Masukคล้ายกับมอเตอร์ไซต์พ่วงข้างแต่ไม่ใช่! พวกเขาเรียกยานพาหนะชนิดนี้ว่า Gravitybike เพราะว่ามันไม่มีล้อ! เจ้ายวดยานคันนี้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ด้วยการลอยตัว อันเป็นผลพวงมาจากการกลับข้างสมการแรงโน้มถ่วงของเซอร์ไอแซกนิวตัน พอทีมนักพัฒนาจาก Parallel ได้ค้นพบความลับข้อนี้เข้า แรงดึงดูดของโลกจึงกลายเป็นแรงผลักหนีศูนย์ (Vortex finder) ไปโดยปริยาย พวกเขานำมันมาติดตั้งเข้ากับส่วนล่างของตัวรถ ทำให้การบินสูงบินต่ำนั้นง่ายเพียงแค่กดปุ่ม ยังมีลูกเล่นซ่อนไว้ใน Gravitybike อีกเพียบ แต่น่าเสียดายที่มันต้องได้รับการอนุมัติซะก่อนด้วยเหตุผลในการปิดบังตัวตน
.
ขณะบิดคันเร่งอยู่ เจฟเฟอร์วิทยุติดต่อไปที่ออฟฟิศเพื่อรายงานว่าเขากำลังจะเอาของที่ได้มาไปส่งให้
.
“ซู่ซ่าาาา.. ซู่ซ่าาาา แคท!.. เฮ้! ได้ยินพี่ไหม.. สัญญาณไม่ดีเลย พี่ว่าพี่จะขอ.. แปลง.. ง.. ง”
“ซู่ซ่า.. ซ่าาาา!”
ไร้ซึ่งสัญญาณตอบรับ ดูท่าแอดมินประจำออฟฟิศอย่างสาวน้อยแคทเทอรีนคงยังไม่ได้รับข้อความอะไรทั้งสิ้น ลมพัดตีเข้าหน้าทำเอาผมเผ้าที่อุตส่าห์เซ็ตใหม่มาเป๋สะบัด
.
“เวรเอ๊ย! ให้ตายเถอะแคท! หัดปรับปรุงช่องสัญญาณบ้างสิ แบบนี้จะติดต่อกันได้ไง? สบายเกินไประวังโดนบอสเฉ่งเอานะ เพราะจริง ๆ แล้วการแปลงมวลสารจากก้อนความทรงจำน่ะ มันเป็นงานของพวกเธอไม่ใช่พวกฉัน!”
ชายหนุ่มมุ่ยหน้าหลับตานึกย้อนไปถึงเด็กสาวชะเอม เจ้าของความเงี่ยนที่เขาเพิ่งสูบออกมาเมื่อครู่ ก่อนจะเริ่มชะลอความเร็วของ Gravitybike ลง
.
“นั่นสินะ.. พวกเธอคงวัยไล่เลี่ยกัน จะไปคาดหวังอะไรกับเด็กเล่าไอ้เจฟเอ๊ย! มีแต่นึกสนุกไปวัน ๆ งานการไม่ทำ ความรับผิดชอบอะไรก็ไม่รู้จัก ฉันน่ะแค่ต้องการคำสั่งอนุมัติใช้เครื่องแปลงมวลสารแบบเร่งด่วนก็แค่นั้น ความเงี่ยนมันค่อนข้างพิเศษ มันเก็บไว้ไม่ได้นานเข้าใจไหม!"
.
"เย็ดเข้! อะไร ๆ ก็ไม่พ้นมือกูสักอย่างสิวะเฮ่ย!”
.
บ่นพึมพำกับตัวเองเสร็จปุ๊บ หางตาก็เหลือบมองมายังแผนที่ดิจิตอลบนหน้าปัดคอนโซล เขากวาดสายตาไปมามองหาพื้นที่รกร้างใกล้ ๆ กับออฟฟิศ ผ่านไปสักพักถึงได้เลี้ยวรถเข้ามาในซอกตึกโทรม ๆ ตรงนี้ ซึ่งมีลักษณะเป็นอาคารสูงสองหลังประกับติดกัน ข้างในเป็นซอยตันและด้านหน้ามีถังขยะเหล็กใบใหญ่ขวางกั้นอยู่ ซึ่งเป็นอะไรที่เหมาะมากสำหรับการฆ่าข่มขืน
.
