Mag-log in"แน่ใจเหรอพี่.. เอางี้ดีกว่าเดี๋ยวแคทโทรตามคุณหมอให้ ให้แกมาห้ามเลือดหรือสมานแผลอะไรให้ก่อนก็ยังดี เหน็บแขนตัวเองเดินโทง ๆ แบบนี้มันดิบเกินไป"
แคทเธอรีนรีบปรี่ตัดหน้าเจฟเฟอร์ไปยังเครื่องโทรศัพท์ที่อยู่หลังเคาท์เตอร์ คิ้วย่นยับยู่ ตัวสั่นหวาดกลัว แถมยังลนลานอย่างเห็นได้ชัด
.
ทว่าเจฟเฟอร์กลับทำเป็นทองไม่รู้ร้อน มันก็เจ็บอยู่หรอกแต่ไมถึงกับต้องร้องโอดโอยโดยไม่จำเป็น นั่นก็เพราะในตัวเขาไม่ได้มีแต่กระดูกกับเนื้อนุ่ม ๆ มันยังมีโลหะ ไทเทเนียม กระสุน เศษตะปู สายไฟ บั้งดูดกัญชา ฯลฯ แล้วก็อะไรต่อมิอะไรอีกเพียบที่ดัดแปลงซุกซ่อนไว้
.
เจฟเฟอร์เดินตามเข้ามาติด ๆ ก่อนจะวางแขนซ้ายข้างที่ขาดลงบนเคาท์เตอร์่ตรงหน้าเธอ ตามติดมาด้วยช่อดอกลาเวนเดอร์ที่เกรงว่าจะกำพร้าเจ้าของ
.
"อย่าไปรบกวนคุณหมอยูมิโกะเขาเลยแคท ปกติงานแกก็ล้นมืออยู่แล้ว Parallel ภาคสนามก็งี้ทุกคนแหละ ยังไม่ชินอีกหรอ ขอแค่อะไรเย็น ๆ มาแช่เจ้าแขนนี้ไม่ให้เซลล์มันตายก็พอแล้ว^^ "
.
ด้วยความสัตย์จริงเจฟเฟอร์แทบไม่เหลือความกระหืดกระหายในรสชาติของกามอารมณ์อีกต่อไปแล้ว หลังได้เห็นสีหน้าท่าทางของแคทเธอรีน เธอช่างเป็นเด็กสาวที่ใสซื่อบริสุทธิ์ ยิ่งดูยิ่งน่ารักท่วงท่าเงอะ ๆ ง่าน ๆ มือไม้สั่นเทาเป็นลูกนก หยิบจับอะไรก็พลอยหล่นร่วงไม่มีชิ้นดี
.
"ดะ.. ได้ค่ะพี่เจฟ เดี๋ยวแป๊บนึงนะคะในตู้แช่ดอกไม้น่าจะมีน้ำแข็งเหลืออยู่ เดี๋ยวหนูไปหยิบมาให้ , ว๊ายยยย!"
.
"เพล้ง!!!"
.
ฝ่ามือพลาดไปปัดโดนจอคอมตกลงมาแตก! สมุดปากกาหล่นเกลื่อนกระจุยกระจาย!
.
"เอ้า! ใจเย็น ๆ สิน้องเอ๊ย! ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ พี่ไม่ตายหรอก! ดูซิเป็นอะไรรึเปล่า? เจ็บตรงไหนไหม?"
.
ยังอุตส่าห์มีหน้ามาถามคนอื่น ทั้งที่จากประตูจรดเคาท์เตอร์แม่งมีแต่เลือดของคุณพี่เจฟเฟอร์แดงฉานอยู่เต็มไปหมด
.
"ทำงานใหม่ ๆ ก็แบบนี้แหละพี่เองก็เป็น น่ีเราเข้ามาเป็นแอดมินตั้งแต่เมื่อไหร่นะพี่จำไม่ได้?"
.
"ประมาณปีที่แล้วค่ะ ช่วงเดือนมีนา ตอนนั้นหนูเพิ่งเรียนจบ.."
.
