Accueil / วาย / Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg) / ตอนที่ 4 ที่ทำงานของมะม๊า

Share

ตอนที่ 4 ที่ทำงานของมะม๊า

last update Dernière mise à jour: 2026-01-08 00:29:15

Imperative Mama คุณแม่จำเป็น

EP.4 ที่ทำงานของมะม๊า

.

.

10.00 น.

“รับอะไรดีคะ” 

อินเดินเข้ามาในร้านชานมไข่มุก บรรยากาศในร้านน่ารักมากตกแต่งในสไตล์มินิมอล แต่ในมุมหนึ่งก็มีตุ๊กตาหมีมากมายคงไว้สำหรับลูกค้าที่พาเด็ก ๆ มาด้วย และพนักงานก็ยิ้มแย้มแจ่มใสให้ความรู้สึกดีตั้งแต่ที่ก้าวเข้ามาในร้าน

“เอ่อคือผมมาสัมภาษณ์งานครับ” 

หลังจากที่อินกดสมัครงานในแอปพลิเคชันได้ประมาณ 2 วันต่อมาก็มีคนโทรมาให้เข้าไปสัมภาษณ์งานและอินก็ได้เข้ามาที่ร้านนี้ก่อนเพราะอยู่ใกล้ที่พักเดินทางด้วยการเดินเท้าแค่ 5 นาทีก็ถึงที่ทำงานแล้วคงจะดีไม่น้อยถ้าเขาได้งานที่นี่

“อ๋อ พี่รอแป๊บนะคะ เดี๋ยวหนูตามเจ้าของร้านให้ค่ะ” 

พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ยิ้มแล้วบอกให้อินนั่งรออยู่ที่โต๊ะในร้านก่อนแล้วเจ้าตัวก็เดินเข้าไปหลังร้าน

“สวัสดีครับ คุณ..” 

เสียงเรียกดังขึ้นที่ด้านหลังของอินน่าจะเป็นเสียงของคนที่พนักงานบอกว่าเป็นเจ้าของร้านที่พึ่งไปตามออกมา

“สวัสดีครับ ผมอิ.. เอ่อ ดารินทร์ครับ” 

อินลุกขึ้นทักทายอย่างมีมารยาทพร้อมกับแนะนำตัวกับเจ้าของร้าน ตอนแรกอินเกือบลืมตัวแนะนำชื่อตัวเองออกไปเสียแล้วดีที่คิดได้ว่านี่ไม่ใช่ร่างกายของตัวเอง

“ผมกฤษณ์ครับ คุณดารินทร์ เดินทางมายังไงเหรอครับ” 

ทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะตัวเดิมโดยนั่งอยู่เก้าอี้ตรงข้ามกัน กฤษณ์ถามคำถามทั่วไปให้คนตรงหน้าดูผ่อนคลายพร้อมกับมองใบหน้าที่ดูดีจนเขาแอบคิดว่ามันตรงสเปกเขาไม่น้อยเลย หางตายกขึ้น ปากนิดจมูกหน่อย ช่างน่ามองอะไรอย่างนี้

“ผมเดินมาครับ พอดีที่พักอยู่ไม่ไกลมากน่ะครับ” อินตอบด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร ดูแล้วคนตรงหน้าก็น่าจะเป็นคนที่ใจดีอยู่เหมือนกัน

“ดีเลยนะครับ คงเดินทางมาทำงานได้สะดวก”

“ครับ แต่ผมมีข้อจำกัดบางอย่างน่ะครับ” อินก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างประหม่า

“เรื่องอะไรเหรอครับ ลองบอกมาได้เลยครับ”

“คือช่วง 14.15 น. ผมต้องออกไปรับลูกที่โรงเรียนใช้เวลาประมาณ 15 นาทีจะกลับมาทำงานต่อนะครับ”

“อ่า คุณแต่งงานแล้วเหรอครับ” 

กฤษณ์แอบผิดหวังอยู่เล็กน้อยเพราะก็น่าเสียดายที่อีกฝ่ายเหมือนจะแต่งงานแล้ว ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรเพราะคนตรงหน้าดูดีขนาดนี้ มีเจ้าของแล้วก็ไม่แปลกอะไร

“ไม่ใช่อะไรแบบนั้นหรอกครับ คือเราแค่เลี้ยงลูกด้วยกันน่ะครับ”

“อ่า..ขอโทษด้วยครับที่ถามเรื่องเสียมารยาท” กฤษณ์นึกด่าตัวเองในใจที่แอบดีใจที่ได้รู้ว่าดารินทร์คงแยกกันอยู่กับพ่อของลูก

“ไม่เป็นไรครับ ถ้าคุณกฤษณ์รู้สึกว่าผมบกพร่องต้องขอโทษด้วยนะครับ” 

ด้วยความกลัวว่าจะขออะไรที่เป็นปัญหาของตัวเองแต่กลับเอามาเบียดเบียนเวลางานมันจะดูไร้มารยาทและเอาเปรียบเพื่อนร่วมงานจนเกินไป

“เรื่องนั้นไม่เป็นปัญหาครับ พนักงานที่นี่นิสัยดีครับ คุณดารินทร์เอาลูกมาที่นี่ได้นะครับ ถ้ากลับบ้านแล้วไม่มีใครดูแลให้”

“หมายความว่ารับผมเข้าทำงานใช่มั้ยครับ” อินยิ้มดีใจออกมาทันที

“ครับ พรุ่งนี้เริ่มงานสะดวกมั้ยครับ”

“ครับ ได้ครับ”

“ยินดีที่ได้ร่วมงานนะครับ” 

กฤษณ์ยื่นมือออกไปด้านหน้าเพื่อให้อีกฝ่ายจับเหมือนเป็นการทำสัญญาเริ่มงาน อินก็ลุกขึ้นและจับมือของหัวหน้างานหมาด ๆ ของเขาด้วยความยินดี

“ยินดีและขอบคุณมากนะครับ ผมจะตั้งใจทำงานครับ”

.

