LOGIN“ยัยตัวแสบ เมื่อคืนแกหายไปไหนมา จู่ๆ ก็หายไป ทำฉันเป็นห่วงแทบตาย ฮือๆๆ แกทำฉันใจไม่ดี ฉันนึกว่าแกถูกใครจับไปทำมิดีมิร้าย จะแจ้งความก็ไม่ได้ จะบอกใครก็ไม่กล้า แล้วโทรศัพท์เนี่ยมีไว้ทำไมหา จะโทรบอกกันสักคำก็ไม่มี” ทันทีที่เห็นพริบพราวเดินเข้ามาในแผนก คนที่นั่งรอการมาของเพื่อนอย่างใจจดใจจ่ออย่างเจติยาถึงกับโผเข้าไปหาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งดีใจ กังวลใจ โกรธ โมโห แล้วก็โล่งใจไปพร้อมกัน
“ฉันจะโทรบอกแกได้ยังไง ในเมื่อฉันยังไม่รู้เลยว่าตัวเองออกไปจากที่นั่นได้ยังไง ที่สำคัญทั้งกระเป๋าทั้งโทรศัพท์ก็ไม่รู้ว่าอยู่ไหนเนี่ย” พริบพราวกระซิบบอก ในขณะที่เพื่อนถึงกับทำตาโตด้วยความตกใจ
“เกิดอะไรขึ้น” เจติยาลากเพื่อนมาคุยที่มุมหนึ่ง ด้วยไม่อยากให้คนอื่นมาล่วงรู้ด้วย
“ฉันไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็อยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้” คำตอบของพริบพราว ทำเอาเจติยานัยน์ตาเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะพยายามตั้งสติแล้วซักเพื่อนต่อ
“ พราวแกลองตั้งสติแล้วนึกดูดีๆ ซิ เผื่อจะจำอะไรได้บ้าง”
“เท่าที่จำได้ตอนนั้น…ฉันรู้สึกมึนๆ ก็เลยเดินไปล้างหน้าล้างตาที่ห้องน้ำ แต่…ฉันดันเข้าไปห้องห้องนึง เจอผู้หญิงกับผู้ชาย…เออใช่! ฉันเห็นพวกนั้นกำลังจะทำอย่างว่ากัน แล้วหลังจากนั้นก็…มันก็ลางๆ ฉันจำไม่ได้อะแก” พริบพราวพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะทบทวนความทรงจำตอนนั้น
“มันจะเป็นไปได้ยังไงที่แกจะเมาจนจำอะไรไม่ได้ ในเมื่อแกกินไปแค่แก้วเดียว เท่าที่จำได้แกก็ไม่ได้คออ่อนขนาดนั้นนะ หรือว่า…” เจติยามองหน้าเพื่อนตาโต ทำเอาคนถูกมองพลอยใจคอไม่ดีไปด้วย
“หรือว่าอะไร” พริบพราวถามด้วยความร้อนใจ
“หรือว่าแกโดนวางยา ลองคิดดูนะ แกกินไปแค่แก้วเดียว ไม่มีทางที่จะเมาจนจำอะไรไม่ได้ นอกซะจากว่าแกโดนวางยา ฉันเคยได้ยินว่ายาปลุกเซ็กส์บางตัวถ้าใส่ไม่มาก มันจะทำให้เรามีอารมณ์แบบมึนๆ งงๆ พอตื่นมาก็จะจำอะไรไม่ได้ บ้าเอ๊ย! ไอ้สารเลวนั่นมันคงกะจะทำเรื่องอย่างว่า แล้วชิ่งหนีลอยนวล ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไอ้เลวเอ๊ย!” คิดมาถึงตรงนี้ เจติยาก็โกรธแค้นแทนเพื่อนจนเลือดขึ้นหน้า ในขณะที่พริบพราวเองก็ดูเหมือนจะคล้อยตามในสิ่งที่เพื่อนพูด
“เมื่อคืนก็คนกันเองทั้งนั้น ใครมันจะทำอย่างนั้นวะแก” พริบพราวพยายามนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ตัวเองไปฉลองตำแหน่งใหม่ให้กับรุ่นพี่ในแผนก แต่นึกยังไงก็ยังไม่เห็นว่าใครจะน่าสงสัยหรือมีท่าทีอะไรที่พอจะเชื่อมโยง
“คนกันเองนี่แหละที่น่ากลัว ทำเหมือนไม่มีอะไรให้เราตายใจ แต่สุดท้ายก็ร้ายที่สุด แกลองนึกดูดีๆ ว่าเมื่อคืนใครมีท่าทีแปลกๆ หรือคะยั้นคะยอให้แกกินอะไรแปลกๆ บ้าง” เจติยาเขย่าแขนให้เพื่อนลองพยายามอีกครั้ง
