Accueil / วาย / Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg) / ตอนที่ 3 ไม่ใช่มะม๊าแบบทุกที

Share

ตอนที่ 3 ไม่ใช่มะม๊าแบบทุกที

last update Dernière mise à jour: 2026-01-08 00:29:07

Imperative Mama คุณแม่จำเป็น

EP.3 ไม่ใช่มะม๊าแบบทุกที

.

.

วันนี้อินตื่นแต่เช้าเพื่อมาทำอาหารให้เด็กแฝดก่อนไปโรงเรียนก็วันนี้เป็นเช้าวันจันทร์ที่เด็ก ๆ ต้องไปโรงเรียน ซึ่งก่อนไปต้องหาอะไรใส่ท้องไว้ก่อนจะได้มีสมาธิเรียนหนังสือ แต่ความฝันที่จะทำเหมือนคุณแม่ในละครหลังข่าวก็ต้องชะงักเมื่ออินเปิดประตูตู้เย็นออกแล้วไม่พบกับวัตถุดิบที่พอจะเป็นอาหารให้เด็กแฝดได้เลย ใช่สิ ก็คนแบบดารินทร์แค่จะตื่นมาตอนเช้าก็เป็นเรื่องยากสำหรับเจ้าของร่างนี้แล้ว

“ตัว ๆ เมื่อคืนมะม๊าลืมปิดไฟอะป่าววว”

“ไม่นะ เค้าเห็นม๊าปิดแล้ว”

อินได้ยินเสียงเล็กของเด็กทั้งสองคนดังออกมาจากหน้าห้องของลูก ๆ จึงเดินไปดูว่าเด็ก ๆ ตื่นแล้วหรือว่าตัวเองหูแว่วไปเองกันแน่ แต่ก็ได้คำตอบเมื่อเขาเดินไปถึงแล้วพบเด็กสองคนยืนคุยกันโดยมีไพลินกอดแขนเพทายไว้แล้วเอาหน้าซุกกับไหล่ด้านหลังของแฝดคนน้องเหมือนกลัวอะไรอยู่

“หรือว่า ปี๋หรอตัว เค้ากลัวววว”

“ไม่ใช่หรอกนะ เดี๋ยวเค้าเดินไปดูให้”

“ไปด้วยจิ”

“แล้วตัวไม่กลัวหรือไง”

“อยู่ตรงงี้เค้าก็กลัว”

“ทำไมตื่นเช้าจังลูก” 

ความสงสัยและการสนทนากันของเด็กทั้งคู่ก็หยุดลงหลังจากที่คนเป็นแม่ได้เฉลยสาเหตุที่ไฟยังเปิดอยู่เพราะมะม๊าตื่นมาก่อนแล้วนี่เอง

“มะม๊า”

“ม๊าตื่นแล้วเหรอครับ”

“ครับ ทำไมลูก ๆ ตื่นเช้าจังครับ” อินย่อตัวนั่งยอง ๆ เพื่อให้คุยกับเด็กแฝดได้ถนัดขึ้นพร้อมกับเช็ดหน้าเช็ดตาให้เด็กทั้งคู่ไปด้วย

“ก็วันนี้ไปเรียนน้า”

“แต่นี้หกโมงอยู่เลย นอนต่อก็ได้นะลูก”

“ปกติม๊าไม่ตื่นครับ” เพทายตอบกลับคนเป็นแม่ที่สงสัยว่าทำไมเขาตื่นเช้ากันเพราะต้องเตรียมตัวเพื่อไปโรงเรียนด้วยตัวเอง เพราะคนเป็นแม่ไม่เคยทำให้ในช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันมา

“แล้วลูกอาบน้ำเองเหรอครับ”

“ช่ายยยย ไพลินอาบให้เพทาย เพทายอาบให้ไพลิน” แฝดพี่ตอบคนเป็นแม่ด้วยเสียงอ้อแอ้แต่ยิ้มร่าด้วยความอยากอวดว่าตัวเองเก่งที่อาบน้ำเองได้

“แล้วข้าวเช้าล่ะครับ”

“น้านัทซื้อมาให้ครับ” 

นัท คนขับแท็กซี่ที่ดารินทร์จ้างให้มารับเด็ก ๆ ทุกวันรวมถึงเรื่องข้าวเช้าด้วย ตื่นลงไปส่งลูกยังไม่ทำด้วยซ้ำ เด็กเล็ก ๆ ลงลิฟต์กันตามลำพังได้ยังไง แถมในความทรงจำของร่างนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูก ๆ กินอะไรเป็นอาหารเช้า เธอใช้ชีวิตยังไงนะดารินทร์ ทั้งที่ลูก ๆ รักเธอขนาดนี้

“อ่า วันนี้ม๊าทำข้าวเช้าให้กินดีมั้ยครับ”

“เอา ไพลินอยากกินนนนน”

“รบกวนม๊ามั้ยครับ”

“ไม่ครับ ม๊าอยากทำครับลูก” 

เพทายกับไพลินต่างกันมากทั้งที่เลี้ยงมาในสภาพแวดล้อมเดียวกัน เพทายเด็กที่อินเห็นทีไรก็ต้องทึ่งกับความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าวัย 5 ขวบ ส่วนไพลินเหมือนขุมทรัพย์แห่งความสุขของใครก็ตามที่ได้อยู่ใกล้ เป็นพลังบวกให้กับทุกคนที่พบเห็น จนอินคิดขึ้นมากับตัวเองช่างโชคดีจริง ๆ ที่ในช่วงชีวิตของอินแม้ว่าจะเป็นร่างคนอื่นได้มาสัมผัสกับความรู้สึกรักโดยไม่มีเงื่อนไขแบบนี้