“ติ๊ด!”
“พรึบบ! , ฟู่..!”
.
กดปุ่มดับเครื่องลงจอดแตะพื้น เศษฝุ่นตีฟุ้งขึ้นเล็กน้อยแต่ยังดีที่ไม่มีใครเห็น เจฟเฟอร์เริ่มออกอาการลับล่อ ๆ เขากระโดดคร่อมไปอีกด้านของยานพลางดึงเอาหน้าจอมอนิเตอร์บนคอนโซลออกมาใช้ ราวกับมันเป็นกระดานแท็ปเล็ต
.
“พื้นที่ ๆ เราอยู่ตรงนี้คือถนนยอร์คชินฝั่งตะวันตก ห่างจากออฟฟิศ Parallel ไป 4 บล็อคถนน อืม.. ใช้ได้! ถ้าเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นพวกนั้นคงเก็บกวาดได้ทัน โอเค! มาลงมือกันเลยดีกว่า!”
ชะเง้อคอมองไปทั่ว ๆ อีกที เช็คความชัวร์เป็นครั้งสุดท้ายว่าปลอดคน
.
“ก่อนอื่นต้องขอวกกลับไปเช็คเหยื่อซะหน่อยว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง”
.
“ติ๊ด!”
จอแท็ปเล็ตโหลดบัฟเฟอริ่งอยู่สักพัก เพื่อทำการแฮ็คภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณแถวนั้น แล้วสิ่งที่เจฟเฟอร์ได้ยินและเห็นก็คือบทสนทนาบางช่วงบางตอนของหนูชะเอมจอมหื่น กับพวกอาสามูลนิธิ
.
“พวกแกเป็นใคร! แกทำอะไรฉัน? มาแกะกระดุมฉันทำไม.. อย่านะอย่าทำอะไรฉัน! ”
ชะเอมยกมือป่ายป้องปกปิด ถดตัวถอยหนีออกห่างกลุ่มชายฉกรรจ์ที่กำลังจ้องมองนมกลมสวย แสดงถึงความได้ผลของการดูดก้อนความคิด ดูทรงแล้วเหมือนว่าชะเอมจะจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง
.
“ก็น้องจมน้ำแล้วพวกพี่ก็กำลังปั้มหัวใจให้เนี่ยะ ไม่มีอะไรเลย! อย่าพูดไปทั่วสิคนอื่นเขาเสียหาย ทำคุณบูชาโทษแท้ ๆ ใจเย็น ๆ ตั้งสติก่อน!”
หัวหน้าหน่วยขึ้นเสียงสูงตอบโต้
.
“ไม่ใช่อ่ะ! หนูจำอะไรแบบนั้นไม่ได้เลย หนูว่ายน้ำไม่เป็นแล้วหนูจะกระโดดลงไปในน้ำทำเพื่อ! มันไม่เมคเซนต์เลยพวกลุงโกหก ไม่จริง.. ถอยไปหนูจะกลับบ้าน! , อ๊ะ!”
.
“อุ๊ย!”
.
“อื้อ.. เสียวหีจัง อยู่ ๆ ก็.. อื้อ.. อ.. อ..”
.
ชะเอมคิดในใจแต่ไม่ปริปาก เธอโก่งตัวโค้งเอามือปิดที่หว่างขา แต่ถึงกระนั้นเจ้าตัวก็จำอะไรไม่ได้อยู่ดี สิ่งเดียวที่รู้คือการตวัดรัดของติ่งเสียวที่ตอดตุ๊บ ๆ ๆ ! อยู่ตลอดเวลาราวกับเพิ่งผ่านการถูกกระตุ้น
.
“เป็นอะไรไปอีกล่ะคราวนี้ พวกพี่ยืนห่างเป็นกิโลเลยนะ? ไปโรงบาลดีกว่าไหมให้หมอเขาเช็ค?”
.
ใบหน้าที่แดงก่ำ สะโพกส่ายโยกเย้าเร้าอารมณ์
.
