Masuk"โคตรแม่มเอ๊ย! กระหรี่เกินไปแล้ว! นี่แสดงว่าน้ำประปาไม่ได้ช่วยล้างความโสโครกออกไปจากสมองเลยใช่ไหมอีหนู!"
เจฟเฟอร์พลั้งปากพูดไปโดยไม่ยั้งคิด เขาทั้งหงุดหงิดและรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น
.
"แล้วฉันจะลงทุนเปียกเป็นลูกหมาไปเพื่ออะไร บัดซบเอ๊ย! อีหรอบนี้กลับไปถึงออฟฟิศ Parallel มีหวังโดนล้อแน่ อุตส่าห์คิดว่าจะปิดจ๊อบได้โดยไม่ต้องใช้สิ่งนี้แล้วแท้ ๆ"
หันซ้ายแลขวาเช็คความแน่ใจว่าไม่มีใครเห็น ว่าแล้วบุรุษลึกลับนามเจฟเฟอร์ก็ได้เอื้อมมือมาแตะที่หัวเข็มขัดทรงกลมที่มีสัญลักษณ์เป็นเส้นขนานสองเส้น รูปร่างมันคล้ายกับเครื่องหมายเท่ากับ ซึ่งก็เหมาะกันดีกับการใช้เป็นโลโก้ขององค์กร Parallel ที่เจ้าตัวสังกัดอยู่
.
ออกแรงกดเพียงเล็กน้อยปุ่มบนหัวเข็มขัดก็จมบุ๋มลงไป สลับกับการดีดพุ่งออกมาของสสารเหลวใสซึ่งไม่ใช่เซลล์อสุจิ ลักษณะมันเหมือนกับม่านเจลล์บาง ๆ ขนาดเท่าผืนเสื่อลอยคว้างอยู่กลางอากาศ และก่อนที่มันจะร่วงลงสู่พื้นตามแรงโน้มถ่วงโลก เจฟเฟอร์ก็ได้รีบกระโจนเข้าใส่มันทั้ง ๆ อย่างงั้น!
.
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่านี่ช่างเป็นวิทยาการอันล้ำสมัย เพราะเพียงแค่เสี้ยวอึดใจม่านเจลล์ดังกล่าวก็ได้ห่อหุ้มร่างของเจ้าตัวเอาไว้ทั้งหมด มันแทรกซึมไปตามพื้นผิว ซอกซอนชอนไชไปจนถึงจุดซ่อนเร้น ก่อนจะบีบรัดรวบตรึง! ส่งเสียงดังเปรี๊ยะ! แล้วก็ได้ออกมาเป็นเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ทั้งโก้และเท่ห์ แถมยังแห้งสนิทพร้อมปฏิบัติหน้าที่ต่อในทันที
.
"เวรเอ๊ย ๆ จะกี่ครั้งกี่ทีก็ไม่ชินสิน่า.. ผมพูดจริง ๆ นะบอสผมว่าให้ผมวิ่งแก้ผ้าเข้าไปเปลี่ยนในตู้โทรศัพท์แบบซุปเปอร์แมนยังจะดีซะกว่า เสร็จจากนังเด็กนี่เมื่อไหร่เราคงต้องคุยเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง แม่งอย่างกับแฟชั่นชาวจีน "ไฝ่ ต๋ง คิด" ไหมล่ะกู"
.
หลังจากจัดแจงกับปัญหาในร่มผ้าของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาที่เจฟเฟอร์จะนำพาผู้อ่านกลับเข้าเรื่องเข้าราวสักที นัยน์ตาเขายังคงหมุนแกร๊ก ๆ ด้วยแกนใบพัด สมองประมูลผลกะระยะเตรียมใช้อาวุธหนักเพื่อยุติเรื่องบัดสีบัดเถลิงนี้ให้เร็วที่สุด เขายกมือข้างขวาที่ถนัดขึ้น พลางใช้นิ้วชี้เล็งไปที่หญิงสาวที่กำลังแบะขาให้ท่าผู้ชายอยู่
.
"โหมดจู่โจม! ล็อคออน!"
.
