Masukนัยน์ตาดำขลับหม่นมืด ยูมิโกะจ้วงเท้าโผทะยานเข้าใส่! พลางเหวี่ยงดาบขึ้นสูงจนสุดแขน! เป็นคนอื่นคงหมดสิ้นแล้วซึ่งความเป็นชาย แต่หาใช่กับคนที่เกิดมาพร้อมกับร่างกายที่ถูกดัดแปลงมาอย่างเจฟเฟอร์
.
"เป้ง!!!"
เสียงโลหะกระทบกันดังก้องกังวาน แรงสะเทือนตีกลับจนด้ามจับหลุดออกจากมืออันเรียวสวย ดาบคะตะนะน้ำดีหมุนเคว้งกลางอากาศ.. ก่อนจะปักปลายลงกับพื้นเสียบตั้งตะหง่านอยู่กลางห้อง! , ฉึก!
.
"อ๊ากกกก! เจ็บชิบเป๋งเลยแม่งเอ๊ย! ควยกู!"
.
ขณะที่หมอยูมิโกะเลือกที่จะวิ่งย้อนกลับไปหยิบดาบขึ้นมาใหม่ เจฟเฟอร์กลับเพ่งความสนใจมาที่เอ็นอุ่นของตนเองแทน แม้ว่ามันจะแข็งแกร่งจากส่วนผสมของอะลูมิเนียมคาไบต์ในร่างกายของเขา แต่ความเสียหายเมื่อครู่ก็นับว่ามากอยู่ไม่น้อย ชายหนุ่มจึงรีบเอาไหล่อิงกับกำแพงกระเสือกกระสนดันตัวเองขึ้นยืนอีกครั้ง จะได้กลั้นใจก้มลงเช็คสภาพของลับของตัวเองได้อย่างถนัดถนี่ ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ การส่ายหน้า เบ้ปาก และน้ำตาหยดติ๋ง ๆ
.
"นี่กูบ้าหรือปัญญาอ่อนกันแน่วะ ที่เอาควยไปรับคมดาบระยำแท้ ๆ !"
.
ฝ่ามือที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวชุ่มโชกไปด้วยเลือด แค่ปล่อยมันออกท่อนเอ็นที่เคยค้ำได้แม้กระทั่งพื้นก็เกิดการสปาร์ค รอยฟันเบ้อเร่อสร้างบาดแผลฉกรรจ์ตรงส่วนหัว สายไฟยึกยือภายในขาดสะบั้น มันสะบัดไปมาราวกับการเต้นระบำของพลุไฟในวันปีใหม่
.
"ช่วยชีวิตไว้ได้แล้วไงวะ? มันคุ้มกันไหมกับการเอาผู้หญิงไม่ได้อีกเลยไปตลอดชีวิต ไอ้โง่เจฟเอ๊ย! ไอ้ควาย! มึงมันไร้สมอง! สารเลว! ถุยชีวิต!"
"นี่ถ้าไม่ติดว่าผมกำลังจะเสียเลือดจนตายนะ ผมเอาหมอแน่ผมจะเย็ดหมอด้วยควยพิการ ๆ นี่แหละ! จะเย็ดให้หมอครางหาแต่ชื่อผมทั้งวันทั้งคืนเลยหมอยูมิโกะ! , ฮึ่ยยยย!"
.
"โอ๊ย! , อั๊กกก , อ๊ากกก!"
.
เหมือนยิ่งโกรธเลือดยิ่งสูบฉีด ยิ่งคิดถึงเรื่องใต้สะดือควยก็ยิ่งแข็ง แล้วมันจะเป็นยังไงล่ะกับร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ เลือดก็พุ่งสิครับถามได้! แผลขาดที่แขนเลือดพุ่งออกมาเป็นน้ำตก ในขณะที่แกนแข็งนั้นแม้จะยังเซ็ตตัวขึ้นเป็นลำค้างไว้ได้อยู่ แต่ก็เกิดอาการบิดไปบิดมาชักขึ้นชักลงได้เอง! รวนสุด ๆ รวนจนควบคุมไม่ได้! แม้แต่ม่านตาของเจฟเฟอร์ก็เร่ิมติด ๆ ดับ ๆ ในมุมมองแบบ First - person ระบบสั่งการอาวุธ โหมดฟังชันค์พิเศษต่าง ๆ ขึ้นสถานะ Error! แดงเถือกไปทั้งหน้า! ซึ่งถ้าหากพูดกันตรง ๆ แล้วล่ะก็ ตอนนี้กลับกลายเป็นเขาเองนั่นแหละ ที่กำลังทำให้ตัวเองต้องตาย!
