Masukสุดจะหวั่นไหวหัวใจก็ไพร่คิด มันเต้นติด ๆ ขัด ๆ ระหว่างที่ใช้มือหนาเขย่าเธอตัวโยน เบอร์แบโต้เหงื่อนองท่วมหน้า จริงอยู่ที่ก่อนหน้านี้เขาจะเคยเห็นศพคนตายมานับต่อนัก เจ้าหน้าที่ภาคสนามทุกคนย่อมถูกฝึกมาแบบเฉพาะทาง แต่กับครั้งนี้เป็นคนละเรื่อง!
.
เอ็มม่าคือนักบัญชีมือฉมัง เป็นคนเฝ้าคลังมหาสมบัติแต่เพียงผู้เดียว ดังนั้นเธอจึงเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีค่าสุด ๆ ของ Parallel ไหนจะสาเหตุการตายของเธออีกล่ะ เบอร์แบโต้จะมีหน้าไปบอกใครต่อใครได้ยังไง ว่าเธอสิ้นใจตายเพราะหัวใจวายฉับพลันหลังการมีเซ็กส์ ไม่ว่าจะมองด้วยตรรกะใดก็ยากที่จะเป็นไปได้ แล้วก็ยากมากด้วยที่เจ้าตัวจะปฏิเสธการรู้เห็น เพราะมีพยานบุคคลหลายสิบชีวิตที่สามารถยืนยันได้ว่าเห็นเขากับเธออยู่ด้วยกัน ตอนเกิดเหตุการณ์บนชั้น 3
.
"เจ๊! ตื่น! ตื่นสิเจ๊! อย่าทำแบบนี้! เฮ้!"
.
"แปะ ๆ , แปะ ๆ , แปะ ๆ "
ง้างมือขึ้นตบเบา ๆ ไปบนแก้มนวลอยู่หลายทีจนเริ่มช้ำ ครานั้นก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้นเลย ร่างเปลือยอ่อนละทวยไร้การตอบโต้หยิบยกไปทางไหนก็เอนอ่อนผ่อนตาม ราวกับวิญญาณข้างในชิงสุกก่อนห่าม ทิ้งร่างขึ้นสวรรค์ไปโดยไม่แยแสกายหยาบมนุษย์
.
ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูบอสเบอร์แบโต้จบเห่แน่ วีรกรรมกับพรรคพวกในโรงอาบน้ำยังไม่สะสาง นี่ก็ดันทะลึ่งมาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาอีก นี่แหละที่เขาเรียกว่าอารมณ์ชั่ววูบ แค่เห็นสาวเงี่ยนจัดก็เลยจับยัดแม่งทุกรู ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าหล่อนจะเสียวซ่านจนขาดใจตาย โถเบอร์แบโต้ผู้น่าสงสารเขาจะผ่านสถานการณ์เลวร้ายนี้ไปได้้อย่างไร
.
"ต้องเคลื่อนย้ายศพ! เอาเจ๊เอ็มม่าไว้ในนี้ไม่ได้มันโล่งโจ้งเกินไป"
หนุ่มผิวสีคิดในใจ พลางหันซ้ายแลขวาปาดสายตาไปดูกองแบงค์กองเหรียญที่เปล่งประกายสีทองระยิบระยับ ก่อนหน้านี้ก็สวยดีอยู่หรอก แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว คนภายนอกจะต้องตรงมาที่ตู้เซฟยักษ์นี่ทันที ถ้าจับพิรุทได้ว่าเอ็มม่าคนถือกุญแจหายตัวไป
.
"ฮึบ.. ออกมาข้างนอกก่อนนะเจ๊ ขอผมเคลียร์ข้าวของในนี้ให้อยู่ในสภาพเดิมก่อนแป๊บนึง แล้วที่เหลือค่อยว่ากัน , ฮึบ..!"
.