สิ้นเสียงคำสั่งด้วยมุมมองแบบ First Person ภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้าก็ถูกย้อมให้เป็นสีแดงฉานราวกับคนตกเลือด ข้อมูลตัวเลขององศาการยิงต่าง ๆ วิ่งยึกยือยั้วเยี้ยอยู่ริมขอบตา ศูนย์เล็งดิจิตอลรูปกากบาทกระพริบแปร๊บ ๆ เคลื่อนเข้าหาเด็กสาวชะเอมผู้เป็นเป้าหมาย
.
"หวังว่าคงไม่เจอเธอที่ซ่องนะนังหนู.. ลาก่อน"
.
"ยิง!!!"
.
ปลายนิ้วชี้ที่ล็อคเป้าไว้พับหักลงในทันใด เผยให้เห็นชิ้นส่วนจักรกลภายในที่กำลังชาร์จประจุ
.
"หวีดดด ๆ ๆ ๆ !!!"
ตามติดมาด้วยเสียงเล็กแหลมแสบแก้วหู แสงออร่าเปล่งเฉิดฉายที่ปลายน้ิว ไม่ถึงสามวิทุกอย่างก็จบสิ้น!
.
"จิ้ววว~!"
.
.
"โอ๊ยยย!"
หนังหัวแทบเปิด ปอยผมสะบัดกระชากคอแทบเคร็ด กระสุนพลังงานแสงพุ่งตรงเข้าขมับของชะเอมแบบไม่พลาดเป้า แต่เธอไม่ตาย! เพราะว่านั่นหาใช่จุดประสงค์ของเจฟเฟอร์ไม่
.
"เฮ้น้อง! น้อง! น้องเป็นอะไรไปเนี่ยะ! ทำไมจู่ ๆ ถึงตัวกระตุกแล้วสลบไปอีกล่ะ เมื่อกี้พวกพี่ปั้มหัวใจจนได้สติแล้วนี่นา?"
บรรดาเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมองตากันปริบ ๆ ทำเป็นหาสาเหตุทั้งที่ความจริงอยากดูดปากเธอต่อ ไม่อยากให้ขาดช่วงซะมากกว่า
.
ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะส่ิงที่เจฟเฟอร์ยิงออกมา คือกลุ่มพลังงานล่องหนที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น มันถูกผลิตขึ้นจากสารประกอบไอออนลิกไนต์ ที่สังเคราะห์ขึ้นในห้องแล็บของ Parallel พอสันดาปเข้ากับคาร์บอนไดออกไซต์ในชั้นบรรยากาศ ก็เลยเกิดเป็นมวลพลังงานขนาดใหญ่ขึ้น ทันทีที่ยิงไปสัมผัสกับร่างกายมนุษย์ปฎิกิริยาเคมีก็จะทำงาน พลังงานดังกล่าวจะเข้าไปแทนที่กลุ่มก้อนความคิดในสมองเหยื่อ อนุมูลอิสระใต้จิตสำนึกจะถูกดันออกมา และจับตัวกันเป็นก้อนปรากฎตัวลอยตุ๊บป่องออกมาให้เห็น ผ่านทางม่านเรติน่าตาชนิดพิเศษที่เจฟเฟอร์กำลังใช้อยู่
.
"โอ้แม้เจ้าโว๊ย! ก้อนความคิดเป็นสีม่วงช้ำเลือดช้ำหนองเชียว! คิดไว้ไม่มีผิดว่านังเด็กนี่มันน่ารักแค่หน้าตา กลุ่มความคิดกับก้อนความทรงจำแม่งสำส่อนโคตร ๆ ถ้าใช้กล้องในแล็บส่องดูคงมีแต่ลีลาท่าเย็ดสินะ เชี้ยเอ๊ย! สงสารพ่อแม่ว่ะ!"
.
"เห็นทีถ้าไม่ใช่เราคงไม่มีใครช่วยเธอได้อีกแล้ว สังคมเละเทะแน่ถ้าปล่อยให้อนาคตของชาติมีค่านิยมเทือกนี้อยู่ในก้านสมอง"
.
"แบบนี้มันต้องใช้มือซ้าย! , ฮึบ!"
.
