พี่ชายตัวร้ายโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!

พี่ชายตัวร้ายโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-29
โดย:  มารินญา/Malynyaยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel12goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
12บท
107views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

เมื่ออี้อ่านนิยายแล้วปักเมนตัวร้ายสุดเท่ แต่ดันโดนรถชนแล้วมาโผล่ในนิยายที่ยังอ่านไม่จบ กลายเป็นตัวประกอบเอาแต่ใจที่จะโดนเมนตัวเองคิลอย่างอนาถ ไม่น่าเลย…อ่านนิยายเกเสวๆก็ดีอยู่แล้ว! งานนี้อี้ต้องรอด!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

ม่านหมอกไฟลอยล่องยามสนธยา ลมแผ่วพัดพากลิ่นไหม้แสบฉุนพร้อมขี้เถ้าหม่นเทาลอยละล่องคล้ายหิมะสีนิล เปลวเพลิงยังคงพิโรธมอดไหม้ ราวไฟจากขุมนรกที่จองจำวิญญาณนับร้อย แผดเสียงร้องสะท้อนก้องไปทั่วแคว้น

จวนสกุลจ้าวที่เคยโอ่อ่าดุจวังสวรรค์ บัดนี้กลับเหลือเพียงซากปรักหักพัง

“อั่ก!”

ท่ามกลางภาพความพินาศ ร่างอาบโลหิตของข้ารับใช้ชายผู้หนึ่งที่กำลังกึ่งคลานกึ่งล้ม จมปลักอยู่บนพื้นแห้งกรัง ลมหายใจเจียนจะสิ้นลง แววตาขุ่นมัวด้วยความผวา ทั่วสรรพางค์กายเต็มไปด้วยด้วยบาดแผลจากคมดาบ ลึกเสียจนเนื้อหนังแดงฉาน สีขาวซีดของกระดูกบางท่อนโผล่ออกมาอย่างน่าสยดสยอง

“แฮ่ก... แฮ่ก...”

ลมหอบหายใจแผ่วสั้นสะท้อนความเจ็บปวดทรมาน รอยฟันยาวบนต้นขายังคงฉีกกว้างไม่สมาน การเคลื่อนขยับกายเพียงเล็กน้อยก็ประหนึ่งคมมีดกรีดซ้ำลงบนแผลเดิม

ลานกว้างที่ครั้งหนึ่งเคยงดงาม บัดนี้รายล้อมไปด้วยซากศพของข้ารับใช้จำนวนมาก แต่ละร่างล้วนบิดเบี้ยวในท่วงท่าที่ไม่มีผู้ใดปรารถนาจะได้เห็น ผิวหนังไหม้เกรียม ส่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว

ปั่ก!

เสียงไม้คานเรือนพังครืนดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ชายผู้นั้นพยายามเอื้อมมือที่สั่นระริก หวังยึดซากเสาเรือนที่ล้มลงเพื่อประคองกายขึ้น แต่ยังไม่ทันได้ขยับดี ร่างเงาสีดำกลับปรากฏขึ้นเหนือหัว

“อ๊าก!”

ปลายเท้าผู้มาใหม่ย่ำเหยียบตรงบาดแผลฉกรรจ์นั้นอย่างจงใจและไร้ความปรานี!

ข้ารับใช้ละล่ำละลักเปล่งเสียงร้องขอชีวิต ความเจ็บเสียดลึกสะท้านขึ้นกัดกินสมอง ขยับหนีไม่ได้ถึงครึ่งนิ้วเพราะแรงเหยียบหนักจากบุรุษเหนือศีรษะนั้นตรึงเขาไว้แน่นยิ่งกว่าตรวนเหล็กใด

“...”

