FAZER LOGINคุณรดารั้งตัวลูกสาวไว้แน่น สองมือของผู้เป็นแม่ตีลงบนแขนและไหล่ของลูกสาวทั้งน้ำตาด้วยความอัดอั้นและโกรธจัด
“ทำไมแกถึงดื้อด้านแบบนี้! รู้ไหมว่าพ่อกับแม่ต้องอับอายขายหน้าคนอื่นเพราะแกขนาดไหน! ไม่ว่ายังไงแกก็ต้องแต่งงานกับหมอพิชญ์!”
“ฮึก... ไม่! ขวัญไม่แต่ง! ขวัญไม่ได้รักพี่พิชญ์! ขวัญยังเรียนไม่จบเลยนะแม่” เจ้าขวัญส่ายหน้าไปมาทั้งน้ำตา สะอื้นฮักจนตัวสั่นเทา
“ในเมื่อเรื่องมันยุ่งยากนัก แล้วแกดื้อแพ่งไม่ฟังใครแบบนี้... งั้นก็รีบหมั้นกันให้มันจบๆ ไปเลย!” คุณรดาเค้นเสียงตวาดไปตีลูกสาวไป
“ยังไงหมอพิชญ์เขาก็พร้อมอยู่แล้ว! เขาพร้อมจะอภัยให้แกทุกอย่าง! ทำไมแกถึงกลายเป็นคนดื้อด้านขนาดนี้! เพราะมันใช่ไหม!”
“ไม่เอา! ขวัญไม่หมั้น! ฮือ... พ่อคะ แม่คะ อย่าทำแบบนี้กับขวัญเลย! ฟังขวัญบ้าง… ฮึกๆ” เจ้าขวัญร้องไห้แทบขาดใจ
“หมั้นเสร็จพ่อจะส่งแกไปเรียนต่อต่างประเทศกับหมอพิชญ์ทันที!” คุณก้องเกียรติเอ่ยเสริมเสียงแข็งและเด็ดขาด “พ่อจะไม่ปล่อยให้แกอยู่ที่นี่เพื่อมามั่วสุมกับไอ้เด็กอันธพาลนี่อีกต่อไป!”
คำว่า 'หมั้นเสร็จจะส่งไปเมืองนอก' ราวกับมีดแทงลงกลางอกของแทนไท ชายหนุ่มที่พยายามรั้งบานประตูไม้ไว้ นัยน์ตาคมกริบจ้องมองภาพหญิงสาวที่เขารักที่สุดกำลังโดนตีและร้องไห้จนแทบหมดสติอยู่ตรงหน้า... ความเย่อหยิ่ง ทิฐิ และคราบอันธพาลที่ไม่เคยยอมก้มศีรษะให้ใคร พลันสลายหายไปจนหมดสิ้น
กึก!
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน... ร่างสูงใหญ่ 189 เซนติเมตรของแทนไท ทรุดตัวลงคุกเข่าลงบนพื้นปูนแข็งๆ หน้าประตูรั้วบ้าน
สองมือหนาที่เคยใช้ชกตบตีและผ่านความดิบเถื่อนมามากมาย ค่อยๆ ยกขึ้นพนมไหว้ยกขึ้นเหนืออก หยดน้ำตาลูกผู้ชายที่ไม่เคยไหลให้ใครเห็นตั้งแต่พ่อแม่อุบัติเหตุเสียชีวิต... ไหลซึมอาบสองแก้มของอสูรกายหนุ่มอย่างหมดท่า
“ขอร้องล่ะครับคุณลุง...” น้ำเสียงทุ้มห้าวพร่าสั่นและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวราญดังแหบแห้งออกมา “อย่าพรากเมียผมไป...”
คุณก้องเกียรติได้ยินคำว่า ‘เมีย’ จากปากชายหนุ่มตรงหน้า นัยน์ตาก็ร้อนผ่าวด้วยความโทสะ “ไอ้แทนไท! มึงกล้าดียังไงมาเรียกลูกสาวกูว่าเมีย! มึงอยากตายใช่ไหม!”
