอันเด็ดเดี่ยวและไร้เงื่อนไขของชายหนุ่มเปื้อนฝุ่นคนนี้
“ขอบคุณนะคะพี่แทน...” เจ้าขวัญเอ่ยกระซิบเสียงหวาน ส่งรอยยิ้มสดใสที่สุดในรอบหลายวันไปให้เขา
แทนไทชะงักมือที่กำลังถือช้อน นัยน์ตาสีเข้มหลุบมองรอยยิ้มหวานของคนตรงหน้า ความเหนื่อยล้าและไฟแค้นในอกพลันมอดดับกลายเป็นความอบอุ่น ชายหนุ่มยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมข้างแก้มเธออย่างแผ่วเบาต่อหน้าเพื่อนๆ โดยไม่แคร์สายตาใครอีกต่อไป
“กินเยอะๆ... จะได้มีแรงดื้อ” เขาเอ่ยเสียงทุ้มพร่า กระตุกยิ้มบางๆ ที่มุมปาก “ตราบใดที่พี่ยังอยู่ตรงนี้... ใครก็ทำอะไรเธอไม่ได้ทั้งนั้น เจ้าขวัญ”
ความหวานชื่นกลางโรงอาหารคณะบริหารธุรกิจถูกทำลายลงในพริบตา เมื่อเสียงลำโพงประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยดังแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักอึ้ง
“ขอเชิญนายราวัณ ชยพล นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ปี3 และนางสาวขวัญชนก ณหทัย นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจปี1 มาพบอาจารย์ประจำฝ่ายปกครองและกองกิจการนักศึกษา ที่อาคารอำนวยการด่วนค่ะ”
เสียงประกาศที่ดังก้องไปทั่วบริเวณ ทำเอาผู้คนในโรงอาหารชะงักและหันมาจับจ้องยังโต๊ะของพวกเขาสินเดียวกัน บรรยากาศอบอุ่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบที่ชวนอึดอัดขึ้นมาทันที
เจ้าขวัญหน้าซีดเผือด แก้วชานมในมือสั่นระริกจนแทบถือไม่อยู่ ขณะที่แทนไทชะงักมือที่กำลังตักข้าว นัยน์ตาคมกริบสีเข้มขึ้นด้วยความระแวดระวัง ชายหนุ่มขบสันกรามแน่นจนขึ้นสันนูน เขารู้ทันทีว่าเรื่องที่ไอ้หมอเลวนั่นก่อไว้ กำลังตามมาล้างผลาญพวกเขาแล้ว
หลังจากหมอพิชญ์ได้รับการทำแผลและเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลจนฟื้นสติ มันก็ไม่รอช้าที่จะต่อสายตรงหาคุณก้องเกียรติและคุณรดาที่อยู่ต่างจังหวัด บิดเบือนความจริง ใส่ร้ายป้ายสีว่าถูกแทนไทบุกรุกไปทำร้ายร่างกายถึงในบ้าน และฉุดลากเจ้าขวัญหนีไป
จนทำให้ผู้บังเกิดเกล้าทั้งสองต้องรีบบึ่งรถกลับมาด้วยความโกรธจัด และมุ่งตรงมายังฝ่ายปกครองของมหาวิทยาลัยเพื่อเอาเรื่องแทนไทให้ถึงที่สุด
“เชี่ยแทน... มีเรื่องอะไรกันวะ?” บอลเพื่อนสนิทแทนไทขมวดคิ้วถามขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“นั่นสิมึง สรุปมีเรื่องอะไรกันเรื่องถึงอาจารย์ฝ่ายปกครองเลยเหรอวะ?”