ปลายกระบี่ในมือใหญ่กร้าน สะท้อนแสงไฟวับวาว สัญลักษณ์แห่งเกียรติยศของแม่ทัพใหญ่แห่งแว่นแคว้น อาบเจือด้วยโลหิตผู้ไร้ทางสู้จนแทบไม่อาจมองเห็นแก่นเหล็กเดิมได้ชัด

“ท่าน…ท่านแม่ทัพ... ไว้ชีวิตข้าน้อยด้ว- อั่ก!”

จ้าวเว่ยหลาง นามที่สะท้านทั่วใต้หล้า ในฐานะวีรบุรุษผู้คุ้มกันเขตชายแดน แต่บัดนี้แววตาของเขามืดดำราวเหวลึก แสงประกายในแววตาได้ถูกดับลง เหลือเพียงเงามืดที่กลืนกินจิตใจสิ้นจนไม่เหลือเค้าเดิมของบุรุษผู้เคยยืนหยัดเป็นเสาหลักแห่งแผ่นดิน

คิ้วกระบี่ของเขาพาดเฉียง แววตาบิดเบี้ยว เพ่งมองความพินาศที่ตนสร้างราวกับเป็นผลงานศิลป์

“หึ…”

ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มแสยะอย่างพึงใจ เขากดเพิ่มแรงเหยียบลงบนบาดแผล ดวงตาสีเข้มหลุบมองโลหิตสดไหลซึม บ่าวรับใช้ใต้ฝ่าเท้าดิ้นพล่าน มือที่แปดเปื้อนเขม่าและเลือดพยายามยันตัวขึ้นจากพื้นหนีความตายแต่กลับไร้สิ้นเรี่ยวแรง

“คุณชายเห็นหรือไม่?”

เว่ยหลางค่อย ๆ โน้มกายลง เปล่งเสียงเยียบเย็น อ่อนนุ่ม ประหนึ่งคำปลอบ หากแต่ความหมายเบื้องหลังมันกลับเฉือนลึก ยิ่งกว่าคมดาบในฝ่ามือ

“ข้าชำระล้างความสกปรกของสกุลจ้าวจนสิ้นแล้ว”

เขาไม่ได้เอื้อนเอ่ยกับบ่าวต่ำต้อยที่กำลังหายใจร่อแร่ หากแต่เป็นร่างคนผู้หนึ่งที่ถูกลากตามมาตลอดเส้นทาง เว่ยหลางชักเท้าขึ้น ก่อนเตะร่างสิ้นแรงให้พลิกหงายอย่างไร้เมตตา!

“ม-ไม่ อั่ก!”

ไม่รอให้คำวิงวานได้ถูกเอ่ย ปลายดาบเย็นเยียบปาดผ่านลำคอบ่าวผู้โชคร้ายเพียงสั้น ๆ โลหิตสดสีแดงพลันพุ่งกระฉูดออกมาเป็นสายน่าสยดสยอง

อีกหนึ่งชีวิตดับลงในฉับพลัน!

จ้าวเว่ยหลางไม่แม้แต่จะปรายตามองร่างไร้ลมหายใจนั้น เขาชักดาบออกด้วยท่วงท่าเรียบนิ่ง มืออีกข้างกระตุกเชือกที่รัดคอผู้ที่ถูกผูกติดปลายอีกฝั่งอย่างแน่นหนา

“ฮ-ฮึก ปล-ปล่อยข้า…”

ร่างผอมบางของจ้าวเฟิ่งอี้ ถูกลากครูดไปบนพื้นดิน อาภรณ์งดงามถลอกไหม้เสียจนเหลือเพียงเศษผืนผ้าบางพันรอบกาย ที่บัดนี้อาบไปด้วยของเหลวสีแดงเสียจนไม่อาจบอกได้ว่าเคยเป็นสีอะไร เสียงสะอื้นไห้แตกพร่าดังก้อง

ดวงตาที่เคยงดงามราวดอกท้อ บัดนี้แดงก่ำรวดร้าว

“ฮึก!”

