Villain with the blue flowers คุณนางร้ายกับดอกไม้สีน้ำเงิน

Villain with the blue flowers คุณนางร้ายกับดอกไม้สีน้ำเงิน

last updateDernière mise à jour : 2024-09-29
Par:  PiyachatComplété
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
33Chapitres
1.3KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

จะเป็นยังไงเมื่อนางร้ายที่เกลียดดอกไม้เข้าไส้ดันมาตกหลุมรักเจ้าของร้านดอกไม้ที่สามารถช่วยสืบเรื่องการเสียชีวิตของแม่เธอในอดีตได้ เจน เจนน่า วินเซอร์ นักแสดงสาวชื่อดังในบทนางร้ายที่คนต่างลือกันว่าร้ายทั้งในจอและนอกจอ หญิงสาวสุดเซ็กซี่ขี้เอาแต่ใจที่หวงความเป็นส่วนตัวและมีปมเกี่ยวกับการเสียชีวิตของแม่เธอในอดีตที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง ยกเว้นเจ้าของร้านดอกไม้สุดหน่อมแน้มที่ดูจะมีประโยชน์กับเรื่องนี้ ข้าวหอม คนึงนิตย์ ใจงาม เจ้าของร้านดอกไม้สุดเรียบร้อย เธอมีพลังวิเศษบางอย่างเกี่ยวกับดอกไม้ที่เหนือมนุษย์ทั่วไป แต่เพราะต้องสานต่อกิจการร้านดอกไม้ของแม่ ทำให้เธอต้องใส่ถุงมือขณะจับดอกไม้ตลอดเวลา และที่สำคัญพลังของเธอยังสามารถช่วยนางร้ายไขปมในอดีตได้อีกด้วย เมื่อหญิงสาวนิสัยต่างขั้วบังเอิญโคจรมาเจอกัน เรื่องราวความรักจะเกิดขึ้นได้ยังไง เจ้าของร้านดอกไม้คนสวยจะช่วยไขปมปริศนาได้จริงหรือไม่ เงื่อนงำการเสียชีวิตของแม่ดาราสาวจะถูกแก้ไขได้อย่างไร โปรดติดตาม..

Voir plus

Chapitre 1

Chapter 1 The first petal

ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินสวนกันไปมาภายในห้องสี่เหลี่ยมไม่ใหญ่มากนักด้วยท่าทีเร่งรีบ บางคนหอบข้าวของพะรุงพะรัง บางคนยุ่งวุ่นวายอยู่กับเครื่องสำอาง และบางคนที่วิ่งหาของกินรวมไปถึงเครื่องดื่ม หากมองภาพรวมทุกคนที่นี่มีสีหน้าเคร่งเครียดจนดูอึดอัด ยกเว้นหญิงสาวที่นั่งไขว่ห้างเล่นมือถือเครื่องหรูอยู่บนเก้าอี้ตัวสวย 

"ฮ่า ๆ ๆ ทำไมมันตลกอย่างนี้เนี่ย"

สาวเจ้าหัวเราะกับวิดีโอที่ถูกเปิดขึ้นมาในมือถือ จนกระทั่งมีเสียงหนึ่งแทรกเข้ามาด้วยความเหนื่อยหอบ

"แฮ่ก ๆ มาแล้วค่ะคุณเจนน่า พิซซ่าที่คุณสั่ง"

หญิงสาวตัวเล็กหน้าตาน่ารักหอบแฮ่ก ๆ ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยท่าทีหวาดระแวง ในมือถือถาดพิซซ่ากล่องหรูแทบจะถวายให้คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้

"ไม่กิน เอาออกไป"

"คะ"

"ก็บอกให้เอาออกไปไงพูดไม่รู้เรื่องหรือไง!"

เจนน่าตะคอกใส่เธอด้วยความหงุดหงิด ทำเอาคนที่อยู่ในห้องสะดุ้งกันเป็นแถบ กลัวหัวหดจนมือไม้สั่นกันไปหมด โดยเฉพาะคนตัวเล็กที่ถือกล่องพิซซ่า เธอตอบรับเสียงสั่นแล้วรีบวิ่งออกไปจากห้อง

"แล้วนี่จะเสร็จหรือยัง พิรี้พิไรอยู่นั่น เจนน่ามีคิวต้องรีบถ่ายนะคะ"

หล่อนพูดกับช่างทำผมที่มือสั่นเป็นเจ้าเข้า คนถูกถามตอบรับทันทีว่าใกล้เสร็จแล้วแต่ก็ยังไม่วายถูกมองแรงด้วยสายตายากที่จะคาดเดา

"แล้วพิซซ่าที่สั่งมาเมื่อกี๊ใครจะกินก็กินนะคะ หรือถ้าจะไม่กินก็เอาไปให้หมามันกินซะ"

พูดแล้วก็นั่งเชิดอย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนตาคู่สวยเหลือบไปเห็นหญิงสาวตัวเล็กที่เพิ่งถูกเธอตะคอกไปเมื่อครู่นั่งหลบมุมร้องไห้อยู่แถวใต้โต๊ะวางของ

"ถ้าคิดจะทำงานร่วมกับฉันแล้วจะอ่อนแอร้องไห้แบบนี้ก็ออกไปซะ คิวงานฉันมีเยอะนะ ไม่ได้มีเวลาเหลือไปนั่งปลอบใคร"

"..."

ทุกคนในห้องต่างมองหน้ากันแล้วก็เงียบ เงียบชนิดที่ว่าเสียงเครื่องปรับอากาศยังดังกว่าเสียงลมหายใจหอบถี่ของช่างทำผมที่หวาดกลัวเธอจนฉี่จะราด

"แล้วก็ถ่ายฉากนี้เสร็จเจนน่าพอแล้วนะคะ นี่มันเลยเวลาพักผ่อนมาแล้ว เดี๋ยวหน้าจะโทรม"

เป็นที่รู้ดีของคนที่เคยร่วมงานกับดาราสาวคนสวยสุดจะเอาแต่ใจ 'เจนน่า วินด์เซอร์' ชื่อที่หลายๆคนก็ต่างหวาดผวาว่าในแต่ละวันตัวเองจะต้องเจอกับอะไรหากหวยออกได้ร่วมงานกับเธอคนนี้ นางมารร้ายดาวรุ่งพุ่งแรงจนฉุดไม่อยู่ ชี้อะไรต้องทำ สั่งอะไรต้องได้ ขี้เหวี่ยงขี้วีนจนคนต่างขนานนามว่าเป็นนางร้ายทั้งในจอและนอกจอ แต่เพราะหล่อนมากฝีมือเรื่องการแสดงทำให้ผู้กำกับหลายๆคนเลือกที่จะยอมเสี่ยงจ้างเธอให้มาร่วมงานด้วย