"ครืดดดด.. กุ๊งกิ๊ง ๆ ๆ , กุ๊งกิ๊ง ๆ ๆ "
เสียงส้นเท้าศพครูดกับคมเหรียญเจื้อยแจ้ว ร่องรอยลากยาวเป็นริ้วจรดประตูทางออกยังคงปรากฏเหนือกองเหรียญและอัญมณีต่าง ๆ อย่างเด่นชัด
.
ก่อนที่เบอร์แบโต้จะจัดการกับหลักฐานเหล่านั้นด้วยการเตะ! ใช่แล้ว! เขาลากศพเปลือยของเอ็มม่ามาวางไว้ตรงหน้าประตูเซฟ พลันใช้เท้ากวาดเอาเหรียญทองที่ทะลักออกมาข้างนอกให้กลับคืนเข้าไปด้านในตามเดิม ต่อด้วยการกลับหลังหันเดินย้อนเข้ามาใหม่ แล้วก็ใช้บาทาทั้งสองข้างปาดเกลี่ยพวกเหรียญต่าง ๆ ให้เรียบเสมอกันอีกที
.
ส่วนบรรดาใบธนบัตรมากมายนั้น เจ้าตัวก็ได้จัดแจงเตะมันให้ฟุ้งกระจายขึ้นกว่าเก่า! เรียกได้ว่าตรงไหนว่าง ๆ เห็นสันเหรียญทองโผล่ เขาก็จะเขี่ยแบงค์ไปกลบเอาไว้เพื่อความสมจริง เพราะในเสี้ยววินาทีต่อมากำปั้นอันทรงพลังของเขาก็ได้อัดเข้าใส่เศษหิ้งที่หักครึ่งอยู่ก่อนแล้ว เสียงดัง "พลั๊ก!!!" เขาชก! ทุบ! แล้วก็กระทืบ! จนมันกระจุยกระจายแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
.
"ย๊ากกกก ๆ ๆ นี่แหนะ ๆ แม่งเหี้ย! สัด! ควยเอ๊ย! ย๊ากกก ๆ ๆ กูไม่ได้ตั้งใจโว๊ยยย!"
"ฮือ ๆ หึ ๆ ฮือ ๆ ๆ "
"เหี้ย! เหี้ย! ไอ้สัด! ไอ้เวร!"
อารมณ์โกรธตัวเองทำให้จิตใจเขาคล้ายจะเป็นบ้า เขาไม่ได้อยากให้เรื่องลงเอยแบบนี้เลยด้วยความสัตย์จริง ทั้งผิดหวังแล้วก็เสียใจที่ทำให้ผู้หญิงดี ๆ คนหนึ่งต้องมาตาย ก็เลยระบายอารมณ์ใส่ซากหิ้งวางของแทนอย่างที่เห็น
.
มันเละจนเกือบจะเป็นผุยผง แต่ด้วยความที่วัสดุกว่า 98% เป็นไม้ ผลจากการกระทำดังกล่าวก็เลยส่งผลให้สภาพของหิ้งในตอนนี้ แลดูคล้ายกับการถูกปลวกแทะตามธรรมชาติ บวกกับการที่มีเหล่าแบงค์น้อยแบงค์ใหญ่กระจายอยู่เกลื่อนตู้ เบอร์แบโต้ก็เลยค่อนข้างมั่นใจว่าการจัดฉากครั้งนี้จะตบตาคนอื่นได้
.
"เอี๊ยยยดดด! , ตรึม! , แกร๊ก ๆ !"
.
"โอเคเรียบร้อยไปหนึ่ง ปิดประตูลงกลอน ว่าแต่จะทำยังไงกับกุญแจดีล่ะคราวนี้?"
"เชี้ย! ซูดดดดดด! ใจเย็นก่อนเฮ่ย! มันต้องมีทางออกสิวะ!"
.
หนุ่มผิวสีสูดลมหายใจเข้าไปจนเต็มปอดเพื่อลดการประหม่า ในชุดนุ่งลมห่มฟ้าล่อนจ้อนเจ้าตัวก็เลยเริ่มสอดส่องสายตามองหาหาเสื้อผ้าของตัวเอง สลับกับการจับจ้องไปยังกุญแจเซฟที่ถืออยู่ในมือไปพร้อม ๆ กัน ผ่านไปสักพักเขาก็คิดกลอุบายออก
.