ในระหว่างที่แอดมินสาวกำลังย่อตัวเก็บกวาดข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่ จู่ ๆ เจฟเฟอร์ก็เริ่มคิดขึ้นมาได้ว่าเดี๋ยวเจ้าหล่อนก็ต้องเสียเวลาออกมาเช็ดถูคราบเลือดที่เขาทำเปื้อนเอาไว้ทั่วอีก ความเกรงใจในกมลสันดานก็เลยบังเกิดขึ้น เจ้าตัวก็เลยพยายามหาช่องลงด้วยคำพูดที่ละมุนละม่อมที่สุด
.
"โห.. ถ้างั้นก็ถือว่าเก่งมาก ๆ อ่ะ ทั้งคอยต้อนรับลูกค้า เช็คออร์เด้อส่งดอกไม้ จัดคิวงานพวกพี่ ๆ แล้วไหนจะต้องใช้เครื่องแปลงมวลสารเวอร์ชั่นออริจินอลอีก ตาย ๆ ๆ ! ขนาดพี่ใช้เครื่องรุ่นพกพาแขนพี่ยังขาดกระจุย! น้องเก่งมากเลยนะแคท^^ ถ้าไงพี่เจอบอสแล้วพี่จะบอกให้แกหาคนมาช่วยน้องละกัน ไปล่ะ! บับบาย^^ "
.
"อ่าวพี่เจฟ! แล้วน้ำแข็งล่ะคะไม่เอาแล้วหรอ?!"
.
"อืม.. ไม่เป็นไรหรอกมันอยู่ในตู้แช่ดอกไม้ด้านในสุดใช่ไหม? เดี๋ยวพี่จัดการเองแคททำงานตัวเองต่อไปเถอะ อย่ามาเสียเวลากับผู้ชายธรรมดา ๆ พิการแขนขาดอย่างพี่เลย ฮ่าฮาาา ๆ ๆ "
.
"อ้อ! แล้วก็อย่าลืมช่อดอกลาเวนเนอร์ตรงนี้ด้วยล่ะ ของพิเศษสำหรับคนพิเศษระวังเดี๋ยวมันจะน้อยใจเอา^^"
.
พูดเสร็จเจ้าตัวก็เดินหายลับเข้าไปด้านหลัง โดยไม่อยู่ดูหน้าตาอันเหรอหราของน้องสาวหุ่นสะบึม ที่แหงนหน้าขึ้นมาพบกับความว่างเปล่า
.
"เฮ้อ.. ไอ้เจฟเอ๊ย! เอ็งนี่มันจิตใจอกุศลเหลือเกิน กับน้องกับนุ่งกับเด็กอายุแค่นี้มึงก็ยังคิดจะจับน้องเขามาเย็ดได้ลงคอ ชาติชั่วชะมัด พี่ขอโทษนะแคทไว้หนูโตกว่านี้อีกสัก 3 - 4 ปี พี่จะเหลาควยไว้รอเลยพี่สัญญา ฮั่วฮ่าาา.. ฮ่าาาา ๆ "
.
ยิ้มหัวเราะคนเดียวราวกับคนบ้าอีกสักที ก็นะในเมื่อตูดใหญ่ยักษ์มันยั่วตาจองไว้ด้วยหางตาก็คงไม่เป็นไร ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะว่าตอนนี้แขนข้างที่ขาดออกมามันสำคัญกว่ามากน่ะสิ เจฟเฟอร์เดินตรงลิ่วเข้ามายังส่วนท้ายของอาคาร Parallel ชั้นหนึ่ง (ที่ยังคงเปิดเป็นร้านดอกไม้อยู่) บริเวณนี้ถูกกันไว้สำหรับใช้เป็นที่สต็อกสินค้า มีการควบคุมอุณหภูมิอย่างดีและแน่นอนว่าต้องมีน้ำแข็งอยู่ เขามองเห็นมันแล้้วในวินาทีแรกที่เข้ามาถึง แต่ถังใส่นี่สิ? มันต้องมีภาชนะสักอย่างไว้ให้แขนที่ขาดจุ่มลงไปได้ด้วย
.
"เฮ้อ.. กรรมของกู ทุเรศตัวเองชะมัด นี่กูต้องเอารักแร้เหน็บแขนขาด ๆ เดินตามหาถังน้ำแข็งเนี่ยะนะ! คิดว่ากูเป็นพระถังซัมจั๋งรึไงฟะ? ระดับกูมันจันทร์ดาราโว่ย! "จันทร์เอาน้ำแข็งมาถูหลังฉันสิ" นี่มันต้องแบบนี้ถึงจะมีคลาส"
"เหี้ยสุด ๆ จะเดินย้อนกลับไปถามน้องแคทแม่งก็เกรงใจ ถังอยูไหน ถังอยู่ไส แวร์อายูมิสเตอร์ถัง? จุ๊กกรู๊วววว!"
