Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)

Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-08
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
43Bab
420Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

วันที่ตัดสินใจทิ้งชีวิตไปหลังจากที่เสียทุกอย่างแม้แต่ลูกในท้อง อิน จึงขอทิ้งทุกอย่างแม้ชีวิตที่ไร้ค่านี้ไป แต่ก่อนตายขออธิษฐานให้ได้มีโอกาสเป็นคนอื่นและได้เป็นแม่ของลูกตัวเองเพียงสักครั้ง แค่สักครั้ง

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ ความสิ้นหวัง

 **Warning**

1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น

2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม

3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

4. มีฉากเกี่ยวกับ suicide / self-harm (ทำร้ายร่างกายตัวเอง ฆ่าตัวตาย)

|

|

Imperative Mama คุณแม่จำเป็น

บทนำ ความสิ้นหวัง

.

.

อภิษฎา เปี่ยมมีสุข หรือ อิน เป็นชื่อที่ได้มาจาก พ่อแม่บุญธรรม ของเขา อันที่จริงแล้วอินเป็นเด็กกำพร้าไม่รู้แม้กระทั่งหน้าตาของพ่อแม่ที่แท้จริง เพราะเขาถูกทิ้งไว้ที่หน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและเติบโตมาจนอายุ 15 ปี ก็ได้รับข่าวดีว่ามีครอบครัวเศรษฐีต้องการรับเลี้ยงเด็กน้อยเอาไว้

สำหรับคนภายนอกแล้วอาจจะเรียกมันว่าข่าวดี แต่สำหรับเด็กชายกำพร้าแล้วเป็นเหมือนนรกบนดิน เด็กน้อยตัวเล็กน่ารักร่างกายบอบบาง ถูกกระทำเรื่องที่น่ารังเกียจส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างสูงสุด จากคนที่เรียกได้ว่าเป็น พ่อบุญธรรมของตัวเอง หรือ เกียรติศักดิ์ เปี่ยมมีสุข ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจสายบุญซึ่งคนในสังคมต่างยกย่อง

พ่อบุญธรรมที่เป็นคนมอบทั้งชื่อทั้งชีวิตใหม่ให้กับตัวอิน แต่ก็เป็นคนที่หยิบยื่นความอัปยศให้แก่ตัวอินด้วยเช่นกัน คนที่ถูกเรียกว่าพ่อกระทำการน่ารังเกียจกับอินเป็นเวลานานจนตอนนี้เขาอายุได้ 23 ปี

เรื่องน่ารังเกียจถูกปกปิดไว้อย่างมิดชิด เหมือนกับมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถึงเด็กน้อยคิดจะบอกความจริงออกไปก็ไม่เป็นผลดีกับตัวเองเป็นแน่ เพราะด้วยภาพลักษณ์ที่ดูเป็นคนดีช่วยเหลือสังคมของคนที่ถูกเรียกว่า พ่อบุญธรรม นั้นทำให้อินตระหนักได้ว่าเขาควรอยู่เงียบ ๆ เสียดีกว่า

แต่ความอัปยศมันเกิดขึ้นบ่อยครั้งเข้า เพราะยิ่งร่างกายของเด็กน้อยโตเต็มวัยมากขึ้นเท่าไรมันยิ่งไปกระตุ้นจิตใจอันเลวทรามของพ่อบุญธรรมมากขึ้นเท่านั้น และนั่นส่งผลให้อินตั้งท้องขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ สิ่งนี้เองเป็นเหตุผลที่ทำให้อินทนรับความน่ารังเกียจต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เขาจึงคิดจะออกไปจากบ้านหลังนี้เสียที

อินตัดสินใจหนีออกจากบ้านที่ทุกคนต่างใฝ่ฝันจะได้เข้าไปอยู่แม้เพียงหนึ่งคืน แต่สำหรับอินแล้วแม้เพียงวินาทีเดียวเขาก็อยากหนีออกไปแทบใจจะขาด และวันนั้นก็มาถึงวันที่อินจบการศึกษาและหางานเป็นหลักเป็นแหล่งได้ และแน่นอนว่ามันต้องเป็นที่ที่ไกลออกไปจากนรกบนดินแห่งนี้