เจตเพื่อนสนิทอีกคนพูดก่อนจะลุกขึ้นยืนทันทีด้วยความรักเพื่อน “งั้นกูไปด้วย! กูไม่ปล่อยให้มึงไปโดนรุมคนเดียวแน่”
“พวกมึงอยู่นี่ คอยดูอยู่ห่างๆ ก็พอ”
แทนไทเอ่ยเสียงเย็น ก่อนจะหันไปประคองร่างบางของเจ้าขวัญที่กำลังตัวสั่นเทาขึ้นยืน มือหนากระชับกุมมือเล็กเอาไว้แน่น
“ไม่ต้องกลัว... มีพี่อยู่ตรงนี้ทั้งคน” เขาเอ่ยปลอบใจก่อนจะพาเจ้าขวัญเดินไปยังตึกอำนวยการโดยที่ไม่ปล่อยมือเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว
ภายในห้องประชุมฝ่ายปกครอง... บรรยากาศบีบบังคับและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
คุณก้องเกียรติและคุณรดานั่งหน้าดำเครียดอยู่บนโซฟารับแขก โดยมีอาจารย์หัวหน้าฝ่ายปกครองและอาจารย์ประจำคณะนั่งทำสีหน้าเครียดขรึมอยู่ฝั่งตรงข้าม
ทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออก พร้อมกับร่างของแทนไทและเจ้าขวัญที่เดินก้าวเข้ามา โดยมีบอลและเจตยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตูไม่ยอมห่าง คุณรดาก็ผุดลุกขึ้นพุ่งตรงเข้ามาหาลูกสาวทันที
“เจ้าขวัญ! แกยังกล้าเดินตามมันอยู่อีกเหรอ!” คุณรดาตวาดลั่นห้องด้วยความโทสะ “รู้ไหมว่าทำอะไรลงไป! พ่อกับแม่ต้องรีบตีรถกลับมาจากต่างจังหวัดเพราะเรื่องงามหน้าของแกกับไอ้เด็กอันธพาลนี่!”
“คุณแม่คะ... ฮึก... ฟังขวัญก่อน...” เจ้าขวัญส่ายหน้าพลางสะอื้นไห้คำโต พยายามจะอธิบายทั้งน้ำตา
“พอได้แล้วรดา!”
คุณก้องเกียรติเอ่ยเสียงกร้าว ตบโต๊ะดัง ปัง! ด้วยความโกรธจนคนทั้งห้องสะดุ้ง
“อาจารย์ครับ! ผมขอให้ทางมหาวิทยาลัยดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับไอ้เด็กคนนี้! มันบุกรุกบ้านผม ทำร้ายร่างกายหมอพิชญ์จนต้องเข้าโรงพยาบาล แถมยังล่อลวง ฉุดลูกสาวผมไปกักขังข้ามคืน! คนแบบนี้ไม่สมควรเป็นนักศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้อยู่หรือครับ!”
อาจารย์ฝ่ายปกครองขยับแว่นตา นัยน์ตาจดจ้องมองแทนไทด้วยความผิดหวังและเข้มงวด
“นายราวัณ...” อาจารย์เอ่ยเสียงเรียบแต่ทรงพลังเรียกชื่อจริงของแทนไทก่อนจะเอ่ยต่อว่า
“ทางมหาวิทยาลัยได้รับข้อร้องเรียนพร้อมหลักฐานใบรับรองแพทย์จากหมอพิชญ์ และคำยืนยันจากผู้ปกครอง พฤติกรรมของเธอเข้าข่ายบุกรุก ทำร้ายร่างกายผู้อื่น และล่อลวงนักศึกษาหญิง... ทางฝ่ายปกครองจึงมีมติสั่งพักการเรียนเธอทันที และกำลังเสนอเรื่องต่อสภาวิชาการเพื่อพิจารณา พ้นสภาพนักศึกษา!”
คำว่า 'พ้นสภาพนักศึกษา' ราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางห้อง แทนไทยังคงกำหมัดยืนนิ่ง เจ้าขวัญเองก็ช็อคไม่แพ้กัน
“อาจารย์ครับ! มันไม่จริงนะครับ!” บอลที่ยืนอยู่หน้าประตูก้าวพรวดเข้ามาตวาดสวนด้วยความอัดอั้น “ไอ้แทนมันไม่ได้ล่อลวงใคร! ไอ้หมอนั่นต่างหากที่...”
“หยุดนะนักศึกษา!” อาจารย์ฝ่ายปกครองขึ้นเสียงปราม “นี่เป็นเรื่องของฝ่ายปกครอง คนนอกอย่าเข้ามายุ่ง!”
“พวกผมไม่ใช่คนนอก! พวกผมเป็นเพื่อนมัน และพวกผมรู้ว่าไอ้แทนมันปกป้องน้องขวัญมาตลอด!”