.
แกว่งเท้าไปมาเดินผิวปากอารมณ์ดีสุนทรีย์หน่วงหนัก กระทั่งหลุดทะลุเข้ามาถึงส่วนหลังสุดของร้านดอกไม้ และแล้วเจฟเฟอร์ก็ได้เจอ มันไม่ใช่ถังหากแต่เป็น!
.
"เครื่องแปลงมวลสาร รุ่นออริจินอล!"
.
"โอ้แม่เจ้าโว๊ย! ใหญ่โตชิบเป๋ง ทำงานกับ Parallel มาหลายปีเพิ่งมีโอกาสได้เห็นของจริงเอาวันนี้ นี่แสดงว่าก้อนความจำต่าง ๆ ที่เราสูบมา สุดท้ายก็เป็นเจ้านี่ที่เป็นคนแปรสภาพ , บร๊ะ! "
.
ตบหน้าขาดังสนั่นจนแขนที่ขาดแทบหลุดจากรักแร้ ไม่แปลกที่่เจฟเฟอร์จะออกอาการตื่นเต้นเอามาก ๆ เพราะด้วยรูปลักษ์ของมันที่เหมือนกับเตาอบเครื่องปั้นดินเผา แผงวงจรกับปุ่มสั่งการต่าง ๆ เชื่อมต่อกันเนียนกริบล้ำอนาคต หนำซ้ำขนาดก็ใหญ่กว่าเครื่องที่เขาใช้บน Gravity bike เป็นสิบ ๆ เท่า ก็เลยทำให้คิดว่าน่าจะทำงานได้ดีกว่ามากโข แลกกับการที่สาวน้อยแคทเธอรีนเจ้าหน้าที่ Parallel ผู้รับผิดชอบเครื่อง ยังคงยิ้มกลุ้มกลิ่มก้นกระดกอยู่ได้แบบสวย ๆ ย่อมหมายความว่าเจ้าเครื่องนี่มีระดับความปลอดภัยที่สูงโคตร ๆ
.
ทีีนี้ตัดภาพมาที่แขนซ้ายของตัวเอง..
.
"เชี้ย! ไม่น่าโง่เลยกู"
ส่ายหัวง่อนแง่นยิ้มแห้ง ๆ ให้แก่ความเสนอหน้าหาเรื่องใส่ตัวของตนเอง ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะ ๆ บริเวณประตูอุโมงค์ด้านหน้าเครื่องดู แล้วก็สัมผัสได้ว่ามันยังคงมีความร้อนแบบอุ่น ๆ
.
"เอ๋.. แสดงว่าเพิ่งผ่านการใช้งานมาหยก ๆ รึเปล่าวะ"
.
"นี่อย่าบอกนะว่ามีพวกภาคสนามคนอื่นเข้ามาส่งงานก่อนเรา! สัด! เป็นไปไม่ได้! เสียหน้าชิบหาย! ฮึ่ย! ก้อนความทรงจำของกูแม่งแปรสภาพออกมาเป็นช่อดอกลาเวนเดอร์เชียวนะโว่ย! ใครวะที่บังอาจเร็วกว่ากู! "
.
"เฟอร์นันโด , ปิเก้ , หรือ เบอร์แบร์โต้ ต้องเป็นใครในสามคนนี้แน่ ไอ้เช็ดครกเอ๊ย! บอสยิ่งเอ็นดูเจ้าพวกนี้เป็นพิเศษอยู่ด้วย"
.
ความเดือดดานเข้าโจมตีจิตใต้สำนึก หูตาจมูกปากร้อนวูบวาบไม่ใช่แค่หัว ไม่หงไม่หามันแล้วถังใส่น้ำแข็ง เจฟเฟอร์รีบวิ่งตื๋อออกจากพื้นที่หลังร้านย้อนกลับมาหาแคทเธอรีนเพื่อถามเอาความจริงแบบไม่เกรงใจ ในชุดยูนิฟอร์มบางเบากับเสื้อเอี้ยมกันเปื้อนตัวโคร่ง ต่อให้นั่งคุกเข่าเห็นแต่ตูดกับสะโพกไซต์ยักษ์ด้านหลัง ครานั้นก็หยุดความโมโหโกธากลัวเสียหน้าของเจฟเฟอร์ไว้ไม่ได้
.