“ก็ไม่เห็นมีนะ ทุกอย่างดูปกติ แกเองก็อยู่กับฉันตลอดนี่นา จะมีก็แค่ตอนเดินไปห้องน้ำ เฮ้ย! หรือจะเป็นผู้ชายคนนั้น เอ! แต่ก็ไม่น่าใช่ เพราะถ้าเป็นตามที่แกว่า เขาคงไม่นั่งรอจนฉันตื่นแบบนั้นหรอก แต่ถ้าไม่ใช่ แล้วทำไมฉันถึงตื่นมาในห้องเขาล่ะ โอ๊ย! คิดจนหัวจะแตกแล้วเนี่ย” พริบพราวกุมขมับหลังลองพยายามตามที่เพื่อนบอก
“เขา? เขาไหน แกเล่ามาให้ละเอียดเดี๋ยวนี้เลยนะพราว” เจติยาคาดคั้นเสียงเขียว ทำเอาคนพลั้งปากถึงกับหน้าเจื่อน แต่ก็ยอมเล่าให้เพื่อนฟังอย่างละเอียด
“พราว! แล้วแกแน่ใจได้ยังไงว่าเขาไม่ได้ทำอะไรแกจริงๆ หา” เจติยาถามเสียงเครียด
“เอาจริงๆ ก็ไม่แน่ใจหรอก โอ๊ย! ไม่ต้องมามองฉันแบบนั้นเลย ก็คนมันยังไม่เคย จะไปรู้ได้ไงเล่าว่าต้องรู้สึกยังไง หรือแกเคยหายัยเจ” พริบพราวโวยขึ้นเมื่อเพื่อนเอาแต่จ้องคาดคั้น
“อืม! ก็ต้องเคยสิ ฉันไม่เก็บไว้ให้หยากไย่ขึ้นอย่างแกหรอก เอางี้นะ ตอนนี้แกรู้สึกยังไงบ้าง แบบเอ่อ…ตรงนั้นน่ะ รู้สึกเจ็บ แสบ หรืออะไรบ้างไหม ยังไงดีล่ะ คือปุ๋งปิ๋งแกน่ะมีเลือดออกไหม” ในขณะที่คนถามกระอักกระอ่วนจนต้องกลั้นใจถาม คนถูกถามก็ประดักประเดิดจนหน้าเห่อร้อนก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ แทนคำตอบ
“โอเค งั้นก็มีความเป็นไปได้ว่าแกยังไม่โดนเจาะไข่แดง แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะไอ้เยื่อบางๆ ของแกมันอาจจะขาดไปตั้งแต่ตอนแกเรียนพละแล้วก็ได้ ฉะนั้นเราต้องป้องกันไว้ก่อน แกต้องกินยาคุมเดี๋ยวนี้เลย แกต้องไปซื้อยาคุมกับฉันเดี๋ยวนี้เลย” เจติยาว่าพลางดึงมือเพื่อนให้เดินออกไปด้วยกัน
“เดี๋ยวเจ แกคิดว่าผู้ชายคนนั้นเขาเป็นคนวางยาฉันเหรอ” พริบพราวรั้งแขนเพื่อนพลางถามหน้าเครียด
“ไม่รู้ ตอนนี้เรายังตัดใครออกไปไม่ได้ทั้งนั้น ทุกคนคือผู้ต้องสงสัย ยังไงเราก็ต้องตามหาตัวไอ้สารเลวนั่นให้เจอ แต่ตอนนี้ปัญหาแรกที่เราต้องจัดการก่อนคือตัวแก ถ้าเมื่อคืนแกเกิดโชคร้ายพลาดท่าเสียทีไปแล้ว แกมีโอกาสท้องได้เลยนะเว้ย” พริบพราวหน้าซีดเผือด แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะทันได้ออกไป ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“อ้าว! พี่พราวพี่เจมาอยู่นี่เอง ตามหาตั้งนานแน่ะ เขาเรียกรวมตัวพนักงานที่ห้องประชุมใหญ่นะพี่” จิตตาน้องในแผนกเดียวกันออกมาตาม ทำเอาสองสาวหันมามองหน้ากันอย่างกำลังคิดหนัก
“รู้ไหมว่าเรื่องอะไร สำคัญมากไหม เอ่อ…ถ้าพี่สองคนไม่เข้าจะเป็นไรไหมอะ” เจติยาหยั่งเชิง
“ก็เปิดตัวท่านประธานคนใหม่น่ะ สำคัญพอไหมพี่ เอาเป็นว่าแล้วแต่พวกพี่แล้วกัน หนูไปละ หนูยังไม่อยากโดนไล่ออก ไปนะพี่” แน่นอนว่าทั้งสองสาวก็ไม่มีใครอยากโดนไล่ออกในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ด้วยเหมือนกัน สุดท้ายเลยพากันมานั่งรอท่านประธานคนใหม่อย่างเสียมิได้ กระทั่งการรอคอยสิ้นสุดลง