ตอนนั้นอินตั้งท้องเข้าเดือนที่ 6 แล้ว เพียงแต่เป็นท้องแรกคนอื่น ๆ จึงไม่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงใด ๆ เขาคิดเข้าข้างตัวเองในใจว่านี่แหละเป็นช่วงที่เขาจะได้เริ่มชีวิตใหม่กับคนที่เป็นครอบครัว และเป็นสายเลือดของอินอย่างแท้จริง

ทันทีที่พ่อบุญธรรมของอินรู้เรื่องที่อินหนีออกไปจากบ้านเขาก็โวยวายออกมายกใหญ่ จากคนที่เงียบ สุขุม ไม่มีที่ติไปเสียทุกอย่างกลับระเบิดอารมณ์ออกมา จนคนในบ้านทราบเรื่องอัปยศของคนที่ถูกเรียกว่าพ่อ ทั้งภรรยา และ ลูกแท้ ๆ ของเขา ต่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

“มึงไปตามเมียกูกลับมา”

หลังจากที่ได้รับคำสั่งจากหัวหน้าคนที่เป็นหมารับใช้ก็รีบเร่งออกตามหาตัวของอินทันที เพียงผ่านไปไม่ถึงอาทิตย์ด้วยพลังเงินและอำนาจของพ่อบุญธรรมก็ใช้เวลาไม่นานในการหาตัวอินพบ และอิสระของเขาก็ถูกพรากไปโดยที่เขาได้มันมาครอบครองเพียงไม่นาน

อินถูกจับขัง และถูกทำร้ายร่างกายจนต้องเข้ารับการรักษา แต่อาการเจ็บทางกายไม่ได้ทำให้อินเจ็บเท่าการถูกทำร้ายทางใจ เมื่อรับรู้ได้ว่าทุกวันที่ลืมตาตื่นขึ้นมาต้องพบกับสภาพแวดล้อมเดิม ๆ ยิ่งไปกว่านั้นการต้องรับรู้ว่าเขาได้เสียคนที่จะเติบโตมาเป็นครอบครัวของเขาไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ และที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือคนที่เป็นภรรยา และ ลูกแท้ ๆ ของครอบครัวนี้รุมพูดจาดูถูกเหยียบย้ำความเป็นคนของเขาให้ต่ำลงไปในทุก ๆ วัน

“อีเด็กชั้นต่ำ กล้ามักใหญ่ใฝ่สูง คิดจะแย่งผัวฉันงั้นเหรอ อีสกปรก” คำดูถูกจากคนที่เป็นภรรยา เฉียดแทงเข้าไปกลางใจของอินจนแทบกระอักเลือดตายลงไปเสียเดี๋ยวนี้

“ออกไปให้พ้นหน้าฉัน ฉันเห็นหน้าแกแล้วจะอ้วก แค่รู้ว่าต้องอยู่ในบ้านหลังเดียวกับปรสิตอย่างแกฉันก็อยากจะกัดลิ้นตายแล้ว ไป!!” ฉึก คำพูดแสนร้ายกาจทิ่มแทงลงไปที่ใจของอินซ้ำแล้วซ้ำเล่า วนอยู่แบบนั้นทุกวันจนจิตใจบอบช้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ อินในตอนนี้ไม่รับรู้ถึงคุณค่าการมีอยู่ของตัวเองอีกต่อไปแล้ว

สิ่งที่อิสระที่สุดคงจะเป็นสายลมในอากาศที่ผ่านพัดเข้ามาสู่ใบหน้าของอินในตอนนี้ อยากเป็นเธอเหลือเกินสายลมเอ๋ย เธอช่างอิสระ ไร้รูปร่าง และ ล่องหน ไม่มีใครมองเห็น ไร้ซึ่งการถูกตำหนิ ตัดสิน และถูกทำร้าย จากอะไรทั้งสิ้น ถ้าได้เป็นเธอก็คงจะดีเพียงแค่ไม่มีใครมาพบเห็นเขาอีกก็พอแล้ว

ตอนนี้อินอยากทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไปให้หมด เขาก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนขอบสะพานด้วยเท้าที่เปลือยเปล่า ร่างของคนตัวเล็กยืนอย่างอิสระปะทะกับสายลม และอีกไม่กี่วินาทีตัวเขาก็จะเป็นอิสระด้วยการตัดสินใจของตัวเอง แม่กำลังไปหาแล้วนะลูก