.

19.00 น.

คอนโด LSRK

“ปะป๊า ไพลินคิดถึงปะป๊าจังเลยยยยยย”

ตามเวลาอีกเช่นเคยที่คนเป็นพ่อของเด็กแฝดต้องวิดิโอคอลมาหาเด็กแฝดทั้ง 2 คนในเวลานี้ของทุก ๆ วัน อินก็พึ่งรู้ว่าจารุพิชญ์โทรหาลูกทุกวัน เพราะในความทรงจำของดารินทร์ไม่มีเรื่องของลูก ๆ ตอนก่อนนอนแล้วตอนตื่นนอนเลย มีแค่ช่วงวันธรรมดาที่เด็ก ๆ ปิดเทอมหรือวันหยุดพิเศษที่เด็ก ๆ ไม่ต้องไปโรงเรียนเท่านั้น แต่ก็แค่ไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน

“ป๊างานยุ่งมั้ยครับ” เพทายถามคนเป็นพ่อเหมือนเคย

[ไม่ยุ่งครับลูก ป๊าได้เห็นหน้าลูกก็หายเหนื่อยแล้วครับ ลูกกินข้าวกันรึยังครับ ] 

“กินแล้ว ปะป๊าวันนี้มะม๊าทำข้าวห่อไข่อร่อยมากกกกก ไพลินกินเยอะเลย”

“ตัวกินเยอะไป เดี๋ยวได้ปวดท้องหรอก”

“ก็ตัวกินไม่หมดนี่น่า เค้าเสียดายน้า”

[ม๊าทำของอร่อยให้กินทุกวันเลยเหรอครับลูก ] 

จากที่ลูก ๆ บอกดูเหมือนว่าทั้งอาทิตย์นี้คนเป็นแม่ของเด็กแฝดจะอยู่กับเด็ก ๆ หลังเลิกเรียนแถมตอนเช้ายังตื่นมาทำอะไรให้ลูก ๆ กินอีกต่างหาก มันผิดวิสัยของดารินทร์ที่เขารู้จัก คนแบบนั้นต้องการอะไรกันแน่คิดจะแสดงละครให้ลูก ๆ เพื่อให้เด็ก ๆ อยากอยู่กับตัวเองหรือยังไงกัน

“ทุกวันน้าปะป๊า อร่อยด้วยปะป๊าต้องลอง ๆ”

ไพลินอวดอาหารฝีมือมะม๊าตัวเองใหญ่ คนเป็นพ่อเห็นใบหน้ายิ้มแย้มนั้นก็อดยิ้มตามไม่ได้ ถึงจะสงสัยแต่ก็ต้องยอมรับว่าเด็ก ๆ มีความสุขขึ้นมากจริง ๆ

“ป๊าล่ะครับ กินข้าวรึยังครับ” เพทายถามป๊าบ้าง

[ป๊ากำลังจะไปกินครับลูก ]

“ปะป๊ากินอร่อย ๆ น้า” 

ไพลินยิ้มหวานให้ปะป๊าตัวเอง คนพ่อก็ยิ้มตามอย่างอดไม่ได้ ถ้าอยู่ใกล้ ๆ คงได้จับหอมสักฟอดสองฟอด

[ครับลูก แล้วม๊าไปไหนล่ะครับ หรือวันนี้อยู่กับคุณป้า ] จารุพิชญ์มองไปรอบ ๆ ตัวลูก ๆ ที่อยู่ในจอโทรศัพท์

“ม๊าอาบน้ำอยู่ครับป๊า”

[เพทายลูกอยู่กับม๊าสนุกมั้ยครับ ] 

ด้วยเหตุผลที่เพทายดูโตกว่าไพลินคนเป็นพ่อจึงเลือกถามความพอใจที่ลูก ๆ อยู่กับคนเป็นแม่ในช่วงนี้ แม้จะเป็นแฝดกันแถมยังเป็นแฝดน้องอีกต่างหาก

“ช่วงนี้ดีมาก ๆ ครับป๊า ไม่รู้ทำไม แต่ไม่เหมือนม๊าแบบทุกทีครับ” 

เพทายตอบตามความรู้สึกของตัวเองเพราะเขาเองก็รู้สึกว่าม๊าดูเปลี่ยนไปหลังจากกลับมาจากโรงพยาบาลครั้งก่อน ม๊าดูสนใจพวกเขามากขึ้น แต่เขาก็ไม่อยากถามม๊าเพราะตอนนี้ก็ดีกว่าเดิมอยู่แล้ว

[ดีแล้วครับ เอาโทรศัพท์ให้ม๊าหน่อยครับ ]

“ไพลินไปตามม๊าไห้เองงงงง มะม๊า!!!!!” 

ว่าแล้วไพลินก็วิ่งดุ๊กดิ๊กด้วยขาเล็ก ๆ ป้อมป้อมนั้นด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่เด็กน้อยจะทำได้เพื่อตรงไปหามะม๊าในห้องนอนให้เร็วที่สุด

“ป๊าทำงานอยู่เหรอครับ” 

เพทายสังเกตว่าพ่อตัวเองไม่ได้อยู่ที่คอนโด น่าจะเป็นที่ทำงานบางครั้งเพทายก็เคยไปตอนป๊าไปรับที่โรงเรียนในวันศุกร์ของบางสัปดาห์ถ้าคนเป็นพ่องานไม่ยุ่ง

[ครับลูก เพทายเรียนเป็นไงบ้างครับลูก ]

“ไม่มีปัญหาอะไรครับ ไพลินถึงจะชอบเล่นแต่ก็เรียนได้เหมือนกันครับป๊า” 