“ยังไงมันก็คือความจริง!!”
แทนไทสวนขึ้นทันควัน น้ำเสียงดุดันและร้าวราญดังก้องไปทั่วซอย นัยน์ตาสีเข้มแดงก่ำสบประสานสายตาผู้ใหญ่ตรงหน้าอย่างไม่คิดจะหลบเลี่ยง
“เจ้าขวัญเป็นเมียผมแล้ว! ต่อให้คุณลุงคุณป้าจะปฏิเสธไปยังไง หรือจะพาเธอหนีไปสุดขอบฟ้า... มันก็หนีความจริงข้อนี้ไม่ได้!”
ความเงียบสงบอันน่าหวาดหวั่นเข้าปกคลุมพื้นที่หน้าบ้านทันที คุณก้องเกียรติและคุณรดาถึงกับช็อกค้าง ขณะที่เจ้าขวัญยืนสะอื้นไห้จ้องมองร่างของชายหนุ่มที่ยอมคุกเข่ายกมือไหว้พ่อแม่เธอทั้งน้ำตา...
ชายผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครบนโลกใบนี้ บัดนี้กลับยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดเพื่อรักษาเธอไว้ แทนไทยังคงคุกเข่าอยู่นิ่งๆ สองมือพนมไหว้อย่างมั่นคง น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงลงบนพื้นปูน
“ให้โอกาสผมเถอะครับ...” แทนไทเอ่ยเสียงพร่า สะอื้นในลำคออย่างหมดสิ้นความแข็งแกร่ง “ถ้าคุณลุงอยากให้หมั้น... ผมก็จะหมั้นให้ จะเรียกสินสอดมหาศาลเท่าไหร่ผมก็จะหามาประเคนให้...”
เขาหลุบสายตาลงต่ำ รอยแผลตรงมุมปากสั่นระริก
“ถึงผมจะไม่มีพ่อแม่คอยสั่งสอนเหมือนคนอื่น... แต่ผมจะไปพาผู้ใหญ่ที่น่าเคารพมาทาบทามเธอให้สมเกียรติที่สุด ผมจะไม่ทำให้ขวัญต้องอับอายใคร... ขอแค่คุณลุงอย่าพรากเธอไปจากผม... ผมรักของผมมาตั้งแต่เด็ก...”
อสูรกายหนุ่มช้อนสายตาขึ้นมองผู้บังเกิดเกล้าทั้งสองด้วยความเคารพและอ้อนวอนจากหัวใจทั้งหมดที่มี
“ผมยอมทำทุกอย่าง... ทุกอย่างที่คุณลุงกับคุณป้าอยากให้ผมทำ ขอแค่ได้ดูแลเจ้าขวัญ... ได้โปรดเถอะครับ”
ความเงียบสงบหน้าประตูรั้วชะงักค้างไปชั่วครู่ หยาดน้ำตาของลูกผู้ชายที่หลั่งไหลลงมาพร้อมการคุกเข่าไหว้ของแทนไท ทำเอาคุณก้องเกียรติและคุณรดาถึงกับตะลึงงัน
หัวใจของผู้บังเกิดเกล้าเริ่มสั่นคลอนด้วยความอึ้งและสับสน ไม่เคยคิดมาก่อนว่าอันธพาลหนุ่มผู้แข็งกร้าวและเย่อหยิ่งคนนี้ จะยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดลงบนพื้นปูนเพื่อลูกสาวของพวกตนจริงๆ
ทว่า... ความลังเลใจนั้นกลับถูกสลายไปในเสี้ยววินาทีด้วยเสียงแทรกอันเย็นเยียบ
“อย่าไปหลงเชื่อละครฉากนี้เด็ดขาดนะครับคุณลุง คุณป้า!”