ผมไม่มีชื่อ ไม่มีนามสกุลเป็นของตัวเอง

ผมไม่มีพ่อและแม่เป็นของตัวเอง

ผมไม่มีชีวิตเป็นของตัวเอง

วันนี้ผมขอคืนชีวิตที่ผมไม่ควรมีตั้งแต่แรก

หากจะให้ขออะไรเป็นสิ่งสุดท้าย

ผมขอเป็นใครก็ได้ที่มีความสุขมากกว่าตัวผมเอง

หากชาติหน้ามีจริงขอให้ผมได้ทำหน้าที่เป็นแม่ของลูกผมด้วย

ตูม!!

เสียงร่างกายกระทบกับผิวน้ำด้วยความสูงจากสะพาน อินรู้สึกถึงอิสระจากความทรมานที่ได้รับเมื่อถูกดึงลงไปสู้ก้นแม่น้ำ ลึกลงไปเรื่อย ๆ ยิ่งความทรมานมากขึ้นเท่าไร การเป็นอิสระและการได้พบกับลูกที่เสียไปก็ใกล้เข้ามามากเท่านั้น

ตูม!!

ในขณะที่ลมหายใจและสติของอินกำลังจะหายไป เขาก็เห็นคนอีกคนที่ค่อย ๆ ถูกดึงลงสู่ก้นแม่น้ำลึกลงมาเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับตัวเขา แต่ที่ต่างออกไปร่างกายนั้นดีดดิ้นด้วยความทรมานและอยากหนีจากความทรมานนี้ อินมองภาพนั้นก่อนจะเผลอคิดไปว่าอยากรู้สึกแบบนั้นบ้างสักครั้ง การดิ้นรนเอาชีวิตรอดให้ได้มีชีวิตอยู่เพื่อใช้มันให้ต่างออกไปจากตัวเขาเอง

.

.

.

to be continued..

.

.