“กินข้าวกะมะม๊า”

“ขอบคุณครับม๊า”

“แต่ม๊าต้องลงไปซื้อของก่อนนะครับ ลูกอาบน้ำรอม๊าก่อนนะ” 

ว่าแล้วอินก็ลุกขึ้นตั้งใจจะไปหยิบโทรศัพท์กับคีย์การ์ดคอนโดเพื่อจะลงไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อข้างล่าง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีมือเล็ก ๆ ป้อม ๆ จับที่ชายเสื้อของเขาเอาไว้

“ไพลินไปด้วยยย”

“ตัวอย่างอแง”

“ฮ่าๆๆ ไปด้วยกันนะ เราไปด้วยกันหมดนี้เลย ดีมั้ยครับ” 

อินมองดูเพทายดุไพลินที่งอแงอยากไปด้วยแล้วก็หัวเราะออกมาเพราะความน่ารักของเด็กแฝดก่อนจะตัดสินใจไปด้วยกันหมดนี้

.

.

“แหม น้องรินทร์คนสวยตื่นเช้าได้ด้วยเหรอจ้า แม่คุณนายตื่นสายของพี่”

“พาลูก ๆ มาด้วย พี่ล่ะอยากเป็นพ่อขึ้นมาเลย”

วินมอเตอร์ไซค์ที่ชอบแซวดารินทร์อยู่เป็นประจำเอ่ยออกมาตามปกติเพราะไม่ค่อยได้เห็นหน้าดารินทร์ในตอนเช้าเสียเท่าไรนัก

“เป็นไม่ได้น้า ไพลินมีปะป๊าแย้วววว” 

ไพลินที่เดินจับมือมากับคนเป็นแม่หันไปบอกชายฉกรรจ์ทั้งหลายที่จ้องมะม๊าของเขาตาเป็นมัน ว่าตำแหน่งของคนเป็นพ่อนั้นเต็มและไม่มีโอกาสที่จะรับเพิ่มแล้ว

“เราไปกันเถอะครับม๊า” เพทายที่เห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระก็เลยเอ่ยชวนให้ออกจากแถวนี้เสีย

“ไปลูก” 

ดารินทร์หันไปก้มหัวให้พวกคนที่แซวเป็นมารยาทเพราะพวกเขาคงแค่แซวเล่นเนื่องจากดารินทร์คนเดิมก็หยอกล้อกับพวกเขาตามปกติอยู่แล้ว

“ม๊าขอกินติมได้มั้ย”

“ตัวกินไม่ได้ มันเช้าอยู่เลยนะ”

“แต่เค้าอยากกิน”

“ม๊าจะซื้อให้ แต่ไพลินต้องกลับมากินตอนเย็นโอเคมั้ยครับ” 

อินเห็นท่าว่าไพลินคงจะเสียใจแน่ถ้าไม่ได้พาไอศกรีมกลับบ้านไปด้วย เพราะเด็กน้อยเกาะตู้ไอศกรีมไว้ด้วยสายตาที่เว้าวอนเหมือนอาลัยรักเป็นอย่างมาก จนอินเองอดเอ็นดูไม่ได้

“ทำตัวเป็นเด็กไปได้” 

อินยิ้มกว้างเหมือนคนบ้า ดูเด็กคนนี้สิวางท่าเหมือนผู้ชายวัยกลางคนเสียงอย่างงั้นแหละ เหมือนจริง ๆ เหมือนคนเป็นพ่อของเขา เหมือนมากเลย ถ้าเป็นคนพ่อทำอินคงจะแอบกลัวอยู่นิดหน่อย แต่พอเป็นลูกทำกลับน่ารักจนอยากกอดแรง ๆ เลยล่ะ

“แล้วเพทายล่ะลูก อยากกินอะไรมั้ยครับ”

“ผมอะไรก็ได้ครับม๊า”

“งั้นม๊าทำอะไรง่ายให้ก่อนนะลูก แล้วก็ปกติห่อข้าวกันด้วยมั้ยนะ” 

แน่นอนว่าความทรงจำเรื่องการทำข้าวกล่องให้ลูกย่อมไม่มีในหัวอยู่แล้ว เพราะแม้แต่ข้าวเช้าดารินทร์ยังไม่ทำเลยด้วยซ้ำ

“ไพลินอยากด้ายยยย เพื่อนๆ มีกันหมดเลยมะม๊า”

“ม๊าจะเหนื่อยมั้ยครับ”

“ไม่ครับลูก ที่บ้านคงไม่มีกล่องข้าวเดี๋ยวเราไปซื้อกันดีกว่าเนาะ” 

หลังจากได้ข้อสรุปเรื่องอาหารการกินเรียบร้อยแล้ว เพราะเขาก็เลือกซื้อของกันตามภาษา ก่อนจะย้ายไปยังจุดที่ขายถ้วยชามเพื่อซื้อกล่องข้าวให้เด็กแฝด

“มะม๊า ไพลินอยากได้สีชมพู”

“ได้ครับลูก เพทายล่ะลูก”

“สีดำครับ”

“ตัวไม่ใช้คู่กับเค้าเหรอ” 

ทันทีที่ได้ยินว่าคนน้องจะไม่ใช้ของเหมือนกับตัวเองก็หันไปเบะปากถามอย่างสงสัย เพราะปกติแล้วเขาจะใช้ของเหมือนกันอยู่ตลอดเพราะคนซื้อให้เห็นว่าเขาเป็นแฝดกันเลยไม่ได้ถามความเห็นของเด็ก ๆ มาก่อน พอมะม๊าถามเพทายเลยบอกสิ่งที่ตัวเองต้องการออกไปบ้าง

“เค้าไม่ชอบสีชมพู”

“ทำไมไม่ชอบ เอาเหมือนกันน้า” 

ไพลินเริ่มงอแงอีกครั้งด้วยความเป็นเด็กเข้าใจอะไรง่ายว่าการใช้ของเหมือนกันจะมีความหมายว่ารักกันมากเหมือนที่เคยมีมา

“ไพลินลูก ทุกคนชอบอะไรไม่เหมือนกันได้ครับ มันเป็นเรื่องปกตินะลูก”

“แต่ว่า...”