เพทายตอบป๊าไปตามความจริงที่โรงเรียนไพลินชอบเล่นกับเพื่อน ๆ มากแต่ก็ตั้งใจเรียนตามปกติ ส่วนเพทายชอบอ่านหนังสือหรือไม่ก็เล่นเกมโจทย์ปัญหาที่ดูเกินวัยตัวเองไปมาก

[ลูกป๊าเก่งจริง ๆ เลยนะครับ ยังไงเพทายก็ดูแลพี่ด้วยนะครับลูก ]

‘ครับป๊า’

‘มะม๊ามาแล้วน้า’ 

ไพลินวิ่งกึ่งเดินจูงมือคนเป็นแม่ที่พึ่งแต่งตัวเรียบร้อยแล้วออกมาจากห้องนอนเพื่อมารับโทรศัพท์ของปะป๊า

“ป๊าจะคุยด้วยครับม๊า” 

เพทายยื่นโทรศัพท์ให้คนเป็นแม่แล้วก็หันไปสนใจสารคดีในทีวีต่อพร้อมกับไพลินที่ไปนั่งข้าง ๆ พลางถามนั่นนี่กับเพทายเหมือนปกติ

“ครับ”

[คุยแบบเสียง ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอ ] 

ว่าแล้วจารุพิชญ์ก็ทำการกดปิดกล้องแล้วเปลี่ยนมาคุยด้วยเสียงแทน อินได้ยินแบบนั้นก็พยายามทำความเข้าใจว่าเขาโกรธดารินทร์ก็เป็นเรื่องปกติ แต่สายตารังเกียจที่ส่งมาให้ มันก็อดรู้สึกแย่ขึ้นมาไม่ได้

“มีอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ”

[หึ สุภาพจังนะ เธอคิดจะทำอะไร] 

จารุพิชญ์โพล่งออกมาด้วยความสงสัยและอคติในใจที่มีต่อแม่ของเด็กแฝดเพราะตอนนี้อีกฝ่ายเหมือนโดนผีสิงให้กลับมาเป็นแม่ที่ดีเสียอย่างนั้น

“ผมไม่ได้จะทำอะไรนะครับ” 

อินปฏิเสธออกไปทันทีเพราะเขาไม่ได้มีเจตนาไม่ดีกับเด็ก ๆ เขาแค่อยากดูแลให้ดีเพราะเด็ก ๆ มอบความรักที่อินไม่เคยสัมผัสมาก่อน ในเมื่อเขาอุตส่าห์ได้มาใช้ชีวิตใหม่ในร่างนี้อีกครั้งเท่านั้นเอง

[คิดว่าฉันจะเชื่อคนอย่างเธอหรือไง คนที่เอาลูกเก็บไว้เพื่อหาเงินแบบเธอน่ะ ไม่ว่าเธอคิดจะทำอะไรฉันก็จะเอาลูกมาอยู่กับฉันให้ได้ ฉันปล่อยให้ลูกอยู่กับเธอมานานเกินไปแล้ว ] 

คนปลายสายว่าจบแล้วก็กดตัวสายทันที ทิ้งไว้เพียงคำพูดว่าร้ายและคำดูถูก ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ว่าเราเสียหน่อยแต่สายตาแบบนั้นมันก็ยังทำให้อินปวดใจอยู่ดี

“ม๊าครับไพลินหลับไปแล้วครับ” 

อินหันไปตามเสียงของเพทายที่ตอนนี้มีเด็กตัวนุ่มนิ่มนอนหลับอยู่ที่ตักเล็ก ๆ ของอีกคน ภาพนี้เป็นที่เยียวยาจิตใจได้อย่างดีหลังจากที่โดนคำพูดร้ายกาจเมื่อสักครู่ไป

“แล้วเพทายง่วงหรือยังครับลูก”

“ยังครับม๊า ผมขอดูนี่ก่อนได้มั้ยครับ” เพทายที่ยังดูสารคดีไม่จบก็เอ่ยบอกม๊าเหมือนขออนุญาต

“ได้ครับลูกแต่ไม่เกินสามทุ่มนะครับ”

“ครับม๊า”

“งั้นม๊าพาไพลินไปนอนก่อนเดี๋ยวม๊าออกมาดูเป็นเพื่อนนะครับ” 

ไพลินว่าแล้วก็จัดการอุ้มเด็กตัวน้อยที่นอนหลับสนิทไม่มีทีท่าจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอยู่ในอ้อมอก

“ม๊าง่วงรึเปล่าครับ”

“ไม่ครับ หรือเพทายอยากดูคนเดียวมั้ยครับ” ไม่รู้ทำไมเขารู้สึกว่าเพทายจะดูแลตัวเองได้เลยถามลูกไปแบบนั้น

“เปล่าครับ ดูกับม๊าดีกว่าครับ” 

แต่ถึงอย่างนั้นเพทายก็อยากอยู่ดูกับม๊าอยู่ดี ค่อยยังชั่วที่เด็กน้อยก็ยังมีเรื่องที่สมวัยอยู่บ้างคือการชอบใช้เวลากับพ่อแม่นั่นเอง

“ครับ เดี๋ยวม๊ามานะครับ” 

อินลูบหัวเด็กน้อยเบา ๆ แล้วเดินพาแฝดคนพี่เข้านอนที่ห้องแล้วค่อยออกมานั่งดูสารคดีกับเด็กน้อยน่าทึ่งคนนี้อีกที

.

.

