Mag-log inกระจัดกระจายจริง ๆ สมกับชื่อบท เพราะนอกจากจะบินเข้ามาโฉบเอาร่างของเจฟเฟอร์เอาไว้ไม่ให้หล่นลงไปตายแล้ว บนฟากฟ้ายังมีพวกมันอีกเป็นโขยง ท้องฟ้าที่เคยสดใสแดดจัด ๆ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยฝูงแมลงวันเป็นล้าน ๆ ตัว
.
"อะไรกันพวกแกอีกแล้วหรอ!"
.
"หึ่ง ๆ ๆ ๆ หึ่ง ๆ ๆ ๆ "
.
"ฮู้ววว! ไม่รู้ยังไงเหมือนกันแต่ก็ขอบใจนะที่อุตส่าห์มาช่วย พาฉันลงไปข้างล่างที"
.
กลุ่มก้อนแมลงวันดำขลับเป็นขยุยกระจายตัวไปเกาะตามแขนขาแล้วก็เสื้อผ้า ก่อนจะค่อย ๆ ลดระดับความสูงลงเรื่อย ๆ ตามที่ได้รับคำสั่ง พร้อมกันนั้นไฟสีเขียวในหูฟังก็เริ่มกระพริบปิ๊บ ๆ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่หางตาของเจฟเฟอร์ชำเลืองไปเจอเข้าพอดี เขาก็เลยมีความคิดที่จะดึงมันออกมาเช็ดดู จะได้รู้ว่าเป็นเพราะเจ้านี่รึเปล่าที่เรียกพวกแมลงวันมา แต่ทว่ายังไม่ทันจะทำอะไรเลยจู่ ๆ หมู่ภมรอีกกลุ่มซึ่งอยู่อีกด้านของฟากฟ้าก็ชิงตัดหน้าเขาซะงั้น พวกมันบินโฉบลงมาเป็นก้อนสีดำขนาดเท่าลูกบาส พุ่งมาที่ใบหูแล้วก็ดึงเอาหูฟังออกให้
.
และพอวัตถุเล็กจิ๋วนั้นถูกส่งถึงฝ่ามือเท่านั้นแหละ ความฉิบหายก็บังเกิดทันที! คุณพระคุณเจ้าเอ๊ยหล่นกระแทกพื้นสิครับจะเหลือเหรอ!
.
"ฟึบบบ! , หึ่ง ๆ ๆ ๆ หึ่ง ๆ ๆ ๆ "
.
"เฮ๊ย! เฮ๊ย! ไอ้พวกเวรอย่าเพิ่งไปสิ อย่าทิ้งฉันไว้กลางทางอย่างงี้เหวอออออ! เอาอีกแล้วกู หล่นอีกแล้วววว! ย๊ากกก!"
.
"ตรึมมมม!"
.
หัวปักทรายขาชี้ฟ้าลำพังสภาพร่างกายก็ทรุดโทรมย่ำแย่อยู่แล้ว ยังมาโดนกลุ่มแมลงวันหัวเขียวหักหลังเข้าให้อีก พวกมันบินหนีทิ้งหน้าที่ไปทันทีเมื่อรู้ว่าหูฟังได้หลุดจากการเชื่อมต่อแล้ว นั่นจึงเท่ากับว่าวัตถุจิ๋วที่มีอยู่ข้างเดียวอันนี้ แท้ที่จริงก็คืออุปกรณ์สำหรับใช้บังคับสิ่งมีชีวิตสังเคราะห์ที่อยู่ในดินแดนสนธยาแห่งนี้นี่เอง
.
"อูยยย~ เจ็บ ๆ เป็นอย่างงี้นี่เอง เป็นของดีที่ช่วยเราได้จริง ๆ อย่างที่หมอยูมิโกะบอกสินะ โอยยย~ อูยยย!"
.
"เราโง่เองที่เสือกรู้ตัวช้าแค่กลับด้านหน้าเป็นด้านหลัง จากที่เคยเป็นแค่วิทยุหูฟังก็จะแปลงเป็นเครื่องมือที่ใช้ควบคุมฝูงแมลงวันได้ แล้วถ้าเป็นอย่างอื่นล่ะ จะคอนโทรลได้รึเปล่านะอยากลองดูจังแฮะ"
.