"แคท! ใครกันที่เข้ามาส่งงานก่อนพี่!? แล้วพวกมันแปรสภาพของออกมาเป็นอะไร!"
.
หญิงสาวผละมือออกจากผ้าถูพื้น! สะดุ้งเตะถังใส่น้ำแฟ๊บจนล้มคว่ำ! พาลให้ต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีกขั้น
.
"ว๊าย! พี่เจฟมาไม่ให้ซุ่มให้เสียง!"
.
"เอ้อ! ช่างมันเถอะตอบพี่มาก่อนว่าใคร! ใครที่มันตัดหน้ามาส่งงานกับบอสได้ก่อน เฟอร์นันโด , ปิเก้ , หรือ เบอร์แบร์โต้ ต้องเป็นใครสักคนในนี้ใช่ไหมแคท! เร็วสิตอบพี่มา!"
.
"อ่ะ.. คะ.. ค่ะ ได้ค่ะพี่เจฟ รู้สึกว่าพี่จะมาถึงเป็นคนสุดท้าย"
.
"ห๊าาา..! จริงดิ!?"
.
"ค่ะ.. เท่าที่จำได้พี่เฟอร์นันโดน่าจะมาถึงเป็นคนแรกแต่กลับไม่ได้อะไรเลย ส่วนพี่ปิเก้ได้แค่เกสรดอกเยอบีร่าซึ่งไม่มีราคาค่างวดเท่าไหร่ ส่วนเจ้าเบอร์แบร์โต้ที่หนูไม่ค่อยชอบขี้หน้ามันนักได้เป็น..! อ่าวพี่เจฟ! หายไปไหนอีกแล้วล่ะ?"
.
แคทเธอรีนหันซ้ายแลขวาแต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของพี่ชายที่เคารพ พลางถอนหายใจยาวด้วยความปลดปลง ไม่เข้าใจเหลือเกินว่าผู้ชายพวกนี้มันจะแก่งแย่งชิงดีกันไปเพื่อ! แล้วจู่ ๆ เธอก็ได้ยินเสียงตอบของเจฟเฟอร์แว่วดังมาจากชานบันได ด้วยท่าทางการก้มโค้งสอดคอลอดราวจับบันไดลงมา
.
"ขอบใจมากแคท พวกนั้นอยู่ห้องบอสชั้นบนสุดใช่ไหม!?"
.
"ไม่พี่..! ตอนนี้น่าจะอยู่ชั้น 2 ในห้องอาบน้ำออนเซ็น เมื่อกี้หนูเพิ่งเอาผ้าเช็ดตัวไปถวายให้ไอ้เบอร์แบร์โต้มา! หนูล่ะเกลียดมันที่สุดเลย ถ้าพี่รู้ว่ามันแปรสภาพก้อนความทรงจำออกมาเป็นอะไรแล้วล่ะก็พี่จะเข้าใจหนู , "เช๊อะ! "
.