ความบอบช้ำที่ตรงเข้าเล่นงานทำให้สายลับหนุ่ม มิอาจทรงตัวให้ยืนอยู่ได้อีกต่อไป ขาที่ไร้เรี่ยวแรงพับยวบลงทิ้งร่างหนาที่เคยแข็งแกร่งให้ล้มพับใส่ตักนุ่ม ๆ ของผู้ช่วยนาริตะ ซึ่งบัดนี้ไม่มีแม้แต่เงาหัว! น้ำพุเลือดที่พุ่งขึ้นจากตัวเธอเริ่มลดระดับลงแล้วก็จริง แต่ก็ยังนับว่ามากพออยู่ดีที่จะย้อมให้ร่างล่อนจ้อนของเจฟเฟอร์กลายเป็นสีแดงฉาน กลิ่นคาวเหม็นคละคลุ้ง เต็มที่เจฟเฟอร์ทำได้เพียงกระพริบตา
"เอาเลยสิ หมอยูมิโกะ ฆ่าผมซะ!"
เขาคิด! คนอีโก้หนาอย่างเขามือวางอันดับหนึ่งที่ไม่เคยทำงานพลาดเลยสักครั้ง แลกกับการต้องมาตกอยู่ในสภาพอนาถาเช่นนี้ให้ตายซะยังดีกว่า
.
แล้วยูมิโกะก็จัดให้ตามนั้นจริง ๆ เธอชักดาบขึ้นจากพื้นก่อนจะชำเลืองสายตาเล็กหยีที่โคตรจะดุ มาที่ปอยผมที่แหว่งเว้าของตนเอง เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เศษผมแสนสวยของเธอต้องหล่นกองอยู่กับพื้นเช่นนี้ รู้แต่ว่าคนที่ทำต้องเป็นชายประหลาดที่ใช้อวัยวะสืบพันธุ์เป็นอาวุธผู้นี้เป็นแน่
.
"ดาบคะตะนะที่หลุดมือ คือศักดิ์ศรีที่โดนหมิ่น!"
พอนึกคำพูดนี้ขึ้นได้ ยูมิโกะก็เดินย่างสามขุมกวัดแกว่งดาบตรงเข้าไปหาร่างอันแน่นิ่งของเจฟเฟอร์ในทันที ต่อด้วยการใช้ปลายเท้าเขี่ยเอาศพขาดสะพายแล่งของนาริตะจังออกไปให้พ้น ๆ ทาง ศพของสาวน้อยครูดไปกับพื้น มันสไลด์ลากยาวจนไปหยุดอยู่ที่ผนังอีกด้าน อันเป็นที่อยู่ของเจลยางตึ๋งหนืดที่ใช้กั้นห้องอีก 70% เอาไว้เป็นความลับ
.
แม้จะเบาแสนเบาแต่แรงสัมผัสดังกล่าวก็ส่งผลโดยตรงกับม่านเจลนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ทำให้สีแดงช้ำเลือดช้ำหนองของมันเรืองแสงวูบวาบขึ้น! การเต้นตุบตับ ๆ ถี่รัวขึ้นมาก มองผ่าน ๆ ไม่ต่างจากสัตว์ร้ายที่ตื่นขึ้นจากการจำศิลเลย
.
"หืม?"
ยูมิโกะชำเลืองหางตาไปมองอยู่ครู่หนึ่ง ซึ่งถ้าหากเป็นสถานการณ์ปกติแล้วล่ะก็ ช่องว่างตรงนี้เจฟเฟอร์คงชิงลงมือโต้กลับได้ไม่ยาก ทว่าตอนนี้กลับไม่ใกล้เคียง! แค่แบ่งสัมปะชัญญะออกมาคิดวิเคราะห์ยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ มิหนำซ้ำหมอสาวเองก็เหมือนจะไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร เธอปล่อยเลยตามเลย จิตใจเธอยังคงดำดิ่งอยู่ในห้วงยามของความมืด ผีห่าซาตานตนใดกันที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ไปได้
.
