LOGINวันที่ตัดสินใจทิ้งชีวิตไปหลังจากที่เสียทุกอย่างแม้แต่ลูกในท้อง อิน จึงขอทิ้งทุกอย่างแม้ชีวิตที่ไร้ค่านี้ไป แต่ก่อนตายขออธิษฐานให้ได้มีโอกาสเป็นคนอื่นและได้เป็นแม่ของลูกตัวเองเพียงสักครั้ง แค่สักครั้ง
View More**Warning**
1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น
2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม
3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
4. มีฉากเกี่ยวกับ suicide / self-harm (ทำร้ายร่างกายตัวเอง ฆ่าตัวตาย)
|
|
Imperative Mama คุณแม่จำเป็น
บทนำ ความสิ้นหวัง
.
.
อภิษฎา เปี่ยมมีสุข หรือ อิน เป็นชื่อที่ได้มาจาก พ่อแม่บุญธรรม ของเขา อันที่จริงแล้วอินเป็นเด็กกำพร้าไม่รู้แม้กระทั่งหน้าตาของพ่อแม่ที่แท้จริง เพราะเขาถูกทิ้งไว้ที่หน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและเติบโตมาจนอายุ 15 ปี ก็ได้รับข่าวดีว่ามีครอบครัวเศรษฐีต้องการรับเลี้ยงเด็กน้อยเอาไว้
สำหรับคนภายนอกแล้วอาจจะเรียกมันว่าข่าวดี แต่สำหรับเด็กชายกำพร้าแล้วเป็นเหมือนนรกบนดิน เด็กน้อยตัวเล็กน่ารักร่างกายบอบบาง ถูกกระทำเรื่องที่น่ารังเกียจส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างสูงสุด จากคนที่เรียกได้ว่าเป็น พ่อบุญธรรมของตัวเอง หรือ เกียรติศักดิ์ เปี่ยมมีสุข ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจสายบุญซึ่งคนในสังคมต่างยกย่อง
พ่อบุญธรรมที่เป็นคนมอบทั้งชื่อทั้งชีวิตใหม่ให้กับตัวอิน แต่ก็เป็นคนที่หยิบยื่นความอัปยศให้แก่ตัวอินด้วยเช่นกัน คนที่ถูกเรียกว่าพ่อกระทำการน่ารังเกียจกับอินเป็นเวลานานจนตอนนี้เขาอายุได้ 23 ปี
เรื่องน่ารังเกียจถูกปกปิดไว้อย่างมิดชิด เหมือนกับมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถึงเด็กน้อยคิดจะบอกความจริงออกไปก็ไม่เป็นผลดีกับตัวเองเป็นแน่ เพราะด้วยภาพลักษณ์ที่ดูเป็นคนดีช่วยเหลือสังคมของคนที่ถูกเรียกว่า พ่อบุญธรรม นั้นทำให้อินตระหนักได้ว่าเขาควรอยู่เงียบ ๆ เสียดีกว่า
แต่ความอัปยศมันเกิดขึ้นบ่อยครั้งเข้า เพราะยิ่งร่างกายของเด็กน้อยโตเต็มวัยมากขึ้นเท่าไรมันยิ่งไปกระตุ้นจิตใจอันเลวทรามของพ่อบุญธรรมมากขึ้นเท่านั้น และนั่นส่งผลให้อินตั้งท้องขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ สิ่งนี้เองเป็นเหตุผลที่ทำให้อินทนรับความน่ารังเกียจต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เขาจึงคิดจะออกไปจากบ้านหลังนี้เสียที
อินตัดสินใจหนีออกจากบ้านที่ทุกคนต่างใฝ่ฝันจะได้เข้าไปอยู่แม้เพียงหนึ่งคืน แต่สำหรับอินแล้วแม้เพียงวินาทีเดียวเขาก็อยากหนีออกไปแทบใจจะขาด และวันนั้นก็มาถึงวันที่อินจบการศึกษาและหางานเป็นหลักเป็นแหล่งได้ และแน่นอนว่ามันต้องเป็นที่ที่ไกลออกไปจากนรกบนดินแห่งนี้
ตอนนั้นอินตั้งท้องเข้าเดือนที่ 6 แล้ว เพียงแต่เป็นท้องแรกคนอื่น ๆ จึงไม่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงใด ๆ เขาคิดเข้าข้างตัวเองในใจว่านี่แหละเป็นช่วงที่เขาจะได้เริ่มชีวิตใหม่กับคนที่เป็นครอบครัว และเป็นสายเลือดของอินอย่างแท้จริง
