Home / วาย / Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg) / ตอนที่ 1 ปะป๊าลูกสอง

Share

ตอนที่ 1 ปะป๊าลูกสอง

last update publish date: 2026-01-08 00:28:33

**เนื้อหาในตอนหรือส่วนนี้ควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน**

**และโปรดทำความเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ถูกเขียนขึ้นเท่านั้น **

**และตัวละครมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมไม่ควรทำตามเป็นอันขาด**

.

.

Imperative Mama คุณแม่จำเป็น

EP.1 ปะป๊าลูกสอง

.

.

.

‘จารุพิชญ์ เลิศศิริกุล’ นักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่พึ่งรับตำแหน่งประธานบริษัท แอลเอสอาร์เค กรุป จำกัด ที่พัฒนาธุรกิจอสังหาคนปัจจุบันนี้เป็นที่หน้าจับตามองของวงการธุรกิจเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยเจ้าตัวไม่เคยมีประวัติหรือข่าวลือเสียหายแต่อย่างใด พ่วงไปด้วยผลการศึกษาที่สำเร็จทั้งในไทยและต่างประเทศด้วยคะแนนสูงลิบลิ่ว

แต่ความสามารถเพียงแค่นั้นก็ไม่อาจเพียงพอสำหรับตำแหน่งที่เขาต้องรับและทำหน้าที่ในฐานะประธานบริษัท ดังนั้นก่อนที่จะได้มายืนในจุดที่สูงสุดและแบกรับความกดดันมากมาย เขาได้พิสูจน์ตัวเองโดยการเริ่มจากการเป็นพนักงานสร้างผลงานและแสดงผลประกอบการณ์ที่เพิ่มมากขึ้นกว่า 20% ของผลกำไรเดิมที่บริษัทเคยได้รับ ทำให้ไม่มีเสียงคัดค้านใด ๆ จากกรรมการบริหารของบริษัทที่จะแต่งตั้ง จารุพิชญ์ เลิศศิริกุล ขึ้นเป็นประธานบริษัท แอลเอสอาร์เค กรุป อย่างถูกต้องและเหมาะสม

ในชีวิตของ จารุพิชญ์ เขามีความผิดพลาดเพียงเรื่องเดียวแต่นั่นจะเรียกว่าความผิดพลาดของเขาไปเสียทีเดียวก็ไม่ได้ เรียกว่าเป็นความซวยของเขาเสียมากกว่าที่ดันไปเจอกับ ดารินทร์ เด็กชายวัย 25 ปี เมื่อ 5 ปีก่อน ดารินทร์ทำหน้าที่มาให้บริการเขาในฐานะเด็กเอ็นเตอร์เทนแบบ VIP ที่จารุพิชญ์เรียกใช้เป็นประจำการจากแหล่งที่มาที่เขาไว้ใจได้

แม้เขาจะเป็นประธานบริษัทสุดเพอร์เฟคและภาพลักษณ์ที่คนทั่วไปจะเห็นเขาเป็นเหมือนเทวดาไม่เคยทำอะไรผิดพลาดและด่างพร้อยเลยแม้แต่น้อย แต่อย่างไรเสียเขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ที่มีความรู้สึก อารมณ์ และความกระหายอยากเหมือนผู้ชายทั่วไป และดารินทร์คือหนึ่งในจำนวนคนที่สนองเรื่องความกระหายอยากของเขา

แต่ที่ต่างออกไปจากปกตินั้น ดารินทร์เป็นเด็กที่ทะเยอทะยานหวังไว้สูงมากเมื่อได้พบกับ จารุพิชญ์ เพราะด้วยรูปร่างหน้าตา ฐานะทางสังคม หากได้เขามาครอบครองคงได้สบายไปทั้งชาติแน่ แต่ไม่ว่าเธอจะลองให้ท่า หรือแสดงกิริยาหว่านเสน่ห์ให้เขาแค่ไหน ก็ไม่มีทีท่าว่าชายที่เธอหวังให้มาชุบชีวิตเธอจะสนใจในตัวของดารินทร์เลย

แผนการอันสกปรกจึงเกินขึ้นในหัวของดารินทร์ ในวันที่เธอได้รับการเรียกตัวให้ไปให้บริการแก่ จารุพิชญ์ เหมือนวันปกติทั่วไปเธอก็เริ่มทำอะไรบางอย่างกับถุงยางอนามัยที่ผู้ว่าจ้างเป็นคนเตรียมมาเองแต่ด้วยความเคยชินจนชะล่าใจ ทำให้ผู้ว่าจ้างสุดเนี้ยบไม่ได้ระแวงสงสัยว่าคนคนหนึ่งจะคิดทำอะไรสิ้นคิดเช่นนี้ได้ ดารินทร์เจาะถุงยาง เริ่มจากครั้งแรก และยังมีครั้งต่อ ๆ ไป จนเกิดสิ่งที่ตัวเองต้องการขึ้น

ดารินทร์ ตั้งท้อง และแน่นอนว่าเป็นความตั้งใจให้มันเกิดขึ้นของเขา ทันทีที่ดารินทร์บอกเรื่องเด็กในท้องให้คนที่เรียกได้ว่าเป็นพ่อของเด็กรู้ เขาก็ไม่ยอมรับในทีแรกอยู่แล้วดารินทร์ที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่ายังไงพ่อของเด็กก็เป็น จารุพิชญ์ อย่างแน่นอน จึงรับข้อเสนอจากพ่อของลูกในท้องให้รอจนกว่าเด็กจะคลอดแล้วตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์สายเลือดของ เลิศศิริกุล ที่อยู่ในตัวเด็กคนนี้ว่ามีอยู่หรือไม่