“แล้วถ้าม๊าซื้อสีดำเหมือนกัน ลูกจะเอามั้ยครับ” 

อินย่อตัวลงเพื่อคุยกับไพลิน สบตากับเด็กน้อยที่ส่งสายตาละห้อยมาที่เขา แม้สายตาแบบนี้จะมีผลต่อใจของอินมากอยู่พอสมควรถึงอย่างนั้นก็ต้องทำใจแข็งเพื่อให้ไพลินเข้าใจเหตุผลที่เขาต้องการจะสื่อออกไป

“มะ..ไม่เอาน้าม๊า”

“งั้นเพทายไม่ชอบสีชมพู ไพลินจะให้น้องอดทนใช้สิ่งที่น้องไม่ชอบใช่มั้ยครับ”

“มายช่ายยยน้า ตัวเค้าโตดน้า” 

ไพลินที่เริ่มเข้าใจสถานการณ์มากขึ้นหันไปจับมือเพทายแล้วเอ่ยขอโทษอย่างน่าเอ็นดู เจ้าตัวไม่เคยอยากบังคับคนน้องเลยแค่อยากให้ใช้ของเหมือน ๆ กันอย่างเคยเท่านั้นเอง

“เค้าไม่โกรธตัวหรอกไม่เป็นไร” 

ตามคาดเพทายน่ะเข้าใจดีว่าไพลินรู้สึกยังไง แต่เขาแค่ไม่อยากตามใจคนพี่ให้มากไปกว่านี้เท่านั้น และที่สำคัญเขาก็อยากตามใจตัวเองบ้างในบางเรื่อง

“เก่งจังเลยลูกม๊าทั้งสองคน” อินเข้าไปกอดเด็กแฝดไว้ในอ้อมแขน เพื่อเป็นการยุติความตึงเครียดระหว่างเด็กทั้งคู่ลง ก่อนจะเลือกซื้อของตามที่ต้องการเสร็จจึงพาเด็ก ๆ ขึ้นห้อง

“เรียบร้อยแล้วครับ กินข้าวกันเถอะ” 

หลังจากที่จัดการเรื่องมื้อเช้าเสร็จในระหว่างที่ลูกๆ พากันไปอาบน้ำแต่งตัวโดยไม่ต้องให้คนเป็นแม่ช่วย แต่อินก็แอบเข้าไปดูเด็ก ๆ อยู่บ้าง ภาพที่เห็นทำให้อินรู้สึกดีอยู่มากทีเดียว เด็กแฝดช่วยกันแต่งตัวอย่างตั้งใจ พูดคุยกันด้วยความรัก ส่วนใหญ่ไพลินเป็นคนพูดแต่เพทายก็คอยตอบและรับฟังเป็นอย่างดี

ดารินทร์เธอไม่เคยตื่นมาเห็นภาพเหล่านี้เลยสินะ น่ารักเหลือเกิน

.

“โอ้โห ผมละเมอปะเนี่ย พี่รินทร์ลงมาส่งลูก ๆ เอง” 

นัทคนขับแท็กซี่อายุ 25 ปีที่ทำหน้าที่ไปส่งเด็กแฝดที่โรงเรียนเป็นประจำทำท่าตกใจล้อเลียนคนที่คิดว่าเป็นดารินทร์เหมือนที่ทำตามปกติ

“อืม ต่อไปคงมาส่งทุกวันนะ” อินยิ้มให้นัทที่ทำหน้าอึ้ง ๆ แล้วจึงหันไปจัดการพาเด็กทั้งสองขึ้นรถพร้อมกับตัวเองก็ขึ้นไปด้วย

“พี่ไปด้วยหรอ”

“อือ พี่อยากไปส่งลูกที่โรงเรียนน่ะ”

“ห๊ะ เข้าโรง’บาล หายแล้วแน่นะพี่” นัทถามด้วยเสียงหัวเราะไปด้วย พร้อมกับออกรถเพื่อมุ่งหน้าไปส่งเด็กแฝดที่โรงเรียน

“เอาเด็ก ๆ กินข้าวกัน วันนี้หมูปิ้งร้านประจำด้วยน้า” นัทว่าพร้อมยื่นถุงหมูปิ้งให้เด็กแฝดตามปกติ เป็นอินที่รับมาถือไว้

“วันนี้ไม่กินของน้านัทหรอกน้า มะม๊าทำให้กินแล้ววววว”

“ห๊ะ จริงปะเนี่ยพี่รินทร์ เหลือเชื่อเลย”

“จริงครับน้านัท”

“ถ้าจารย์เพทายว่างั้น ผมก็เชื่อครับ” 

นัทว่าหลังจากที่ได้ยินเด็กแฝดคนน้องที่แสนฉลาดเกินกว่าวัยคนนี้ เขาคิดว่าเด็กคนนี้น่าจะฉลาดกว่าตัวเขาด้วยซ้ำ

