LOGINจะเป็นยังไงเมื่อนางร้ายที่เกลียดดอกไม้เข้าไส้ดันมาตกหลุมรักเจ้าของร้านดอกไม้ที่สามารถช่วยสืบเรื่องการเสียชีวิตของแม่เธอในอดีตได้ เจน เจนน่า วินเซอร์ นักแสดงสาวชื่อดังในบทนางร้ายที่คนต่างลือกันว่าร้ายทั้งในจอและนอกจอ หญิงสาวสุดเซ็กซี่ขี้เอาแต่ใจที่หวงความเป็นส่วนตัวและมีปมเกี่ยวกับการเสียชีวิตของแม่เธอในอดีตที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง ยกเว้นเจ้าของร้านดอกไม้สุดหน่อมแน้มที่ดูจะมีประโยชน์กับเรื่องนี้ ข้าวหอม คนึงนิตย์ ใจงาม เจ้าของร้านดอกไม้สุดเรียบร้อย เธอมีพลังวิเศษบางอย่างเกี่ยวกับดอกไม้ที่เหนือมนุษย์ทั่วไป แต่เพราะต้องสานต่อกิจการร้านดอกไม้ของแม่ ทำให้เธอต้องใส่ถุงมือขณะจับดอกไม้ตลอดเวลา และที่สำคัญพลังของเธอยังสามารถช่วยนางร้ายไขปมในอดีตได้อีกด้วย เมื่อหญิงสาวนิสัยต่างขั้วบังเอิญโคจรมาเจอกัน เรื่องราวความรักจะเกิดขึ้นได้ยังไง เจ้าของร้านดอกไม้คนสวยจะช่วยไขปมปริศนาได้จริงหรือไม่ เงื่อนงำการเสียชีวิตของแม่ดาราสาวจะถูกแก้ไขได้อย่างไร โปรดติดตาม..
View MoreEden
The cab rolled to a stop at the end of the gated driveway, and I stared up at the monstrosity in front of me, all marble, glass, and cold, modern grandeur. Home sweet home.
Before I could even step out fully, my mother, Lillian, pulled me into a suffocating hug. Her perfume, something heavy and floral, clung to my skin. "Welcome home, baby," she cooed, her manicured fingers brushing my hair back like I was still a kid.
The mansion screamed money. High ceilings, floors so polished I could see my reflection, and abstract art that probably cost more than my entire college fund. I dropped my bag onto the white leather sofa, already feeling out of place.
"So," I said, glancing around, "where's your new husband?"
She adjusted a vase that was already perfectly centered on the table. "Daniel’s at work, darling. But he’s very excited to meet you." The way she lingered on "very" made my skin prickle.
She gestured for me to follow. "Come, let me show you around."
We moved through the mansion. The kitchen was vast enough for a restaurant staff, with a dining room set for twenty and a sunroom drowning in orchids. She introduced me to the cook, an older woman with a no-nonsense grip; the gardener, who barely looked up from his shears; and the two drivers idling near the garage.
"Daniel decided to drive himself today," Lillian said with a flick of her wrist.
As we turned down a hallway lined with minimalist portraits, one frame caught my eye, a younger man, dark-haired, with eyes as sharp as a blade. He looked older than me and also looked like a playboy.
"Who’s this?" I asked.
Mom barely glanced at it. "Daniel’s son. He’s hardly home, always working." Her tone was dismissive, her fingers already tugging me toward the grand staircase.My room was at the end of the west wing, all silk sheets and a balcony overlooking the pool. "Settle in," she said, though my bag was still downstairs.
Once alone, I stripped off the day’s travel clothes and stepped into the shower, letting hot water sluice over my skin. I took my time, working scented oil into my curves, shaving where it mattered. When I stepped out, steam curling around me, I caught my reflection in the fogged mirror, flushed, damp, and ready for something reckless.
I dressed carefully, in a tight black dress that clung to every dip and swell and heels that made my legs look endless. Then the final touch, a thin leather choker, with the words "Yes Daddy" stamped in silver across the front. A smirk tugged at my lips as I fastened it.
I walked out of my room and headed downstairs; before I could even see her, my mom spoke.
"Oh, I thought you might have dozed off; dinner is ready."
I smiled at her; my mom and I aren't close, but she tries her best to make me happy. After my father ran away when she was pregnant, she has been trying, even though most of my life I've been with different foster parents. We have been in touch; I've always known she was my mom, and she would send me money when she got a chance.