"ต้องเอากุญแจใส่ไว้ในตัวเจ๊ถึงจะไม่ผิดสังเกต เพราะฉะนั้นเราต้องหาเสื้อผ้าใส่ให้แกด้วย ส่วนเรื่องที่ว่าให้แกตายยังไงนั้น.. เหี้ย! สัดดด! กูจะทำแบบนี้จริง ๆ เหรอวะ"
.
"เฮ้อ! เจ๊รู้ไหมว่าผมอ่ะชอบแกล้งบอกทุกคนว่าผมไม่ใช่คนดี.. ผมมันเลว ผมมันชั่ว แต่พอมาถึงวันนี้ ผมเพิ่งรู้ตัวว่ะเจ๊ว่าตัวเองแม่งสารเลวจริง ๆ ! ขอร้องได้โปรด "อย่า" อโหสิกรรมให้ผมเลย ปล่อยให้ผมตกนรกหมกไหม้ไปกับการกระทำของตัวเองด้วยเถอะ"
.
จบประโยคอ่าวโอ้ดังกล่าวเบอร์แบโต้ก็เร่ิมลงมือตามแผน น้ำตาเขาซึมอยู่ตลอดเวลาระหว่างทำภารกิจ เขาเดินย้อนกลับไปตามทางเดินเพื่อควานหาเสื้อผ้าที่ถอดกองไว้ไม่เป็นจุด และขณะเดินไปนั้นเองเพดานข้างบนก็สั่นครือ ๆ ๆ อยู่ตลอด แถมยังมีหินร่วงลงมาไม่หยุดหย่อน เบอร์แบโต้ต้องคอยระวังเพื่อจะหลบมันเป็นระยะ
.
แล้วลองคิดตามดูสิ ว่าจะเป็นยังไงถ้าเขาเลือกที่จะใส่ชุดให้เอ็มม่าจนเสร็จ แล้วก็ลากศพเธอมาวางไว้แถวนี้ ตรงบริเวณที่ไม่มีส่วนหนาของตู้เซฟยื่นออกมาคอยปกป้อง ชาติชั่วดีไหมล่ะ! นี่น่ะเหรอวิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของลูกผู้ชาย เพราะถ้าหากจะจัดฉากให้เธอตายด้วยอุบัติเหตุหินถล่มจริง ๆ แล้วล่ะก็ ลำควยของเขาเองต่างหากที่เป็นฆาตกรตัวจริง
.
ร่วม 2 -3 นาทีผ่านไป หลังจากที่เบอร์แบโต้แต่งองค์ทรงเครื่องให้ตัวเองเสร็จ เขาก็เดินวกกลับมาหาเธอ แม่มดน้อยยังคงหลับปุ๋ยน่ารัก น่าเสียดายที่ต่อจากนี้ไปจะไม่มีใครได้เห็นนัยน์ตาสีฟ้าสุกสกาวนั่นอีกแล้ว แม้กระทั่งเขา! ชายหนุ่มค่อย ๆ ช้อนร่างบางของเธอขึ้นพิงกับประตูเซฟ พลางสวมยกทรง กางเกงใน ถุงน่องแล้วก็เสื้อผ้าเครื่องแบบยูนิฟอร์มของเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินจนครบสรรพ ก่อนจะเสียบกุญแจเซฟอันเป็นหลักฐานสำคัญไว้ในกระเป๋าเสื้อชั้นในสุด แล้วก็อุ้มเอาศพของเธอออกมาวางไว้ยังตำแหน่งที่คิดว่าหินจะหล่นลงมาใส่
.
"รู้สึกแย่ฉิบหายเลยว่ะ นี่กูต้องทำแบบนี้จริง ๆ เหรอวะ! แม่งเอ๊ยยย!"