เสียงทุ้มนุ่มที่แฝงไปด้วยความอาฆาตดังขึ้นจากด้านข้าง รถยนต์หรูของหมอพิชญ์แล่นมาจอดเทียบหน้าบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครทันสังเกต
หมอหนุ่มในสภาพมีผ้าพันแผลปิดตรงโหนกแก้ม แขนข้างหนึ่งมีผ้าคล้องพยุงไว้ ก้าวลงจากรถด้วยท่าทางกะเผลกคล้ายคนบาดเจ็บสาหัส เขาเดินเข้ามาหาทุกคนด้วยสีหน้าเจ็บปวดผสานความผิดหวังอย่างแยบยล
“พี่พิชญ์...” เจ้าขวัญเบิกตากว้าง ยิ่งเห็นหน้าเขาร่างกายก็ยิ่งสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
หมอพิชญ์ปรายสายตามองแทนไทที่ยังคงคุกเข่าอยู่ด้วยแววตาสมเพชและชัยชนะ ก่อนจะหันไปหาคุณก้องเกียรติด้วยน้ำเสียงเครียดแค้น
“มันก็แค่สันดานอันธพาลที่ทำทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด!” หมอพิชญ์เอ่ยฟ้องพลางชี้มือสั่นๆ มาทางแทนไท
“ดูสิ่งที่มันทำกับผมสิครับคุณลุง! มันบุกรุกเข้าไปทำร้ายผมถึงในห้อง ละเมิดสิทธิ์ของคุณลุงคุณป้า พอเรื่องถึงตำรวจกับมหาวิทยาลัย มันก็รู้ตัวว่าหมดอนาคตแน่ เลยรีบมาคุกเข่าอ้อนวอนใช้คำว่ารักมาอ้างเพื่อรอดคดี!”
“ไอ้หมอเหี้ยนี่...”
แทนไทขบสันกรามแน่นจนขึ้นสันนูน นัยน์ตาคมกริบสีเข้มวาวโรจน์ไปด้วยรังสีอำมหิต แม้สองมือจะยังพนมไหว้อยู่ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับแผ่ความดุดันออกมาจนคนมองหนาวขั้วหัวใจ
“เห็นไหมครับ! สายตามันยังคิดจะฆ่าผมอยู่เลย!”
หมอพิชญ์รีบฉวยโอกาสตอกย้ำ ก่อนจะหันไปจับแขนคุณรดาด้วยสีหน้าน่าสงสาร
“คุณป้าครับ... คนแบบนี้เหรอครับที่จะมาดูแลน้องขวัญได้? มันไม่มีทั้งอนาคต ไม่มีหน้าที่การงานที่ดี และที่สำคัญ... มันใช้กำลังตัดสินทุกอย่าง ถ้าวันหน้าน้องขวัญดื้อหรือไม่ฟังมัน มันจะไม่ทำร้ายน้องขวัญเหมือนที่ทำกับผมเหรอครับ?”
คำพูดเป่าหูอันชาญฉลาดของหมอพิชญ์ ดึงสติของคุณก้องเกียรติและคุณรดากลับสู่ความโกรธแค้นอีกครั้ง! ความลังเลเมื่อครู่ถูกบดขยี้ด้วยภาพความเพียบพร้อมของหมอหนุ่มตรงหน้า“อาจจะจริงอย่างที่หมอพิชญ์พูด!”คุณก้องเกียรติแผดเสียงตวาดลั่น ชี้หน้าแทนไทอย่างไม่เหลือความปรานี“มึงอย่ามาเล่นละครบีบน้ำตาหน้าบ้านกูไอ้แทนไท! ต่อให้มึงกราบเท้ากู หรือเอาเงินกองเท่าหัวมาหมั้น กูไม่มีวันยกขวัญให้คนอันธพาลอย่างมึงเด็ดขาด!”