Share

บทที่ 11. ผมทำไม่ได้

last update publish date: 2026-10-05 20:30:58

‘วิศวกรเปื้อนฝุ่น’

คำตอกย้ำสถานะที่ถูกพ่นออกมาอย่างเลือดเย็น ราวกับค้อนเหล็กหนักอึ้งที่ทุบลงกลางแสกหน้า แทนไทชาวาบไปทั้งร่าง ความเจ็บปวดแล่นพล่านตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ มันไม่ใช่ความโกรธที่อยากจะพุ่งเข้าไปชกหน้าใคร แต่มันคือความรู้สึกสมเพชตัวเองที่ถูกกรีดทึ้งศักดิ์ศรีจนยับเยินไม่มีชิ้นดี

ในสายตาของพ่อแม่เจ้าขวัญ เขาไม่ใช่มนุษย์ที่มีหัวใจ ไม่ใช่เด็กผู้ชายที่คอยเอาตัวรับหมัดแทนลูกสาวของพวกเขามาตลอดหลายปี แต่เขาเป็นแค่เชื้อโรค เป็นแค่คราบสกปรกที่กำลังจะเกาะกินผ้าขาวบริสุทธิ์ของครอบครัวนี้

ผิดกับหมอพิชญ์… ที่เป็นดั่งเจ้าชายในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตา ผู้ซึ่งได้รับสิทธิพิเศษให้เชยชมดอกไม้ดอกนี้ได้อย่างเปิดเผย เพียงเพราะมีป้ายคอและสถานะทางสังคมที่เชิดหน้าชูตาได้

ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามข่มความร้าวราญที่ตีตื้นขึ้นมาจนกระบอกตาผ่าวร้อน เขาเป็นอันธพาล เขาเป็นคนอารมณ์ร้อนที่พร้อมจะพังทุกอย่างที่ขวางหน้า… แต่นั่นไม่ใช่กับผู้ชายตรงหน้าที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘พ่อ’ ของผู้หญิงที่เขารักแทบตาย

“ผมไม่เคยคิดจะทำให้เจ้าขวัญเสียคนครับคุณลุง” เสียงทุ้มห้าวที่เคยดุดัน บัดนี้แหบพร่าและเต็มไปด้วยความอัดอั้น 

“ผมรู้ตัวดีว่าผมเป็นใคร… แต่ผมไม่เคยคิดร้ายกับขวัญ ทุกอย่างที่ผมทำ ผมแค่…”

“แค่พาไปเสี่ยงอันตราย? พาไปคลุกคลีกับสังคมที่หาแต่เรื่องของพวกเธออย่างนั้นเหรอ?” คุณก้องเกียรติสวนกลับทันควันอย่างไร้เยื่อใย 

“ความหวังดีของเธอ มันคนละรูปแบบกับความหวังดีที่ลุงต้องการ… อย่าให้ลุงต้องพูดอะไรที่มันรุนแรงไปกว่านี้เลยนะแทนไท ลุงขอร้องล่ะ ปล่อยลูกสาวลุงไปมีชีวิตที่ดีเถอะ ถือซะว่าเห็นแก่ความเป็นเพื่อนบ้านกันมาหลายปี”

ประโยคสุดท้ายไม่ใช่การขอร้อง แต่มันคือคำขาดที่สั่งให้เขาไสหัวไปจากชีวิตของเจ้าขวัญอย่างถาวร

คุณก้องเกียรติไม่รอฟังคำตอบรับหรือคำแก้ตัวใดๆ อีก ร่างท้วมของผู้เป็นพ่อหันหลังเดินกลับเข้าบ้านไปอย่างไม่ไยดี เสียงล็อกประตูรั้วดัง ‘แกร๊ก’ สนั่นก้องในความเงียบ ราวกับเป็นการปิดตายเส้นทางระหว่างเขากับเจ้าขวัญอย่างสมบูรณ์แบบ

แทนไทยืนนิ่งงันอยู่ท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟริมถนนที่สาดส่องลงมาสะท้อนร่างที่โดดเดี่ยวของเขา สองมือหนากำหมัดแน่นจนเล็บจิกจมลงไปในฝ่ามือ ความเจ็บปวดทางกายไม่อาจเทียบได้กับคมมีดที่กรีดเฉือนลงบนหัวใจ