เอียงคอไปมาก็อกแก๊ก พลิกกลับด้านดาบซามูไรเสียใหม่ โดยการหันด้ามจับขึ้นข้างบนแล้วปักคมลงด้านล่าง ตาสองตาประสานกันชายหญิง เจฟเฟอร์ไม่มีทีท่าว่าตื่นกลัวแต่อย่างใด เพราะที่จริงแล้วเขาเองก็ได้สั่งเสียกับเบอร์แบร์โต้ไว้แล้ว ว่าเหตุกาณ์ทำนองนี้อาจจะเกิดขึ้น
.
"อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เอาเลยสิหมอ.."
.
สายลับหนุ่มหลับตาลงไพร่คิด เกร็งตัวแข็งเตรียมรับแรงปะทะ คราวนี้ไม่มีเอ็นอุ่นลำแกร่งคอยป้องกันให้อีกแล้ว ประกอบกับตัวหมอยูมิโกะเองก็เลือกที่จะใช้การแทงปักจากด้านบน แทนที่จะเป็นการฟันฉับ! เหมือนครั้งก่อน!
.
คมดาบแวววาวยามต้องแสง ด้วยท่าง้างแขนกว้างสุดเหยียด หมอสาวรับประกันเลยว่าไม่พลาดแน่! เธอออกแรงจากช่วงไหล่ชนิดสุดแรงเกิด! กัดฟันแน่นจิกตาถมึงทึง! เจตนาปักคมดาบลงมาที่กลางหัวใจของเจฟเฟอร์แบบตรงเผงไม่พลาดเป้า!
.
"ย๊ากกกก! , ฮึบ!!!"
.
.
"หมับ!"
ทว่าเสี้ยวอึดใจต่อมาหล่อนก็ต้องหยุด! ปลายดาบแหลมคมยังคงจ่ออยู่ที่กลางอกข้างซ้ายของยอดชายนายสายลับ หัวใจที่เต้นรัวยิ่งเร่งเร้าให้เลือดลมสูบฉีด ภายใต้ทัศนวิสัยที่พล่ามัวสติสตางค์เลือนลางหนัก เจฟเฟอร์ค่อย ๆ เผยอเปลือกตาขึ้น ทำให้เจ้าตัวได้เห็นเรือนร่างอันงดงามภู่ระหงษ์ของนางพยาบาลอีกคนหนึ่ง ผู้ที่โอบกอดหมอยูมิโกะเอาไว้จากทางด้านหลัง!
.
เป็นเธอแท้ ๆ ที่ทำให้เขายังมีชีวิตรอด ไม่รู้หรอกว่าเธอเป็นใครแต่รู้ว่าสาวน้อยหน้าหมวยรายนี้ โผล่พรวดออกมาจากผนังเจลเหนียวหนืดบนฝาผนังอีกฟาก และคลับคล้ายคลับคลาว่าที่กองอยู่แทบเท้าเธอก็คือไม้แขวนเสื้อ กับชุดหนังสีเหลืองรัดรูปที่ดูเซ็กซี่สัด ๆ
.
"คะ.. ใครอ่ะ.. เฮือออด.. ฮาาาาดดดด.. เฮืออออด.. ฮาาาาด"
เจ้าหน้าที่หนุ่มถอนหายใจยาว พลางกระแอมถามออกไป ซึ่งมันก็คงจะเบามากล่ะมั้งเพราะดูลักษณะแล้วสาวเจ้าคงจะไม่ได้ยิน
.
พริบตาต่อมาปลายดาบคะตะนะในมือหมอยูมิโกะเองก็ค่อย ๆ ลดระดับลงเรื่อย ๆ จนท้ายที่สุดมันก็หลุดออกจากมือทิ้งดิ่งลงกับพื้นเสียงดัง "กริ๊งงง!" อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
.
ช่างเป็นภาพที่งดงามจนเจฟเฟอร์รู้สึกเสียดาย เขากำลังจะหมดสติอยู่รอมร่อ ภาพมุมมองบุคคลที่หนึ่งในสายตาเขาส่งสัญญาณเตือน Warning! กระพริบวูบวาบต่อเนื่อง มันเป็นดั่งสัญญาณเตือนสุดท้ายว่าสัญญาณชีพของเขากำลังจะดับลง! เพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว
.