บริษัท เอลเอสอาร์เค กรุป

“วินนายให้คนค่อยจับตาดูดารินทร์หน่อย ให้ตามดูเป็นช่วง ๆ ” 

หลังจากวางสายจากแม่ของเด็กแฝดไป จารุพิชญ์ก็รู้สึกต้องทำอะไรสักอย่างเพราะพฤติกรรมอีกฝ่ายดูต่างออกไปจากปกติหลังจากที่กลับมาจากโรงพยาบาล ถึงจะเป็นไปในทางที่ดีก็ตาม แต่เขาไม่มีทางไว้ใจคนที่มีนิสัยเหมือนกับอสรพิษแบบนั้นได้หรอก ไม่มีทาง

“ครับท่านประธาน”

“วันนี้กลับบ้านเถอะครับ ขอโทษที่ต้องให้อยู่ดึก ๆ นะครับ” 

ประธานบริษัทกล่าวขอโทษเลขาที่ทำงานกันมานานแถมรู้ใจเขาในเรื่องของการทำงานเป็นอย่างดี ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่เคยใช้งานพนักงานเกินเหตุผลเลยสักครั้ง

“ยินดีครับ กลับบ้านดี ๆ นะครับท่านประธาน” 

เลขาบอกก่อนจะโค้งตัวให้ท่านประธานอย่างเคารพแล้วเดินออกไป จารุพิชญ์เอนตัวไปกับพนักพิงเก้าอี้ทำงานตัวแพงในหัวก็คิดถึงพฤติกรรมของดารินทร์ที่แปลกออกไปด้วย ทั้งสีหน้าแววตา และการกระทำอะไรต่อมิอะไรที่ดูเหมือนใส่ใจและห่วงใยลูก ๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นแบบนั้นมาก่อนชวนให้เขาสงสัย

“คิดจะทำอะไรกันแน่ดารินทร์”

.

.

เช้าวันศุกร์

หลังจากที่ไปส่งลูกๆ ที่โรงเรียนเรียบร้อยแล้ว อินก็รีบกลับมาเพื่อเริ่มงานทันที เมื่อเช้าคุณกฤษณ์เจ้าของร้านโทรมาบอกกับเขาว่าต้องเริ่มงานแปดโมงเช้าเพราะร้านเปิดตอนเก้าโมงและเลิกงานตอนหกโมงเย็น อินก็คิดว่าเวลาก็พอลงตัวได้ และโชคดีที่เจ้าของร้านใจดีให้พาเด็ก ๆ มาอยู่ระหว่างรอเลิกงานได้

“สวัสดีครับ ผมดารินทร์นะครับ เรียก รินทร์ ก็ได้ครับ ฝากตัวด้วยนะครับ”

“หวัดดีพี่ ผมเจ๋ง ยัยนี้ชื่อส้มพูดมากหน่อยแต่ก็พึ่งพาได้อยู่พี่ มีอะไรถามมันได้”

“ไอ้เจ๋งว่าใครพูดมาก พี่รินทร์อย่าไปฟังมันมากนะ มันนั่นแหละปากมาก” 

ดูท่าแล้วที่นี่น่าจะคึกคักน่าดู เพราะพนักงานหยอกกันตั้งแต่เช้าแต่ก็สร้างรอยยิ้มให้อินได้มากพอสมควร

“เอาล่ะ ๆ ไปทำงานได้แล้วมาเถียงกันให้พี่เค้าดูตั้งแต่วันแรกหน้าไม่อายจริง ๆ ไอ้พวกนี้” 

กฤษณ์พูดขึ้นหลังจากที่พนักงานตัวป่วนทั้งสองคนของเขาที่ทะเลาะกันทั้งวันไม่ยอมหยุดให้เลิกพูดเรื่องไร้สาระเสียที

“ครับบอส / ค่ะบอส” 

เจ๋ง กับ ส้ม รับคำแล้วก็รีบไปทำงานทันทีพอดีกับที่มีลูกค้าเข้ามาที่ร้านส้มจึงรับออเดอร์แล้วหันไปบอกเจ๋งให้ลงมือทำตามออเดอร์ทันที อินสังเกตไปด้วยว่าลูกค้าดูเยอะพอสมควรในตอนเช้า

“อย่างที่เห็นนะครับช่วงเช้าจะวุ่นวายหน่อยร้านเลยต้องการคนเพิ่มครับ”

“ครับ ให้ผมเริ่มจากตรงไหนดีครับ”

“เดี๋ยวรินทร์ช่วยเอาออเดอร์ที่ทำเสร็จแล้วจัดการใส่ถุง และขานออเดอร์ตามลำดับในระบบก่อนนะครับ เดี๋ยวช่วงที่ลูกค้าซาลงผมจะให้เจ๋งกับส้มสอนเรื่องอื่น ๆ เพิ่มให้นะครับ”

“ได้ครับ” 

อินรับคำสั่งก่อนจะเดินไปหาส้ม ส้มหันมาบอกอย่างเต็มใจแล้วอินก็ทำได้อย่างดี ด้วยความหน้าตาดูดีของดารินทร์ทำให้ลูกค้าแอบมองอยู่หลายคน ซึ่งก็มีเจ้าของร้านที่มองสังเกตตัวลูกจ้างคนใหม่ของเขาอย่างไม่วางตา เจ้านายคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาแค่คอยดูการทำงานของลูกน้องคนใหม่เท่านั้นเอง กฤษณ์สร้างข้ออ้างในใจให้กับตัวเอง

“เฮ้อ ผ่านไปสักทีช่วงเวลาที่ทุกคนหิวกาแฟกันแทบคลั่ง” 

เจ๋งว่าพลางออกมานั่งพักที่เก้าอี้หน้าพัดลมเพราะตอนนี้เขารู้สึกเหนื่อยมาก ที่วุ่นทำเครื่องดื่มมาตั้งแต่เช้าทำให้เขายืนมาตั้งแต่สองชั่วโมงที่แล้ว

“ฉันตาลายจะแย่แล้ว วันหลังแกมารับออเดอร์บ้างเลย” ส้มโวยเพราะตัวเองต้องรับออเดอร์หน้าร้านจนหัวหมุน

“นู่นเลย สอนพี่รินทร์ดีกว่าลูกค้าหลายคนแอบมองพี่เค้าตาเป็นมัน”