ปลายนิ้วเรียวที่เคยบรรเลงกู่ฉินอย่างคล่องแคล่ว ตอนนี้เล็บทั้งสิบฉีกขาดช้ำเลือดน่าสยดสยองเพราะพยายามแกะปมเชือกที่รัดแน่นออก

เว่ยหลางเดินลากร่างคุณชายผู้นั้นไปตามพื้นดินร้อนระอุ ท่ามกลางซากเรือนรอบข้างที่ลุกโชนเป็นทะเลเพลิง ครั้นจ้าวเฟิ่งอี้พยายามแหงนเงยใบหน้าอาบน้ำตาขึ้นโกยอากาศ ดวงตาพร่ามัวเห็นเพียงแผ่นหลังใหญ่กว้างของผู้ที่ถูกเล่าขานว่าเป็นโล่กำบังบ้านเมือง

“ว่าอย่างไรเล่า…คุณชายน้อย?”

เสียงกระซิบดังลอดจากริมฝีปากที่คลี่ออกอย่างแผ่วเบา เปลวไฟก็สะท้อนเส้นผมดำสนิทของแม่ทัพผู้โหดเหี้ยมเป็นประกายวับวาว

“อยากจะตามพวกมันไปหรือยัง?”

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
12
บทที่ 1
ม่านหมอกไฟลอยล่องยามสนธยา ลมแผ่วพัดพากลิ่นไหม้แสบฉุนพร้อมขี้เถ้าหม่นเทาลอยละล่องคล้ายหิมะสีนิล เปลวเพลิงยังคงพิโรธมอดไหม้ ราวไฟจากขุมนรกที่จองจำวิญญาณนับร้อย แผดเสียงร้องสะท้อนก้องไปทั่วแคว้นจวนสกุลจ้าวที่เคยโอ่อ่าดุจวังสวรรค์ บัดนี้กลับเหลือเพียงซากปรักหักพัง“อั่ก!”ท่ามกลางภาพความพินาศ ร่างอาบโลหิตของข้ารับใช้ชายผู้หนึ่งที่กำลังกึ่งคลานกึ่งล้ม จมปลักอยู่บนพื้นแห้งกรัง ลมหายใจเจียนจะสิ้นลง แววตาขุ่นมัวด้วยความผวา ทั่วสรรพางค์กายเต็มไปด้วยด้วยบาดแผลจากคมดาบ ลึกเสียจนเนื้อหนังแดงฉาน สีขาวซีดของกระดูกบางท่อนโผล่ออกมาอย่างน่าสยดสยอง“แฮ่ก... แฮ่ก...”ลมหอบหายใจแผ่วสั้นสะท้อนความเจ็บปวดทรมาน รอยฟันยาวบนต้นขายังคงฉีกกว้างไม่สมาน การเคลื่อนขยับกายเพียงเล็กน้อยก็ประหนึ่งคมมีดกรีดซ้ำลงบนแผลเดิมลานกว้างที่ครั้งหนึ่งเคยงดงาม บัดนี้รายล้อมไปด้วยซากศพของข้ารับใช้จำนวนมาก แต่ละร่างล้วนบิดเบี้ยวในท่วงท่าที่ไม่มีผู้ใดปรารถนาจะได้เห็น ผิวหนังไหม้เกรียม ส่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วปั่ก!เสียงไม้คานเรือนพังครืนดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ชายผู้นั้นพยายามเอื้อมมือที่สั่นระริก หวังยึดซากเสาเรือนที่ล้มลงเพ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-21
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