“อะ.. อือ ก็ดีค่ะ.. มีน้ำอะไรก็ไม่รู้ไหลเปื้อนเกงในเต็มไปหมดเลย ขาหนูสั่นไปหมดแล้ว.. ว.. ว”
.
"ฟึบ!!!"
.
.
ตัดภาพกลับมาที่เจฟเฟอร์ในซอกตึก เขาพยักหน้าลูบคางพออกพอใจเพราะอย่างน้อยก็ยังภูมิใจที่ได้ช่วยชีวิตเด็กคนหนึ่ง
.
“ดีแล้วล่ะให้หมอช่วยอีกแรงก็เวิร์คอยู่เหมือนกัน หายาแดกสักเม็ดสองเม็ดน่าจะดีขึ้น ถึงจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่สิ่งที่เราทำก็ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติแล้ว เด็กคนแรกจบไปยังเหลือเด็กอีกคนที่ต้องช่วยสินะ.. หึ ๆ ”
.
“บอกตรง ๆ นะแคท ถ้าไม่ใช่เพราะก้นงอน ๆ ของน้องกับสะโพกดินระเบิดบึ้มบ้ำ ฉันจะไม่ช่วยเลย ฉันแค่ไม่อยากเห็นเธอโดนไล่ออก แค่อยากทำงานกับเธอไปนาน ๆ แค่นั้นจริง ๆ ”
.
เจฟเฟอร์ บัตเจนแลนด์ บรรจงสอดแท็ปเล็ตคืนไว้บนคอนโซลตามเดิม เขาเดินอ้อมมาที่อีกด้านของ Gravity bike แต่ด้วยความที่รูปร่างของมันถูกอำพรางไว้ให้เหมือนกับมอเตอร์ไซต์พ่วงข้างตามตลาดสด พื้นที่ต่อพ่วงตรงนี้เลยสามารถบรรทุกอะไรต่อมิอะไรลงไปได้เยอะ แม้กระทั่งเครื่องแปลงมวลสาร
.
“เดี๋ยวนะขอฉันทวนแป๊บ.. น่าจะปุ่มนี้ล่ะมั้ง..?”
.
“ติ๊ด!”
.
คุณพระช่วยกล้วยหักมุก! แม้ว่าเจฟเฟอร์จะเคยเห็นอะไรแบบนี้มาบ้าง แต่สาบานได้ว่าเจอทีไรก็ตื่นตาตื่นใจไปซะทุกที เมื่อจู่ ๆ ส่วนพ่วงข้างที่เหมือนเป็นโลหะธรรมดา ๆ ของ Gravity bike ก็เกิดสภาวะการหมุนเวียนเปลี่ยนสลับ! ชิ้นส่วนจักรกลมากมายเคลื่อนที่ขึ้นลงอย่างกับทรานซ์ฟอร์เมอร์! เสียงเอี๊ยดอ๊าดจากการขัดสีกันดังกึกก้อง! ชั่วเสี้ยวอึดใจทุกอย่างก็จบลง และได้ออกมาเป็นเครื่องมือรูปร่างประหลาดที่ลักษณะคล้ายกับอุโมงค์ขนาดเล็ก
.
มันยังคงเชื่อมติดอยู่กับตัวรถตามเดิม เป็นนัยว่าสามารถใช้ระหว่างเคลื่อนที่ได้หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้น ทว่าตอนนี้คงยังก่อนเจฟเฟอร์มีเวลาเหลือเฟือแล้วก็ไม่รีบมาก ก็เลยค่อย ๆ สอดแขนข้างซ้ายที่เพิ่งดูดเอาก้อนความทรงจำสุดเงี่ยนของชะเอมใส่เข้าไปในอุโมงค์
.
“วู้ววว.. เย็นเจี๊ยบเลย ขอออกมาสวย ๆ หน่อยนะ ให้สมกับที่ฉันลงทุนลงแรงหน่อย”
.
แม้ต้องยืนเอียงกระเท่เร่เพื่อสอดแขน แต่เจฟเฟอร์ก็ยังคงปากมากอยู่เช่นเคย เขาเอื้อมมือขวาที่ว่างไปแตะที่หน้าจอต่อด้วยการออกคำสั่งให้เครื่องแปลงมวลสารเร่ิมต้นเดินเครื่อง
.