.
สองมือยกขึ้นประสานกันที่หลังท้ายทอย ดวงตาแดงก่ำ นัยน์ตาเจิงนองไปในคลองจักษุ ชายหนุ่มตัดพ้อกับตนเองตามติดมาด้วยการเดินวนไปวนมาอยู่กับที่่ ครุ่นคิดถึงความเหมาะสมยิ่งพอเป็นตอนที่สายตาเหลือบไปเห็นบรรดาข้าวของเครื่องใช้ในสำนักงาน , โต๊ะ , เครื่องกดน้ำ , เครื่องถ่ายเอกสาร ฯลฯ พังเละตุ้มเป๊ะเพราะโดนหินหล่นใส่ เขายิ่งรู้สึกสงสารเธอ
.
/แต่ใครมันจะสน! ก้อนอิฐก้อนหินมันไม่มีชีวิตซะหน่อย มันก็เลยหล่นโครม! ลงมาใส่แบบต่อหน้าต่อตา!/
.
"เฮ๊ยยย! เดี๋ยวก่อนสิ!"
.
"วิ้ววววววว!" , "พลั๊วววว!"
.
ตกกระทบพื้นแตกออกเป็นสองเสี่ยง ชนิดที่เฉี่ยวหนังหัวเอ็มม่าไปนิดเดียว เบอร์แบโต้นี่โล้ตัวตามเกร็งไปหมด เขายังทำใจไม่ได้ยังซักค้านกันอยู่ในใจว่าจะปล่อยผ่านหรือยกเลิกดี แต่แล้วจู่ ๆ โสทประสาทของเขาก็กลับได้ยินเสียงของจิตใต้สำนึกขึ้นมา มันเป็นเสียงตัวเองเวอร์ชั่นกึกก้องที่พูดขึ้นว่า
.
"มึงเป็นผู้ชายประเภทไหนกัน มึงอ้อมกลับมาหลบใต้หลังคา แล้วชะโงกหน้าลุ้นว่าผู้หญิงเขาจะหัวเละแค่ไหนเนี่ยะนะ! ไอ้โต้! มึงยังเป็นคนอยู่รึเปล่า!"
.
แค่นั้นก็เกิดแรงฮึดขึ้นมากโข ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้สักที ด้วยระยะห่างที่ห่างกันประมาณ 10 เมตร วินาทีที่หินอีกก้อนกำลังจะร่วงลงมาจากฝ้าเพดาน ซึ่งคราวนี้คงหล่นตุบใส่กระบาลเธอแน่ ๆ เบอร์แบโต้ก็เลยรีบยื่นมือขวาของเขาออกไป ปรับโหมดมุมมอง First - person ให้เป็นแบบจู่โจมเพื่อล็อคเป้าหมาย แล้วก็หักปลายนิ้วชี้ลงในเสี้ยวอึดใจ! แกร๊ก!
.
"ยิง!!!"
เขาออกคำสั่ง
.
"จิ้ววววววววว!"
.
"เพล๊งงง!"
เข้าเป้าตรงเผงวัตถุทรงกลมกระเด็นแตกออกเป็นเสี่ยง แต่ก็มีบางส่วนหล่นใส่ศพของเอ็มม่าบ้างเล็กน้อย ร่างเธอยังคงแน่นิ่งและก่อนที่เหตุการณ์เลวร้ายจะอุบัติขึ้นอีก เบอร์แบโต้จึงได้รีบปรี่เข้ามาหาเธอพร้อมกับคราบน้ำตา และซุ่มเสียงที่สั่นเครือกว่าครั้งไหน ๆ
.
"ผมทำไม่ได้เจ๊.. ผมทำระยำกับเจ๊แบบนี้ไม่ได้.. ขอโทษนะสำหรับทุกอย่างที่เกิดขึ้น.."
ไม่อายที่จะหลั่งน้ำตาออกมา ชายหนุ่มรีบอุ้มร่างของเธอกลับคืนไปให้อยู่ในที่ ๆ ปลอดภัยใกล้ ๆ ตู้เซฟ
.
