Share

บทที่ 8

Penulis: youdimple
last update Tanggal publikasi: 2025-01-11 22:36:00

สวมรอยครั้งที่ 08

Shuu part

สองอาทิตย์แล้วที่ท้องฟ้าตัวปลอมมาอยู่ที่นี่ แต่กลับไม่ทำอะไรเลยนอกจากใช้ชีวิตปกติ ปกติแบบที่ไม่ทำอะไรน่าสงสัยเลยนอกจากการติดกล้องที่ห้องตัวเอง ราวกับว่ามีของสำคัญอยู่ในนั้น และกลัวว่ามีใครจะมาเอาไป

ในตอนแรกผมคิดว่าเขาอาจจะเป็นมิจฉาชีพ แต่ดูแล้วไม่น่าจะใช่ ถ้าจุดประสงค์ของเขาคือการสวมรอยเป็นท้องฟ้าเพื่อขโมยของ เขาคงทำไปนานแล้ว ไม่ปล่อยเวลามานานขนาดนี้หรอก

Rrrrrr

นักสืบ

"สวัสดีครับ"

(สวัสดีครับคุณชู ผมเจอข้อมูลที่แปลกมาก เดี๋ยวผมส่งไปให้ดูทางเมลนะครับ)

"ขอบคุณครับ"

ผมกดตัดสายจากนักสืบแล้วจัดการเปิดคอมขึ้นเพื่อเข้าระบบเมลตัวเองไม่ใช่เมลบริษัท รอไม่นานนักสืบก็ส่งข้อมูลมาให้ผม มันเป็นข้อมูลของคนสองคน คนแรกคือท้องฟ้าตัวปลอม ผมไล่อ่านข้อมูลดูมันมีข้อมูลประวัติของเขาขึ้นมา ทั้งหมดสามชื่อ

ชื่อแรก เจย์เลน วิโทรี่ นักฆ่าของแก๊ง มังกรสีนิล ผู้มีอิทธิพลในภาคใต้ ที่ถูกรัฐบาลกวาดล้างไปเมื่อสามปีก่อน แต่นักฆ่าที่ชื่อเจย์เลนหนีไปได้ แต่ที่น่าแปลกคือ ตำรวจเองก็ไม่คิดที่จะตามหาบุคคลผู้นี้ ข้อความ ถัดมาถูกเขียนว่า เขาหายสาบสูญ และนักสืบก็แนบรูปของผู้ชายที่คล้ายกับท้องฟ้าตัวปลอม ต่างแค่คนที่อยู่ในรูปมีผมสีดำ และมีรอยแผลเป็นยาวตั้งแต่จมูกจนถึงริมฝีปาก และมีรอยแผลไฟไหม้ที่คอ

นักสืบได้ทำภาพแบบที่ลบรอยแผลเป็นออกเทียบกับรูปที่ผมให้เขาไป มันมีความคล้ายกันถึง 90%

ผมเลื่อนลงมาก่อนจะเจอกับรูปที่สองนักสืบระบุว่ารูปนี้ถูกถ่ายเมื่อสองปีก่อน เป็นรูปของนักแสดงชาวญี่ปุ่นชื่อ ฟุรุอิวะ โชโตะ เขามีใบหน้าที่คล้ายกับท้องฟ้าตัวปลอม ต่างแค่ทรงผมที่ถูกตัดและซอยจนสั้นกว่า และเป็นสีน้ำตาล เขาใส่แว่นและมีไฝที่ปาก ซึ่งท้องฟ้าตัวปลอมคนนี้ไม่มี ความเหมือน 90% เช่นกัน

และคนสุดท้าย แซทเทิล คาร์เรเน่ เด็กมัธยมต้นที่มีใบหน้าคล้ายกับท้องว่าตัวจริงแทบจะ 100% ต่างแค่มีผมสีน้ำเงินกับขนาดตัวที่เล็กกว่าเท่านั้น

