Share

บทที่ 7

Author: youdimple
last update publish date: 2024-12-28 21:33:10

สวมรอยครั้งที่ 07

Seiya part

บรรยากาศในรถอึดอัดจนน่าขนลุก ทั้งที่เขาเป็นคนบอกผมว่ามีเรื่องจะคุยด้วย แต่ตัวเองกลับเอาแต่นั่งเงียบตลอดทางแถมทำหน้านิ่งจนผมคาดเดาอารมณ์ไม่ถูกอีก

ในใจเขาคงมีคำถามว่าทำไมผมถึงไปอยู่ในผับจนเกือบโดนผู้ชายตัวใหญ่ที่คาดว่าจะเป็นคนรู้จักของพี่ชูลากเข้าโรงแรมได้ ก็คงต้องย้อนไปประมาณสักห้าชั่วโมงก่อน

ผมได้รับโทรศัพท์จากลูอิสเกี่ยวกับภารกิจสำคัญที่ลูอิสรับเอาไว้ แต่จอมโจรไนท์บลูมันดันออกมาเสียก่อน ลูอิสจึงขอร้องให้ผมมาทำภารกิจนี้แทนหนึ่งวัน จะให้ผมไปจับจอมโจรไนท์บลูแทนก็กลัวว่าผมจะถูกหัวหน้าและคนในองค์กรจับได้ว่าแอบมาปฏิบัติหน้าที่ทั้งที่โดนพักงานอยู่ แล้วผมอาจจะซวยจนโดนไล่ออก

ผมจึงต้องจำใจแอบออกจากบ้านมาปลอมตัวเป็นเด็กเสิร์ฟที่นี่ เพื่อหาตัวเป้าหมายให้ลูอิส มันเป็นแค่ภารกิจจับชู้ธรรมดานั่นแหละ ปกติลูอิสมันคงไม่รับหรอก แต่คงเพราะเงินหนามันถึงได้ยอมรับ แต่คอยดูเถอะถ้าภารกิจสำเร็จผมทวงส่วนแบ่งเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แน่

"ไปต่อกันไหมครับ" เสียงของผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้นมาหลังจากที่ผมเตรียมตัวจะออกจากที่ทำงานแล้ว หลังจากถ่ายรูปชู้ของผู้ว่าจ้างตอนอยู่กับสามีเธอมาได้แบบภาพคมชัด

"ขอโทษครับ ผมไม่ได้ขาย" ผมบอกเขาก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป แต่มือหนาของเขาก็มาจับแขนผมไว้

"เดี๋ยวสิ เท่าไหร่ผมจ่ายได้นะ"

"บอกว่าไม่ไง" ผมบอกเขาพร้อมกับใบหน้าหงุดหงิดให้เขารู้ว่าผมไม่สบอารมณ์แต่ผู้ชายคนนี้ก็ยังตื๊อไม่เลิก

"เดี๋ยวสิคุณ"

ผมใช้จังหวะนั่นวิ่งหนีเขาออกมานอกผับและคิดว่าเขาคงไม่ตามมา แต่ผมคิดผิด เขายังคงวิ่งตามผมมาอยู่แถมใบหน้ายังยิ้มเหมือนถูกใจที่ผมวิ่งหนีเขาอีก นี่เขาคิดว่าผมกำลังเล่นวิ่งไล่จับเขาหรือไง เขาวิ่งมาฉุดกระชากแขนผม แต่ผมก็ใช้แรงสะบัดเขาออกมาได้ก่อนจะสับตีนหนีไอ้คนช่างตื๊อนี่สุดชีวิต ผมเปลี่ยนทิศทางในการวิ่งหนีเขา และก็ค้นพบว่าเรดาร์การหนีของตัวเองน่าจะผิดพลาด

เพราะขาทั้งสองข้างของผมได้พาผมวิ่งเข้ามาหาผู้ชายที่ผมไม่อยากเจอมากที่สุดแล้ว พี่ชูกำลังยืนจ้องหน้าผมอยู่

"พี่ชู" ผมพูดชื่อเขาด้วยความตกใจ แต่เวลานี้ดูเหมือนจะไม่ใช่เวลาที่จะมาตกใจพี่ชูแล้ว ผมรีบวิ่งไปหลบหลังพี่ชูพร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนขอให้เขาช่วย ถึงแม้ไม่รู้ว่าเขาจะช่วยหรือจะแกล้งผมก็ตาม

"รู้จักเหรอวะชู" ผู้ชายคนนั้นวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเราทั้งคู่และถามพี่ชู หัวใจของผมเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะด้วยความรู้สึกกลัว กลัวว่าเขาจะไม่ช่วยผม