“จริงด้วยพี่รินทร์ พี่ดูดีจนลูกค้ามองแทบทั้งร้านเหมาะเลยล่ะ ดึงดูดลูกค้านะบอส” 

ส้มเห็นด้วยกับที่เจ๋งเสนอเพราะว่าตัวเองก็แอบลอบมองอยู่หลายครั้งเพื่อจะได้ค่อยช่วยถ้ามีอะไรติดขัด

“รินทร์อยากลองดูมั้ย” กฤษณ์หันไปถามคนที่กำลังถูกเสนอชื่ออยู่ในตอนนี้เพื่อถามความเห็น

“ได้ครับ ผมทำอะไรก็ได้ครับ” 

อินตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มยินดี เขามาทำงานเพราะฉะนั้นไม่ว่าอะไรที่ได้รับมอบหมายเขาก็พร้อมจะทำอย่างเต็มที่แน่นอน

“แต่ไม่ต้องกลัวเบื่อนะครับ ยังไงทุกคนก็ต้องทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว เผื่อมีความจำเป็นต้องลางานจะได้คอยช่วยเหลือกันได้น่ะครับ”

“ครับคุณกฤษณ์” อินรับคำอย่างนอบน้อม

“เรียกพี่กฤษณ์เถอะครับรินทร์จะได้เป็นกันเอง” 

กฤษณ์ว่าพร้อมกับส่งรอยยิ้มไปให้อินอย่างเอ็นดู ส่วนส้มกับเจ๋งหันไปมองหน้ากันแบบรู้กันอยู่สองคนว่ามันมีเคมีแปลก ๆ เกิดขึ้นเสียแล้วสิ

“เอ่อ ครับ พี่กฤษณ์” 

อินที่ถึงจะได้รับอนุญาตก็ยังคงกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ดีเพราะคนตรงหน้าเป็นหัวหน้างานจะให้เรียกแบบเป็นกันเองมันก็ยังรู้สึกเกร็งอยู่พอสมควร

“ส้ม เจ๋ง สอนงานพี่เค้าด้วย แล้วก็อย่าเถียงกันมากนักล่ะ”

“ครับบอส”

“ค่ะบอส”

“พี่รินทร์ตรงผนังเคาน์เตอร์จะมีสูตรเมนูต่าง ๆ แปะอยู่ค่ะ ช่วงสาย ๆ กับช่วงบ่าย ลูกค้าน้อยลงเดี๋ยวลองฝึกชงดูนะพี่” 

ส้มแนะนำเรื่องการชงเครื่องดื่มเมนูต่าง ๆ ให้กับอิน คอยบอกว่าตรงนั้นตรงนี้มีอะไรบ้างและต้องหาหยิบจับของจำเป็นต่องานจากตรงไหนบ้าง

“เอาเลยพี่ชงให้ผมก็ได้โควตาพนักงานฟรีวันละแก้ว ผมยกให้พี่ชงเลย”

“อื้อ..ขอบคุณมากนะส้มเจ๋งที่ช่วยสอน”

“โหพี่อย่ายิ้มให้ผมดิ ใจสั่นเลย” เจ๋งทำทางเอามือทาบไปที่หน้าอกตัวเองเพราะโดนจู่โจมด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจที่อินส่งมาให้

“สตอค่ะ เดี๋ยวโดนบอสเล่นงานหรอก”

“อุ๊ย จริงด้วยไม่สู้ดีกว่าเรา” 

เจ๋งรู้สึกเสียวสันหลังวาบเมื่อคิดถึงถ้าเขาไปชอบพนักงานใหม่ที่ดูเหมือนจะเป็นคนโปรดของบอสตั้งแต่วันแรกคงไม่คุ้มเสี่ยงสักเท่าไร

“เล่นงานเรื่องอะไรเหรอ” 

หัวคิ้วของอินขมวดกันขึ้นเล็กน้อยเพราะความสงสัยที่เกิดขึ้นจากคำพูดของส้มที่บอกว่าเจ้านายจะเล่นงานเจ๋งเรื่องอะไรกัน

“เปล่าพี่ ผมพูดไปงั้นแหละพี่”

อินทำงานตามที่ตัวเองได้รับมอบหมายเป็นอย่างดี และยังช่วยเหลือเพื่อนที่ทำงานด้วยกันอย่างไม่เกี่ยงงาน ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนได้ใช้ชีวิตจริง ๆ อย่างที่คนคนหนึ่งควรจะเป็นแล้ว แม้ว่าจะได้ใช้ชีวิตใหม่ในฐานะของคนอื่นแต่อินก็แอบรู้สึกอิสระอย่างบอกไม่ถูก

“รินทร์บ่ายสองกว่าแล้วนะครับ ไม่ไปรับลูกเหรอครับวันนี้” 

กฤษณ์ที่เห็นว่าอินยังไม่เตรียมตัวออกไปรับลูกตามที่ได้แจ้งไว้ก่อนหน้าจึงเอ่ยเตือน

“วันนี้พ่อเค้าพาไปอยู่ด้วยนะครับทุกวันเสาร์อาทิตย์”

“แต่วันอาทิตย์เป็นวันหยุดร้าน ไม่ได้อยู่กับลูกคงคิดถึงแย่”

“ไม่รู้สิครับ ยังไม่เคยอยู่ห่าง ๆ เลย” กฤษณ์เห็นรอยยิ้มที่มุมปากของคนตรงหน้าแต่กลับไปไม่ถึงดวงตาที่ดูเศร้าลง

“งั้นวันอาทิตย์รินทร์ก็ว่างสิครับ”

“ก็ครับ จนถึงบ่ายสามพ่อเค้าก็มาส่งที่คอนโดแล้วครับ” อินหันไปตอบบอสก่อนจะเก็บของเพราะใกล้เลิกงานแล้ว