ผมเลื่อนลงไปอ่านหน้าสุดท้าย นักสืบพิมมาว่าไม่ใช่ฝาแฝดกันแน่นอน เพราะคนที่เป็นนักฆ่า สายสืบไปถามหนึ่งในแก๊งมังกรสีนิลที่อยู่ในเรือนจำมาแล้ว เจย์เลนเคยบอกว่าไม่มีพี่น้อง และที่สำคัญเจย์เลนเป็นสายให้ตำรวจ เพราะแบบนั้นไม่แปลกที่ตำรวจจะไม่ตามล่าตัว แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปไหน

ส่วนคนที่สองเคยมีบทสัมภาษณ์ว่าไม่มีพี่น้องเช่นกัน แต่หลังจากเล่นละครเรื่องแรก เขาก็หายตัวไปเช่นกัน และคนสุดท้าย แซทเทิล อาจารย์ที่โรงเรียนบอกว่าเขาไม่มีเพื่อนหรอก มาเรียนแค่เทอมสุดท้ายแล้วก็หายไป

ทั้งสามคนมีสิ่งเดียวที่เหมือนกันคือ ปรากฏตัวขึ้นไม่นาน และก็หายตัวไป

ผมละสายตาจากประวัติของท้องฟ้าตัวปลอมและไปเปิดอีกไฟล์ มันเป็นรูปถ่ายของเด็กมัธยมปลายผมสีดำเหมือนกับผม หน้าม้ายาวจนเกือบปิดตา ใบหน้าที่ผมคุ้นเคยมันเป็นอย่างดี ต่อให้เผลอลืมไปบ้าง แต่แค่ได้ยินชื่อ ใบหน้าที่ฝังลึกในความทรงจำก็ถูกขุดขึ้นมา

ท้องฟ้าตัวจริง คนในรูปคือท้องฟ้าตัวจริงไม่ผิดแน่ ทั้งไฝใต้ตาที่ผมจำได้ดี ทั้งดวงตากลมโตจมูกโด่งเป็นสัน มันไม่ได้ต่างจากครั้งล่าสุดที่ผมเคยเห็นเลย

ผมอ่านข้อมูลที่นักสืบส่งมาให้ ระบุว่าคนนี้ชื่อ สกาย สกาเล็ต มีชื่อไทยว่าท้องฟ้า มีแม่เป็นลูกครึ่งไทยอิตาลี อยู่กับแม่ตลอดจนแม่เสียชีวิตตอนอายุสิบสอง คุณลุงข้างบ้านจึงรับไปเป็นลูกบุญธรรมและส่งเสียให้เรียนมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ดร็อปเรียนมัธยมไว้ เนื่องจากปัญหาสุขภาพ

ผมอ่านหน้าสุดท้ายของเอกสารจบก่อนจะขมวดคิ้ว จากการที่ดูแล้วทั้งคู่ไม่น่ามีความเกี่ยวข้องกันได้เลย ผมจัดการโอนเงินเพิ่มให้นักสืบเพื่อให้เขาไปสืบต่อ ผมว่าตอนนี้ผมน่าจะเริ่มเข้าใกล้ความจริงว่าเขาเป็นใครกันแน่แล้ว

ตอนนี้ก็เหลือแค่ข้อมูลว่าเขามีความเกี่ยวข้องอะไรเกี่ยวกับท้องฟ้าตัวจริง ผมก็จะรู้จุดประสงค์ของเขา และถ้ามันเป็นอะไรที่เจตนาร้ายต่อครอบครัวผม ผมไม่ปล่อยเขาไว้แน่

ผมเดินไปเดินมาอยู่ภายในห้องอย่างใช้ความคิด สายตามองออกไปนอกกระจกห้อง ตอนแรกก็มองอะไรไปเรื่อยในขณะที่สมองก็คิดเรื่องท้องฟ้าตัวจริงกับตัวปลอมจนหัวแทบระเบิด

"หมอนั่นยังจะมาอีกหรือไง"