"คนนี้ของกู มึงไปหาคนอื่นเถอะ"

พี่ชูหันไปพูดกับผู้ชายคนนั้นและเขาก็ทำหน้าไม่สบอารมณ์ แต่สุดท้ายก็ยอมเดินถอยแล้วกลับไปที่ผับ หลังจากนั้นพี่ชูก็จ้องผมเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ก็ยอมให้ผมขึ้นมาบนรถแถมบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย แต่ตั้งแต่ขึ้นรถมาเขายังไม่พูดอะไรเลย เอาแต่เงียบมาจะสามสิบนาทีแล้ว

"ขอบคุณนะครับที่ช่วยเมื่อกี้" ผมเลือกที่จะเป็นฝ่ายพูดออกมาก่อน

"ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ฉันจำได้ว่าผับนี้ตรวจบัตรนะ"

"ผมมาทำงานครับ" ผมโกหกออกไป แต่ก็ไม่ได้เรียกว่าโกหกหรอกนะเพราะจริงๆ แล้วผมก็มาทำงาน แต่แค่ไม่ได้มาทำงานเป็นพนักงาน เสริร์ฟแต่มาสืบคดีต่างหาก อีกอย่างตอนเข้าผับผมก็ใช้บัตรของตัวเองจริงๆ ไม่ได้ใช้บัตรปลอมที่เอาไว้แสดงตัวว่าเป็นท้องฟ้า

"ทำทำไม เงินที่พ่อให้ไม่พอเหรอ" พี่ชูหันมามองสำรวจสภาพผมที่อยู่ในชุดพนักงานเสิร์ฟก่อนจะหันกลับไปโฟกัสกับการขับรถต่อ

"ไม่มีครับ ผมจะได้เงินก็ต่อเมื่อพี่ทะเลาะกับผมเท่านั้น" ผมเลือกที่จะโกหกหน้าตาย โชคดีที่คุณเลขาให้ผมอ่านเกี่ยวกับพินัยกรรมแล้ว เผื่อเอาไว้ไปต่อรองเวลาโดนพี่ชูแกล้งอะไร

"พ่อให้แค่ค่าเล่าเรียนครับ ไม่ได้ให้ค่าขนม" ผมพูดต่อ จริงๆ แล้วคุณพ่อของท้องฟ้าจะส่งเงินให้กับท้องฟ้าทุกสามเดือนเป็นเงินก้อนใหญ่เอาไว้ใช้และไว้เป็นค่าเทอม ซึ่งผมก็ให้ท้องฟ้าเก็บไว้ ไม่เคยขอยืมหรือเอาเงินของน้องมาใช้เลยสักยูโรเดียว

"อยากได้เท่าไหร่ก็บอกแล้วกัน"

"พี่จะให้ผมเหรอ" ผมถามอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง นี่เขาเชื่อคำโกหกของผมด้วยเหรอเนี่ยว่าผมไม่มีเงิน

"อืม"

"ขอบคุณนะครับ"

ถึงจะนึกแปลกใจที่เขายอมให้ผมง่ายๆ แต่ต่อให้ผมไม่มีเงินจริงๆ ผมก็คงไม่คิดที่จะขอหรือยืมเขาหรอก เพราะผมไม่ชอบที่จะต้องติดหนี้บุญคุณใคร เราทั้งคู่ปล่อยให้บรรยากาศภายในรถเงียบลงอีกครั้ง

"เรื่องคืนนั้น ขอโทษที่โมโหใส่คิดว่าพี่เป็นคนทำนะครับ" และก็เป็นผมเหมือนเดิมที่เป็นฝ่ายพูดทำลายความเงียบระหว่างเรา

"รู้แล้วเหรอ"

"ผมไปย้อนดูแล้ว ไม่เห็นตอนพี่เอาเข็มกลัดไปใส่ห้องผมเลย" ผมพูดอย่างรู้สึกผิดเพราะหลังจากที่เรามีปากเสียงกันผมก็ไปย้อนดูคลิป ก็พบว่าไม่มีจังหวะที่เขาจะเอาเข็มกลัดไปซ่อนในห้องผมเลย เขาแทบจะไม่ได้เดินไปจุดที่คนใช้เจอเข็มกลัดด้วยซ้ำ แต่ผมก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนใส่ร้ายผม เพราะนอกจากพี่ชู ผมก็ไม่เห็นใครที่เข้าห้องผมอีกเลย ผมหันไปมองเสี้ยวหน้าพี่ชูเขาทำหน้าราวกับเหมือนว่าคิดอะไรออกแต่ไม่ยอมพูดออกมา และคงเพราะเห็นว่าผมจ้องอยู่เขาถึงได้หันมามอง