ดวงตาทรงลูกท้อของเฟิ่งอี้เบิกกว้าง สั่นระริกด้วยความหวาดกลัวเกินจะเอ่ยเป็นถ้อยคำ ดวงหน้ากระจ่างที่ครั้งหนึ่งเคยงามดุจเทพเซียน บัดนี้พร่าเลือนไปด้วยความสิ้นหวัง เมื่อฝ่ามือหนาฉุดดึงรั้งเชือกให้แน่นขึ้นอีกครั้ง“ฮ-ฮึก!”ร่างบางพยายามส่งเสียงร้อง หากลมหายใจกลับติดขัดในลำคอ ไม่อาจสู้แรงชายอีกฝั่งได้ ฝีเท้าหนาเหยียบบดเศษซากศพจนเกิดเสียงน่าสะอิดสะเอียน สายตาเยียบเย็นจับจ้องไปยังขื่อไม้สูงที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลขื่อไม้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่แห่งความทรงจำอันทุกข์ทรมานจ้าวเว่ยหลางไม่เคยลืม วันที่เขาถูกจับผูกคอกับขื่อนั้น ทั้งตัวห้อยลอยสูงจากพื้นด้วยเชือกหนึ่งเส้น เป็นดั่งละครเพลินตาของพวกปีศาจร้ายอย่างจ้าวเฟิ่งอี้และบ่าวรับใช้ที่ร่วมกันกระทำต่อเขาอย่างไร้ความปราณีเว่ยหลางในวัยเยาว์นั้นร้องขอชีวิตนับสิบครั้งแม้ในวินาทีที่เสียงหายสิ้นไปแล้ว เขาก็ยังฝืนจะวิงวอนออกมา ด้วยความหวังอันน้อยนิดว่าคุณชายผู้สูงส่งจะเห็นค่าชีวิตของเขาเช่นมนุษย์คนหนึ่งขึ้นมาได้บ้าง“อึ่ก!”แต่ไม่เลยจ้าวเฟิ่งอี้ผู้นี้...ต้องการให้เขาตายไปจริง ๆ“คุณชายจำได้หรือไม่? วันที่ท่านและพวกบ่าวรับใช้จับข้าผูกคอไว้กับขื่อไ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-21
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
พั่บ!เสียงกระดาษกระทบกันดังขึ้น เมื่อฝ่ามือเรียวปิดหนังสือนวนิยายเล่มหนาลงอย่างเต็มแรงด้วยความโมโห ร่างผอมบางในชุดอยู่บ้านสบายตัวถอดถอนลมหายใจทิ้งยาว ก่อนจะขยับมือยกแว่นกรอบใสขึ้นเหนือดวงตาเปียกชื้น แล้วจึงปาดเช็ดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงมาไม่หยุดอยากจะบ้าตาย ไอ้นิยายจีนบ้าบอนี่!“ฮึก…”ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อ หลังจากร้องไห้มาได้สักพักใหญ่ ริมฝีปากเล็กสั่นสะอื้นน้อย ๆ บ่นพึมพำเสียงแผ่ว ทั้งยังเอื้อมมือไปหยิบทิชชูแผ่นใหม่มาเช็ดปลายจมูกแดงท่าทางน่าสงสารไม่ต่างจากชีวิตของตัวละครในนิยาย ต้นเหตุที่ทำให้ อี้ ต้องร้องไห้ออกมา สภาพยับเยินเช่นนี้ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมถึงหารีวิวนิยายเรื่องนี้ไม่เจอ...เขาได้นิยายเจ้าปัญหาเรื่องนี้มาเมื่อเดือนก่อน หลังจากที่เดินไร้จุดหมายอยู่ในย่านบางรักแล้วก็หลงเข้าไปในร้านหนังสือมือสองแห่งหนึ่งเข้าจนสะดุดตากับนิยายเล่มนี้แรกเริ่ม อี้ก็นึกลังเลอยู่ไม่น้อยว่าจะซื้อมันกลับมาด้วยดีไหมเพราะไม่สันทัดนิยายแนวนี้สักเท่าไหร่ พอจะพยายามหารีวิวเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็หาไม่เจอสักอัน ราวกับมันไม่มีตัวตนอยู่จริงบนโลกเสียอย่างนั้นสุดท้ายเพราะเหตุผลอะไรบางอย่างที่อี้ก็ไม่แน่ใจ ทำให้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-21