“สวิทซ์ออน!”
.
พื้นดินสั่นพับ ๆ ๆ ! ภายในอุโมงค์เปล่งแสงสีทองเหลืองอำพัน! ความสว่างเจิดจ้าของมันทำเอาเจฟเฟอร์ต้องเบี่ยงหน้าหลบ พลางงัดเอาฟังค์ชันจากเลนส์เรติน่าขึ้นมาปกป้องดวงตา ลูกนัยน์ตาคลี่ตัวออกเป็นใบพัดทำให้ทุกอย่างรอบตัวกลายเป็นสีเขียว ด้วยมุมมองแบบ First- person เจฟเฟอร์สามารถเหลือบดูแถบดาวน์โหลดบอกสถานะบนอุโมงค์ได้อย่างสบาย
.
- ที่ตัวเลข 40% เขามองเห็นอะตอมพลังงานลอยตุ๊บ ๆ ออกมาจากรูขุมขน มันถูกดูดขึ้นไปข้างบนเพดานอุโมงค์แล้วค่อย ๆ ไหลไปตามท่อคดเคี้ยวที่อยู่ส่วนล่างของเครื่อง
.
- ที่ตัวเลข 60% ควันชักเริ่มขึ้น! ได้ยินเสียงดังซู่.. แว่วออกมาจากผิวหนัง ทั้งยังเริ่มรู้สึกร้อนขึ้นมาตะหงิด ๆ
.
“เอาแล้วไงมึง?! มันเจ๊งรึเปล่าวะเนี่ยะไม่ใช่ครบ 100% ได้ของออกมา แล้วกูแขนขาดนะเฮ่ย! หวังว่ายัยแคทเทอรีนตูดงอนจะเช็คสภาพเครื่องก่อนให้เราเอาออกมาใช้นะ? ”
.
- ที่ตัวเลข 80% ดันดูดเข้าไปทั้งไหล่! คุณพระช่วย! เมื่อเจฟเฟอร์ดันถลันถลาไปตามแรง! เขาพยายามใช้มือข้างขวาออกแรงผลักสุดชีวิต! กัดกรามแน่นเหงื่อแตกซิก ๆ
.
“เชี้ยเอ๊ย! เมื่อกี้กูประชดโว๊ย! อ๊ากกกกหนังกูหลุดหมดแล้ว ร้อน ๆ ๆ ๆ !!! ”
.
“ไอส้นตีนกูไม่ยอมเสียแขนไปแน่ ไม่ต้องแปลงแม่งแล้วมวลสารห่าเหวอะไรเนี่ยะ! ต้องยิงมันทิ้ง! ต้องทำลายมันทิ้ง! ในตอนนี้เลย! , ฮึบ!”
.
ภายใต้สถานการณ์วิกฤตอันเกิดจากการหาเรื่องใส่ตัว เจ้าหน้าที่ภาคสนามตัดสินใจประชิดตัวติดกับตัวเครื่องที่ทั้งสั่น! ร้อน! และจวนเจียนจะลุกเป็นไฟ! เขาไม่มีเวลาให้พูดพร่ำทำเพลงอีกต่อไปแล้ว จึงหักข้อพับตรงนิ้วชี้ลง เปลี่ยนมันเป็นกระบอกปืน เตรียมจะยิงกระสุนพลังงานเพื่อทำลายวิทยาการอันล้ำค่าขององค์กรตัวเองทิ้ง
.
- ที่ตัวเลข 90% และแถบสีเขียวกำลังจะเต็มหลอดอยู่รอมร่อ! เจฟเฟอร์สังเกตเห็นแล้วว่าที่ปลายอุโมงค์มีละอองอะตอมเล็ก ๆ จำนวนมากกำลังเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างของพืชชนิดหนึ่ง
.
“เหลืออีก 10 วินาทีจะสมบูรณ์ อีก 10.... 9…. 8…. 7”
.
“โอ๊ยอีดอกเอ๊ย! ยังจะมีคอมพิวเตอร์มานับถอยหลังอีกเหรอ แขนกูจะละลายกลายเป็นน้ำหมดแล้วแม่มเอ๊ย! อ๊ากกกก อึกกกก อ๊ากกกก กูทนไม่ไหวแล้วโว๊ย! ยะ.. ยิง.. ง.. ง”
.