"หึ ไม่ได้ทำเองหรือไง" พี่ชูพูดด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก

"เปล่าสักหน่อย"

ผมว่าแล้วเหม่อมองออกไปนอกกระจกรถในยามค่ำคืน พวกเราไม่ได้คุยอะไรกันต่อทำให้บรรยากาศเงียบตลอดทาง มีเพียงเสียงเพลงในรถเท่านั้นที่ทำให้บรรยากาศไม่น่าอึดอัด หรืออาจจะเป็นเพราะคนที่กำลังขับรถอยู่เริ่มคลายความระแวงในตัวผมออกทีละนิดแล้วก็ได้

มันคงจะดีถ้าเขาเลิกระแวงผมและคิดซะว่าผมเป็นน้องชายของเขาคนหนึ่ง แต่มันก็คงเป็นไปได้ยากที่จะทำให้เขาเลิกระแวงจริงๆ

เราต่างแยกย้ายกลับห้องของตัวเองหลังจากถึงบ้านในเวลาตีหนึ่งกว่า ผมเดินเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมเข้านอน ผมหยิบโทรศัพท์เครื่องสวยขึ้นมากดดูกล้องวงจรปิดต่างๆ ภายในบ้านที่ผมแอบเอากล้องแอบถ่ายไปติดไว้ เผื่อคนร้ายหรือคนในบ้านเคลื่อนไหวอะไร และเมื่อตอนที่มือกำลังจะกดปิดเพราะไม่เห็นอะไร คนน่าสงสัยก็เดินผ่านกล้องหลังบ้านไป

คุณป้าเนตรดาวจะไปไหน

ผมเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงทันที พอเงยหน้ามองนาฬิกาติดผนังก็เห็นว่านี่จวนจะตีสองแล้ว ไม่น่าใช่เวลาที่คนจะออกไปข้างนอก แถมยังใช้ประตูหลังบ้านอีก ไม่รอให้ตัวเองได้สงสัยนาน ผมก็รีบแอบตามเธอออกไปทันที

คุณป้าเนตรดาวหรือป้าแม่นมของสองแฝดเดินออกมาตรงบริเวณหลังบ้านที่มีแต่ป่า เธอหยุดเดินแล้วทำท่าเหมือนรอใครบางคนอยู่ ผมจึงแอบย่องไปยืนแอบอยู่หลังต้นใหม่ใหญ่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเธอ สักพักก็มีรถคันหรูสีขาวมุกมาจอดอยู่ตรงหน้าเธอ ก่อนที่ผมจะต้องตกใจตอนที่เห็นเจ้าของรถ

ไอ้ไมค์?

ผมปิดปากตัวเองตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อตัวเองที่เห็นแม่นมกับไอ้ไมค์รู้จักกัน ซึ่งนี่น่าจะเป็นเรื่องที่ผมคาดไม่ถึงเลย และก็ยิ่งต้องตกใจยิ่งกว่าเดิม ตอนที่ไอ้ไมค์มันเรียกป้าเนตรดาวว่าแม่ สองคนนี้เป็นแม่ลูกกันเหรอ และดูเหมือนเรื่องน่าตกใจมันจะยังไม่หมด เมื่อมีบิ๊กไบค์ขับมาจอดอยู่หน้าคนทั้งคู่ คนขับรถบิ๊กไบค์จัดการถอดหมวกกันน็อคออกก่อนจะจัดการจัดผมสาวสีควันบุหรี่ให้เข้าทรง

"พี่คัทเตอร์" ผมเผลอพูดชื่อคนมาใหม่อย่างไม่น่าเชื่อก่อนจะรีบหันหลังหลบหลังต้นไม้ในตอนที่เขาหันมา ผมลืมไปว่าอดีตสายลับคนนี้หูดีมากแค่ไหน ผมแทบลืมวิธีหายใจตอนที่บรรยากาศมันเงียบสงัน

"มีอะไรหรือเปล่า" เสียงแม่นมถามขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ผมจึงค่อยๆ ขยับตัวหันไปมอง ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก ดูเหมือนผมจะคิดมากไป พี่คัทเตอร์น่าจะยังไม่เห็นผม