“สวัสดีครับคุณครู”

“ครูจ๋า วันนี้มะม๊ามาส่งด้วยน้า” 

ไพลินอวดคุณครูที่ทำหน้าที่ออกมารับเด็กเป็นประจำทันทีหลังจากที่มะม๊าตัวเองเดินมาส่งถึงหน้าโรงเรียน เหมือนที่เพื่อน ๆ คนอื่นมีแม่มาส่งด้วยรอยยิ้มแก้มอ้วนจนขึ้นไปปิดดวงตากลายเป็นสระอิอย่างน่าเอ็นดู

“คุณแม่สวัสดีค่ะ วันนี้มาส่งเองเลยนะคะ เด็ก ๆ ดีใจแน่เลย” 

คุณครูว่าพร้อมกับมองไปที่คนเป็นแม่จูงมือลูก ๆ ไว้ทั้งสองมือ แถมเด็กทั้งคู่ยังดูร่าเริงจนออกนอกหน้า ไพลินน่ะยิ้มเป็นธรรมดาอยู่แล้ว แต่วันนี้ดูจะยิ้มมากกว่าปกติ และเพทายก็มีสีหน้าอารมณ์ดีกว่าที่เคยเห็นมาด้วย

“ครับคุณครู ขอบคุณที่คอยดูแลเด็ก ๆ นะครับ วันนี้ก็ฝากด้วยนะครับ”

“ยินดีค่ะคุณแม่”

หลังจากที่จัดการส่งลูก ๆ เข้าเรียนเรียบร้อยแล้วอินก็เดินทางกลับโดยมีนัทขับแท็กซี่มาส่ง เจ้าตัวก็ยินดีเพราะเหมือนได้รายได้เพิ่มจากการรับส่งแม่เด็กแฝด อินในร่างดารินทร์กลับมานั่งคิดว่าตัวเองต้องทำอะไรต่อแต่ก็ไม่พบในความทรงจำเลยว่าตัวดารินทร์เมื่อก่อนเคยทำอะไร เป็นเพียงคนที่ว่างงานใช้เงินที่ได้มาจากพ่อของเด็กแฝดไปวัน ๆ โดยไม่คิดหารายได้อะไรเพิ่มเติมเลย

อินนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเกี่ยวกับการจะใช้เวลาว่างที่มีมากมายไปใช้กับอะไรดี ถ้าเขาไม่ออกไปเที่ยว ไม่ออกไปเล่นการพนัน หรือไปเข้าร้านเสริมความงามแบบที่เจ้าของร่างเคยทำ เวลาทั้งหมดก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี อินจึงคิดเกี่ยวกับการหางานทำเพื่อหาเงินใช้จ่ายสำหรับตัวเอง เขาไม่อยากใช้เงินที่พ่อของเด็กแฝดให้มาใช้จ่ายเพื่อตัวเอง เงินนั้นมันควรจะเป็นค่าใช้จ่ายของลูก ๆ ถึงจะถูกต้อง

“ถึงอย่างนั้นเราจะทำอะไรดีนะ” 

ดารินทร์ไม่เคยทำงานอะไรนอกจากให้บริการเรื่องอย่างว่า วุฒิการศึกษาก็ประมาณมัธยมปลาย งั้นลองกดหาในแอปพลิเคชันหางานดูก่อนแล้วกัน

“อืม..เอาใกล้ ๆ แถวคอนโดแล้วกัน” 

เขาตั้งใจหาที่ที่ใกล้กับที่พักก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อความสะดวกในการเดินทางและงานที่ทำได้น่าจะเป็นงานร้านอาหารเด็กเสิร์ฟ หรือร้านชานม อืม..สมัครไปก่อนแล้วกัน

.

15.15 น.

หลังจากที่ทำความสะอาดคอนโดและหาอะไรทำเพื่อฆ่าเวลาที่ต้องไปรับเด็กแฝดที่โรงเรียนอินก็จัดการเรียกรถแท็กซี่เพื่อเดินทางไปที่จุดหมาย เขาเผื่อเวลาไปให้ถึงประมาณ 15.30 น. เป็นเวลาที่ลูกทั้ง 2 เลิกเรียนพอดี

“คุณแม่มารับแล้วค่ะ ไพลิน เพทาย”

“มะม๊า!!!!”

“ม๊าสวัสดีครับ”

เด็ก ๆ เมื่อหันมาเห็นคนเป็นแม่เดินเข้ามารับที่โรงเรียน ไพลินก็รีบวิ่งมาอ้าแขนเล็กกอดไปที่คนเป็นแม่อย่างดีใจ ส่วนเพทายค่อย ๆ เดินมาตามจังหวะปกติแล้วยกมือไหว้ม๊าอย่างมีมารยาท อินย่อตัวลงกอดไพลินไว้เต็มรัก อีกมือก็ยื่นไปลูบหัวเพทายอย่าเอ็นดู

“ไม่ค่อยเห็นคุณแม่มารับเด็ก ๆ เลยค่ะ เด็ก ๆ ดีใจน่าดูเลย” 

คุณครูเมื่อเห็นว่าเด็ก ๆ วิ่งเข้าไปกอดแม่แล้วก็อดเอ่ยออกมาด้วยความเอ็นดูไม่ได้ แถมทั้งวันไพลินเอาแต่อวดเพื่อน ๆ ในห้องว่าแม่มาส่งที่โรงเรียนและทำข้าวกล่องมาให้จนเพื่อน ๆ รับรู้กันทั่วกัน

“ครับ ขอบคุณที่ค่อยดูแลเด็ก ๆ นะครับ”