จะมีก็แต่เพื่อนสาวคนเดียวของเธอที่เรียกได้ว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัวที่สามารถรับมือกับเธอได้อยู่หมัด นั่นก็คือ 'นับหนึ่ง'   หญิงสาวลูกครึ่งอังกฤษตาสีน้ำข้าวผมสีทอง นับหนึ่งเป็นเพื่อนกับเจนน่ามาตั้งแต่สมัยที่เธอยังไม่เข้าวงการ แต่แปลกที่หล่อนกลับมีนิสัยเข้าอกเข้าใจคนอื่นและใจเย็นมากจนหลาย ๆ คนแทบนึกไม่ออกว่าหล่อนสามารถเป็นเพื่อนกับเจนน่าได้ยังไง

"ยัยเจน ฉันมีข่าวร้ายจะบอก"

เสียงนุ่มๆของเพื่อนสาวที่กำลังขับรถดังขึ้นในขณะที่เจนน่ากำลังไขว่ห้างเล่นโทรศัพท์เช่นเคย

"ไม่มีอะไรจะเป็นข่าวร้ายได้เท่ากับลิปสติกแท่งโปรดหมดตอนที่ต้องการใช้แบบสุดๆ"

สีหน้าเรียบเฉยปรากฏขึ้นในกระจกมองหลังที่อยู่ด้านหน้าของคนขับรถ รอยยิ้มมุมปากของนับหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาเช่นเดียวกัน

"เดี๋ยวแกก็รู้ว่าเรื่องนี้มันร้ายหรือไม่ร้าย"

เพื่อนสาวเหยียบคันเร่งสุดเท้าในถนนที่โล่งสุดๆยามดึก ทว่าดาราสาวไม่ได้มีท่าทีวิตกกังวลหรือหวาดกลัวแต่อย่างใด เธอกลับนั่งชื่นชมเล็บใหม่ที่เพิ่งจะทำไปหมาดๆเมื่อตอนกลางวันที่ผ่านมา

"แล้วก็เรื่องพิซซ่า ฉันฝากแกจัดการเขียนเช็กให้เด็กนั่นทีนะ"

"ที่แกไปตะคอกใส่เขาเพราะไม่อยากกินของที่สั่งมาแล้วน่ะเหรอ"

"ว้า ข่าวไปไวจังเลยนะทั้งที่แกไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วย ไม่ทราบว่าอ้ายอีตัวไหนมันคาบข่าวไปบอกอีกล่ะ"

เจนน่าพูดขึ้นมาด้วยความเคยชิน เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข่าวฉาวพวกนี้มักจะไปถึงหูเพื่อนตัวดีของเธอเสมอโดยที่ไม่ต้องเปลืองน้ำลายเล่าให้ฟังเลยสักเรื่อง

"เออ จะหมาตัวไหนก็ช่างเถอะ เพราะที่ได้ยินมาแต่ละเรื่องก็ดี ๆทั้งนั้น"

"เขียนเช็กให้แม่เด็กคนนั้นไปสักสองแสนนะ ค่าพิซซ่าส่วนหนึ่ง ที่เหลือฉันให้เป็นค่าทำขวัญ เดี๋ยวจะสติหลุดไปซะก่อน"

"สองแสนเองเหรอคะคุณเจนน่า หนูกลัวมากเลยค่ะ ฮือ ๆ"

นับหนึ่งแกล้งทำเสียงเป็นร้องไห้แทนเด็กสาวคนนั้นเพื่อแหย่เพื่อนเธอ

"อ๊ะ ๆ สองห้าก็ได้ เศษเงินค่ะ"

เจนน่าพูดขึ้นแบบยิ้มๆตามประสาเพื่อนเล่นกันซึ่งแน่นอนว่าถ้าเป็นคนอื่นคงไม่ได้เห็นรอยยิ้มขี้เล่นแบบนี้จากเธอ

"สองห้าเองเหรอคะคุณเจนน่า แต่ว่าหนูเสียน้ำตาไปหลายลิตรเลยนะคะ คุณจะไม่ให้ค่าน้ำเปล่าแยกต่างหากอีกสักแสนหนึ่งเหรอคะ"

"นี่ น้อย ๆ หน่อยนางหนู สองห้าขาดตัวย่ะ ฉันก็ต้องกินต้องใช้เหมือนกันนะ"

ดาราสาวกระแนะกระแหนแล้วหัวเราะในลำคอ ก่อนจะส่ายหัวให้ความกวนของผู้จัดการส่วนตัว ซึ่งไม่นานนักรถคันหรูก็ได้มาหยุดจอดที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งที่นี่ไม่ใช่คอนโดของเธอ

"เดี๋ยวนะ แล้วแกจอดตรงนี้ทำไมอะ น้ำมันหมดเหรอ"

เจนน่าขมวดคิ้วถามเพื่อนเธอด้วยความสงสัย ตอนนี้ปาเข้าไปจะห้าทุ่มแล้วแต่เธอยังไม่ได้มาสก์หน้าเลยแล้วจะได้นอนกี่โมงกัน ขอบตาคล้ำพอดี

"นี่ไงข่าวร้ายของแก"

"อะไร"

เพื่อนสาวนั่งนิ่งไม่พูดอะไร ได้แต่ยักไหล่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วก็ให้ตัวร้ายอย่างดาราดังหันมองดูรอบๆเอาเองว่าที่นี่ที่ไหน

"ฉันไม่เล่นนะยัยหนึ่ง แกพาฉันมาที่นี่ทำไม"

"ก็ไม่ได้พามาเล่น มาร้านดอกไม้ให้ฉันเอาผ้าแกมาส่งซักหรือไง"

"ออกรถ"

เสียงนิ่งสั่งเพื่อนตัวดี ทั้งที่นับหนึ่งก็รู้ว่าเธอเกลียดดอกไม้อย่างกับอะไร ต่อให้เธอวิ่งรอบรถคันนี้สักยี่สิบรอบเธอก็ยอม แต่พื้นรองเท้าส้นสูงแสนแพงของเธอจะต้องไม่เหยียบเข้าไปในร้านเด็ดขาด