ในวันที่ดารินทร์คลอดเด็กออกมาเขาไม่ได้แจ้งไปที่ จารุพิชญ์ แต่แอบไปคลอดเด็กเพียงลำพังเพราะเขาไม่ต้องการให้ผู้เป็นพ่อมีสิทธิ์ในเอกสารของลูก เพราะเขารู้ดีว่ามันจะเป็นผลเสียต่อการต่อรองของดารินทร์ในอนาคต เขาจึงแจ้งไปที่พ่อของลูกทราบเมื่อคลอดได้ 1 อาทิตย์แล้ว แม้ว่าคนเป็นพ่อจะหัวเสียมากแค่ไหนที่ไม่ได้ไปเห็นหน้าลูกในวันคลอด แต่ก็หายโกรธเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้เห็นใบหน้าของเด็กน้อยที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกของเขาและที่ดีไปกว่านั้นคือ เขามีลูกทีเดียวถึง 2 คน ลูกของเขาเป็นเด็กแฝดนั้นเอง

“ฉันไม่มีวันรับเด็กคนนั้นเข้ามาเป็นสะใภ้เด็ดขาดนะตาพิชญ์” 

หลังจากที่ จารุพิชญ์ ทราบผลการตรวจ DNA ของเด็กแฝดว่าเป็นลูกของเขาแน่นอนแล้ว เขาก็พาลูกๆ และดารินทร์ที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของเด็กแฝดมาพบกับแม่ของตัวเอง หรือเรียกว่าเป็น คุณย่า ของเด็กทั้ง 2 นั่นเอง แต่ดูเหมือนว่าแม่ผัวที่ดารินทร์หวังจะไม่ใช่งานง่าย ๆ อย่างที่ดารินทร์หวัง

“เขาเป็นลูกผมครับแม่” 

ลูกชายตัวแสบของคุณย่าเอ่ยปากตอบกลับด้วยท่าทีที่เรียบเฉยและนิ่งสนิท ไม่เหมือนการคุยเรื่องคอขาดบาดตายเลยสักนิด ทั้ง ๆ ที่อยู่ ๆ เธอก็มีหลาน จากแม่ของเด็กที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า

“งั้นก็เอาไว้แค่เด็ก แม่มันฉันไม่รับ” 

คุณย่าบอกออกมาเด็ดขาดเธอแค่ปลายหางตาไปทางดารินทร์แค่เสี้ยววิ เหมือนกับว่าไม่อยากมองไปให้เสียสายตา ทำให้ดารินทร์เบะปากออกมาด้วยความเกลียดชัง ทำเป็นเหยียดกูนะอีแก่

“ถ้าแบบนั้นรินทร์คงต้องพาลูกกลับนะครับพี่พิชญ์”

“ทิ้งลูกไว้ที่นี่ซะดารินทร์” จารุพิชญ์ บอกแม่ของลูกที่ยืนขึ้นทำท่าจะเอาลูกๆ ของเขากลับเมื่อไม่เป็นไปอย่างที่เขาต้องการ

“หึ ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอครับ ถ้าพี่พิชญ์อยากได้เด็ก พี่พิชญ์ก็ต้องจดทะเบียนกับรินทร์”

“อีปรสิต แกไปเอาเด็กทุเรศนี้มาจากไหนตาพิชญ์” 

คุณย่าเด็กแฝดพูดออกมาอย่างเหลืออด ไม่เคยพบเคยเห็นกับตาตัวเองมาก่อน คงหวังให้ลูกพาตัวเองสบายล่ะซิท่า ช่างเป็นแม่ที่ทุเรศสิ้นดี

“ดารินทร์ทำตามที่ฉันบอก อย่างน้อยลูกของฉันก็จะได้อยู่ในที่ที่ เข้าถึงโอกาสทุกอย่าง ที่คนอย่างเธอให้ไม่ได้”

“อย่าสนใจเลยครับพี่พิชญ์ มีทางเดียวที่เด็กจะอยู่ที่นี่ได้คือพี่ต้องจดทะเบียนกับรินทร์”

“ปล่อยมันไป ถ้ามันเลี้ยงได้ก็ปล่อยมันไป อย่าใส่ใจเด็กโสโครกที่เกิดมาจากแม่โสโครก”

“ลูกแกก็เอากับคนโสครกไงอีแก่” 

ด้วยความเหลืออดที่ได้ยินคำพูดดูถูกดูแคลนจากหญิงมีอายุตรงหน้า ดารินทร์จึงด่ากาดออกไปอย่างไม่สามารถสะกดอารมณ์ได้อีกต่อไปได้

“แกรีบพาอีเด็กขยะนี่ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้นะ” 

คนเป็นแม่รีบเอ่ยบอกลูกชายที่ตอนนี้เข้ามาขวางระหว่างแม่ของลูกกับแม่ของเขาไว้ เหตุการณ์ที่เกินจะควบคุมนี้มันช่างน่าขัดใจเขาเสียจริง

“แกสิขยะ คอยดูฉันจะแฉลูกชายแกให้หมด ไข่ไว้แล้วไม่รับผิดชอบคงจะน่าขำดีนะว่ามั้ย”

“ฮ่า ๆๆ คิดว่าเรื่องแค่นี้แกจะเอามาขู่ฉันได้เหรอ ฝันไปเถอะ แค่แกเริ่มจะพูดกระแสก็จะตีกลับไปหาแกใหม่ รู้มั้ยเพราะอะไร”