“ยินดีมากค่ะ”

“เด็ก ๆ สวัสดีคุณครูก่อนกลับด้วยนะลูก”

“สวัสดีครับคุณครู” 

หลังจากที่เอ่ยลาคุณครูกันเรียบร้อยแล้ว อินก็พาเด็ก ๆ กลับบ้าน จัดการให้ล้างมือแล้วไพลินก็ร้องกินไอศกรีมทันทีจนอินรีบเอาไอศกรีมออกมาตักให้เด็ก ๆ กินตามที่สัญญาไว้กับไพลินในตอนเช้า

“มะม๊าไพลินขอราดซอสชอกกะแลตด้วยได้มั้ย”

“คราวหน้าได้มั้ยลูก วันนี้ที่บ้านเราไม่มีครับ” อินบอกไพลินที่ทำสายตาละห้อยขอให้ราดซอสช็อกโกแลตบนไอศกรีม

“ม๊าครับผมไม่กินนะครับ ผมขอทำการบ้านก่อนครับ”

“ไม่พักก่อนเหรอลูก” อินหันไปถามเพทายที่นั่งอยู่ที่โซฟามือเล็กก็กำลังหยิบสมุดและหนังสือแบบเรียนออกมาจากกระเป๋า

“ไม่เป็นไรครับม๊า ผมอยากทำให้เสร็จก่อนครับ”

“แล้วไพลินล่ะครับ ไม่ทำการบ้านเหรอ”

“ไพลินขอกินก่อนได้มั้ย เดี๋ยวทำน้า” 

ไม่เหมือนกันอะไรอย่างนี้ทั้งที่หน้าเหมือนกันแต่ก็ต่างกันโดยสิ้นเชิง ไพลินได้ไอศกรีมแล้วก็ถือไปนั่งข้างเพทายที่ทำการบ้านอยู่ ถามโน้นถามนี้เจื้อยแจ้วไปเรื่อยแต่คนถูกถามก็ไม่ได้แสดงท่าทีรำคาญแต่อย่างใด ตอบกลับคนพี่อย่างใจเย็นเหมือนเดิม

“ระวังเลอะนะลูก เพทายดื่มน้ำก่อนนะครับ” 

อินเดินมานั่งข้าง ๆ เด็กแฝดที่คนหนึ่งถือไอศกรีมอีกคนหนึ่งจับดินสอ พลางใช้ทิชชูเช็ดไปที่ปากเล็กของไพลินที่เปื้อนเพราะเด็กน้อยตักไอศกรีมกินเอง

“ตัวอิ่มแล้วก็ไปเอาการบ้านมาทำ ถ้าเค้าทำเสร็จก่อน เค้าไม่ทำเป็นเพื่อนตัวแล้วนะ” เพทายบอกคนพี่ที่กินไอศกรีมจนหมดถ้วยแล้วมะม๊าก็เก็บถ้วยไอศกรีมไปล้างให้

“ตัวขี้บ่น เค้าจะทำเดี๋ยวนี้ก็ได้” ไพลินบุ้ยปากทำไม่พอใจแต่ก็คว้ากระเป๋ามาหยิบการบ้านออกมาทำ เพราะกลัวได้ทำคนเดี๋ยวจริง ๆ

อินยืนดูไพลินที่ตั้งหน้าตั้งตาทำการบ้านให้เสร็จตามที่แฝดคนน้องบอก เพทายก็คอยบอกเวลาไพลินถามการบ้านที่เพทายใช้เวลาไม่นานก็เสร็จแล้วแต่ไพลินเอาแต่วอแวถามเรื่องต่าง ๆ กว่าจะได้ทำให้เสร็จก็ใช้เวลาพอสมควร เพทายฉลาดและดูแลแฝดพี่ของตัวเองได้อย่างดีเลยทีเดียวแถมไพลินก็ดูจะร่าเริงแข็งแรงมองไปแล้วสบายใจอย่างเหลือเชื่อ น่าภูมิใจจังเลย อยากให้เป็นลูกของเราจริง ๆ จังเลย

.

21.00 น.

“การ์ตูนจบแล้ว เราควรเข้านอนกันได้แล้วเนาะ” 

ว่าแล้วอินก็หยิบรีโมทมาเพื่อปิดทีวีหลังจากการ์ตูนที่ไพลินชอบดูจบ ไพลินและเพทายตกลงกันไว้ว่าจะผลัดกันดูสิ่งที่แต่ละคนชอบวันเว้นวัน ไม่มีใครงอแงจนน่าปวดหัว ตอนแรกอินคิดว่าการเลี้ยงเด็กสองคนอินน่าจะต้องรับบทหนักพอสมควร แต่เขาก็คงโชคดีอยู่บ้างที่ได้มาเจอเด็กที่แสนน่ารักทั้งสองคน

“ครับม๊า”

“มะม๊าเล่านิทานด้วยได้มั้ย”

“ไพลินม๊าก็ต้องเข้านอนแล้ว” เพทายบอกแฝดพี่ตัวเองที่ขอให้คนเป็นแม่เล่านิทานให้ฟังเหมือนในการ์ตูนที่ตัวเองได้ดูไป

“ม๊าเล่าให้ฟังได้ครับลูก” อินเห็นว่าไพลินเริ่มเบะปากเพราะรู้สึกขัดใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้โวยวายอะไรออกมาแค่ทำหน้าเศร้าลงเท่านั้น

“ที่ห้องไม่มีหนังสือนิทานนะครับม๊า”

“อืม..ปกติไม่ได้เล่านิทานก่อนนอนเหรอครับลูก” 