"ร้านดอกไม้เจ้าประจำที่เราซื้อกับเขาปิดถาวร ฉันเพิ่งมารู้ก็ตอนหัวค่ำนี่เอง"

"แล้ว"

เจนน่าตอบพยางค์เดียวเป็นคำถามว่าแล้วยังไง เพราะนี่มันไม่ใช่หน้าที่ของเธอที่จะต้องมาเลือกซื้อดอกไม้ด้วยตัวเอง

"พรุ่งนี้มีงานเปิดตัวละครเรื่องใหม่ของแก แน่นอนว่าแม่นางเอกนางใจคู่แข่งแกจะต้องมีดอกไม้ช่อใหญ่ไปถวายเจ้าของค่ายอย่างแน่นอน"

พอพูดถึงนางเอกที่เธอเกลียดนักหนาก็พาให้หงุดหงิด นอกจากนางนั่นจะชอบประจบสอพลอเจ้าของค่ายแล้วยังทำตัวดีเข้าถึงง่ายไปทั่วจนคนรักคนหลง ต่างกับตอนที่อยู่กับเธอสองคนเหลือเกิน ลอตูแสหลู

"แกก็สั่งให้เขาเอามาส่งที่งานสิ ร้านไหนก็ได้ ไม่เห็นต้องมาเลือกด้วยตัวเอง"

"ไม่ได้ ไม่ทัน ฉันได้ยินมาว่าคุณนางเอกเขาสั่งดอกไม้ช่อเท่าบ้านมาแล้วนะ ถ้าแกไม่มาเลือกไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง เกิดพรุ่งนี้ร้านเอาช่อเล็กกว่ามาให้จะทำยังไง ไม่อายคนอื่นแย่เหรอ"

"..."

"โดยเฉพาะนักข่าว ถ้าเกิดยัยนั่นได้หน้าไป มีหวัง"

'ปัง'

เสียงปิดประตูรถดังขึ้นพร้อมกับดาราสาวที่จ้ำอ้าวลงไปจากรถแล้วมุ่งตรงดิ่งไปยังร้านดอกไม้ตั้งแต่ที่นับหนึ่งยังไม่ทันพูดจนจบประโยค

'แอ้ด'

เจนน่าเปิดประตูร้านด้วยสีหน้าไม่สู้ดี เธอยอมอยู่ในดงงูเห่าดีกว่าอยู่ในดงดอกไม้พวกนี้เสียอีก แต่เพราะเรื่องความโดดเด่นเธอจะยอมไม่ได้เด็ดขาด

"ขอโทษนะคะคุณลูกค้า ร้านปิดแล้วค่ะ"

เสียงหวานหูตะโกนดังออกมาพร้อมๆกับใบหน้าหวานของเจ้าของร้านที่ยืนยิ้มแฉ่งให้กับลูกค้าคนสวย

"คะ"

และเจนน่าที่ยืนอึ้งอยู่หน้าประตูร้านเพราะน้อยคนนักที่ได้เจอเธอตัวเป็นๆแบบนี้แล้วจะไม่มีท่าทีดีใจจนต้องยกโทรศัพท์ขึ้นมาขอถ่ายรูป

"ร้านปิดแล้วค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ"

เจ้าของร้านตัวเล็กเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วพูดขึ้นอีกครั้ง กลิ่นหอมจากตัวหล่อนทำเอาดาราสาวหยุดนิ่งไปเพราะความหอมนั่นจนอยากจะถามออกไปว่าหล่อนใช้น้ำหอมยี่ห้ออะไรถึงได้หอมขนาดนี้ แต่เพราะเธอเป็นดาราดังยังไงล่ะ ถ้าจะถามคำถามนี้กับคนทั่วไปก็คงยังไงอยู่

"อะแฮ่ม ปิดแล้วเหรอคะ ขอเจนน่าซื้อแค่ช่อเดียวนะคะ"

คนตัวสูงกว่ากระแอมแล้วพูดชื่อตัวเองออกมา เผื่อว่าเจ้าของร้านคนนี้จะอ๋อขึ้นมาได้บ้างว่าเธอนี่แหละดาราตัวเป็นๆ แถมยังส่งยิ้มเป็นมิตรแบบนี้ให้อีกต่างหาก ถึงจะเป็นแค่การแสดงก็เถอะ เพราะตอนนี้ในใจเธอร้อนรุ่มเป็นไฟด้วยความหงุดหงิด

"ไม่ได้จริงๆค่ะคุณลูกค้า ต้องขอโทษด้วยอีกทีนะคะ"

สีหน้าของลูกค้าเปลี่ยนไปเป็นความฉงน เจนน่ากะพริบตาถี่ ๆแล้วชี้ที่ตัวเองก่อนจะโพล่งคำถามที่ไม่เคยถามกับใครมาก่อน

"นี่ คุณไม่รู้จักฉันเหรอคะ"

คนตัวเล็กเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงตั้งคำถามก่อนจะส่ายหัวไปมาแล้วก็ยิ้มบางๆส่งกลับไป

"ได้ยังไง ฉันเอง ฉันไงคะ เจนน่า วินด์เซอร์น่ะ"

คุณตัวโกงทำหน้าเหวอก่อนแหวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตกใจปนประหลาดใจ บนโลกนี้ยังมีคนไม่รู้จักเธออยู่งั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้

"หึ ไม่รู้จักจริงๆค่ะ เราเคยเจอกันมาก่อนด้วยเหรอคะ ฉันไม่คุ้นหน้าคุณเท่าไหร่"

คนตัวสูงอ้าปากหวอพูดไม่ออกจนกระทั่งเพื่อนสาวเดินเข้ามาเปิดบทสนทนาขึ้นอีกครั้ง

"ทำไมนานจังยัยเจน"

"..."