“คุณพ่อคะ! ไม่ใช่นะคะ! พี่แทนไม่ได้เล่นละคร! ขวัญกับพี่แทนเราเป็นแฟนกันจริงๆ”เจ้าขวัญกรีดร้องทั้งน้ำตา พยายามจะสลัดมือแม่เพื่อพุ่งไปหาแทนไท แต่กลับถูกคุณรดากระชากตัวไว้แน่น“พอได้แล้วเจ้าขวัญ! เข้าบ้านเดี๋ยวนี้!” คุณก้องเกียรติสั่งเสียงแข็ง ก่อนจะหันไปหาหมอพิชญ์ “หมอพิชญ์... เข้ามาในบ้านด้วยกันเลย วันนี้ลุงกับป้าจะจัดการเรื่องงานหมั้นของหมอกับยายขวัญให้จบสิ้นตรงนี้!”หมอพิชญ์กระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ สายตาที่มองแทนไทเต็มไปด้วยความเหยียดหยัน“ขอบพระคุณครับคุณลุง...”“ไม่! ขวัญไม่หมั้น! ขวัญยังเรียนไม่จบ! พี่แทน ช่วยขวัญด้วย!”เจ้าขวัญโดนพ่อและแม่ลากตัวผ่านประตูรั้วเข้าไปอย่างไม่ปรานี เสียงร
คุณรดารั้งตัวลูกสาวไว้แน่น สองมือของผู้เป็นแม่ตีลงบนแขนและไหล่ของลูกสาวทั้งน้ำตาด้วยความอัดอั้นและโกรธจัด“ทำไมแกถึงดื้อด้านแบบนี้! รู้ไหมว่าพ่อกับแม่ต้องอับอายขายหน้าคนอื่นเพราะแกขนาดไหน! ไม่ว่ายังไงแกก็ต้องแต่งงานกับหมอพิชญ์!”“ฮึก... ไม่! ขวัญไม่แต่ง! ขวัญไม่ได้รักพี่พิชญ์! ขวัญยังเรียนไม่จบเลยนะแม่” เจ้าขวัญส่ายหน้าไปมาทั้งน้ำตา สะอื้นฮักจนตัวสั่นเทา“ในเมื่อเรื่องมันยุ่งยากนัก แล้วแกดื้อแพ่งไม่ฟังใครแบบนี้... งั้นก็รีบหมั้นกันให้มันจบๆ ไปเลย!” คุณรดาเค้นเสียงตวาดไปตีลูกสาวไป“ยังไงหมอพิชญ์เขาก็พร้อมอยู่แล้ว! เขาพร้อมจะอภัยให้แกทุกอย่าง! ทำไมแกถึงกลายเป็นคนดื้อด้านขนาดนี้! เพราะมันใช่ไหม!”“ไม่เอา! ขวัญไม่หมั้น! ฮือ... พ่อคะ แม่คะ อย่าทำแบบนี้กับขวัญเลย! ฟังขวัญบ้าง… ฮึกๆ” เจ้าขวัญร้องไห้แทบขาดใจ“หมั้นเสร็จพ่อจะส่งแกไปเรียนต่อต่างประเทศกับหมอพิชญ์ทันที!” คุณก้องเกียรติเอ่ยเสริมเสียงแข็งและเด็ดขาด “พ่อจะไม่ปล่อยให้แกอยู่ที่นี่เพื่อมามั่วสุมกับไอ้เด็กอันธพาลนี่อีกต่อไป!”คำว่า 'หมั้นเสร็จจะส่งไปเมืองนอก' ราวกับมีดแทงลงกลางอกของแทนไท ชายหนุ่มที่พยายามรั้งบานประตูไม้ไว้ นัยน์ตาคมกริบ
“แกมันก็ดีแต่พูดไอ้เลว!" คุณก้องเกียรติชี้หน้าตวาดประจานแทนไทลั่นห้อง “คิดว่ายอมรับผิดแล้วลูกสาวกูจะแปดเปื้อนน้อยลงงั้นเหรอ! มึงทำลายอนาคตลูกสาวกู!”เจ้าขวัญที่ยืนสะอื้นไห้ตัวสั่นเทาอยู่ด้านหลัง มองแผ่นหลังกว้างของแทนไทที่พร้อมจะสละอนาคตตัวเองเพื่อปกป้องเธอ มองเพื่อนๆ อย่างบอลและเจตที่ยอมโดนดุเพื่อช่วยเขา... ภาพความเจ็บปวด คราบน้ำตา และบาดแผลตรงมุมปากของแทนไท วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวสมองความหวาดกลัวต่อผู้บังเกิดเกล้าที่เคยสลักลึกในจิตใจ... พลันถูกทลายลงด้วยความรักและความถูกต้องที่เธอทำให้แทนไทเดือดร้อน ทั้งที่เขาช่วยเธอเอาไว้‘ไม่... เราจะยอมให้ผู้ชายที่รักเราที่สุด ต้องโดนทำลายอนาคตเพราะคำโกหกเลวร้ายแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!’