"เฮ้อออ.. ในที่สุดก็กลับมาที่จุดเริ่มต้นกันอีกจนได้สิพวกเรา"
.
"เอาไงต่อดีล่ะคราวนี้ ลืมตาตื่นขึ้นมาบอกผมหน่อยก็ดีนะเจ๊ ผมมืดแปดด้านไปหมดแล้ว , เฮ้อ..!"
.
ถอนหายใจอีกทีเป็นรอบที่แปดแสน แต่คราวนี้เบอร์แบโต้กลับทำบางอย่างที่ต่างออกไป นั่นก็คือการเกาหัวตัวเองแกร๊ก ๆ อันเป็นท่วงท่าที่มักจะเกิดขึ้นเวลาที่คนเราคิดอะไรไม่ออก เขาก้มลงมองดูเรือนร่างของเธอในชุดยูนิฟอร์มแสนเรียบร้อย ตีหน้าเศร้าดร็อปอารมณ์ปลดปลงต่อชีิวิต แล้วก็เป็นตอนนั้นนั่นเองที่เจ้าตัวรู้สึกได้ว่ามีอะไรผิดปกติ
.
"โอ๊ย! สัด! นิ้วแม่งเกี่ยวผม เวรเอ๊ย! เสือกลืมพับนิ้วเก็บซะได้"
.
"เอ๊ะ! แต่เดี๋ยวก่อนซิ..! นิ้ว! มือ! มือขวาสำหรับยิง!.. มือซ้ายสำหรับ Drain!"
.
เบอร์แบโต้ละสายตาจากศพฝ่ายหญิงมาโฟกัสที่สองฝ่ามือของตนเอง พลางขยับมันยุบยับ ๆ เป็นจังหวะ
.
"ห่ะ ๆ ฮ่า ๆ คิดออกแล้วโว๊ย! เราคิดออกแล้ว! ยังมีวิธีนี้อยู่อีกนี่นา! ห่ะ ๆ "
.
สลัดคราบความเศร้าเขวี้ยงทิ้ง กระโดดโลดเต้นดีใจอย่างกับเด็กได้ของเล่น หนุ่มอเมริกันผิวสีเฝ้าภาวนาแต่เพียงให้เซลล์ในร่างกายเธอยังไม่ตาย เพราะถ้าไม่มีมันสิ่งที่เขาอุตส่าห์คิดได้ก็จะหมดความหมายลงทันที
วังเวงเงียบเชียบราวกับป่าช้า อาคารสถาบัน BPI เป็นตึกที่สร้างขึ้นมาใหม่ และทั้งหมดที่เห็นอยู่ก็เป็นเพียงเทคโนโลยีสร้างภาพเสมือน ใต้ฝ่าเท้าที่พวกเขาเหยียบอยู่จึงไม่มีกระดูกของวีรชนคนบรรพบุรุษ จะมีก็แต่ร่างที่ละม้ายคล้ายศพของเด็ก ๆ จากทีมเฟอร์นันโดทั้ง 3 คน ที่มิอาจประเมินความเป็นคนที่คงเหลือได้."ฟู่~!"(ควันยังคงขึ้นโขมง).และคุณครูมนุษย์ลาวาก็เงียบกริบ ต่อด้วยการกระดิกมือเป็นสัญญาณให้ลูกศิษย์ทั้ง 2 ถอยฉากออกมาก่อน.แกเเดินเข้าไปเช็คร่างของอันธการผู้นอนคว่ำหน้าอยู่ใกล้สุด ด้วยความสัตย์จริงมองปราดเดียวก็รู้ว่าหมอนี่คือคนที่เก่งที่สุดในตี้ จัดการเขาได้คนอื่นก็ไม่ใช่งานยากอะไร ร่างจิ๋วดำเมือบของอันธการจึงถูกจับชูแขนขึ้นกลางอากาศ เครื่องออนิวแทร็ปคือเป้าหมายด้วยข้อมูลพิกัดในนี้จะทำให้ล่วงรู้ตำแหน่งของคนเป็นครูที่ซ่อนตัวอยู่ได้ ส่วนการจับแขนชูไว้ให้เรือนร่างห้อยต่องแต่งลงมา ก็มีเจตนาเพื่อจะโชว์ให้ลูกศิษย์ของตัวเองได้เห็น."ฉันจะฉีกแขนแกให้ขาดตามออนิวแทร็ปออกมาเลย ไอ้เด็กเหี้ย!".โรคจิตสัด ๆ กับเด็กก็ไม่เว้น แม้จะสลบไสลอยู่แต่เสียงกระดูกหัวไหล่ที่เริ่มเลือนลั่นก็ทำเอาเสียววาบไปทั้งย่าน