Then last month she told me she got married to this rich man who is so excited to meet me and wants us to stay as a family. I am happy for her. At least I am no longer with any foster parents; I've been staying on my own for some time now. And besides, I'm done with college and ready to look for new job instead of restaurants jobs.
Dinner was obscenely good, seared scallops, truffle risotto, and wine that cost more than my last paycheck. Lillian watched me eat with a satisfied smile, her fingers drumming against her glass. "Hungry, darling?"
"Starving," I murmured, sucking butter from my thumb.
We ate in silence, well, she has been married to her husband, whom I haven't met for 4 months now. I finished my meal and I knew I couldn't be in this house, I need to go out.
"I'm gonna get some air."
Lillian didn't argue, just tossed me the keys to her BMW like it was nothing. "Don’t stay out too late. make friends!" I smiled and left.
I drove with the windows down, the city lights fading behind me as I followed the whispered rumors of The Velvet Room, a club where the elite didn’t just play; they hunted. The line outside stretched down the block, all hopeful faces and desperate smiles. I didn’t wait. A flick of my gaze at the bouncer, a slow roll of my hips as I walked past the rope, and just like that, I was in.
The bass throbbed through me, deep enough to feel it in my ribs. The air smelled like expensive whiskey and darker things, the kind of sin that came with power. Men in tailored suits watched from the shadows. Time to see just how much trouble I could find.
The club pulsed around me, bodies moving in a rhythm that felt more like a challenge than an invitation. I slid onto a stool at the bar, ordered something strong, and let my eyes wander.
A hand settled on the small of my back, warm and possessive. "You don’t look like you belong here."
I turned, meeting the gaze of a man whose suit probably cost more than my car. Dark hair, sharp jaw, eyes that promised things I wasn’t sure I wanted. Yet.
"Funny," I said, sipping my drink, "I was just thinking the same about you."
His thumb stroked my spine, slowly. "Is that so?"
The music faded into a low hum as he leaned in, his breath hot against my ear. "Let me show you what happens to girls who wander into places like this."
I shivered, but not from fear.
Lillian’s warning echoed in my head. "Don’t stay out too late."
Too fucking bad, Mother!
