Masukสังคมเมืองในปี ค.ศ. 2078 เป็นอะไรที่โคตรจะต่ำตมอมควยหมา! หลายคนคงคิดถึงความศิวิไลซ์กับอุปกรณ์ไฮเทคที่เข้ามาทำให้ชีวิตง่ายขึ้น คงจินตนาการไปถึงหุ่นยนต์รับใช้หน้าตาพลาสติกแบบในหนัง Sci-Fi ที่ "วิล สมิท" แสดง ซึ่งไม่ค่อยจะถูกต้องนัก! เพราะทุกอย่างกลับตาลปัตรหมดนับตั้งแต่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 4
.
ระเบิดนิวเคลียร์นับสิบ ๆ ลูกถล่มอารยธรรมน้อยใหญ่จนย่อยยับ บรรดาผู้นำชาติมหาอำนาจเรียกปฏิบัติการนี้ว่า “ไฟนรกในเพลิงแค้น” พวกเขาหลงไหลในอำนาจและเริ่มประหัตประหารผู้คนที่คิดต่างเหมือนเป็นผักปลา อุดมการณ์อันสูงลิ่วทำให้เกิดสภาวะการณ์ยอมหักไม่ยอมงอ นำมาสู่การใช้กำลังเข้าห้ำหั่นกันเพื่อช่วงชิงทุกสิ่งอย่างที่ตนอยากได้
.
สงครามดำเนินอยู่นานนับ 10 ปีกระทั่งเริ่มสงบลงในปี 2050 รายงานจากสภากาชาดโลกสรุปตัวเลขผู้เสียชีิวิตออกมาว่า มีประมาณ 100 ล้านคน (ไม่รวมผู้พิการและทุพพลภาพ) ส่วนใหญ่อยู่ในซีกโลกพัฒนาและกาฬทวีป ชนชาติที่อ่อนแอไม่สามารถใช้การเจรจาเพื่อสันติหรือเลือกข้างอย่างที่เคยเป็นได้ ยิ่งเป็นชนพื้นเมืองตามป่าเขายิ่งไม่ต้องพูดถึง
.
อานุภาพแห่งกัมมันตรังสีกวาดล้างทุกสรรพสิ่ง ชนิดที่ UN หรือองค์การสหประชาชาติในสมัยนั้น ทำได้แค่ส่งหนังสือขอโทษแบบโง่ ๆ เอเชียเหลือเพียงแผ่นดินที่ว่างเปล่ากับซากปรักหักพัง , แอฟฟริกาไม่มีแม้แต่สิ่งมีชีวิตหรือเงาต้นไม้ , ขั้วโลกเหนือ - ใต้กลายสภาพเป็นเศษน้ำแข็งที่ใช้การได้แค่ราดน้ำแดงกินกับถ้วยบิงซู เป็นเรื่องน่าเศร้าแต่พวกเขาไม่เข้าใจ จากปี ค.ศ. 2050 เป็นต้นมา โลกทั้งใบจึงเหลือชาติมหาอำนาจอยู่เพียงไม่กี่ชาติเท่านั้น และเกือบทั้งหมดล้วนแต่เป็นชาวยุโรปหรือไม่ก็อเมริกัน
.
เดชะบุญที่ยังมีกลุ่มคนเห็นต่างอยู่! เล่าย้อนกลับไปในช่วง 10 ปีหลัง ตอนสงครามสงบใหม่ ๆ ทหารและพลเรือนต้องถูกเกณฑ์มาช่วยงานด้านการฟื้นฟูบ้านเมืองเป็นลำดับแรก ช่องโหว่ตรงนี้ทำให้พวกคนใหญ่คนโตไม่ทันระวัง ความหย่อนยานในการตรวจสอบข้อมูล ทำให้กลุ่มคนบางกลุ่มเริ่มมีความคิดปฏิวัติ! โดยเฉพาะพวกนักวิทยาศาสตร์หัวก้าวหน้าที่ยังมีชีวิตอยู่!
.
ปฏิเสธไม่ได้ว่าระเบิดนิวเคลียร์กับขีปนาวุธต่าง ๆ ล้วนเป็นผลงานสุดบรรเจิดของพวกเขา สมองอัจฉริยะได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการทำให้โลกเป็นแบบนี้ เพราะฉะนั้นการรวางแผนที่จะไถ่โทษจึงเกิดขึ้น.. แล้วองค์กรลับ Parallel ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ด้วยวัตถุประสงค์ดังกล่าว!
.
ในยุคบุกเบิกมันคือหน่วยงานที่รวบรวมนักวิทยาศาสตร์ ที่มีแนวคิดแบบเดียวกันจากทั่วทุกมุมโลกเอาไว้ พวกเขารู้ดีว่าตนเองไม่ใช่นักสู้ที่ยิงปืนแม่น เป็นแค่ตาแก่หัวหงอกที่ไม่มีปัญญาจะใช้กำลังช่วงชิงอำนาจจากใคร ๆ เขา ซึ่งต่อให้มีก็ไม่ทำ! เพราะว่ามันไม่ใช่ทางออก! ลองคิดดูสิว่าถ้าใช้แต่กำลังเข้าห้ำหั่นกัน ทุกอย่างก็จะวนลูปอยู่เหมือนเดิมไม่มีวันจบ รบกันไปล้างแค้นกันมา ออกลูกออกหลานมาปลุกฝังความคิดชุดเดิมให้แล้วก็มารบกันใหม่ ทำอยู่แบบนี้ซ้ำ ๆ ซาก ๆ เป็นวัฏจักร แล้วชาวโลกที่เป็นผู้บริสุทธิ์ก็ต้องมารับเคราะห์ ฉะนั้นสิ่งที่องค์กร Parallel ในยุคบุกเบิกทุ่มเทสร้างขึ้นมาก็คือ "อุปกรณ์สำหรับเปลี่ยนแปลงความทรงจำ"
.
พวกเขาไม่จำเป็นต้องฆ่าคนก็ได้.. แค่เปลี่ยนความคิดของเป้าหมายให้เป็นไปตามที่ต้องการ แค่นี้โลกก็สงบสุขแล้ว ซึ่งคอนเซ็ปตรงนี้ก็ได้ถูกต่อยอดกันมาเรื่อย ๆ จากรุ่นสู่รุ่น นานวันเข้าการแทรกซึมขององค์กรก็ยิ่งครอบคลุมไปทั่วทุกหัวระแหง กล่าวคือไม่ใช่เฉพาะแค่การหยุดสงคราม แต่รวมไปถึงการหยุดอาชญากรรมต่าง ๆ ของพวกสันดานชั่วในสังคมด้วย
.
คดีฆาตกรรมลดลงฮวบฮาบ ปัญหาอาชญากรรมฉกชิงวิ่งราวแทบกลายเป็นศูนย์ อันเป็นผลพวงมาจากการสอดส่องดูแลของทีม Parallel ภาคสนาม ภารกิจหลักของพวกเขาคือการชิงตัดหน้าและดูดความคิดชั่วร้ายของเหยื่อออกไปก่อนที่จะก่อเรื่อง ดังที่เรา ๆ ท่าน ๆ ได้เห็นกันไปแล้วกับสกิลส่วนตัวของเจฟเฟอร์ ถึงแม้ว่าเขาอาจจะดูเย่อหยิ่งก้าวร้าวในสายตาคนอื่น แต่เชื่อเถอะว่าเขาผู้นี้คือมือพิฆาตระดับพระกาฬ ที่ Parallel ยุคปัจจุบันแสนจะภาคภูมิใจ
.
.
ร่างหนาเบือนหน้าไปทางดอกลาเวนเดอร์มากมายที่ปักอยู่รอบส่วนพ่วงข้างของ Gravity bike กลิ่นของมันหอมฝุ้งยามต้องแรงลม ชวนให้เคลิบเคลิ้มจนลืมความเจ็บแปล๊บ ๆ ที่แขนข้างซ้ายลงไปได้มาก
.
“ดอกลาเวนเดอร์? นานแค่ไหนแล้วนะที่โลกไม่ได้เห็นเจ้านี่?”
เจฟเฟอร์เหม่อลอย พลางทอดสายตาไปยังตึกรามบ้านช่องในเมืองยอร์คชินที่บัดนี้อยู่ในสภาพกึ่งเก่ากึ่งใหม่ บางหลังก็สูงเสียดฟ้าสร้างจากโพลิเมอร์ไฟเบอร์กันแสง กันไฟ กันกัมมันตรังสี แต่บางหลังก็ยังสร้างจากคอนกรีตเสริมเหล็กธรรมดา ๆ อยู่ ทั้งที่ปีนี้ก็ปาเข้าไปปี ค.ศ. 2078 แล้วแท้ ๆ
.