เดชะบุญที่กว่าจะยิงกระสุนพลังงานได้มันต้องชาร์จประจุซะก่อน กว่าแสงสว่างที่ปลายนิ้วจะรวมตัวกันจนพร้อมก็กินเวลามากกว่า 7 วิ ก็เลยทำให้เครื่องแปลงมวลสารทำงานได้เสร็จก่อน! แล้วก็เป็นมันอีกนั่นแหละที่เหมือนจะรู้ว่าเจฟเฟอร์กำลังคิดอะไร แขนข้างซ้ายของเขาที่สอดอยู่ในอุโมงค์จึงถูกดีดออกมาอย่างรวดเร็ว! ทำเอาเจ้าตัวเสียหลักล้มหงายท้องหงายไส้หลังคลุกฝุ่น!
.
เนื้อหายไปแถบหนึ่ง โลหะไทเทเนียมคาไบต์ที่ใช้แทนกระดูกหลอมละลายผิดรูป ระบบการยิงกระสุนรวมไปถึงสายไฟต่าง ๆ เสียหายหนัก คือสภาพแขนของเขาหลังจากตรวจเช็ค ทว่าเจฟเฟอร์กลับกำลังยิ้ม เขาประคองตัวเองลุกขึ้นยืนจัดแจงกดปุ่มสั่งการให้ Gravity bike พับกลับมาใช้โหมดปกติ จดจ้องดูการทรานซ์ฟอมร์มคืนรูปยานสลับกับการหัวเราะออกมาอย่างกับคนบ้า
.
“ฮั่ว.. ฮ่า ๆ ๆ มันต้องแบบนี้สิวะถึงจะคุ้มค่ากับแขนที่เสียไปหน่อย”
.
“อืม.. สวยเชียว เป็นช่อดอกลาเวนเดอร์สีม่วงที่ดูมีเสน่ห์มากเหลือเกิน บอสน่าจะชอบ”
.
แขนซ้ายห้อยต่องแต่ง แต่ยังคงใช้มือขวาก้มลงไปที่พื้นเพื่อหยิบเอาเหล่าดอกไม้ที่เพิ่งแปรสภาพออกมาใหม่ ๆ มาปักไว้บนส่วนพ่วงข้างของรถ ควันหอมฉุย
.
“เอาเป็นว่าฉันจะแบ่งไว้ให้เธอด้วยล่ะกันนะแคทเธอรีน ของแท้แรร์ไอเท็มระดับนี้ถ้าได้ไปประดับหน้าร้านลูกค้าต้องเพียบแน่ เธออาจมองฉันว่าหล่อขึ้น ไม่แน่เราอาจจะได้สานสัมพันธ์กันหลังจากนั้น.. หึ ๆ ”
.
แล้วเจฟเฟอร์ก็กระโจนขึ้นยานพาหนะบึ่งออกไป เป้าหมายคือออฟฟิศ Parallel ที่อยู่ใกล้ ๆ โดยไม่ลืมที่จะเก็บพลังความเงี่ยนของชะเอมไว้ในความทรงจำ
.
เพราะหลังจากเอาเข้าเครื่องแปลงมวลสารออกมาแล้วนั้น.. มันกลับกลายเป็นอะไรที่มีค่ามากมายเหลือเกิน!