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
อากาศในมหาวิทยาลัยเย็นวันนี้คล้ายจะชื้นกว่าปกตินิดหน่อย คงเพราะฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง แดดอ่อนคลี่ตัวปกคลุมอยู่ทั่งตามแนวอาคารคณะ ยาวทอดไปทั่วลานปูนที่ผู้คนยังเดินขวักไขว่หนาตาแต่ความวุ่นวายรอบตัวไม่อาจดึงอี้ออกจากห้วงความคิดที่หนักอึ้งได้ ตั้งแต่เมื่อเช้าที่อ่านตอนนั้นจบจนถึงตอนนี้ อี้ไม่มีกะจิตกะใจจะเรียนเลยหน้าสรุปบทเรียนที่ควรเต็มไปด้วยตัวหนังสือกลับว่างโล่ง มีเพียงลายปากกายึกยักเพราะอี้เขียนอะไรไม่ออกสักอย่างเดียว เขาพยายามจะเงยหน้าฟังอาจารย์อยู่หลายครั้ง แต่บทเรียนทุกคำก็ทะลุออกจากหูไปอย่างรวดเร็ว ถูกไล่ตามทันด้วยภาพในหัวฉากที่จ้าวเฟิ่งอี้ถูกฆ่าตายด้วยน้ำมือของเว่ยหลางทั้งที่เป็นเพียงตัวหนังสือ แต่อี้กลับเหมือนถูกลากให้เข้าไปอยู่ในฉากนั้นด้วยจริง ๆ เห็นสายตาที่ว่างเปล่า เห็นเลือด เห็นความเจ็บปวดของเว่ยหลางที่ไม่ควรต้องมีจุดจบแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ มันกวนใจเขามาทั้งวันจนเหมือนเป็นเชือกที่มัดโยง ตามตัวไปด้วยทุกที่อี้เป็นคนที่อินกับนิยายได้ง่ายก็จริง แต่ครั้งนี้มันหนักกว่าทุกเรื่องที่เคยผ่านมาเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเว่ยหลางจะต้องถูกพระเอกตามล่าจับตัวไปรับโทษในตอนจบ ยังไงก็ไม่มีทางรอด ไม
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-21
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
“คุณชายน้อย…”ภายในดินแดนที่มีเพียงความมืดมิดปกคลุมกว้างไกลหลายหมื่นลี้ มวลอากาศเย็นยะเยือกและหนาวชื้นซึมเข้าถึงแกนกระดูกใต้เนื้อหนังมังสา เสียงหนึ่งดังขึ้นกลางห้วงแห่งความว่างเปล่าที่ไร้ซึ่งสรรพสิ่ง เคล้าแรงสะเทือนของความวิตกและหวาดกลัวจับจิต“คุณชายน้อย!”เสียงนั้นดังขึ้นไร้ทิศทางที่แน่ชัด คล้ายดังขึ้นมาจากทั้งสวรรค์และใต้เบื้องล่างในเวลาเดียวกัน เสียงนั้นดังพุ่งผ่านเข้ามาในสำนึกของอี้ที่กำลังล่องลอยไร้สิ่งยึดเหนี่ยว ก่อนที่สติที่คล้ายจะขาดช่วง พลันเชื่อมประสานกลับเข้าด้วยกันอีกครั้งเฮือก!ทันใดนั้นราวกับวิญญาณถูกฉุดกลับจากดินแดนมรณะ แสงวาบขาวเจิดแล่นผ่านสำนึกคิด พร้อมลมหายใจเฮือกใหญ่ที่พลันถูกสูดเข้าอกบางอย่างร้อนรน“ม-ไม่! ไม่!”ร่างผอมบางสะดุ้งเฮือก สีหน้าแตกตื่น หัวใจทั้งสี่ห้องเต้นกระหน่ำหนัก สัมผัสคล้ายค้อนหนักที่ทุบเข้ากับผนังทรวงอกจนร้าว ฝ่ามือขาวซีดทั้งสองสั่นผวา ไม่ต่างจากใบไผ่ต้องลมกระโชกอี้หอบหายใจโครมคราม พร้อมหยาดน้ำตาที่ร่วงพรากโดยไม่รู้ตัว ความจริงที่คิดว่าตนได้ตายไปแล้วยังคงรัดแน่นในอก บีบคั้นจนลมหายใจติดขัด“อึก...”แต่เมื่อความคิดในหัวเริ่มสงบลง สมองกลับรับรู้ขึ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-21