สาเหตุก็อย่างที่บอกว่าโลกเพิ่งผ่านสงครามหนัก ๆ มาไม่กี่สิบปี อะไร ๆ มันก็เลยยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางนัก ความเจริญทางด้านวัตถุก็เลยกระจุกตัวอยู่แค่บางส่วนของเมือง ไม่มีทางซะหรอกที่เราจะได้เห็นรถไฟลอยฟ้าวิ่งในหลอดแก้วสูญญากาศในแถบชานเมืองเช่นนี้ ภาพรวมของโลกยุคปัจจุบันก็เลยดูเป็นเมืองแบบไฮบริด กึ่งเก่ากึ่งใหม่ผสม ๆ กัน
.
ซึ่งก็ยังดีกว่าออฟฟิศสุดคลาสสิคของ Parallel ที่สภาพอย่างกับตึกร้างถ่ายรายการคนอวดผี! แทบจะเป็นตึกหลังเดียวในบล็อคถนนนี้เลยมั้งที่ทำจากอิฐมอนยุคก่อนสงครามโลก ด้านซ้ายติดกับร้านหนังสือบุ๊คคาเฟ่ที่ไม่มีหนังสือเป็นเนื้อกระดาษจริง ๆ เลยสักเล่ม ด้านขวาเป็นร้านอาหารแคปซูลอัดเม็ด วิทยาการรูปแบบใหม่ที่นำเทคโนโลยีอาหารหมามาใช้กับคน ส่วนฟากตรงข้ามเป็นร้านกาแฟแบรนด์ดัง ที่หนึ่งแก้วนั้นแพงระยำมากกว่าพันเหรียญ!
.
และเพื่อให้สภาวะแวดล้อมทุกอย่างมีความกลมกลืนกับสังคมมากที่สุด ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันตึกทั้ง 7 ชั้น ขององค์กรลับ Parallel ก็เลยต้องเปิดชั้นล่างเป็นร้านดอกไม้เล็ก ๆ เอาไว้ตบตา แม้ว่าปัจจุบันดอกไม้จะเป็นของหายากแต่พวกเขาก็ยังต้องเปิดต่อไปเพื่อไม่ให้ใครผิดสังเกต หรือจับพิรุธได้ว่ากลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในนี้มีเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่ ส่วนรายละเอียดจากชั้น 2 ถึงชั้น 7 นั้น ต้องขออนุญาตข้ามไปก่อน เพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าพ่อหนุ่มเจฟเฟอร์ บัตเจนแลนด์ของเรา จะนำยาน Gravity bike เข้ามาจอดในลานจอดด้านหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!
.
“วู้ววว.. ถึงสักที ปวดแขนชะมัด”
เจฟเฟอร์เอี้ยวตัวลงมาจากยาน พลางสะบัดแขนไปมาทั้งที่มันยังห้อยต่องแต่ง
.
“อันดับแรกเราต้องซ่อนบาดแผลไว้ด้านหลัง.. แบบนี้.. ชะแว๊บ แล้วก็เก็บดอกลาเวนเดอร์ที่เสียบอยู่มากำเป็นช่อ ๆ แบ่งเป็น 2 อัน อันหนึ่งให้บอสอีกอันก็ให้น้องแคท แบบนี้.. ฮึบ!”
.
ถึงสภาพจะดูทุกลักทุเลไปบ้าง แต่เรื่องเปย์สาวนี่ขอให้บอกเจฟเฟอร์สู้ตายไม่ยอมแพ้ใครง่าย ๆ อยู่แล้ว หลังจากนั้นเจ้าตัวก็ได้เดินไปที่ส่วนหน้าของตึก ณ จุดตรงนี้เจฟเฟอร์มองเห็นป้ายร้านดอกไม้ Parallel เด่นหลาอยู่เหนือหัว ถัดกันลงมาเป็นตู้ดิสเพลย์หน้าร้านขนาดใหญ่ที่จัดแสดงช่อดอกไม้หลากหลายรูปแบบเอาไว้ ซึ่งแน่นอนว่าในนั้นไม่มีดอกลาเวนเดอร์อันทรงคุณค่ารวมอยู่เลย
.
“ติ๊งต่อง! , ติ๊งต่อง!”
เซ็นเซอร์กระดิ่งไฟฟ้าทำงานโดยอัตโนมัติ
.
“แคท! พี่เจฟเฟอร์เองเปิดประตูให้หน่อยสิ! พี่แวะเข้ามาบันทึกใบภารกิจน่ะ”
.