"เปล่า" พี่คัทเตอร์หันไปตอบแม่นม

"เล่าแผนต่อเลย" และเป็นไมค์ที่พูดขึ้นมา

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผมเลือกที่ไกลไปหรือเพราะสามคนนั้นเดินไปคุยกันไกลกว่าจุดที่ผมแอบฟัง ผมจึงได้ยินมันไม่ถนัด จับใจความได้แค่ว่าให้พี่คัทเตอร์จัดการชินอะไรสักอย่าง แต่พอเดาได้ว่าป้าแม่นมน่าจะต้องการให้จัดการชิน นั่นยิ่งทำให้ผมคิ้วขมวดยิ่งกว่าเดิม ทำไมต้องเป็นชินล่ะ เด็กคนนั้นน่าจะไม่มีอะไรที่สุดแล้วนะ หรือป้าแม่นมแค้นอะไรชิน แต่เธอก็เป็นคนเลี้ยงชินมาเองกับมือนี่

เป็นความสัมพันธ์ที่ทั้งรักทั้งเกลียดเหรอ

และด้วยความอยากรู้ ผมเตรียมที่จะมองซ้ายมองขวาเพื่อหาต้นไม้ที่ใกล้ที่สุดเพื่อเข้าไปฟังแผนการของทั้งคู่ใกล้ๆ แล้วแต่ก็เจอแต่ต้นเล็กๆ ถ้าไปหลบผมสีทองบนหัวนี่ก็น่าจะทำให้ผมโป๊ะจนโดนจับได้แล้ว นึกอยากทุบหัวตัวเอง ตอนโดนถามว่าจะย้อมผมเป็นสีดำไหม ดันเลือกที่จะปฏิเสธเพราะชอบสีนี้

"แล้วจะเอายังไงกับเซย์ยะ" ผมได้ยินชื่อตัวเองออกมาจากปากพี่คัทเตอร์นั่นทำให้ผมอยากรู้ยิ่งกว่าเดิม และเหมือนหัวสมองอันชาญฉลาดจะคิดอะไรออก ผมลืมไปเลยว่าเมื่อครู่แอบหยิบมดดักฟังออกมาด้วย ผมจัดการหยิบมันออกมาจากกระเป๋าเสื้อนอน เปิดเครื่อง และกดให้มันเดินไปใกล้ทั้งคู่เพื่อจะจัดการบันทึกเสียงคนพวกนั้นเพื่อไปฟังทีหลัง

"ในเมื่อมันอยากเข้ามาสาระแน ก็จัดการมันซะ"

"ทำให้มันเป็นแพะรับบาป"

"ฉันเตรียมแผนเอาไว้แล้ว แกแค่จัดการไอ้เด็กชินก็พอ"

เสียงของแม่นมพูดขึ้นมา ผมไม่ได้คิดไปเองใบหน้าของเธอตอนนี้ดูโรคจิตจนไม่เหลือคราบแม่นมผู้แสนดีของสองแฝดเลยสักนิด ในขณะที่ผมกำลังจ้องมองพวกคนสามคนที่กำลังวางแผนอยู่นั้น รองเท้าหนังของพี่คัทเตอร์ก็เหยียบมดดักฟังของผมจนเละ ไม่รู้บังเอิญหรือจงใจ แต่ดูจากการขยี้เท้าแล้วน่าจะตั้งใจแล้วแหละ นี่ผมโดนจับได้เหรอ

สมแล้วที่เคยเป็นเบอร์หนึ่งขององค์กร คนคนเดียวที่ผมเคยเป็นรองเขา

"ทำอะไร" แม่นมถามอย่างแปลกใจ

"แค่แมลง"

พี่คัทเตอร์ตอบทำเอาผมโล่งอกไปอีกครั้ง ตอนแรกคิดว่าเขาจะแฉว่าผมกำลังแอบฟังเสียอีก แต่เขาก็เลือกที่จะปิดไว้ สักพักทั้งแม่นมและไอ้ไมค์ก็แยกย้ายกันออกไปแล้ว เหลือเพียงแค่พี่คัทเตอร์ที่ยืนอยู่ ซึ่งผมเองก็แปลกใจที่เขาไม่ยอมไปเสียที

หรือเขากำลังรอให้ผมออกไปเอง เพื่อบอกว่าตอนนี้เขาจับผมได้แล้วนะว่ามายืนแอบฟังอยู่

"พรุ่งนี้สี่โมงเย็น มาเจอกันที่นี่" อยู่ดีๆ เขาก็หยิบโบชัวร์อะไรในกระเป๋าขึ้นมาโยนทิ้งแล้วพูดลอยๆ แต่ผมรู้ว่าเขากำลังพูดกับผม จากนั้นพี่คัทเตอร์ก็ขับรถออกไปแล้ว