อินเอ่ยถามเด็ก ๆ ที่ตัวเองพามานอนบนเตียงเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่ขึ้นไปนอนบนเตียงเสร็จเด็ก ๆ ก็จับมือกันนอนรอฟังคนเป็นแม่ที่บอกจะเล่านิทานให้อย่างตั้งตารอ

โดยเฉพาะไพลินที่มองอินตาแป๋ว ภาพตรงหน้าทำเอาอินแทบใจละลาย เด็กแฝดนอนจับมือกันอย่างรักใคร่ อดไม่ได้จนต้องก้มลงไปหอมแก้มอ้วนของเด็กทั้งสองไปคนละที

“ฮ่า ๆ มะม๊าหอม ๆ”

“แล้วม๊าจะเล่าเรื่องอะไรดีน้า” อินพยายามคิดว่ามีนิทานเรื่องไหนบ้างที่ได้ฟังก่อนนอนจากที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเคยเปิดให้เด็กฟังก่อนนอนตอนสมัยยังเด็ก

“ผมอยากฟังเรื่องของม๊าตอนเด็กครับ”

“ไพลินด้วยมะม๊ามีแฝดมั้ย เหมือนเค้ากับตัว” ไพลินตาลุกวาวในขณะที่เวลานี้ต้องรีบเข้านอนได้แล้วแท้ ๆ

“ม๊าไม่มีแฝดหรือพี่น้องครับ แต่ม๊ามีเพื่อนเยอะมาก ๆ ”

“อยู่บ้านเดียวกันเหรอครับ” เพทายขมวดคิ้วถามเพื่อนคือคนที่อยู่กันที่โรงเรียน แต่ถ้าเป็นที่บ้านจะเป็นครอบครัวและพี่น้อง

“ครับ” อินตอบกลับยิ้ม ๆ

“มีเยอะเท่าไพลินมั้ย ไพลินมีเยอะ ๆ มากกกกก”

“ฮ่า ๆ ก็เยอะ ๆ มากกกก เหมือนกันครับ” อินลูบหัวไพลินอย่างเอ็นดูคำพูดของเด็กน้อย

“อยู่ด้วยกันทั้งวันเหรอครับม๊า” เพทายเริ่มสงสัยเลยถามคนเป็นแม่มากขึ้น

“ใช่ครับ ไปโรงเรียนด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน เข้านอนพร้อมกันครับ”

หลังจากนั้นเสียงเด็กน้อยที่คอยตั้งคำถามก็ถามคนเป็นแม่อย่างไม่หยุดทั้งที่ก็ง่วงเต็มที่แล้วแต่ก็ยังอยากคุยกับมะม๊าอยู่จึงฝืนความง่วงไว้ แต่ก็ต้านไว้แทบไม่อยู่แล้ว ดวงตาของเด็กน้อยทั้งสองก็กำลังจะปิดลงช้า ๆ

“มะม๊าเป็นแบบนี้ตลอดไปเลยน้า”

“ฝันดีนะครับม๊า”

ว่าแล้วเด็กทั้งสองก็หลับใหลลงไปตามเวลาที่ล่วงเลยเวลานอนมาหลายนาทีเพราะเอาแต่คุยกับคนเป็นแม่ อินที่ได้ยินไพลินพูดออกมากก็แอบเจ็บจี๊ดไปในใจอยู่ไม่น้อยเขาที่อ้อนวอนอยากมีพ่อแม่เป็นของตัวเองก็ว่าเจ็บปวดแล้ว แต่เด็ก ๆ สองคนนี้มีแม่เป็นของตัวเองแต่คนเป็นแม่กลับไม่ยอมสนใจ การมีอยู่ตรงหน้าแต่จับต้องไม่ได้น่าจะเจ็บปวดไม่แพ้กันสินะ

อินไม่รู้ว่าเขาจะมีเวลาอยู่ในร่างนี้ไปจนถึงเมื่อไร แต่เขาจะมอบความรักความเอาใจใส่ให้เด็ก ๆ มากเท่าที่เขาจะทำได้ นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่เขาได้ใช้ชีวิตต่อในครั้งนี้ก็ได้ และเขาเองก็จะทำให้ดีที่สุดด้วย

 

.

.

.

to be continued..

.

.

.

เลี้ยงเด็กแฝดด้วยกันนะคะ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)   [Sp.4] พี่ชายฝาแฝดกับน้องสาวของเขา

    *Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||ตอนพิเศษ 3ม๊าหึงป๊าแล้วนะ||15 ปีผ่านไป“เราชอบเธอนะ” เด็กชายรุ่นราวคราวเดี๋ยวกันกับเด็กหญิงเดินออกมาจากมุมตึกก่อนจะยื่นดอกกุหลายหนึ่งดอกที่ตัวเองเลือกมาอย่างดีแล้วว่าเป็นดอกที่สวยที่สุดในร้านเพื่อนำมาส่งมองให้ผู้หญิงที่ตัวเองแอบมองมากว่าหลายเดือน“เดี๋ยวก่อนไอ้น้อง จะมาขอสาวเป็นแฟนทั้งทีใช้ดอกกุหลาบดอกเดียวเนี่ยนะ” ว่าแล้วหนุ่มหล่อคนหนึ่งก็คว้าดอกกุหลาบในมือเด็กชายไปถือเองอย่างถือวิสาสะและพูดพร้อมกับหัวเราะไปด้วยอย่างขบขัน“อายุเท่าไร ให้เดานายคงซื้อดอกไม้ด้วยเงินค่าขนม กลับไปตั้งใจเรียนเถอะ” หนุ่มหล่ออีกคนที่มีหน้าตาคล้ายกันแต่แตกต่างกันที่คนนี้ใส่แว่นตาจนหนาเตอะแต่สายตากลับเฉือดเฉือนคนได้มองราวกับเป็นผู้คุมกฏมาจากไหนและมันก็ทำให้เด็กชายกลัวจนวิ่งหนีหายไปทันที“หยุดเลยนะพี่ไพลินพี่เพทาย บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำแบบนี้กับหนูไง หนู 17 แล้วนะโตแล้ว”“กล้าจะโตนะหนูพร้อมรัก ยังต้องเอาตุ๊กตาเน่าใส่กระเป๋ามาเรียนอยู่เลยนี่ไง” ไพลินไม่ว่าเปล่าคว้าไปหยิบตุ๊ก

  • Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)   [Sp.3] ม๊าหึงป๊าแล้วนะ

    **Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||ตอนพิเศษ 3ม๊าหึงป๊าแล้วนะ||2 ปีผ่านไป“ม่าย ๆ ม่ายเพาะเอา เอาขวด ๆ ” เสียงเด็กหญิงตัวเล็กงอแงเรียกชื่อตัวเองเป็นคำว่า เพาะ เพราะยังพูดไม่ค่อยชัดมากนัก“น้องพร้อมรักไม่แง ๆ น้า เดี๋ยววันพรุ่งนี้ม๊าให้กินแบบขวดนะครับ” อินกำลังตกลงความเห็นที่ไม่ลงตัวกับเด็กน้อยที่เอาแต่ใจที่สุดในบ้านเพราะด้วยความที่เป็นลูกและหลานคนเล็กทุกคนเลยพร้อมจะตามใจ คงมีแต่อินที่ต้องพยายามดัดนิสัยอยู่บ้างบางครั้งเพราะกลัวว่าจะโตไปเป็นเด็กเอาแต่ใจไม่น่ารัก“ม่ายน้าม๊า ขวด”“คุณรินทร์ครับเดี๋ยวผมออกไปซื้อที่สาขาอื่นให้นะครับ” คนขับรถเองก็เห็นท่าทางเบะจะร้องไห้ของคุณหนูตัวน้อยก็อดจะเอ็นดูไม่ได้ และเขาก็คงเหมือนกับคนอื่น ๆ ที่ได้เห็นคุณหนูเศร้าใจก็พร้อมจะประเคนทุกอย่างที่เด็กตัวน้อยต้องการจนหมด“ไม่เป็นไรครับลุงสมชายเดี๋ยวผมจัดการเองครับ” แต่อินก็ยังตั้งมั่นว่าจะต้องจัดการกับเด็กเอาแต่ใจคนนี้ให้ได้ ไม่งั้นลุงสมชายต้องเดือดร้อนออกไปหาซื้อให้อีก“แล้วจะได้เหรอครับ ดูเบะมากเลยนะครับนั่

  • Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)   [Sp.2] สมาชิกใหม่ของบ้านเลิศศิริกุล

    **Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||ตอนพิเศษ 2สมาชิกใหม่ของบ้านเลิศศิริกุล||“ใกล้คลอดเข้าไปทุกที ให้เมียแกลงมานอนข้างล่างซะ” คนที่ทำเหมือนไม่สนใจคนท้องแก่แต่กลับใส่ใจกว่าที่คิดเอ่ยปากบอกลูกชายให้พาเมียลงมานอนห้องข้างล่างเพราะเห็นคนท้องขึ้นบันไดทุกวันแล้วพานให้เธอหงุดหงิด“ผมให้ป้าดาวจัดการแล้วครับ”“ดี เธอก็เดินเหินให้มันระวัง ไม่ใช่คิดน้อยอยากจะขยับไปไหนก็ทำ”“ครับ” อินตอบรับยิ้ม ๆ เพราะรับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงของคุณย่าเด็กแฝดอีกครั้ง“มะม๊าขอไพลินฟังเสียงน้องหน่อยไพลินจะไปเรียนแล้ว” เด็กตัวน้อยจัดการทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วก่อนจะวิ่งมาหาคนเป็นแม่และเอาใบหน้าเล็กแนบไปกับหน้าท้องกลมนูนเต็มที่ของมะม๊าเช่นทุกวัน“ม๊าหนักมั้ยครับ” เพทายถามม๊าด้วยความเป็นห่วงและแน่นอนว่าเด็กน้อยคนนี้ก็ถามมะม๊าแบบนี้ทุกวันเช่นกัน“ม๊าไม่เป็นไรครับ เพทายไม่ต้องห่วงม๊าน้า” อินว่าพร้อมลูบหัวลูกปรอย ๆ“ไปกันครับเด็กแฝด ฉันไปก่อนถ้ามีอะไรรีบโทรบอกทันทีเลยนะ”“ครับพี่พิชญ์” ก่อนออกไปจารุพิชญ์ก้มลงหอมขมับเล็กเบ

  • Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)   [Sp.1] พาสะใภ้เข้าบ้านใหญ่