"อ้าว สวัสดีค่ะคุณเจ้าของร้าน ไม่ทราบว่าตอนนี้ยังขายอยู่ไหมคะ พอดีเราสองคนจำเป็นต้องรีบใช้ช่อดอกไม้มากๆเลยน่ะค่ะ"

นับหนึ่งถามออกมาด้วยความใจเย็นก่อนจะลูบหลังเพื่อนเบาๆให้อาการอ้าปากตาค้างนั่นดีขึ้น

"ขอโทษอีกครั้งค่ะ พอดีตอนนี้ร้านของเราปิดแล้ว รบกวนคุณผู้หญิงสั่งร้านอื่นก่อนแล้วกันนะคะ"

คนตัวเล็กพูดขึ้นมาด้วยความรู้สึกผิดจากใจจริง เพราะเธอเก็บกวาดร้านจนเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงไม่สามารถจัดช่อได้อีก เพราะถ้าเป็นแบบนั้นคงต้องกวาดร้านใหม่ ดูทรงแล้วคงเป็นงานใหญ่แน่

"อะไรกัน คำก็ปิดสองคำก็ปิด กับอีแค่ดอกไม้ช่อเดียวมันจะอะไรกันนักกันหนา ฉันยอมจ่ายให้เธอสองเท่าของช่อดอกไม้ ทำให้ฉันเดี๋ยวนี้"

เจนน่ากอดอกชี้นิ้วสั่งคนที่เพิ่งเจอกันไม่กี่นาทีก่อน ไหน ๆ ก็ไม่รู้จักเธอแล้ว ถ้าจะเป็นตัวเองใส่หล่อนก็คงจะไม่ใช่ปัญหา

"ขอโทษด้วยนะคะ ต่อให้คุณจะให้ฉันสิบเท่าของช่อดอกไม้ฉันก็ไม่ทำให้ค่ะ กรุณาถอยออกไปสักนิดนะคะ จะปิดประตูร้านค่ะ"

เจ้าของร้านคนสวยตอบกลับไปด้วยความสุภาพ ทำเอานับหนึ่งยิ้มแหยๆให้กับความเสียมารยาทของเพื่อนตัวเองแล้วทำการขอร้องอีกครั้ง

"ได้โปรดเถอะนะคะ ขอแค่ช่อใหญ่ๆช่อเดียวเลยค่ะ นะคะ"

ใบหน้าอ้อนๆกับตาแป๋วๆของคนตัวเล็กที่ทำการขอร้องถูกส่งไปยังอีกคนที่ดูลังเลในความสุภาพของหล่อน ถ้าคนตัวเล็กผมทองนี่มาคนเดียวก็คงจะใจอ่อนอยู่ แต่เพราะคำพูดที่ใช้เงินฟาดหัวของคนตัวสูงนั่นทำให้เธอปฏิเสธ แต่ก่อนจะพูดปฏิเสธออกไปเสียงตะโกนถามของผู้เป็นแม่ก็ดังขึ้นเสียก่อน

"อะไรกันลูก ข้าวหอม เสียงดังเอะอะไปถึงหลังร้านแหนะ"

หญิงสาววัยกลางคนท่าทางใจดีเดินออกมาจากด้านหลัง หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงดูสะสวยไม่ต่างกับคนตัวเล็กบ่งบอกว่าเธอสองคนเป็นแม่ลูกกัน

"ก็แม่นี่"

"ขอโทษด้วยนะคะที่มารบกวนตอนนี้ แต่คุณน้าช่วยทำช่อดอกไม้ช่อใหญ่ให้พวกหนูสักช่อนะคะ พอดีว่าจำเป็นต้องใช้มากจริงๆ ถ้าคุณน้าไม่ช่วยพวกหนูสองคนเดือดร้อนกันยกใหญ่แน่ ๆ เลยค่ะ"

คนตัวเล็กใช้มือปิดปากเพื่อนสาวปากหมาด้วยความรวดเร็วก่อนที่โอกาสครั้งสุดท้ายจะจบลง คำพูดขอร้องยาวเหยียดของนับหนึ่งกับท่าทีสุภาพเรียบร้อยในการอ้อนวอนทำให้หญิงวัยกลางคนพยักหน้าตอบรับอย่างไม่ลังเล

"ได้สิจ๊ะ งั้นพวกหนูเข้ามาก่อนนะ น้าต้องใช้เวลาทำนิดหนึ่งจ้ะ ยืนรอด้านนอกจะเมื่อยซะเปล่าๆ"

นับหนึ่งขอบคุณอย่างนอบน้อมผิดกับอีกคนที่ทำท่าทางเหลือบตามองบนด้วยอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา กริยาที่แสดงออกทำเอานับหนึ่งต้องมองตาขวางจนเจนน่าหยุดทำแล้วถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย

เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงจนช่อดอกไม้ช่อโตถูกส่งให้กับคุณลูกค้าทั้งสองคน เจนน่าที่เก็บอาการเกลียดดอกไม้ไม่ค่อยจะอยู่ต้องหันหลังหลับตาปี๋ให้กับดอกไม้นั่น เธอรู้สึกเกลียดดอกไม้พวกนี้จะแย่ ทำไมจะต้องมาอยู่ท่ามกลางสิ่งที่ตัวเองเกลียดขนาดนี้ก็ไม่รู้

"ทั้งหมดเท่าไหร่คะคุณน้า"

"ทั้งหมดนี่สี่พันสองจ้ะหนู"

"คุณน้าคิดค่าเสียเวลาได้นะคะ บวกเพิ่มไปเลยค่ะไม่ต้องเกรงใจ"

นับหนึ่งบอกกับคุณน้าสุดใจดีโดยที่ไม่ได้หันไปสังเกตเพื่อนของเธอที่ตอนนี้แทบอยากจะวิ่งออกจากร้านเต็มทน

"ไม่เป็นไรหรอกหนู น้าคิดตามราคาจริงนี่แหละ ค่าเสียเวลาอะไรกัน ไม่มีหรอกจ้ะ"

คนตัวเล็กยิ้มตอบอย่างสุภาพ ก่อนจะหันไปสะกิดเพื่อนตัวดีให้จ่ายเงิน แต่จนแล้วจนเล่าเจนน่าก็ไม่หันมา อาจจะเพราะว่าในมือหล่อนถือช่อดอกไม้ที่เพื่อนคนนี้เกลียดแสนเกลียด จนกระทั่งเจ้าของร้านคนสวยที่กำลังกวาดร้านอยู่เดินเข้ามา

"คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ"

เสียงหวานถามเจนน่าที่เอาแต่ยืนหลับตานิ่ง หน้าตากล้ำกลืนแบบนั้นทำให้เธออดจะเป็นห่วงไม่ได้แม้ว่าผู้หญิงคนนี้จะพูดไม่ดีกับเธอ

"อย่ามายุ่ง"

คนตัวสูงหลับตาแล้วพูดออกมาเบาๆ หล่อนสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อเก็บนิสัยความเป็นตัวเองไว้กับตัว

"ฉันถามคุณดีๆนะคะ"

"แล้วฉันหยาบคายกับเธอตรงไหน"