“แม่พอเถอะครับ”

“หุบปากของแกไป ฉันคงหวังกับแกมากเกินไป จัดการเด็กโสโครกคนนี้ซะ” 

คนเป็นแม่ว่าแล้วก็หันหลังกลับเดินขึ้นชั้นสองไปทันที เพราะไม่ต้องการเห็นทั้งลูกและเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าในสายตาอีก และแน่นอนว่าสิ่งที่เธอพูดเธอไม่ใช่แค่ขู่แน่ ถ้าลูกชายเธอจัดการไม่ได้เด็กนรกนั่นจะหมดอนาคตไปพร้อม ๆ กับลูกของมันแน่ ใครจะว่าเธอเลือดเย็นก็ตาม เธอไม่สนใจเรื่องหยุมหยิมแบบนี้หรอก

“เอาลูกไว้ที่นี่” หลังจากที่มีเพียงเขาทั้งสองอยู่กันตามลำพังการเจรจาก็เริ่มขึ้น คนเป็นพ่อก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่าให้เอาลูกไว้กับเขา

“ไม่ ไม่มีทาง”

“ถ้าเธอเอาลูกไว้ให้ฉัน ฉันจะให้เงินเธอตามที่เธอต้องการ” 

จารุพิชญ์ ยื่นข้อเสนอออกไปทันที เขารู้ดีว่าคนแบบดารินทร์ไม่ต้องการอะไรนอกจากเงินเท่านั้น

“หึ เรื่องอะไรรินทร์ต้องรับเงินแค่นี้ ยังไงพี่ก็ต้องรับผิดชอบรินทร์กับลูก”

“เธอรู้ดีว่าฉันรับได้แค่ลูก”

“ถ้าคิดว่ามีสิทธิ์ก็ลองดูสิ หรือถ้าพี่คิดจะทิ้งเด็กไว้แล้วหายไป รินทร์จะแฉให้เละเลยว่าคนเพอร์เฟคแบบพี่ แอบมีลูกแล้วไม่รับผิดชอบ คนแบบพี่แค่เสียหายนิดเดียวก็ทนไม่ได้แล้วมั้ง”

“เห็นแก่ลูกบ้างเถอะดารินทร์”

“รินทร์ไม่สนหรอก!!! ไม่ว่ายังไงถ้าพี่จะเอาลูกไว้ก็ต้องเอารินทร์ไว้ด้วย แต่ถ้าไม่ พี่ก็ไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น”

“แง!!” เสียงของคนเป็นแม่ที่ตะโกนออกมาจนดังลั่นทำให้เด็กน้อยที่หลับอยู่ในตอนแรกสะดุ้งตื่นขึ้นแล้วเริ่มร้องงอแงขึ้นตามประสาเด็กทารก

“ฉันให้เธอไม่ได้ เธอรับเงินไปซะเถอะดารินทร์ เธอเลี้ยงเด็กทั้งสองคนนี้ไม่ได้หรอก” 

คนเป็นพ่อเมื่อเห็นลูกงอแงก็เริ่มใจเสียไม่รู้ว่าต้องทำยังไง เสียงเด็กร้องงอแงไม่รู้ว่าเจ็บหรือหิวกันแน่ยิ่งทำให้เขาสับสนในใจไปหมด

“รินทร์ไม่สนว่าพี่พิชญ์จะทำยังไง แต่รินทร์ต้องได้เป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่งั้นเด็กพวกนี้ก็จะไม่มีพ่อเป็นพี่”

“ดารินทร์!!”

“แงงงงง แงงงงง” เสียงเด็กน้อยยิ่งดังประสานกันร้องงอแงทั้งคู่ เมื่อคนเป็นพ่อและแม่ตะโกนสาดอารมณ์ใส่กันไม่หยุด

“พี่พิชญ์ ไปคิดมานะครับว่าจะทำยังไง ระหว่างนี่เด็กจะอยู่กับรินทร์ แล้วพี่ต้องให้ค่าเลี้ยงดูรินทร์เดือนละ 2 แสน ไม่งั้นรินทร์จะแฉให้หมดทั้งแม่ทั้งพี่ได้ขายขี้หน้ากันหมดแน่ ลูกชายสุดเพอร์เฟคแบบพี่จะทนได้มั้ยล่ะ”

.

.

ผ่านมาแล้วกว่า 5 ปี หลังจากวันที่ดารินทร์ยื่นขอเสนอให้ จารุพิชญ์ แต่ก็ดูท่าแล้วจะไม่ได้รับการตอบรับข้อเสนอขอเธอเลยแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอเสียประโยชน์อะไรมากมายเมื่อเธอก็มีรายได้จากการเอาลูกตัวเองมาเป็นตัวประกันเรียกเงินจากพ่อของลูกได้ในทุกเดือน ดีเสียอีกได้ทั้งเงินรายเดือน ได้ทั้งอิสระในการใช้ชีวิต แค่ใช่เศษเงินจ้างพี่เลี้ยงรายชั่วโมงก็ทำให้เด็กพวกนี้เติบโตมา และไม่ตายไปเสียก่อนแล้ว

“พี่พิชญ์มาแล้วเหรอครับ” ดารินทร์ทำท่าเข้าไปกอดแขนของ จารุพิชญ์ ที่มารับลูกไปอยู่ด้วยในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ราวกับเป็นคู่สามีภรรยากันจริงๆ