    **Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน|ตอนพิเศษ 1 พาสะใภ้เข้าบ้านใหญ่|“กังวลอะไรขนาดนั้น” จารุพิชญ์เอื้อมมือไปลูบศีรษะเล็กปรอย ๆ เพื่อเป็นการปลอบคนตัวเล็กที่แสดงสีหน้าคิดไม่ตกตั้งแต่รู้ว่าต้องเข้าบ้านใหญ่เลิศศิริกุล“ก็คุณแม่พี่พิชญ์ไม่ชอบใจผมเอามาก ๆ นิครับ ก็เลย..” อินพูดด้วยใบหน้าเศร้าเมื่อคิดถึงความสัมพันธ์ของตัวเองกับแม่ของอีกฝ่ายแล้วก็อดคิดมากไม่ได้ เจอกันทุกครั้งเขาไม่เคยมีเรื่องราวดี ๆ เลย จะไม่ให้กังวลก็คงแปลก“เดี๋ยวนอนแค่วันนี้แล้วค่อยหาที่อยู่ใหม่กันดีมั้ย” แม้เพียงสักนิดเขาก็ไม่อยากให้คนตัวเล็กกังวลเรื่องอะไรก็ตาม“ไม่เป็นไรครับพี่พิชญ์เองก็บอกแล้วว่าคุณย่าติดเด็กแฝดไปแล้ว ผมไม่อยากให้เธอคิดมาก” ในเมื่อเขาตั้งใจจะเริ่มต้นใช้ชีวิตครอบครัวกับพ่อของลูกแล้วจะเอาแต่ความสุขตัวเองก็คงจะเป็นการเห็นแก่ตัวจนเกินไป อินจึงตั้งใจจะอดทนอยู่กับคนที่เรียกได้ว่าเป็นคุณย่าของเด็ก ๆ ให้ได้ เพราะบ้านนี่ยังไงก็เป็นที่ของเด็กแฝดและตัวเล็กที่กำลังจะเกิดมาด้วย อินจึงทำใจสู้เพราะเรื่องที่หนักกว่านี้ก็

  • Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)   ตอนที่ 38 การมีอยู่ของเธอทำให้เราเป็นครอบครัว { จบบริบูรณ์ }

    **Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||~ ตอนที่ 38 ~การมีอยู่ของเธอทำให้เราเป็นครอบครัว..“พี่รินทร์ลาเต้โต๊ะสองหวานน้อยเพิ่มหนึ่งจ้า พี่รินทร์ พี่” ไมโลเรียกอินเป็นครั้งที่สามแต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะยังไม่ได้สติ เอาแต่เหม่อลอยมองออกไปนอกร้านราวกับว่ากำลังรอใครอยู่“โทษทีจ่ะ ลาเต้หวานน้อยนะ” จนเจ้าหนูไมเดินเข้าไปสะกิดร่างเล็กถึงได้รู้สึกตัวขึ้นมา และได้เริ่มทำเครื่องดื่มตามที่ลูกค้าสั่ง“จ่ะพี่รินทร์” ไมโลตอบรับก่อนจะสังเกตท่าทางไร้ชีวิตชีวาของผู้จัดการร้านตัวเล็ก แต่ก็ยังไม่ได้โอกาสถามออกไปเพราะลูกค้าเข้าร้านมาเรื่อย ๆ จนเจ้าหนูจำไมนึกหงุดหงิดในใจต้องเก็บความสงสัยเอาไว้อีกแล้ว โอ๊ย อยากใส่ใจจนเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงพักกลางวันที่ไมโลเป็นคนจัดหาและตัดสินใจเลือกอาหารการกินแทนเพื่อนร่วมงานเพราะถามอะไรก็บอกแต่ว่าแล้วแต่ ๆ จนความหนักใจมาอยู่ที่เจ้าไม จึงออกมาเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำใสตรงข้ามร้าน พอกินเสร็จก็ได้เวลาสัมภาษณ์เรื่องที่อยากใส่ใจของไอ้ไมสักที“พี่รินทร์ ที่พี่เหม่อมาเป็นอาทิตย์เพราะคิดถึงคุณค

  • Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)   ตอนที่ 37 อยากมีเธออยู่ในชีวิต

    **Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||~ ตอนที่ 37 ~อยากมีเธออยู่ในชีวิต..7.30 น.ร้านคาเฟ่สาขานนทบุรีหลังจากที่หนีพ่อของลูกขึ้นไปบนห้องแล้วขังตัวเองอยู่ในห้องด้านบนจนเช้า และจะได้เวลาต้องเปิดร้านแล้ว อินจึงเดินลงมาเพื่อจัดการความเรียบร้อยในร้าน ขณะมือเล็กกดเปิดสวิตช์ไฟจนร้านสว่างจึงเห็นว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาอินไม่ได้พักอยู่ในร้านนี้คนเดียว“พี่พิชญ์ทำไมยังนอนอยู่ที่นี่ครับ”“อื้อ ตื่นแล้วเหรอ” จารุพิชญ์งัวเงียลุกขึ้นนั่งที่โซฟาตัวเดิมกับที่ตัวเองใช้เป็นเตียงไปเมื่อคืนนี้ ก่อนที่มือหนาจะคว้าจับมือเล็กที่พยายามสะบัดออกแต่โดนคนตัวโตกว่าดึงเข้าไปหาและใบหน้าหล่อก็ซบลงที่หน้าท้องนูนราวกับคนละเมอที่ยังไม่ตื่นเต็มตา“พี่พิชญ์ทำอะไรครับ” อินพยายามขยับตัวหนีแต่สู้แรงไม่ได้แม้จะเอามือเล็กขึ้นมาแกะอ้อมแขนของคนพี่ออกก็ยังทำไม่ได้เพราะอีกฝ่ายยิ่งกอดตัวเองแน่นขึ้นไปอีก“คิดถึง” คำที่ได้ฟังเมื่อวานถูกเอ่ยซ้ำขึ้นมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้อินทนมันได้แล้ว“พี่พิชญ์ปล่อยผมเถอะครับ” จนอินไร้หนทางสู้และจึงเอ่ยบ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status