เจฟเฟอร์ยกมุมปากขึ้นฉีกยิ้ม เขาชันกายขึ้นเชื่องช้าด้วยสารรูปที่สุดแสนจะเวทนาและน่าสมเพช พลางจับหูฟังอันเดิมยัดคืนเข้าไปในรูหู ดวงไฟสีเขียวสว่างติ๊ด ๆ รอโหลดอยู่แป๊บนึงก็เสร็จสิ้นการ Connect ไม่จำเป็นต้องพูดจาใด ๆ เพียงแค่เริ่มกระบวนการคิด พวกแมลงวันก็วกกลับมาสแตนบายด์รอรับคำสั่งแล้ว
.
"หึ่ง ๆ ๆ ๆ ๆ หึ่ง ๆ ๆ ๆ ๆ "
.
"ไม่กี่ชั่วโมงก่อนพวกแกยังซ่อมใบหน้าให้ฉันได้ แขนขวานี้ก็คงซ่อมได้เหมือนกันใช่ไหม?"
.
"หึ่ง ๆ ๆ ๆ ๆ หึ่ง ๆ ๆ ๆ ๆ "
.
"ถ้างั้นเอางี้คำสั่งแรกช่วยซ่อมแขนให้ฉันที"
.
โดยไม่กลัวว่าจะถูกปฏิเสธ เพียงแค่กัดฟันยืดแขนออกไป ฝูงแมลงวันกลุ่มใหญ่ก็รุมเข้ามาตอมหึ่ง ๆ ราวกับทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ พวกมันทั้งกัดทั้งแงะทั่งยิงแสงเป็นเส้น ๆ ออกมาซ่อมแซมส่วนที่เสียให้
.
เจฟเฟอร์ฟินจนไม่รู้จะพูดยังไง แถมยังรู้สึกได้เลยว่าถ้าพวกแมลงทำได้ขนาดนี้ อีกไม่นานดัชนีเลเซอร์กับฝ่ามือพลัง Drain ของเขาก็คงจะกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเจ้าตัวก็ยังไม่ลืมที่จะสั่งการให้พวกมันช่วยเคลียร์เม็ดทรายหลายสิบกิโลกรัม ที่หนักอึ้งอยู่ในร่างกายออกให้ด้วย
.
.
"เอาล่ะที่นี้ก็ตาแกบ้างล่ะนะเจ้าแซนดี้ ฉันได้พลังของเทพผู้สร้างมาแล้ว มาลองดูกันหน่อยดีกว่าว่าฉันจะสั่งให้แกทำอะไรได้บ้างหึ ๆ "
.
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าหน้าที่แขนกุดคนนี้แกไปเอาความมั่นใจมาจากไหน เจฟเฟอร์เลือกที่จะยกอวัยวะทุกอย่างให้ฝูงแมลงวันรุมรักษาต่อไป ระหว่างนั้นก็เดินโซซัดโซเซย้อนกลับไปหาเจ้าอสูรกายแซนดี้อีกครั้ง หมายจะล้างอายที่เกือบตายเมื่อครู่ด้วยการคิดบัญชีแค้นกับมันให้รู้แล้วรู้รอด
.
ฝั่งเจ้ายักษ์ปักษ์หลั่นนั่นน่ะเหรอ โอ๊ย! พร้อมซะยิ่งกว่าพร้อม! มันหลอมละลายใบหน้าให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม แขนขาองเอวอลังการบิ๊กเบิ้มจนคิดว่าน่าจะใหญ่ขึ้นกว่าเก่าเสียด้วยซ้ำ ระยะห่างตรงนี้ประเมินจากสายตาคงราว ๆ 50 เมตรได้ ในมุมมองของมัน ณ ตอนนี้เจฟเฟอร์แม่งละม้ายคล้ายปีศาจมากกว่าตัวมันเองซะอีก!
.
คนห่าอะไรโดนหุ้มไว้ด้วยฝูงแมลงวันยึกยืออย่างกับใส่ชุดเกราะ แล้วแต่ละตัวนะชอนไชยั้วเยี้ยไต่ขึ้นหน้าสยดสยองอย่างกับน้ำหนองโลงศพ เดาว่ามันคงคลื่นไส้ผสมกับสะอิดสะเอียนในความสกปรกดังกล่าวเอามาก ๆ เจ้าแซนดี้ก็เลยเอามือกุมท้องแอ่นตัวไปข้างหลัง พลางสำรอกเอาทรายในกระเพาะอาหารออกมา
.