เจนน่าลืมตาสะกดกลั้นตัวเองแล้วถามนิ่งๆ แววตาเรียบเฉยไร้ความรู้สึกถูกส่งไปยังคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างหน้า แต่แปลกที่ดวงตากลมโตนั่นจ้องตาเธอกลับอย่างไม่เกรงกลัว ผู้หญิงคนนี้เก่งมาจากไหนกันถึงได้กล้าสบตากับเธอ คนร้อยทั้งร้อยเมื่อเจอเธอในโหมดนี้ต่างก็ต้องหลบตากลัวเธอจนหัวหดกันทั้งนั้น

"เอ่อ นี่ค่ะคุณน้าเงิน ไม่ต้องทอนนะคะเอาไปเลย คิดซะว่าเป็นค่าเสียเวลาแล้วก็เสียมารยาทของเพื่อนหนูนะคะ"

สุดท้ายที่นับหนึ่งต้องควักเงินออกจากกระเป๋าตัวเองแล้วหยิบเงินเป็นฟ่อนขึ้นมาแบบลวกๆ ยัดใส่มือคุณน้าใจดีแล้วลากตัวเพื่อนเธอออกมาด้วยความรวดเร็วทั้งที่ตาขวางๆนั่นถูกมองมาทันทีที่เธอพูดว่าหล่อนเสียมารยาท

ทั้งที่นับหนึ่งเห็นว่าคุณน้าวิ่งตามออกมาเพื่อที่จะคืนเงินแต่เธอก็รีบขึ้นรถและรีบออกรถอย่างเร็วที่สุดเพราะกลัวว่าคุณน้าคนนั้นจะรู้จักเจนน่าจนเอาไปแฉพฤติกรรมสุดแย่จนเป็นข่าวใหญ่ให้เธอต้องตามล้างตามเก็บ

บรรยากาศบนรถเป็นไปด้วยความเงียบและน่าอึดอัด จนกระทั่งเสียงเรียบนิ่งดังขึ้นมา

"ฉันเกลียดดอกไม้"

แววตาไร้ความรู้สึกที่นับหนึ่งเห็นเป็นประจำกลับมาอีกครั้ง เพราะเธอเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเจนน่าเจ็บปวดขนาดไหนเมื่อเห็นดอกไม้มากมาย ปมในใจเกี่ยวกับดอกไม้และการตายของแม่หล่อนยังส่งผลต่อความรู้สึกหล่อนมาจนถึงทุกวันนี้ ทว่าคำพูดถัดไปของเจนน่าทำให้เธอนึกประหลาดใจเหลือเกิน

"แต่ฉันจะกลับไปที่ร้านนั่นอีก"

"..."

"กลับไปทำให้แม่คนนั้นรู้ว่าฉันไม่ใช่คนที่หล่อนจะเล่นด้วย"