“ปล่อย ฉันมารับลูก เด็กๆ อยู่ไหน” ดารินทร์ได้ยินก็เบ้หน้าด้วยความเบื่อหน่าย เพราะจารุพิชญ์ไม่ได้สนใจจะมองดารินทร์ด้วยซ้ำเพราะเขามองหาแต่ลูก ๆ เด็กแฝดแสนน่ารักของเขาเหมือนทุกที

“แหม รีบร้อนจังนะครับ ไพลิน เพทาย ป๊าแกมารับแล้ว” ดารินทร์หันไปเรียกลูกๆ ที่อยู่ในห้องให้ออกมาหาพ่อของพวกเขา เด็กทั้งคู่ไม่รอช้าเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากแม่ก็รีบวิ่งออกมาหาพ่อที่คิดถึงมาทั้งอาทิตย์

เด็กน้อยวัย 5 ขวบพากันวิ่งดุ๊กดิ๊กตัวจ้ำม่ำออกมาหาคนเป็นพ่อด้วยความรีบร้อน จนคนเป็นพ่อกังวลว่าเจ้าตัวน้อยทั้งสองจะสะดุดล้มได้แผลมาอวดตัวเองอีกจนได้

“ปะป๊า!!!” 

ไพลิน เด็กแฝดคนพี่มีนิสัยสดใสร่าเริง ยิ้มแย้มได้ตลอดทั้งวันเป็นเด็กที่ใครได้พบเจอก็ต้องเอ็นดูแล้วอดสัมผัสแก้มอ้วนนั้นไม่ได้

“สวัสดีครับป๊า” 

เพทาย เด็กแฝดคนน้องมีนิสัยต่างจากคนพี่อย่างสุดขั้ว เขาเป็นเด็กที่ทำให้ทุกคนต้องทึ่งในตัวเด็กน้อยอยู่เสมอ เพราะเขามีนิสัยและพัฒนาการในทุกด้านที่ดีเกินวัยไปไม่น้อย

“คิดถึงตัวเล็กของป๊าจังเลยครับ” 

เมื่อเจ้าตัวน้อยทั้งสองวิ่งมาจนถึงตัวเขา จารุพิชญ์ รีบอ้าแขนรับเด็กแฝดทั้งคู่เข้ามาในอ้อมกอดอย่างเต็มรักและคิดถึงจนต้องโอบกอดไว้แรง ๆ พร้อมกับหอมแก้มอ้วนไปหลายที

“ไพลินก็คิดถึงปะป๊า”

“เราไปกันได้รึยังครับป๊า”

“ไปครับ” 

เมื่อกอดลูกตัวน้อยทั้งสองให้พอคลายความคิดถึงลงบ้างแล้ว คนเป็นพ่อก็ตั้งใจจะพาลูกของเขาไปยังคอนโดที่ตัวเขาซื้อไว้เพื่อพาลูกทั้งสองไปอยู่ด้วยในทุกอาทิตย์

“เดี๋ยวครับพี่พิชญ์ อย่าลืมนะครับ” 

จารุพิชญ์ หันกลับมาตามเสียงเรียกของแม่เด็กแฝดที่ตอนนี้ยืนพิงขอบประตูแล้วโชว์มือถือขึ้นเป็นเชิงบอกเขาว่าอย่าลืมโอนเงินอย่างที่เคยทำในทุกเดือน

“อืม” เขาทำเพียงแค่ตอบกลับไปแล้วหันไปจูงมือเจ้าแฝดตัวน้อยไปยังรถเก๋งที่มีคนขับรถจอดรออยู่

“ประธานจะตรงไปคอนโดเลยหรือเปล่าครับ”

“ลูกป๊า อยากไปไหนก่อนมั้ยครับ” คนเป็นพ่อหันไปถามลูกๆ ที่นั่งอยู่เบาะด้านหลังข้าง ๆ เขา

“ไพลินอยากกินติมปะป๊า” 

ไพลินรีบบอกกลับคนเป็นพ่อทันทีด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอันใสซื่อ จนคนเป็นพ่อต้องยิ้มตาม หากเป็นแบบนี้ลูกเขาอยากได้อะไรมีหวังได้หามาให้แทบไม่ทันแน่ เจ้าตัวเล็กของพ่อ

“เพทายล่ะลูก” จารุพิชญ์ หันไปถามลูกอีกคนที่นั่งนิ่งมองคนพี่และพ่อคุยกันเงียบ ๆ

“ผมไม่มีอะไรเป็นพิเศษครับ” 

เด็กชายเงยหน้ามาสบตากับคนเป็นพ่อพร้อมกับยิ้มให้อ่อน ๆ จารุพิชญ์ยิ้มตอบกลับลูกชายพร้อมกับส่งมือไปลูบหัวเล็กนั้นเบา ๆ อย่างเอ็นดู

“คุณหนูเพทายเหมือนท่านประธานจังเลยนะครับ” ‘สมชาย’ คนขับรถวัย 45 ปีที่เห็นท่านประธานมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก มองภาพพ่อลูกผ่านกระจกมองหลังแล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้เพราะเด็กแฝดคนน้องเหมือนตัวของ จารุพิชญ์ มากจนหน้าเหลือเชื่อ

“ไพลินก็เหมือนปะป๊าด้วยน้า” เด็กน้อยแฝดคนพี่เมื่อได้ยินว่าคนลุงสมชายบอกว่าน้องชายตัวเองเหมือนปะป๊าของเขาคนเดียวก็เอ่ยปากเล็กประท้วงออกมาทันที จะให้เพทายเหมือนคนเดียวได้ไงกัน เป็นเรื่องที่ไพลินรับไม่ได้เด็ดขาด

“ฮ่า ๆๆ คุณหนูไพลินก็เหมือนครับ”

.

