مشاركة

บทที่ 7

مؤلف: youdimple
last update تاريخ النشر: 2024-12-28 21:33:10

สวมรอยครั้งที่ 07

Seiya part

บรรยากาศในรถอึดอัดจนน่าขนลุก ทั้งที่เขาเป็นคนบอกผมว่ามีเรื่องจะคุยด้วย แต่ตัวเองกลับเอาแต่นั่งเงียบตลอดทางแถมทำหน้านิ่งจนผมคาดเดาอารมณ์ไม่ถูกอีก

ในใจเขาคงมีคำถามว่าทำไมผมถึงไปอยู่ในผับจนเกือบโดนผู้ชายตัวใหญ่ที่คาดว่าจะเป็นคนรู้จักของพี่ชูลากเข้าโรงแรมได้ ก็คงต้องย้อนไปประมาณสักห้าชั่วโมงก่อน

ผมได้รับโทรศัพท์จากลูอิสเกี่ยวกับภารกิจสำคัญที่ลูอิสรับเอาไว้ แต่จอมโจรไนท์บลูมันดันออกมาเสียก่อน ลูอิสจึงขอร้องให้ผมมาทำภารกิจนี้แทนหนึ่งวัน จะให้ผมไปจับจอมโจรไนท์บลูแทนก็กลัวว่าผมจะถูกหัวหน้าและคนในองค์กรจับได้ว่าแอบมาปฏิบัติหน้าที่ทั้งที่โดนพักงานอยู่ แล้วผมอาจจะซวยจนโดนไล่ออก

ผมจึงต้องจำใจแอบออกจากบ้านมาปลอมตัวเป็นเด็กเสิร์ฟที่นี่ เพื่อหาตัวเป้าหมายให้ลูอิส มันเป็นแค่ภารกิจจับชู้ธรรมดานั่นแหละ ปกติลูอิสมันคงไม่รับหรอก แต่คงเพราะเงินหนามันถึงได้ยอมรับ แต่คอยดูเถอะถ้าภารกิจสำเร็จผมทวงส่วนแบ่งเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แน่

"ไปต่อกันไหมครับ" เสียงของผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้นมาหลังจากที่ผมเตรียมตัวจะออกจากที่ทำงานแล้ว หลังจากถ่ายรูปชู้ของผู้ว่าจ้างตอนอยู่กับสามีเธอมาได้แบบภาพคมชัด

"ขอโทษครับ ผมไม่ได้ขาย" ผมบอกเขาก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป แต่มือหนาของเขาก็มาจับแขนผมไว้

"เดี๋ยวสิ เท่าไหร่ผมจ่ายได้นะ"

"บอกว่าไม่ไง" ผมบอกเขาพร้อมกับใบหน้าหงุดหงิดให้เขารู้ว่าผมไม่สบอารมณ์แต่ผู้ชายคนนี้ก็ยังตื๊อไม่เลิก

"เดี๋ยวสิคุณ"

ผมใช้จังหวะนั่นวิ่งหนีเขาออกมานอกผับและคิดว่าเขาคงไม่ตามมา แต่ผมคิดผิด เขายังคงวิ่งตามผมมาอยู่แถมใบหน้ายังยิ้มเหมือนถูกใจที่ผมวิ่งหนีเขาอีก นี่เขาคิดว่าผมกำลังเล่นวิ่งไล่จับเขาหรือไง เขาวิ่งมาฉุดกระชากแขนผม แต่ผมก็ใช้แรงสะบัดเขาออกมาได้ก่อนจะสับตีนหนีไอ้คนช่างตื๊อนี่สุดชีวิต ผมเปลี่ยนทิศทางในการวิ่งหนีเขา และก็ค้นพบว่าเรดาร์การหนีของตัวเองน่าจะผิดพลาด

เพราะขาทั้งสองข้างของผมได้พาผมวิ่งเข้ามาหาผู้ชายที่ผมไม่อยากเจอมากที่สุดแล้ว พี่ชูกำลังยืนจ้องหน้าผมอยู่

"พี่ชู" ผมพูดชื่อเขาด้วยความตกใจ แต่เวลานี้ดูเหมือนจะไม่ใช่เวลาที่จะมาตกใจพี่ชูแล้ว ผมรีบวิ่งไปหลบหลังพี่ชูพร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนขอให้เขาช่วย ถึงแม้ไม่รู้ว่าเขาจะช่วยหรือจะแกล้งผมก็ตาม