"อ๊วกกกกก!!!"
.
มวลทรายหนืดเหนียวพุ่งเป็นสายออกมาราวกับท่อน้ำประปาแตก ริมฝีปากแซนดี้ถ่างกว้างออกเรื่อย ๆ ทีละนิด ๆ ตามปริมาณทรายที่ทะลักล้นออกมาอย่างต่อเนื่องลากยาว โคร่งงงงงง!!! ปิดท้ายด้วยเสียงคำรามอันดังกึกก้องกัมปนาท เดซิเบลที่ก่อเกิดทำเอาพื้นทรายข้างหน้าแตกระแหงแยกเป็นทางยาวเปรี๊ยะ ๆ ! ตีคู่ขนานไปกับกระแสทรายข้างบนที่เพิ่งพ่นออกไปเมื่อครู่
.
แน่นอนว่าเป้าหมายมีอยู่คนเดียวคือเจฟเฟอร์ ที่ตอนนี้เหลือแต่ลูกตาที่โผล่พ้นเกราะแมลงวันออกมา เขามองเห็นทุกอย่างตั้งแต่ต้นแต่เขากลับไม่คิดจะหนี สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้วในตอนนี้ เจ้าหน้าที่หนุ่มต้องการจะโชว์ให้ศัตรูวัสดุก่อสร้างตนนี้รู้ว่าเขาเจ๋งกว่ามันขนาดไหน และด้วยหูฟังสุดเทพที่หมอยูมิโกะให้มานี่แหละ เขาจะหยุดกระแสทรายที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาหาด้วยความเร็ว 200 กม./ช.ม. นี้ด้วยมือเปล่าให้ดู
.
สายลับหนุ่มรีบสอดนิ้วฝ่าฝูงแมลงวันเข้าไปกดปุ่มบนหูฟัง พลันออกคำสั่งในเสี้ยวอึดใจไปว่า
.
"หยุด! ทรายทั้งหมดจงกลับคืนสู่สภาพเดิมบัดเดี๋ยวนี้!"
.
"ฟิ้ววววว~!"
.
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูมมมมม!!!
.
"ว๊ากกกกกกก! ทำไมมันไม่หยุดวะ! ช่วยด้วยยยย! ช่วยด้วยยยยย! โอ๊ยย! โอ่ยย!! โอ๊ยยย!"
.
กลับกลายเป็นเขาที่ต้องหยุดความเชื่อโง่ ๆ นี้สักที ความมั่นใจบ้า ๆ บอ ๆ ที่ไม่รู้จักระมัดระวังในการหาข้อพิสูจน์เกือบทำให้เอาชีวิตไม่รอด เคราะห์ดีที่ยังมีพวกแมลงวันผู้ช่วยอยู่อีกเยอะ ในชั่วขณะจิตระหว่างที่ตกอยู่ในสถานการ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ก็ได้พวกมันนี่แหละที่รวมตัวกันหอบหิ้วเอาร่างของเจฟเฟอร์ พุ่งหนีขึ้นไปกลางอากาศได้ทันเวลาพอดี
.
บางส่วนดึงเสื้อตรงหัวไหล่ ในขณะที่บางส่วนก็ตอมหึ่ง ๆ หนุนอยู่ที่พื้นรองเท้าทำให้ภาพรวมในตอนนี้ เจฟเฟอร์นั้นดูคล้ายกับเทพเจ้าลอยได้ ที่มีแสงเปล่งประกายออกมาจากฝ่าเท้าตลอดเวลาเลย
.
"บัดซบเอ๊ย! ทำไมไม่ยอมทำตามคำสั่งวะ เกือบตายห่าไปแล้วไหมล่ะ! ขอบใจพวกเอ็งมากนะที่ช่วยชีวิตฉันไว้อีกครั้ง"
.
" หึ่ง ๆ ๆ ๆ หึ่ง ๆ ๆ ๆ หึ่ง ๆ ๆ ๆ "
.
"สงสัยคงมีแค่แมลงวันพวกนี้ที่เราคอนโทลได้ เพราะงั้นต้องระวังไม่ให้หูฟังหลุดออกจากหูไม่งั้นจบเห่แน่ ถอยไปตั้งหลักให้ไกลกว่านี้หน่อยดีกว่า ตรงนี้ใกล้เจ้ายักษ์มากเกินไป!"