วังเวงเงียบเชียบราวกับป่าช้า อาคารสถาบัน BPI เป็นตึกที่สร้างขึ้นมาใหม่ และทั้งหมดที่เห็นอยู่ก็เป็นเพียงเทคโนโลยีสร้างภาพเสมือน ใต้ฝ่าเท้าที่พวกเขาเหยียบอยู่จึงไม่มีกระดูกของวีรชนคนบรรพบุรุษ จะมีก็แต่ร่างที่ละม้ายคล้ายศพของเด็ก ๆ จากทีมเฟอร์นันโดทั้ง 3 คน ที่มิอาจประเมินความเป็นคนที่คงเหลือได้."ฟู่~!"(ควันยังคงขึ้นโขมง).และคุณครูมนุษย์ลาวาก็เงียบกริบ ต่อด้วยการกระดิกมือเป็นสัญญาณให้ลูกศิษย์ทั้ง 2 ถอยฉากออกมาก่อน.แกเเดินเข้าไปเช็คร่างของอันธการผู้นอนคว่ำหน้าอยู่ใกล้สุด ด้วยความสัตย์จริงมองปราดเดียวก็รู้ว่าหมอนี่คือคนที่เก่งที่สุดในตี้ จัดการเขาได้คนอื่นก็ไม่ใช่งานยากอะไร ร่างจิ๋วดำเมือบของอันธการจึงถูกจับชูแขนขึ้นกลางอากาศ เครื่องออนิวแทร็ปคือเป้าหมายด้วยข้อมูลพิกัดในนี้จะทำให้ล่วงรู้ตำแหน่งของคนเป็นครูที่ซ่อนตัวอยู่ได้ ส่วนการจับแขนชูไว้ให้เรือนร่างห้อยต่องแต่งลงมา ก็มีเจตนาเพื่อจะโชว์ให้ลูกศิษย์ของตัวเองได้เห็น."ฉันจะฉีกแขนแกให้ขาดตามออนิวแทร็ปออกมาเลย ไอ้เด็กเหี้ย!".โรคจิตสัด ๆ กับเด็กก็ไม่เว้น แม้จะสลบไสลอยู่แต่เสียงกระดูกหัวไหล่ที่เริ่มเลือนลั่นก็ทำเอาเสียววาบไปทั้งย่าน
ฟ้าโล่งโปร่งสบายดินเรียบดั่งเม็ดทรายไร้อุปสรรค ว่าแต่มันหายไปไหน! ไอ้ก้อนหินลูกไฟที่พ่นออกจากปากราวกับแมกม่าเดือด ๆ นั่น มันพ่นไปไหนของมัน นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดหลังจากได้เห็นร่างกายของครูหัวเพลิงได้เปลี่ยนรูปร่างไป.แม่งเหมือนภูเขาไฟเวอร์ชั่นมีขาเนื้อตัวแตกกะเทาะล่อนเป็นกาบ ๆ ปากอ้ากว้างราวกับปากปล่อง แถมยังเดือดปุด ๆ ปะทุอยู่ตลอดเวลา จังหวะที่ครูโก่งตัวนี่ทุกคนรู้เลยว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้น เศษหินดินกรวดได้ผสมปนเปกับมวลไฟที่อยู่ภายในเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่พวกมันทั้งหมดจะพุ่ง ปุด!.. ปุด!.. ปุด!.. ปุด! ออกมารวดเดียวราวกับห่ากระสุน.เด็กฝั่งนั้นต่างพากันก้มหลบวิถี เช่นกันกับอันธการกับสกายด์ที่ก็ต่างย่อตัวให้ต่ำลง พยายามกางบาเรียผลึกให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วสกายด์ก็ถามขึ้น."มันยิงไปไหนอ่ะพี่อัน? พวกเราอยู่ทางนี้ไม่ใช่เหรอ?"."ไม่รู้ดิ? พลาดมั้ง! ก้อนแม็กม่านั่นถ้าโดนเข้าล่ะก็เราคงไม่รอด"อันธการตอบ.กระทั่งหันหลังกลับไปอีกทีถึงได้รู้ความจริงว่า ที่แท้มันไม่ได้ยิงขึ้นข้างบนหรือลงข้างล่าง แต่มันยิงแบบไซร้โค้งออกมาด้านข้างเพื่อหลบกำแพงบาเรียของสกายด์ต่างหาก.บางทีครูหัวเพลิงอา