ผมพูดขึ้นมาด้วยความแปลกใจที่เห็นผู้ชายที่เข้ามาอาละวาดเมื่อวานยังมาอยู่ที่หน้าบริษัท แต่ครั้งนี้เขาทำเพียงแค่ยืนมองหน้าบริษัทจากอีกฟากของถนน ถึงจะไม่เห็นสายตาผมก็พอเดาออกว่าเขาควรจะแค้นบริษัทไม่น้อยเลย

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

"เชิญครับ" ผมละสายตาจากผู้ชายคนนั้นแล้วหันไปตอบคนหน้าห้องสักพักผู้ช่วยเลขาที่รับหน้าที่ทำงานแทนโจเซฟชั่วคราวก็เดินเข้ามา

"มีคนมาขอพบค่ะ" เธอว่าผมพยักหน้าเพื่อบอกเธอว่าเชิญ ส่วนตัวเองก็กลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานต่อ

ผมเงยหน้ามองผู้มาใหม่สองคนที่เดินฉีกยิ้มให้ผมตั้งแต่หน้าประตูจนมาถึงหน้าโต๊ะทำงานผม

"คุณชูนี่น้องเบลซครับ"

"ครับ?"

ผมมองอย่างไม่เข้าใจว่าพามาแนะนำตัวกับผมทำไม คนพูดเป็นสาวประเภทสองที่ทำผมไฮไลท์ ส่วนอีกคนเป็นผู้ชายตัวขาว น่าจะเป็นเด็กในสังกัด แต่พอเห็นคนผมสั้นทำผมสีไฮไลท์ขยิบตาเท่านั้นแหละ ผมก็ถึงบางอ้อทันที

"ยังไงฝากด้วยนะครับ" คนผมไฮไลท์ว่า ก่อนจะกระซิบอะไรสักอย่างกับเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันกับผม

"ดูแลคุณชูให้ดีนะลูก"

ว่าจบร่างอ่อนแอ่นก็หันมายิ้มให้ผมแล้วเดินส่ายก้นออกไป และเมื่อสิ้นเสียงปิดประตูเด็กหนุ่มก็เดินอ้อมมาหยุดอยู่ตรงหน้าผมทันที

"ให้ผมช่วยดูแลคุณนะครับ" เบลซว่าเสียงออดอ้อนก่อนจะคุกเข่า หัวทุยเริ่มขยับถูกับขาผมอย่างออดอ้อนราวกับลูกแมว

"อยากได้อะไร" ผมถามพร้อมกับอ้าขาออกให้เขาอ้อนมันได้สะดวก

"ละครครับ ขอเล่นเป็นพระเอกนะครับ ผมอยากเล่นเป็นตัวหลักบ้าง"

ไม่ใช่ว่าไม่รู้หรอกว่าในวงการมันก็มีประเภทใช้ทางลัดบ้าง

"แสดงให้ผมดูก่อนสิ ว่าคุณมีความสามารถมากแค่ไหน"

แต่ของดีขนาดนี้จะปล่อยให้หลุดมือมันก็น่าเสียดาย ผมแสยะยิ้มแล้วใช้มือเชยคางเด็กหนุ่มแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

"ได้ครับ"

ผมนั่งมองร่างเล็กที่ชันเข่าขึ้นแล้วเริ่มจัดการปลดซิปกางเกงผมออก ลิ้นเรียวเริ่มเลียที่ส่วนปลายของผมจนผมรู้สึกเสียวซ่าน พอถูกกระตุ้นแบบนี้แล้วเล่นเอาลืมเรื่องที่เครียดเมื่อครู่ไปเลยแฮะ

"มายเฟรนด์!" เสียงตะโกนทักทายลั่นจนผมต้องรีบดันร่างเล็กไปไว้ใต้โต๊ะ ก่อนจะเงยหน้ามามองแรงใส่เพื่อนสนิทที่เข้ามาไม่รู้เวล่ำเวลา

"นี่กูมาขัดจังหวะหรือเปล่า" มันพูดพร้อมกับทำหน้าเหมือนรู้สึกผิด แบบที่ดูยังไงก็รู้ว่าแกล้งทำ