เจตออกตัวช่วยพูดเสียงกร้าว ยืนตระหง่านอยู่ข้างๆ แทนไทอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจใดๆ
แทนไทยืนนิ่งสนิท นัยน์ตาคมกริบสีเข้มเรียบเฉยอย่างน่ากลัว ชายหนุ่มก้าวขึ้นมาขวางหน้าเพื่อนๆ และเจ้าขวัญเอาไว้ เขายอมรับบาปทั้งหมดไว้เพียงคนเดียว เพราะไม่อยากให้เรื่องราวบานปลายจนกระทบชื่อเสียงของหญิงสาว และทำให้เพื่อนๆของเขาเดือดร้อน
“ถ้าอาจารย์จะพักการเรียนผม... หรือไล่ผมออก ผมก็ยอมครับ” แทนไทเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มห้าวที่ราบเรียบแต่หนักแน่น “แต่อย่าดุหรือต่อว่าเจ้าขวัญ... เธอไม่ได้ทำอะไรผิด ทั้งหมดมันเป็นความผิดของผมคนเดียว”
คำพูดเป่าหูอันชาญฉลาดของหมอพิชญ์ ดึงสติของคุณก้องเกียรติและคุณรดากลับสู่ความโกรธแค้นอีกครั้ง! ความลังเลเมื่อครู่ถูกบดขยี้ด้วยภาพความเพียบพร้อมของหมอหนุ่มตรงหน้า“อาจจะจริงอย่างที่หมอพิชญ์พูด!”คุณก้องเกียรติแผดเสียงตวาดลั่น ชี้หน้าแทนไทอย่างไม่เหลือความปรานี“มึงอย่ามาเล่นละครบีบน้ำตาหน้าบ้านกูไอ้แทนไท! ต่อให้มึงกราบเท้ากู หรือเอาเงินกองเท่าหัวมาหมั้น กูไม่มีวันยกขวัญให้คนอันธพาลอย่างมึงเด็ดขาด!”“คุณพ่อคะ! ไม่ใช่นะคะ! พี่แทนไม่ได้เล่นละคร! ขวัญกับพี่แทนเราเป็นแฟนกันจริงๆ”เจ้าขวัญกรีดร้องทั้งน้ำตา พยายามจะสลัดมือแม่เพื่อพุ่งไปหาแทนไท แต่กลับถูกคุณรดากระชากตัวไว้แน่น“พอได้แล้วเจ้าขวัญ! เข้าบ้านเดี๋ยวนี้!” คุณก้องเกียรติสั่งเสียงแข็ง ก่อนจะหันไปหาหมอพิชญ์ “หมอพิชญ์... เข้ามาในบ้านด้วยกันเลย วันนี้ลุงกับป้าจะจัดการเรื่องงานหมั้นของหมอกับยายขวัญให้จบสิ้นตรงนี้!”หมอพิชญ์กระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ สายตาที่มองแทนไทเต็มไปด้วยความเหยียดหยัน“ขอบพระคุณครับคุณลุง...”“ไม่! ขวัญไม่หมั้น! ขวัญยังเรียนไม่จบ! พี่แทน ช่วยขวัญด้วย!”เจ้าขวัญโดนพ่อและแม่ลากตัวผ่านประตูรั้วเข้าไปอย่างไม่ปรานี เสียงร
คุณรดารั้งตัวลูกสาวไว้แน่น สองมือของผู้เป็นแม่ตีลงบนแขนและไหล่ของลูกสาวทั้งน้ำตาด้วยความอัดอั้นและโกรธจัด“ทำไมแกถึงดื้อด้านแบบนี้! รู้ไหมว่าพ่อกับแม่ต้องอับอายขายหน้าคนอื่นเพราะแกขนาดไหน! ไม่ว่ายังไงแกก็ต้องแต่งงานกับหมอพิชญ์!”“ฮึก... ไม่! ขวัญไม่แต่ง! ขวัญไม่ได้รักพี่พิชญ์! ขวัญยังเรียนไม่จบเลยนะแม่” เจ้าขวัญส่ายหน้าไปมาทั้งน้ำตา สะอื้นฮักจนตัวสั่นเทา“ในเมื่อเรื่องมันยุ่งยากนัก แล้วแกดื้อแพ่งไม่ฟังใครแบบนี้... งั้นก็รีบหมั้นกันให้มันจบๆ ไปเลย!” คุณรดาเค้นเสียงตวาดไปตีลูกสาวไป“ยังไงหมอพิชญ์เขาก็พร้อมอยู่แล้ว! เขาพร้อมจะอภัยให้แกทุกอย่าง! ทำไมแกถึงกลายเป็นคนดื้อด้านขนาดนี้! เพราะมันใช่ไหม!”“ไม่เอา! ขวัญไม่หมั้น! ฮือ... พ่อคะ แม่คะ อย่าทำแบบนี้กับขวัญเลย! ฟังขวัญบ้าง… ฮึกๆ” เจ้าขวัญร้องไห้แทบขาดใจ“หมั้นเสร็จพ่อจะส่งแกไปเรียนต่อต่างประเทศกับหมอพิชญ์ทันที!” คุณก้องเกียรติเอ่ยเสริมเสียงแข็งและเด็ดขาด “พ่อจะไม่ปล่อยให้แกอยู่ที่นี่เพื่อมามั่วสุมกับไอ้เด็กอันธพาลนี่อีกต่อไป!”คำว่า 'หมั้นเสร็จจะส่งไปเมืองนอก' ราวกับมีดแทงลงกลางอกของแทนไท ชายหนุ่มที่พยายามรั้งบานประตูไม้ไว้ นัยน์ตาคมกริบ