.
ว่าแล้วสายลับอันดับหนึ่งก็หันหลังให้กับแซนดี้อีกครั้งแล้วก็เริ่มออกวิ่ง แต่งวดนี้กลับเป็นการวิ่งอยู่บนอากาศ ทุกย่างก้าวที่เขากระโจนไปจะมีฝูงแมลงวันมาคอยหนุนเท้าเอาไว้ไม่ให้ตก มิหนำซ้ำแมลงบางส่วนยังบินมาพยุงหลัง พลางดึงเสื้อที่หัวไหล่เอาไว้มองไกล ๆ นี่จะรู้เลยว่าเสื้อของเจฟเฟอร์เหมือนมีการรั้งไว้ไม่ให้พลัดตก
.
"โว้ว ๆ โว้ววว! เบาหวิวเลยแฮะ วิ่งง่ายกว่าพื้นข้างล่างมากอ่ะ ต้องไปให้ไกลกว่านี้สักหน่อยซื้อเวลาจนกว่าพวกแมลงจะซ่อมแขนของเราเสร็จ คราวนี้ล่ะมึงเอ๊ย! ไอ้ยักษ์แซนดี้! เดี๋ยวได้เห็นดีกันคอยดู!"
.
"ตุ๊บ! ตุ๊บ! ตุ๊บ! ตุ๊บ! ตุ๊บ! ตุ๊บ! ตุ๊บ! ตุ๊บ!"
.
ทั้งเสียงฝีเท้ากับเสียงหัวใจเต้นรัวพอกัน อาการประหม่าตื่นเต้นนับจากตอนที่ก้าวเท้าเข้ามาจนถึงตอนนี้ ช่วงนาทีนี้นับว่าระส่ำรัวที่สุดเลย เพราะเป็นครั้งแรกที่เจฟเฟอร์เห็นถึงโอกาสที่ตนเองจะชนะ เขาวิ่งบนฟ้าออกห่างจากจุดปะทะมาตั้งหลักทางทิศตะวันตกร่วม ๆ กิโลหนึ่งเห็นจะได้ พลันรีบออกคำสั่งให้ฝูงแมลงวันที่เหลือช่วยกันซ่อมแขนให้เสร็จโดยเร็ว
.
แต่ก็อย่างที่บอกนั่นแหละว่านี่คือบ้านของมัน คือโลกทั้งใบที่ไม่เกี่ยวอะไรกับ "พี่เต๋า สมชายเข็มกลัด" ฉะนั้นแซนดี้จะทำอะไรก็ได้ แม้ว่ามันจะใช้การจุ่มมือลงกับทรายเพื่อดึงเหยื่อเข้ามาหาไม่ได้แล้ว หรือจะตัดแขนเขวี้ยงข้ามโลกเข้ามาใส่ก็ปามาไม่ถึง แต่มันก็มีวิธีอื่นอยู่อีกนั่นคือ
.
"โคร่งงงงงงง!!!"
.
"ตรึมมมมมม!!!"
.
"จ้วง!.. จึก!.. จ้วง!.. จึก!.. จ้วง!.. จึก!.. จ้วง!.. จึก!"
.
Oh My God! สเต็ปลีลาอย่างกับ "ไมเคิล เฟ็ลปส์" นักว่ายน้ำ เมื่อเจ้าอสูรกายทรายบิ๊กเบิ้มตัดสินใจกระโดดพุ่งหลาวใส่พื้นทราย พลางจ้วงโสตกฟรีสไตล์ซอยยิก ๆ ๆ อย่างกับนักกีฬาโอลิมปิก!
.
.
ออปติคอลซูมในตาเจฟเฟอร์คลี่ตัวถี่รัว เสียงกริ๊ก ๆ กรั๊ก ๆ บ่งบอกได้ว่าเจ้าตัวกำลังหวั่นใจกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ขนาดไหน
.
"ชิบหายแล้วไง! เร่งมือเข้าพวกเอ็งขอให้ซ่อมแขนทันทีเถอะ! สาธุ!"