"อืม.. ไม่เลวนี่ Not bad! , Not bad! at all"ลูบคางครึงปากคือพฤติกรรมที่เฟอร์นันโดแสดงออก เขายืนกอดอกอยู่บนเนินเขาเฝ้ามองเด็กในสังกัดจากระยะไกล เปี่ยมล้นไปด้วยความภูมิใจอยู่ในที."อัธการดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้วคงอยากจะพิสูจน์ตัวเอง งั้นก็จงแสดงออกมาเถอะไอ้หนู รอบตัวนายก็พี่น้องทั้งนั้น ฝั่งศัตรูก็ไม่เห็นจะสักเท่าไหร่"คุณครูพูดคนเดียวไม่ได้เหงาหรอก แต่ถ้าคิดอะไรที่มันปลุกใจขึ้นมาได้เฟอร์นันโดก็มักจะเผลอทำแบบนี้."ซึมมมม~!""จิ้ววว! , จิ้ววว! , ซึมมม~!""ตูมมมมม~!"."จิ้ววว! , จิ้ววว! , จิ้ววว!".เสียงระเบ็งเซ็งแซ่จากการปะทะกันดังก้องขึ้นมาถึงบนนี้ ฝ่าตีนที่รับน้ำหนักอยู่นี่ถึงกับสั่นโครม ๆ ในทุก ๆ ครั้งที่แง่งผาสั่นโยก ให้ตายเถอะนี่มันการต่อสู้ประเภทไหนกัน เกิดการเซอร์ไพรต์ขึ้นเล็กน้อยเจ้าตัวก็เลยต้องหลุบสายตาลงมามองข้อความบนออนิวแทร็ปเป็นการแก้เขิน."สกายด์ส่งข้อความมางั้นเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่?""อืม.. อืม.. อืม.. อ่าห๊ะ!""อืม.. ครูก็เห็นด้วยตามที่เธอบอกอยู่นะว่าตัวปัญหาของศึกนี้น่าจะเป็นไอ้คนที่เป็นครูของฝั่งโน้นนั่นแหละ มันไม่ยอมเบามือเลย ดูจากท่าทางการปล่อยหมัดกับออกอาวุธแล้ว
"เฮ๊ยยยย! , ย๊ากกกก!"."เปรี๊ยงงง!!!".เศษผลึกแตกกระจุยกระจาย อันธการสอดแขนพุ่งขึ้นมาราวกับลูกเจ๊ียบที่ทะยานตัวออกจากเปลือกไข่ เขาแหกปากตะโกนเพื่อเป็นการเสริมแรง เหยียดแขนถีบขากะเอาให้แม่งแตกออกทุกทิศทุกทางจะได้ลุกขึ้นได้ง่าย ๆ แล้วก็ทำได้จริง ๆ."เฮือกกก! ขอบใจมากสกายด์ช่วยฉันได้เยอะเลย"รุ่นพี่แห่งโลกวิญญาณพูดพลางเอื้อมมือมาตบที่ไหล่ ต่อด้วยการสืบเท้าขึ้นมายืนด้านหน้าพวกน้อง ๆ."เอ่อ..จะเอาเลยเหรอครับพี่อัน? พี่ไม่มีแผลหรือแตกหักตรงไหนบ้างเลยเหรอ?"สกายด์ชำเลืองสายตาถาม."กริ๊กกก! , กรุ๊บ! , กริ๊กกก!"."ไม่หรอกถ้าจะมีก็เห็นจะมีแต่ผลึกของนายที่ฉันเหยียบแตกไปเมื่อครู่ ฮึ่ยยย! นี่แหนะ!"."เปรี๊ยงงง!"ไม่มีปี่มีขลุ่ยมีแต่หลังตีนหนา ๆ ที่ตะบันเตะเข้าใส่เศษผลึกก้อนหนึ่งเต็มแรง หวังเป็นการเบิกทางการโจมตีให้แก่ฝั่งตนเอง.มันลอยแหวกอากาศด้วยพละกำลังที่แรงกว่าตอนที่สกายด์คอนโทรลถึง 3 เท่า มิหนำซ้ำทิศทางก็ตรงเป๊ะ อีกไม่ถึง 3 วิต้องตรงเข้าหน้าผาก ไอ้มนุษย์ไฟที่ยืนอยู่ตรงกลางเป็นแน่แท้.แต่แม่งพลาด!.จะเรียกว่าโดนหักหน้ายับเป็นหนที่สองติด ๆ กันก็คงไม่ผิด เพราะฝั่งนั้นแค่ขยิบตาการโจมตีแบ