พอเห็นทางสะดวกผมถึงได้เดินไปหยิบโบชัวร์ มันเป็นโบชัวร์ฉลองเปิดร้านอะไรสักอย่าง ซึ่งพี่คัทเตอร์จงใจทิ้งมันไว้ให้ผม

ดูเหมือนว่าถ้าอยากรู้แผนการของพวกเขาทั้งสามคน ก็มีแต่ต้องเสี่ยงไปที่นี่ตามคำพูดของพี่คัทเตอร์เท่านั้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 28

    เพราะจำได้ว่าพี่ชูยึดโทรศัพท์ของผมไปแล้ว"พี่ชูให้เอาให้นาย" เหมือนคนข้างกายจะเดาใจผมถูกเขาถึงได้พูดออกมา แต่ผมก็ไม่เข้าใจการกระทำของพี่ชูอยู่ดี เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เป็นคนแรกในชีวิตที่รู้สึกว่าอ่านใจยากสุดๆ"ขอบใจ" ผมบอกโชนพร้อมกับส่งยิ้มไปให้"ตามสบาย แต่อย่าออกจากห้องจะดีกว่า นอกจากฉันกับพี่ชู ไม

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 27

    สวมรอยครั้งที่ 13Seiya partสามวันแล้วที่ผมอยู่ในสถานะนักโทษ?ผมไม่รู้จะนิยามสถานะตัวเองตอนนี้ยังไง หลังจากวันที่พวกเราทะเลาะกันจนผมเกือบลงมือฆ่าเขา ผมจำได้ว่าตัวเองร้องไห้อย่างหนักตอนที่ได้สติก่อนจะหลับไป พอฟื้นขึ้นมาก็ถูกมัดไว้ที่เก้าอี้เหมือนเดิม แต่คราวนี้เชือกที่มัดผมเปลี่ยนเป็นโซ่แทน ไฟที่กะพ

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 26

    "ทำไมเหรอ หรือฉันพูดถูก""โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเชียว พวกสายลับนี่เขาควบคุมอารมณ์ไม่เป็นกันหรอ""ได้ข่าวว่าไปต่อยคนจนโดนพักงานนี่""น่าสมเพช"ผมพูดทุกอย่างที่รู้เกี่ยวกับเขา มันถูกเขียนเอาไว้หมดแล้วทุกอย่างในซองสีน้ำตาลนั่น เซย์ยะกัดฟันกรอดจ้องมองผมราวกับอยากจะฆ่าให้ตายตรงนี้"ถ้าปากมันไม่มีอะไรจะพูดก็ไม

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 25

    สวมรอยครั้งที่ 12Shuu partหลังจากพาชินไปตรวจร่างกาย หมอบอกว่าปกติดีไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ผมจะพาน้องไปเยี่ยมพี่เฌอแล้ว แต่ชินก็เอาแต่ร้องไห้อยากกลับบ้าน ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะสภาพจิตใจน้องตอนนี้น่าจะยังไม่พร้อมที่จะเจอใครก็ได้ ผมพยุงตัวชินเดินเข้ามาในบ้าน แม่นมก็วิ่งออกมารับด้วยความเป็นห่วงทันที ผมม

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 24

    "แล้วจะให้ผมทำอะไร" ผมถามย้ำแล้วหันมามองเขาก่อนที่จะได้คำตอบเมื่อเขาเดินไปถือค้อน ตะปู และถุงมือให้ผม และสั่งให้ผมช่วยชาวบ้านในการสร้างห้องพักครู ส่วนเขาก็ยืนเท้าสะเอวเป็นคนสั่งผมอยู่ข้างหลัง หลายคนหันมามองทางเรา ผมจึงทำหน้าแค่ยิ้มแห้งให้แล้วก้มลงไปตอกตะปูกับป้ายหน้าบ้านพัก"นี่มันใช้แรงงานเด็กชัดๆ"

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 23

    "คัทอิ่มแล้วเหรอ" พี่อิงหันมาถามอย่างแปลกใจ"ครับ ผมไปตกปลาก่อนนะ"เขาหันไปตอบพี่อิงก่อนที่จะเดินไปหยิบอุปกรณ์ตกปลาในห้องเก็บของแล้วเดินออกไป ก่อนออกไปก็ไม่วายหันมามองหน้าผมนิ่งแล้วเมินใส่อีกจนผมได้แต่ขมวดคิ้วเพราะไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด"เขาเป็นอะไรเหรอครับ" ผมหันไปถามพี่อิงอย่างแปลกใจ"คัทเขาเป็น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status