วังเวงเงียบเชียบราวกับป่าช้า อาคารสถาบัน BPI เป็นตึกที่สร้างขึ้นมาใหม่ และทั้งหมดที่เห็นอยู่ก็เป็นเพียงเทคโนโลยีสร้างภาพเสมือน ใต้ฝ่าเท้าที่พวกเขาเหยียบอยู่จึงไม่มีกระดูกของวีรชนคนบรรพบุรุษ จะมีก็แต่ร่างที่ละม้ายคล้ายศพของเด็ก ๆ จากทีมเฟอร์นันโดทั้ง 3 คน ที่มิอาจประเมินความเป็นคนที่คงเหลือได้."ฟู่~!"(ควันยังคงขึ้นโขมง).และคุณครูมนุษย์ลาวาก็เงียบกริบ ต่อด้วยการกระดิกมือเป็นสัญญาณให้ลูกศิษย์ทั้ง 2 ถอยฉากออกมาก่อน.แกเเดินเข้าไปเช็คร่างของอันธการผู้นอนคว่ำหน้าอยู่ใกล้สุด ด้วยความสัตย์จริงมองปราดเดียวก็รู้ว่าหมอนี่คือคนที่เก่งที่สุดในตี้ จัดการเขาได้คนอื่นก็ไม่ใช่งานยากอะไร ร่างจิ๋วดำเมือบของอันธการจึงถูกจับชูแขนขึ้นกลางอากาศ เครื่องออนิวแทร็ปคือเป้าหมายด้วยข้อมูลพิกัดในนี้จะทำให้ล่วงรู้ตำแหน่งของคนเป็นครูที่ซ่อนตัวอยู่ได้ ส่วนการจับแขนชูไว้ให้เรือนร่างห้อยต่องแต่งลงมา ก็มีเจตนาเพื่อจะโชว์ให้ลูกศิษย์ของตัวเองได้เห็น."ฉันจะฉีกแขนแกให้ขาดตามออนิวแทร็ปออกมาเลย ไอ้เด็กเหี้ย!".โรคจิตสัด ๆ กับเด็กก็ไม่เว้น แม้จะสลบไสลอยู่แต่เสียงกระดูกหัวไหล่ที่เริ่มเลือนลั่นก็ทำเอาเสียววาบไปทั้งย่าน
ฟ้าโล่งโปร่งสบายดินเรียบดั่งเม็ดทรายไร้อุปสรรค ว่าแต่มันหายไปไหน! ไอ้ก้อนหินลูกไฟที่พ่นออกจากปากราวกับแมกม่าเดือด ๆ นั่น มันพ่นไปไหนของมัน นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดหลังจากได้เห็นร่างกายของครูหัวเพลิงได้เปลี่ยนรูปร่างไป.แม่งเหมือนภูเขาไฟเวอร์ชั่นมีขาเนื้อตัวแตกกะเทาะล่อนเป็นกาบ ๆ ปากอ้ากว้างราวกับปากปล่อง แถมยังเดือดปุด ๆ ปะทุอยู่ตลอดเวลา จังหวะที่ครูโก่งตัวนี่ทุกคนรู้เลยว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้น เศษหินดินกรวดได้ผสมปนเปกับมวลไฟที่อยู่ภายในเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่พวกมันทั้งหมดจะพุ่ง ปุด!.. ปุด!.. ปุด!.. ปุด! ออกมารวดเดียวราวกับห่ากระสุน.เด็กฝั่งนั้นต่างพากันก้มหลบวิถี เช่นกันกับอันธการกับสกายด์ที่ก็ต่างย่อตัวให้ต่ำลง พยายามกางบาเรียผลึกให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วสกายด์ก็ถามขึ้น."มันยิงไปไหนอ่ะพี่อัน? พวกเราอยู่ทางนี้ไม่ใช่เหรอ?"."ไม่รู้ดิ? พลาดมั้ง! ก้อนแม็กม่านั่นถ้าโดนเข้าล่ะก็เราคงไม่รอด"อันธการตอบ.กระทั่งหันหลังกลับไปอีกทีถึงได้รู้ความจริงว่า ที่แท้มันไม่ได้ยิงขึ้นข้างบนหรือลงข้างล่าง แต่มันยิงแบบไซร้โค้งออกมาด้านข้างเพื่อหลบกำแพงบาเรียของสกายด์ต่างหาก.บางทีครูหัวเพลิงอา