"นี่น่ะหรือวิธีการที่จะทำให้คนดี ๆ อย่างหมอยูมิโกะได้สติกลับมา บัดโถ่เอ๊ย.. รู้งี้!"
.
"ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ได้โปรดอย่าเพิ่งพรากชีวิตลูกไปตอนนี้ได้รึไม่? โปรดเมตตาให้ข้าได้ซึบซับฉากรักอันเร่าร้อนนี้ด้วยสองตาตนเองด้วยเถิด.. อาเมน"
.
ใครจะเชื่อ! ว่าถึงกับต้องอ้อนวอนร้องขอต่อพระเจ้ากันเลย ด้วยลมหายใจอันแผ่วเบาเจฟเฟอร์หันหลังพิงข้างฝา แขนซ้ายขาด อวัยวะตรงหว่างขาเกิดแผลฉกรรจ์ มันไม่สำคัญแล้วล่ะว่าต่อจากนี้ไปจะใช้การได้รึเปล่า เพราะถ้าหากนี่คือภาพสุดท้ายของชีวิตแล้วล่ะก็ ต่อให้ต้องขาดใจตายอยู่ตรงนี้ยังไงแม่งก็คุ้ม!
.
"หมับ! , หมึบ! , หมับ! , หมึบ!"
.
"ชู่วววว.. ใจเย็นก่อนสิคะหมอ ถ้าโกรธเดี๋ยวอาการจะกำเริบอีกนะคะ ฮึ.. อืมมมม.. ช่ายแบบนี้ล่ะค่ะกำลังดี นมหมอใหญ่จังเลย ยูมิบีบได้ไม่เต็มมือเลย~"
"ซอกคอหมอก็ห๊อมหอม ขอยูมิชิมหน่อยนะ~!"
.
"แพล็บ!"
.
"อ่ะ.. อ่าาาาา.."
.
ยูมิจังเข้าประกบหมอยูมิโกะจากทางด้านหลัง เธอสอดแขนเรียวของตนเข้าที่ใต้ราวนมพลางลงมือเคล้าคลึงหน้าอกของหมอสาวจนป่นปี้ ความใหญ่ซ่อนรูปนั่นเล่นเอามือเล็กเรียวหุ้มไว้ไม่มิด มิหนำซ้ำบางจังหวะยูมิจังยังฉวยโอกาสตวัดลิ้นลงบนซอกคอของหมอจนตัวสั่นเท้ิม เธอจูบเก่งมากชนิดที่สามารถลากเลื้อยขึ้นไปขบได้ถึงติ่งหู สอดลิ้นเข้าไปเวียนวนสลับกับการกระซิบคำพูดหวาน ๆ ที่สั่งอะไรก็ยอมแต่โดยดี
.
"หมออยากจับตูดยูมิไหม?"
.
"อยากสิ.."
.
"งั้นหลับตาก่อน แล้วส่งมือมา.."
เพียงเท่านี้ก็ปลดเปลื้องเอาดาบคะตะนะออกจากมือหมอยูมิโกะได้แต่โดยดี ยูมิจังถลกกระโปรงพยายาบาลของเธอขึ้นพลันใช้นิ้วชี้ช้อนเอาอันเดอแวร์ลายลูกไม้ให้ร่นลงไปกองที่ตาตุ่ม เธอจับเอามือที่ว่างเปล่าแล้วของคุณหมอ มาลูบไล้ไต่ลงไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งข้างลำตัวเธอ ไล่ไปจากแผ่นหลังนุ่มเนียน ลูบผ่านมาคลึงที่สะโพกอันผายกว้าง แล้วเธอก็ย่อตัวลงส่ายไหวไปมา ราวกับอสรพิษระเริงราตรี
.
"อืม.. รู้สึกดีจังเลยยูมิจัง"
.
"ค่ะหมอ ยูมิก็เริ่มมีอารมณ์แล้ว หมออย่าเปิดตานะเดี๋ยวยูมิเขิน"
.
"อื้อ.."
.
"ที่นี้ก็เอื้อมมาจับที่ก้นแบบนี้!" , "หมับ!"
.