"รู้จักเหรอวะชู" ผู้ชายคนนั้นวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเราทั้งคู่และถามพี่ชู หัวใจของผมเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะด้วยความรู้สึกกลัว กลัวว่าเขาจะไม่ช่วยผม

"คนนี้ของกู มึงไปหาคนอื่นเถอะ"

พี่ชูหันไปพูดกับผู้ชายคนนั้นและเขาก็ทำหน้าไม่สบอารมณ์ แต่สุดท้ายก็ยอมเดินถอยแล้วกลับไปที่ผับ หลังจากนั้นพี่ชูก็จ้องผมเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ก็ยอมให้ผมขึ้นมาบนรถแถมบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย แต่ตั้งแต่ขึ้นรถมาเขายังไม่พูดอะไรเลย เอาแต่เงียบมาจะสามสิบนาทีแล้ว

"ขอบคุณนะครับที่ช่วยเมื่อกี้" ผมเลือกที่จะเป็นฝ่ายพูดออกมาก่อน

"ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ฉันจำได้ว่าผับนี้ตรวจบัตรนะ"

"ผมมาทำงานครับ" ผมโกหกออกไป แต่ก็ไม่ได้เรียกว่าโกหกหรอกนะเพราะจริงๆ แล้วผมก็มาทำงาน แต่แค่ไม่ได้มาทำงานเป็นพนักงาน เสริร์ฟแต่มาสืบคดีต่างหาก อีกอย่างตอนเข้าผับผมก็ใช้บัตรของตัวเองจริงๆ ไม่ได้ใช้บัตรปลอมที่เอาไว้แสดงตัวว่าเป็นท้องฟ้า

"ทำทำไม เงินที่พ่อให้ไม่พอเหรอ" พี่ชูหันมามองสำรวจสภาพผมที่อยู่ในชุดพนักงานเสิร์ฟก่อนจะหันกลับไปโฟกัสกับการขับรถต่อ

"ไม่มีครับ ผมจะได้เงินก็ต่อเมื่อพี่ทะเลาะกับผมเท่านั้น" ผมเลือกที่จะโกหกหน้าตาย โชคดีที่คุณเลขาให้ผมอ่านเกี่ยวกับพินัยกรรมแล้ว เผื่อเอาไว้ไปต่อรองเวลาโดนพี่ชูแกล้งอะไร

"พ่อให้แค่ค่าเล่าเรียนครับ ไม่ได้ให้ค่าขนม" ผมพูดต่อ จริงๆ แล้วคุณพ่อของท้องฟ้าจะส่งเงินให้กับท้องฟ้าทุกสามเดือนเป็นเงินก้อนใหญ่เอาไว้ใช้และไว้เป็นค่าเทอม ซึ่งผมก็ให้ท้องฟ้าเก็บไว้ ไม่เคยขอยืมหรือเอาเงินของน้องมาใช้เลยสักยูโรเดียว

"อยากได้เท่าไหร่ก็บอกแล้วกัน"

"พี่จะให้ผมเหรอ" ผมถามอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง นี่เขาเชื่อคำโกหกของผมด้วยเหรอเนี่ยว่าผมไม่มีเงิน

"อืม"

"ขอบคุณนะครับ"

ถึงจะนึกแปลกใจที่เขายอมให้ผมง่ายๆ แต่ต่อให้ผมไม่มีเงินจริงๆ ผมก็คงไม่คิดที่จะขอหรือยืมเขาหรอก เพราะผมไม่ชอบที่จะต้องติดหนี้บุญคุณใคร เราทั้งคู่ปล่อยให้บรรยากาศภายในรถเงียบลงอีกครั้ง

"เรื่องคืนนั้น ขอโทษที่โมโหใส่คิดว่าพี่เป็นคนทำนะครับ" และก็เป็นผมเหมือนเดิมที่เป็นฝ่ายพูดทำลายความเงียบระหว่างเรา

"รู้แล้วเหรอ"