ชั่วขณะจิตที่ก้อนความคิดของชะเอมลอยตุ๊บป่อง ๆ อยู่นั่นเอง จากระยะทางไกลมากกว่า 300 เมตร เจฟเฟอร์ตัดสินใจกระโดดม้วนหน้าทำลังกาเกรียวหนึ่งรอบเพื่อความเท่ คุกเข่าลงกับพื้นก่อนจะยกมือซ้ายขึ้นมากางนิ้วทั้งห้าออก หันไปทางเป้าหมาย!
.
" Drian!"
.
เจ้าตัวออกคำสั่ง คราวนี้ไม่ใช่แค่นิ้วแต่เป็นทั้งฝ่ามือ ใบพัดขนาดพอเหมาะบนมือหมุนคลี่ตัวออก จากนั้นพลังลมดูดมหาศาลก็ได้ทำหน้าที่ของมัน จากมุมมองแบบ First person เจฟเฟอร์เห็นทุกอย่างเป็นสีเขียวตรงข้ามกับตอนแรก เขาเห็นก้อนความทรงจำของชะเอมค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ แต่ด้วยความที่ความเงี่ยนของเธอนั้นกระสันซ่านมาก น้ำหนักมันจึงมากเป็นพิเศษ กว่าเจฟเฟอร์จะดูดทั้งหมดเข้ามาในมือได้ก็เล่นเอาเหงื่อตก กามราคะทั้งก้อนหลุบบุ๋มเข้าไปในฝ่ามือราวกับเครื่องดูดฝุ่น ตดบุ๋งออกมา แก้มก้นเนื้อตัวเจฟเฟอร์ร้อนวูบวาบหวั่นไหว
.
"บรึ๋ยยย! วู้วววว! เกือบแย่เหมือนกันนะเนี่ยะเรา เสียวตูดชะมัด! เด็กบ้าอะไรวิปริตวิตถารเป็นบ้า เป็นสาวเป็นนางแท้ ๆ ตอนเด็ก ๆ แม่มึงบดแผ่นหนังโป๊คลุกกับข้าวให้กินรึไงวะ? อาฟเตอร์เอฟเฟคถึงได้รุนแรงถึงเพียงนี้"
.
"แต่ก็ช่างเถอะแบบนี้แหละดีแล้ว ทัศนคติแย่ ๆ ที่ถูกดูดออกไปฉันเชื่อว่าเธอจะต้องดีขึ้น อย่างน้อย ณ ตอนนี้ฉันก็เห็นแล้วล่ะว่ามันค่อนข้างได้ผล"
.
"ลาก่อนนะ หวังว่าคงไม่ได้เจอกันอีก"
.
".......!"
.
"อุ๊บ! ไม่ใช่สิ! ยังไงก็คงไม่เจอกันอยู่แล้วชัวร์ ๆ เพราะความทรงจำทั้งหมดของเธอ มันอยู่ในมือฉันแล้วนี่นา"
.
เจฟเฟอร์ท้ิงท้ายพลางหันหลังกระโดดขึ้นยานพาหนะสุดล้ำจากไปแบบเงีียบ ๆ ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าก้อนความทรงจำสุดเงี่ยนที่อุตส่าห์ดูดมานั้น เจ้าตัวจะเอาไปทำอะไรต่อ?