“โอ๊ย! แกผู้ชายอะไรหล่อวัวตายควายล้ม หล่อน้ำเดินเลยอะแก จากนี้ไปฉันจะขยันมาทำงานทุกวันเลยคอยดูสิ” ดูเหมือนการปรากฏตัวของท่านประธานคนใหม่จะทำให้สาวๆ กระดี๊กระด๊าพากันกระซิบกระซาบด้วยความตื่นเต้นยกใหญ่ พลอยทำให้พริบพราวจำต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วย
“ยัยตัวแสบ เมื่อคืนแกหายไปไหนมา จู่ๆ ก็หายไป ทำฉันเป็นห่วงแทบตาย ฮือๆๆ แกทำฉันใจไม่ดี ฉันนึกว่าแกถูกใครจับไปทำมิดีมิร้าย จะแจ้งความก็ไม่ได้ จะบอกใครก็ไม่กล้า แล้วโทรศัพท์เนี่ยมีไว้ทำไมหา จะโทรบอกกันสักคำก็ไม่มี” ทันทีที่เห็นพริบพราวเดินเข้ามาในแผนก คนที่นั่งรอการมาของเพื่อนอย่างใจจดใจจ่ออย่างเจติยาถึงกับโผเข้าไปหาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งดีใจ กังวลใจ โกรธ โมโห แล้วก็โล่งใจไปพร้อมกัน “ฉันจะโทรบอกแกได้ยังไง ในเมื่อฉันยังไม่รู้เลยว่าตัวเองออกไปจากที่นั่นได้ยังไง ที่สำคัญทั้งกระเป๋าทั้งโทรศัพท์ก็ไม่รู้ว่าอยู่ไหนเนี่ย” พริบพราวกระซิบบอก ในขณะที่เพื่อนถึงกับทำตาโตด้วยความตกใจ “เกิดอะไรขึ้น” เจติยาลากเพื่อนมาคุยที่มุมหนึ่ง ด้วยไม่อยากให้คนอื่นมาล่วงรู้ด้วย “ฉันไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็อยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้” คำตอบของพริบพราว ทำเอาเจติยานัยน์ตาเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะพยายามตั้งสติแล้วซักเพื่อนต่อ “ พราวแกลองตั้งสติแล้วนึกดูดีๆ ซิ เผื่อจะจำอะไรได้บ้าง” “เท่าที่จำได้ตอนนั้น…ฉันรู้สึกมึนๆ ก็เลยเดินไปล้างหน้าล้างตาที่ห้องน้ำ แต่…ฉันดันเข้าไปห้องห้องน
เช้าวันต่อมา พริบพราวลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เพดานห้องที่ไม่คุ้นเคย ม่านที่ประตูก็ดูสีแปลกตาจนเธอต้องหันมองรอบๆ กระทั่งสายตาสะดุดเข้ากับใครบางคนที่นั่งอยู่บนโซฟาหน้าเตียง หญิงสาวจึงกรีดร้องด้วยความตกใจ “กรี๊ด…! แกเป็นใคร แล้วเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง กรี๊ด…! ออกไปนะออกไป กะ... แก…ทำอะไรฉัน” เธอดีดผึงขึ้นจากที่นอนพลางสำรวจตัวเองเป็นการใหญ่ก่อนจะโวยวายลั่นห้อง“ลุกขึ้นไปอาบน้ำสิ จะได้ไปกินมื้อเช้า ฉันหิวแล้ว” นอกจากจะไม่ตอบคำถามเธอแล้ว เขายังทำหน้าเรียบเฉยประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น ครั้นพอจะโวยวาย สายตาเย็นเยียบแต่ก็แฝงไปด้วยความดุดัน ก็ทำเอาคำผรุสวาทมากมายที่ตั้งใจจะพ่นออกมาถูกกลืนหายไป จนเธอกลายเป็นผู้หญิงเชื่องๆ ที่ยอมทำตามคำสั่งเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างว่าง่าย กระทั่ง…“กรี๊ด…คุณ!” เธอกรีดร้องดังลั่น หลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าแล้วพบว่าแพนตี้ตัวจิ๋วของตัวเองหายไป พริบพราวรีบคว้าผ้าขนหนูมานุ่ง เพื่อออกไปเอาเรื่องอีกฝ่ายให้ถึงที่สุด แต่ทันทีที่เปิดประตูออกมา หญิงสาวก็ชนเข้ากับกำแพงมนุษย์อย่างจัง “อุ๊ย!” แรงปะทะทำเธอเสียหลักหงายหลัง โชคดีที่เขายื่นมือมาคว้าพร้อมกับกระตุกแ