"มีอะไร"

"ทำหน้าไม่พอใจซะด้วย แค่เอาของมาฝาก" มันว่าพร้อมยกถุงขนมมาวางไว้บนโต๊ะผม แล้วทำเหมือนจะชำเลืองมาดูใต้โต๊ะจนผมต้องดันหัวมันออก ยังไงเด็กใต้โต๊ะก็เป็นเด็กในสังกัด ขืนให้คนรู้แล้วเอาไปพูดเสียงหายๆ ก็แย่สิ มันจะกระทบกับบริษัทด้วยเหมือนกรณีโมบี

"ฝากแล้วก็ออกไป" ผมว่ามันเสียงดุ

"ครับๆ ตามสบาย" แต่มันเคยกลัวที่ไหน ยังมีหน้ามาทำหน้ากวนตีนผมอีก

"ทีหลังหัดเคาะประตูด้วย มารยาทมีมั้ย"

"พอดีกูเป็นมาเฟีย ของแบบนั้นไม่จำเป็นครับเพื่อน"

"กวนตีน"

"แล้วคนเมื่อคืนนี้สรุปคือคนที่มึงสงสัยจริงเหรอ"

"จริง"

"น่าจะเอามาให้กู กูจะเค้นให้หมดเปลือกเลย"

"ไม่"

"มึงแม่งหวงก้าง"

"ออกไปได้แล้ว" ผมกดเสียงต่ำเพื่อสั่งมัน เมื่อคนใต้โต๊ะเอาแต่เลียส่วนปลายของผมจนต้องกัดฟันข่มอารมณ์ไว้

"อ่อครับๆ ตามสบายนะครับ"

มันว่าก่อนจะทำหน้าล้อเลียนผมแล้วก็ออกจากห้องผมไปทันที และล็อกประตูให้ผมเสร็จสรรพเพื่อไม่ให้ใครมารบกวนเวลาส่วนตัวของผม

"อย่าลืมบทพระเอกผมนะครับ"

"ได้สิ"

สิ้นคำตอบกลับของผมร่างเล็กก็ลุกขึ้นมาคร่อมตักผม ก่อนที่พวกเราจะเสพสุขร่างกายของกันและกันจนถึงเย็น

ผมให้เบลซออกไปและสั่งให้ผู้จัดการที่เป็นคนพาเขามาเป็นคนเก็บ เพราะเกรงว่าถ้าให้แม่บ้านมาเก็บได้เป็นข่าวซุบซิบจนถึงหูนักข่าวแน่

วันนี้เลิกงานเร็วเนื่องจากคุณเลขาไม่อยู่ผมจึงกำหนดเวลาเลิกงานของตัวเองให้เร็วขึ้นแบบ ตามใจฉัน ก็ถ้าเลิกตรงเวลาผมก็ต้องไปเจอรถติดอีก นี่ขนาดออกมาก่อนหนึ่งชั่วโมงนะ รถยังติดเลย ผมนั่งมองนู้นมองนี่ไปเรื่อยระหว่างรอ และสายตาผมก็ไปเห็นร่างคุ้นเคยของท้องฟ้าตัวปลอมในชุดนักเรียนกำลังสะพายกระเป๋าเป้เข้าไปในร้านกาแฟ ซึ่งพอมองนาฬิกานี่โรงเรียนเพิ่งจะเลิกไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ และเขาก็เหมือนนั่งมองนาฬิกาตลอดเวลาราวกับว่ากำลังรอใครอยู่

ด้วยความอยากรู้ผมจึงแอบขับรถไปจอดที่หน้าร้านกาแฟที่ท้องฟ้าเพิ่งจะเดินเข้าไป ตรงนี้สามารถมองเห็นเขาได้ และเพราะรถผมติดฟิล์มดำ คนข้างนอกมองไม่เห็นคนข้างใน ยกเว้นว่ามันจะจำทะเบียนรถผมได้