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
ความมึนงงแผ่ซ่านไปทั่วจิตสำนึก อี้ได้แต่ไล่สายตากวาดมองทุกคนรอบข้างอีกครั้ง ด้วยความหวังว่าอาจจะพบคำตอบต่อสถานการณ์ที่น่าประหลาดนี้ได้บ้าง แต่ไม่ว่าจะชุดที่พวกเขาสวมใส่ คำพูดที่ใช้ รวมไปถึงบรรยากาศและสถานที่ทุกอย่างตรงหน้า ไม่ใช่โลกที่เขารู้จักเลยแล้วไหนจะเว่ยหลาง เด็กคนนี้ที่มีชื่อเหมือนตัวร้ายในนิยายกำลังถูกกล่าวหาว่าทำให้ฉันจมน้ำ นี่มัน…นี่มันเหมือนฉากเปิดตัวละครจ้าวเว่ยหลางในนิยายเรื่องนั้นเป๊ะเลยนี่?!เขาควรจะต้องตายไปแล้วสิ หลังจากที่รถคันนั้นพุ่งชนเขาเข้ามาเต็ม ๆ ไม่ว่าจะคิดยังไงก็ดูไม่มีทางรอดได้ แต่เมื่อได้สติฟื้นขึ้นมาอีกที ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะอยู่ในที่ ๆ ที่หนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ในโลกปัจจุบันถ้าอ้างอิงจากสิ่งที่หญิงคนนั้นพูด ตอนนี้เขาได้เข้ามาอยู่ในร่างของจ้าวเฟิ่งอี้วัยเด็ก โดยที่เบื้องหน้าเขาก็คือเว่ยหลางในวัยเด็กเช่นกัน!แต่มันเป็นนิยายนี่! ทำไมฉันถึงมาโผล่อยู่ในโลกนิยายได้ล่ะ! “...”เว่ยหลางยกฝ่ามือขึ้นลูบพวงแก้มตนเองที่ถูกหญิงคนนั้นตบเข้าจนขึ้นรอยแดงฉาน แต่กลับไม่ส่งเสียงโอดครวญ ไม่แม้แต่หลบสายตาดุกร้าวของผู้คนรอบข้าง ทั้งที่ตามปกติเด็กวัยนี้ควรจะร้องไห้จ้าหรือวิ่งหนี
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-22
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
ลมบ่ายเอื่อยพัดลอดบานหน้าต่างไม้ฉลุแกะลายสลักวิจิตร กลิ่นดอกเหมยฮวาหอมอ่อนพลันลอยผ่านตามเข้ามาเยือน เงาไผ่ยาวทอดทาบเป็นลายเส้นพลิ้วไหวบนพื้นภายในเรือนตงฝู หรืออีกชื่อที่บ่าวไพร่ย่อมรู้กันดีนั่นคือเรือนพักส่วนตัวของคุณชายน้อยจ้าวเฟิ่งอี้“เฮ้อ…”ร่างเล็กในอาภรณ์สีอ่อนทอดกายนิ่งอยู่บนตั่งไม้หอมลายเมฆมงคล คางมนวางเท้าเหนือหลังมืออย่างเหนื่อยหน่ายใจ ดวงตาทรงลูกท้อสีขลับเข้มเหม่อล่องลอยอยู่กลางห้วงความคิดเฮงซวยชะมัด…นี่ฉันต้องอยู่ในร่างของจ้าวเฟิ่งอี้ไปจนตายไม่มีทางกลับไปจริง ๆ หรือ?