“เธอจะรับผิดชอบเรื่องนี้ยังไงว่ามา” เพลิงดันตัวเธอออกมาแล้วแสร้งถาม แต่ก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นใบหน้าแดงๆ ของเธอ “ฉันร้อน” เธอครางเสียงแผ่วพลางช้อนตามองเขาด้วยนัยน์ตาหยาดเยิ้ม ใบหน้าแดงก่ำ และที่น่าตกใจคือมือที่กำลังลูบไล้บนอกแกร่งของเขา “จะทำอะไร” เขาจับมือซุกซนนั้นไว้ ในขณะที่เธอกลับยังพูดประโยคเดิม “ฉันร้อน” สีหน้าท่าทางของเธอตอนนี้ทำเส้นเลือดบนขมับเขาปูดโปน ก่อนจะสบถออกมา “บัดซบ!” แน่นอนว่าเขาพอจะเดาได้ว่ามันเกิดจากอะไร จึงลากเธอเข้าไปในห้องน้ำ พร้อมกับเปิดน้ำหวังดับร้อนให้ “กรี๊ด…!” เธอร้องลั่นพร้อมกับโผเข้ากอดเขาไว้แน่น จากที่คิดว่าจะดับร้อนให้ กลายเป็นเขาที่เป็นฝ่ายร้อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเธอเอาแต่บดเบียดเนื้อตัวเข้าหา อีกทั้งเสื้อผ้าที่เปียกปอนก็แนบเนื้อจนอวดส่วนเว้าส่วนโค้งก็ดูจะอันตรายเกินไปสำหรับคนความอดทนต่ำอย่างเขา “อย่ายั่วฉัน…พริบพราว” เขากัดฟันเตือนเสียงเครียด ถึงจะอยากฟอนฟัดคนในอ้อมกอด ให้สมกับที่ต้องรอคอยเธอมากว่าสิบปี ใช่! นานเหลือเกินที่เขารอคอยผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงคนเดียวที่เขาอยากจะแตะต้อง แต่นั่นต้องเป็น
“โอย...” พริบพราวครางเบาๆ พร้อมสะบัดหน้าแรงๆ อย่างพยายามเรียกสติของตัวเองกลับคืนมา ขณะกำลังเดินโซเซไปเข้าห้องน้ำแต่เหมือนมันจะไม่ได้ช่วยอะไร เมื่อเธอยังคงรู้สึกประคองสติไม่ได้ ทั้งๆ ที่ดื่มไปแค่แก้วเดียว เหตุใดจึงกลับรู้สึกหนักอึ้งราวกับดื่มเข้าไปทั้งขวด อีกทั้งยังรู้สึกร้อนมากขึ้นทุกขณะ เธอจึงรีบก้าวยาวๆ หวังใช้น้ำเย็นๆ ดับร้อนที่มันกำลังปะทุอยู่ข้างใน หญิงสาวผลักประตูที่อยู่เบื้องหน้าและเดินเข้าไปด้านในอย่างรีบเร่ง “เฮือก!” เธอผงะตาโตด้วยความตกตะลึง เมื่อพบว่าในนี้ไม่มีชักโครกหรือแม้แต่อ่างล้างหน้า มีเพียงชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังโอ้โลมกันอยู่ ไม่สิ! ผู้หญิงคนนั้นต่างหากที่พยายามโอ้โลมเอาอกเอาใจด้วยการนั่งคุกเข่าอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างของผู้ชายซึ่งนั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟา ท่วงท่าน่าหวาดเสียวของหญิงสาวคนดังกล่าวที่กำลังกระเหี้ยนกระหือรือที่จะปลดตะขอกางเกงของผู้ชายคนนั้น ทำเธอถึงกับต้องกลืนน้ำลาย กระทั่งเขาหันขวับมา นั่นเองที่ทำให้เธอนึกขึ้นได้ว่าที่นี่ไม่ใช่...ห้องน้ำ และเธอก็กำลังมองภาพอุจาดตานี้นานเกินไปแล้ว สายตาคมกล้านั้นราวกับตรึงขาทั้งสองข้างของเธอไว้ไม่ให้ขยับ ส





![คำสาปราคะคุณหนูตัวร้าย 3P [Nc20+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