เคยเห็นแต่คลื่นน้ำทะเลที่โถมเข้ามากระทบหาดทรายดังครืด ๆ เพิ่งจะมีวันนี้แหละที่ได้เห็นคลื่นพลังเพลิงกับตาตัวเองเป็นครั้งแรก จากหนึ่งในสามต้องมีใครสักคนในนั้นที่ปล่อยมันออกมา เกลียวความร้อนหมุนวนตวัดตัวไต่เรี่ยมากับพื้นดิน พลันยกตัวเองขึ้นสูงเสียดฟ้า เตรียมจะโถมลงมากลบใส่อันธการ ที่เอาแต่ยืนนิ่งยอมรับชะตากรรมราวกับสารภาพบาป."ครืดดด.. ด.. ด.. ด! , ครืดดดด.. ด.. ด.. ด..!"."โถ่เอ๊ย! ไม่ทันแล้วสินะ เรามาได้แค่นี้เองเหรออันธการ"ตั้งคำถามกับตัวเองพลันแหงนหน้ามองเงาดำทะมึนจากเปลวเพลิงเหนือศีรษะ สาบานได้ว่าเจ้าตัวไม่แม้แต่จะยกมือขึ้นปิดป้องเลยด้วยซ้ำ."ฟึมมม~! ม.. ม.. ม~!"."ฟีบบบ~~!"."เอ๋..อะไรอ่ะ? มอดไปเองเฉยเลยแฮะ?".ใช่อย่างที่เขาพูดดูเหมือนการพิพากษาจากเปลวไฟจะจบสั้นกว่าที่ควรจะเป็น เพราะการมาถึงของเพื่อนร่วมทีมอย่างสกายด์และเรนโบว์ จากระยะไกลกว่า 20 เมตรแถว ๆ ตีนเขา ทันทีที่เห็นว่ารุ่นพี่ชักจะเสียท่า สกายด์จึงรีบส่งผลึกสีฟ้าอันเป็นพลังเฉพาะตัวของเขามุดแทรกลงไปใต้พื้นดิน พวกมันทั้งหลายพุ่งแหวกผ่านฐานล่างเสียดแทงเป็นกระสวยทะลุทะลวงสรรพส่ิง ก่อนจะโผล่พรวดขึ้นมาขวางกั้นม่านทะเลเพลิงจ
"ช่วยด้วย! , ช่วยฉันด้วย! , ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ววว~!".กระเสือกกระสนดิ้นทุรุนทุราย การเปล่งวาจาเช่นนี้ออกมาดั่งบอกเป็นนัยว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว อันธการพลาดอีกจนได้ ความร้อนทารุณกรรมเขาแล็วก็เปรียบดั่งทวยเทพที่ไม่มีใครหน้าไหนโกหกได้ ตรงกับที่ครูฝั่งโน้นโม้ไว้จริง ๆ."หอมน่ารับประทานเชียวคุณผู้ชม~"คุณครูประชดแกยิ้มมุมปากออกมาพลางหลุบสายตาไปมองลูกศิษย์ทั้งคู่ ที่ต่างก็ออกอาการสะใจอยู่ในที เพียงแค่นี้การตายของเพื่อนก็ถูกชำละล้างแล้ว."หนูจะกินเขาให้พุงกางเลยค่ะ.."."ใช่! ผมก็เหมือนกัน เราไม่ได้กินเนื้อดี ๆ มาเป็นอาทิตย์แล้ว ตั้งแต่ที่ด็อกเตอร์ J ห้ามไม่ให้ใช้งานแอพสั่งอาหาร.."เด็กชายพูดเสริม เขาวางมือลงที่พุง พลันสัมผัสได้ถึงเนื้อหอม ๆ แสนอร่อยที่ส่งกลิ่นโชยมาเตะจมูก.อันธการตกอยู่ในสถานะคอขาดบาดตาย เขาได้ยินสิ่งที่พวกนี้ถ่มถุยออกมาทุกคำ แล้วก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นอาหารอันโอชะ คนปี้คนยังได้แล้วทำไมคนจะกินคนไม่ได้เล่า ตรรกะก็สมเหตุสมผลอยู่โลกยุคปัจจุบันก็ปาเข้าไปปี ค.ศ. 2078 เข้าไปแล้ว สมัยใหม่โลกใหม่ ชุดความคิดที่ว่าคนกินคนเป็นเรื่องของคนป่าล้าหลังจึง