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
33
Chapter 1 The first petal
ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินสวนกันไปมาภายในห้องสี่เหลี่ยมไม่ใหญ่มากนักด้วยท่าทีเร่งรีบ บางคนหอบข้าวของพะรุงพะรัง บางคนยุ่งวุ่นวายอยู่กับเครื่องสำอาง และบางคนที่วิ่งหาของกินรวมไปถึงเครื่องดื่ม หากมองภาพรวมทุกคนที่นี่มีสีหน้าเคร่งเครียดจนดูอึดอัด ยกเว้นหญิงสาวที่นั่งไขว่ห้างเล่นมือถือเครื่องหรูอยู่บนเก้าอี้ตัวสวย "ฮ่า ๆ ๆ ทำไมมันตลกอย่างนี้เนี่ย"สาวเจ้าหัวเราะกับวิดีโอที่ถูกเปิดขึ้นมาในมือถือ จนกระทั่งมีเสียงหนึ่งแทรกเข้ามาด้วยความเหนื่อยหอบ"แฮ่ก ๆ มาแล้วค่ะคุณเจนน่า พิซซ่าที่คุณสั่ง"หญิงสาวตัวเล็กหน้าตาน่ารักหอบแฮ่ก ๆ ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยท่าทีหวาดระแวง ในมือถือถาดพิซซ่ากล่องหรูแทบจะถวายให้คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้"ไม่กิน เอาออกไป""คะ""ก็บอกให้เอาออกไปไงพูดไม่รู้เรื่องหรือไง!"เจนน่าตะคอกใส่เธอด้วยความหงุดหงิด ทำเอาคนที่อยู่ในห้องสะดุ้งกันเป็นแถบ กลัวหัวหดจนมือไม้สั่นกันไปหมด โดยเฉพาะคนตัวเล็กที่ถือกล่องพิซซ่า เธอตอบรับเสียงสั่นแล้วรีบวิ่งออกไปจากห้อง"แล้วนี่จะเสร็จหรือยัง พิรี้พิไรอยู่นั่น เจนน่ามีคิวต้องรีบถ่ายนะคะ"หล่อนพูดกับช่างทำผมที่มือสั่นเป็นเจ้าเข้า คนถูกถามตอบรับทันทีว่าใกล้เสร
last updateDernière mise à jour : 2024-09-29
Read More
Chapter 2 Second petal
'แชะ ๆ ๆ'เสียงชัตเตอร์กล้องรัวแข่งกันของนักข่าวหลากหลายสำนักในงานเปิดตัวละครเรื่องใหม่ รวมไปถึงนักแสดงมากหน้าหลายตาที่กำลังยิ้มกว้างให้กล้องทุกๆตัว ไม่ว่าจะเป็นพระนางรวมไปถึงนางร้ายอย่างเจนน่า ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากที่งานเปิดตัวจบลงก็ต้องมีการแยกสัมภาษณ์เดี่ยวเป็นธรรมดา"น้องเจนน่ารู้สึกยังไงบ้างคะที่ได้รับงานละครเรื่องนี้ แถมช่วงนี้กระแสนางร้ายจากเรื่องก่อนๆยังมาแรงอีกด้วย"ดาราสาวยิ้มอย่างสุภาพให้กับวงล้อมนักข่าวที่ทุกๆสายตาจับจ้องมาที่เธอ"โห ขอบคุณมากนะคะ จริงๆก็ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะพี่ๆ ต้องบอกเลยว่ารู้สึกเป็นเกียรติมากจริงๆที่ได้รับคัดเลือกมาเล่นบทนี้จากพี่ๆนักแสดงหลายๆท่านที่อาจจะแสดงดีกว่าเจนน่าด้วยซ้ำ ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆเลยค่ะ"เธอตอบกลับไปยาวเหยียดทั้งที่ในใจก็เอาแต่คิดว่าเธอนี่แหละเก่งที่สุด ฝีมือการแสดงขั้นเทพขนาดนี้ผู้กำกับก็ต้องเลือกเธอเป็นธรรมดาสิ"แล้วแบบนี้มีน้อยใจผู้กำกับบ้างไหมครับ ได้รับบทนางร้ายอีกแล้ว แถมยังได้เล่นกับน้องฮันนี่ซึ่งเป็นนางเอกอีกแล้วด้วย"ไม่รู้ว่ายายน้ำผึ้งป่าเป็นคนจ้างนักข่าวพวกนี้มาขยี้ฉันหรือเปล่า มีหวังได้เอาไมค์ฟาดปากนักข่าวแถวนี้บ้างล่ะ"
last updateDernière mise à jour : 2024-09-29
Read More
Chapter 3 Third petal
ดอกไม้สีสันสวยงามหลากหลายสายพันธุ์ถูกจัดอยู่ในตะกร้าสานใบใหญ่โดยฝีมือเจ้าของร้านอย่างข้าวหอม เธอเป็นผู้หญิงที่สุภาพเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ เก่งเรื่องงานฝีมือ งานจัดดอกไม้ งานบ้าน และเรื่องต่างๆอีกมากที่แม่ศรีเรือนควรจะเป็น และเพราะเป็นเช่นนั้นแม่ๆหลายคนที่มาอุดหนุนดอกไม้จึงมักจะทาบทามข้าวหอมให้กับลูกชายของตนเป็นประจำติดแต่เพียงว่าเธอขยันมากซะจนแทบไม่สนเรื่องภายนอก ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย วิทยุ โทรทัศน์ หรือแม้แต่กระทั่งเพศตรงข้าม ไม่ว่าหนุ่มคนไหนจะมาขายขนมจีบเธอก็มักจะเมินหน้าหนีเสมอ เพราะชีวิตเธอมีเพียงเหล่าดอกไม้แล้วก็แม่เท่านั้น"เป็นไงบ้างลูก แม่รู้สึกว่าดอกไม้ที่มาจากเจ้านี้วันนี้มันช้ำแปลกๆ หรือแม่คิดไปเอง""แม่ไม่ได้คิดไปเองหรอกค่ะ เพราะคุณพ่อของคนดูแลดอกไม้พวกนี้กำลังป่วยหนัก หนูเห็นคนกำลังจะตายค่ะแม่"ข้าวหอมวางดอกไม้ที่ช้ำที่สุดลงกับโต๊ะ ก่อนจะใส่ถุงมือแล้วจัดการกับดอกไม้ดอกอื่นๆต่อไปเหมือนทุกๆวัน อีกอย่างหนึ่งที่มีเพียงเธอและแม่ที่รู้ก็คือเธอมีพลังวิเศษบางอย่างที่มนุษย์คนอื่นไม่มี"ดอกไม้บางดอกถ้ามันช้ำมากก็ปล่อยมันไว้เฉยๆเถอะลูก ลูกแม่ไม่จำเป็นต้องรู้ที่มาของดอกไม้ทุกๆดอ
last updateDernière mise à jour : 2024-09-29
Read More
Chapter 4 Fourth petal