ฝากตัวกับนักอ่านด้วยนะคะ

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
43 Bab
ตอนที่ 1 ปะป๊าลูกสอง
**เนื้อหาในตอนหรือส่วนนี้ควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน****และโปรดทำความเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ถูกเขียนขึ้นเท่านั้น ****และตัวละครมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมไม่ควรทำตามเป็นอันขาด**..Imperative Mama คุณแม่จำเป็นEP.1 ปะป๊าลูกสอง...‘จารุพิชญ์ เลิศศิริกุล’ นักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่พึ่งรับตำแหน่งประธานบริษัท แอลเอสอาร์เค กรุป จำกัด ที่พัฒนาธุรกิจอสังหาคนปัจจุบันนี้เป็นที่หน้าจับตามองของวงการธุรกิจเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยเจ้าตัวไม่เคยมีประวัติหรือข่าวลือเสียหายแต่อย่างใด พ่วงไปด้วยผลการศึกษาที่สำเร็จทั้งในไทยและต่างประเทศด้วยคะแนนสูงลิบลิ่วแต่ความสามารถเพียงแค่นั้นก็ไม่อาจเพียงพอสำหรับตำแหน่งที่เขาต้องรับและทำหน้าที่ในฐานะประธานบริษัท ดังนั้นก่อนที่จะได้มายืนในจุดที่สูงสุดและแบกรับความกดดันมากมาย เขาได้พิสูจน์ตัวเองโดยการเริ่มจากการเป็นพนักงานสร้างผลงานและแสดงผลประกอบการณ์ที่เพิ่มมากขึ้นกว่า 20% ของผลกำไรเดิมที่บริษัทเคยได้รับ ทำให้ไม่มีเสียงคัดค้านใด ๆ จากกรรมการบริหารของบริษัทที่จะแต่งตั้ง จารุพิชญ์ เลิศศิริกุล ขึ้นเป็นประธานบริษัท แอลเอสอาร์เค กรุป อย่างถูกต้องและเหมาะสมในชีวิตของ จารุพิ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2 ร่างกายของใคร??
Imperative Mama คุณแม่จำเป็นEP.2 ร่างกายของใคร??..“พ้นขีดอันตรายแล้วครับ เดี๋ยวพักติดตามอาการประมาณ 2-3 วัน ถ้าไม่มีอาการผิดปกติอะไร ก็กลับบ้านได้เลยครับ” เสียงคนพูดคุยกัน และเสียงดังอื้ออึงทั่วบริเวณที่มีคนพลุกพล่านเดินผ่านไปมาให้วุ่นก้องอยู่ในโสตประสานของคนที่พึ่งได้สติ อินค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ แล้วแสงไฟสว่างค่อย ๆ แทรกเข้ามาแทนที่ความมืดให้จางหายไป“คุณหมอคะ คนไข้รู้สึกตัวแล้วค่ะ” เจ้าหน้าที่พยาบาลสังเกตเห็นว่าคนไข้มีการขยับตัวก็รีบหันไปแจ้งหมอเจ้าของไข้ให้รีบเข้าไปดูคนไข้ที่พึ่งได้สติ“คนไข้รู้สึกเจ็บตรงไหนมั้ยครับ เดี๋ยวคนไข้มองตามแสงไฟนี้นะครับ อ่า..ดูเหมือนจะปกติดีนะครับ คุณ ดารินทร์ เก่งมากเลยนะครับที่อดทนผ่านมาได้” คุณหมอตรวจดูอาการเบื้องต้นตามปกติ และคนไข้ก็ทำตามอย่างว่าง่าย แต่มีสิ่งเดียวที่เจ้าตัวรู้สึกผิดปกติไปคือชื่อที่คุณหมอเรียกตัวเขาเอง ดารินทร์ งั้นเหรอ หมายถึงใครกัน“ดารินทร์เมื่อไรเธอจะรู้จักโตสักที เธอเป็นแม่คนแล้วนะ ขอร้องล่ะ ช่วยทำตัวให้ดีขึ้นหน่อยเถอะ ไม่งั้นก็ยกลูกให้ฉันซะ” ใครกันนะผู้ชายคนนี้มายืนพูดเรื่องที่เขาไม่เข้าใจเลยสักนิด เราเป็นแม่คน หมายถึง
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3 ไม่ใช่มะม๊าแบบทุกที