"ผมไปย้อนดูแล้ว ไม่เห็นตอนพี่เอาเข็มกลัดไปใส่ห้องผมเลย" ผมพูดอย่างรู้สึกผิดเพราะหลังจากที่เรามีปากเสียงกันผมก็ไปย้อนดูคลิป ก็พบว่าไม่มีจังหวะที่เขาจะเอาเข็มกลัดไปซ่อนในห้องผมเลย เขาแทบจะไม่ได้เดินไปจุดที่คนใช้เจอเข็มกลัดด้วยซ้ำ แต่ผมก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนใส่ร้ายผม เพราะนอกจากพี่ชู ผมก็ไม่เห็นใครที่เข้าห้องผมอีกเลย ผมหันไปมองเสี้ยวหน้าพี่ชูเขาทำหน้าราวกับเหมือนว่าคิดอะไรออกแต่ไม่ยอมพูดออกมา และคงเพราะเห็นว่าผมจ้องอยู่เขาถึงได้หันมามอง

"หึ ไม่ได้ทำเองหรือไง" พี่ชูพูดด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก

"เปล่าสักหน่อย"

ผมว่าแล้วเหม่อมองออกไปนอกกระจกรถในยามค่ำคืน พวกเราไม่ได้คุยอะไรกันต่อทำให้บรรยากาศเงียบตลอดทาง มีเพียงเสียงเพลงในรถเท่านั้นที่ทำให้บรรยากาศไม่น่าอึดอัด หรืออาจจะเป็นเพราะคนที่กำลังขับรถอยู่เริ่มคลายความระแวงในตัวผมออกทีละนิดแล้วก็ได้

มันคงจะดีถ้าเขาเลิกระแวงผมและคิดซะว่าผมเป็นน้องชายของเขาคนหนึ่ง แต่มันก็คงเป็นไปได้ยากที่จะทำให้เขาเลิกระแวงจริงๆ

เราต่างแยกย้ายกลับห้องของตัวเองหลังจากถึงบ้านในเวลาตีหนึ่งกว่า ผมเดินเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมเข้านอน ผมหยิบโทรศัพท์เครื่องสวยขึ้นมากดดูกล้องวงจรปิดต่างๆ ภายในบ้านที่ผมแอบเอากล้องแอบถ่ายไปติดไว้ เผื่อคนร้ายหรือคนในบ้านเคลื่อนไหวอะไร และเมื่อตอนที่มือกำลังจะกดปิดเพราะไม่เห็นอะไร คนน่าสงสัยก็เดินผ่านกล้องหลังบ้านไป

คุณป้าเนตรดาวจะไปไหน

ผมเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงทันที พอเงยหน้ามองนาฬิกาติดผนังก็เห็นว่านี่จวนจะตีสองแล้ว ไม่น่าใช่เวลาที่คนจะออกไปข้างนอก แถมยังใช้ประตูหลังบ้านอีก ไม่รอให้ตัวเองได้สงสัยนาน ผมก็รีบแอบตามเธอออกไปทันที

คุณป้าเนตรดาวหรือป้าแม่นมของสองแฝดเดินออกมาตรงบริเวณหลังบ้านที่มีแต่ป่า เธอหยุดเดินแล้วทำท่าเหมือนรอใครบางคนอยู่ ผมจึงแอบย่องไปยืนแอบอยู่หลังต้นใหม่ใหญ่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเธอ สักพักก็มีรถคันหรูสีขาวมุกมาจอดอยู่ตรงหน้าเธอ ก่อนที่ผมจะต้องตกใจตอนที่เห็นเจ้าของรถ

ไอ้ไมค์?

ผมปิดปากตัวเองตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อตัวเองที่เห็นแม่นมกับไอ้ไมค์รู้จักกัน ซึ่งนี่น่าจะเป็นเรื่องที่ผมคาดไม่ถึงเลย และก็ยิ่งต้องตกใจยิ่งกว่าเดิม ตอนที่ไอ้ไมค์มันเรียกป้าเนตรดาวว่าแม่ สองคนนี้เป็นแม่ลูกกันเหรอ และดูเหมือนเรื่องน่าตกใจมันจะยังไม่หมด เมื่อมีบิ๊กไบค์ขับมาจอดอยู่หน้าคนทั้งคู่ คนขับรถบิ๊กไบค์จัดการถอดหมวกกันน็อคออกก่อนจะจัดการจัดผมสาวสีควันบุหรี่ให้เข้าทรง