ทันทีที่พ่อบุญธรรมของอินรู้เรื่องที่อินหนีออกไปจากบ้านเขาก็โวยวายออกมายกใหญ่ จากคนที่เงียบ สุขุม ไม่มีที่ติไปเสียทุกอย่างกลับระเบิดอารมณ์ออกมา จนคนในบ้านทราบเรื่องอัปยศของคนที่ถูกเรียกว่าพ่อ ทั้งภรรยา และ ลูกแท้ ๆ ของเขา ต่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
“มึงไปตามเมียกูกลับมา”
หลังจากที่ได้รับคำสั่งจากหัวหน้าคนที่เป็นหมารับใช้ก็รีบเร่งออกตามหาตัวของอินทันที เพียงผ่านไปไม่ถึงอาทิตย์ด้วยพลังเงินและอำนาจของพ่อบุญธรรมก็ใช้เวลาไม่นานในการหาตัวอินพบ และอิสระของเขาก็ถูกพรากไปโดยที่เขาได้มันมาครอบครองเพียงไม่นาน
อินถูกจับขัง และถูกทำร้ายร่างกายจนต้องเข้ารับการรักษา แต่อาการเจ็บทางกายไม่ได้ทำให้อินเจ็บเท่าการถูกทำร้ายทางใจ เมื่อรับรู้ได้ว่าทุกวันที่ลืมตาตื่นขึ้นมาต้องพบกับสภาพแวดล้อมเดิม ๆ ยิ่งไปกว่านั้นการต้องรับรู้ว่าเขาได้เสียคนที่จะเติบโตมาเป็นครอบครัวของเขาไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ และที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือคนที่เป็นภรรยา และ ลูกแท้ ๆ ของครอบครัวนี้รุมพูดจาดูถูกเหยียบย้ำความเป็นคนของเขาให้ต่ำลงไปในทุก ๆ วัน
“อีเด็กชั้นต่ำ กล้ามักใหญ่ใฝ่สูง คิดจะแย่งผัวฉันงั้นเหรอ อีสกปรก” คำดูถูกจากคนที่เป็นภรรยา เฉียดแทงเข้าไปกลางใจของอินจนแทบกระอักเลือดตายลงไปเสียเดี๋ยวนี้
“ออกไปให้พ้นหน้าฉัน ฉันเห็นหน้าแกแล้วจะอ้วก แค่รู้ว่าต้องอยู่ในบ้านหลังเดียวกับปรสิตอย่างแกฉันก็อยากจะกัดลิ้นตายแล้ว ไป!!” ฉึก คำพูดแสนร้ายกาจทิ่มแทงลงไปที่ใจของอินซ้ำแล้วซ้ำเล่า วนอยู่แบบนั้นทุกวันจนจิตใจบอบช้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ อินในตอนนี้ไม่รับรู้ถึงคุณค่าการมีอยู่ของตัวเองอีกต่อไปแล้ว
สิ่งที่อิสระที่สุดคงจะเป็นสายลมในอากาศที่ผ่านพัดเข้ามาสู่ใบหน้าของอินในตอนนี้ อยากเป็นเธอเหลือเกินสายลมเอ๋ย เธอช่างอิสระ ไร้รูปร่าง และ ล่องหน ไม่มีใครมองเห็น ไร้ซึ่งการถูกตำหนิ ตัดสิน และถูกทำร้าย จากอะไรทั้งสิ้น ถ้าได้เป็นเธอก็คงจะดีเพียงแค่ไม่มีใครมาพบเห็นเขาอีกก็พอแล้ว
ตอนนี้อินอยากทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไปให้หมด เขาก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนขอบสะพานด้วยเท้าที่เปลือยเปล่า ร่างของคนตัวเล็กยืนอย่างอิสระปะทะกับสายลม และอีกไม่กี่วินาทีตัวเขาก็จะเป็นอิสระด้วยการตัดสินใจของตัวเอง แม่กำลังไปหาแล้วนะลูก
ผมไม่มีชื่อ ไม่มีนามสกุลเป็นของตัวเอง
ผมไม่มีพ่อและแม่เป็นของตัวเอง
ผมไม่มีชีวิตเป็นของตัวเอง
วันนี้ผมขอคืนชีวิตที่ผมไม่ควรมีตั้งแต่แรก
หากจะให้ขออะไรเป็นสิ่งสุดท้าย
ผมขอเป็นใครก็ได้ที่มีความสุขมากกว่าตัวผมเอง
หากชาติหน้ามีจริงขอให้ผมได้ทำหน้าที่เป็นแม่ของลูกผมด้วย
ตูม!!