มื้ออาหารแสนเรียบง่ายในตอนเช้าถูกจัดขึ้นโดยหญิงวัยกลางคนที่กำลังอมยิ้มให้กับท่าทางของดาราสาวสุดสวยที่เพิ่งจะเจอกันเพียงไม่กี่ครั้ง ในคราแรกหล่อนดูเหมือนไม่ไว้ใจในรสมือของเธอ ทว่าข้าวต้มคำแรกที่ถูกตักเข้าปากกลับทำให้ท่าทางของหล่อนเปลี่ยนไปอย่างกับคนละคน"อร่อยจังเลยค่ะคุณน้า"นั่นคือคำชมครั้งที่สิบของหล่อนในขณะที่เพิ่งทานหมดถ้วยที่สอง แววตาปิติด้วยความสุขถูกส่งไปยังผู้ทำ ทำเอาแม่ครัวใจดียิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจ"แม่หนูนี่กินเก่งดีจริง ดูลูกสาวน้าสิ เขี่ยข้าวต้มในถ้วยเล่นมาสิบนาทีแล้ว"เจนน่ามองไปยังใบหน้าเบื่อหน่ายที่เอาแต่ก้มมองชามข้าวต้มบนโต๊ะ เขี่ยไปเขี่ยมาไม่ตักเข้าปากสักที สมน้ำหน้าเหลือเกิน ถ้าการทานข้าวมื้อนี้มันอมทุกข์เพราะเธออยู่ด้วยก็เชิญอมทุกข์ต่อไปเถอะ"ฮ่าๆๆ ก็มันอร่อยนี่คะคุณน้า แต่ลูกสาวคุณน้าดูเหมือนจะอึดอัดนะคะ ไม่พอใจเราหรือเปล่าคะ เราไปก็ได้นะ""โอ้ย ไม่เป็นไรหรอกลูก เอาอีกสักถ้วยไหมจ๊ะ เหลืออีกเยอะเลย""ได้เหรอคะคุณน้า เกรงใจจัง"ทุกๆคำพูดของหล่อนสำหรับข้าวหอมมันดูเสแสร้งแกล้งทำไปซะหมด ข้าวต้มของแม่ที่เธอชอบหนักหนาคงถูกหล่อนทานไปครึ่งหม้อได้แล้ว ซ้ำพอเห็นหน้าหล่อน
last updateDernière mise à jour : 2024-09-29
Read More
Chapter 5 Fifth petal
"ข้าวหอมอยู่ไหน"เจนน่าถามขึ้นทันทีเมื่อเจอนับหนึ่ง โดยปกติแล้วคนส่วนใหญ่มักจะถามหาคนไข้หรือคนป่วยที่ประสบอุบัติเหตุมากกว่า ทว่าเธอก็รู้อยู่แก่ใจว่าคุณน้าคงอยู่ในมือหมอแล้ว เพราะฉะนั้นคนที่เธอควรถามหามากที่สุดคือก็คือลูกสาวของหล่อน"ข้าวหอมไหนวะ เจ้าของร้านดอกไม้อะเหรอ"นับหนึ่งขมวดคิ้วกับคำถามของเจนน่า เธอเพียงขับรถผ่านแถวๆหน้าร้านดอกไม้นั่น บังเอิญดันเห็นรถพยาบาลจอดอยู่แถวนั้นพอดี ประกอบกับเห็นใบหน้าเลอะน้ำตาของคุณเจ้าของร้านตัวเล็กโดยข้างๆมีรถยนต์จอดอยู่ด้วย เท่านั้นก็พอจะเดาได้ว่าคนเจ็บจะต้องเป็นคุณน้าอย่างแน่นอน"เออ อยู่ไหน"ดาราสาวถามขึ้นมาด้วยความร้อนใจจนแทบจะกินหัวนับหนึ่งที่เอาแต่ยืนอ้ำอึ้งไม่ตอบเธอสักที"อยู่หน้าห้องฉุกเฉิน""ก็แค่นั่นแหละ"คนตัวเล็กได้แต่อ้าปากค้างกับท่าทางรีบร้อนของเพื่อนเอาแต่ใจ หล่อนวิ่งไปด้วยความรวดเร็วก่อนจะถามทางไปห้องฉุกเฉินกับเจ้าหน้าที่ที่อยู่แถวนั้น ความจริงแล้วที่เธอโทรไปบอกเจนน่าเพราะกะว่าจะชวนหล่อนไปเยี่ยมคุณน้าที่โรงพยาบาลหลังเสร็จงานพรุ่งนี้ แต่หล่อนกลับตกใจและรีบซักไซ้ที่อยู่โรงพยาบาลทันทีจนเธอต้องบอกและเสียเวลาออกมากับหล่อนตอนดึกๆแบบนี้ เก
last updateDernière mise à jour : 2024-09-29
Read More
Chapter 6 Sixth petal
หลังจากเกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นในคืนนั้น ดาราสาวพยายามที่จะพูดคุยและถามข้อสงสัยกับข้าวหอมว่าเรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นได้ยังไงกันแน่เธอกำลังหลอกตัวเองว่ามันเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ ทว่ามันก็เป็นไปไม่ได้อีกที่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งจะรู้รายละเอียดเกี่ยวกับใครบางคนที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน เหมือนกับเด็กผู้ชายคนนั้นที่มีเพียงเธอและนับหนึ่งเท่านั้นที่เคยเห็น'เป็นไปไม่ได้หรอกที่เธอจะรู้ได้มากขนาดนั้น ต้องมีอะไรแน่ๆ'เธอนั่งคิดเรื่องนี้วนไปวนมาจนหัวแทบระเบิด ในขณะที่คนทั้งกองถ่ายกำลังวุ่นวายมีเพียงเธอเท่านั้นที่ไขว่ห้างดูดน้ำมองเหม่อแล้วก็นั่งเงียบๆอยู่คนเดียว"น้องเจนน่าครับ ถึงคิวแล้วครับ"เจนน่าหยุดเรื่องทั้งหมดที่กำลังคิดตีกันวุ่นวายอยู่ในหัว ก่อนที่จะยิ้มรับอ่อนๆให้กับผู้กำกับที่ตะโกนเรียกเธอเข้าฉาก"ฉากนี้ขอตบจริงนะครับ เอาเทคเดียวผ่านนะ"เสียงโทรโข่งดังขึ้นให้เธอและคู่อริตัวจริงทำสมาธิหลังจากที่เธอและฮันนี่มายืนอยู่ด้วยกันหน้าฉาก วันนี้แหละที่เธอรอคอยเพื่อที่จะได้ตบยัยน้ำผึ้งป่าให้เต็มมือ ถ้าไม่ติดว่าจะดูไม่มืออาชีพเธออยากจะแกล้งเล่นพลาดสักสองสามหน จะได้ตบหล่อนซ้ำหลายๆทีให้สะใจเจนน่ากระห
last updateDernière mise à jour : 2024-09-29
Read More
Chapter 7 Seventh petal
ห้องสี่เหลี่ยมห้องเดิมหลังร้านที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของหญิงสาวสองคนถูกใช้เป็นห้องทำแผลอีกครั้ง ข้าวหอมและเจนน่านั่งอยู่ข้างกันบนโซฟาตัวเดิม ตำแหน่งเดิม มือนุ่มของข้าวหอมหยิบสำลีเช็ดแอลกอฮอล์ขึ้นมาเช็ดวนรอบๆแผลด้วยความเบามือ"ซี้ด"เจนน่าร้องออกมาด้วยสีหน้าเหยเกก่อนจะกลับมาเป็นสีหน้าที่เรียบเฉยอีกครั้ง เธอไม่รู้ว่ากับข้าวหอมสามารถแสดงความเจ็บปวดกับหล่อนได้มากน้อยแค่ไหน ถึงเธอจะวางใจในหลายๆเรื่องแต่มันก็ต้องระวังตัวไว้ก่อนเพราะเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน เรียกรู้จักกันได้หรือเปล่านะ"เจ็บเหรอคะ"เสียงนุ่มของข้าวหอมทำเอาเธอรู้สึกแปลกไป ทุกครั้งที่อยู่กับหล่อนนอกจากเธอจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนธรรมดาๆแล้ว ยังรู้สึกว่าได้รับความห่วงใยอยู่ตลอดอีกด้วย ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่แปลกมาก เพราะนอกจากคนใกล้ตัวแล้วเธอก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครอีก"อือ ก็นิดหน่อย""ขอโทษค่ะ จะพยายามเบามือมากกว่านี้นะคะ"คนตัวเล็กตอบแล้วก็ค่อยๆบรรจงเช็ดรอบแผลต่อไป ความเงียบภายในห้องทำให้เสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ของเจนน่าเข้าหูพยาบาลจำเป็นจนคนตัวเล็กต้องเปิดบทสนทนาขึ้นมา"เจ็บก็ร้องออกมาค่ะ ไม่ต้องฝืนหรอก""เปล่าฝืนสักหน่อย""