วังเวงเงียบเชียบราวกับป่าช้า อาคารสถาบัน BPI เป็นตึกที่สร้างขึ้นมาใหม่ และทั้งหมดที่เห็นอยู่ก็เป็นเพียงเทคโนโลยีสร้างภาพเสมือน ใต้ฝ่าเท้าที่พวกเขาเหยียบอยู่จึงไม่มีกระดูกของวีรชนคนบรรพบุรุษ จะมีก็แต่ร่างที่ละม้ายคล้ายศพของเด็ก ๆ จากทีมเฟอร์นันโดทั้ง 3 คน ที่มิอาจประเมินความเป็นคนที่คงเหลือได้."ฟู่~!"(ควันยังคงขึ้นโขมง).และคุณครูมนุษย์ลาวาก็เงียบกริบ ต่อด้วยการกระดิกมือเป็นสัญญาณให้ลูกศิษย์ทั้ง 2 ถอยฉากออกมาก่อน.แกเเดินเข้าไปเช็คร่างของอันธการผู้นอนคว่ำหน้าอยู่ใกล้สุด ด้วยความสัตย์จริงมองปราดเดียวก็รู้ว่าหมอนี่คือคนที่เก่งที่สุดในตี้ จัดการเขาได้คนอื่นก็ไม่ใช่งานยากอะไร ร่างจิ๋วดำเมือบของอันธการจึงถูกจับชูแขนขึ้นกลางอากาศ เครื่องออนิวแทร็ปคือเป้าหมายด้วยข้อมูลพิกัดในนี้จะทำให้ล่วงรู้ตำแหน่งของคนเป็นครูที่ซ่อนตัวอยู่ได้ ส่วนการจับแขนชูไว้ให้เรือนร่างห้อยต่องแต่งลงมา ก็มีเจตนาเพื่อจะโชว์ให้ลูกศิษย์ของตัวเองได้เห็น."ฉันจะฉีกแขนแกให้ขาดตามออนิวแทร็ปออกมาเลย ไอ้เด็กเหี้ย!".โรคจิตสัด ๆ กับเด็กก็ไม่เว้น แม้จะสลบไสลอยู่แต่เสียงกระดูกหัวไหล่ที่เริ่มเลือนลั่นก็ทำเอาเสียววาบไปทั้งย่าน
ฟ้าโล่งโปร่งสบายดินเรียบดั่งเม็ดทรายไร้อุปสรรค ว่าแต่มันหายไปไหน! ไอ้ก้อนหินลูกไฟที่พ่นออกจากปากราวกับแมกม่าเดือด ๆ นั่น มันพ่นไปไหนของมัน นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดหลังจากได้เห็นร่างกายของครูหัวเพลิงได้เปลี่ยนรูปร่างไป.แม่งเหมือนภูเขาไฟเวอร์ชั่นมีขาเนื้อตัวแตกกะเทาะล่อนเป็นกาบ ๆ ปากอ้ากว้างราวกับปากปล่อง แถมยังเดือดปุด ๆ ปะทุอยู่ตลอดเวลา จังหวะที่ครูโก่งตัวนี่ทุกคนรู้เลยว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้น เศษหินดินกรวดได้ผสมปนเปกับมวลไฟที่อยู่ภายในเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่พวกมันทั้งหมดจะพุ่ง ปุด!.. ปุด!.. ปุด!.. ปุด! ออกมารวดเดียวราวกับห่ากระสุน.เด็กฝั่งนั้นต่างพากันก้มหลบวิถี เช่นกันกับอันธการกับสกายด์ที่ก็ต่างย่อตัวให้ต่ำลง พยายามกางบาเรียผลึกให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วสกายด์ก็ถามขึ้น."มันยิงไปไหนอ่ะพี่อัน? พวกเราอยู่ทางนี้ไม่ใช่เหรอ?"."ไม่รู้ดิ? พลาดมั้ง! ก้อนแม็กม่านั่นถ้าโดนเข้าล่ะก็เราคงไม่รอด"อันธการตอบ.กระทั่งหันหลังกลับไปอีกทีถึงได้รู้ความจริงว่า ที่แท้มันไม่ได้ยิงขึ้นข้างบนหรือลงข้างล่าง แต่มันยิงแบบไซร้โค้งออกมาด้านข้างเพื่อหลบกำแพงบาเรียของสกายด์ต่างหาก.บางทีครูหัวเพลิงอา