“อ่าว! ทำไมจ็อบนี้ปิดเร็วจังพี่เจฟ แป๊บนะเดี๋ยวหนูเปิดให้”
.
เสียงเด็กสาววัยใสตอบกลับมาผ่านทางลำโพงเล็ก ๆ ที่ซ่อนไว้เหนือบานประตู ไม่ช้าไม่นานล็อคประตูก็คลายออก พร้อม ๆ กันกับอากาศยาน Gravity bike ที่บัดนี้กำลังหมุนติ้ว ๆ อยู่บนพื้นลานจอด มันค่อย ๆ หมุนลดระดับลงไปเรื่อย ๆ ลึกลงไปยังโรงเก็บยานใต้ดิน ถ้านึกภาพไม่ออกให้นึกถึงการขึ้นลงของยานในหนังเรื่อง x-men ก็ได้ เพราะสถาปนิกที่ออกแบบโรงเรียนให้ ชาร์ล ซีเวียร์ ก็คือหนึ่งในทีมนักวิทยาศาสตร์รุ่นบุกเบิกของ Parallel
.
ออกแรงผลักบานประตูกระจกเข้ามา ท่ามกลางเหล่าพฤกษาดอกไม้และกลิ่นหอมแสนละมุน ที่ด้านหลังเคาต์เตอร์ต้อนรับยังมีเด็กสาวใส่แว่นหนาเตอะคนหนึ่งนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่
.
"ไงคะพี่เจฟ วันนี้ไป Drain อะไรของใครมาล่ะ?"
แคทเธอรีนถามทั้งที่ไม่มอง เธอยังคงก้มหน้าก้มตาง่วนอยู่กับรายชื่อดอกไม้ที่ลูกค้าโทรมาสั่ง
.
ฝั่งเจฟเฟอร์เองก็เงียบ เพราะการแอบดูล่องนมของเด็กสาวยามพวกเธอเผลอนี่แม่งฟินเป็นไหน ๆ คอเสื้อที่ผ่าลึกโค้งเว้ากับเต้านมที่บี้บดกับขอบเคาท์เตอร์ตอนจรดปากกา ทำให้ภายในหัวของเขามีแต่ท่วงท่าลีลาการสืบพันธ์ุ ไม่ได้การณ์! อดใจไม่ไหวจนต้องเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ด้วยฝีเท้าที่เบาสุด ๆ แต่ท้ายที่สุดสาวเจ้าก็เอะใจและโพล่งคำขึ้นมา
.
"พี่เจฟ? ตกลงว่ายังไงคะ.. ไป Drain อะไรมา หนูจะได้เตรียมเครื่อง อย่าเงีย.. บ.. บ!"
.
"ว๊าย! ลาเวนเด้อ! นี่มันของจริงนี่นา ดอกลาเวนเด้อแท้จริง ๆ ด้วย ^O^ สวยจังเลย"
.
ชายหนุ่มยิ้มกว้าง เขาคิดไว้แล้วเชียวว่าแคทเธอรีนต้องออกอาการแบบนี้ แต่ไม่คิดว่ามันจะเว่อวังจนถึงขั้นโผตัวข้ามเคาท์เตอร์เข้ามากอด แล้วก็ดันมากอดในระหว่างที่เอ็นอุ่นใต้ท้องน้อยกำลังอวบอั๋นอยู่ด้วยนี่สิ
.
"เดี๋ยวแม่งก็จับเย็ดด้วยท่าด็อกกี้ซะหรอกอีเด็กนี่ เอามือเกาะเคาน์เตอร์ดูซิ แล้วกูจะเด้าตูดให้ร้องขอชีวิตเลย! คิดว่าสวยแล้วกูจะใจดีหรออีน้องแว่น.. ห๊า"
.
แค่คิดในใจไม่ถึงกับพูดออกมา เจฟเฟอร์หักห้ามใจด้วยการโก่งช่วงล่างถอยไปข้างหลังแล้วก็รีบคว้าเอาช่อลาเวนเดอร์ที่วางอยู่บนเคาท์เตอร์ มากั้นกลางระหว่างเขากับเธอเอาไว้ พลันโต้ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงอันแสนสุภาพ
.
"พี่มีมา 2 ช่อ อันหนึ่งสำหรับบอส ส่วนช่อนี้พี่ให้แคทคนเดียวเลย พี่ว่ามันเหมาะกับแคทมากเลยนะดูสดใสดี แคทอ่ะตัวเล็ก ๆ น่ารักเหมือนดอกลาเวนเดอร์^^"
.