ผมเงยหน้าไปมองก็เห็นท้องฟ้าโบกมือให้ใครบางคน ก่อนที่ร่างสูงผมสีควันบุหรี่จะเดินเข้ามา

"นั่นมันผู้ชายคนนั้นกับไอ้เด็กท้องฟ้านี่ รู้จักกันเหรอ"

ไม่รู้ว่าคนคนนี้ยังมีความลับอะไรที่ผมไม่รู้อีก ผมเพ่งสายตามองคนทั้งคู่ ทั้งคู่คุยกันด้วยใบหน้าที่ดูเครียดเล็กน้อย สักพักท้องฟ้าตัวปลอมก็ยิ้มอะไรสักอย่าง แถมยังทำหน้าออดอ้อนผู้ชายคนนั้นอีก เห็นแล้วรู้สึกหมั่นไส้ ผมเบ้หน้าใส่คนทั้งคู่อยู่ภายในรถของตัวเอง สักพักผู้ชายคนนั้นก็พยักหน้าแล้วก็คุยอะไรกันสักอย่างต่อ และเป็นผู้ชายผมสีควันบุหรี่ที่เดินออกจากร้านไปก่อน

ท้องฟ้ายังคงนั่งอยู่ในร้านคาเฟ่ แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้มันมองมาทางรถผม แถมทำหน้าเหมือนสงสัยอะไรอีกจนผมต้องก้มหน้าหลบหลังพวงมาลัย ก่อนจะนึกได้ว่ารถตัวเองติดฟิล์มดำผมก็เลยเงยหน้าขึ้นกลับไปมอง

แต่เขาหายไปแล้ว ท้องฟ้าตัวปลอมหายไปแล้ว ผมมองซ้ายมองขวาเพื่อหาน้องชายตัวปลอมของตัวเอง แต่ก็ไม่พบ

สุดท้ายก็เลยเลือกที่จะเปิดประตูรถออกไปดู แต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา ผมหันไปเห็นพนักงานร้านกาแฟเดินออกมาเลยเดินตรงเข้าไปหาเขาทันที

"ขอโทษนะครับ เด็กนักเรียนที่นั่งติดกระจกเมื่อกี้ ออกไปแล้วเหรอครับ"

"เห็นออกไปอีกทางของร้านครับ"

"ขอบคุณครับ"

"เดินเข้าไปซอยนั้นก็ได้นะครับ มันทะลุถึงกันได้"

พนักงานชี้ซอยเล็กๆ ข้างร้านให้ผมจึงหันไปขอบคุณเขาแล้วรีบวิ่งเข้าไปที่ซอย พอวิ่งออกมาก็เห็นหลังไวไวของท้องฟ้าตัวปลอมกำลังเดินเข้าไปในซอยเล็กๆ ของอีกฟากถนน และมีคนกำลังเดินตามเขาสี่ถึงห้าคน

ผมมองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีรถก็รีบวิ่งข้ามถนนไปอีกฝั่งทันที ผมเดินตามพวกเขาเข้าไปในซอย

ภาพตรงหน้าผมตอนนี้คือท้องฟ้ากำลังตีกับผู้ชายร่างใหญ่สองคน และมีผู้ชายร่างใหญ่อีกหนึ่งคนนอนสลบอยู่ที่พื้น อย่าบอกนะแค่ไม่กี่วิที่ผมข้ามถนน เด็กคนนี้ก็ต่อยคนสลบไปแล้ว

จะเก่งเกินไปหรือเปล่า

"ท้องฟ้าระวัง!"