จ้าวเฟิ่งอี้ หรือก็คือ อี้ ที่ตระหนักได้แล้วว่าหลังเหตุการณ์รถพุ่งชนนั้น ด้วยเหตุผลลึกลับบางประการ เขากลับทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของตัวละครประกอบที่ไร้ค่า อย่างคุณชายเกอน้อยจ้าวเฟิ่งอี้ผู้มีนิสัยย่ำแย่…พร้อมจุดจบที่ถูกเขียนไว้อย่างชัดเจนนั่นคือจะต้องถูกเว่ยหลางในวัยผู้ใหญ่ล้างแค้นจนสิ้นชีพ!“สุดจะเริ่ดเลยคุณแม่!” อี้พูดกับตัวเองเบา ๆ น้ำเสียงประชดประชัน ริมฝีปากบางยิ้มเหยเก “ตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ยังต้องมาอยู่ในร่างนี้ที่จุดจบก็ต้องตายซ้ำสองอีก แถมอนาถกว่าเดิมหลายเท่า”เสียงบ่นพึมพำแผ่วเบาแต่กลับหนักอึ้ง สะท้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-23
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
“ไม่เจ็บแล้ว ขอบใจพี่เสี่ยวผิงมาก”ประโยคสั้น ๆ แสนจะธรรมดา กลับกลายเป็นถ้อยคำที่พิเศษเกินกว่าที่นางจะรับได้เสี่ยวผิงชะงักไปในทันที นิ้วมือที่แตะผ้าชุบน้ำหยุดนิ่งกลางอากาศ ก่อนนางจะเงยหน้าขึ้นช้า ๆ เผยแววตาที่ผละจากความตกใจไม่ทันปิดบัง“ข้า…ข้าพูดอะไรผิดไปหรือ?” อี้เลิกคิ้วถามเสียงแผ่วเมื่อเห็นเสี่ยวผิงก้มหน้าวูบหรือสำนวนการพูดฉันมันยังไม่กลมกลืนกับคนในโลกนี้ แต่นี่ก็พูดตามสำนวนในนิยายที่อ่านมาแล้วนะ! จีนโบราณสุด ๆ แล้วเนี่ย!ร่างของเด็กสาวพลันสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนเสี่ยวผิงจะรีบละล่ำละลักตอบกลับมาแทบไม่เป็นเสียง “ไม่เจ้าค่ะคุณชาย! เพียงแต่บ่าวไม่คุ้นชินที่คุณชายกล่าวขอบคุณ อีกทั้งอย่าได้เรียกบ่าวเช่นนั้นเลย!”โอ้ย ไอ้เด็กเกรียนเฟิ่งอี้!ตอนที่อ่านนิยายเขาก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าจ้าวเฟิ่งอี้มีนิสัยเอาแต่ใจ เย่อหยิ่ง ไร้น้ำใจและไม่เคยเห็นค่าผู้อื่น แต่ถึงขั้นที่บ่าวรับใช้คนสนิทอย่างเสี่ยวผิงนั้นไม่ได้เคยยินคำขอบคุณจากปากเจ้าเด็กเปรตนี่เลยสักครั้งมันก็เกินเยียวยาจริง ๆ“จากนี้ก็ค่อย ๆ ทำความคุ้นเคยเอาเถอะนะพี่เสี่ยวผิง ถือเสียว่าเป็นคำสั่งของข้า”อี้กระตุกยิ้มเจื่อน ก่อนเอ่ยกลบเกลื่อนด้วยเส
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-24
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
“...”ภาพตรงหน้าที่เว่ยหลางได้เห็น หาใช่ลานกว้างเงียบเหงาเฉกเช่นทุกวันที่ผ่านมา แสงยามสายทอดเคลียปลายผมดำขลับของจ้าวเฟิ่งอี้ ผู้ยืนงงงันอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง เรียวคิ้วสวยขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความสับสน มือเล็กงุ่นง่านหยิบปลายเชือกผูกเอวขึ้นมาพลิกไปมาเหมือนกำลังไขปริศนาซับซ้อน