"อืม.. ไม่เลวนี่ Not bad! , Not bad! at all"ลูบคางครึงปากคือพฤติกรรมที่เฟอร์นันโดแสดงออก เขายืนกอดอกอยู่บนเนินเขาเฝ้ามองเด็กในสังกัดจากระยะไกล เปี่ยมล้นไปด้วยความภูมิใจอยู่ในที."อัธการดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้วคงอยากจะพิสูจน์ตัวเอง งั้นก็จงแสดงออกมาเถอะไอ้หนู รอบตัวนายก็พี่น้องทั้งนั้น ฝั่งศัตรูก็ไม่เห็นจะสักเท่าไหร่"คุณครูพูดคนเดียวไม่ได้เหงาหรอก แต่ถ้าคิดอะไรที่มันปลุกใจขึ้นมาได้เฟอร์นันโดก็มักจะเผลอทำแบบนี้."ซึมมมม~!""จิ้ววว! , จิ้ววว! , ซึมมม~!""ตูมมมมม~!"."จิ้ววว! , จิ้ววว! , จิ้ววว!".เสียงระเบ็งเซ็งแซ่จากการปะทะกันดังก้องขึ้นมาถึงบนนี้ ฝ่าตีนที่รับน้ำหนักอยู่นี่ถึงกับสั่นโครม ๆ ในทุก ๆ ครั้งที่แง่งผาสั่นโยก ให้ตายเถอะนี่มันการต่อสู้ประเภทไหนกัน เกิดการเซอร์ไพรต์ขึ้นเล็กน้อยเจ้าตัวก็เลยต้องหลุบสายตาลงมามองข้อความบนออนิวแทร็ปเป็นการแก้เขิน."สกายด์ส่งข้อความมางั้นเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่?""อืม.. อืม.. อืม.. อ่าห๊ะ!""อืม.. ครูก็เห็นด้วยตามที่เธอบอกอยู่นะว่าตัวปัญหาของศึกนี้น่าจะเป็นไอ้คนที่เป็นครูของฝั่งโน้นนั่นแหละ มันไม่ยอมเบามือเลย ดูจากท่าทางการปล่อยหมัดกับออกอาวุธแล้ว
"เฮ๊ยยยย! , ย๊ากกกก!"."เปรี๊ยงงง!!!".เศษผลึกแตกกระจุยกระจาย อันธการสอดแขนพุ่งขึ้นมาราวกับลูกเจ๊ียบที่ทะยานตัวออกจากเปลือกไข่ เขาแหกปากตะโกนเพื่อเป็นการเสริมแรง เหยียดแขนถีบขากะเอาให้แม่งแตกออกทุกทิศทุกทางจะได้ลุกขึ้นได้ง่าย ๆ แล้วก็ทำได้จริง ๆ."เฮือกกก! ขอบใจมากสกายด์ช่วยฉันได้เยอะเลย"รุ่นพี่แห่งโลกวิญญาณพูดพลางเอื้อมมือมาตบที่ไหล่ ต่อด้วยการสืบเท้าขึ้นมายืนด้านหน้าพวกน้อง ๆ."เอ่อ..จะเอาเลยเหรอครับพี่อัน? พี่ไม่มีแผลหรือแตกหักตรงไหนบ้างเลยเหรอ?"สกายด์ชำเลืองสายตาถาม."กริ๊กกก! , กรุ๊บ! , กริ๊กกก!"."ไม่หรอกถ้าจะมีก็เห็นจะมีแต่ผลึกของนายที่ฉันเหยียบแตกไปเมื่อครู่ ฮึ่ยยย! นี่แหนะ!"."เปรี๊ยงงง!"ไม่มีปี่มีขลุ่ยมีแต่หลังตีนหนา ๆ ที่ตะบันเตะเข้าใส่เศษผลึกก้อนหนึ่งเต็มแรง หวังเป็นการเบิกทางการโจมตีให้แก่ฝั่งตนเอง.มันลอยแหวกอากาศด้วยพละกำลังที่แรงกว่าตอนที่สกายด์คอนโทรลถึง 3 เท่า มิหนำซ้ำทิศทางก็ตรงเป๊ะ อีกไม่ถึง 3 วิต้องตรงเข้าหน้าผาก ไอ้มนุษย์ไฟที่ยืนอยู่ตรงกลางเป็นแน่แท้.แต่แม่งพลาด!.จะเรียกว่าโดนหักหน้ายับเป็นหนที่สองติด ๆ กันก็คงไม่ผิด เพราะฝั่งนั้นแค่ขยิบตาการโจมตีแบ