“ด... เดี๋ยวก่อนค่ะ!!”เสียงหวานแผ่วเบาบัดนี้ตวาดก้องไปทั่วห้องปกครอง เจ้าขวัญผุดลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับทุกคน ร่างกายของเธอยังคงสั่นระริกด้วยความกลัวลึกๆในใจ หยาดน้ำตาไหลพรูลงมาตามพวงแก้มใสไม่ขาดสาย แต่แววตาคู่นั้นกลับส่องประกายเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!“ขวัญ! นี่แกกล้าตะคอกใส่พ่อแม่เหรอ!” คุณรดาตกใจจนตาค้าง“ข... ขวัญไม่ได้โดนล่อลวงหรือโดนฉุดหรอกค่ะ!”เจ้าขวั
แทนไทตวัดสายตาคมกริบมองรอบโรงอาหาร ทำเอาคนที่แอบมองอยู่รีบก้มหน้างุดกินข้าวทันที“เออๆ ไม่มีใครมองแล้วครับไอ้คุณแทน!" เจตส่ายหน้าเอือมระอา “กูละเชื่อมึงเลยจริงๆ จากอสูรกายแห่งวิศวะ กลายเป็นหมาหวงก้างนั่งแกะกุ้งให้เมียกินกลางโรงอาหาร... ถ้าแอดมินเพจประจำมหา’ลัยมาเห็น คงเอาไปลงหน้าเพจแล้วมั้ง!”“พวกมึงจะแดกข้าวดีๆ หรือจะแดกหมัดกู?”แทนไทขู่เสียงเรียบ แต่ก็ยังไม่หยุดมือจากการตักเนื้อกุ้งตัวโตใส่จานให้เจ้าขวัญเจ้าขวัญที่นั่งฟังเพื่อนๆ แซวมาตลอดมื้ออาหาร พวงแก้มเนียนแดงจัดจนถึงใบหู หญิงสาวลอบมองใบหน้าคมคายของแทนไทที่ยังคงทำหน้านิ่งดุดัน แต่ทุกการกระทำกลับเต็มไปด้วยความทะนุถนอมและปกป้องเธออย่างสุดหัวใจความกังวลเรื่องครอบครัว เรื่องหมอพิชญ์ หรือแม้แต่คำครหาว่าเป็นเด็กใจแตก ถูกชะล้างหายไปจนหมดสิ้นด้วยความรักอันเด็ดเดี่ยวและไร้เงื่อนไขของชายหนุ่มเปื้อนฝุ่นคนนี้“ขอบคุณนะคะพี่แทน...” เจ้าขวัญเอ่ยกระซิบเสียงหวาน ส่งรอยยิ้มสดใสที่สุดในรอบหลายวันไปให้เขาแทนไทชะงักมือที่กำลังถือช้อน นัยน์ตาสีเข้มหลุบมองรอยยิ้มหวานของคนตรงหน้า ความเหนื่อยล้าและไฟแค้นในอกพลันมอดดับกลายเป็นความอบอุ่น ชายหนุ่มยกมือขึ