"พี่คัทเตอร์" ผมเผลอพูดชื่อคนมาใหม่อย่างไม่น่าเชื่อก่อนจะรีบหันหลังหลบหลังต้นไม้ในตอนที่เขาหันมา ผมลืมไปว่าอดีตสายลับคนนี้หูดีมากแค่ไหน ผมแทบลืมวิธีหายใจตอนที่บรรยากาศมันเงียบสงัน

"มีอะไรหรือเปล่า" เสียงแม่นมถามขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ผมจึงค่อยๆ ขยับตัวหันไปมอง ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก ดูเหมือนผมจะคิดมากไป พี่คัทเตอร์น่าจะยังไม่เห็นผม

"เปล่า" พี่คัทเตอร์หันไปตอบแม่นม

"เล่าแผนต่อเลย" และเป็นไมค์ที่พูดขึ้นมา

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผมเลือกที่ไกลไปหรือเพราะสามคนนั้นเดินไปคุยกันไกลกว่าจุดที่ผมแอบฟัง ผมจึงได้ยินมันไม่ถนัด จับใจความได้แค่ว่าให้พี่คัทเตอร์จัดการชินอะไรสักอย่าง แต่พอเดาได้ว่าป้าแม่นมน่าจะต้องการให้จัดการชิน นั่นยิ่งทำให้ผมคิ้วขมวดยิ่งกว่าเดิม ทำไมต้องเป็นชินล่ะ เด็กคนนั้นน่าจะไม่มีอะไรที่สุดแล้วนะ หรือป้าแม่นมแค้นอะไรชิน แต่เธอก็เป็นคนเลี้ยงชินมาเองกับมือนี่

เป็นความสัมพันธ์ที่ทั้งรักทั้งเกลียดเหรอ

และด้วยความอยากรู้ ผมเตรียมที่จะมองซ้ายมองขวาเพื่อหาต้นไม้ที่ใกล้ที่สุดเพื่อเข้าไปฟังแผนการของทั้งคู่ใกล้ๆ แล้วแต่ก็เจอแต่ต้นเล็กๆ ถ้าไปหลบผมสีทองบนหัวนี่ก็น่าจะทำให้ผมโป๊ะจนโดนจับได้แล้ว นึกอยากทุบหัวตัวเอง ตอนโดนถามว่าจะย้อมผมเป็นสีดำไหม ดันเลือกที่จะปฏิเสธเพราะชอบสีนี้

"แล้วจะเอายังไงกับเซย์ยะ" ผมได้ยินชื่อตัวเองออกมาจากปากพี่คัทเตอร์นั่นทำให้ผมอยากรู้ยิ่งกว่าเดิม และเหมือนหัวสมองอันชาญฉลาดจะคิดอะไรออก ผมลืมไปเลยว่าเมื่อครู่แอบหยิบมดดักฟังออกมาด้วย ผมจัดการหยิบมันออกมาจากกระเป๋าเสื้อนอน เปิดเครื่อง และกดให้มันเดินไปใกล้ทั้งคู่เพื่อจะจัดการบันทึกเสียงคนพวกนั้นเพื่อไปฟังทีหลัง

"ในเมื่อมันอยากเข้ามาสาระแน ก็จัดการมันซะ"

"ทำให้มันเป็นแพะรับบาป"

"ฉันเตรียมแผนเอาไว้แล้ว แกแค่จัดการไอ้เด็กชินก็พอ"

เสียงของแม่นมพูดขึ้นมา ผมไม่ได้คิดไปเองใบหน้าของเธอตอนนี้ดูโรคจิตจนไม่เหลือคราบแม่นมผู้แสนดีของสองแฝดเลยสักนิด ในขณะที่ผมกำลังจ้องมองพวกคนสามคนที่กำลังวางแผนอยู่นั้น รองเท้าหนังของพี่คัทเตอร์ก็เหยียบมดดักฟังของผมจนเละ ไม่รู้บังเอิญหรือจงใจ แต่ดูจากการขยี้เท้าแล้วน่าจะตั้งใจแล้วแหละ นี่ผมโดนจับได้เหรอ

สมแล้วที่เคยเป็นเบอร์หนึ่งขององค์กร คนคนเดียวที่ผมเคยเป็นรองเขา

"ทำอะไร" แม่นมถามอย่างแปลกใจ

"แค่แมลง"