"ใช่ค่ะหมอแบบนั้นแหละ ยูมิรักหมอยูมิโกะที่สุดเลย บีบเลยค่ะ เค้นอีก เน้น ๆ แรง ๆ เลยค่ะ จะแยงนิ้วเข้ามาในรูด้วยก็ได้ถ้าหมอต้องการ.. อ่าาาา.."
"โอ๊ะ.. โอ๊ะ.. โอ๊ยยยย เสียวววว ซีดดดดด!"
ยูมิเสียวมากเสียจนต้องแอ่นโหนกหี มาถูเข้ากับแก้มก้นของหมอยูมิโกะเพื่อทุเลาอาการ
.
"เจ็บหรอ? เจ็บรึเปล่า!"
.
เธอเลือกที่จะไม่ตอบเป็นคำพูด แต่เลือกที่จะตอบสนองการกระทำด้วยการเขี่ยที่หัวนมหมอแทน เสื้อกาวน์เปื้อนเมือกแบบนี้แหละได้อารมณ์ดีนัก
.
"เล่นอะไรอ่ะยูมิ หมอจั๊กจี้นะแบบนี้"
.
เธอยังคงเงียบยิ่งหมอยูมิโกะบีบแก้มก้นเธอแรงเท่าไหร่ เธอก็จะตอบโต้กลับไปด้วยการบีบหัวนมแล้วดูดด๊วบ ๆ ที่ซอกคอแรงเท่านั้น
.
"หนูไม่ไหวแล้วอ่ะหมอ หันหน้ามาเร็ว!"
.
ร่างบางสองร่างหันมาปะทะกัน ตาประสานตาแล้วจังหวะนั้นเองที่ทำให้ยูมิจังรู้ว่าหมอยูมิโกะคนเดิมเวอร์ชั่นปกติได้กลับคืนมาแล้ว แต่เธอไม่อยากหยุด! มือเรียวรีบปลดกระดุมเสื้อกาวน์ของหมอยูมิโกะออกด้วยความแคล่่วคล่อง! กระตุกเพียงเล็กน้อย เนื้อหนังเปลือยเปล่าที่ขาวกระจ่างใสก็สว่างโพลงอยู่ตรงหน้า
.
"ยูมิเงี่ยนค่ะหมอ.. อุ๊บ!"
.
"จ๊วบจ๊าบ! , ด๊วบด๊าบ!"
.
"ฮึ!.. ไม่ต้องพูดไรมากแล้ว หมอก็เงี่ยนเหมือนกัน ไปเอากันต่อที่เตียงดีกว่าเน๊าะ"
.
.
แล้วถาพก็ตัดไปแค่นั้น ทุกอย่างเกิดขึ้นแบบค้าง ๆ คา ๆ ต่อหน้าต่อตาผู้ชายกระดอพังอย่างเจฟเฟอร์ หุ่นอย่างกับนางเอก AV อย่างหมอยูมิโกะใครไม่เสียดายก็บ้าแล้ว แต่ก็นะ! โชคชะตามักเล่นตลก! เมื่อระบบภายในของเจฟเฟอร์มันรั้งไว้ไม่ไหวจริง ๆ สัญญาณชีพห้วงสุดท้ายของเขาจึงดับวูบลง พร้อมกับชิพประมวลผลเซ็ตสุดท้าย ที่บันทึกร่างเปลือยในชุดบราเซียสีชมพูของหมอยูมิโกะไว้ได้ทันท่วงที นอกเหนือไปจากนั้นก่อนที่จอภาพจะดับดำไปตลอดกาล ความรู้สึกสุดท้ายที่เจฟเฟอร์รับรู้ได้ก็คือ ความภาคภูมิใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ว่า..
.
"ต่อให้ควยกูจะถูกฟัน! แต่มันก็ยังตั้งอยู่ได้นะเฟ้ย!"
.
"ฟึบบบบบ---! "
.