"เอ้อ.. แล้วพี่ก็ต้องขอโทษเราด้วย เรื่องที่พี่แอบใช้เครื่องแปลงมวลสารโดยพลการ พอดีก้อนความทรงจำของเหยื่อมันระเหยเร็วมากอ่ะ กลัวว่าจะไม่ได้อะไรกลับมาก็เลย.."
.
"เลือด!!!"
แคทเธอลีนสวนขึ้นทันควัน! ราวกับเธอไม่ได้ยินคำหวานที่ฝ่ายชายป้อ
.
"เลือดมาจากไหน? ทำไมหยดมาเป็นทางเลยล่ะคะพี่เจฟ? เกิดอะไรขึ้นกับพี่รึเปล่า?! ไหนขอหนูดูหน่อยซิ พี่ซ่อนอะไรไว้ด้านหลัง!?"
.
"เหวอ ๆ ๆ ปะ.. เปล่า! แคท! ไม่มีอะไร! อย่าก้มต่ำนักสิเดี๋ยวมันจะโดน! " , "อั๊ก!"
.
ในชุดยูนิฟอร์มของร้านขายดอกไม้ที่เน้นความสบายคล่องตัว เนื้อแนบเนื้อกายแนบกายชนิดที่ผืนผ้าบางเบาไม่อาจปิดป้อง แคทเทอรีนรุกหนักขึ้นใช้มือรูปคลำเขาไปทั่วตัว สติสตังค์หลุดกระเจิงเจฟเฟอร์กำหนัดหนักจนดุ้นมังกรแข็งกระเด้ง มันชูชันขึ้นเป็นลำนูนเด่นอยู่ใต้กางเกงรัดรูปที่สวมใส่อยู่
.
ครานั้นสาวเจ้าก็หาได้รู้ตัว เธอสวมกอดกับเขาเข้าคลุกวงในจนถึงขนาดลงทุนคุกเข่าเอียงหน้าเข้าหาเป้าตุง ๆ เพื่อจะดูให้ได้ว่าเจฟเฟอร์ซ่อนอะไรไว้ด้านหลัง และในที่สุดเธอก็ทำได้สำเร็จ
.
"กร๊ีดดดด!!! , พี่เจฟ!!!"
สะดุ้งโหยงสุดใจ กระเถิบถอยหนีสุดตัว
.
"แคทพี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจแค่อารมณ์มันพาไป อย่าโกรธพี่เลยนะพี่ขอโทษจริง ๆ "
เจฟเฟอร์หน้าถอดสีเพราะสิ่งที่เขาทำมันโคตรจะอุบาทถ์ เขารีบขยับกางเกงฟึบฟับจัดระเบียบดุ้นมังกรให้เข้าที่ ก่อนจะมารู้ตัวเอาทีหลังว่าที่สาวเจ้าร้องกรี๊ดน่ะไม่ใช่เรื่องนี้หากแต่เป็น..
.
"แขนพี่!.. พี่เจฟเฟอร์!.. แขนพี่มันขาดกองอยู่หน้าประตูโน่น!!!"
.
รีบหลุบสายตาก้มลงมองในทันทีทันใด ไม่รู้ว่ามันขาดไปตอนไหน เพราะเท่าที่เห็นในตอนนี้ถัดจากไหล่ซ้ายเลื่อนลงมาจรดสีข้างราดลงมาถึงหลังเท้าแม่งมีแต่เลือด!
.
"กรี๊ดดดดด!!! พี่รีบขึ้นไปหาหมอยูมิโกะบนชั้น 4 เดี๋ยวนี้เลย ก่อนที่เลือดจะหมดตัว! โอ๊ยไม่ไหว ๆ หน้ามืดหนูจะเป็นลม"
.
.
ช่างสมกับเป็นโคตรคนผู้ปฏิเสธโลกจริง ๆ เพราะนอกจากจะไม่รู้สึกรู้สา (เพราะสังหรณ์ใจไว้แล้ว) เจฟเฟอร์ยังเดินอาด ๆ ไปหยิบเอาแขนที่ขาดมาอุ้มเอาไว้ ต่อด้วยการยักคิ้วให้แคทเธอรีนแบบชิว ๆ ราวกับว่านี่เป็นเหตุการณ์ปกติ
.
"ใจเย็นแคทน้องรัก พี่เอาอยู่พี่คอนโทรลมันได้.."
วังเวงเงียบเชียบราวกับป่าช้า อาคารสถาบัน BPI เป็นตึกที่สร้างขึ้นมาใหม่ และทั้งหมดที่เห็นอยู่ก็เป็นเพียงเทคโนโลยีสร้างภาพเสมือน ใต้ฝ่าเท้าที่พวกเขาเหยียบอยู่จึงไม่มีกระดูกของวีรชนคนบรรพบุรุษ จะมีก็แต่ร่างที่ละม้ายคล้ายศพของเด็ก ๆ จากทีมเฟอร์นันโดทั้ง 3 คน ที่มิอาจประเมินความเป็นคนที่คงเหลือได้."ฟู่~!"(ควันยังคงขึ้นโขมง).และคุณครูมนุษย์ลาวาก็เงียบกริบ ต่อด้วยการกระดิกมือเป็นสัญญาณให้ลูกศิษย์ทั้ง 2 ถอยฉากออกมาก่อน.แกเเดินเข้าไปเช็คร่างของอันธการผู้นอนคว่ำหน้าอยู่ใกล้สุด ด้วยความสัตย์จริงมองปราดเดียวก็รู้ว่าหมอนี่คือคนที่เก่งที่สุดในตี้ จัดการเขาได้คนอื่นก็ไม่ใช่งานยากอะไร ร่างจิ๋วดำเมือบของอันธการจึงถูกจับชูแขนขึ้นกลางอากาศ เครื่องออนิวแทร็ปคือเป้าหมายด้วยข้อมูลพิกัดในนี้จะทำให้ล่วงรู้ตำแหน่งของคนเป็นครูที่ซ่อนตัวอยู่ได้ ส่วนการจับแขนชูไว้ให้เรือนร่างห้อยต่องแต่งลงมา ก็มีเจตนาเพื่อจะโชว์ให้ลูกศิษย์ของตัวเองได้เห็น."ฉันจะฉีกแขนแกให้ขาดตามออนิวแทร็ปออกมาเลย ไอ้เด็กเหี้ย!".โรคจิตสัด ๆ กับเด็กก็ไม่เว้น แม้จะสลบไสลอยู่แต่เสียงกระดูกหัวไหล่ที่เริ่มเลือนลั่นก็ทำเอาเสียววาบไปทั้งย่าน
ฟ้าโล่งโปร่งสบายดินเรียบดั่งเม็ดทรายไร้อุปสรรค ว่าแต่มันหายไปไหน! ไอ้ก้อนหินลูกไฟที่พ่นออกจากปากราวกับแมกม่าเดือด ๆ นั่น มันพ่นไปไหนของมัน นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดหลังจากได้เห็นร่างกายของครูหัวเพลิงได้เปลี่ยนรูปร่างไป.แม่งเหมือนภูเขาไฟเวอร์ชั่นมีขาเนื้อตัวแตกกะเทาะล่อนเป็นกาบ ๆ ปากอ้ากว้างราวกับปากปล่อง แถมยังเดือดปุด ๆ ปะทุอยู่ตลอดเวลา จังหวะที่ครูโก่งตัวนี่ทุกคนรู้เลยว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้น เศษหินดินกรวดได้ผสมปนเปกับมวลไฟที่อยู่ภายในเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่พวกมันทั้งหมดจะพุ่ง ปุด!.. ปุด!.. ปุด!.. ปุด! ออกมารวดเดียวราวกับห่ากระสุน.เด็กฝั่งนั้นต่างพากันก้มหลบวิถี เช่นกันกับอันธการกับสกายด์ที่ก็ต่างย่อตัวให้ต่ำลง พยายามกางบาเรียผลึกให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วสกายด์ก็ถามขึ้น."มันยิงไปไหนอ่ะพี่อัน? พวกเราอยู่ทางนี้ไม่ใช่เหรอ?"."ไม่รู้ดิ? พลาดมั้ง! ก้อนแม็กม่านั่นถ้าโดนเข้าล่ะก็เราคงไม่รอด"อันธการตอบ.กระทั่งหันหลังกลับไปอีกทีถึงได้รู้ความจริงว่า ที่แท้มันไม่ได้ยิงขึ้นข้างบนหรือลงข้างล่าง แต่มันยิงแบบไซร้โค้งออกมาด้านข้างเพื่อหลบกำแพงบาเรียของสกายด์ต่างหาก.บางทีครูหัวเพลิงอา