หลังจากยอมลาเรียนไปหนึ่งวันเต็มเพื่อให้เจ้าขวัญได้พักผ่อนทั้งกายและใจจากฝันร้าย เช้าวันใหม่ของการกลับมาเรียนตามปกติก็เริ่มต้นขึ้นด้วยความครึกครื้นและสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมาเป็นตาเดียวเสียงเครื่องยนต์ดูคาติคันยักษ์แผดคำรามลั่นไปทั่วบริเวณลานหน้าตึกคณะบริหารธุรกิจ ก่อนจะจอดเทียบลงตรงบันไดทางขึ้นอย่างนิ่มนวลร่างสูงใหญ่ในเสื้อช็อปสีเลือดหมูตวัดขาลงจากเบาะ ถอดหมวกกันน็อกของตัวเองออกเผยใบหน้าหล่อคมที่ประดับด้วยรอยแผลตรงมุมปาก ชายหนุ่มไม่สนใจสายตาตะลึงงันของเหล่านักศึกษาตึกบริหารที่เดินผ่านไปมา เขาย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วบรรจงถอดหมวกกันน็อกออกจากศีรษะเล็กของเจ้าขวัญอย่างอ่อนโยนที่สุด“เลิกเรียนคาบแรกกี่โมง?”เสียงทุ้มห้าวเอ่ยถาม มือหนายกขึ้นช่วยจัดปอยผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่เข้าทางตามสัญชาตญาณความหวงแหน“กะ... เก้าโมงครึ่ง...”เจ้าขวัญตอบเสียงเบา พวงแก้มสุกปลั่งขึ้นสีระเรื่อเมื่อรับรู้ได้ถึงสายตานับสิบๆ คู่รอบตึกที่กำลังจ้องมองมา ยิ่งวันนี้เธอสวมชุดนักศึกษาเรียบร้อยกระโปรงยาว พ่วงด้วยการถูกอสูรกายแห่งวิศวะมายืนประคบประงมถึงที่ ยิ่งทำให้เธอทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่“ดี... เลิกแล้วอย่าเพิ่งไปไหน
เจ้าขวัญจ้องมองนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นผ่านหยาดน้ำตาที่พร่ามัว ก่อนจะค่อยๆ พยักหน้ารับแผ่วเบา ร่างบางซบใบหน้าหวานลงกับแผงอกแกร่งของเขาอีกครั้ง สองมือเล็กเปลี่ยนมาสวมกอดเอวสอบไว้แน่นกว่าเดิม ยอมรับพันธนาการและความคุ้มครองจากอสูรกายหนุ่มคนนี้ด้วยหัวใจทั้งหมดที่มีแทนไทกระตุกยิ้มบางๆ ออกมาด้วยความดีใจและโล่งอก ชายหนุ่มกระชับอ้อมแขนกอดร่างบางไว้แน่นแนบอก กดจูบเนิ่นนานลงบนเรือนผมนุ่มสลวย ปล่อยให้เวลาหมุนผ่านไปท่ามกลางความเงียบสงบและความอบอุ่นภายในห้องเพนท์เฮาส์หรู... ที่ซึ่งจะเป็นดั่งปราการเหล็กอันปลอดภัยของเจ้าหญิงและอสูรกายจากนี้ไปแสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงบนห้างสรรพสินค้าใกล้มหาวิทยาลัย แทนไทในเสื้อยืดสีดำเรียบกางเกงยีนส์ขาดเข่า ยืนกอดอกถอนหายใจยาวอยู่หน้าหุ่นโชว์ชุดนักศึกษา นัยน์ตาคมกริบหลุบมองร่างบางในเสื้อช็อปสีเลือดหมูของเขาที่กำลังตั้งอกตั้งใจเลือกกระโปรงพลีทยาวเลยเข่าและเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ทรงถูกระเบียบอยู่ตรงหน้า“กระโปรงจะยาวไปถึงข้อเท้าเลยหรือไงยัยเด็กเฉิ่ม?” เสียงทุ้มห้าวบ่นอุบ แม้ปากจะว่าแต่ยามมองเรือนร่างอรชรนั้น นัยน์ตาสีเข้มกลับฉายความเอ็นดูนุ่มนวลอย่างปิดไม่มิด“ใส่กระโปรงทรงเอสั้น