“บอสผมกลับบ้านก่อนนะครับ หวัดดีครับผม” 

เวลาล่วงเลยมาจนถึงหกโมงเย็น เจ๋งบอกลาบอสก่อนส่งยิ้มมาให้อินแล้วเดินออกไปด้วยความเร็ว ก็นะเลิกงานแล้วใครก็อยากกลับบ้านกันทั้งนั้น

“ส้มก็กลับด้วยนะคะ สวัสดีค่ะบอส เจอกันพรุ่งนี้น้าพี่รินทร์” กฤษณ์รับไหว้พร้อมกับอินที่โบกมือลาและส่งยิ้มให้

“งั้นรินทร์ขอตัวกลับก่อนนะครับ” อินว่าพร้อมกับยกมือไหว้เพื่อบอกลาตามมารยาท

“พี่ไปส่งมั้ยครับ” กฤษณ์รีบอาสาก่อนที่พนักงานแสนน่ารักกำลังก้าวออกจากร้าน

“ไม่เป็นไรครับ รินทร์เดินไปนิดเดียวเองครับ” อินทำเพียงยิ้มบาง ๆ อย่างเกรงใจ

“งั้นก็เดินทางปลอดภัยนะรินทร์” 

กฤษณ์แอบเสียดายที่บ้านของพนักงานใหม่ของเขาอยู่ใกล้ ๆ ขึ้นมาเสียอย่างนั้น จะใช้ลูกไม้ไปส่งที่บ้านก็คงจะทำไม่ได้เสียแล้ว

.

.

คอนโด LSRK

“ว่าไงวิน” 

จารุพิชญ์รับสายที่เลขาโทรเข้ามาในขณะที่ตอนนี้เขากำลังอยู่กับลูก จึงปลีกตัวออกมาเพื่อคุยโทรศัพท์พลางมองไปยังลูก ๆ ที่กำลังนั่งต่อเลโก้ที่พึ่งแวะซื้อมาจากห้างสรรพสินค้าก่อนเข้ามาที่คอนโด

[คนของเรารายงานว่าคุณดารินทร์กลับบ้านแล้วครับ เธอทำงานที่ร้านคาเฟ่ใกล้ ๆ คอนโดครับท่านประธาน ] 

“ไม่ได้ไปที่ไหนเลยเหรอครับ” 

คิ้วหนาขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยกับพฤติกรรมของดารินทร์ ไปทำงานงั้นเหรอ คนที่ได้เงินจากการเอาลูกเป็นตัวประกันตั้งสองแสนต่อเดือนเธอคิดอะไรถึงจะหาทำงานที่เงินเดือนหมื่นกว่าบาท

[ ไม่เลยครับ ]

“แล้วพวกเจ้าหนี้พนันล่ะ ไม่มาวุ่นวายใช่มั้ยครับ” 

ตั้งแต่เขาให้คนตามสืบเรื่องของดารินทร์มาตลอดก็พอรู้ว่าแม่ของเด็กแฝดเอาเงินไปเล่นพนันจนติดงอมแงมแถมยังกู้หนี้ยืมสินจนโดนทวงถามทุก ๆ สิ้นเดือน

[ยังไม่มาครับ เดี๋ยวช่วงสิ้นเดือนผมจะบอกให้คนของเราคอยระวังให้นะครับ ]

“ขอบคุณครับ ไปพักผ่อนเถอะครับ”

[ครับท่านประทาน ] ปลายสายว่าก่อนจะตัดสายไป

“ปะป๊า ไพลินต่อบ้านได้ด้วยน้า ปะป๊ามาดู ๆ ” 

ไพลินเรียกปะป๊าออกมาเสียงดัง จนคนเป็นพ่อหันไปมองยิ้ม ๆ แล้วก็เดินเข้าไปหา แต่เห็นว่าเพทายหยิบตัวต่อเลโก้ออกจากพื้นที่ไพลินกำลังยืนอยู่ไปด้วย

“ตัวระวังเหยียบเดี๋ยวก็เจ็บหรอก”

“ไหนขอป๊าดูหน่อยครับลูก”

จารุพิชญ์นั่งลงเพื่อคุยกับลูก ๆ แล้วเอ่ยชมเด็กทั้งคู่พร้อมกับลูบไปที่หัวทุยเล็กๆ ทั้งสอง ก่อนจะช่วยเด็กแฝดต่อเลโก้ไปด้วย ความสุขที่เพิ่มขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นในใจของจารุพิชญ์ทุกครั้งที่ได้ใช้เวลากับลูก ๆ ทุกวันนี้เขาเอาแต่คิดไม่ตกว่าจะทำยังให้ ไพลิน กับ เพทาย อยู่อย่างมีความสุข มีสิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่เจ็บไม่ป่วย ไม่มีอันตรายอะไรเกิดขึ้นพวกเขาไม่ว่ายังไงก็ตาม

.

.

.

to be continued..

.

.

.

ฝากติดตามด้วยนะคะ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)   [Sp.4] พี่ชายฝาแฝดกับน้องสาวของเขา