"อืม.. ไม่เลวนี่ Not bad! , Not bad! at all"ลูบคางครึงปากคือพฤติกรรมที่เฟอร์นันโดแสดงออก เขายืนกอดอกอยู่บนเนินเขาเฝ้ามองเด็กในสังกัดจากระยะไกล เปี่ยมล้นไปด้วยความภูมิใจอยู่ในที."อัธการดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้วคงอยากจะพิสูจน์ตัวเอง งั้นก็จงแสดงออกมาเถอะไอ้หนู รอบตัวนายก็พี่น้องทั้งนั้น ฝั่งศัตรูก็ไม่เห็นจะสักเท่าไหร่"คุณครูพูดคนเดียวไม่ได้เหงาหรอก แต่ถ้าคิดอะไรที่มันปลุกใจขึ้นมาได้เฟอร์นันโดก็มักจะเผลอทำแบบนี้."ซึมมมม~!""จิ้ววว! , จิ้ววว! , ซึมมม~!""ตูมมมมม~!"."จิ้ววว! , จิ้ววว! , จิ้ววว!".เสียงระเบ็งเซ็งแซ่จากการปะทะกันดังก้องขึ้นมาถึงบนนี้ ฝ่าตีนที่รับน้ำหนักอยู่นี่ถึงกับสั่นโครม ๆ ในทุก ๆ ครั้งที่แง่งผาสั่นโยก ให้ตายเถอะนี่มันการต่อสู้ประเภทไหนกัน เกิดการเซอร์ไพรต์ขึ้นเล็กน้อยเจ้าตัวก็เลยต้องหลุบสายตาลงมามองข้อความบนออนิวแทร็ปเป็นการแก้เขิน."สกายด์ส่งข้อความมางั้นเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่?""อืม.. อืม.. อืม.. อ่าห๊ะ!""อืม.. ครูก็เห็นด้วยตามที่เธอบอกอยู่นะว่าตัวปัญหาของศึกนี้น่าจะเป็นไอ้คนที่เป็นครูของฝั่งโน้นนั่นแหละ มันไม่ยอมเบามือเลย ดูจากท่าทางการปล่อยหมัดกับออกอาวุธแล้ว
"เฮ๊ยยยย! , ย๊ากกกก!"."เปรี๊ยงงง!!!".เศษผลึกแตกกระจุยกระจาย อันธการสอดแขนพุ่งขึ้นมาราวกับลูกเจ๊ียบที่ทะยานตัวออกจากเปลือกไข่ เขาแหกปากตะโกนเพื่อเป็นการเสริมแรง เหยียดแขนถีบขากะเอาให้แม่งแตกออกทุกทิศทุกทางจะได้ลุกขึ้นได้ง่าย ๆ แล้วก็ทำได้จริง ๆ."เฮือกกก! ขอบใจมากสกายด์ช่วยฉันได้เยอะเลย"รุ่นพี่แห่งโลกวิญญาณพูดพลางเอื้อมมือมาตบที่ไหล่ ต่อด้วยการสืบเท้าขึ้นมายืนด้านหน้าพวกน้อง ๆ."เอ่อ..จะเอาเลยเหรอครับพี่อัน? พี่ไม่มีแผลหรือแตกหักตรงไหนบ้างเลยเหรอ?"สกายด์ชำเลืองสายตาถาม."กริ๊กกก! , กรุ๊บ! , กริ๊กกก!"."ไม่หรอกถ้าจะมีก็เห็นจะมีแต่ผลึกของนายที่ฉันเหยียบแตกไปเมื่อครู่ ฮึ่ยยย! นี่แหนะ!"."เปรี๊ยงงง!"ไม่มีปี่มีขลุ่ยมีแต่หลังตีนหนา ๆ ที่ตะบันเตะเข้าใส่เศษผลึกก้อนหนึ่งเต็มแรง หวังเป็นการเบิกทางการโจมตีให้แก่ฝั่งตนเอง.มันลอยแหวกอากาศด้วยพละกำลังที่แรงกว่าตอนที่สกายด์คอนโทรลถึง 3 เท่า มิหนำซ้ำทิศทางก็ตรงเป๊ะ อีกไม่ถึง 3 วิต้องตรงเข้าหน้าผาก ไอ้มนุษย์ไฟที่ยืนอยู่ตรงกลางเป็นแน่แท้.แต่แม่งพลาด!.จะเรียกว่าโดนหักหน้ายับเป็นหนที่สองติด ๆ กันก็คงไม่ผิด เพราะฝั่งนั้นแค่ขยิบตาการโจมตีแบ