มือถือของคนตัวเล็กถูกจิ้มเข้าที่สัญลักษณ์นกฟ้าในทันทีหลังจากวางสาย แฮชแท็กผู้หญิงเสื้อขาวขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่งแทนที่ชื่อดาราสาวทันที หญิงสาวสองคนเพ่งมองหน้าจออันเล็กจนศีรษะชิดติดกัน นิ้วเรียวต่างผลัดกันเลื่อนไถฟีดข่าวที่มีแต่ภาพเธอสองคน โดยเฉพาะภาพแผ่นหลังเล็กๆของข้าวหอมซึ่งเป็นผู้หญิงที่ทุกคนกำลังตามหานอกจากนี้ยังมีภาพเธอที่ถูกถ่ายไว้เมื่อวันก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นตอนเข็นวีลแชร์ให้เจนน่า หรือแม้แต่กระทั่งภาพที่เธอเดินอยู่ด้านหลังรถวีลแชร์โดยที่คนอื่นเป็นคนเข็นมัน โดยคอมเมนต์ส่วนใหญ่ไปในทางเดียวกันคือตามหาเธอ บ้างก็ว่าเธอสวย บ้างก็ว่าน่ารัก แต่ที่มากที่สุดคงจะเป็นความสงสัยว่าเธอเป็นใครกันแน่ เพราะโดยปกติแล้วทุกคนมักจะเห็นแค่นับหนึ่งเพียงคนเดียวเท่านั้นที่อยู่กับเจนน่า การปารกฏตัวของเธอคงเป็นที่แตกตื่นสำหรับคนทั่วไป"แล้วฉันจะมีเพื่อนไม่ได้เลยหรือไง มาแอบถ่ายกันแบบนี้ฉันฟ้องได้นะ"เป็นดาราสาวที่พูดออกมาอย่างหงุดหงิด เธอถูกแอบถ่ายจนชินแล้ว แต่คนตัวเล็กที่นั่งข้างๆนี่เป็นเพียงคนธรรมดาๆ ไม่ใช่คนสาธารณะแบบเธอ เพราะแบบนั้นเธอถึงหงุดหงิดที่คนพวกนี้เอาข้าวหอมเข้ามาเกี่ยวด้วย ยิ่งภาพที่ถูกเผยแพร่ไ
"เรียบร้อยแล้วค่ะคุณตำรวจ ขอบคุณมากนะคะที่ให้เข้าเยี่ยม"เจนน่าเอ่ยบอกกับชายหนุ่มสองคนในเครื่องแบบหน้าห้องพักฟื้นแล้วยิ้มให้พวกเขาบางๆ ก่อนที่จะพยักหน้าบอกให้เพื่อนตัวเล็กเข็นวีลแชร์กลับห้องตัวเองโถงทางเดินหน้าห้องพักฟื้นมีคุณหมอและคุณพยาบาลเดินกันให้ควั่ก รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางร้ายในชีวิตจริงด้วยความสะใจ"แกคิดดีแล้วเหรอวะที่ทำแบบนี้อะ"นับหนึ่งโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของดาราสาวในขณะที่ก็เข็นรถไปด้วย"แล้วมันไม่ดีตรงไหน ฉันไม่ได้ไปฆ่าใครตายสักหน่อย"เพื่อนตัวเล็กเบ้ปากมองบนเช่นเคยกับความแสบของคนป่วย ที่จู่ๆหล่อนก็ออกคำสั่งให้เธอรีบไปหาซื้อขวดยาสีชาแบบกะทันหัน ซ้ำยังย้ำนักย้ำหนาว่าเอาให้เหมือนตามต้นฉบับที่เป็นหลักฐานแบบเด๊ะๆ ลำบากเธอต้องขับรถวิ่งหาไปทั่วแค่เพราะเพื่อนตัวแสบอยากจะล้างแค้นคนร้ายด้วยความสันติสำหรับเธอคิดว่าการใส่น้ำเปล่าลงไปในขวดยามันก็ดีแต่ถ้าไม่ทำมันคงจะดีกว่า แค่คุณรตีต้องเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิตก็เหมือนตกนรกทั้งเป็นแล้ว นี่หล่อนเล่นให้เสียไปยังสุขภาพจิตด้วยการหลอกว่าในขวดนั่นเป็นยาพิษชนิดเดียวกับที่คนร้ายเคยใช้ปลิดชีพคุณน้าจิตรา แถมยังเอามันกรอกปากคนเจ็บอีก
"น้องเจนน่าคะตอบคำถามพี่ด้วยค่ะ"'แชะๆๆ'"อาการตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ แล้วที่มีข่าวลือว่าหนีออกจากโรงพยาบาลจริงหรือเปล่าคะ""ตอบด้วยครับน้องเจนน่า สรุปเหตุการณ์ทั้งหมดคือยังไงครับ"นักข่าวจำนวนมากรุมจ่อไมค์พร้อมกล้องตัวใหญ่อีกหลายตัวที่สาดแฟลชสว่างวาบใส่เจนน่า ในขณะที่เธอนั่งอยู่บนรถเข็นโดยมีคุณพ่อเป็นคนเข็นให้และนับหนึ่งที่คอยกันนักข่าวออกไปมือนุ่มข้างหนึ่งยกขึ้นเพื่อให้นรุตม์หยุดเข็น ก่อนจะหายใจเข้าลึกๆเพื่อสงบสติอารมณ์ที่ตอนนี้กำลังพุ่งสูงปรี๊ด"ขอโทษนะคะพี่ๆ ที่นี่โรงพยาบาลนะคะ ไม่ใช่ตลาดสดที่จะแหกปากได้ตามอำเภอใจ""..."ราวกับต้องมนต์สะกดเมื่อคำพูดกึ่งด่าหลุดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ผู้คนอาชีพเดียวกันต่างหลุบตาลงต่ำไม่กล้าสบตาคมเฉี่ยวที่หันมามองตำหนิราวกับคาดโทษเอาไว้แทบทุกราย"แล้วก็ให้เกียรติเจนน่าด้วยค่ะ ตอนนี้กำลังเจ็บอยู่นะคะ ถ้าเข็นรถหนีไม่ยอมตอบคำถามก็คือไม่พร้อมตอบค่ะ""แต่พวกเราก็ต้องทำงานนะครับน้องเจนน่า เห็นใจพี่หน่อยนะครับ"เป็นผู้ชายร่างโตที่ถือไมค์เป็นโลโก้ช่องโทรทัศน์ชื่อดังที่ใจกล้าพูดออกมา ทันใดนั้นดวงตาเฉี่ยวจับจ้องไปที่เขาทันที เพียงไม่กี่วิที่ตาสบตา ชายร่างโ