.

“ไพลินเลอะแล้วครับลูก” 

คนเป็นพ่อเอ่ยเตือนลูกเมื่อเห็นว่ามือเล็กที่จับไอศกรีมอยู่พร้อมกับแลบลิ้นเลียอย่างเอร็ดอร่อยจนไม่สนใจว่ามันละลายลงไปเลอะที่มือ แถมยังเลอะที่ปากอีกต่างหาก

“เอาทิชชูเค้าไปสิ เค้าบอกแล้วให้เอาแบบใส่ถ้วยตัวเลือกใส่กรวยก็เลอะทุกที” 

เพทายเห็นสภาพแฝดพี่แล้วก็เหนื่อยใจเขาเตือนทุกครั้งว่าให้เลือกทานแบบถ้วยจะได้ไม่เลอะแต่ก็ไม่เคยเชื่อกันเลย

“ก็เค้าอยากกินกรวยด้วยนิ”

“พอแล้วครับไม่เถียงกันนะ เดี๋ยวป๊าเช็ดให้ มานั่งตักป๊ามา” 

จารุพิชญ์จัดการเอาทิชชูเช็ดปากให้ลูกชายอย่างเบามือ คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็มองว่าเขาเป็นคุณพ่อที่น่ารักมากคอยดูแลลูกตัวเล็กไม่ห่าง แต่บางคนก็รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาแต่ก็คิดไม่ออกว่าเขาเป็นใคร

ถึงเขาจะเป็นประธานบริษัทตระกูลใหญ่ก็ไม่มีใครสนใจจำได้เหมือนเขาเป็นดาราแบบนั้นหรอก ยิ่งเห็นเขาในสภาพคุณพ่อลูกสองแบบนี้แล้วด้วยน่าจะคิดไม่ถึงว่าเป็นประธานบริษัท เอลเอสอาร์เค กรุป ถ้าไม่ถึงขั้นเป็นข่าวฉาวก็คงไม่มีใครสนใจเขามากด้วยซ้ำ

.

.

คอนโด LSRK

“ป๊าครับ วันนี้ผมขอดูหนังกับป๊านะครับ” เพทายเอ่ยชวนคนเป็นพ่อดูหนังอย่างที่เคยทำทุกครั้งที่มาพักที่คอนโดกับพ่อ

“งื้อ ไม่เอานะปะป๊า ไพลินดูไม่เข้าใจเลย” 

และก็ตามเคยไพลินเป็นต้องงอแงทุกทีที่เพทายกับพ่อดูหนังด้วยกัน ถึงแม่ว่าตัวเองจะหลับทุกครั้งเมื่อเริ่มดูอะไรก็ตาม

“เดี๋ยวตัวก็หลับอยู่ดี ไม่เห็นต้องโวยวาย”

“ก็เค้าง่วงนิ”

และก็เป็นแบบที่เพทายว่าผ่านไปไม่ถึง 10 นาทีด้วยซ้ำที่หนังดำเนินเรื่องไปเพียงตอนต้นเท่านั้น ไพลินก็ผล็อยหลับไปจนคนเป็นพ่อต้องจัดท่าทางให้ลูกนอนหนุนตักตัวเองดี ๆ พร้อมกับอีกมือที่โอบลูกชายคนเล็กที่ตั้งหน้าตั้งตาดูหนังอย่างจริงจัง มีหันมาถามเรื่องที่ไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็พูดเบา ๆ เพราะกลัวคนพี่ตื่น

หลังจากดูหนังจนจบคนเป็นพ่อก็อุ้มไพลินที่หลับใหลไปตั้งแต่แรกไว้ด้วยแขนข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็จูงเพทายเพื่อเดินไปที่ห้องนอนของเด็กทั้งคู่ จารุพิชญ์ส่งลูกเข้านอนตามปกติแบบนี้ทุกครั้งในวันเสาร์อาทิตย์

“งื้อ หนูอยากอยู่กับปะป๊า งื้มม” 

ขณะที่คนเป็นพ่ออุ้มไพลินมาจัดการวางตัวลูกไปกับที่นอนแล้วห่มผ้าให้ก็ได้ยินเสียงละเมอมาจากลูกที่ไม่ได้สติเพราะหลับใหลไปนานกว่าชั่วโมง

“ป๊าขอโทษนะลูก”

“ป๊าครับ อย่าคิดมากเลย พี่เค้าแค่ยังเด็ก” 

คนเป็นพ่อยิ้มออกมาจากคำพูดลูกชายคนเล็ก การที่เด็กตัวเล็กบอกแฝดพี่ของตัวเองว่ายังเด็กทั้ง ๆ ที่ทั้งคู่เกิดวันเดียวกัน สร้างรอยยิ้มให้คนเป็นพ่อขึ้นมาทันที

“งั้นเพทายโตแล้ว ป๊าฝากดูแลพี่ไพลินได้มั้ยครับลูก”

“ครับป๊า”

“อยู่กับมะม๊าเป็นไงบ้างลูก”

“ไม่ได้แย่ครับป๊า ม๊าแค่ไม่ได้สนใจ” 