ฟ้าโล่งโปร่งสบายดินเรียบดั่งเม็ดทรายไร้อุปสรรค ว่าแต่มันหายไปไหน! ไอ้ก้อนหินลูกไฟที่พ่นออกจากปากราวกับแมกม่าเดือด ๆ นั่น มันพ่นไปไหนของมัน นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดหลังจากได้เห็นร่างกายของครูหัวเพลิงได้เปลี่ยนรูปร่างไป.แม่งเหมือนภูเขาไฟเวอร์ชั่นมีขาเนื้อตัวแตกกะเทาะล่อนเป็นกาบ ๆ ปากอ้ากว้างราวกับปากปล่อง แถมยังเดือดปุด ๆ ปะทุอยู่ตลอดเวลา จังหวะที่ครูโก่งตัวนี่ทุกคนรู้เลยว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้น เศษหินดินกรวดได้ผสมปนเปกับมวลไฟที่อยู่ภายในเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่พวกมันทั้งหมดจะพุ่ง ปุด!.. ปุด!.. ปุด!.. ปุด! ออกมารวดเดียวราวกับห่ากระสุน.เด็กฝั่งนั้นต่างพากันก้มหลบวิถี เช่นกันกับอันธการกับสกายด์ที่ก็ต่างย่อตัวให้ต่ำลง พยายามกางบาเรียผลึกให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วสกายด์ก็ถามขึ้น."มันยิงไปไหนอ่ะพี่อัน? พวกเราอยู่ทางนี้ไม่ใช่เหรอ?"."ไม่รู้ดิ? พลาดมั้ง! ก้อนแม็กม่านั่นถ้าโดนเข้าล่ะก็เราคงไม่รอด"อันธการตอบ.กระทั่งหันหลังกลับไปอีกทีถึงได้รู้ความจริงว่า ที่แท้มันไม่ได้ยิงขึ้นข้างบนหรือลงข้างล่าง แต่มันยิงแบบไซร้โค้งออกมาด้านข้างเพื่อหลบกำแพงบาเรียของสกายด์ต่างหาก.บางทีครูหัวเพลิงอา
"อืม.. ไม่เลวนี่ Not bad! , Not bad! at all"ลูบคางครึงปากคือพฤติกรรมที่เฟอร์นันโดแสดงออก เขายืนกอดอกอยู่บนเนินเขาเฝ้ามองเด็กในสังกัดจากระยะไกล เปี่ยมล้นไปด้วยความภูมิใจอยู่ในที."อัธการดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้วคงอยากจะพิสูจน์ตัวเอง งั้นก็จงแสดงออกมาเถอะไอ้หนู รอบตัวนายก็พี่น้องทั้งนั้น ฝั่งศัตรูก็ไม่เห็นจะสักเท่าไหร่"คุณครูพูดคนเดียวไม่ได้เหงาหรอก แต่ถ้าคิดอะไรที่มันปลุกใจขึ้นมาได้เฟอร์นันโดก็มักจะเผลอทำแบบนี้."ซึมมมม~!""จิ้ววว! , จิ้ววว! , ซึมมม~!""ตูมมมมม~!"."