    *Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||ตอนพิเศษ 3ม๊าหึงป๊าแล้วนะ||15 ปีผ่านไป“เราชอบเธอนะ” เด็กชายรุ่นราวคราวเดี๋ยวกันกับเด็กหญิงเดินออกมาจากมุมตึกก่อนจะยื่นดอกกุหลายหนึ่งดอกที่ตัวเองเลือกมาอย่างดีแล้วว่าเป็นดอกที่สวยที่สุดในร้านเพื่อนำมาส่งมองให้ผู้หญิงที่ตัวเองแอบมองมากว่าหลายเดือน“เดี๋ยวก่อนไอ้น้อง จะมาขอสาวเป็นแฟนทั้งทีใช้ดอกกุหลาบดอกเดียวเนี่ยนะ” ว่าแล้วหนุ่มหล่อคนหนึ่งก็คว้าดอกกุหลาบในมือเด็กชายไปถือเองอย่างถือวิสาสะและพูดพร้อมกับหัวเราะไปด้วยอย่างขบขัน“อายุเท่าไร ให้เดานายคงซื้อดอกไม้ด้วยเงินค่าขนม กลับไปตั้งใจเรียนเถอะ” หนุ่มหล่ออีกคนที่มีหน้าตาคล้ายกันแต่แตกต่างกันที่คนนี้ใส่แว่นตาจนหนาเตอะแต่สายตากลับเฉือดเฉือนคนได้มองราวกับเป็นผู้คุมกฏมาจากไหนและมันก็ทำให้เด็กชายกลัวจนวิ่งหนีหายไปทันที“หยุดเลยนะพี่ไพลินพี่เพทาย บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำแบบนี้กับหนูไง หนู 17 แล้วนะโตแล้ว”“กล้าจะโตนะหนูพร้อมรัก ยังต้องเอาตุ๊กตาเน่าใส่กระเป๋ามาเรียนอยู่เลยนี่ไง” ไพลินไม่ว่าเปล่าคว้าไปหยิบตุ๊ก

  • Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)   [Sp.3] ม๊าหึงป๊าแล้วนะ

    **Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||ตอนพิเศษ 3ม๊าหึงป๊าแล้วนะ||2 ปีผ่านไป“ม่าย ๆ ม่ายเพาะเอา เอาขวด ๆ ” เสียงเด็กหญิงตัวเล็กงอแงเรียกชื่อตัวเองเป็นคำว่า เพาะ เพราะยังพูดไม่ค่อยชัดมากนัก“น้องพร้อมรักไม่แง ๆ น้า เดี๋ยววันพรุ่งนี้ม๊าให้กินแบบขวดนะครับ” อินกำลังตกลงความเห็นที่ไม่ลงตัวกับเด็กน้อยที่เอาแต่ใจที่สุดในบ้านเพราะด้วยความที่เป็นลูกและหลานคนเล็กทุกคนเลยพร้อมจะตามใจ คงมีแต่อินที่ต้องพยายามดัดนิสัยอยู่บ้างบางครั้งเพราะกลัวว่าจะโตไปเป็นเด็กเอาแต่ใจไม่น่ารัก“ม่ายน้าม๊า ขวด”“คุณรินทร์ครับเดี๋ยวผมออกไปซื้อที่สาขาอื่นให้นะครับ” คนขับรถเองก็เห็นท่าทางเบะจะร้องไห้ของคุณหนูตัวน้อยก็อดจะเอ็นดูไม่ได้ และเขาก็คงเหมือนกับคนอื่น ๆ ที่ได้เห็นคุณหนูเศร้าใจก็พร้อมจะประเคนทุกอย่างที่เด็กตัวน้อยต้องการจนหมด“ไม่เป็นไรครับลุงสมชายเดี๋ยวผมจัดการเองครับ” แต่อินก็ยังตั้งมั่นว่าจะต้องจัดการกับเด็กเอาแต่ใจคนนี้ให้ได้ ไม่งั้นลุงสมชายต้องเดือดร้อนออกไปหาซื้อให้อีก“แล้วจะได้เหรอครับ ดูเบะมากเลยนะครับนั่

  • Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)   [Sp.2] สมาชิกใหม่ของบ้านเลิศศิริกุล

    **Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||ตอนพิเศษ 2สมาชิกใหม่ของบ้านเลิศศิริกุล||“ใกล้คลอดเข้าไปทุกที ให้เมียแกลงมานอนข้างล่างซะ” คนที่ทำเหมือนไม่สนใจคนท้องแก่แต่กลับใส่ใจกว่าที่คิดเอ่ยปากบอกลูกชายให้พาเมียลงมานอนห้องข้างล่างเพราะเห็นคนท้องขึ้นบันไดทุกวันแล้วพานให้เธอหงุดหงิด“ผมให้ป้าดาวจัดการแล้วครับ”“ดี เธอก็เดินเหินให้มันระวัง ไม่ใช่คิดน้อยอยากจะขยับไปไหนก็ทำ”“ครับ” อินตอบรับยิ้ม ๆ เพราะรับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงของคุณย่าเด็กแฝดอีกครั้ง“มะม๊าขอไพลินฟังเสียงน้องหน่อยไพลินจะไปเรียนแล้ว” เด็กตัวน้อยจัดการทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วก่อนจะวิ่งมาหาคนเป็นแม่และเอาใบหน้าเล็กแนบไปกับหน้าท้องกลมนูนเต็มที่ของมะม๊าเช่นทุกวัน“ม๊าหนักมั้ยครับ” เพทายถามม๊าด้วยความเป็นห่วงและแน่นอนว่าเด็กน้อยคนนี้ก็ถามมะม๊าแบบนี้ทุกวันเช่นกัน“ม๊าไม่เป็นไรครับ เพทายไม่ต้องห่วงม๊าน้า” อินว่าพร้อมลูบหัวลูกปรอย ๆ“ไปกันครับเด็กแฝด ฉันไปก่อนถ้ามีอะไรรีบโทรบอกทันทีเลยนะ”“ครับพี่พิชญ์” ก่อนออกไปจารุพิชญ์ก้มลงหอมขมับเล็กเบ

  • Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)   [Sp.1] พาสะใภ้เข้าบ้านใหญ่