"อืม.. ไม่เลวนี่ Not bad! , Not bad! at all"ลูบคางครึงปากคือพฤติกรรมที่เฟอร์นันโดแสดงออก เขายืนกอดอกอยู่บนเนินเขาเฝ้ามองเด็กในสังกัดจากระยะไกล เปี่ยมล้นไปด้วยความภูมิใจอยู่ในที."อัธการดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้วคงอยากจะพิสูจน์ตัวเอง งั้นก็จงแสดงออกมาเถอะไอ้หนู รอบตัวนายก็พี่น้องทั้งนั้น ฝั่งศัตรูก็ไม่เห็นจะสักเท่าไหร่"คุณครูพูดคนเดียวไม่ได้เหงาหรอก แต่ถ้าคิดอะไรที่มันปลุกใจขึ้นมาได้เฟอร์นันโดก็มักจะเผลอทำแบบนี้."ซึมมมม~!""จิ้ววว! , จิ้ววว! , ซึมมม~!""ตูมมมมม~!"."จิ้ววว! , จิ้ววว! , จิ้ววว!".เสียงระเบ็งเซ็งแซ่จากการปะทะกันดังก้องขึ้นมาถึงบนนี้ ฝ่าตีนที่รับน้ำหนักอยู่นี่ถึงกับสั่นโครม ๆ ในทุก ๆ ครั้งที่แง่งผาสั่นโยก ให้ตายเถอะนี่มันการต่อสู้ประเภทไหนกัน เกิดการเซอร์ไพรต์ขึ้นเล็กน้อยเจ้าตัวก็เลยต้องหลุบสายตาลงมามองข้อความบนออนิวแทร็ปเป็นการแก้เขิน."สกายด์ส่งข้อความมางั้นเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่?""อืม.. อืม.. อืม.. อ่าห๊ะ!""อืม.. ครูก็เห็นด้วยตามที่เธอบอกอยู่นะว่าตัวปัญหาของศึกนี้น่าจะเป็นไอ้คนที่เป็นครูของฝั่งโน้นนั่นแหละ มันไม่ยอมเบามือเลย ดูจากท่าทางการปล่อยหมัดกับออกอาวุธแล้ว
"เฮ๊ยยยย! , ย๊ากกกก!"."เปรี๊ยงงง!!!".เศษผลึกแตกกระจุยกระจาย อันธการสอดแขนพุ่งขึ้นมาราวกับลูกเจ๊ียบที่ทะยานตัวออกจากเปลือกไข่ เขาแหกปากตะโกนเพื่อเป็นการเสริมแรง เหยียดแขนถีบขากะเอาให้แม่งแตกออกทุกทิศทุกทางจะได้ลุกขึ้นได้ง่าย ๆ แล้วก็ทำได้จริง ๆ."เฮือกกก! ขอบใจมากสกายด์ช่วยฉันได้เยอะเลย"รุ่นพี่แห่งโลกวิญญาณพูดพลางเอื้อมมือมาตบที่ไหล่ ต่อด้วยการสืบเท้าขึ้นมายืนด้านหน้าพวกน้อง ๆ."เอ่อ..จะเอาเลยเหรอครับพี่อัน? พี่ไม่มีแผลหรือแตกหักตรงไหนบ้างเลยเหรอ?"สกายด์ชำเลืองสายตาถาม."กริ๊กกก! , กรุ๊บ! , กริ๊กกก!"."ไม่หรอกถ้าจะมีก็เห็นจะมีแต่ผลึกของนายที่ฉันเหยียบแตกไปเมื่อครู่ ฮึ่ยยย! นี่แหนะ!"."เปรี๊ยงงง!"ไม่มีปี่มีขลุ่ยมีแต่หลังตีนหนา ๆ ที่ตะบันเตะเข้าใส่เศษผลึกก้อนหนึ่งเต็มแรง หวังเป็นการเบิกทางการโจมตีให้แก่ฝั่งตนเอง.มันลอยแหวกอากาศด้วยพละกำลังที่แรงกว่าตอนที่สกายด์คอนโทรลถึง 3 เท่า มิหนำซ้ำทิศทางก็ตรงเป๊ะ อีกไม่ถึง 3 วิต้องตรงเข้าหน้าผาก ไอ้มนุษย์ไฟที่ยืนอยู่ตรงกลางเป็นแน่แท้.แต่แม่งพลาด!.จะเรียกว่าโดนหักหน้ายับเป็นหนที่สองติด ๆ กันก็คงไม่ผิด เพราะฝั่งนั้นแค่ขยิบตาการโจมตีแบ