เขาไปตั้งแต่ประโยคแรกแล้วน้องรัก! เจฟเฟอร์หนีบแขนขาด ๆ วิ่งตื๋อขึ้นไปบนห้องอาบน้ำชั้น 2 โดยพลัน ทิ้งให้แคทเธอรีนคนดีนั่งพูดคนเดียวกับถังแฟ๊บเป็นนาทีอย่างน่าสงสาร
วังเวงเงียบเชียบราวกับป่าช้า อาคารสถาบัน BPI เป็นตึกที่สร้างขึ้นมาใหม่ และทั้งหมดที่เห็นอยู่ก็เป็นเพียงเทคโนโลยีสร้างภาพเสมือน ใต้ฝ่าเท้าที่พวกเขาเหยียบอยู่จึงไม่มีกระดูกของวีรชนคนบรรพบุรุษ จะมีก็แต่ร่างที่ละม้ายคล้ายศพของเด็ก ๆ จากทีมเฟอร์นันโดทั้ง 3 คน ที่มิอาจประเมินความเป็นคนที่คงเหลือได้."ฟู่~!"(ควันยังคงขึ้นโขมง).และคุณครูมนุษย์ลาวาก็เงียบกริบ ต่อด้วยการกระดิกมือเป็นสัญญาณให้ลูกศิษย์ทั้ง 2 ถอยฉากออกมาก่อน.แกเเดินเข้าไปเช็คร่างของอันธการผู้นอนคว่ำหน้าอยู่ใกล้สุด ด้วยความสัตย์จริงมองปราดเดียวก็รู้ว่าหมอนี่คือคนที่เก่งที่สุดในตี้ จัดการเขาได้คนอื่นก็ไม่ใช่งานยากอะไร ร่างจิ๋วดำเมือบของอันธการจึงถูกจับชูแขนขึ้นกลางอากาศ เครื่องออนิวแทร็ปคือเป้าหมายด้วยข้อมูลพิกัดในนี้จะทำให้ล่วงรู้ตำแหน่งของคนเป็นครูที่ซ่อนตัวอยู่ได้ ส่วนการจับแขนชูไว้ให้เรือนร่างห้อยต่องแต่งลงมา ก็มีเจตนาเพื่อจะโชว์ให้ลูกศิษย์ของตัวเองได้เห็น."ฉันจะฉีกแขนแกให้ขาดตามออนิวแทร็ปออกมาเลย ไอ้เด็กเหี้ย!".โรคจิตสัด ๆ กับเด็กก็ไม่เว้น แม้จะสลบไสลอยู่แต่เสียงกระดูกหัวไหล่ที่เริ่มเลือนลั่นก็ทำเอาเสียววาบไปทั้งย่าน
ฟ้าโล่งโปร่งสบายดินเรียบดั่งเม็ดทรายไร้อุปสรรค ว่าแต่มันหายไปไหน! ไอ้ก้อนหินลูกไฟที่พ่นออกจากปากราวกับแมกม่าเดือด ๆ นั่น มันพ่นไปไหนของมัน นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดหลังจากได้เห็นร่างกายของครูหัวเพลิงได้เปลี่ยนรูปร่างไป.แม่งเหมือนภูเขาไฟเวอร์ชั่นมีขาเนื้อตัวแตกกะเทาะล่อนเป็นกาบ ๆ ปากอ้ากว้างราวกับปากปล่อง แถมยังเดือดปุด ๆ ปะทุอยู่ตลอดเวลา จังหวะที่ครูโก่งตัวนี่ทุกคนรู้เลยว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้น เศษหินดินกรวดได้ผสมปนเปกับมวลไฟที่อยู่ภายในเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่พวกมันทั้งหมดจะพุ่ง ปุด!.. ปุด!.. ปุด!.. ปุด! ออกมารวดเดียวราวกับห่ากระสุน.เด็กฝั่งนั้นต่างพากันก้มหลบวิถี เช่นกันกับอันธการกับสกายด์ที่ก็ต่างย่อตัวให้ต่ำลง พยายามกางบาเรียผลึกให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วสกายด์ก็ถามขึ้น."มันยิงไปไหนอ่ะพี่อัน? พวกเราอยู่ทางนี้ไม่ใช่เหรอ?"."ไม่รู้ดิ? พลาดมั้ง! ก้อนแม็กม่านั่นถ้าโดนเข้าล่ะก็เราคงไม่รอด"อันธการตอบ.กระทั่งหันหลังกลับไปอีกทีถึงได้รู้ความจริงว่า ที่แท้มันไม่ได้ยิงขึ้นข้างบนหรือลงข้างล่าง แต่มันยิงแบบไซร้โค้งออกมาด้านข้างเพื่อหลบกำแพงบาเรียของสกายด์ต่างหาก.บางทีครูหัวเพลิงอา