Imperative Mama คุณแม่จำเป็นEP.3 ไม่ใช่มะม๊าแบบทุกที..วันนี้อินตื่นแต่เช้าเพื่อมาทำอาหารให้เด็กแฝดก่อนไปโรงเรียนก็วันนี้เป็นเช้าวันจันทร์ที่เด็ก ๆ ต้องไปโรงเรียน ซึ่งก่อนไปต้องหาอะไรใส่ท้องไว้ก่อนจะได้มีสมาธิเรียนหนังสือ แต่ความฝันที่จะทำเหมือนคุณแม่ในละครหลังข่าวก็ต้องชะงักเมื่ออินเปิดประตูตู้เย็นออกแล้วไม่พบกับวัตถุดิบที่พอจะเป็นอาหารให้เด็กแฝดได้เลย ใช่สิ ก็คนแบบดารินทร์แค่จะตื่นมาตอนเช้าก็เป็นเรื่องยากสำหรับเจ้าของร่างนี้แล้ว“ตัว ๆ เมื่อคืนมะม๊าลืมปิดไฟอะป่าววว”“ไม่นะ เค้าเห็นม๊าปิดแล้ว”อินได้ยินเสียงเล็กของเด็กทั้งสองคนดังออกมาจากหน้าห้องของลูก ๆ จึงเดินไปดูว่าเด็ก ๆ ตื่นแล้วหรือว่าตัวเองหูแว่วไปเองกันแน่ แต่ก็ได้คำตอบเมื่อเขาเดินไปถึงแล้วพบเด็กสองคนยืนคุยกันโดยมีไพลินกอดแขนเพทายไว้แล้วเอาหน้าซุกกับไหล่ด้านหลังของแฝดคนน้องเหมือนกลัวอะไรอยู่“หรือว่า ปี๋หรอตัว เค้ากลัวววว”“ไม่ใช่หรอกนะ เดี๋ยวเค้าเดินไปดูให้”“ไปด้วยจิ”“แล้วตัวไม่กลัวหรือไง”“อยู่ตรงงี้เค้าก็กลัว”“ทำไมตื่นเช้าจังลูก” ความสงสัยและการสนทนากันของเด็กทั้งคู่ก็หยุดลงหลังจากที่คนเป็นแม่ได้เฉลยสาเหตุที่ไฟยังเปิ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4 ที่ทำงานของมะม๊า
Imperative Mama คุณแม่จำเป็นEP.4 ที่ทำงานของมะม๊า..10.00 น.“รับอะไรดีคะ” อินเดินเข้ามาในร้านชานมไข่มุก บรรยากาศในร้านน่ารักมากตกแต่งในสไตล์มินิมอล แต่ในมุมหนึ่งก็มีตุ๊กตาหมีมากมายคงไว้สำหรับลูกค้าที่พาเด็ก ๆ มาด้วย และพนักงานก็ยิ้มแย้มแจ่มใสให้ความรู้สึกดีตั้งแต่ที่ก้าวเข้ามาในร้าน“เอ่อคือผมมาสัมภาษณ์งานครับ” หลังจากที่อินกดสมัครงานในแอปพลิเคชันได้ประมาณ 2 วันต่อมาก็มีคนโทรมาให้เข้าไปสัมภาษณ์งานและอินก็ได้เข้ามาที่ร้านนี้ก่อนเพราะอยู่ใกล้ที่พักเดินทางด้วยการเดินเท้าแค่ 5 นาทีก็ถึงที่ทำงานแล้วคงจะดีไม่น้อยถ้าเขาได้งานที่นี่“อ๋อ พี่รอแป๊บนะคะ เดี๋ยวหนูตามเจ้าของร้านให้ค่ะ” พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ยิ้มแล้วบอกให้อินนั่งรออยู่ที่โต๊ะในร้านก่อนแล้วเจ้าตัวก็เดินเข้าไปหลังร้าน“สวัสดีครับ คุณ..” เสียงเรียกดังขึ้นที่ด้านหลังของอินน่าจะเป็นเสียงของคนที่พนักงานบอกว่าเป็นเจ้าของร้านที่พึ่งไปตามออกมา“สวัสดีครับ ผมอิ.. เอ่อ ดารินทร์ครับ” อินลุกขึ้นทักทายอย่างมีมารยาทพร้อมกับแนะนำตัวกับเจ้าของร้าน ตอนแรกอินเกือบลืมตัวแนะนำชื่อตัวเองออกไปเสียแล้วดีที่คิดได้ว่านี่ไม่ใช่ร่างกายของตัวเอง“ผมกฤ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5 เรื่องวุ่นวายของดารินทร์
**Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||Imperative Mama คุณแม่จำเป็นEP.5 เรื่องวุ่นวายของดารินทร์..“พี่รินทร์มาเช้าจัง” ส้มเมื่อมาถึงร้านก็เห็นว่ามีคนมาถึงก่อนหน้าแล้ว ปกติแล้วเธอจะเป็นคนแรกที่มาถึงร้านแต่คงต้องเสียตำแหน่งให้แก่พนักงานใหม่ที่ทำงานได้หนึ่งสัปดาห์และกำลังถูพื้นจัดการทำความสะอาดร้านจนเรียบร้อย“พอดีพี่ไปส่งลูก ๆ ที่โรงเรียนเลยแวะมาทำงานเลยน่ะส้ม” อินหันไปตอบแล้วยิ้มให้คนมาใหม่อย่างเป็นมิตร“ทุกคนหวัดดีครับ มาเช้าจนผมรู้สึกว่าตัวเองมาสายเลย” เจ๋งเปิดประตูเข้ามาเป็นเวลาเข้างาน 8.00 น. พอดิบพอดี ถึงจะไม่ได้สายแต่พอเข้ามาแล้วเห็นว่ามีคนอยู่ครบแล้วก็อดรู้สึกตัวเองสายขึ้นมา“จ้า ๆ ไม่สายแต่ตรงเป๊ะเลย”“สวัสดีครับทุกคน”“บอสสวัสดีค่ะ / บอสหวัดดีครับ” ส้ม กับ เจ๋ง ทักทายหัวหน้างานทันทีที่หันไปเห็น ในมือเจ้านายถือถุงพะรุงพะรัง เจ๋งก็รีบเข้าไปช่วยถือทันที ส้มสังเกตเห็นว่าบอสมองไปรอบร้านก็รู้ทันทีว่าบอสมองหาใคร“พี่รินทร์ไปเก็บไม้ถูพื้นหลังร้านค่ะบอส” ส้มเอ่ยบอกเจ้านายโดยไม่ต้องรอให้ถ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 6 แล้วมันจะมีความหมายอะไร
**Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||Imperative Mama คุณแม่จำเป็นEP.6 แล้วมันจะมีความหมายอะไร..“พี่รินทร์ไหวเปล่าเนี่ยวันนี้ดูเพลีย ๆ นะ” ส้มสังเกตเพื่อนร่วมงานมาสักพักแล้วว่าดูสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไรก็อดเอ่ยถามเพราะความเป็นห่วงไม่ได้ เพราะตอนนี้อินสภาพเหมือนคนไม่มีสติอยู่กับตัว“ไม่เป็นไร พอดีเมื่อคืนพี่นอนดึกไปหน่อยนะ”“นั่งก่อนก็ได้นะพี่เดี๋ยวผมจัดการต่อเอง” เจ๋งเดินมาคว้าไม้ถูพื้นมาถือไว้เองเพื่อให้อินเดินไปนั่งพัก“อื้อ ขอโทษนะ พี่พักแค่แป๊บเดียว เดี๋ยวพี่เอาขยะไปทิ้งให้นะ”“ไม่เป็นไรพี่รินทร์ไม่ต้องคิดมากนะ เจ๋งมันทำได้อยู่แล้ว”“ครับ ๆ เชิญสาว ๆ นั่งพักกันก่อนได้เลยครับ”ส้มได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะออกมาพร้อมกับอินที่เห็นเพื่อนร่วมงานอายุน้อยกว่าพูดเล่นกันแบบนี้ประจำแต่ก็ช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี“แล้ววันนี้จะไปรับเด็ก ๆ ไหวมั้ยพี่รินทร์ เอางี้เดี๋ยวส้มทำน้ำหวานให้พี่รินทร์ดื่มหน่อยดีกว่าจะได้สดชื่น” ส้มมองอินแล้วก็ยิ่งเป็นห่วงเพราะหน้าเพื่อนรุ่นพี่ดูซีดลงเรื่อย ๆ“ขอบคุณนะส้ม”
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7 เป็นป๊าเต็มเวลาง่ายนิดเดียว
**Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||Imperative Mama คุณแม่จำเป็นEP.7 เป็นป๊าเต็มเวลาง่ายนิดเดียว..สองอาทิตย์หลังจากที่ส่งคืนลูกให้คนเป็นพ่อโดยแท้จริงแล้ว แม่ที่เป็นเพียงแค่ร่างกายแบบอินก็ได้แต่นั่งคิดถึงเด็กน้อยทั้งสองซึ่งเคยอยู่ด้วยกันเป็นเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา โดยพยายามทำใจไม่ให้คิดอะไรนอกเสียจากใช้ชีวิตให้ดีเพื่อรอเจ้าของร่างกลับมาเอาร่างกายนี้คืนไปอินยังคงไปทำงานตามปกติโดยไม่ต้องไปรับลูก ๆ ที่โรงเรียน ทำได้แค่โทรหาเด็ก ๆ เป็นบางครั้ง นอกเสียจากวันอาทิตย์ที่เป็นวันหยุดของร้านถึงได้เจอเด็ก ๆ บ้าง แต่ก็ต้องไปเจอที่คอนโดของคนเป็นพ่อ ทำให้ได้พบกับจารุพิชญ์ไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งอีกฝ่ายก็เอาแต่มองตัวเองอยู่กับเด็กทั้งสองด้วยสายตาจับผิดแล้วก็เดินเข้าห้องทำงานไปและนั้นเป็นเหตุที่อินมาทำงานในเช้าวันจันทร์ด้วยอาการไม่ค่อยจะสดใสเท่าไร ทั้ง ๆ ที่ควรดีใจแท้ ๆ ที่ได้อยู่กับเด็กแฝดที่ไม่ได้เจอตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา“พี่รินทร์น้ำจะล้นแล้วนะ”“อ๊ะ โทษทีพี่คิดอะไรเพลินไปหน่อย” อินได้สต
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8 ไปอยู่ด้วยกันซะ
**Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||Imperative Mama คุณแม่จำเป็นEP.8 ไปอยู่ด้วยกันซะ..“พรุ่งนี้ก็ได้หยุดแล้ว” เจ๋งนั่งลงที่เก้าอี้หลังงานทำความสะอาดร้านเสร็จในวันสุดท้ายก่อนถึงวันหยุดงาน“พี่รินทร์ก็ได้เจอแฝดแล้วอะดิ ว่าแล้วก็อยากเจอบ้างจัง” ส้มพูดไปคิดถึงเด็กแฝดไปด้วย ถ้ายังอยู่กับแม่ เธอก็คงได้เจอทุกวันแล้ว แถมได้ฟัดแก้มอ้วนของไพลินให้หนำใจอีกด้วย“ไว้มีโอกาสพี่พามาเที่ยวนะ”“ไม่รู้บอสเป็นไงบ้างไปดูสาขาใหม่”“ก็คงดีแหละมั้ง เห็นหายไปหลายวันแล้ว ตอนแรกคิดว่าจะมาจีบพี่รินทร์ทุกวันซะอีก”“จีบอะไรเจ๋ง อย่าพูดไปทั่วนะ เดี๋ยวพี่กฤษณ์เสียหาย” อินรีบตอบปฏิเสธอย่างเร็วเมื่ออยู่ ๆ เจ๋งก็พูดอะไรออกมาก็ไม่รู้ แล้วไปรู้ได้ยังไงว่าเจ้านายมาจีบคนแบบเขา“ฮ่า ๆ พี่ก็ปฏิเสธซะ มันยิ่งดูรู้เลยนะครับ ว่าเรื่องจริง”“พอ ๆ พี่รินทร์เขินหมดแล้ว แต่ถ้าคบกันบอสหนูดีอย่างงี้เลยน้า” ส้มพูดไปยกนิ้วโป้งเป็นการการันตีเจ้านายตัวเองไปด้วย ใช้ว่าอินจะไม่รู้ว่าเขาดี แต่อินไม่อยากเอาเรื่องมาให้ตัวเองคิดมากเพิ่มอีก
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9 รักคุณเท่าฟ้า
**Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||Imperative Mama คุณแม่จำเป็นEP.9 รักคุณเท่าฟ้า..“ม๊าครับ ขอนมหน่อยครับ” ขณะที่ไพลินกำลังทำอาหารและข้าวกล่องให้เด็ก ๆ ในตอนเช้าอยู่นั้น เพทายที่จัดการตัวเองเรียบร้อยพร้อมไปโรงเรียนก็เดินออกมาหาม๊าในครัว“ม๊าเตรียมไว้ให้ที่โต๊ะแล้วครับลูก” อินเตรียมทุกอย่างไว้ให้เพราะรู้อยู่แล้วว่าเพทายมักทำอะไรเสร็จตามเวลาเป๊ะ ๆ เสมอโดยไม่ต้องให้ใครมาตาม ส่วนเจ้าก้อนอีกคนก็ต้องให้น้องเร่งอยู่ตลอดอย่างเคยเช่นกัน“ขอบคุณครับม๊า”“มะม๊า!! ไพลินติดกระดุมเองด้วยแหละ ดูสิตรงมั้ย” มาแล้วไงตัวป่วนประจำบ้าน วิ่งมาอวดใหญ่ว่าตัวเองติดกระดุมเสื้อเองได้แล้ว นั่นเพราะเพทายสอนติดมาจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว“เก่งมากครับ ม๊าเตรียมรางวัลไว้ให้แล้ว ขนมปังตัดขอบทาแยมส้มอยู่ที่โต๊ะเรียบร้อยแล้วครับ”“เย้!!! ไพลินกินหนมปัง ตัวเค้าติดกระดุมเองดูสิ” หลังจากที่อวดแม่เสร็จแล้วก็วิ่งไปอวดแฝดน้องที่นั่งดื่มนมอยู่ก่อนแล้ว“เค้าเห็นแล้ว ว่าตัวทำได้”“ก็เพทายสอนไง เพทายก็เก่ง ทุกคนบอกว่าเพทายเก่ง”
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status