พี่คัทเตอร์ตอบทำเอาผมโล่งอกไปอีกครั้ง ตอนแรกคิดว่าเขาจะแฉว่าผมกำลังแอบฟังเสียอีก แต่เขาก็เลือกที่จะปิดไว้ สักพักทั้งแม่นมและไอ้ไมค์ก็แยกย้ายกันออกไปแล้ว เหลือเพียงแค่พี่คัทเตอร์ที่ยืนอยู่ ซึ่งผมเองก็แปลกใจที่เขาไม่ยอมไปเสียที

หรือเขากำลังรอให้ผมออกไปเอง เพื่อบอกว่าตอนนี้เขาจับผมได้แล้วนะว่ามายืนแอบฟังอยู่

"พรุ่งนี้สี่โมงเย็น มาเจอกันที่นี่" อยู่ดีๆ เขาก็หยิบโบชัวร์อะไรในกระเป๋าขึ้นมาโยนทิ้งแล้วพูดลอยๆ แต่ผมรู้ว่าเขากำลังพูดกับผม จากนั้นพี่คัทเตอร์ก็ขับรถออกไปแล้ว

พอเห็นทางสะดวกผมถึงได้เดินไปหยิบโบชัวร์ มันเป็นโบชัวร์ฉลองเปิดร้านอะไรสักอย่าง ซึ่งพี่คัทเตอร์จงใจทิ้งมันไว้ให้ผม

ดูเหมือนว่าถ้าอยากรู้แผนการของพวกเขาทั้งสามคน ก็มีแต่ต้องเสี่ยงไปที่นี่ตามคำพูดของพี่คัทเตอร์เท่านั้น

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 28

    เพราะจำได้ว่าพี่ชูยึดโทรศัพท์ของผมไปแล้ว"พี่ชูให้เอาให้นาย" เหมือนคนข้างกายจะเดาใจผมถูกเขาถึงได้พูดออกมา แต่ผมก็ไม่เข้าใจการกระทำของพี่ชูอยู่ดี เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เป็นคนแรกในชีวิตที่รู้สึกว่าอ่านใจยากสุดๆ"ขอบใจ" ผมบอกโชนพร้อมกับส่งยิ้มไปให้"ตามสบาย แต่อย่าออกจากห้องจะดีกว่า นอกจากฉันกับพี่ชู ไม

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 27

    สวมรอยครั้งที่ 13Seiya partสามวันแล้วที่ผมอยู่ในสถานะนักโทษ?ผมไม่รู้จะนิยามสถานะตัวเองตอนนี้ยังไง หลังจากวันที่พวกเราทะเลาะกันจนผมเกือบลงมือฆ่าเขา ผมจำได้ว่าตัวเองร้องไห้อย่างหนักตอนที่ได้สติก่อนจะหลับไป พอฟื้นขึ้นมาก็ถูกมัดไว้ที่เก้าอี้เหมือนเดิม แต่คราวนี้เชือกที่มัดผมเปลี่ยนเป็นโซ่แทน ไฟที่กะพ

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 26

    "ทำไมเหรอ หรือฉันพูดถูก""โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเชียว พวกสายลับนี่เขาควบคุมอารมณ์ไม่เป็นกันหรอ""ได้ข่าวว่าไปต่อยคนจนโดนพักงานนี่""น่าสมเพช"ผมพูดทุกอย่างที่รู้เกี่ยวกับเขา มันถูกเขียนเอาไว้หมดแล้วทุกอย่างในซองสีน้ำตาลนั่น เซย์ยะกัดฟันกรอดจ้องมองผมราวกับอยากจะฆ่าให้ตายตรงนี้"ถ้าปากมันไม่มีอะไรจะพูดก็ไม

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 25

    สวมรอยครั้งที่ 12Shuu partหลังจากพาชินไปตรวจร่างกาย หมอบอกว่าปกติดีไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ผมจะพาน้องไปเยี่ยมพี่เฌอแล้ว แต่ชินก็เอาแต่ร้องไห้อยากกลับบ้าน ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะสภาพจิตใจน้องตอนนี้น่าจะยังไม่พร้อมที่จะเจอใครก็ได้ ผมพยุงตัวชินเดินเข้ามาในบ้าน แม่นมก็วิ่งออกมารับด้วยความเป็นห่วงทันที ผมม