‘วิศวกรเปื้อนฝุ่น’… 

คำๆ นี้ยังคงดังก้องซ้ำไปซ้ำมาในหัว

เขาแหงนหน้าขึ้นมองไปยังหน้าต่างห้องนอนชั้นสองของคฤหาสน์หลังนั้น ไฟในห้องสว่างขึ้น บ่งบอกว่าเจ้าของห้องได้กลับเข้าสู่กรงทองที่ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว กรงทองที่เขายืนอยู่แค่เพียงเอื้อมมือ แต่กลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้อง

ริมฝีปากหยักลึกแค่นยิ้มออกมาอย่างสมเพชตัวเอง น้ำตาคลอหน่วยในดวงตาคมกริบแต่เขาเลือกที่จะกะพริบไล่มันกลับลงไป

จริงอยู่ที่เขาเป็นแค่ไอ้เด็กช่างเปื้อนฝุ่น ไม่มีอนาคตที่ปูด้วยกลีบกุหลาบเหมือนไอ้หมอนั่น ไม่มีถ้อยคำหวานหูคอยประจบประแจงผู้ใหญ่ แต่สิ่งหนึ่งที่พ่อแม่ของเจ้าขวัญไม่มีวันรู้ และไอ้หมอหน้าจืดนั่นไม่มีวันเทียบได้… คือหัวใจของเขา ที่พร้อมจะแลกด้วยชีวิตเพื่อปกป้องผู้หญิงคนนี้

“ผมปล่อยเธอไปไม่ได้หรอกครับ…”

เสียงทุ้มพร่ากระซิบกับสายลมยามค่ำคืน แววตาที่เคยวูบไหวด้วยความเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นความหนักแน่นและดุดันยิ่งกว่าเดิม

อสูรกายหนุ่มหยิบเสื้อช็อปสีเลือดหมูขึ้นมาสวมทับร่างอีกครั้ง สวมหมวกกันน็อก ปิดบังใบหน้าที่เต็มไปด้วยความแตกร้าว ก่อนจะกระชากคันเร่งดูคาติให้แผดเสียงคำรามลั่น ซิ่งทะยานออกไปจากหน้าคฤหาสน์หลังนั้นด้วยความเร็วสูง ทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันและความมืดมิด... พร้อมกับปณิธานในใจที่ลุกโชนยิ่งกว่าเปลวเพลิง

ต่อให้เขาจะต้องกลายเป็นตัวร้ายในสายตาคนทั้งโลก ต่อให้ต้องสู้กับพ่อแม่ของเธอ หรือต้องเหยียบย่ำเจ้าชายจอมปลอมนั่นให้จมดิน... เขาก็จะทำ

ในเมื่อโลกใบนี้กำหนดให้เขาเป็นแค่วิศวกรเปื้อนฝุ่น งั้นเขาก็จะใช้มือเปื้อนฝุ่นคู่นี้นี่แหละ... กระชากเจ้าหญิงลงมาจากหอคอย และกักขังเธอไว้ในอ้อมกอดของอสูรกายอย่างเขาเอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 16. เพื่อนฟ้อง

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาอาบไล้คฤหาสน์หรูหลังใหญ่ของครอบครัวเจ้าขวัญ บรรยากาศที่ควรจะสดใสกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ภายในใจของหญิงสาวร่างระหงในชุดนักศึกษาที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อคาร์ดิแกนตัวเก่งยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ปลายนิ้วเรียวเผลอยกขึ้นแตะที่ริมฝีปากตัวเองอย่างลืมตัว ความรู้สึกร้อนผ่าวและรสขมปร่าของแอลกอฮอล์จากจูบอันหนักหน่วงเมื่อคืนยังคงตราตรึงจนหัวใจเต้นผิดจังหวะบรื้น...เสียงเครื่องยนต์รถยุโรปคันหรูที่แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูรั้วดึงสติของเจ้าขวัญให้กลับมา หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย รีบคว้ากระเป๋าสะพายและหนังสือเรียนเดินลงบันไดไปชั้นล่าง ทันทีที่ก้าวพ้นประตูบ้าน ภาพที่เห็นก็ทำให้เธอต้องปั้นรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าหมอพิชญ์ในชุดนักศึกษาแพทย์ที่ดูสะอาดสะอ้านและเนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว กำลังยืนส่งยิ้มละมุนละไมพูดคุยอยู่กับคุณก้องเกียรติและคุณรดา พ่อและแม่ของเธอที่ออกมายืนต้อนรับว่าที่ลูกเขยคนโปรดด้วยตัวเอง“แหม หมอพิชญ์ มาแต่เช้าเชียว ทานข้าวเช้ามาหรือยังลูก เข้ามาทานข้าวต้มฝีมือป้าก่อนสิจ๊ะ”คุณรดาเอ่ยด้