เด็กน้อยที่โตกว่าวัยตอบกลับคนเป็นพ่อไปทันที เพราะแม่ของเขาแค่เก็บเขาไว้ให้มีอยู่ ไม่ได้สนใจความเป็นอยู่ของเขาทั้งคู่ แต่อย่างน้อยแม่ก็ยังจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลเขาทั้งคู่อยู่

“รอป๊าหน่อยนะครับลูก เดี๋ยวป๊าจะพามาอยู่ด้วยกันนะครับ” 

คนเป็นพ่อที่ฟังคำตอบจากลูกชาย แม้ว่าเด็กน้อยจะตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉยเดาอารมณ์ไม่ออก เหมือนกับว่าเด็กน้อยก็ไม่ได้ทุกข์ร้อน แต่ก็ไม่ได้แสดงออกว่ามีความสุข

“ครับป๊า” 

เพทายพยักหน้ายิ้มตอบกลับคนเป็นพ่อพร้อมกับก้าวขึ้นเตียงอย่างพยายามด้วยขาเล็ก ๆ แต่คนเป็นพ่อรู้ดีว่าเด็กน้อยขึ้นนอนเองได้เลยไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหมือนทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา

จารุพิชญ์ มองลูกแฝดตัวน้อยทั้งคู่ที่กำลังหลับสนิทลง มือน้อย ๆ จับกันอยู่ เพราะตั้งแต่เพทายขึ้นไปบนเตียงก็จับมือคนพี่ไว้ก่อนหลับลงไปเหมือนกับว่าทั้งคู่จะอยู่เคียงข้างกันไปตลอดทั้งในตอนหลับและในตอนตื่นลืมตาขึ้นมา คนเป็นพ่อรู้ได้ทันทีว่า เพทาย ทำตามสัญญาที่จะดูแลพี่ชายของตัวเองอย่างดีแน่นอน

รอหน่อยนะครับเจ้าตัวน้อยของป๊า...

.

.

.

to be continued..

.

.

ฝากตัวกับนักอ่านด้วยนะคะ

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)   [Sp.4] พี่ชายฝาแฝดกับน้องสาวของเขา

    *Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||ตอนพิเศษ 3ม๊าหึงป๊าแล้วนะ||15 ปีผ่านไป“เราชอบเธอนะ” เด็กชายรุ่นราวคราวเดี๋ยวกันกับเด็กหญิงเดินออกมาจากมุมตึกก่อนจะยื่นดอกกุหลายหนึ่งดอกที่ตัวเองเลือกมาอย่างดีแล้วว่าเป็นดอกที่สวยที่สุดในร้านเพื่อนำมาส่งมองให้ผู้หญิงที่ตัวเองแอบมองมากว่าหลายเดือน“เดี๋ยวก่อนไอ้น้อง จะมาขอสาวเป็นแฟนทั้งทีใช้ดอกกุหลาบดอกเดียวเนี่ยนะ” ว่าแล้วหนุ่มหล่อคนหนึ่งก็คว้าดอกกุหลาบในมือเด็กชายไปถือเองอย่างถือวิสาสะและพูดพร้อมกับหัวเราะไปด้วยอย่างขบขัน“อายุเท่าไร ให้เดานายคงซื้อดอกไม้ด้วยเงินค่าขนม กลับไปตั้งใจเรียนเถอะ” หนุ่มหล่ออีกคนที่มีหน้าตาคล้ายกันแต่แตกต่างกันที่คนนี้ใส่แว่นตาจนหนาเตอะแต่สายตากลับเฉือดเฉือนคนได้มองราวกับเป็นผู้คุมกฏมาจากไหนและมันก็ทำให้เด็กชายกลัวจนวิ่งหนีหายไปทันที“หยุดเลยนะพี่ไพลินพี่เพทาย บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำแบบนี้กับหนูไง หนู 17 แล้วนะโตแล้ว”“กล้าจะโตนะหนูพร้อมรัก ยังต้องเอาตุ๊กตาเน่าใส่กระเป๋ามาเรียนอยู่เลยนี่ไง” ไพลินไม่ว่าเปล่าคว้าไปหยิบตุ๊ก

  • Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)   [Sp.3] ม๊าหึงป๊าแล้วนะ

    **Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||ตอนพิเศษ 3ม๊าหึงป๊าแล้วนะ||2 ปีผ่านไป“ม่าย ๆ ม่ายเพาะเอา เอาขวด ๆ ” เสียงเด็กหญิงตัวเล็กงอแงเรียกชื่อตัวเองเป็นคำว่า เพาะ เพราะยังพูดไม่ค่อยชัดมากนัก“น้องพร้อมรักไม่แง ๆ น้า เดี๋ยววันพรุ่งนี้ม๊าให้กินแบบขวดนะครับ” อินกำลังตกลงความเห็นที่ไม่ลงตัวกับเด็กน้อยที่เอาแต่ใจที่สุดในบ้านเพราะด้วยความที่เป็นลูกและหลานคนเล็กทุกคนเลยพร้อมจะตามใจ คงมีแต่อินที่ต้องพยายามดัดนิสัยอยู่บ้างบางครั้งเพราะกลัวว่าจะโตไปเป็นเด็กเอาแต่ใจไม่น่ารัก“ม่ายน้าม๊า ขวด”“คุณรินทร์ครับเดี๋ยวผมออกไปซื้อที่สาขาอื่นให้นะครับ” คนขับรถเองก็เห็นท่าทางเบะจะร้องไห้ของคุณหนูตัวน้อยก็อดจะเอ็นดูไม่ได้ และเขาก็คงเหมือนกับคนอื่น ๆ ที่ได้เห็นคุณหนูเศร้าใจก็พร้อมจะประเคนทุกอย่างที่เด็กตัวน้อยต้องการจนหมด“ไม่เป็นไรครับลุงสมชายเดี๋ยวผมจัดการเองครับ” แต่อินก็ยังตั้งมั่นว่าจะต้องจัดการกับเด็กเอาแต่ใจคนนี้ให้ได้ ไม่งั้นลุงสมชายต้องเดือดร้อนออกไปหาซื้อให้อีก“แล้วจะได้เหรอครับ ดูเบะมากเลยนะครับนั่

  • Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)   [Sp.2] สมาชิกใหม่ของบ้านเลิศศิริกุล

    **Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||ตอนพิเศษ 2สมาชิกใหม่ของบ้านเลิศศิริกุล||“ใกล้คลอดเข้าไปทุกที ให้เมียแกลงมานอนข้างล่างซะ” คนที่ทำเหมือนไม่สนใจคนท้องแก่แต่กลับใส่ใจกว่าที่คิดเอ่ยปากบอกลูกชายให้พาเมียลงมานอนห้องข้างล่างเพราะเห็นคนท้องขึ้นบันไดทุกวันแล้วพานให้เธอหงุดหงิด“ผมให้ป้าดาวจัดการแล้วครับ”“ดี เธอก็เดินเหินให้มันระวัง ไม่ใช่คิดน้อยอยากจะขยับไปไหนก็ทำ”“ครับ” อินตอบรับยิ้ม ๆ เพราะรับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงของคุณย่าเด็กแฝดอีกครั้ง“มะม๊าขอไพลินฟังเสียงน้องหน่อยไพลินจะไปเรียนแล้ว” เด็กตัวน้อยจัดการทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วก่อนจะวิ่งมาหาคนเป็นแม่และเอาใบหน้าเล็กแนบไปกับหน้าท้องกลมนูนเต็มที่ของมะม๊าเช่นทุกวัน“ม๊าหนักมั้ยครับ” เพทายถามม๊าด้วยความเป็นห่วงและแน่นอนว่าเด็กน้อยคนนี้ก็ถามมะม๊าแบบนี้ทุกวันเช่นกัน“ม๊าไม่เป็นไรครับ เพทายไม่ต้องห่วงม๊าน้า” อินว่าพร้อมลูบหัวลูกปรอย ๆ“ไปกันครับเด็กแฝด ฉันไปก่อนถ้ามีอะไรรีบโทรบอกทันทีเลยนะ”“ครับพี่พิชญ์” ก่อนออกไปจารุพิชญ์ก้มลงหอมขมับเล็กเบ

  • Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)   [Sp.1] พาสะใภ้เข้าบ้านใหญ่

    **Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน|ตอนพิเศษ 1 พาสะใภ้เข้าบ้านใหญ่|“กังวลอะไรขนาดนั้น” จารุพิชญ์เอื้อมมือไปลูบศีรษะเล็กปรอย ๆ เพื่อเป็นการปลอบคนตัวเล็กที่แสดงสีหน้าคิดไม่ตกตั้งแต่รู้ว่าต้องเข้าบ้านใหญ่เลิศศิริกุล“ก็คุณแม่พี่พิชญ์ไม่ชอบใจผมเอามาก ๆ นิครับ ก็เลย..” อินพูดด้วยใบหน้าเศร้าเมื่อคิดถึงความสัมพันธ์ของตัวเองกับแม่ของอีกฝ่ายแล้วก็อดคิดมากไม่ได้ เจอกันทุกครั้งเขาไม่เคยมีเรื่องราวดี ๆ เลย จะไม่ให้กังวลก็คงแปลก“เดี๋ยวนอนแค่วันนี้แล้วค่อยหาที่อยู่ใหม่กันดีมั้ย” แม้เพียงสักนิดเขาก็ไม่อยากให้คนตัวเล็กกังวลเรื่องอะไรก็ตาม“ไม่เป็นไรครับพี่พิชญ์เองก็บอกแล้วว่าคุณย่าติดเด็กแฝดไปแล้ว ผมไม่อยากให้เธอคิดมาก” ในเมื่อเขาตั้งใจจะเริ่มต้นใช้ชีวิตครอบครัวกับพ่อของลูกแล้วจะเอาแต่ความสุขตัวเองก็คงจะเป็นการเห็นแก่ตัวจนเกินไป อินจึงตั้งใจจะอดทนอยู่กับคนที่เรียกได้ว่าเป็นคุณย่าของเด็ก ๆ ให้ได้ เพราะบ้านนี่ยังไงก็เป็นที่ของเด็กแฝดและตัวเล็กที่กำลังจะเกิดมาด้วย อินจึงทำใจสู้เพราะเรื่องที่หนักกว่านี้ก็

  • Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)   ตอนที่ 38 การมีอยู่ของเธอทำให้เราเป็นครอบครัว { จบบริบูรณ์ }