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 24

    "แล้วจะให้ผมทำอะไร" ผมถามย้ำแล้วหันมามองเขาก่อนที่จะได้คำตอบเมื่อเขาเดินไปถือค้อน ตะปู และถุงมือให้ผม และสั่งให้ผมช่วยชาวบ้านในการสร้างห้องพักครู ส่วนเขาก็ยืนเท้าสะเอวเป็นคนสั่งผมอยู่ข้างหลัง หลายคนหันมามองทางเรา ผมจึงทำหน้าแค่ยิ้มแห้งให้แล้วก้มลงไปตอกตะปูกับป้ายหน้าบ้านพัก"นี่มันใช้แรงงานเด็กชัดๆ"

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 23

    "คัทอิ่มแล้วเหรอ" พี่อิงหันมาถามอย่างแปลกใจ"ครับ ผมไปตกปลาก่อนนะ"เขาหันไปตอบพี่อิงก่อนที่จะเดินไปหยิบอุปกรณ์ตกปลาในห้องเก็บของแล้วเดินออกไป ก่อนออกไปก็ไม่วายหันมามองหน้าผมนิ่งแล้วเมินใส่อีกจนผมได้แต่ขมวดคิ้วเพราะไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด"เขาเป็นอะไรเหรอครับ" ผมหันไปถามพี่อิงอย่างแปลกใจ"คัทเขาเป็น

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 8

    สวมรอยครั้งที่ 08Shuu partสองอาทิตย์แล้วที่ท้องฟ้าตัวปลอมมาอยู่ที่นี่ แต่กลับไม่ทำอะไรเลยนอกจากใช้ชีวิตปกติ ปกติแบบที่ไม่ทำอะไรน่าสงสัยเลยนอกจากการติดกล้องที่ห้องตัวเอง ราวกับว่ามีของสำคัญอยู่ในนั้น และกลัวว่ามีใครจะมาเอาไปในตอนแรกผมคิดว่าเขาอาจจะเป็นมิจฉาชีพ แต่ดูแล้วไม่น่าจะใช่ ถ้าจุดประสงค์ของ

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 6

    สวมรอยครั้งที่ 06Shuu part"มีอะไรหรือเปล่าครับ"ผมถามขึ้นหลังจากเดินขึ้นบันไดมาเห็นท้องฟ้าตัวปลอมกำลังยืนคิ้วขมวด โดยมีพี่เฌอยืนอยู่หน้าห้องของตัวเองพอมองเข้าไปในห้องพี่เฌอ ก็เห็นคนใช้กำลังวุ่นอยู่กับการหาของอะไรสักอย่าง"เข็มกลัดที่คุณพ่อให้พี่มันหายไปไหนไม่รู้" พี่เฌอตอบเสียงเครียด"ลองค้นห้องท้

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 4

    สวมรอยครั้งที่ 04Shuu partผมเดินออกมาสูดอากาศตอนเช้าที่ระเบียงห้องพร้อมกับจิบกาแฟไปด้วยเหมือนทุกวัน แต่สายตาดันเป็นเห็นคนผมทองในชุดลำลองกำลังเดินอยู่กับน้องชายคนเล็กของผม และพูดคุยหัวเราะกันอย่างถูกคอ ดูเหมือนชินกำลังพาน้องชายต่างแม่เดินสำรวจบ้านอยู่ ไหนบอกจะช่วยผมจัดการไอ้ลูกเมียน้อยไง แต่นี่ดูสน

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 5

    สวมรอยครั้งที่ 05Seiya part“คุณเลขาแน่ใจจริงๆ เหรอครับ ว่าพี่ชูเขาไม่เคยเห็นหน้าท้องฟ้า”“ใช่ครับ ผมแน่ใจ ทุกคนในบ้านไม่เคยเจอหน้าคุณท้องฟ้าครับ เพราะคุณท้องฟ้าไปอิตาลีตั้งแต่เด็ก”ผมคิดตามคำพูดของคุณเลขา ซึ่งก็เป็นอย่างที่คุณเลขาบอก จำได้ว่าคุณน้าพาท้องฟ้าไปอยู่อิตาลีตั้งแต่เด็ก ไม่มีทางที่พี่ชูจ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status