ผมเรียกเขาเสียงดังตอนที่เขากำลังต่อยกับคนนอนอยู่ที่พื้น ผู้ชายร่างหนาอีกคนก็เตรียมจะเอาท่อนเหล็กฟาดเขา ผมคิดว่าเขาจะหลบ แต่ไม่ ท้องฟ้าตัวปลอมเงยหน้าแล้วใช้แขนจับท่อนเหล็กนั่นไว้ก่อนที่มันจะถึงหน้าตัวเอง

ท้องฟ้ายันตัวเองลุกขึ้นแล้วดึงท่อนเหล็กออกมาจากร่างหนาได้ แล้วจัดการลุกขึ้นมาสู้กับร่างหนาที่คิดจะฟาดเขาทันที ใบหน้าเขาตอนนี้ราวกับคนที่กำลังบ้าเลือดอยู่

"ใครส่งมึงมา!"

เขาตวาดลั่นในตอนที่ร่างหนาล้มลง ขาข้างหนึ่งของเขากดมันไว้แล้วเอาท่อนเหล็กชี้หน้ามัน

"ไม่บอกเว้ย!" มันตะโกนลั่นและคนผมทองก็ขยี้เท้าที่หน้าอกมันอีกครั้ง

"ไม่บอกใช่ไหม งั้นมึงก็ตาย!"

"อย่า!" ผมห้ามเขาเสียงลั่นในจังหวะที่เขาเตรียมจะใช้ท่อนเหล็กปลิดชีพคนตัวใหญ่ใต้ตีนเขาแล้ว คนที่ง้างท่อนเหล็กกลางอากาศหันมาจ้องหน้าผมตาเขม็ง และผมก็เพิ่งสังเกตว่าใบหน้าเขาก็มีแผลไม่ต่างจากไอ้สามคนที่กองอยู่กับพื้นเลย

และไอ้คนที่ยังไม่สลบก็ใช้จังหวะนั้นดันตัวท้องฟ้าจนเสียหลักและมันก็วิ่งกระแทกไหล่ผมไป คนที่กำลังเดือดตอนนี้ทำท่าจะวิ่งตามมันไปแล้วแต่ผมจับตัวเขาไว้ได้ทัน แต่ท้องฟ้าก็ยังเอาแต่ดิ้น จนผมรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังไม่เป็นตัวเอง

"พอแล้ว พอแล้ว ตั้งสติหน่อย ไม่ต้องตาม ท้องฟ้า!" ผมพยายามเรียกสติเขา แต่เขาก็เอาแต่ดิ้นจนผมต้องเรียกชื่อของท้องฟ้า แปลกที่มันไม่ใช่ชื่อเขา แต่กลับทำให้เขาดูมีสติขึ้น

"พี่ชู" ใบหน้าของคนในอ้อมแขนผมดูลนลาน เขาหยุดดิ้นไปแล้ว

"มันเกิดอะไรขึ้น" ผมถาม ท้องฟ้าหันไปมองร่างใหญ่สองคนที่นอนสลบอยู่ที่พื้น ใบหน้าเละจนดูไม่ได้ ก่อนที่เขาจะทรุดตัวนั่งลงกับพื้น ผมสีทองเริ่มชี้ฟูไม่เป็นทรงจากการที่มือหนาเอาแต่ขยี้มันซ้ำๆ

"ผมควบคุมตัวเองไม่ได้อีกแล้ว"

เขาว่าเสียงเบา แต่เพราะตรงนี้มันเงียบผมถึงได้ยินชัดเจน และรู้ว่าน้ำเสียงเขากำลังสั่น

"มันเกิดอะไรขึ้นบอกได้ไหม"

ผมย่อตัวลงไปถามคนที่ทรุดตัวนั่งลงกับพื้น แต่เขากลับปล่อยโฮออกมาจนผมทำอะไรไม่ถูก

"มันกลับมาอีกแล้ว ฮึก อาการนั้นมันกลับมา ฮือ"

"อาการอะไร"

"ฮึก ฮือ"

คนผมทองพูดทั้งน้ำตาแล้วกอดผมแน่น จนสุดท้ายผมก็ต้องเลิกความคิดที่จะถามเขาแล้วพยุงเขาไปขึ้นรถเพื่อกลับบ้านของเรา