ทั้งที่มันก็เป็นเพียงเชือกเส้นเดียว“ฮึ่ย… โลกนี้ไม่มีเสื้อยืดหรือไงเนี่ย อยากจะบ้าจริง ๆ”ริมฝีปากเล็กบ่นงึมงำเสียงแผ่ว มือซ้ายดึง มือขวาผูก แต่พอเผลอปล่อยก็หลุดออกหมดก่อนจะออกจากเรือน เสี่ยวผิงก็แสดงวิธีผูกให้ดูหลายตลบ ทว่าเพราะอี้กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาไกลไม่ทันระวังตัว เชือกที่เคยผูกไว้แน่นมันจึงหลุดลุ่ยไปเสียหมด ครั้นต้องลองผูกใหม่เองอีกครั้ง มันกลับยิ่งพันกันจนกลายเป็นปมใหญ่ ราวกับตั้งใจจะท้าทายความอดทนของเขาโดยเฉพาะเกย์น้อยไทยแลนด์อยากจะเดินโทง ๆ ปล่อยเสื้อผ้าให้หลุด ๆ ไปซะให้รู้แล้วรู้รอด!“…”ร่างเล็กยืนงงงันกลางลานกว้าง ไม่ได้สังเกตแม้แต่น้อยว่าจ้าวเว่ยหลางหยุดยืนอยู่ตรงหน้าได้สักพักแล้ว เด็กหนุ่มทั้งสองนั้นอยู่ในวัยที่ใกล้เคียงกัน แต่ภาพความแตกต่าง กลับชัดเจนเกินกว่าคำใดจะบรรยายคนหนึ่งสวมใส่อาภรณ์ชั้นสูง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-25
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
“ท่านกำลังทำอะไร?!”เว่ยหลางขมวดคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจปนหงุดหงิด ร่างเล็กตรงหน้านี้กำลังทำให้เขาเสียเวลาในการไปทำงานแลกข้าว และเขาก็หิวเต็มทน“ข้า...ข้าจะทำแผลให้ท่านไงเล่า! ทำไมต้องตกใจถึงเพียงนั้นด้วย?!”“…”ฟี่บ!ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เว่ยหลางกลับสะบัดมือออกอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแข็งกระด้าง ดุดันจนอี้สะดุ้งไปกับการตอบสนองที่รุนแรงเกินคาดนั้น“แผลน่ะปล่อยทิ้งไว้คงไม่ดี ข้าทำแผลให้ดีมั้-”“ข้าไม่บังอาจรบกวนคุณชาย” ร่างสูงรีบตัดบทปฏิเสธไปทันที ไม่แม้แต่จะรอฟังจนจบประโยค ตั้งกำแพงสูงกั้นระหว่างตนและคู่สนทนาอย่างชัดเจนท่าทีเฉยชานั้นทำเอาคนตัวเล็กต้องเผลอจิ๊ปากเบา ๆ อย่างนึกขัดใจ“นี่ ข้ารู้ว่าก่อนหน้านี้ ข้าอาจจะทำไม่ดีกับท่านไว้มาก...” เสียงหวานเอ่ย ติดแววฉุนเล็กน้อย “แต่หลังจากนี้... เรามาเป็นเพื่อนกันเถอะนะ”คำพูดนั้นหลุดออกจากริมฝีปากของอี้ด้วยความจริงใจ ทว่าทันทีที่สิ้นเสียง ใบหน้าคมคายของเว่ยหลางกลับยับย่นมากกว่าเก่า ราวกับสิ่งที่พึ่งจะได้ยินนั้นมันเป็นเรื่องที่น่าขบขันที่สุดที่ได้ยินมาตลอดชีวิตของเขา“เพื่อน เอ่อ สหายน่ะ ท่านรู้จักใช่ไหม? คนที่จะดีต่อกัน ช่วยเหลือกันแ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-26
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status