เคยเห็นแต่คลื่นน้ำทะเลที่โถมเข้ามากระทบหาดทรายดังครืด ๆ เพิ่งจะมีวันนี้แหละที่ได้เห็นคลื่นพลังเพลิงกับตาตัวเองเป็นครั้งแรก จากหนึ่งในสามต้องมีใครสักคนในนั้นที่ปล่อยมันออกมา เกลียวความร้อนหมุนวนตวัดตัวไต่เรี่ยมากับพื้นดิน พลันยกตัวเองขึ้นสูงเสียดฟ้า เตรียมจะโถมลงมากลบใส่อันธการ ที่เอาแต่ยืนนิ่งยอมรับชะตากรรมราวกับสารภาพบาป."ครืดดด.. ด.. ด.. ด! , ครืดดดด.. ด.. ด.. ด..!"."โถ่เอ๊ย! ไม่ทันแล้วสินะ เรามาได้แค่นี้เองเหรออันธการ"ตั้งคำถามกับตัวเองพลันแหงนหน้ามองเงาดำทะมึนจากเปลวเพลิงเหนือศีรษะ สาบานได้ว่าเจ้าตัวไม่แม้แต่จะยกมือขึ้นปิดป้องเลยด้วยซ้ำ."ฟึมมม~! ม.. ม.. ม~!"."ฟีบบบ~~!"."เอ๋..อะไรอ่ะ? มอดไปเองเฉยเลยแฮะ?".ใช่อย่างที่เขาพูดดูเหมือนการพิพากษาจากเปลวไฟจะจบสั้นกว่าที่ควรจะเป็น เพราะการมาถึงของเพื่อนร่วมทีมอย่างสกายด์และเรนโบว์ จากระยะไกลกว่า 20 เมตรแถว ๆ ตีนเขา ทันทีที่เห็นว่ารุ่นพี่ชักจะเสียท่า สกายด์จึงรีบส่งผลึกสีฟ้าอันเป็นพลังเฉพาะตัวของเขามุดแทรกลงไปใต้พื้นดิน พวกมันทั้งหลายพุ่งแหวกผ่านฐานล่างเสียดแทงเป็นกระสวยทะลุทะลวงสรรพส่ิง ก่อนจะโผล่พรวดขึ้นมาขวางกั้นม่านทะเลเพลิงจ
"ช่วยด้วย! , ช่วยฉันด้วย! , ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ววว~!".กระเสือกกระสนดิ้นทุรุนทุราย การเปล่งวาจาเช่นนี้ออกมาดั่งบอกเป็นนัยว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว อันธการพลาดอีกจนได้ ความร้อนทารุณกรรมเขาแล็วก็เปรียบดั่งทวยเทพที่ไม่มีใครหน้าไหนโกหกได้ ตรงกับที่ครูฝั่งโน้นโม้ไว้จริง ๆ."หอมน่ารับประทานเชียวคุณผู้ชม~"คุณครูประชดแกยิ้มมุมปากออกมาพลางหลุบสายตาไปมองลูกศิษย์ทั้งคู่ ที่ต่างก็ออกอาการสะใจอยู่ในที เพียงแค่นี้การตายของเพื่อนก็ถูกชำละล้างแล้ว."หนูจะกินเขาให้พุงกางเลยค่ะ.."."ใช่! ผมก็เหมือนกัน เราไม่ได้กินเนื้อดี ๆ มาเป็นอาทิตย์แล้ว ตั้งแต่ที่ด็อกเตอร์ J ห้ามไม่ให้ใช้งานแอพสั่งอาหาร.."เด็กชายพูดเสริม เขาวางมือลงที่พุง พลันสัมผัสได้ถึงเนื้อหอม ๆ แสนอร่อยที่ส่งกลิ่นโชยมาเตะจมูก.อันธการตกอยู่ในสถานะคอขาดบาดตาย เขาได้ยินสิ่งที่พวกนี้ถ่มถุยออกมาทุกคำ แล้วก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นอาหารอันโอชะ คนปี้คนยังได้แล้วทำไมคนจะกินคนไม่ได้เล่า ตรรกะก็สมเหตุสมผลอยู่โลกยุคปัจจุบันก็ปาเข้าไปปี ค.ศ. 2078 เข้าไปแล้ว สมัยใหม่โลกใหม่ ชุดความคิดที่ว่าคนกินคนเป็นเรื่องของคนป่าล้าหลังจึง