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 15. พี่ไม่ยอมแพ้หรอก

    ทันทีที่บานประตูเหล็กดัดเปิดออกกว้างพอให้แทรกตัวผ่าน ร่างสูงใหญ่ที่โอนเอนไร้สติเมื่อครู่กลับพุ่งพรวดเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วจนเจ้าขวัญตั้งตัวไม่ทัน“อ๊ะ! พี่แทน!”มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางก่อนจะออกแรงรั้งร่างระหงให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกแกร่ง แรงดึงนั้นทำให้เจ้าขวัญเซถอยหลังไปชิดกับกำแพงรั้วด้านในที่มืดสนิทและพ้นจากรัศมีสายตาของหน้าต่างชั้นสองพอดี“เฮ้ยไอ้แทน! มึงอย่าทำอะไรน้อง!”เจตกับบอลร้องเสียงหลง เตรียมจะถลันเข้ามาจับเพื่อนแยกออก แต่แทนไทกลับตวัดสายตาแดงก่ำมองขวาง หันไปคำรามใส่เพื่อนสนิทเสียงกร้าว“พวกมึงถอยไป! กูจะคุยกับขวัญแค่สองคน... ถอยไปดิเทวะ!”“แต่ว่า…” บอลอึกอัก มอ

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 14. จะตัดพี่จริงๆเหรอ?

    เสียงตะโกนข่มขู่จากเบื้องล่างทำให้เจ้าขวัญเบิกตาโต หญิงสาวรู้ดีว่าคนห่ามๆและเอาแต่ใจอย่างแทนไท เวลาเมาแล้วหน้ามืดทำได้ทุกอย่างจริงๆ เธอไม่รอช้า รีบคว้าเสื้อคาร์ดิแกนตัวยาวที่พาดอยู่ปลายเตียงมาสวมทับชุดนอนสายเดี่ยวอย่างลวกๆเธอเปิดประตูห้องนอนออกอย่างระมัดระวังที่สุด พยายามก้าวเท้าลงบันไดด้วยความเงียบเชียบ ทุกย่างก้าวที่ย่ำลงบนขั้นบันไดไม้ หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สายตาก็คอยระแวดระวังมองไปทางประตูห้องนอนของพ่อกับแม่ตลอดเวลา ภาวนาในใจขออย่าให้พวกเขาตื่นลงมาเลยทันทีที่เท้าแตะพื้นชั้นล่าง เจ้าขวัญวิ่งฝ่าความมืดตรงไปยังประตูหน้าบ้าน มือบางปลดล็อกกลอนด้วยความเร่งรีบ เสียงดังกริ๊กเบาๆ แต่กลับดังก้องในความรู้สึกของเธอ หญิงสาวผลักประตูออกแล้วสับเท้าวิ่งเหยียบผืนหญ้าหน้าบ้านตรงไปยังประตูรั้วทันที“พี่แทน! หยุดบ้าได้แล้ว!”เสียงหวานที่แฝงไปด้วยควา

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 13. เรียกหาเธอ

    ความเงียบสงัดของหมู่บ้านจัดสรรยามตีสองถูกทำลายลงด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่แล่นเข้ามาจอดเทียบฟุตบาท แสงไฟหน้ารถสาดกระทบรั้วอัลลอยด์สีเข้มของบ้านสองหลังที่ตั้งอยู่ติดกันบรรยากาศยามดึกสงัดมีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรและสายลมเย็นเยียบที่พัดผ่านมา ทว่าความสงบนั้นกลับถูกฉีกกระชากด้วยความทุลักทุเลของกลุ่มชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวลงจากรถ“ไอ้แทน! มึงก้าวขาดีๆ ดิวะ ตัวหนักอย่างกับควาย!”เสียงของเจตสบถขึ้นอย่างเหลืออด ขณะที่เขากับบอลสองเพื่อนสนิทกำลังช่วยกันหิ้วปีกร่างสูงใหญ่ของแทนไท ลงมาจากเบาะหลังรถ กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งฉุนกึกบอกให้รู้ถึงปริมาณน้ำเมาที่เจ้าตัวซัดเข้าไปอย่างไม่ลืมหูลืมตาร่างของแทนไทโงนเงนไร้ทิศทาง ขาทั้งสองข้างพับอ่อนราวกับคนไม่มีกระดูก ศีรษะหนักอึ้งพับตกลงมาซบกับบ่าของบอล“เออแม่ง... ดื่มเหมือนพรุ่งนี้จะเอาให้ตับพ