สุดท้ายที่หล่อนปล่อยโฮออกมาแล้วก็พูดไปด้วย น้ำเสียงยังดูเป็นห่วงเป็นใยไม่ต่างกันกับที่ผ่านมา และเป็นเธอเองที่ขอบตาร้อนผ่าวปล่อยน้ำตาเม็ดโตออกมาทั้งที่พยายามกลั้น ไม่ว่าหล่อนจะค่อยๆ ก้าวเข้าหาเธออย่างใจเย็นแค่ไหน เธอก็ก้าวถอยหลังหนีไม่ต่างกัน"อย่าเข้ามานะ"ดาราสาวกลืนน้ำลายลงคอแล้วเปล่งเสียงแข็งกร้าวออกมากับดวงตาที่จ้องเขม็งไปยังคนตรงหน้า"ทำไมล่ะ ไม่ไว้ใจน้าแล้วเหรอ น้าไม่ทำอะไรหนูหรอกนะ นี่น้าไง น้าเอง"หล่อนพูดราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่สภาพตัวเองแทบจะดูไม่ได้ ผมเผ้ายุ่งเหยิงกระเซอะกระเซิง เสื้อผ้าที่มีแต่รอยเปื้อนสิ่งสกปรกเต็มไปหมด ความจริงหล่อนควรจะขอโทษเธอตั้งแต่เจอหน้ากันแล้วด้วยซ้ำ"นับหนึ่งอยู่ไหน"เจนน่าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอต้องเล่นตามน้ำโดยการถามถึงเพื่อน คนร้ายยิ้มบางๆ แล้วตอบกลับมาด้วยคำตอบที่ฟังไม่ขึ้น"หนูนับหนึ่งกลับไปก่อนหนูมานี่เอง ไม่ได้สวนกันหรอกเหรอ""แต่คุณบอกว่าจะฆ่าเพื่อนหนู คุณต่อรองกับหนูว่าจะมาที่นี่หรือจะเสียเพื่อนไป แล้วแบบนี้จะให้หนูคิดยังไง""น้าก็แค่ล้อเล่นเพราะอยากให้หนูมาหา น้าถูกใส่ร้ายนะเจนน่า ช่วยน้าด้วยนะ"หล่อนพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าซึ่งเบาม
หลังจากเกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นในคืนนั้น ดาราสาวพยายามที่จะพูดคุยและถามข้อสงสัยกับข้าวหอมว่าเรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นได้ยังไงกันแน่เธอกำลังหลอกตัวเองว่ามันเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ ทว่ามันก็เป็นไปไม่ได้อีกที่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งจะรู้รายละเอียดเกี่ยวกับใครบางคนที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน เหมือนกับเด็กผู้
"ข้าวหอมอยู่ไหน"เจนน่าถามขึ้นทันทีเมื่อเจอนับหนึ่ง โดยปกติแล้วคนส่วนใหญ่มักจะถามหาคนไข้หรือคนป่วยที่ประสบอุบัติเหตุมากกว่า ทว่าเธอก็รู้อยู่แก่ใจว่าคุณน้าคงอยู่ในมือหมอแล้ว เพราะฉะนั้นคนที่เธอควรถามหามากที่สุดคือก็คือลูกสาวของหล่อน"ข้าวหอมไหนวะ เจ้าของร้านดอกไม้อะเหรอ"นับหนึ่งขมวดคิ้วกับคำถามของเ
'แชะ ๆ ๆ'เสียงชัตเตอร์กล้องรัวแข่งกันของนักข่าวหลากหลายสำนักในงานเปิดตัวละครเรื่องใหม่ รวมไปถึงนักแสดงมากหน้าหลายตาที่กำลังยิ้มกว้างให้กล้องทุกๆตัว ไม่ว่าจะเป็นพระนางรวมไปถึงนางร้ายอย่างเจนน่า ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากที่งานเปิดตัวจบลงก็ต้องมีการแยกสัมภาษณ์เดี่ยวเป็นธรรมดา"น้องเจนน่ารู้สึกยังไงบ้างคะท
ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินสวนกันไปมาภายในห้องสี่เหลี่ยมไม่ใหญ่มากนักด้วยท่าทีเร่งรีบ บางคนหอบข้าวของพะรุงพะรัง บางคนยุ่งวุ่นวายอยู่กับเครื่องสำอาง และบางคนที่วิ่งหาของกินรวมไปถึงเครื่องดื่ม หากมองภาพรวมทุกคนที่นี่มีสีหน้าเคร่งเครียดจนดูอึดอัด ยกเว้นหญิงสาวที่นั่งไขว่ห้างเล่นมือถือเครื่องหรูอยู่บนเก้าอี