เคยเห็นแต่คลื่นน้ำทะเลที่โถมเข้ามากระทบหาดทรายดังครืด ๆ เพิ่งจะมีวันนี้แหละที่ได้เห็นคลื่นพลังเพลิงกับตาตัวเองเป็นครั้งแรก จากหนึ่งในสามต้องมีใครสักคนในนั้นที่ปล่อยมันออกมา เกลียวความร้อนหมุนวนตวัดตัวไต่เรี่ยมากับพื้นดิน พลันยกตัวเองขึ้นสูงเสียดฟ้า เตรียมจะโถมลงมากลบใส่อันธการ ที่เอาแต่ยืนนิ่งยอมรับชะตากรรมราวกับสารภาพบาป."ครืดดด.. ด.. ด.. ด! , ครืดดดด.. ด.. ด.. ด..!"."โถ่เอ๊ย! ไม่ทันแล้วสินะ เรามาได้แค่นี้เองเหรออันธการ"ตั้งคำถามกับตัวเองพลันแหงนหน้ามองเงาดำทะมึนจากเปลวเพลิงเหนือศีรษะ สาบานได้ว่าเจ้าตัวไม่แม้แต่จะยกมือขึ้นปิดป้องเลยด้วยซ้ำ."ฟึมมม~! ม.. ม.. ม~!"."ฟีบบบ~~!"."เอ๋..อะไรอ่ะ? มอดไปเองเฉยเลยแฮะ?".ใช่อย่างที่เขาพูดดูเหมือนการพิพากษาจากเปลวไฟจะจบสั้นกว่าที่ควรจะเป็น เพราะการมาถึงของเพื่อนร่วมทีมอย่างสกายด์และเรนโบว์ จากระยะไกลกว่า 20 เมตรแถว ๆ ตีนเขา ทันทีที่เห็นว่ารุ่นพี่ชักจะเสียท่า สกายด์จึงรีบส่งผลึกสีฟ้าอันเป็นพลังเฉพาะตัวของเขามุดแทรกลงไปใต้พื้นดิน พวกมันทั้งหลายพุ่งแหวกผ่านฐานล่างเสียดแทงเป็นกระสวยทะลุทะลวงสรรพส่ิง ก่อนจะโผล่พรวดขึ้นมาขวางกั้นม่านทะเลเพลิงจ
"ช่วยด้วย! , ช่วยฉันด้วย! , ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ววว~!".กระเสือกกระสนดิ้นทุรุนทุราย การเปล่งวาจาเช่นนี้ออกมาดั่งบอกเป็นนัยว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว อันธการพลาดอีกจนได้ ความร้อนทารุณกรรมเขาแล็วก็เปรียบดั่งทวยเทพที่ไม่มีใครหน้าไหนโกหกได้ ตรงกับที่ครูฝั่งโน้นโม้ไว้จริง ๆ."หอมน่ารับประทานเชียวคุณผู้ชม~"คุณครูประชดแกยิ้มมุมปากออกมาพลางหลุบสายตาไปมองลูกศิษย์ทั้งคู่ ที่ต่างก็ออกอาการสะใจอยู่ในที เพียงแค่นี้การตายของเพื่อนก็ถูกชำละล้างแล้ว."หนูจะกินเขาให้พุงกางเลยค่ะ.."."ใช่! ผมก็เหมือนกัน เราไม่ได้กินเนื้อดี ๆ มาเป็นอาทิตย์แล้ว ตั้งแต่ที่ด็อกเตอร์ J ห้ามไม่ให้ใช้งานแอพสั่งอาหาร.."เด็กชายพูดเสริม เขาวางมือลงที่พุง พลันสัมผัสได้ถึงเนื้อหอม ๆ แสนอร่อยที่ส่งกลิ่นโชยมาเตะจมูก.อันธการตกอยู่ในสถานะคอขาดบาดตาย เขาได้ยินสิ่งที่พวกนี้ถ่มถุยออกมาทุกคำ แล้วก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นอาหารอันโอชะ คนปี้คนยังได้แล้วทำไมคนจะกินคนไม่ได้เล่า ตรรกะก็สมเหตุสมผลอยู่โลกยุคปัจจุบันก็ปาเข้าไปปี ค.ศ. 2078 เข้าไปแล้ว สมัยใหม่โลกใหม่ ชุดความคิดที่ว่าคนกินคนเป็นเรื่องของคนป่าล้าหลังจึง