"ซู่.. ซ่าาาาา!!!" , "No-signal"
วังเวงเงียบเชียบราวกับป่าช้า อาคารสถาบัน BPI เป็นตึกที่สร้างขึ้นมาใหม่ และทั้งหมดที่เห็นอยู่ก็เป็นเพียงเทคโนโลยีสร้างภาพเสมือน ใต้ฝ่าเท้าที่พวกเขาเหยียบอยู่จึงไม่มีกระดูกของวีรชนคนบรรพบุรุษ จะมีก็แต่ร่างที่ละม้ายคล้ายศพของเด็ก ๆ จากทีมเฟอร์นันโดทั้ง 3 คน ที่มิอาจประเมินความเป็นคนที่คงเหลือได้."ฟู่~!"(ควันยังคงขึ้นโขมง).และคุณครูมนุษย์ลาวาก็เงียบกริบ ต่อด้วยการกระดิกมือเป็นสัญญาณให้ลูกศิษย์ทั้ง 2 ถอยฉากออกมาก่อน.แกเเดินเข้าไปเช็คร่างของอันธการผู้นอนคว่ำหน้าอยู่ใกล้สุด ด้วยความสัตย์จริงมองปราดเดียวก็รู้ว่าหมอนี่คือคนที่เก่งที่สุดในตี้ จัดการเขาได้คนอื่นก็ไม่ใช่งานยากอะไร ร่างจิ๋วดำเมือบของอันธการจึงถูกจับชูแขนขึ้นกลางอากาศ เครื่องออนิวแทร็ปคือเป้าหมายด้วยข้อมูลพิกัดในนี้จะทำให้ล่วงรู้ตำแหน่งของคนเป็นครูที่ซ่อนตัวอยู่ได้ ส่วนการจับแขนชูไว้ให้เรือนร่างห้อยต่องแต่งลงมา ก็มีเจตนาเพื่อจะโชว์ให้ลูกศิษย์ของตัวเองได้เห็น."ฉันจะฉีกแขนแกให้ขาดตามออนิวแทร็ปออกมาเลย ไอ้เด็กเหี้ย!".โรคจิตสัด ๆ กับเด็กก็ไม่เว้น แม้จะสลบไสลอยู่แต่เสียงกระดูกหัวไหล่ที่เริ่มเลือนลั่นก็ทำเอาเสียววาบไปทั้งย่าน
ฟ้าโล่งโปร่งสบายดินเรียบดั่งเม็ดทรายไร้อุปสรรค ว่าแต่มันหายไปไหน! ไอ้ก้อนหินลูกไฟที่พ่นออกจากปากราวกับแมกม่าเดือด ๆ นั่น มันพ่นไปไหนของมัน นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดหลังจากได้เห็นร่างกายของครูหัวเพลิงได้เปลี่ยนรูปร่างไป.แม่งเหมือนภูเขาไฟเวอร์ชั่นมีขาเนื้อตัวแตกกะเทาะล่อนเป็นกาบ ๆ ปากอ้ากว้างราวกับปากปล่อง แถมยังเดือดปุด ๆ ปะทุอยู่ตลอดเวลา จังหวะที่ครูโก่งตัวนี่ทุกคนรู้เลยว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้น เศษหินดินกรวดได้ผสมปนเปกับมวลไฟที่อยู่ภายในเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่พวกมันทั้งหมดจะพุ่ง ปุด!.. ปุด!.. ปุด!.. ปุด! ออกมารวดเดียวราวกับห่ากระสุน.เด็กฝั่งนั้นต่างพากันก้มหลบวิถี เช่นกันกับอันธการกับสกายด์ที่ก็ต่างย่อตัวให้ต่ำลง พยายามกางบาเรียผลึกให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วสกายด์ก็ถามขึ้น."มันยิงไปไหนอ่ะพี่อัน? พวกเราอยู่ทางนี้ไม่ใช่เหรอ?"."ไม่รู้ดิ? พลาดมั้ง! ก้อนแม็กม่านั่นถ้าโดนเข้าล่ะก็เราคงไม่รอด"อันธการตอบ.กระทั่งหันหลังกลับไปอีกทีถึงได้รู้ความจริงว่า ที่แท้มันไม่ได้ยิงขึ้นข้างบนหรือลงข้างล่าง แต่มันยิงแบบไซร้โค้งออกมาด้านข้างเพื่อหลบกำแพงบาเรียของสกายด์ต่างหาก.บางทีครูหัวเพลิงอา