เสียงร่างกายกระทบกับผิวน้ำด้วยความสูงจากสะพาน อินรู้สึกถึงอิสระจากความทรมานที่ได้รับเมื่อถูกดึงลงไปสู้ก้นแม่น้ำ ลึกลงไปเรื่อย ๆ ยิ่งความทรมานมากขึ้นเท่าไร การเป็นอิสระและการได้พบกับลูกที่เสียไปก็ใกล้เข้ามามากเท่านั้น
ตูม!!
ในขณะที่ลมหายใจและสติของอินกำลังจะหายไป เขาก็เห็นคนอีกคนที่ค่อย ๆ ถูกดึงลงสู่ก้นแม่น้ำลึกลงมาเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับตัวเขา แต่ที่ต่างออกไปร่างกายนั้นดีดดิ้นด้วยความทรมานและอยากหนีจากความทรมานนี้ อินมองภาพนั้นก่อนจะเผลอคิดไปว่าอยากรู้สึกแบบนั้นบ้างสักครั้ง การดิ้นรนเอาชีวิตรอดให้ได้มีชีวิตอยู่เพื่อใช้มันให้ต่างออกไปจากตัวเขาเอง
.
.
.
to be continued..
.
.
ฝากตัวกับนักอ่านด้วยนะคะ
*Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||ตอนพิเศษ 3ม๊าหึงป๊าแล้วนะ||15 ปีผ่านไป“เราชอบเธอนะ” เด็กชายรุ่นราวคราวเดี๋ยวกันกับเด็กหญิงเดินออกมาจากมุมตึกก่อนจะยื่นดอกกุหลายหนึ่งดอกที่ตัวเองเลือกมาอย่างดีแล้วว่าเป็นดอกที่สวยที่สุดในร้านเพื่อนำมาส่งมองให้ผู้หญิงที่ตัวเองแอบมองมากว่าหลายเดือน“เดี๋ยวก่อนไอ้น้อง จะมาขอสาวเป็นแฟนทั้งทีใช้ดอกกุหลาบดอกเดียวเนี่ยนะ” ว่าแล้วหนุ่มหล่อคนหนึ่งก็คว้าดอกกุหลาบในมือเด็กชายไปถือเองอย่างถือวิสาสะและพูดพร้อมกับหัวเราะไปด้วยอย่างขบขัน“อายุเท่าไร ให้เดานายคงซื้อดอกไม้ด้วยเงินค่าขนม กลับไปตั้งใจเรียนเถอะ” หนุ่มหล่ออีกคนที่มีหน้าตาคล้ายกันแต่แตกต่างกันที่คนนี้ใส่แว่นตาจนหนาเตอะแต่สายตากลับเฉือดเฉือนคนได้มองราวกับเป็นผู้คุมกฏมาจากไหนและมันก็ทำให้เด็กชายกลัวจนวิ่งหนีหายไปทันที“หยุดเลยนะพี่ไพลินพี่เพทาย บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำแบบนี้กับหนูไง หนู 17 แล้วนะโตแล้ว”“กล้าจะโตนะหนูพร้อมรัก ยังต้องเอาตุ๊กตาเน่าใส่กระเป๋ามาเรียนอยู่เลยนี่ไง” ไพลินไม่ว่าเปล่าคว้าไปหยิบตุ๊ก
**Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||ตอนพิเศษ 3ม๊าหึงป๊าแล้วนะ||2 ปีผ่านไป“ม่าย ๆ ม่ายเพาะเอา เอาขวด ๆ ” เสียงเด็กหญิงตัวเล็กงอแงเรียกชื่อตัวเองเป็นคำว่า เพาะ เพราะยังพูดไม่ค่อยชัดมากนัก“น้องพร้อมรักไม่แง ๆ น้า เดี๋ยววันพรุ่งนี้ม๊าให้กินแบบขวดนะครับ” อินกำลังตกลงความเห็นที่ไม่ลงตัวกับเด็กน้อยที่เอาแต่ใจที่สุดในบ้านเพราะด้วยความที่เป็นลูกและหลานคนเล็กทุกคนเลยพร้อมจะตามใจ คงมีแต่อินที่ต้องพยายามดัดนิสัยอยู่บ้างบางครั้งเพราะกลัวว่าจะโตไปเป็นเด็กเอาแต่ใจไม่น่ารัก“ม่ายน้าม๊า ขวด”“คุณรินทร์ครับเดี๋ยวผมออกไปซื้อที่สาขาอื่นให้นะครับ” คนขับรถเองก็เห็นท่าทางเบะจะร้องไห้ของคุณหนูตัวน้อยก็อดจะเอ็นดูไม่ได้ และเขาก็คงเหมือนกับคนอื่น ๆ ที่ได้เห็นคุณหนูเศร้าใจก็พร้อมจะประเคนทุกอย่างที่เด็กตัวน้อยต้องการจนหมด“ไม่เป็นไรครับลุงสมชายเดี๋ยวผมจัดการเองครับ” แต่อินก็ยังตั้งมั่นว่าจะต้องจัดการกับเด็กเอาแต่ใจคนนี้ให้ได้ ไม่งั้นลุงสมชายต้องเดือดร้อนออกไปหาซื้อให้อีก“แล้วจะได้เหรอครับ ดูเบะมากเลยนะครับนั่
**Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||ตอนพิเศษ 2สมาชิกใหม่ของบ้านเลิศศิริกุล||“ใกล้คลอดเข้าไปทุกที ให้เมียแกลงมานอนข้างล่างซะ” คนที่ทำเหมือนไม่สนใจคนท้องแก่แต่กลับใส่ใจกว่าที่คิดเอ่ยปากบอกลูกชายให้พาเมียลงมานอนห้องข้างล่างเพราะเห็นคนท้องขึ้นบันไดทุกวันแล้วพานให้เธอหงุดหงิด“ผมให้ป้าดาวจัดการแล้วครับ”“ดี เธอก็เดินเหินให้มันระวัง ไม่ใช่คิดน้อยอยากจะขยับไปไหนก็ทำ”“ครับ” อินตอบรับยิ้ม ๆ เพราะรับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงของคุณย่าเด็กแฝดอีกครั้ง“มะม๊าขอไพลินฟังเสียงน้องหน่อยไพลินจะไปเรียนแล้ว” เด็กตัวน้อยจัดการทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วก่อนจะวิ่งมาหาคนเป็นแม่และเอาใบหน้าเล็กแนบไปกับหน้าท้องกลมนูนเต็มที่ของมะม๊าเช่นทุกวัน“ม๊าหนักมั้ยครับ” เพทายถามม๊าด้วยความเป็นห่วงและแน่นอนว่าเด็กน้อยคนนี้ก็ถามมะม๊าแบบนี้ทุกวันเช่นกัน“ม๊าไม่เป็นไรครับ เพทายไม่ต้องห่วงม๊าน้า” อินว่าพร้อมลูบหัวลูกปรอย ๆ“ไปกันครับเด็กแฝด ฉันไปก่อนถ้ามีอะไรรีบโทรบอกทันทีเลยนะ”“ครับพี่พิชญ์” ก่อนออกไปจารุพิชญ์ก้มลงหอมขมับเล็กเบ
**Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน|ตอนพิเศษ 1 พาสะใภ้เข้าบ้านใหญ่|“กังวลอะไรขนาดนั้น” จารุพิชญ์เอื้อมมือไปลูบศีรษะเล็กปรอย ๆ เพื่อเป็นการปลอบคนตัวเล็กที่แสดงสีหน้าคิดไม่ตกตั้งแต่รู้ว่าต้องเข้าบ้านใหญ่เลิศศิริกุล“ก็คุณแม่พี่พิชญ์ไม่ชอบใจผมเอามาก ๆ นิครับ ก็เลย..” อินพูดด้วยใบหน้าเศร้าเมื่อคิดถึงความสัมพันธ์ของตัวเองกับแม่ของอีกฝ่ายแล้วก็อดคิดมากไม่ได้ เจอกันทุกครั้งเขาไม่เคยมีเรื่องราวดี ๆ เลย จะไม่ให้กังวลก็คงแปลก“เดี๋ยวนอนแค่วันนี้แล้วค่อยหาที่อยู่ใหม่กันดีมั้ย” แม้เพียงสักนิดเขาก็ไม่อยากให้คนตัวเล็กกังวลเรื่องอะไรก็ตาม“ไม่เป็นไรครับพี่พิชญ์เองก็บอกแล้วว่าคุณย่าติดเด็กแฝดไปแล้ว ผมไม่อยากให้เธอคิดมาก” ในเมื่อเขาตั้งใจจะเริ่มต้นใช้ชีวิตครอบครัวกับพ่อของลูกแล้วจะเอาแต่ความสุขตัวเองก็คงจะเป็นการเห็นแก่ตัวจนเกินไป อินจึงตั้งใจจะอดทนอยู่กับคนที่เรียกได้ว่าเป็นคุณย่าของเด็ก ๆ ให้ได้ เพราะบ้านนี่ยังไงก็เป็นที่ของเด็กแฝดและตัวเล็กที่กำลังจะเกิดมาด้วย อินจึงทำใจสู้เพราะเรื่องที่หนักกว่านี้ก็


![พี่ติวเตอร์ครับ...ช่วยสอนผมหน่อยนะครับ[PWP]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
![เกิดใหม่เป็นตัวร้ายในซีรีส์วายเรื่องหนึ่ง [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)