    **Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน|ตอนพิเศษ 1 พาสะใภ้เข้าบ้านใหญ่|“กังวลอะไรขนาดนั้น” จารุพิชญ์เอื้อมมือไปลูบศีรษะเล็กปรอย ๆ เพื่อเป็นการปลอบคนตัวเล็กที่แสดงสีหน้าคิดไม่ตกตั้งแต่รู้ว่าต้องเข้าบ้านใหญ่เลิศศิริกุล“ก็คุณแม่พี่พิชญ์ไม่ชอบใจผมเอามาก ๆ นิครับ ก็เลย..” อินพูดด้วยใบหน้าเศร้าเมื่อคิดถึงความสัมพันธ์ของตัวเองกับแม่ของอีกฝ่ายแล้วก็อดคิดมากไม่ได้ เจอกันทุกครั้งเขาไม่เคยมีเรื่องราวดี ๆ เลย จะไม่ให้กังวลก็คงแปลก“เดี๋ยวนอนแค่วันนี้แล้วค่อยหาที่อยู่ใหม่กันดีมั้ย” แม้เพียงสักนิดเขาก็ไม่อยากให้คนตัวเล็กกังวลเรื่องอะไรก็ตาม“ไม่เป็นไรครับพี่พิชญ์เองก็บอกแล้วว่าคุณย่าติดเด็กแฝดไปแล้ว ผมไม่อยากให้เธอคิดมาก” ในเมื่อเขาตั้งใจจะเริ่มต้นใช้ชีวิตครอบครัวกับพ่อของลูกแล้วจะเอาแต่ความสุขตัวเองก็คงจะเป็นการเห็นแก่ตัวจนเกินไป อินจึงตั้งใจจะอดทนอยู่กับคนที่เรียกได้ว่าเป็นคุณย่าของเด็ก ๆ ให้ได้ เพราะบ้านนี่ยังไงก็เป็นที่ของเด็กแฝดและตัวเล็กที่กำลังจะเกิดมาด้วย อินจึงทำใจสู้เพราะเรื่องที่หนักกว่านี้ก็

  • Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)   ตอนที่ 38 การมีอยู่ของเธอทำให้เราเป็นครอบครัว { จบบริบูรณ์ }

    **Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||~ ตอนที่ 38 ~การมีอยู่ของเธอทำให้เราเป็นครอบครัว..“พี่รินทร์ลาเต้โต๊ะสองหวานน้อยเพิ่มหนึ่งจ้า พี่รินทร์ พี่” ไมโลเรียกอินเป็นครั้งที่สามแต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะยังไม่ได้สติ เอาแต่เหม่อลอยมองออกไปนอกร้านราวกับว่ากำลังรอใครอยู่“โทษทีจ่ะ ลาเต้หวานน้อยนะ” จนเจ้าหนูไมเดินเข้าไปสะกิดร่างเล็กถึงได้รู้สึกตัวขึ้นมา และได้เริ่มทำเครื่องดื่มตามที่ลูกค้าสั่ง“จ่ะพี่รินทร์” ไมโลตอบรับก่อนจะสังเกตท่าทางไร้ชีวิตชีวาของผู้จัดการร้านตัวเล็ก แต่ก็ยังไม่ได้โอกาสถามออกไปเพราะลูกค้าเข้าร้านมาเรื่อย ๆ จนเจ้าหนูจำไมนึกหงุดหงิดในใจต้องเก็บความสงสัยเอาไว้อีกแล้ว โอ๊ย อยากใส่ใจจนเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงพักกลางวันที่ไมโลเป็นคนจัดหาและตัดสินใจเลือกอาหารการกินแทนเพื่อนร่วมงานเพราะถามอะไรก็บอกแต่ว่าแล้วแต่ ๆ จนความหนักใจมาอยู่ที่เจ้าไม จึงออกมาเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำใสตรงข้ามร้าน พอกินเสร็จก็ได้เวลาสัมภาษณ์เรื่องที่อยากใส่ใจของไอ้ไมสักที“พี่รินทร์ ที่พี่เหม่อมาเป็นอาทิตย์เพราะคิดถึงคุณค

  • Imperative Mama คุณแม่จำเป็น (Mpreg)   ตอนที่ 37 อยากมีเธออยู่ในชีวิต

    **Warning**1.เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น2.พฤติกรรมบางอย่างของตัวละครมีความไม่เหมาะสม3.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน||~ ตอนที่ 37 ~อยากมีเธออยู่ในชีวิต..7.30 น.ร้านคาเฟ่สาขานนทบุรีหลังจากที่หนีพ่อของลูกขึ้นไปบนห้องแล้วขังตัวเองอยู่ในห้องด้านบนจนเช้า และจะได้เวลาต้องเปิดร้านแล้ว อินจึงเดินลงมาเพื่อจัดการความเรียบร้อยในร้าน ขณะมือเล็กกดเปิดสวิตช์ไฟจนร้านสว่างจึงเห็นว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาอินไม่ได้พักอยู่ในร้านนี้คนเดียว“พี่พิชญ์ทำไมยังนอนอยู่ที่นี่ครับ”“อื้อ ตื่นแล้วเหรอ” จารุพิชญ์งัวเงียลุกขึ้นนั่งที่โซฟาตัวเดิมกับที่ตัวเองใช้เป็นเตียงไปเมื่อคืนนี้ ก่อนที่มือหนาจะคว้าจับมือเล็กที่พยายามสะบัดออกแต่โดนคนตัวโตกว่าดึงเข้าไปหาและใบหน้าหล่อก็ซบลงที่หน้าท้องนูนราวกับคนละเมอที่ยังไม่ตื่นเต็มตา“พี่พิชญ์ทำอะไรครับ” อินพยายามขยับตัวหนีแต่สู้แรงไม่ได้แม้จะเอามือเล็กขึ้นมาแกะอ้อมแขนของคนพี่ออกก็ยังทำไม่ได้เพราะอีกฝ่ายยิ่งกอดตัวเองแน่นขึ้นไปอีก“คิดถึง” คำที่ได้ฟังเมื่อวานถูกเอ่ยซ้ำขึ้นมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้อินทนมันได้แล้ว“พี่พิชญ์ปล่อยผมเถอะครับ” จนอินไร้หนทางสู้และจึงเอ่ยบ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status