"อืม.. ไม่เลวนี่ Not bad! , Not bad! at all"ลูบคางครึงปากคือพฤติกรรมที่เฟอร์นันโดแสดงออก เขายืนกอดอกอยู่บนเนินเขาเฝ้ามองเด็กในสังกัดจากระยะไกล เปี่ยมล้นไปด้วยความภูมิใจอยู่ในที."อัธการดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้วคงอยากจะพิสูจน์ตัวเอง งั้นก็จงแสดงออกมาเถอะไอ้หนู รอบตัวนายก็พี่น้องทั้งนั้น ฝั่งศัตรูก็ไม่เห็นจะสักเท่าไหร่"คุณครูพูดคนเดียวไม่ได้เหงาหรอก แต่ถ้าคิดอะไรที่มันปลุกใจขึ้นมาได้เฟอร์นันโดก็มักจะเผลอทำแบบนี้."ซึมมมม~!""จิ้ววว! , จิ้ววว! , ซึมมม~!""ตูมมมมม~!"."จิ้ววว! , จิ้ววว! , จิ้ววว!".เสียงระเบ็งเซ็งแซ่จากการปะทะกันดังก้องขึ้นมาถึงบนนี้ ฝ่าตีนที่รับน้ำหนักอยู่นี่ถึงกับสั่นโครม ๆ ในทุก ๆ ครั้งที่แง่งผาสั่นโยก ให้ตายเถอะนี่มันการต่อสู้ประเภทไหนกัน เกิดการเซอร์ไพรต์ขึ้นเล็กน้อยเจ้าตัวก็เลยต้องหลุบสายตาลงมามองข้อความบนออนิวแทร็ปเป็นการแก้เขิน."สกายด์ส่งข้อความมางั้นเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่?""อืม.. อืม.. อืม.. อ่าห๊ะ!""อืม.. ครูก็เห็นด้วยตามที่เธอบอกอยู่นะว่าตัวปัญหาของศึกนี้น่าจะเป็นไอ้คนที่เป็นครูของฝั่งโน้นนั่นแหละ มันไม่ยอมเบามือเลย ดูจากท่าทางการปล่อยหมัดกับออกอาวุธแล้ว
"เฮ๊ยยยย! , ย๊ากกกก!"."เปรี๊ยงงง!!!".เศษผลึกแตกกระจุยกระจาย อันธการสอดแขนพุ่งขึ้นมาราวกับลูกเจ๊ียบที่ทะยานตัวออกจากเปลือกไข่ เขาแหกปากตะโกนเพื่อเป็นการเสริมแรง เหยียดแขนถีบขากะเอาให้แม่งแตกออกทุกทิศทุกทางจะได้ลุกขึ้นได้ง่าย ๆ แล้วก็ทำได้จริง ๆ."เฮือกกก! ขอบใจมากสกายด์ช่วยฉันได้เยอะเลย"รุ่นพี่แห่งโลกวิญญาณพูดพลางเอื้อมมือมาตบที่ไหล่ ต่อด้วยการสืบเท้าขึ้นมายืนด้านหน้าพวกน้อง ๆ."เอ่อ..จะเอาเลยเหรอครับพี่อัน? พี่ไม่มีแผลหรือแตกหักตรงไหนบ้างเลยเหรอ?"สกายด์ชำเลืองสายตาถาม."กริ๊กกก! , กรุ๊บ! , กริ๊กกก!"."ไม่หรอกถ้าจะมีก็เห็นจะมีแต่ผลึกของนายที่ฉันเหยียบแตกไปเมื่อครู่ ฮึ่ยยย! นี่แหนะ!"."เปรี๊ยงงง!"ไม่มีปี่มีขลุ่ยมีแต่หลังตีนหนา ๆ ที่ตะบันเตะเข้าใส่เศษผลึกก้อนหนึ่งเต็มแรง หวังเป็นการเบิกทางการโจมตีให้แก่ฝั่งตนเอง.มันลอยแหวกอากาศด้วยพละกำลังที่แรงกว่าตอนที่สกายด์คอนโทรลถึง 3 เท่า มิหนำซ้ำทิศทางก็ตรงเป๊ะ อีกไม่ถึง 3 วิต้องตรงเข้าหน้าผาก ไอ้มนุษย์ไฟที่ยืนอยู่ตรงกลางเป็นแน่แท้.แต่แม่งพลาด!.จะเรียกว่าโดนหักหน้ายับเป็นหนที่สองติด ๆ กันก็คงไม่ผิด เพราะฝั่งนั้นแค่ขยิบตาการโจมตีแบ