"อืม.. ไม่เลวนี่ Not bad! , Not bad! at all"ลูบคางครึงปากคือพฤติกรรมที่เฟอร์นันโดแสดงออก เขายืนกอดอกอยู่บนเนินเขาเฝ้ามองเด็กในสังกัดจากระยะไกล เปี่ยมล้นไปด้วยความภูมิใจอยู่ในที."อัธการดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้วคงอยากจะพิสูจน์ตัวเอง งั้นก็จงแสดงออกมาเถอะไอ้หนู รอบตัวนายก็พี่น้องทั้งนั้น ฝั่งศัตรูก็ไม่เห็นจะสักเท่าไหร่"คุณครูพูดคนเดียวไม่ได้เหงาหรอก แต่ถ้าคิดอะไรที่มันปลุกใจขึ้นมาได้เฟอร์นันโดก็มักจะเผลอทำแบบนี้."ซึมมมม~!""จิ้ววว! , จิ้ววว! , ซึมมม~!""ตูมมมมม~!"."จิ้ววว! , จิ้ววว! , จิ้ววว!".เสียงระเบ็งเซ็งแซ่จากการปะทะกันดังก้องขึ้นมาถึงบนนี้ ฝ่าตีนที่รับน้ำหนักอยู่นี่ถึงกับสั่นโครม ๆ ในทุก ๆ ครั้งที่แง่งผาสั่นโยก ให้ตายเถอะนี่มันการต่อสู้ประเภทไหนกัน เกิดการเซอร์ไพรต์ขึ้นเล็กน้อยเจ้าตัวก็เลยต้องหลุบสายตาลงมามองข้อความบนออนิวแทร็ปเป็นการแก้เขิน."สกายด์ส่งข้อความมางั้นเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่?""อืม.. อืม.. อืม.. อ่าห๊ะ!""อืม.. ครูก็เห็นด้วยตามที่เธอบอกอยู่นะว่าตัวปัญหาของศึกนี้น่าจะเป็นไอ้คนที่เป็นครูของฝั่งโน้นนั่นแหละ มันไม่ยอมเบามือเลย ดูจากท่าทางการปล่อยหมัดกับออกอาวุธแล้ว
"เฮ๊ยยยย! , ย๊ากกกก!"."เปรี๊ยงงง!!!".เศษผลึกแตกกระจุยกระจาย อันธการสอดแขนพุ่งขึ้นมาราวกับลูกเจ๊ียบที่ทะยานตัวออกจากเปลือกไข่ เขาแหกปากตะโกนเพื่อเป็นการเสริมแรง เหยียดแขนถีบขากะเอาให้แม่งแตกออกทุกทิศทุกทางจะได้ลุกขึ้นได้ง่าย ๆ แล้วก็ทำได้จริง ๆ."เฮือกกก! ขอบใจมากสกายด์ช่วยฉันได้เยอะเลย"รุ่นพี่แห่งโลกวิญญาณพูดพลางเอื้อมมือมาตบที่ไหล่ ต่อด้วยการสืบเท้าขึ้นมายืนด้านหน้าพวกน้อง ๆ."เอ่อ..จะเอาเลยเหรอครับพี่อัน? พี่ไม่มีแผลหรือแตกหักตรงไหนบ้างเลยเหรอ?"สกายด์ชำเลืองสายตาถาม."กริ๊กกก! , กรุ๊บ! , กริ๊กกก!"."ไม่หรอกถ้าจะมีก็เห็นจะมีแต่ผลึกของนายที่ฉันเหยียบแตกไปเมื่อครู่ ฮึ่ยยย! นี่แหนะ!"."เปรี๊ยงงง!"ไม่มีปี่มีขลุ่ยมีแต่หลังตีนหนา ๆ ที่ตะบันเตะเข้าใส่เศษผลึกก้อนหนึ่งเต็มแรง หวังเป็นการเบิกทางการโจมตีให้แก่ฝั่งตนเอง.มันลอยแหวกอากาศด้วยพละกำลังที่แรงกว่าตอนที่สกายด์คอนโทรลถึง 3 เท่า มิหนำซ้ำทิศทางก็ตรงเป๊ะ อีกไม่ถึง 3 วิต้องตรงเข้าหน้าผาก ไอ้มนุษย์ไฟที่ยืนอยู่ตรงกลางเป็นแน่แท้.แต่แม่งพลาด!.จะเรียกว่าโดนหักหน้ายับเป็นหนที่สองติด ๆ กันก็คงไม่ผิด เพราะฝั่งนั้นแค่ขยิบตาการโจมตีแบ