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 12. ระบาย

    เสียงเบสหนักหน่วงจากลำโพงในร้านเหล้าหลังมหาวิทยาลัยดังกระหึ่มจนพื้นสะเทือน แสงไฟนีออนหลากสีสาดส่องตัดกับความมืดมิดและควันบุหรี่ที่ลอยคลุ้ง ทว่าบรรยากาศคึกคักรอบกายไม่อาจกลบความเยียบเย็นที่แผ่กระจายออกมาจากโต๊ะวีไอพีมุมสุดของร้านได้เลยแก้วทรงเตี้ยที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจนับได้ถูกกระแทกลงบนโต๊ะกระจกอย่างแรง ร่างสูงใหญ่ในเสื้อยืดสีดำสนิทนั่งพิงพนักโซฟา นัยน์ตาคมกริบแดงก่ำทอดมองแก้วเหล้าเพียวๆ ในมือด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะยกมันขึ้นสาดของเหลวสีอำพันรสบาดคอลงคอไปรวดเดียวราวกับมันเป็นแค่น้ำเปล่า“เฮ้ยๆ ไอ้แทน! พอมึง พอ! แดกเพรียวแบบนี้มึงกะจะเอาให้ตายคาร้านเลยหรือไงวะ!”บอลรีบพุ่งเข้าไปแย่งขวดเหล้าแบล็คเลเบิ้ลออกจากมือเพื่อน ก่อนที่มันจะรินใส่แก้วช็อตอีกรอบ แทนไทตวัดสายตาขวางใส่ แต่ก็ไม่ได้ออกแรงแย่งคืน ชายหนุ่มทิ้งศีรษะพิงพนักโซฟาอย่างหมดอาลัยตายอยาก ยกท่อนแขนแกร่งขึ้นก่ายหน้าผากเพื่อหลบเลี่ยงแสงไฟวิบวับที่สาดส่อ

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 11. ผมทำไม่ได้

    ‘วิศวกรเปื้อนฝุ่น’คำตอกย้ำสถานะที่ถูกพ่นออกมาอย่างเลือดเย็น ราวกับค้อนเหล็กหนักอึ้งที่ทุบลงกลางแสกหน้า แทนไทชาวาบไปทั้งร่าง ความเจ็บปวดแล่นพล่านตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ มันไม่ใช่ความโกรธที่อยากจะพุ่งเข้าไปชกหน้าใคร แต่มันคือความรู้สึกสมเพชตัวเองที่ถูกกรีดทึ้งศักดิ์ศรีจนยับเยินไม่มีชิ้นดีในสายตาของพ่อแม่เจ้าขวัญ เขาไม่ใช่มนุษย์ที่มีหัวใจ ไม่ใช่เด็กผู้ชายที่คอยเอาตัวรับหมัดแทนลูกสาวของพวกเขามาตลอดหลายปี แต่เขาเป็นแค่เชื้อโรค เป็นแค่คราบสกปรกที่กำลังจะเกาะกินผ้าขาวบริสุทธิ์ของครอบครัวนี้ผิดกับหมอพิชญ์… ที่เป็นดั่งเจ้าชายในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตา ผู้ซึ่งได้รับสิทธิพิเศษให้เชยชมดอกไม้ดอกนี้ได้อย่างเปิดเผย เพียงเพราะมีป้ายคอและสถานะทางสังคมที่เชิดหน้าชูตาได้ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามข่มความร้าวราญที่ตีตื้นขึ้นมาจนกระบอกตาผ่าวร้อน เขาเป็นอันธพาล เขาเป็นคนอารมณ์ร้อนที่พร้อมจะพังทุกอย่างที่ขวางหน้า… แต่นั่นไม่ใช่กับผู้ชายตรงหน้าที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘พ่อ’ ของผู้หญิงที่เขารักแทบตาย“ผมไม่เคยคิดจะทำให้เจ้าขวัญเสียคนครับคุณลุง” เสียงทุ้มห้าวที่เคยดุดัน บัดนี้แห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status