จิ้ววว! , จิ้ววว! , จิ้ววว!".เสียงระเบ็งเซ็งแซ่จากการปะทะกันดังก้องขึ้นมาถึงบนนี้ ฝ่าตีนที่รับน้ำหนักอยู่นี่ถึงกับสั่นโครม ๆ ในทุก ๆ ครั้งที่แง่งผาสั่นโยก ให้ตายเถอะนี่มันการต่อสู้ประเภทไหนกัน เกิดการเซอร์ไพรต์ขึ้นเล็กน้อยเจ้าตัวก็เลยต้องหลุบสายตาลงมามองข้อความบนออนิวแทร็ปเป็นการแก้เขิน."สกายด์ส่งข้อความมางั้นเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่?""อืม.. อืม.. อืม.. อ่าห๊ะ!""อืม.. ครูก็เห็นด้วยตามที่เธอบอกอยู่นะว่าตัวปัญหาของศึกนี้น่าจะเป็นไอ้คนที่เป็นครูของฝั่งโน้นนั่นแหละ มันไม่ยอมเบามือเลย ดูจากท่าทางการปล่อยหมัดกับออกอาวุธแล้ว
"เฮ๊ยยยย! , ย๊ากกกก!"."เปรี๊ยงงง!!!".เศษผลึกแตกกระจุยกระจาย อันธการสอดแขนพุ่งขึ้นมาราวกับลูกเจ๊ียบที่ทะยานตัวออกจากเปลือกไข่ เขาแหกปากตะโกนเพื่อเป็นการเสริมแรง เหยียดแขนถีบขากะเอาให้แม่งแตกออกทุกทิศทุกทางจะได้ลุกขึ้นได้ง่าย ๆ แล้วก็ทำได้จริง ๆ."เฮือกกก! ขอบใจมากสกายด์ช่วยฉันได้เยอะเลย"รุ่นพี่แห่งโลกวิญญาณพูดพลางเอื้อมมือมาตบที่ไหล่ ต่อด้วยการสืบเท้าขึ้นมายืนด้านหน้าพวกน้อง ๆ."เอ่อ..จะเอาเลยเหรอครับพี่อัน? พี่ไม่มีแผลหรือแตกหักตรงไหนบ้างเลยเหรอ?"สกายด์ชำเลืองสายตาถาม."กริ๊กกก! , กรุ๊บ! , กริ๊กกก!"."ไม่หรอกถ้าจะมีก็เห็นจะมีแต่ผลึกของนายที่ฉันเหยียบแตกไปเมื่อครู่ ฮึ่ยยย! นี่แหนะ!"."เปรี๊ยงงง!"ไม่มีปี่มีขลุ่ยมีแต่หลังตีนหนา ๆ ที่ตะบันเตะเข้าใส่เศษผลึกก้อนหนึ่งเต็มแรง หวังเป็นการเบิกทางการโจมตีให้แก่ฝั่งตนเอง.มันลอยแหวกอากาศด้วยพละกำลังที่แรงกว่าตอนที่สกายด์คอนโทรลถึง 3 เท่า มิหนำซ้ำทิศทางก็ตรงเป๊ะ อีกไม่ถึง 3 วิต้องตรงเข้าหน้าผาก ไอ้มนุษย์ไฟที่ยืนอยู่ตรงกลางเป็นแน่แท้.แต่แม่งพลาด!.จะเรียกว่าโดนหักหน้ายับเป็นหนที่สองติด ๆ กันก็คงไม่ผิด เพราะฝั่งนั้นแค่ขยิบตาการโจมตีแบ