ตลอดทางคนข้างๆ เอาแต่ร้องไห้แล้วพูดประโยคเดิมซ้ำๆ ว่าทำไมต้องกลับมา หายแล้วนี่ อยู่ซ้ำๆ และจบลงที่ร้องไห้จนสลบไป ผมจึงอุ้มท้องฟ้าไปนอนอยู่ในห้องของเขา หวังว่าตื่นมาคงไม่เปิดกล้องดูแล้วโวยวายว่าผมแอบเข้าห้องเขาหรอกนะ

ผมเดินไปหยิบกล่องยามาทำแผลให้กับคนที่นอนหลับไปแล้ว เขาส่งเสียงอื้ออึงบางครั้ง คงเป็นเพราะรู้สึกแสบแผล แต่ก็ไม่ยอมตื่นขึ้นมา ผมใช้ผ้าชุบน้ำมาเช็ดคราบน้ำตาที่ข้างแก้มให้กับเขา และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมาพอดี ผมเลยชักมือที่ถือผ้ากลับ

"โอเคไหม"

"ขอบคุณนะครับ"

ตอนนี้เขาดูปกติแล้ว หัวทุยพยักหน้าให้ผมเพื่อเป็นคำตอบก่อนจะยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงที่หัวเตียงตัวเอง

"เล่าได้ไหม ว่ามันเกิดอะไรขึ้น"
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 28

    เพราะจำได้ว่าพี่ชูยึดโทรศัพท์ของผมไปแล้ว"พี่ชูให้เอาให้นาย" เหมือนคนข้างกายจะเดาใจผมถูกเขาถึงได้พูดออกมา แต่ผมก็ไม่เข้าใจการกระทำของพี่ชูอยู่ดี เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เป็นคนแรกในชีวิตที่รู้สึกว่าอ่านใจยากสุดๆ"ขอบใจ" ผมบอกโชนพร้อมกับส่งยิ้มไปให้"ตามสบาย แต่อย่าออกจากห้องจะดีกว่า นอกจากฉันกับพี่ชู ไม

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 27

    สวมรอยครั้งที่ 13Seiya partสามวันแล้วที่ผมอยู่ในสถานะนักโทษ?ผมไม่รู้จะนิยามสถานะตัวเองตอนนี้ยังไง หลังจากวันที่พวกเราทะเลาะกันจนผมเกือบลงมือฆ่าเขา ผมจำได้ว่าตัวเองร้องไห้อย่างหนักตอนที่ได้สติก่อนจะหลับไป พอฟื้นขึ้นมาก็ถูกมัดไว้ที่เก้าอี้เหมือนเดิม แต่คราวนี้เชือกที่มัดผมเปลี่ยนเป็นโซ่แทน ไฟที่กะพ

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 26

    "ทำไมเหรอ หรือฉันพูดถูก""โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเชียว พวกสายลับนี่เขาควบคุมอารมณ์ไม่เป็นกันหรอ""ได้ข่าวว่าไปต่อยคนจนโดนพักงานนี่""น่าสมเพช"ผมพูดทุกอย่างที่รู้เกี่ยวกับเขา มันถูกเขียนเอาไว้หมดแล้วทุกอย่างในซองสีน้ำตาลนั่น เซย์ยะกัดฟันกรอดจ้องมองผมราวกับอยากจะฆ่าให้ตายตรงนี้"ถ้าปากมันไม่มีอะไรจะพูดก็ไม

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 25

    สวมรอยครั้งที่ 12Shuu partหลังจากพาชินไปตรวจร่างกาย หมอบอกว่าปกติดีไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ผมจะพาน้องไปเยี่ยมพี่เฌอแล้ว แต่ชินก็เอาแต่ร้องไห้อยากกลับบ้าน ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะสภาพจิตใจน้องตอนนี้น่าจะยังไม่พร้อมที่จะเจอใครก็ได้ ผมพยุงตัวชินเดินเข้ามาในบ้าน แม่นมก็วิ่งออกมารับด้วยความเป็นห่วงทันที ผมม