เคยเห็นแต่คลื่นน้ำทะเลที่โถมเข้ามากระทบหาดทรายดังครืด ๆ เพิ่งจะมีวันนี้แหละที่ได้เห็นคลื่นพลังเพลิงกับตาตัวเองเป็นครั้งแรก จากหนึ่งในสามต้องมีใครสักคนในนั้นที่ปล่อยมันออกมา เกลียวความร้อนหมุนวนตวัดตัวไต่เรี่ยมากับพื้นดิน พลันยกตัวเองขึ้นสูงเสียดฟ้า เตรียมจะโถมลงมากลบใส่อันธการ ที่เอาแต่ยืนนิ่งยอมรับชะตากรรมราวกับสารภาพบาป."ครืดดด.. ด.. ด.. ด! , ครืดดดด.. ด.. ด.. ด..!"."โถ่เอ๊ย! ไม่ทันแล้วสินะ เรามาได้แค่นี้เองเหรออันธการ"ตั้งคำถามกับตัวเองพลันแหงนหน้ามองเงาดำทะมึนจากเปลวเพลิงเหนือศีรษะ สาบานได้ว่าเจ้าตัวไม่แม้แต่จะยกมือขึ้นปิดป้องเลยด้วยซ้ำ."ฟึมมม~! ม.. ม.. ม~!"."ฟีบบบ~~!"."เอ๋..อะไรอ่ะ? มอดไปเองเฉยเลยแฮะ?".ใช่อย่างที่เขาพูดดูเหมือนการพิพากษาจากเปลวไฟจะจบสั้นกว่าที่ควรจะเป็น เพราะการมาถึงของเพื่อนร่วมทีมอย่างสกายด์และเรนโบว์ จากระยะไกลกว่า 20 เมตรแถว ๆ ตีนเขา ทันทีที่เห็นว่ารุ่นพี่ชักจะเสียท่า สกายด์จึงรีบส่งผลึกสีฟ้าอันเป็นพลังเฉพาะตัวของเขามุดแทรกลงไปใต้พื้นดิน พวกมันทั้งหลายพุ่งแหวกผ่านฐานล่างเสียดแทงเป็นกระสวยทะลุทะลวงสรรพส่ิง ก่อนจะโผล่พรวดขึ้นมาขวางกั้นม่านทะเลเพลิงจ
"ช่วยด้วย! , ช่วยฉันด้วย! , ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ววว~!".กระเสือกกระสนดิ้นทุรุนทุราย การเปล่งวาจาเช่นนี้ออกมาดั่งบอกเป็นนัยว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว อันธการพลาดอีกจนได้ ความร้อนทารุณกรรมเขาแล็วก็เปรียบดั่งทวยเทพที่ไม่มีใครหน้าไหนโกหกได้ ตรงกับที่ครูฝั่งโน้นโม้ไว้จริง ๆ."หอมน่ารับประทานเชียวคุณผู้ชม~"คุณครูประชดแกยิ้มมุมปากออกมาพลางหลุบสายตาไปมองลูกศิษย์ทั้งคู่ ที่ต่างก็ออกอาการสะใจอยู่ในที เพียงแค่นี้การตายของเพื่อนก็ถูกชำละล้างแล้ว."หนูจะกินเขาให้พุงกางเลยค่ะ.."."ใช่! ผมก็เหมือนกัน เราไม่ได้กินเนื้อดี ๆ มาเป็นอาทิตย์แล้ว ตั้งแต่ที่ด็อกเตอร์ J ห้ามไม่ให้ใช้งานแอพสั่งอาหาร.."เด็กชายพูดเสริม เขาวางมือลงที่พุง พลันสัมผัสได้ถึงเนื้อหอม ๆ แสนอร่อยที่ส่งกลิ่นโชยมาเตะจมูก.อันธการตกอยู่ในสถานะคอขาดบาดตาย เขาได้ยินสิ่งที่พวกนี้ถ่มถุยออกมาทุกคำ แล้วก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นอาหารอันโอชะ คนปี้คนยังได้แล้วทำไมคนจะกินคนไม่ได้เล่า ตรรกะก็สมเหตุสมผลอยู่โลกยุคปัจจุบันก็ปาเข้าไปปี ค.ศ. 2078 เข้าไปแล้ว สมัยใหม่โลกใหม่ ชุดความคิดที่ว่าคนกินคนเป็นเรื่องของคนป่าล้าหลังจึง