last updateDernière mise à jour : 2024-09-29
Read More
Chapter 8 Eighth petal
หลังจากที่เจนน่าเอ่ยปากขอนอนค้างที่นี่ คนตัวเล็กก็เงียบคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบตกลง ดาราสาวค่อนข้างที่จะดีใจกับคำตอบเพราะไม่คิดว่าอีกคนจะยอม และหากหล่อนกล่าวปฎิเสธเธอก็จะกลับคอนโดอย่างไม่ดื้อดึง บอกตามตรงว่าตอนนี้เธอไม่มีแรงที่จะรังแกใครทั้งนั้น โดยเฉพาะข้าวหอมที่นอนหันหลังให้เธออยู่ตอนนี้กลิ่นตัวหอมๆผสมกับกลิ่นครีมอาบน้ำที่หวานอ่อนๆ ทำให้โดยรวมมันหอมละมุนไปหมดจนเจนน่าอดไม่ได้ที่จะฉวยโอกาสขยับตัวเข้าไปใกล้ ด้วยความที่เตียงไม่ได้ใหญ่มากนักทำให้พื้นที่ในการนอนมีจำกัด"คุณนอนได้หรือเปล่าคะ ถ้านอนไม่สบายฉันจะได้ไปนอนอีกห้อง"และเพราะเจนน่าขยับตัวไปมาจนอีกคนรู้สึกได้ทำให้ข้าวหอมเกรงว่าหล่อนจะนอนไม่สบาย มารยาทการเป็นเจ้าบ้านที่ดีคือทำให้แขกรู้สึกสบายใจ และเจนน่าก็ถือว่าเป็นแขกคนหนึ่งของเธอ"นอนได้สิ ก็ที่ฉันขอนอนกับเธอคืนนี้เพราะไม่อยากอยู่คนเดียว"คนข้างๆตอบออกมาตามตรง ด้วยข้าวหอมก็รู้เหตุผลแล้วว่านับหนึ่งนอนซมไข้อยู่ที่ห้องจากการบอกกล่าวของเธอ เพราะแบบนั้นเธอจึงไปนอนค้างด้วยไม่ได้"..."ข้าวหอมที่นอนหันหลังให้เจนน่าฟังคำตอบแล้วก็เงียบไปสักพักใหญ่ จนอีกคนคิดว่าหล่อนหลับไปแล้ว อีกทั้งห้องย
last updateDernière mise à jour : 2024-09-29
Read More
Chapter 9 Ninth petal
'ปิดชั่วคราว'ป้ายประกาศปิดชั่วคราวถูกคนตัวเล็กแขวนไว้ที่หน้าร้าน ชัั่วคราวของเธอในที่นี้หมายถึงสักหนึ่งหรือสองชั่วโมงเท่านั้น เพื่อนำเวลาตรงนี้ไปมอบให้กับดาราสาวน่าสงสารที่นั่งเขี่ยข้าวในจานมาสิบนาทีได้แล้ว"กับข้าวที่ฉันทำมันไม่อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอคะ"ข้าวหอมเดินมานั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามพร้อมกับถามขึ้น วันนี้เธอตั้งใจทำต้มจืดเต้าหู้หมูสับหม้อใหญ่ให้กับคนตรงหน้าแล้วก็แม่ที่อยู่โรงพยาบาล หลังจากที่ตื่นมาพร้อมกับหัวใจที่เต้นผิดจังหวะเพราะเจ้าหล่อนนอนกอดเธอแน่นจนแทบขยับตัวไปไหนไม่ได้"ไม่รู้เหมือนกัน เพราะยังไม่ได้กิน"เจนน่าตอบออกไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนกระทั่งมีเสียงเคาะกระจกจากหน้าร้านดังขึ้น'ก๊อกๆๆ'เจ้าของร้านตัวเล็กรีบวิ่งออกไปดูก็พบว่าเป็นนับหนึ่งที่เจนน่าเพิ่งโทรนัดไว้เมื่อชั่วโมงก่อน ข้าวหอมยิ้มรับพร้อมกับไขประตูให้เพื่อนคนใหม่ของเธอที่ดูจากสีหน้าแล้วคงอาการเดียวกับคนที่นั่งเขี่ยข้าวอยู่ด้านใน"เป็นไงล่ะแก เซอร์ไพรส์ฉันตั้งแต่ยังไม่หายป่วยเลยนะยะ"นับหนึ่งทักเพื่อนสาวด้วยใบหน้าหมดอาลัยตายอยากไม่ต่างกัน ในขณะเดียวกันเจ้าบ้านที่ดีก็ตักข้าวเสิร์ฟให้กับแขกมาใหม่ พร้อมด้วยกับข้าวอีกถ้วย
last updateDernière mise à jour : 2024-09-29
Read More
Chapter 10 Tenth petal
"นั่งยิ้มอะไรอยู่คนเดียวลูก"หญิงวัยกลางคนถามขึ้นในขณะที่กำลังรูดหนามกุหลาบ ตั้งแต่เมื่อวันก่อนลูกสาวของเธอดูแปลกไปเพราะปกติน้อยครั้งเหลือเกินที่ข้าวหอมจะจับโทรศัพท์ แต่ช่วงนี้เธอสังเกตเห็นลูกสาวเธอเล่นมือถือถี่กว่าเมื่อก่อนมาก หรือจะมีอะไร"ไม่มีอะไรค่ะแม่"คนตัวเล็กอมยิ้มแล้วตอบกลับไปพร้อมหลุบตาลงต่ำเพื่อเลี่ยงสายตาตั้งคำถามของคนเป็นแม่ ก่อนที่เธอจะเปลี่ยนมาจับจ้องดอกไม้ในมือแทน"หรือหนูมีผู้ชายที่ไหน""ไม่ได้มีค่ะแม่!"คนเป็นแม่ถามขึ้นแล้วลุกเดินมาหาข้าวหอมทันที ลูกสาวที่เพิ่งแหวไปเมื่อครู่ถึงกับต้องคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลง แต่ก็ช้ากว่าอีกคนที่พลิกหน้าจอกลับมาเพื่อดูว่าในนั้นมันมีอะไรกันแน่ดวงตาของขนิษฐาเพ่งมองไปยังมือถือสลับกับใบหน้าของลูกสาวที่ทำหน้าตาเลิ่กลั่กราวกับว่าถูกจับได้ ทว่าหน้าจอที่เปิดอยู่ก็ไม่เห็นจะมีอะไรนอกจากภาพดารา"นี่มันรูปแม่หนูคนนั้นนี่นา อย่าบอกนะว่าลูกแม่ชอบเขาน่ะ""หนูเปล่าสักหน่อยค่ะ"ข้าวหอมทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ความจริงแล้วเธอไม่ได้ชอบเจนน่าสักหน่อย แค่ยินดีไปกับหล่อนเท่านั้นเองที่กลับมามีงานเหมือนเดิม แถมกระแสในโซเชียลก็ยังดีขึ้นด้วย ต่างกับอีกคนที่ถูกกระแสแง่
last updateDernière mise à jour : 2024-09-29
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status