เคยเห็นแต่คลื่นน้ำทะเลที่โถมเข้ามากระทบหาดทรายดังครืด ๆ เพิ่งจะมีวันนี้แหละที่ได้เห็นคลื่นพลังเพลิงกับตาตัวเองเป็นครั้งแรก จากหนึ่งในสามต้องมีใครสักคนในนั้นที่ปล่อยมันออกมา เกลียวความร้อนหมุนวนตวัดตัวไต่เรี่ยมากับพื้นดิน พลันยกตัวเองขึ้นสูงเสียดฟ้า เตรียมจะโถมลงมากลบใส่อันธการ ที่เอาแต่ยืนนิ่งยอมรับชะตากรรมราวกับสารภาพบาป."ครืดดด.. ด.. ด.. ด! , ครืดดดด.. ด.. ด.. ด..!"."โถ่เอ๊ย! ไม่ทันแล้วสินะ เรามาได้แค่นี้เองเหรออันธการ"ตั้งคำถามกับตัวเองพลันแหงนหน้ามองเงาดำทะมึนจากเปลวเพลิงเหนือศีรษะ สาบานได้ว่าเจ้าตัวไม่แม้แต่จะยกมือขึ้นปิดป้องเลยด้วยซ้ำ."ฟึมมม~! ม.. ม.. ม~!"."ฟีบบบ~~!"."เอ๋..อะไรอ่ะ? มอดไปเองเฉยเลยแฮะ?".ใช่อย่างที่เขาพูดดูเหมือนการพิพากษาจากเปลวไฟจะจบสั้นกว่าที่ควรจะเป็น เพราะการมาถึงของเพื่อนร่วมทีมอย่างสกายด์และเรนโบว์ จากระยะไกลกว่า 20 เมตรแถว ๆ ตีนเขา ทันทีที่เห็นว่ารุ่นพี่ชักจะเสียท่า สกายด์จึงรีบส่งผลึกสีฟ้าอันเป็นพลังเฉพาะตัวของเขามุดแทรกลงไปใต้พื้นดิน พวกมันทั้งหลายพุ่งแหวกผ่านฐานล่างเสียดแทงเป็นกระสวยทะลุทะลวงสรรพส่ิง ก่อนจะโผล่พรวดขึ้นมาขวางกั้นม่านทะเลเพลิงจ
"ช่วยด้วย! , ช่วยฉันด้วย! , ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ววว~!".กระเสือกกระสนดิ้นทุรุนทุราย การเปล่งวาจาเช่นนี้ออกมาดั่งบอกเป็นนัยว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว อันธการพลาดอีกจนได้ ความร้อนทารุณกรรมเขาแล็วก็เปรียบดั่งทวยเทพที่ไม่มีใครหน้าไหนโกหกได้ ตรงกับที่ครูฝั่งโน้นโม้ไว้จริง ๆ."หอมน่ารับประทานเชียวคุณผู้ชม~"คุณครูประชดแกยิ้มมุมปากออกมาพลางหลุบสายตาไปมองลูกศิษย์ทั้งคู่ ที่ต่างก็ออกอาการสะใจอยู่ในที เพียงแค่นี้การตายของเพื่อนก็ถูกชำละล้างแล้ว."หนูจะกินเขาให้พุงกางเลยค่ะ.."."ใช่! ผมก็เหมือนกัน เราไม่ได้กินเนื้อดี ๆ มาเป็นอาทิตย์แล้ว ตั้งแต่ที่ด็อกเตอร์ J ห้ามไม่ให้ใช้งานแอพสั่งอาหาร.."เด็กชายพูดเสริม เขาวางมือลงที่พุง พลันสัมผัสได้ถึงเนื้อหอม ๆ แสนอร่อยที่ส่งกลิ่นโชยมาเตะจมูก.อันธการตกอยู่ในสถานะคอขาดบาดตาย เขาได้ยินสิ่งที่พวกนี้ถ่มถุยออกมาทุกคำ แล้วก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นอาหารอันโอชะ คนปี้คนยังได้แล้วทำไมคนจะกินคนไม่ได้เล่า ตรรกะก็สมเหตุสมผลอยู่โลกยุคปัจจุบันก็ปาเข้าไปปี ค.ศ. 2078 เข้าไปแล้ว สมัยใหม่โลกใหม่ ชุดความคิดที่ว่าคนกินคนเป็นเรื่องของคนป่าล้าหลังจึง