“แกมันก็ดีแต่พูดไอ้เลว!" คุณก้องเกียรติชี้หน้าตวาดประจานแทนไทลั่นห้อง “คิดว่ายอมรับผิดแล้วลูกสาวกูจะแปดเปื้อนน้อยลงงั้นเหรอ! มึงทำลายอนาคตลูกสาวกู!”เจ้าขวัญที่ยืนสะอื้นไห้ตัวสั่นเทาอยู่ด้านหลัง มองแผ่นหลังกว้างของแทนไทที่พร้อมจะสละอนาคตตัวเองเพื่อปกป้องเธอ มองเพื่อนๆ อย่างบอลและเจตที่ยอมโดนดุเพื่อช่วยเขา... ภาพความเจ็บปวด คราบน้ำตา และบาดแผลตรงมุมปากของแทนไท วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวสมองความหวาดกลัวต่อผู้บังเกิดเกล้าที่เคยสลักลึกในจิตใจ... พลันถูกทลายลงด้วยความรักและความถูกต้องที่เธอทำให้แทนไทเดือดร้อน ทั้งที่เขาช่วยเธอเอาไว้‘ไม่... เราจะยอมให้ผู้ชายที่รักเราที่สุด ต้องโดนทำลายอนาคตเพราะคำโกหกเลวร้ายแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!’“ด... เดี๋ยวก่อนค่ะ!!”เสียงหวานแผ่วเบาบัดนี้ตวาดก้องไปทั่วห้องปกครอง เจ้าขวัญผุดลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับทุกคน ร่างกายของเธอยังคงสั่นระริกด้วยความกลัวลึกๆในใจ หยาดน้ำตาไหลพรูลงมาตามพวงแก้มใสไม่ขาดสาย แต่แววตาคู่นั้นกลับส่องประกายเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!“ขวัญ! นี่แกกล้าตะคอกใส่พ่อแม่เหรอ!” คุณรดาตกใจจนตาค้าง“ข... ขวัญไม่ได้โดนล่อลวงหรือโดนฉุดหรอกค่ะ!”เจ้าขวั
แทนไทตวัดสายตาคมกริบมองรอบโรงอาหาร ทำเอาคนที่แอบมองอยู่รีบก้มหน้างุดกินข้าวทันที“เออๆ ไม่มีใครมองแล้วครับไอ้คุณแทน!" เจตส่ายหน้าเอือมระอา “กูละเชื่อมึงเลยจริงๆ จากอสูรกายแห่งวิศวะ กลายเป็นหมาหวงก้างนั่งแกะกุ้งให้เมียกินกลางโรงอาหาร... ถ้าแอดมินเพจประจำมหา’ลัยมาเห็น คงเอาไปลงหน้าเพจแล้วมั้ง!”“พวกมึงจะแดกข้าวดีๆ หรือจะแดกหมัดกู?”แทนไทขู่เสียงเรียบ แต่ก็ยังไม่หยุดมือจากการตักเนื้อกุ้งตัวโตใส่จานให้เจ้าขวัญเจ้าขวัญที่นั่งฟังเพื่อนๆ แซวมาตลอดมื้ออาหาร พวงแก้มเนียนแดงจัดจนถึงใบหู หญิงสาวลอบมองใบหน้าคมคายของแทนไทที่ยังคงทำหน้านิ่งดุดัน แต่ทุกการกระทำกลับเต็มไปด้วยความทะนุถนอมและปกป้องเธออย่างสุดหัวใจความกังวลเรื่องครอบครัว เรื่องหมอพิชญ์ หรือแม้แต่คำครหาว่าเป็นเด็กใจแตก ถูกชะล้างหายไปจนหมดสิ้นด้วยความรักอันเด็ดเดี่ยวและไร้เงื่อนไขของชายหนุ่มเปื้อนฝุ่นคนนี้“ขอบคุณนะคะพี่แทน...” เจ้าขวัญเอ่ยกระซิบเสียงหวาน ส่งรอยยิ้มสดใสที่สุดในรอบหลายวันไปให้เขาแทนไทชะงักมือที่กำลังถือช้อน นัยน์ตาสีเข้มหลุบมองรอยยิ้มหวานของคนตรงหน้า ความเหนื่อยล้าและไฟแค้นในอกพลันมอดดับกลายเป็นความอบอุ่น ชายหนุ่มยกมือขึ