เคยเห็นแต่คลื่นน้ำทะเลที่โถมเข้ามากระทบหาดทรายดังครืด ๆ เพิ่งจะมีวันนี้แหละที่ได้เห็นคลื่นพลังเพลิงกับตาตัวเองเป็นครั้งแรก จากหนึ่งในสามต้องมีใครสักคนในนั้นที่ปล่อยมันออกมา เกลียวความร้อนหมุนวนตวัดตัวไต่เรี่ยมากับพื้นดิน พลันยกตัวเองขึ้นสูงเสียดฟ้า เตรียมจะโถมลงมากลบใส่อันธการ ที่เอาแต่ยืนนิ่งยอมรับชะตากรรมราวกับสารภาพบาป."ครืดดด.. ด.. ด.. ด! , ครืดดดด.. ด.. ด.. ด..!"."โถ่เอ๊ย! ไม่ทันแล้วสินะ เรามาได้แค่นี้เองเหรออันธการ"ตั้งคำถามกับตัวเองพลันแหงนหน้ามองเงาดำทะมึนจากเปลวเพลิงเหนือศีรษะ สาบานได้ว่าเจ้าตัวไม่แม้แต่จะยกมือขึ้นปิดป้องเลยด้วยซ้ำ."ฟึมมม~! ม.. ม.. ม~!"."ฟีบบบ~~!"."เอ๋..อะไรอ่ะ? มอดไปเองเฉยเลยแฮะ?".ใช่อย่างที่เขาพูดดูเหมือนการพิพากษาจากเปลวไฟจะจบสั้นกว่าที่ควรจะเป็น เพราะการมาถึงของเพื่อนร่วมทีมอย่างสกายด์และเรนโบว์ จากระยะไกลกว่า 20 เมตรแถว ๆ ตีนเขา ทันทีที่เห็นว่ารุ่นพี่ชักจะเสียท่า สกายด์จึงรีบส่งผลึกสีฟ้าอันเป็นพลังเฉพาะตัวของเขามุดแทรกลงไปใต้พื้นดิน พวกมันทั้งหลายพุ่งแหวกผ่านฐานล่างเสียดแทงเป็นกระสวยทะลุทะลวงสรรพส่ิง ก่อนจะโผล่พรวดขึ้นมาขวางกั้นม่านทะเลเพลิงจ
"ช่วยด้วย! , ช่วยฉันด้วย! , ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ววว~!".กระเสือกกระสนดิ้นทุรุนทุราย การเปล่งวาจาเช่นนี้ออกมาดั่งบอกเป็นนัยว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว อันธการพลาดอีกจนได้ ความร้อนทารุณกรรมเขาแล็วก็เปรียบดั่งทวยเทพที่ไม่มีใครหน้าไหนโกหกได้ ตรงกับที่ครูฝั่งโน้นโม้ไว้จริง ๆ."หอมน่ารับประทานเชียวคุณผู้ชม~"คุณครูประชดแกยิ้มมุมปากออกมาพลางหลุบสายตาไปมองลูกศิษย์ทั้งคู่ ที่ต่างก็ออกอาการสะใจอยู่ในที เพียงแค่นี้การตายของเพื่อนก็ถูกชำละล้างแล้ว."หนูจะกินเขาให้พุงกางเลยค่ะ.."."ใช่! ผมก็เหมือนกัน เราไม่ได้กินเนื้อดี ๆ มาเป็นอาทิตย์แล้ว ตั้งแต่ที่ด็อกเตอร์ J ห้ามไม่ให้ใช้งานแอพสั่งอาหาร.."เด็กชายพูดเสริม เขาวางมือลงที่พุง พลันสัมผัสได้ถึงเนื้อหอม ๆ แสนอร่อยที่ส่งกลิ่นโชยมาเตะจมูก.อันธการตกอยู่ในสถานะคอขาดบาดตาย เขาได้ยินสิ่งที่พวกนี้ถ่มถุยออกมาทุกคำ แล้วก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นอาหารอันโอชะ คนปี้คนยังได้แล้วทำไมคนจะกินคนไม่ได้เล่า ตรรกะก็สมเหตุสมผลอยู่โลกยุคปัจจุบันก็ปาเข้าไปปี ค.ศ. 2078 เข้าไปแล้ว สมัยใหม่โลกใหม่ ชุดความคิดที่ว่าคนกินคนเป็นเรื่องของคนป่าล้าหลังจึง