    **Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||~ ตอนที่ 38 ~การมีอยู่ของเธอทำให้เราเป็นครอบครัว..“พี่รินทร์ลาเต้โต๊ะสองหวานน้อยเพิ่มหนึ่งจ้า พี่รินทร์ พี่” ไมโลเรียกอินเป็นครั้งที่สามแต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะยังไม่ได้สติ เอาแต่เหม่อลอยมองออกไปนอกร้านราวกับว่ากำลังรอใครอยู่“โทษทีจ่ะ ลาเต้หวานน้อยนะ” จนเจ้าหนูไมเดินเข้าไปสะกิดร่างเล็กถึงได้รู้สึกตัวขึ้นมา และได้เริ่มทำเครื่องดื่มตามที่ลูกค้าสั่ง“จ่ะพี่รินทร์” ไมโลตอบรับก่อนจะสังเกตท่าทางไร้ชีวิตชีวาของผู้จัดการร้านตัวเล็ก แต่ก็ยังไม่ได้โอกาสถามออกไปเพราะลูกค้าเข้าร้านมาเรื่อย ๆ จนเจ้าหนูจำไมนึกหงุดหงิดในใจต้องเก็บความสงสัยเอาไว้อีกแล้ว โอ๊ย อยากใส่ใจจนเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงพักกลางวันที่ไมโลเป็นคนจัดหาและตัดสินใจเลือกอาหารการกินแทนเพื่อนร่วมงานเพราะถามอะไรก็บอกแต่ว่าแล้วแต่ ๆ จนความหนักใจมาอยู่ที่เจ้าไม จึงออกมาเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำใสตรงข้ามร้าน พอกินเสร็จก็ได้เวลาสัมภาษณ์เรื่องที่อยากใส่ใจของไอ้ไมสักที“พี่รินทร์ ที่พี่เหม่อมาเป็นอาทิตย์เพราะคิดถึงคุณค

  • Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)   ตอนที่ 37 อยากมีเธออยู่ในชีวิต

    **Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||~ ตอนที่ 37 ~อยากมีเธออยู่ในชีวิต..7.30 น.ร้านคาเฟ่สาขานนทบุรีหลังจากที่หนีพ่อของลูกขึ้นไปบนห้องแล้วขังตัวเองอยู่ในห้องด้านบนจนเช้า และจะได้เวลาต้องเปิดร้านแล้ว อินจึงเดินลงมาเพื่อจัดการความเรียบร้อยในร้าน ขณะมือเล็กกดเปิดสวิตช์ไฟจนร้านสว่างจึงเห็นว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาอินไม่ได้พักอยู่ในร้านนี้คนเดียว“พี่พิชญ์ทำไมยังนอนอยู่ที่นี่ครับ”“อื้อ ตื่นแล้วเหรอ” จารุพิชญ์งัวเงียลุกขึ้นนั่งที่โซฟาตัวเดิมกับที่ตัวเองใช้เป็นเตียงไปเมื่อคืนนี้ ก่อนที่มือหนาจะคว้าจับมือเล็กที่พยายามสะบัดออกแต่โดนคนตัวโตกว่าดึงเข้าไปหาและใบหน้าหล่อก็ซบลงที่หน้าท้องนูนราวกับคนละเมอที่ยังไม่ตื่นเต็มตา“พี่พิชญ์ทำอะไรครับ” อินพยายามขยับตัวหนีแต่สู้แรงไม่ได้แม้จะเอามือเล็กขึ้นมาแกะอ้อมแขนของคนพี่ออกก็ยังทำไม่ได้เพราะอีกฝ่ายยิ่งกอดตัวเองแน่นขึ้นไปอีก“คิดถึง” คำที่ได้ฟังเมื่อวานถูกเอ่ยซ้ำขึ้นมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้อินทนมันได้แล้ว“พี่พิชญ์ปล่อยผมเถอะครับ” จนอินไร้หนทางสู้และจึงเอ่ยบ

  • Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)   ตอนที่ 8 ไปอยู่ด้วยกันซะ

    **Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||Imperative Mama คุณแม่จำเป็นEP.8 ไปอยู่ด้วยกันซะ..“พรุ่งนี้ก็ได้หยุดแล้ว” เจ๋งนั่งลงที่เก้าอี้หลังงานทำความสะอาดร้านเสร็จในวันสุดท้ายก่อนถึงวันหยุดงาน“พี่รินทร

  • Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)   ตอนที่ 6 แล้วมันจะมีความหมายอะไร

    **Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||Imperative Mama คุณแม่จำเป็นEP.6 แล้วมันจะมีความหมายอะไร..“พี่รินทร์ไหวเปล่าเนี่ยวันนี้ดูเพลีย ๆ นะ” ส้มสังเกตเพื่อนร่วมงานมาสักพักแล้วว่าดูสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีส

  • Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)   ตอนที่ 5 เรื่องวุ่นวายของดารินทร์

    **Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||Imperative Mama คุณแม่จำเป็นEP.5 เรื่องวุ่นวายของดารินทร์..“พี่รินทร์มาเช้าจัง” ส้มเมื่อมาถึงร้านก็เห็นว่ามีคนมาถึงก่อนหน้าแล้ว ปกติแล้วเธอจะเป็นคนแรกที่มาถึงร้

  • Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)   ตอนที่ 4 ที่ทำงานของมะม๊า

    Imperative Mama คุณแม่จำเป็นEP.4 ที่ทำงานของมะม๊า..10.00 น.“รับอะไรดีคะ” อินเดินเข้ามาในร้านชานมไข่มุก บรรยากาศในร้านน่ารักมากตกแต่งในสไตล์มินิมอล แต่ในมุมหนึ่งก็มีตุ๊กตาหมีมากมายคงไว้สำหรับลูกค้าที่พาเด็ก ๆ มาด้วย และพนักงานก็ยิ้มแย้มแจ่มใสให้ความรู้สึกดีตั้งแต่ที่ก้าวเข้ามาในร้าน“เอ่อคือผม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status