เคยเห็นแต่คลื่นน้ำทะเลที่โถมเข้ามากระทบหาดทรายดังครืด ๆ เพิ่งจะมีวันนี้แหละที่ได้เห็นคลื่นพลังเพลิงกับตาตัวเองเป็นครั้งแรก จากหนึ่งในสามต้องมีใครสักคนในนั้นที่ปล่อยมันออกมา เกลียวความร้อนหมุนวนตวัดตัวไต่เรี่ยมากับพื้นดิน พลันยกตัวเองขึ้นสูงเสียดฟ้า เตรียมจะโถมลงมากลบใส่อันธการ ที่เอาแต่ยืนนิ่งยอมรับชะตากรรมราวกับสารภาพบาป."ครืดดด.. ด.. ด.. ด! , ครืดดดด.. ด.. ด.. ด..!"."โถ่เอ๊ย! ไม่ทันแล้วสินะ เรามาได้แค่นี้เองเหรออันธการ"ตั้งคำถามกับตัวเองพลันแหงนหน้ามองเงาดำทะมึนจากเปลวเพลิงเหนือศีรษะ สาบานได้ว่าเจ้าตัวไม่แม้แต่จะยกมือขึ้นปิดป้องเลยด้วยซ้ำ."ฟึมมม~! ม.. ม.. ม~!"."ฟีบบบ~~!"."เอ๋..อะไรอ่ะ? มอดไปเองเฉยเลยแฮะ?".ใช่อย่างที่เขาพูดดูเหมือนการพิพากษาจากเปลวไฟจะจบสั้นกว่าที่ควรจะเป็น เพราะการมาถึงของเพื่อนร่วมทีมอย่างสกายด์และเรนโบว์ จากระยะไกลกว่า 20 เมตรแถว ๆ ตีนเขา ทันทีที่เห็นว่ารุ่นพี่ชักจะเสียท่า สกายด์จึงรีบส่งผลึกสีฟ้าอันเป็นพลังเฉพาะตัวของเขามุดแทรกลงไปใต้พื้นดิน พวกมันทั้งหลายพุ่งแหวกผ่านฐานล่างเสียดแทงเป็นกระสวยทะลุทะลวงสรรพส่ิง ก่อนจะโผล่พรวดขึ้นมาขวางกั้นม่านทะเลเพลิงจ
"ช่วยด้วย! , ช่วยฉันด้วย! , ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ววว~!".กระเสือกกระสนดิ้นทุรุนทุราย การเปล่งวาจาเช่นนี้ออกมาดั่งบอกเป็นนัยว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว อันธการพลาดอีกจนได้ ความร้อนทารุณกรรมเขาแล็วก็เปรียบดั่งทวยเทพที่ไม่มีใครหน้าไหนโกหกได้ ตรงกับที่ครูฝั่งโน้นโม้ไว้จริง ๆ."หอมน่ารับประทานเชียวคุณผู้ชม~"คุณครูประชดแกยิ้มมุมปากออกมาพลางหลุบสายตาไปมองลูกศิษย์ทั้งคู่ ที่ต่างก็ออกอาการสะใจอยู่ในที เพียงแค่นี้การตายของเพื่อนก็ถูกชำละล้างแล้ว."หนูจะกินเขาให้พุงกางเลยค่ะ.."."ใช่! ผมก็เหมือนกัน เราไม่ได้กินเนื้อดี ๆ มาเป็นอาทิตย์แล้ว ตั้งแต่ที่ด็อกเตอร์ J ห้ามไม่ให้ใช้งานแอพสั่งอาหาร.."เด็กชายพูดเสริม เขาวางมือลงที่พุง พลันสัมผัสได้ถึงเนื้อหอม ๆ แสนอร่อยที่ส่งกลิ่นโชยมาเตะจมูก.อันธการตกอยู่ในสถานะคอขาดบาดตาย เขาได้ยินสิ่งที่พวกนี้ถ่มถุยออกมาทุกคำ แล้วก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นอาหารอันโอชะ คนปี้คนยังได้แล้วทำไมคนจะกินคนไม่ได้เล่า ตรรกะก็สมเหตุสมผลอยู่โลกยุคปัจจุบันก็ปาเข้าไปปี ค.ศ. 2078 เข้าไปแล้ว สมัยใหม่โลกใหม่ ชุดความคิดที่ว่าคนกินคนเป็นเรื่องของคนป่าล้าหลังจึง