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 24

    "แล้วจะให้ผมทำอะไร" ผมถามย้ำแล้วหันมามองเขาก่อนที่จะได้คำตอบเมื่อเขาเดินไปถือค้อน ตะปู และถุงมือให้ผม และสั่งให้ผมช่วยชาวบ้านในการสร้างห้องพักครู ส่วนเขาก็ยืนเท้าสะเอวเป็นคนสั่งผมอยู่ข้างหลัง หลายคนหันมามองทางเรา ผมจึงทำหน้าแค่ยิ้มแห้งให้แล้วก้มลงไปตอกตะปูกับป้ายหน้าบ้านพัก"นี่มันใช้แรงงานเด็กชัดๆ"

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 23

    "คัทอิ่มแล้วเหรอ" พี่อิงหันมาถามอย่างแปลกใจ"ครับ ผมไปตกปลาก่อนนะ"เขาหันไปตอบพี่อิงก่อนที่จะเดินไปหยิบอุปกรณ์ตกปลาในห้องเก็บของแล้วเดินออกไป ก่อนออกไปก็ไม่วายหันมามองหน้าผมนิ่งแล้วเมินใส่อีกจนผมได้แต่ขมวดคิ้วเพราะไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด"เขาเป็นอะไรเหรอครับ" ผมหันไปถามพี่อิงอย่างแปลกใจ"คัทเขาเป็น

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 5

    สวมรอยครั้งที่ 05Seiya part“คุณเลขาแน่ใจจริงๆ เหรอครับ ว่าพี่ชูเขาไม่เคยเห็นหน้าท้องฟ้า”“ใช่ครับ ผมแน่ใจ ทุกคนในบ้านไม่เคยเจอหน้าคุณท้องฟ้าครับ เพราะคุณท้องฟ้าไปอิตาลีตั้งแต่เด็ก”ผมคิดตามคำพูดของคุณเลขา ซึ่งก็เป็นอย่างที่คุณเลขาบอก จำได้ว่าคุณน้าพาท้องฟ้าไปอยู่อิตาลีตั้งแต่เด็ก ไม่มีทางที่พี่ชูจ

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 4

    สวมรอยครั้งที่ 04Shuu partผมเดินออกมาสูดอากาศตอนเช้าที่ระเบียงห้องพร้อมกับจิบกาแฟไปด้วยเหมือนทุกวัน แต่สายตาดันเป็นเห็นคนผมทองในชุดลำลองกำลังเดินอยู่กับน้องชายคนเล็กของผม และพูดคุยหัวเราะกันอย่างถูกคอ ดูเหมือนชินกำลังพาน้องชายต่างแม่เดินสำรวจบ้านอยู่ ไหนบอกจะช่วยผมจัดการไอ้ลูกเมียน้อยไง แต่นี่ดูสน

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 3

    สวมรอยครั้งที่ 03seiya partเกือบไปแล้วผมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกทันทีที่เข้ามาในห้อง หลังจากผ่านสงครามประสาทกับคนที่เพิ่งจะมีอะไรด้วยกันไปไม่กี่อาทิตย์ก่อน ควบด้วยตำแหน่งพี่ชายคนกลางของบ้านเขาเกือบทำให้ผมโป๊ะตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่เข้ามาอยู่บ้านหลังนี้แล้ว โชคดีที่เคยปลอมตัวเป็นนักแสดงสมัยเป็นสายลั

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 2

    สวมรอยครั้งที่ 02Shuu partเสียดายความรู้สึกแรกที่ตื่นขึ้นมาจนถึงตอนนี้ ผมกำลังรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ทำความรู้จักกับเขามากกว่าการมีเซ็กส์ เพราะตื่นขึ้นมาเขาก็ไม่อยู่ในโรงแรมแล้ว อุตส่าห์เจอคนถูกใจตรงสเปกทุกอย่าง แถมรสนิยมเซ็กส์ของเขาก็น่าสนใจจนทำผมคลั่งทั้งคืน แต่กลับไม่มีโอกาสได้สานต่อ พอยิ่งคิดก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status