หลังจากยอมลาเรียนไปหนึ่งวันเต็มเพื่อให้เจ้าขวัญได้พักผ่อนทั้งกายและใจจากฝันร้าย เช้าวันใหม่ของการกลับมาเรียนตามปกติก็เริ่มต้นขึ้นด้วยความครึกครื้นและสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมาเป็นตาเดียวเสียงเครื่องยนต์ดูคาติคันยักษ์แผดคำรามลั่นไปทั่วบริเวณลานหน้าตึกคณะบริหารธุรกิจ ก่อนจะจอดเทียบลงตรงบันไดทางขึ้นอย่างนิ่มนวลร่างสูงใหญ่ในเสื้อช็อปสีเลือดหมูตวัดขาลงจากเบาะ ถอดหมวกกันน็อกของตัวเองออกเผยใบหน้าหล่อคมที่ประดับด้วยรอยแผลตรงมุมปาก ชายหนุ่มไม่สนใจสายตาตะลึงงันของเหล่านักศึกษาตึกบริหารที่เดินผ่านไปมา เขาย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วบรรจงถอดหมวกกันน็อกออกจากศีรษะเล็กของเจ้าขวัญอย่างอ่อนโยนที่สุด“เลิกเรียนคาบแรกกี่โมง?”เสียงทุ้มห้าวเอ่ยถาม มือหนายกขึ้นช่วยจัดปอยผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่เข้าทางตามสัญชาตญาณความหวงแหน“กะ... เก้าโมงครึ่ง...”เจ้าขวัญตอบเสียงเบา พวงแก้มสุกปลั่งขึ้นสีระเรื่อเมื่อรับรู้ได้ถึงสายตานับสิบๆ คู่รอบตึกที่กำลังจ้องมองมา ยิ่งวันนี้เธอสวมชุดนักศึกษาเรียบร้อยกระโปรงยาว พ่วงด้วยการถูกอสูรกายแห่งวิศวะมายืนประคบประงมถึงที่ ยิ่งทำให้เธอทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่“ดี... เลิกแล้วอย่าเพิ่งไปไหน
เจ้าขวัญจ้องมองนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นผ่านหยาดน้ำตาที่พร่ามัว ก่อนจะค่อยๆ พยักหน้ารับแผ่วเบา ร่างบางซบใบหน้าหวานลงกับแผงอกแกร่งของเขาอีกครั้ง สองมือเล็กเปลี่ยนมาสวมกอดเอวสอบไว้แน่นกว่าเดิม ยอมรับพันธนาการและความคุ้มครองจากอสูรกายหนุ่มคนนี้ด้วยหัวใจทั้งหมดที่มีแทนไทกระตุกยิ้มบางๆ ออกมาด้วยความดีใจและโล่งอก ชายหนุ่มกระชับอ้อมแขนกอดร่างบางไว้แน่นแนบอก กดจูบเนิ่นนานลงบนเรือนผมนุ่มสลวย ปล่อยให้เวลาหมุนผ่านไปท่ามกลางความเงียบสงบและความอบอุ่นภายในห้องเพนท์เฮาส์หรู... ที่ซึ่งจะเป็นดั่งปราการเหล็กอันปลอดภัยของเจ้าหญิงและอสูรกายจากนี้ไปแสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงบนห้างสรรพสินค้าใกล้มหาวิทยาลัย แทนไทในเสื้อยืดสีดำเรียบกางเกงยีนส์ขาดเข่า ยืนกอดอกถอนหายใจยาวอยู่หน้าหุ่นโชว์ชุดนักศึกษา นัยน์ตาคมกริบหลุบมองร่างบางในเสื้อช็อปสีเลือดหมูของเขาที่กำลังตั้งอกตั้งใจเลือกกระโปรงพลีทยาวเลยเข่าและเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ทรงถูกระเบียบอยู่ตรงหน้า“กระโปรงจะยาวไปถึงข้อเท้าเลยหรือไงยัยเด็กเฉิ่ม?” เสียงทุ้มห้าวบ่นอุบ แม้ปากจะว่าแต่ยามมองเรือนร่างอรชรนั้น นัยน์ตาสีเข้มกลับฉายความเอ็นดูนุ่มนวลอย่างปิดไม่มิด“ใส่กระโปรงทรงเอสั้น







